อ๊อบซอ
facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณหลีดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ขอบคุณทุกยอดวิว ทุกติดตาม ทุกคอมเม้น ทุกไลค์ และยอดสนันสนุน มันคือกำลังใจที่ทำให้ไรท์เขียนนิยายให้ทุกคนได้อ่านกัน ไรท์ยังเป็นมือใหม่อยู่ ติชมกันได้ ไรท์จะนำไปแก้ไขให้ดีขึ้น ฝากนิยายของ "อ๊อบซอ" ด้วยนะคะ //โค้งคำนับ

​Bad brother :: ตอนที่ 8

ชื่อตอน : ​Bad brother :: ตอนที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 52k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 03:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
​Bad brother :: ตอนที่ 8
แบบอักษร

Bad brother แอบรักร้าย ผู้ชายต้องห้าม 

ตอนที่ 8 

 

รุ่งเช้า แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาผ่านผ้าม่านที่ปลิวไหวเบาๆ เมฆลืมตาตื่นขึ้นก่อนกะพริบตาเบาๆ สองสามครั้งเพื่อปรับแสง เมื่อคืนเมฆนอนห้องของอิงฟ้ากว่าจะเสร็จภารกิจบนเตียงทำเอาเหนื่อยเพลียเกือบถึงเช้า อิงฟ้าหลับไปก่อนเขาตอนเข้ารอบที่สี่เมฆหันไปมองอิงฟ้าที่ตอนนี้นอนหลับอยู่บนเตียงเดียวกับเขา ตามตัวมีรอยแดงจ้ำเป็นจุดๆ จากฝีมือเขา เมฆเองก็ใช้ย่อยตามแผ่นหลังและหน้าอกมีรอยข่วนเป็นทางยาว บางที่ถึงขนาดมีเลือดซึมจากรอยเล็บที่จิกข่วน เมื่อคืนเขาและอิงฟ้าร้อนแรงมากเลยทีเดียว เมฆไม่รู้ว่าอิงฟ้าตื่นขึ้นมาแล้วจะจำได้ไหม แต่เขาก็ไม่แคร์หรอก เมฆลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่รอบเตียงอย่างลวกๆ เมื่อใส่เสร็จจึงเดินออกจากห้อง แต่ก่อนเปิดประตูเมฆหันไปมองอิงฟ้าที่ยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงอีกครั้ง คงเพราะเพลียมากถึงยังไม่ตื่นทั้งที่สายป่านนี้แล้ว ก่อนตัดสินใจเปิดประตูห้องออกไป 

“อ่ะ ซี๊ดดดส์ เจ็บจัง” ทันทีที่ตื่นอิงฟ้าก็ร้องออกมาเบาๆ เพราะเผลอขยับตัวเร็วเกินไปทำให้เจ็บช่องทางรัก อิงฟ้ามองเตียงอีกฝั่งก็ไม่เห็นใคร 

//เขาคงออกไปนานแล้วสินะ// อิงฟ้าคิดในใจ ถึงแม้จะเมาแต่อิงฟ้าก็รู้ตัวว่าคนที่ทำอะไรตนเมื่อคืนคือเมฆ 

“ว่าแต่เมื่อคืนเราเป็นอะไร เมาอย่างเดียวงั้นเหรอ ไม่น่าจะใช่นะ” อิงฟ้าพึมพำคนเดียว เขาไม่เข้าใจเลย ทำไมเมื่อคืนมันช่างดูเลือนรางเหมือนคนไร้สติ อิงฟ้าจำได้เพียงแค่เขามีความต้องการสูงมากจนแทบทนไม่ไหว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

//ไอเหี้ยนั้นมันใช้ยากับเราเหรอ! ไอเลวเอ้ย!!! // อิงฟ้านึกถึงคำพูดของกายขึ้นได้พอดี 

“ยาเหรอ หมายถึงยาปลุกเซ็กส์อ่ะนะ ถึงว่าเมื่อคืนเราถึงได้….” เมื่อนึกถึงตรงนี้อิงฟ้าจึงรู้สึกร้อนที่แก้มขึ้นมาทันที ภาพเมื่อคืนระหว่างเขากับเมฆไหลเข้าหัวเป็นฉากๆ และมันช่างร้อนแรงมากจริงๆ นี้เขาโดนยาปลุกจนเป็นได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ อายตัวเองชะมัด 

