วิราห์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 2

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 228

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.พ. 2561 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2
แบบอักษร

image

หลังจากแยกจากเพื่่อนสาวในวัยเยาว์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นีราที่เคยสดใส ร่าเริง ได้หายไปอีกครั้ง คนที่กลับมากลายเป็นคนที่เหม่อลอย อยู่ตลอดเวลา อมิตาที่คอยอยู่เคียงข้าง และรู้เห็นทุกเหตุการณ์ในชีวิตของเพื่อนเธอคนนี้ ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ

"น้ำ แฟชั่นวีครอบนี้ที่ฝรั่งเศส เราไปด้วยกันดีมั้ย ไปเปลี่ยนบรรยากาศด้วยไง เราไม่ได้พักผ่อนกันนานแล้วเนอะ"

"แต่ร้านดอกไม้..."

"ไม่มีแต่ เรารู้ว่าพี่มนต์เอาอยู่ ไปกันเนอะ เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้น" พูดไปก็จับมือเพื่อนสาวไปด้วย เป็นการให้กำลังใจเพื่อนไปในตัว นีราที่พยามเข้มแข็งมาหลายวันหลังจากแยกกับพรรษนีย์ก็ปล่อยโฮ ออกมาทันที

"เราพยามแล้วเอมมี่ เราคิดว่าเราจะไม่รู้สึกอะไรแบบนี้แล้ว แต่แค่ได้ยินว่าเค้าจะแต่งงานกันแล้วทำให้เรารู้ว่าเราไม่เคยลืมพี่เหมเลย" อมิตาได้แต่กอดปลอบเพื่อน ปล่อยให้เพื่อนได้ระบายความในใจให้เต็มที่

"เราต้องทำยังไงเอมมี่ เราต้องไม่รับรู้ขนาดไหน เราต้องไม่เจอเค้าอีกนานเท่าไหร่ ฮือ ฮือ"

"ไม่เป็นไรนะน้ำ ไม่เป็นไร ถ้าลืมไม่ได้ก็ไม่ต้องลืม ถ้าเจอไม่ได้ก็ไม่ต้องเจอ เราอยู่ฝรั่งเศสตลอดไปเลยก็ได้จะได้ไม่ต้องเจออะไรแบบนี้"

"เดี๋ยวกลับจากฝรั่งเศสคราวนี้เราคงดีขึ้นเอง ขอบคุณนะเอมมี่ ขอบคุณที่อยู่กับน้ำตลอด เข้าใจน้ำทุกอย่างเลย" นีราเมื่อเริ่มได้สติก็รีบปาดน้ำตาทิ้ง

"ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ ไม่อยู่กับเพืิ่อน ไม่เข้าใจเพื่อน แล้วจะให้ไปเข้าใจใครล่ะ จริงมั้ย"

"อื้ม รักเอมมี่ที่สุดเลย" ว่าแล้วก็ยิ้มจนตาหยี แล้วโผเข้ากอดเพื่อนสาวไปอีกรอบ

"อี๋ ไม่เอาไม่กอดแล้ว นี่เธอเป็นผู้หญิงจริงๆ ใช่มั้ยยัยน้ำ"

"เราเป็นผู้หญิงนะ แต่ว่า...." นีราหยุดค้างคำพูดไว้แค่นั้นก็จะโผเข้าไปกอดไปหอมแก้มเพื่อนสาวอีกรอบ แต่อมิตาที่คอยดูท่าทีเพื่อนสาวอยู่แล้วก็รีบกระโดดหนี ทันที

"ยัยน้ำอย่ามาเล่นอะไรแบบนี้นะ ขนลุกไปหมดแล้ว รีบไปคิดงานเลยนะ จะไปมั้ยฝรั่งเศส!!"

"คิดงานหรอ เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ตอนนี้เราว่าเรามีสิ่งอยากทำมากกว่า"

"ไม่นะ อย่านะ ไม่เอา แกอย่ามาแบบนี้นะยัยน้ำ ขนลุกไปหมดแล้วเนี่ย" โวยวายไปก็ยิ่งหนีเพื่อนสาวไปด้วย จนทั้งสองไม่ทันได้มองว่าไม่ได้อยู่กันสองคน

"คราวนี้ล้ะเสร็จน้ำแน่นอน เอมมี่" ยิ้มด้วยตาที่แวววาว แล้วโผเข้ากอดเพื่อนอย่างเต็มแรง แต่พอกำลังจะหอมแก้มเพื่อนสาวเธอก็ได้แต่ช๊อคกับคนที่เธอกอดอยู่

"พี่เหม เอ่อ คุณเหมันต์"

