หอหมื่นอักษร

นิยายแนวสืบสวนสอบสวน ที่ลึกลับทั้งคดี และตัวตนของ 'เขา' ขอบคุณสำหรับการติดตามนะเจ้าคะ -เก๋อเก๋อ-

ตอนที่ 42 โลงศพหิน

ชื่อตอน : ตอนที่ 42 โลงศพหิน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.ย. 2560 15:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 42 โลงศพหิน
แบบอักษร



ทันใดนั้นเฝิงเยี่ยนฮวายก็หยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน นั่นก็เป็นเพราะว่าด้านหน้ามีบางอย่างที่ขวางกั้นทางเดินของพวกเขาไว้อยู่

มันคือโลงศพ !


โลงศพหลายสิบโลง !

และยังเป็นโลงศพหินทั้งหมดอีกต่างหาก

ล้วนจัดวางอย่างเป็นแถว เป็นแถวอย่างระเบียบเรียบร้อย


โลงศพหินเหล่านั้นบ้างเปิดฝาออก บ้างก็ปิดฝาโลงไว้อย่างแน่นหนา


พอก่วนอี้เลี่ยงเจ้าหน้าที่เก็บพิสูจน์หลักฐานที่เดินเข้ามาเป็นคนสุดท้ายได้เห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมา “นะ... นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ? ในโลงศพพวกนี้คงจะไม่ใช่ผีดิบใช่ไหม ?”

“อาจจะใช่นะครับ” ท่าทางของเฝิงเยี่ยนฮวายเต็มไปด้วยความหนักแน่น

เย่หนิงลังเลอยู่สักพัก แล้วก็ถามขึ้นมาว่า “โลงศพพวกนี้... บ้างก็เปิดฝาอยู่ บ้างก็...ปิดฝาแน่นหนา มันเพราะอะไรกัน ?”

เฝิงเยี่ยนฮวายส่ายหัว “ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ฉันขอแนะนำว่าทางที่ดีอย่าเข้าไปเปิดโลงศพเลยนะ หากมีผีดิบพันปีโผล่ออกมาคงเป็นเรื่องวุ่นวายแน่”

“ผีดิบพันปี ?” ก่วนอี้เลี่ยงรู้สึกแปลกใจ “มันน่ากลัวมากไหม ?”

“เหอะ ๆ” เฝิงเยี่ยนหฺวายย้อนถาม “แล้วตัวข้างนอกนั่นมันน่ากลัวไหมล่ะ ?”

“น่ากลัวสุด ๆ เลยล่ะ”

“ขนาดแค่ผีดิบร้อยปี ยังน่ากลัวขนาดนี้แล้ว ถ้าเจอเข้ากับผีดิบพันปี พวกคุณคิดว่าอย่างไรล่ะ ? อีกทั้งความสามรถของผมยังคงต่ำต้อยอยู่ คงปราบผีดิบพันปีไม่ไหวแน่”

ก่วนอี้เลี่ยงยังคงรู้สึกประหลาดใจ “ขนาดคุณเป็นนักล่าผีดิบแต่จัดการไม่ได้เนี่ยนะ ?  อีกอย่างคุณก็มีเครื่องมือปราบมันอยู่ไม่ใช่เหรอ ?”

“ถึงมีอุปกรณ์ก็ไม่มีประโยชน์ ผีดิบพันปีมันบำเพ็ญตบะมากกว่าพันปี นับประสาอะไรกับต้นท้อธรรมดากับเลือดสุนัขจะจัดการมันได้ล่ะ”

เย่หนิงก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมาเช่นกัน “ถ้าอย่างนั้นจะต้องทำอย่างไรล่ะ ถึงจะกำจัดผีดิบพันปีได้ ?”

เฝิงเยี่ยนฮวายยิ้มเจื่อน “ฉันจะไปรู้ได้อย่างไรล่ะ !”

เย่หนิงมองเขาด้วยความดูถูก “นายเป็นนักล่าผีดิบไม่ใช่หรอ ? แต่กลับไม่รู้เนี่ยนะ ?”

“ฉันจะรู้ได้ไง ? ผีดิบพันปี ? ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นนั่นแหละ ขนาดผีดิบร้อยปีมันก็น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว ส่วนผีดิบพันปีนั่นน่ะอย่าว่าแต่ฉันไม่รู้จักเลย คาดว่าก็คงไม่มีใครเคยเห็นมันมาก่อนแน่”

เฝิงเยี่ยนฮวายพูดไป ก็เริ่มเดินไปครวจดูโลงหินที่เปิดอยู่ แล้วพึมพำขึ้นกับตัวเอง “แปลกแฮะ มันหนีไปไหนกันแล้วนะ ?”

“เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ ?” เย่หนิงกับคนอื่น ๆ ก็เดินเข้ามาดูพร้อมกัน แต่ปรากฏว่าภายในโลงหินนั่นกลับว่างเปล่า ไม่มีศพอยู่ข้างในเลย

“ฉันว่าศพพวกนี้มันหนีไปที่ไหนสักแห่งแล้วล่ะ” เฝิงเยี่ยนฮวายพูดขึ้นพร้อมกับหยิบไฟฉายส่องเข้าไปในโลงหิน “พวกคุณดูสิ ในโลงนี้ยังมีเครื่องเซ่นไหว้กับเศษผ้าและผมร่วงอยู่เลย แสดงว่าก่อนหน้านั้นมีศพนอนอยู่จริง ๆ  แต่ตอนนี้ศพพวกนี้หายไปไหนกันแล้วนะ ?”

เย่หนิงรู้สึกตกใจขึ้นมา “มันกลายเป็นผีดิบแล้วหนีไปเหรอ ?”

เฝิงเยี่ยนฮวายส่ายหัว “ไม่รู้สิ ผีดิบตัวอื่นก็เหมือนกัน ทำไมพวกเราถึงไม่เห็นมันเลยล่ะ ตามจริงด้วยเวาลากลางวันเช่นนี้พวกมันไม่น่าจะออกไปนอกโลงนะ เว้นแต่ว่าจะถูกรบกวน เหมือนกับตัวที่อยู่ข้างนอกนั่น”

เย่หนิงหยุดคิดสักพักแล้วถามขึ้นต่อ “บางทีพวกมันอาจจะออกไปแล้วก่อนหน้านี้”

“ไม่มีทางหรอก” เฝิงเยี่ยนฮวายปฏิเสธข้อสันนิษฐานของเย่หนิง “พวกมันนอนหลับอยู่ที่นี่ก็ดีอยู่แล้ว ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหนีไปไหนเลย ผีดิบไม่เหมือนกับผีดูดเลือดที่ออกต้องหาของกินบ่อย ๆ ถ้าไม่มีใครมารบกวนพวกมัน พวกมันก็จะนอนหลับในโลงอยู่ตลอด นอนหลับหลายพันปีนั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก แต่ถ้าหากถูกรบกวนขึ้นมาแล้วล่ะก็ คงมีคนตายจำนวนไม่น้อยแน่ ดูท่าเมืองตงไห่คงมีภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่เกิดขึ้นแน่เลย”

“เดี๋ยวก่อนสิ !” ก่วนอี้เลี่ยงตะโกนขึ้นมา “พวกคุณมาดูสิ มีรอยรองเท้าด้วย”


ดินโคลนในถ้ำนี้ คงไม่ใช่พื้นแข็งอย่างแน่นอน


ดังนั้นพวกเขาจึงเดินไปที่ที่ก่วนอี้เลี่ยงชี้บอกเอาไว้ เห็นรอยรองเท้าที่ชัดเจนอยู่ข้างโลงศพโลงหนึ่ง หลังจากนั้นพวกเขาก็พบกับรอยเท้าอีกจำนวนมากภายในเวลาไล่เลี่ยกัน


แสงสว่างในถ้ำไม่ค่อยสว่างนัก ยิ่งมาเห็นโลงศพจำนวนมากมายขนาดนี้ เย่หนิงและคนอื่น ๆ ต่างรู้สึกตระหนกตกใจ เวลานั้นไม่มีสนใจรอยรองเท้าที่อยู่ใกล้โลงศพเลย เว้นแต่เจ้าหน้าที่เก็บพิสูจน์หลักฐานอย่างก่วนอี้เลี่ยงเท่านั้นที่จะสนใจรายละเอียดปลีกย่อยแบบนี้


ใช่แล้ว นั่นมันรอยเท้าจริง ๆ ด้วย ! แล้วไม่ใช่เพียงแค่บริเวณรอบ ๆ โลงศพเท่านั้น แต่ภายในถ้ำนี้ก็มีรอยเท้าเช่นนี้จำนวนไม่น้อยเลย


รอยเท้าพวกนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่รอบเท้าของพวกเขา เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นรอยรองเท้าที่ใช้สำหรับปีนเขา


ก่วนอี้เลี่ยงเพียงแค่มองคร่าว ๆ ก็สามารถวิเคราะห์ออกมาได้แล้วว่าอย่างน้อยที่สุดก็คงมีรอยเท้าที่ต่างกันห้ารอย เขาวิเคราะห์จากลายรองเท้ากับขนาดรองเท้า เบอร์รองเท้าอยู่ในระหว่างสี่สิบสองถึงสี่สิบสี่ เป็นเบอร์รองเท้าไซส์ผู้ใหญ่เพศชาย

“มีคนเคยมาที่นี่มาก่อน” หยางปินมองยังรอยรองเท้าที่อยู่รอบ ๆ โลงหินด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

ก่วนอี้เลี่ยงเก็บหลักฐานรอยรองเท้าขึ้นมาพลางพูดไปด้วย “เป็นพวกนักล่าสุสานหรือเปล่า ?”