อิงฟ้าพยายามพยุงตัวเองเดินเข้าห้องน้ำ เวลาเดินยังขัดๆ เสียดๆ ตรงช่องทางแต่ไม่ได้เจ็บมากเหมือนกับครั้งแรกแล้ว อิงฟ้าชำระคราบน้ำรักออกจากช่องทางรักจนหมดและอาบน้ำแต่งตัว เมื่อเรียบร้อยจึงเดินลงไปข้างล่าง เขาคงต้องหาข้ออ้างตอบพ่อและแม่อีกแล้วสินะ เห้อออ 

 

เช้านี้เมฆตื่นไปทำงานที่บริษัทครั้งแรกในฐานะผู้บริหาร เมื่อแต่งตัวเสร็จเมฆจึงลงไปรับประทานอาหารเช้าตามปกติ 

“เมฆมานั่งสิลูก หล่อเชียวนะวันนี้” คุณหญิงสุดาบอกลูกชายให้นั่งลงทานอาหาร เอ่ยปากชมเรื่องเสื้อผ้าที่เมื่อแต่งชุดทำงานแล้วดูภูมิฐานขึ้นกว่าปกติ เมฆนั่งลงข้างอิงฟ้าที่ก้มหน้าทานอาหารไม่ได้สนใจใครนัก เมฆจึงทานอาหารเช้าของตัวเองเงียบๆ ตามปกติ 

“วันนี้เข้าบริษัทใช่ไหมเมฆ” วิรุธถามขึ้น 

“ครับพ่อ” เมฆตอบ 

“อืม ขยันตั้งใจทำงานล่ะ สิ่งที่พ่อสอนๆ ไปก็คงเข้าใจบ้างแล้ว บริษัทตกทอดมาเป็นรุ่นๆ อย่าให้มาเจ๊งที่แกซ่ะล่ะ” วิรุธเอ่ยเชิงหยอกล้อลูกชาย เขาเชื่อในฝีมือลูกชายคนโตอยู่แล้ว 

“ผมไม่ทำให้ผิดหวังหรอกครับ ผมอิ่มแล้วขอตัวก่อนนะครับ” เมฆทานอิ่มแล้วจึงขอตัวไปบริษัทก่อน 

“จ้ะ โชคดีนะลูก” สุดาและวิรุธยิ้มให้ลูกชาย ก่อนอวยพรเล็กน้อย เมฆเหลือบมองอิงฟ้าเมื่อลุกขึ้นยืน อิงฟ้ายังคงก้มหน้าก้มตาทานไม่สนใจใครอยู่ดีหรืออาจเพราะกลัวเขากันแน่ 

//หึ กลัวไรนักหนา// เมฆคิดในใจ 

เมื่อเมฆมาถึงบริษัทพนักงานทุกคนต่างยืนรอต้อนรับผู้บริหารคนใหม่อย่างพร้อมหน้า พวกเขารู้จักเมฆและรู้อยู่แล้วว่าเมฆจะมาบริหารบริษัทนี้แทนวิรุธ เมฆขึ้นมาถึงชั้นที่ห้องทำงาน เขาทำงานอย่างตั้งหน้าตั้งตา อ่านและเซ็นเอกสารสำคัญๆ ต่างๆ ไม่หยุดพัก จนใกล้เที่ยงเสียงเคาะประตูจึงดังขึ้น 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

“เข้ามา” เมฆเงยหน้าขึ้นมองบอกเป็นเชิงอนุญาต 

“ขออนุญาตค่ะคุณเมฆ มีคนขอเข้าพบคุณค่ะ” เป็นเลขาสาวนามว่า ‘ทราย’ ที่เคยเป็นเลขาของวิรุธมาก่อน เมื่อวิรุธโอนตำแหน่งมาให้เมฆบริหารบริษัทแทนเธอจึงกลายเป็นเลขาของเมฆต่อ เข้ามาบอกจุดประสงค์ 

“ใครครับ” เมฆทำหน้าสงสัย เพราะเขาไม่ได้นัดใครไว้ 

“ไม่ทราบค่ะ เขาบอกแค่ว่าเป็นคนที่คุณเมฆรู้จักดี”  

“ไปบอกให้เขาเข้ามา” หลังจากที่เมฆอนุญาตเลขาจึงออกไป สักพักประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง 

