นางซินก้นครัว : แนะนำตัว 25 %

นางซินก้นครัว
  • ชื่อเรื่อง : นางซินก้นครัว
  • ชื่อตอน : แนะนำตัว 25 %
  • คำค้น :
  • คนเข้าชมทั้งหมด : 793
  • ความคิดเห็น : 0
  • ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2556 16:06 น.
getrudtana
getrudtana

แนะนำตัว 25 %

            แม้ว่าความรักของเขาและเธอจะมีอุปสรรค แต่ชายหนุ่มกับหญิงสาวกลับไม่หวาดหวั่นต่อสิ่งที่เป็นขวากหนามและอุปสรรคเหล่านั้นเลย ถึงแม้ว่าภานุวัฒน์จะยังไม่เปิดตัวแฟนสาวกับใคร ๆ แต่ชายร่างสูงได้เอ่ยบอกให้คนตัวบางอดทนเพื่อความรักของเขาและเธอ

            ทุก ๆ วัน ภานุวัฒน์จะโทรศัพท์มาหยอดคำหวานและให้กำลังใจแฟนสาวอยู่เสมอ โลกทั้งใบกลายเป็นสีชมพู ภานุวัฒน์ที่รู้ว่าในทุก ๆ วันสโรชินมักจะออกตลาดเพื่อจับจ่ายซื้ออาหารสด เพื่อนำมาประกอบอาหารให้แม่เลี้ยงกับพี่สาวทั้งสอง คนตัวโตที่เห็นว่าเวลานี้เท่านั้นที่จะทำให้เขาได้เจอกับสโรชิน ชายร่างสูงจึงมาดักรอเธอที่ปากซอยเข้าบ้านเจ้าหล่อน เพื่อที่จะรับสาวเจ้าไปจ่ายตลาด เสร็จแล้วจึงนำมาส่งยังที่เดิม เพราะคนตัวบางเกรงว่าถ้าหากเขามารับและส่งเธอที่หน้าบ้าน แม่เลี้ยงกับพี่สาวคนโตเห็นเข้าจะเกิดเรื่อง

            ภานุวัฒน์ที่ไม่อยากทำตามที่แฟนสาวเอ่ยบอก เพราะอยากยืดเวลาที่จะได้อยู่ใกล้ชิดเจ้าหล่อนให้นานขึ้นไปอีก แต่ว่าหลังจากที่เขาและเธอตกลงปลงใจเป็นแฟนกันแล้ว สโรชินจึงได้เอ่ยบอกเรื่องราวที่เธอถูกสองแม่ลูกกดขี่ข่มเหงตนเองให้คนตัวโตได้รับฟังตามที่เขาขอร้อง ชายหนุ่มที่เกรงว่าแฟนสาวจะเป็นอันตรายเพราะคนใจร้าย เขาจึงยอมทำตามที่เจ้าหล่อนนั้นต้องการ อย่างเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ เพราะว่าอย่างน้อย เขายังได้ยลโฉมเธออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

            ในวันนี้ภานุวัฒน์ได้นัดกับสโรชินออกไปข้างนอก ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะปฏิเสธก็ตาม หากคนเอาแต่ใจกลับไม่แคร์ เขายังคงออดอ้อนเจ้าหล่อน หนำซ้ำยังพูดขู่อีกว่าถ้าหากเธอไม่ยอมออกไปข้างนอกกับเขา เขานี่แหละจะเข้าไปประกาศกับทุกคนในบ้านเทพนราธิปว่าบัดนี้ตนเองกับเจ้าหล่อนมีความสัมพันธ์กันอย่างไร พอเจอคำขู่ที่แสนน่ากลัวเช่นนี้ คนตัวบางจึงตอบตกลง

            ทั้ง ๆ ที่ไม่รู้ว่าวันนี้ภานุวัฒน์จะพาเธอไปไหน แต่เพราะถูกสั่งสอนมาจากบิดากับมารดาไม่ว่าจะไปไหนมาไหนให้แต่งตัวให้ถูกกาลเทศะเอาไว้ก่อน คนตัวบางจึงเลือกสวมใส่เสื้อผ้าสไตล์วินเทจเป็นชุดเดรสที่เธอมีอยู่ในตู้เสื้อผ้าของตัวเอง ซึ่งเป็นชุดที่หญิงสาวไม่ได้หาซื้อมาเพิ่มเติม ด้วยความที่เธอต้องเป็นคนมัธยัสถ์อดออม ไม่ได้แต่งตัวหรูหราฟู่ฟ่าเหมือนแม่เลี้ยงกับพี่สาวคนโต