“ฉันว่าไม่ใช่” เย่หนิงคิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้ “นักล่าสุสานจะขโมยศพพวกนี้ไปทำไมกันล่ะ ?”

ก่วนอี้เลี่ยงเบะปาก “ก็ไม่แน่นะ ก็มีบางคนที่ชอบเก็บสะสมศพนี่น่า เดี๋ยวนี้คนรวยเขาก็ไม่สนใจเงินกันแล้ว สนใจแต่อะไรประหลาด ๆ กันนั่นแหละ”

เฝิงเยี่ยนฮวายพูดต่อว่า “นอกจากรอยเท้าของพวกเราแล้ว ก็มีเพียงรอยเท้าพวกนี้ แถมยังดูเหมือนว่าเป็นรอยใหม่เสียด้วย แม้กระทั่งรอยเท้าของผีดิบตัวนั้นก็ไม่พบ แสดงว่ามันไม่ได้ออกไปจากที่นี่แน่ แต่ออกมาจากถ้ำอื่นต่างหาก”

มือไม้ของก่วนอี้เลี่ยงหยุดชะงักอย่างกะทันหัน “หรืออาจจะเป็นไปได้ว่า ในถ้ำนี้ยังมีโลงศพอื่นอยู่อีกใช่ไหม ”

“อันนี้ผมก็ไม่รู้แล้วล่ะ”


สายตาของเฝิงเยี่ยนฮวายยังคงหยุดอยู่ที่ข้างบนโลงหิน คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ราวกับว่ากำลังพิจารณาอะไรบางอย่างอยู่


เย่หนิงกับหยางปินก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดออะไรออกมา แต่ในใจกลับก็คิดเหมือนกันว่า ใครกันที่ขโมยศพพวกนี้ไป แล้วจุดประสงค์ของพวกเขาคืออะไรกันแน่ ?


“หัวหน้าหยาง...” ก่วนอี้เลี่ยงถามขึ้นมา “แล้วโลงศพโลงอื่นล่ะครับจะทำยังไง ต้องเปิดออกมาดูไหมครับ ?”

สีหน้าของเฝิงเยี่ยนฮวายเปลี่ยนไปในทันใด “อย่าเปิดโลงศพพวกนั้นตามใจชอบเด็ดขาด คุณคงไม่คิดว่าผีดิบแบบนั้นจะมีแค่ตัวเดียวหรอกใช่ไหม ?”

ก่วนอี้เลี่ยงพูดขึ้นอย่างตะกุกตะกัก “ดูเหมือนโลงศพพวกนี้จะค่อนข้างใหม่นะ”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น” หยางปินพูดเสียงหลง “เมื่อสักครู่ฉันก็รู้สึกว่าโลงศพพวกนี้มันแปลกยังไงชอบกล ที่แท้ก็คือแบบนี้นี่เอง โลงศพพวกนี้มันดู......สะอาดเกินไป ?”

ในใจของเย่หนิงพลันหนาวสั่น มันก็จริงนะ โลงศพหลายสิบโลงดูสะอาดจนแทบไม่มีฝุ่นอะไรเลย ราวกับมีคนมาทำความสะอาดอยู่บ่อย ๆ อย่างนั้นแหละ

“โลงศพพวกนี้มีอะไรแปลก ๆ แน่นอน” เฝิงเยี่ยนฮวายพูดเสียงต่ำ “สุสานธรรมดา ๆ ทำไมถึงได้นำโลงหินเหล่านี้มาวางรวมกัน ? อีกทั้งถ้ำนี้ ดู ๆ ไปแล้วก็ไม่เหมือนสุสานโบราณเลย ทำไมถึงมีโลงวางรวมกันมากขนาดนี้ได้ มันไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก ยิ่งไปกว่านั้นโลงศพหินพวกนี้ยังหน้าตาเหมือนกันทุกระเบียดนิ้วอีก ระดับความเก่าไม่ต่างกัน ดูเหมือนเอามาไว้ในช่วงเวลาเดียวกัน นี่มันชักจะพิลึกเกินไปแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีคนตั้งใจทำแบบนี้ขึ้นมา”


หยางปินขมวดคิ้วขึ้น “ถ้าอย่างนั้นก็แปลกแล้วล่ะ คนพวกนี้คิดจะทำอะไรกันแน่ ?”

“ถ้าผมเดาไม่ผิด ที่นี่ก็คงเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงศพ” เสียงของเสิ่นอี้ดังขึ้นมาจากทางเดิน






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น