แกร๊ก 

“ฮาย ดาลิ้ง ซาร่าเองค่ะ” สิ้นเสียงประตูที่เปิดออก ก็มีหญิงสาวร่างเพรียว หน้าตาออกลูกครึ่ง ใส่ชุดแซกรัดรูปสีดำ เดินเข้ามาโบกมือทักทายพร้อมรอยยิ้ม ปากเรียวได้รูปที่เคลือบด้วยลิปสติกราคาแพงสีแดงสดโน้มลงจูบลงบนแก้มสากของเมฆเบาๆ แล้วผละออก 

“ซาร่า คุณมาได้ไง แล้วรู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่” เมฆถามอยากแปลกใจที่หญิงสาวที่เขาเคยควงตอนอยู่เมืองนอกมาหาเขาถึงที่ทำงาน 

“แหม ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะคะ คนสำคัญทั้งคน” หญิงสาวพูดอย่างมีจริตจะก้าน ยืนกอดอกอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเมฆ 

“แล้วคุณมาทำอะไรครับ หรือแค่มาหาผม” เมฆถาม มองสำรวจหญิงสาวที่ไม่ได้เจอตั้งนาน ก็ตั้งแต่เขาเรียนจบและกลับมาไทย ก็ไม่มีโอกาสได้เจอหล่อนอีกเลย 

“ใจคอเราจะคุยกันแบบนี้เหรอคะ นี้ก็เที่ยงแล้ว ซาร่าหิวมากเลยอ่ะ เราไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันดีไหมคะ ฉันมีอะไรจะพูดกับคุณเยอะแยะเลย” หญิงสาวชวนเมฆไปทานข้าวด้วย หล่อนก้มลงเอาข้อศอกค้ำกับโต๊ะทำงานของเมฆเท้าคางมองจนหน้าอกคัพ D แทบจะล้นทะลักออกมาจากบรา ยื่นหน้าเข้าไปใกล้เมฆราวกับเชิญชวนไปทำอย่างอื่นที่มากกว่าทานข้าว 

“ก็ดีนะ ผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน” เมฆละสายตาจากสิ่งยั่วยวนตรงหน้า ยกข้อมือดูนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงตรงพอดี ทั้งสองจึงนั่งรถส่วนตัวของเมฆไปยังภัตตาคารอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งระหว่างทานก็พูดคุยเล่าเรื่องต่างๆ ตอนที่เจอกันใหม่ๆ เมฆเจอกับซาร่าขณะไปเที่ยวสังสรรค์ตามปกติ และบังเอิญเจอซาร่าที่ผับแห่งหนึ่งหญิงสาวเป็นลูกครึ่งอังกฤษไทย โดยที่แม่ของหล่อนเป็นคนไทย ครอบครัวของหล่อนฐานะค่อนข้างดี ประกอบอาชีพอสังหาริมทรัพย์หลายอย่าง และขยายสาขาไปถึงต่างประเทศ ซาร่าเองเรียนที่อังกฤษเช่นกันจึงมีโอกาสได้เจอเมฆ ทั้งสองยอมรับว่าตอนแรกเพียงแค่สนุกๆ กันเท่านั้น หล่อนติดใจในลีลารักบนเตียงของเมฆ เมฆเองก็ชอบรูปร่างหน้าตาและนิสัยที่ไม่เจ้ากี้เจ้าการของซาร่าเช่นกัน บางครั้งเมื่อเจอกันทั้งคู่จึงมักไปต่อด้วยกันบ่อยๆ ที่ผ่านมาซาร่ารู้จักที่ยืนของตนเองเธอไม่เข้าไปยุ่งวุ่นวายกับชีวิตส่วนตัวของเมฆ ไม่ก้าวก่ายหรือถามอะไรจุกจิกเหมือนคนควงคนอื่นๆ ของเมฆ มันทำให้เขาสบายใจ จึงสานสัมพันธ์กันเรื่อยๆ จนยาวนานเป็นปี จนเมฆเรียนจบและกลับมาอยู่ประเทศไทยทั้งคู่จึงห่างกันไป เมฆจึงแปลกใจที่เขาได้เจอซาร่าอีกครั้งที่นี่ 