            เสื้อผ้าที่หญิงสาวนำมาสวมใส่เวลาที่ออกไปข้างนอกบ้านนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของมารดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเธอนั่นเอง มีบ่อยครั้งที่กชพรซื้อหาเสื้อผ้ามาให้น้องสาวต่างสายเลือดคนนี้ คนตัวบางมักจะพูดว่า ไม่น่าลำบากเลย เสื้อผ้าของคุณบงกช มารดาของเธอสมัยที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังคงสภาพดีอยู่ก็เยอะ บางชุด นมชื่นบอกว่ามารดาของเธอตัดออกมา แต่ไม่ได้ใส่ก็มี

อีกเหตุผลหนึ่งที่คนตัวบางเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าของมารดาที่นางเก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าคงจะเป็นเพราะ การที่สวมใส่เสื้อผ้าของมารดา มันทำให้สโรชินรู้สึกอบอุ่นใจ เหมือนกับว่าแม่เธอไม่ได้จากเธอไปไหน นางยังคงคอยมองดูหล่อนอยู่ใกล้ ๆ คอยดูแลคุ้มภัยยามที่ไม่สบายใจ แม้นจะมีใคร ๆ มากล่าวหาว่าคนตัวบางเชยอย่างนั้น เชยอย่างนี้ แม่นางซินก้นครัวกลับไม่ใคร่จะไปโต้ตอบทะเลาะเบาะแว้งให้ระคายหูกันเสียเปล่า ๆ เมื่อทุกก้าวเดิน มีมารดาผู้เป็นที่รักคอยเคียงข้าง

            ชุดที่สโรชินสวมใส่ในวันนี้เป็นเสื้อผ้าสไตล์วินเทจราว ๆ ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2  โดยคุณเจี๊ยบ พิจิตรา บุณยรัตพันธ์ ดีไซน์เนอร์คนดัง ได้ให้นิยามของแฟชั่นยุค 60 ไว้อย่างง่าย ๆ ว่าแฟชั่นยุคนี้จะมีความสนุกสนาน เป็นลายกราฟฟิก และมีสไตล์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เช่น เสื้อสไตล์เซ็กซี่อวดเรียวแขน นอกจากนั้น ยังมีสไตล์รีแลกซ์ เช่น ชุดลายดอกไม้ ภาพพิมพ์ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากแฟชั่นยุค 50

          เจ้าของเรือนร่างบางเดินตรงมายังชายร่างสูงที่ยืนพิงรถคันหรูของตัวเองอยู่ สองมือสอดล้วงเข้าไปในกางเกงสแล็คขายาวสีดำ สายตาคู่คมหลุบตามองพื้น ราวกับว่ากำลังทำของสำคัญหล่นหายและเฝ้ามองหามันอยู่ เพราะมัวแต่คิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อย ทำให้ชายร่างสูงไม่ทันได้ยินเสียงของคนที่ตัวเองเฝ้ารอเดินเข้ามาหา จวบจนกระทั่งหญิงสาวส่งเสียงเป็นสัญญาณว่าเธอมาแล้ว

          “อะแฮ่ม!

          ภานุวัฒน์ที่ได้ยินเสียงกระแอม เขาจึงเงยหน้าขึ้นมอง วินาทีแรกที่ดวงตาคู่คมของชายหนุ่มปะทะเข้ากับร่างบางของหญิงสาวที่เฝ้ารอ เขาถึงกับตกตะลึงไปในนาทีนั้นเอง ดวงตากลมคมเข้มนั้นเบิกกว้างโตเท่าไข่ห่าน ปากก็อ้ากว้าง ดวงตาคู่นั้นไม่ยอมกะพริบ มันจ้องมองหญิงสาวคนรักราวกับว่าไม่เคยเห็นหล่อนมาก่อน ทั้ง ๆ ที่เขาได้เจอเธอในทุก ๆ วัน

