ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 4 กลับคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 กลับคืน

คำค้น : ปีศาจ,อิโรติก,แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2560 13:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 กลับคืน
แบบอักษร

ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะให้เธอออกจากที่นั่นจริงๆ และยิ่งไปกว่านั้น เขายังเป็นคนที่มาส่งเธอด้วยตัวเองด้วยสิ่งที่เขาเรียกว่าพาหนะ แต่เธอเรียกมันว่าขบวนรถปีศาจนกยักษ์ 

เพราะกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่รูปลักษณ์เหมือนบ้านหลังเล็กลวดลายสลักงกงามสีดำมืด ถูกทำให้เคลื่อนไหวโดยตัวประหลาดคล้ายเหยี่ยวแต่ทว่ามีรูปร่างขนาดใหญ่ตัวสูงน่าจะสิบห้าฟุตได้...แต่เจ้าสิ่งนี้เดินทางได้แค่บนท้องฟ้าและเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น 

หากไม่มีแสงเทียนที่สว่างจ้าพอๆ กับหลอดไฟที่ลอยอยู่ตรงกลางอันนี้ เธอคงรู้สึกไม่ต่างจากคนตาบอด 

คนมาส่งในชุดคลุมยาวสีดำสนิทเช่นเดียวกับสีผมนั่งเงียบตลอดทางจนเธออึดอัด 

แม้เขาจะนั่งข้างๆ เธอ ทั้งๆ ที่ในนี้มีพื้นที่กว้างขวาง แต่ทว่าเธอกลับรู้สึกเหมือนอยู่ตามลำพัง  ใบหน้าที่นิ่งสงบเหมือนผืนน้ำมหาสมุทรทำให้เธอว้าวุ่น เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร 

จนขบวนรถลงจอดหน้าหอพักโทรมๆ ของเธอ ไม่รู้ว่ามาถูกได้ยังไง เพราะเธอไม่ได้บอกอะไรเลย พออนุญาตให้กลับ เขาเพียงฉวยโอกาสอุ้มเธอขึ้นเจ้าสิ่งนี้มา แล้วเขาก็เงียบสุดทาง...ช่างเป็นคน ไม่สิ ช่างเป็นปีศาจที่เข้าใจยากจริง 

"ขอบคุณนะคะที่มาส่ง ถ้ามีโอกาสฉันจะต้องตอบแทนคุณแน่ ถึงคุณจะบอกว่าไม่จำเป็นก็เถอะ แต่สำหรับฉัน มันจำเป็นมาก" 

มุจลินท์หยุดไปซักพัก ไม่รู้ทำไม แต่ในใจเธอกลับหวังอยากให้เขาพูดอะไรบ้าง ไม่ใช่เอาแต่เงียบแบบนี้ หากโกรธก็ควรบอกซักคำ แต่นี่ จะอ้าปากซักนิดก็ไม่มี 

"เอ่อ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้งที่มาส่งค่ะ" 

ทว่าพอเธอหมุนตัวจะเดินเข้าหอ ร่างของเธอก็ถูกรวบไปกอดโดยคนที่เงียบมาตลอดทาง  

"เจ้าจะไปจากข้าจริงหรือ เจ้าไม่โหยหาข้า ต้องการข้า อยากสัมผัสข้าจริงๆ หรือ...เหตุใดถึงมีแต่ข้าที่ร่ำร้องหาแต่เจ้า" 

เนิ่นนาน กว่าเขาจะยอมปล่อยเธอ

หญิงสาวเดินขึ้นบันไดด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ กี่ครั้งแล้วที่เขาทำแบบนี่ การกระทำที่อ่อนโยนของเขาทำให้ใจเธอไหวหวั่น ภายนอกที่เหมือนจะแข็งกระด้างน่าหวาดกลัวนั้น อยากจะรู้จริงๆ ว่า แท้ที่จริงแล้ว ข้างในจิตใจของเขาเก็บซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง 

ทั้งๆ ที่อ่อนโยนขนาดนี้ แต่ทำไมพอเขาปรากฏตัว ทุกคนกลับก้มหน้าไม่กล้าสบตาหรือทักทาย ท่าทางของพวกนั้นมีแต่ความหวาดกลัว... 