“ผมยังไม่ได้ถามเลย ว่าคุณมาทำอะไรที่ไทย” เมฆถามหญิงสาวขณะขับรถกลับบริษัท 

“ฉันกลับมาเยี่ยมแม่ค่ะ แล้วก็กะว่าจะพักร้อนที่ไทยด้วย แต่บังเอิญเห็นข่าวผู้บริหารคนใหม่หน้าคุ้นๆ เลยลองมาหาดูว่าใช่คุณรึเปล่า แล้วก็ใช่จริงๆ ด้วย คุณนี้ดังเหมือนกันนะคะ” ซาร่าตอบยิ้มๆ  

“ไม่หรอก ผมยังไม่รู้เลย ว่าผมออกข่าว” เมฆตอบความจริง เขาไม่ได้สนใจข่าวสารแบบนั้นสักเท่าไร ถึงแม้เขาจะทำงานเกี่ยวกับในวงการก็เถอะ 

“งั้นเหรอคะ” ซาร่าตอบรับ และก้มมองโทรศัพท์ตนที่สั่นแจ้งเตือนเบาๆ  

“ฉันคงต้องขอตัวก่อนนะคะ วันหลังจะแวะมาหาใหม่” หล่อนพูดขึ้นเมื่อรถเลี้ยวมาถึงบริษัท 

“ไม่รอกลับพร้อมผมเหรอ ผมไปส่งคุณก็ได้” เมฆหันมาถามหล่อนเมื่อรถจอดสนิทที่หน้าบริษัทตัวเอง 

“ไว้วันหลังดีกว่านะคะ วันนี้ซาร่าว่าจะแวะไปหาเพื่อนสักหน่อยน่ะ” หญิงสาวอธิบาย หล่อนเองก็เสียดายที่ไม่ได้ไปต่อกับเมฆ 

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ” เมฆเข้าใจดีไม่ได้ยื้ออะไร 

“งั้นซาร่าลงตรงนี้เลยนะคะ เพื่อนซาร่าจะมารับหน้าบริษัทคุณพอดี จุ๊บ บายคะ” หญิงสาวบอกเมฆ ก่อนโน้มหน้ามาจูบที่ปากเมฆเบาๆ ก่อนลงจากรถไป 

เมฆจึงขึ้นลิฟท์ไปยังห้องทำงาน เขาทำงานต่อเรื่อยๆ ไม่ได้เร่งรีบอะไรเพราะเคลียร์เอกสารใกล้หมดแล้ว จนเวลาห้าโมงเย็นเมฆจึงขึ้นรถขับกลับบ้าน 

 

ทางด้านอิงฟ้า เห็นบรรยากาศตอนเย็นที่แดดไม่แรงมากนัก เลยออกไปเดินเล่นที่สวนหน้าบ้าน และบังเอิญเจอคนสวนที่อยู่แถวนั้นพอดี จึงลองเข้าไปทัก 

“สวัสดีครับ พี่ทำอะไรอยู่เหรอ” อิงฟ้าเอ่ยปากถามก่อน 

“เอ่อ สวัสดีครับ ผมพรวนดินต้นไม้อยู่น่ะครับ” คนสวนตอบกลับมา เขาชะงักไปนิดตอนเห็นอิงฟ้าเดินเข้ามาทัก ก่อนก้มหน้าพรวนดินต่อไม่กล้ามองหน้าอิงฟ้าเท่าไรนัก 

“อ่อ อากาศวันนี้ดีจังนะ พี่ว่าไหม” อิงฟ้าถามต่อ เงยหน้ามองท้องฟ้า ต้นไม้รอบๆ  

“ครับ” คนสวนตอบสั้นๆ  

“พี่ชื่ออะไรเหรอครับ” อิงฟ้าถามชื่อ จะได้รู้จักกันไว้ 

“ผะ ผมชื่อชัดครับ” ชัดตอบไม่เต็มเสียงนัก 

“อ่า ผมชื่ออิงฟ้านะ พี่เรียกผมอิงก็ได้” อิงฟ้าผูกมิตรทันทีที่รู้จักชื่อ เพราะอิงฟ้าเป็นคนไม่ค่อยมีเพื่อน อยู่แต่บ้านก็เหงาเหมือนกัน 

“อ่าครับ คุณอิง” ชัดยังก้มหน้าพรวนดินแปลงต่อไป 

“ว่าแต่ ผมไม่คุ้นหน้าพี่ชัดเลย พี่เพิ่งมาใหม่เหรอ” อิงฟ้าถามเพราะปกติจะจำคนในบ้านได้ดี เพราะคลุกคลี พูดคุยด้วยบ่อยๆ  