"ไม่ทราบว่ามีอะไรให้รับใช้คะคุณผู้ชาย นุกนิก แก้ว พี่บัว อยู่นี้มั้ย ลูกค้าเข้าร้านทำไมไม่มารับลูกค้า" อมิตารีบแก้ไขสถานการณ์ เมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวที่พึ่งจะได้สติกลับมา เริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่

"ตายแล้วคุณผู้ชายขา เชิญทางนี้ค่ะ พอดีห้องนี้ไม่มีแบบเสื้อหรือสิ่งที่คุณผู้ชายอยากได้หรอกค่ะ มาค่ะเดี๋ยว นุกนิก บริการเองค่ะ" สาวประเภทสองเมื่อได้ยินเสียงนายสาวก็รีบละมือจากงานที่ทำแล้วออกมารับหน้าลูกค้า ทันที

"เหมคะ ไม่รอฟ้าเลยค่ะ แบบที่จะเอาไปเสนอคุณร๊อบที่อินโด คุณก็ไม่หยิบมา"

"ผมแค่อยากดูงานของร้านก่อนเลยรีบไปหน่อย เดี๋ยวเราต้องไปแระชุมกันตีอนี่ คุณรีบคุย รีบสรุปแล้วกัน"

"ไม่ทราบว่าคุณอมิตาอยู่มั้ยคะ"

"อยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าได้นัดไว้หรือเปล่าคะ"

"ค่ะ รบกวรแจ้งให้หน่อยค่ะ ดิฉันฟารีดา ค่ะ"

"รอสักครู่ นะคะ พี่บัวดูแลลูกค้าต่อนุกที จะไปตามเจ้รอง" เมื่อสั่งการเสร็จสาวร่างบึกบึน ก็เดินกลับเข้าห้องที่พึ่งเดินออกมา

ทางด้านสองสาวที่รอดูสถานการณ์อยู่ในห้อง ก็มีอาการกระวนกระวายแตกต่างกันออกไป จนอมิตาที่ทนความอึดอัดแบบนี้ไม่ไหวจะก้าวออกจากห้องไปเคลียกับคนต้นเหตุ ที่ทำให้เพื่อนของเธอแทบเสียสติ อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้

"นี่น้ำ!! มีสติหน่อยได้มัเย เดี๋ยวเค้าก็รู้หมดหนอกว่ามีอิทธิพลกับตัวขนาดไหน"

"เราไม่ไหวอ่ะเอมมี่ เราควบคุมตัวเองไม่ได้ เราอยู่ตรงนี้ไม่ได้ พาเราออกไปจากตรงนี้ที" นีรา ที่รู้อาการของตัวเองดีรีบหาทางออกให้กับตัวเอง

"ได้ เดี๋ยวเราโทรหาพี่ดิน ให้มารับละกัน แล้วอย่าแสดงอาการอะไรให้พี่ดินเห็น ล่ะ"

"เจ๊รองขาา ลูกค้าชื่อคุณฟารีดา มาขอพบค่ะ" เสียงรายงานของลูกน้องสาวทำให้อมิตามีสีหน้าที่ลำบากใจ จนนีรารู้สึกได้

"เราไปแท็กซี่ได้ นุกนิกเรียกแท็คซี่ให้เจ๊ที เอมมี่ออกไปคุยกับลูกค้าเถอะ เรากลับบ้านไปสงบสติ แล้วจะรีบทำงานชดเชยให้นะจ๊ะ" นีราที่รู้ว่าเพื่อนจริงจังกับงานแค่ไหนก็ไม่อยากสร้างภาระให้กับเพื่อน

"หรือน้ำให้เราไปส่งดีมั้ยแต่ขอตกลงกับลูกค้าแป้บนึงนะ"

"ไม่เป็นไร เราไปเองได้ สบายมาก" เมื่อบอกเพื่อนสาวเรียบร้อยแล้วเธอก็คว้ากระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องทำงานไปทันที

เมื่อแยกจากเพื่อนสาวออกมาได้ นีราก็เดินลัดออกไปทางหลังร้านเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอกับเขาคนนั้น แต่ดูเหมือนว่ายิ่งหลบเธอก็ยิ่งต้องเจอบ่อยมาขึ้นเท่านั้น

"จะรีบไปไหน ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนหลบใครด้วย" 

"พี่เหม!! น้ำเปล่าค่ะ พอดีต้องรีบกลับบ้าน แล้วทางนี้มันสะดวกดี"

"ผมนึกว่าคุณหลบหน้าผมซะอีก" คำพูดที่เหินห่างของชายตรงหน้าเหมือนเข็มนับพันเล่มทิ่มอยู่ที่อกของเธอตอนนี้ เธอได้แต่มองหน้าเขาด้วยสายตาตัดพ้อ แต่เธอจะทำอะไรได้ มากสุดก็แค่นี้จริง ๆ 

"ค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ" พูดเสร็จเธอก็ไม่รอคำตอบจากคนตรงหน้าหันหลังเดินต่อไปโดยไม่หันกลับไปมองคนใจร้ายข้างหลังอีกเลย 

.......................................................................................................................................................