แล้วทำไมพอคิดถึงเรื่องนี้จิตใจเธอถึงรู้สึกหดหู่ขนาดนี้ล่ะ  

เมื่อถึงห้อง หญิงสาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย เธอไม่เคยรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน 

เวลาแค่สามวัน เธอเจออะไรมาบ้างนะ 

ทำงานพิเศษอยู่ดีๆ ก็ถูกไล่ฆ่า พอรู้ตัวว่าต้องตายกลับไม่ตาย พอตื่นมาก็ได้เจอปีศาจที่พรากความสาวเธอไปด้วยข้ออ้างที่ว่าเธอคือคู่ชะตา... 

ต่อไป ชีวิตของเธอยังต้องเจออะไรอีกเนี่ย 

"โอย มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!" 

ร่างบางกลิ้งบนเตี้ยงซ้ายขวาไปมาพลางร้องโอดโอยอย่างระบาย ก่อนจู่ๆ ก็ลุกพรวดขึ้นนั่งขัดสมาธิแล้วบ่นพึมพำ 

"แม่ต้องช่วยได้แน่...แต่...ถ้าแม่รู้ต้องเป็นห่วงเราแน่ๆ...ฮือ แล้วฉันจะไปปรึกษาใครกันล่า" 

เธอเหมือนคนหลงทางจริงๆ ในตอนนี้ เรื่องแบบนี้เธอไม่สามารถที่จะบอกกับใครได้เลย คงมีแต่มารดาเท่านั้นที่จะเชื่อ แต่ถ้าบอกก็ไม่วายเป็นห่วงจนคิดมาก...ท้ายที่สุดเธออยากให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแค่ความฝัน พอตื่นมาทุกอย่างก็แค่ความฝันประหลาด แต่น่าเศร้า เธอรู้อยู่เต็มอกว่ามันเป็นความจริง! 

สุดท้ายเพราะความเหนื่อยล้าทางกายและความหนักอึ้งในใจทำให้มุจลินท์หลับไปได้อย่างง่ายดาย

หลับตาึงแค่แป๊บเดียวเองวันจันทร์ซะแล้ว...

เป็นเช้าวันจันทร์ที่มุจลินท์ไม่มีความรู้สึกอยากจะทำอะไร แต่หญิงสาวก็แต่งกายมาเรียนตามปกติ 

เธอยังรู้สึกเหมือนกับทุกอย่างเป็นความฝันที่แสนจะหนักอึ้งอยู่เลย แม้แต่ตอนนั่งเรียนเธอก็ยังคงเอาแต่คิดเรื่องพวกนั้นอยู่ได้ 

ซีเมล...คิดถึงชื่อนี้และดวงตาคู่นั้นเมื่อไหร่ ใบหน้าของเธอก็เป็นต้องร้อนขึ้นมาทุกที คำพูดแปลกๆ ของเขาทำให้เธอสงบใจไม่ได้เลย 

"ลิน พวกเราจะไปห้องสมุดหาหนังสือทำรายงานน่ะ ไปด้วยกันมั้ย" 

เลิกเรียนวิชานี้แล้วช่วงบ่ายไม่มีเรียนต่อ เพื่อนในห้องจึงได้ชวนเธอไปห้องสมุดเหมือนทุกครั้ง เพราะทุกที เธอไม่เคยปฏิเสธหากใครชวนไปห้องสมุด แต่ว่าวันนี้เธอไม่มีกะจิตกระใจเลยจริงๆ 

"ไปเถอะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่น่ะ ขอกลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า ขอโทษนะ" 

"เฮ้ยไม่ต้องขอโทษหรอก ลินไม่ได้อะไรผิดซักหน่อย แล้วไม่สบายหรอ พวกเราก็ต้องไปห้องสมุดด้วยสิ...เอางี้มะ ให้เติร์กไปส่งดีกว่า หอมันผ่านหอลินพอดี มันคงเต็มใจด้วยแหละ" 

เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่านันทกรหรือเติร์ก เพื่อนในห้องแอบชอบมุจลินท์มาตั้งแต่ปีหนึ่ง แต่เจ้าตัวตัวก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวยังคิดว่าชายหนุ่มคิดกับตัวแค่เพื่อน จะเรียกว่าซื่อหรือบื้อดี ข้อนี้เพื่อนๆ ในห้องก็สุดคำพูดจะกล่าว 

"ไม่เป็นไรหรอก รถรับส่งของมหาลัยก็มี จากหน้ามอเข้าซอยไปนิดเดียวก็ถึงหอแล้ว อย่าไปรบกวนเติร์กเลย" 

"ได้ไงล่ะ เฮ้ยเติร์ก!" ทว่าเพื่อนไม่ฟังเธอเลย แม้จะบอกว่าไม่เป็นไร อีกฝ่ายก็ยังคงทำในสิ่งเธอปฏิเสธ 

"อ้า ว่า?" 