“ครับ ผมเป็นหลานป้าอร ป้าอรแกฝากผมเข้าทำงานที่นี่ ผมเพิ่งมาอยู่ที่นี่ได้อาทิตย์เดียวเองครับ”  

“อ่อ หลานป้าอรนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” อิงฟ้าพูดยิ้มๆ ชัดเองเงยขึ้นมามองหน้าอิงฟ้าพอดี จึงนิ่งค้างมองอิงฟ้าอยู่อย่างนั้น จนอิงฟ้าสงสัย 

“พี่มองอะไรเหรอครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ” อิงฟ้าทำท่าปัดๆ หน้าตนเองเพราะคิดว่ามีอะไรติดอยู่ 

“ปะ เปล่าครับ ไม่มีอะไร” ชัดก้มหน้าลงไปพรวนดินต่อ ท่าทีเลิกลัก 

“อ่า ผมว่าผมช่วยพี่ชัดพรวนดินดีกว่านะ มาครับผมช่วย” อิงฟ้าปัดความสงสัย นั่งยองๆ ข้างชัด ทำท่าจะช่วยพรวนดินจริงๆ  

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำเองดีกว่า คุณอิงเอามาเถอะครับ” ชัดพยายามแย่งที่พรวนดินมาจากอิงฟ้าเพราะมันมีอยู่อันเดียว และเขาไม่อยากให้อิงฟ้าต้องเหนื่อยและมันก็เป็นงานของเขาอยู่แล้ว ถ้าคนอื่นมาเห็นมันจะดูไม่ดี 

“ไม่เป็นไร ผมอยากช่วย”  

“อย่าเลยครับ ผมทำเอง”  

กึก 

“โอ๊ย!” ในขณะที่แย่งที่พรวนดินกันอยู่นั้น ดินที่อยู่ในพรวนก็กระเด็นปลิวเข้าตาอิงฟ้าเข้าอย่างจัง จนอิงฟ้าร้องเสียงหลงด้วยความตกใจ อิงฟ้ายืนขึ้นมือขยี้ตาข้างที่เจ็บเหมือนพยายามปัดดินออก 

“คุณอิง! เป็นอะไรรึเปล่าครับ” ชัดเองก็ตกใจกับเสียงร้องของอิงฟ้า ทิ้งที่พรวนดิน พยายามจะช่วยดูให้ 

“แสบๆ นะครับ ช่วยดูให้ผมหน่อย” อิงฟ้าไม่มีกระจก ไม่มีตัวช่วย ไม่รู้จะเอาออกยังไง จึงขอให้ชัดช่วยดูให้โดยไม่ได้คิดอะไร 

“มันไม่ได้เข้าไปลึกมาก เดี๋ยวผมช่วยเป่าให้นะ มือผมก็เปื้อนอ่ะ” ชัดจึงตัดสินใจเป่าดินที่ติดอยู่ขอบตาให้อิงฟ้า 

 

ทางด้านเมฆที่ขี่รถเข้ามาจอดเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ทันได้เข้าบ้าน บังเอิญหันไปเห็นคนสองคนที่ยืนอยู่กลางสวนหน้าบ้านซ่ะก่อน และท่าทีที่ทั้งคู่ยืนอยู่นั้นก็เป็นมุมที่เมฆเห็นเป็นอีกแบบ มันเหมือนกับว่าทั้งคู่กำลังยืนจูบกันอยู่ เมฆไม่รอช้าด้วยความโมโหหรืออะไรก็แล้วแต่ เข้ารีบเดินตรงเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยใบหน้าบึ้งตึง กระชากแขนอิงฟ้าอย่างแรงจนอิงฟ้าเซเข้ามาปะทะกับหน้าอกหนาจนเจ็บ ต้นแขนขึ้นเป็นรอยนิ้วมือทันที 

หมับ!  