เสียงสายน้ำที่ไหลผ่าน เสียงนกกระจิบที่คอยส่งเสียงจอแจ และสายลมที่พัดผ่านใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างบางเบา เหมือนคอยปลอบให้เธอได้คลายความเสียใจออกไปบ้าง เธอนั่งตรงนี้มาสองชั่วโมงแล้ว เธอกลับบ้านในสภาพนี้ไม่ได้ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งเศร้ากับสิ่งที่ตัวเองต้องมาพบเจอ นั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเองจนไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กระทั่งมีเสียงเรียกเข้าจากเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋าใบเล็กของเธอ

"ค่ะพี่ดิน"

"......"

" น้ำอยู่บ้านสวนคุณยายค่ะ"

",,,,,,,"

"วันนี้น้ำค้างที่นี่นะคะ บอกป้าอ่อนไม่ต้องรอเปิดประตูค่ะ"

",,,,,,,,"

"สวัสดีีค่ะ"

"ทำไมต้องมาเสียใจแบบนี้ล่ะ มีคนคอยเป็นห่วงอีกตั้งเยอะ ไม่เป็นไรนะน้ำ มันต้องดีขึ้นสักวัน" ให้กำลังใจตัวเองและยิ้มให้กับโชคชะตาที่เธอต้องเจอ เธอตัดสินใจละต่อไปเธอจะไม่อ่อนแอแบบนี้ให้ใครเห็นอีกแล้ว วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอร้องให้เสียใจกับเรื่องแบบนี้ นานเกินไปแล้วจริง ๆ คิดได้อย่างนั้นเธอก็เดินขึ้นบ้านไปหาหญิงชราที่นั่งชะเง้อมองเธอตั้งแต่เธอเหยียบเข้ามาในบ้านโดยที่ไม่เข้ามากวนอารมณ์เธอเลย

"คุณยายขา เหนื่อยจังเลยค่ะ ขอน้ำกอดหน่อยนะคะ" เมื่อเดินเข้ามาเธอก็โผเข้ากอดแล้วออดอ้อนทันที บ้านยายไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเป็นสถานที่อบอุ่นเสมอ เธอมักจะมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ เมื่อมีเรื่องที่ไม่สบายใจ

"มาออดอ้อนแบบนี้ จะเอาอะไรล่ะแม่ตัวดี" คนเป็นยายเย้าหลานสาวเล่่นเมื่อเห็นรอยยิ้มมาแทนที่รอยเศร้าหมองบนใบหน้า

"คุณยายก็ น้ำคิดถึงคุณยายจริง ๆ นะคะ" 

"วันนี้ยายมีน้ำพริกผักต้ม ที่หนูชอบไว้ด้วย อยู่กินข้าวกับยายมั้ย"

"ยิ่งกว่ากิน คือคืนนี้น้ำจะนอนกอดคุณยายให้ตัวแฟ้บไปเลยค่ะ" ว่าแล้วก็ออกแรงรัดให้แน่นขึ้นไปอีกจนถูก เอ็ดตะโร และบิดที่แขนไปสองที

"ทะเล้นใหญ่แล้วนะเรา พ่อเราเค้าไม่สอนให้เป็นคนเรียบร้อยรึยังไง รู้อย่างนี้ชั้นไม่ยกให้ไปอยู่ด้วยหรอก เลี้ยงกันยังไง" เมื่อเห็นว่ายายเธอจะต่อว่าพ่อไปยืดยาวกว่านี้เธอก็รีบซบเอาใจคนแก่ที่กอดอยู่ทันที

"โถว คุณยายขา น้ำเป็นเด็กดีนะคะ เป็นแม่ศรีเรือนด้วย เดี๋ยวน้ำโชว์ร้อยมาลัยให้คุณยายไหว้พระคืนนี้ก็ยังได้เลยค่ะ น้ำไม่ลืมหรอกค่ะทุกอย่างที่คุณยายสอน" 

"ย่ะ เตรียมไว้ถวายพระพรุ่งนี้เช้าด้วยล่ะ ชั้นล่ะเบื่อจริงเลยเชียว แตะไม่ได้เลยพ่อหล่อนน่ะ ปล่อยได้ละจะไปดูในครัวหน่อยซิ" เมื่อยายลุกออกไปแล้วเธอก็จัดการให้เด็กในบ้านเตรียมดอกไม้เพื่อร้อยมาลัยตามที่รับปากยายเอาไว้ ระหว่างรอเธอก็โทรบอกเพื่อนสาวเพื่อไม่ให้เป็นห่วงเธอมากไปกว่านี้