นันทกรขานรับก่อนเดินเข้ามายังกลุ่มสาวๆ ทันที ใบหน้าหล่อคมมีรอยยิ้มอยู่เสมอยิ่งยิ้มกว้างเมื่อมองไปยังสาวที่ชอบ "ไปส่งยัยลินที่หอทีสิ กลุ่มนายทำรายงานเสร็จแล้วนี่ ลินเหมือนจะไม่สบายอะ" 

"เอ่อ ไม่..." เธอกำลังจะปฏิเสธแต่ทว่าอีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้นมาทันควัน 

"ได้สิ นี่ก็กำลังจะกลับหอพอดี" 

อ่า สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเธอต้องมานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้นันทกรอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

"ไม่สบายหรอ เป็นอะไรรึเปล่า" 

นันทกรถามขึ้นทำลายความเงียบ ทำให้คนที่นั่งเหม่อคิดอะไรเรื่อยเปื่อยได้สติ 

"อ้อ ก็ไม่ถึงกับไม่สบายหรอก แค่รู้สึกไม่ค่อบดีน่ะ อาจเพราะรู้สึกเหนื่อยล่ะมั้ง" 

เธอเหนื่อยจนิงๆ เหนื่อยที่หยุดความคิดของตัวเองไม่ได้เลย ไม่ว่าจะตอนไหน เวลาไหน หรือทำอะไร เธอก็เอาแต่คิดเรื่องเดิมๆ ซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่พยายามจะลืมแต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่กลับกลายเป็นว่ายิ่งตอกย้ำมากเท่านั้น 

"มีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ถ้าอึดอัดก็เล่าให้เราฟังได้นะ ถ้าเราช่วยได้เราช่วยลินอยู่แล้ว" 

หญิงสาวยิ้มให้ก่อนขอบคุณอีกฝ่ายจากใจจริง 

"ขอบคุณนะเติร์ก เติร์กนี่มีน้ำใจจังนะ หน้าตาดีแถมยังนิสัยดีอีก แบบนี้สาวๆ คงรุมชอบเป็นเบือ" 

"แล้วลินล่ะ"  

เขาพูดออกมาเบาๆ จนเธอที่มองทางได้ยินไม่ถนัดจนต้อถามซ้ำ 

"หา เมื่อกี๊เติร์กว่าไงนะ" 

"เปล่า ไม่มีอะไรหรอก ช่างมันเถอะ"  

แม้เขาจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่รอยยิ้มนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกผิดอยู่ดี นึกว่าตัวเองคงทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิด 

"เราขอโทษนะ พอดีหูเราคงเริ่มไม่ดีแล้วล่ะ" 

พูดพลางหัวเราะแห้งๆ ซึ่งอีกฝ่ายก็ปฏิเสธพัลวัล ใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็ถึงหอพักของเธอแล้ว หญิงสาวไม่ลืมขอบคุณ ก่อนรีบขึ้นห้องพักเพราะรู้สึกเพลียจนอยากจะหลับไปเลยตอนนี้ 

"เฮ้อ สลัดไม่หลุดเลย" 

แม้จะบอกว่าเพลียจนอยากหลับก็เถอะ แต่เอาเข้าจริงๆ เธอกลับข่มตาให้หลับไม่ได้เลย ทำไมถึงเอาแต่คิดถึงเขาอยู่ได้ ทั้งๆ ที่เลิกแล้วต่อกันแล้วแท้ๆ และต่อไปนี้ก็คงไม่เจอกันอีก 

"โทร.หาแม่ดีกว่า"

เพราะคิดว่าหลายวันแล้วที่ไม่ได้โทร.หามารดา มุจลินท์จึงได้หาโทรศัพท์สัมผัสรุ่นตกรุ่นที่ใช้ตั้งแต่มัธยมเพื่อโทร.หามารดา แต่ทว่าไม่ว่าจะหายังไงเธอก็หากระเป๋าสะพายใบเล็กนั้นไม่เจอเลย 

"หรือว่า...!" 