“โอ๊ย! คุณเมฆ ปล่อยผมนะ” อิงฟ้าพยายามแกะมือที่เหมือนดังครีมเหล็กออกแต่ก็ไม่สะเทือนเมฆสักนิด 

“มึงทำอะไร ห้ะ!” เมฆตะคอกเสียงดัง ก่อนหันไปมองหน้าชัดจ้องตาเขม็ง 

“ผมเปล่า ผมก็แค่…”  

“เปล่าเหี้ยอะไร! กูเห็นอยู่ว่ามึงสองคนกำลังยืนจูบกันกลางบ้านไม่อายฟ้าอายดิน อ่อ กูลืมไปว่ามึงหน้าด้าน! หน้าด้านตั้งแต่เข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว!” เมฆตะคอกอิงฟ้าเสียงดังไม่สนใจใคร มือหนาบีบต้นแขนแรงขึ้นไปอีก อิงฟ้าน้ำตาคลอเหมือนจะร้องไห้ 

“ปล่อยผม! คุณเมฆหยุดว่าผมสักที อึก ผมไม่ได้ทำอะไรแบบที่คุณกล่าวหาเลย ฮึก” อิงฟ้าร้องไห้เสียใจกับคำพูดถากถางทั้งที่ไม่เป็นความจริง แถมยังมาด่าว่าเขาต่อหน้าคนอื่นอีก 

“เหรอ งั้นมึงเป็นอะไรล่ะ ห้ะ!” เมฆยังไม่หยุดตะคอก จ้องหน้าอิงฟ้าอย่างต้องการคำตอบ 

“เศษดินมันกระเด็นเข้าตาผม ฮึก พี่ชัดเขาก็แค่จะดูให้ ก็เท่านั้นเอง อึก ผมไม่ได้ทำอะไรน่าเกลียด อย่างที่พี่เมฆพูดเลย” อิงฟ้าอธิบาย มือบางก็พยามแกะมือหนาออกจากต้นแขนตนเพราะมันปวดไปหมด เมฆบีบแขนเขาแบบไม่ออมแรงเลย 

“เหอะ สำออยล่ะสิไม่ว่า…หรือว่าเมื่อคืนกูจัดให้เบาไป เลยอยากได้ของคนอื่นไว้แก้คันตอนกูไม่อยู่” เมฆพูดเสียงดังในประโยคแรก ก่อนก้มลงกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคนในตอนท้าย 

“อึก ผมเปล่านะ ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง ฮื้ออ” อิงฟ้ามองเมฆอย่างตัดพ้อ 

“แล้วมึงทำตัวน่าเชื่อนักรึไง” เมฆจ้องอิงฟ้า ชัดได้แต่ยืนมองทั้งคู่ด้วยความมึนงง 

“ไม่เชื่อก็ไม่ต้องเชื่อ! อึก ใช่ ผมจูบกับพี่ชัด อึก ผมจะทำอะไรกับใครมันก็เรื่องของผม ไม่ต้องมายุ่งกับผม ฮึก” อิงฟ้าน้อยใจที่อีกคนไม่รับฟังแถมยังกล่าวหา เขาจึงยอมรับข้อกล่าวหานั้นซ่ะเลย จะได้สมใจเมฆ 

“มึงกล้าลองดีกับกูใช่ไหม! มึงอยากให้คนอื่นรู้ใช่ไหม ว่ามึงกับกู...”  

“หยุดนะ!! อย่าพูด” อิงฟ้ารู้ว่าเมฆจะพูดอะไรจึงรีบพูดตัดบท 

“ทำไม่ ทำไมกูจะพูดไม่ได้ ว่าเราสองคน...”  

เพี๊ยะ!!!  

“คุณมันแย่ที่สุดเลย ผมเกลียดคุณ!!” อิงฟ้าตบหน้าเมฆอย่างจัง ชัดตกใจแต่ไม่กล้าพูดหรือถามอะไรออกไปในสถานการณ์แบบนี้ เมฆยืนนิ่งมึนงงสับสนที่อีกคนกล้าตบตนทั้งที่ปกติกลัวตนจะตาย แต่แทนที่จะโกรธเขากลับเหมือนใจเย็นลง มองอิงฟ้าที่วิ่งร้องไห้เข้าบ้านไปแล้ว เมฆมองหน้าชัดแต่ไม่พูดอะไรก่อนเดินเข้าบ้านไป ชัดได้แต่มองทั้งสองคนอย่างไม่เข้าใจ แต่ถึงเมฆจะไม่พูดอะไรแต่สายตาเมฆที่มองตนเมื่อกี้มันบ่งบอกได้ดีว่าไม่ควรยุ่งกับอิงฟ้าอีก 

แต่เรื่องอะไรล่ะที่เขาจะสน หึ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น