"เอมมี่ น้ำอยู่บ้านสวนนะ ขอพักผ่อนที่นี่สักสองวัน เดี๋ยวกลับไปลุยแฟชั่นวีคกัน" 

"สบายใจก็กลับมาล่ะ งานรออยู่เยอะแยะมากมาย"

"ค่าาาา คุณเพื่อน บายจ่ะ" เมื่อวางสายจากเพื่อนเสร็จดอกไม้ที่ให้คนไปเตรียมก็พร้อมให้เธอลงมือทำทันที 


"คุณยายขา น้ำจะไปฝรั่งเศสเดือนนึงนะคะ" คนหน้าหวานที่ยังนอนหนุนตักนุ่ม ๆ ของยายบอกไปด้วยเสียงออดอ้อน 

"มันหนักขนาดต้องไปเป็นเดือนเลยหรอลูก ยายคิดถึง" ว่าไปก็เอามือลูบหัวเด็กสาวไปพลาง เธอเลี้ยงของเธอมาทำไมจะไม่รู้เมื่อหลานมีเรื่องทุกข์ใจ

"ไม่หนักเท่าไหร่ค่ะ คุณยาย แต่แค่อยากไปเจออะไรที่ท้าทายกว่านี้ น้ำจะได้ไม่คิดมาก" 

"เข้มแข็งไว้นะลูก ประตูรั้วบ้านยายเปิดรับหนูตลอดเวลา" เพียงแค่คำพูดที่เป็นห่วงเป็นใยกันแบบนี้เธอก็น้ำตาซึมไม่พูดอะไรอีกต่อไป ได้แต่หลับตานิ่งๆ ให้อะไรๆ มันผ่านไปและเป็นไปตามเรื่องราวของมันนับจากนี้ไป 

รุ่งเช้าขึ้นมานีราตื่นมาใส่บาตรพร้อมยายแต่เช้า คนที่อ่อนแอเมื่อวันวานทีาผ่านได้หายไปแล้ว เหลือแต่เด็กสาวที่สดใสร่าเริงที่ไม่ว่าจะผ่านเรื่องทุกข์ร้อนมาขนาดไหน เธอคนนี้ก็จะกลับมาเข้มแข็งและสดใสร่าเริงดังเดิม

“ใส่บาตรเสร็จแล้วไปตลาดกับยายมั้ยลูก”

“ไปค่ะ น้ำไม่ได้มาตั้งนานแล้วไม่รู้ป่านนี้จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง”

“พี่ชายเราก็ยังยุ่งมากเหมือนเดิมสินะ ไม่ค่อยมาเยี่ยมยายบ้างเลย” พูดไปก็ถอนหายใจไป บ่นไปตามประสา แต่คนเป็นหลานสาวมีหรือจะไม่รู้ว่ายายของเธอนั่นเหงาขนาดไหน คิดถึงเธอกับพี่ชายขนาดไหน

“คุณยายขา พี่ดินเค้าก็คิดถึงคุณยายนะคะ นั้งแต่คุณพ่อเริ่มวางมือ พี่ดินก็ทำทุกอย่างแทนหมดเลยนะคะ”

คนแก่ได้แต่ค่อนปะหลักปะเหลือกกับความช่างเจรจาของหลานสาว

“อย่าว่าแต่คุณยายไม่เจอเลยค่ะ น้ำอยู่บ้านเดียวกันยังไม่เจอเลย ใช้ไม่ได้ๆ”

“เรามันก็เกินไป ไปว่าพี่เค้า ไม่ยอมกลับบ้านเองรึเปล่า”

“เอ้าคุณยายไหงน้ำโดนเองล่ะคะ”

“หลานชั้นใครก็ว่าไม่ได้ ชั้นว่าได้คนเดียวแหละย่ะ แม่ตัวป่วน”

“ค่าาา... รู้แล้วค่าาาา” นีราได้แต่ทำส่ายหน้าไปมากับยายขอบเธอ

“หิวแล้วค่ะ เราไปกินข้าวแล้วก็รับไปตลาดกันค่ะ”

คนเป็นยายได้แต่มองหลานสาวที่กลับมายิ้มได้อีกครั้งด้วยความสบายใจ ไม่ว่าจะครั้งไหนก็คงจะไม่มีใครอยากให้คนที่ตัวเองรักเป็นทุกข์ นาน นีราเองก็เหมือนกัน ที่ไม่อยากให้ใครเป็นห่วงหรือไม่สบายใจกับความทุกข์ของตัวเอง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น