บ้าจริง วันนั้นเธอพกไปด้วยนี่ เธอคงทำหายไว้ที่ไหนซักทีตอนหนีชายชุดดำ ในกระเป๋าใบนั้นมีโทรศัพท์และเงินอีกร้อยกว่าบาท แต่เธอก็เสียดายมาก เงินทุกบาททุกสตางค์มีค่า และโทรศัพท์เครื่องนั้นมารดาก็ซื้อให้  

เพราะช่วงนี่มีแต่เรื่องให้คิดทำให้ไม่ได้ใส่ใจโทรศัพท์ ปกติเธอก็ไม่ค่อยได้พกอยู่แล้ว นึกเสียใจอยู่ว่าวันนั้นไม่น่าพกไปด้วยเลย 

"โอ๊ย อะไรจะซวยซ้ำซวยซ้อนขนาดนี้" 

มุจลินท์อยากเอาหัวโขกกำแพงให้สาสมกับความโง่ของตัวเอง แล้วแบบนี้จะติดต่อมารดายังไงล่ะ


คฤหาสน์หลังใหญ่แถบชานเมือง ร่างสูงในชุดคลุมยาวสีทมึนเช่นเคยนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้พิงตัวใหญ่รูปน่าเกรงขาม ดวงตาดำขลับคมกริบจ้องกระเป๋าสะพายสีน้ำเงินใบเล็กนิ่ง ก่อนจะเอ่ยกับอสูรรับใช้

"เรื่องที่ให้ไปจัดการเรียบร้อยรึยัง" 

อมนุษย์ครึ่งคนครึ่งปีศาจโค้งตัวคำนับผู้เป็นนายแล้วกล่าวรายงาน 

"เรียบร้อยครับ อีกสามวันทุกอย่างก็จะพร้อม..."

"มันนานเกินไป!" 

คนเป็นนายเสียงกร้าวแผ่รังสีที่ทำให้ผู้ที่อยู่บริเรณใกล้ๆ ตัวสั่น ไม่เว้นแม้แต่อสูรรับใช้ที่เรียกได้ว่าแข็งแกร่งไม่น้อยในหมู่ปีศาจ ยังอทบจะทนความกดดันนี้ไม่ไหว 

"แต่..." 

"พรุ่งนี้ ทุกอย่างต้องพร้อมในวันพรุ่งนี้!" 

"ขอรับ" 

อมนุษย์เสือดำโค้งคำนับผู้เป็นนายอย่างหวั่นเกรง เมื่อก่อนว่าน่ากลัวแล้ว ช่วงนี้ผู้เป็นนายยังยิ่งแผ่ไอเย็นกดดันจนคฤหาสน์ขลุกมัวด้วยไอปีศาจมหาศาล ที่เป็นเช่นนี้ อาจเพราะนายหญิงที่เป็นมนุษย์คนนั้นก็เป็นได้ พอนายหญิงจากไป นายท่านก็ทวีความน่ากลัวขึ้นหลายขุม จนตอนนี้ไม่มีใครกล้าเฉียดใกล้ในบริเวณสองร้อยเมตร 

ไม่ใช่แค่เหล่าปีศาจเท่านั้นที่รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซีเมลเองก็รู้สึกได้ว่าร่างกายและจิตใจปั่นป่วนอย่างรุนแรง ความทรมานเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับราชาปีศาจอย่างเขามาก่อน ในความคิดคนึงหามีเพียงร่างหอมกรุ่นและผิวกายนุ่มนิ่ม 

แต่ให้ตายเถอะ เขาต้องการเธอมากขนาดนี้และไม่มีอารมณ์ร่วมกับปีศาจสาวหรือมนุษย์สาวหน้าไหนเลย 

อีกตั้งสามวันมันยาวนานเกินไป ร่างกายเขาทรมานจนแทบมอดไหม้ อยากกอดร่างบางจนแทบบ้า แต่หากโผล่ไปตอนนี้ คงไม่วายเขาจะเป็นผู้แพ้...แม้เขาจะแพ้ตั้งแต่แรกแล้วก็ตามที 

"ข้าจะต้องทำให้เจ้ามาอยู่ในอ้อมกอดของข้า ไม่ว่าจะต้องทำยังไงก็ตาม"


เช่นเดิมจ้า ไม่ขออะไรมาก แค่ขออย่าเลยผ่าย ช่วยเม้นและกดถูกใจเป็นกำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ 😘😘😘

ความคิดเห็น