          สโรชินที่เห็นคนรักจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ หญิงสาวถึงกับออกอาการอายม้วน ใบหน้าแดงระเรื่อ จู่ ๆ มือไม้ของหล่อนก็รู้สึกว่ามันเกะกะเสียเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าจะนำไปไว้ตรงไหนดี ประเดี๋ยวก็ยกขึ้นลูบผม ประเดี๋ยวเปลี่ยนไปลูบเสื้อผ้าของมารดาที่หล่อนสวมใส่อยู่ อีกเดี๋ยวเปลี่ยนไปประสานกันไว้ทางด้านหลัง ทั้ง ๆ ที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้อยู่กับเขา แต่ไม่รู้ทำไมมันถึงได้รู้สึกประหม่าเช่นนี้ก็ไม่รู้สิ

          ภานุวัฒน์เองก็ตกอยู่ในภวังค์ เขาเดินตรงมาหาหญิงสาวคนรักตาไม่กะพริบ ครั้นพอประชิดตัวเธอ ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบไล้ตั้งแต่ศีรษะของเจ้าหล่อนที่สวมที่คาดผมอันใหญ่สีฟ้า เรื่อยลงมายังผมยาวสลวยที่ถูกปล่อยให้ยาวสยายดังเช่นวันนั้นที่เขาพาเธอไปสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า สโรชินใส่ต่างหูอันเล็ก ๆ แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางสีฟ้าแบบบาง ๆ ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ดูแล้วช่างเหมือนตุ๊กตาเสียนี่กระไร

          เสื้อผ้าวันนี้สโรชินสวมชุดเดรสสีฟ้าอ่อนน้ำทะเล คอกลม ทำจากผ้าวูลลายเรียบ ๆ คาดเข็มขัดเส้นโต เพื่อเสริมสีสัน แขนสั้นตุ๊กตา ตัวเสื้อเป็นเกาะอกมีผ้าลูกไม้เย็บริมขอบดูแลช่างสวยงามยิ่งนัก ตัวกระโปรงสั้นเหนือเข่า อวดท่อนขาเรียวสวยงามยิ่งนัก อีกทั้งยังเสริมด้วยถุงน่อง เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าตัว  รองเท้าที่หล่อนสวมใส่นั้น เป็นรองเท้าคัชชูส้นเตี้ยปลายมน ซึ่งนิยมมากในปี ค.ศ. 1961

          โชคดีอย่างที่สโรชินกับมารดาของเธอมีรูปร่างที่กะทัดรัดไม่ต่างกันมากนัก อีกทั้งเท้าน้อย ๆ ของเจ้าหล่อนยังสามารถสวมใส่รองเท้าที่คุณบงกชเคยสวมใส่เมื่อครั้งยังมีชีวิตได้อยู่ ทำให้เธอไม่จำเป็นต้องหาซื้อของใหม่ให้มันเปลืองเงินเปลืองทองเสียเปล่า ๆ

        ภานุวัฒน์คงจะยืนอ้าปากค้าง ตาไม่กะพริบไปอีกนาน ถ้าหากคนตัวบางไม่เอ่ยเรียกเขาเสียก่อน

          “คุณธีร์คะ เป็นอะไรไปรึเปล่าค่ะ”

          “เปล่าครับ ทำไมผึ้งถึงสวยอย่างนี้ละครับ ยิ่งนับวัน ธีร์ยิ่งเห็นว่าผึ้งของธีร์สวยขึ้นทุกวัน ๆ”

          ชายร่างสูงเอ่ยพลางจ้องตาคู่สวยของคนตัวบางไม่กะพริบ อีกทั้งสองมือของเขายังกอบกุมมือบางนั้นไว้อย่างหวงแหนอีกด้วย ราวกับว่า ถ้าหากตนไม่จับมือบางนี้ไว้ เจ้าหล่อนจะหายลับไปกับตาอย่างนั้นแหละ คนถูกเอ่ยชมได้แต่อายม้วน จนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียเดี๋ยวนี้เลย ถ้าไม่ถูกมือใหญ่กุมมือบางนั้นเอาไว้รับรอง เขาไม่ได้ยลโฉมเธออย่างแน่นอน

          “บ้าน่า คุณธีร์ก็ ผึ้งก็เป็นของผึ้งแบบนี้ทุก ๆ วัน คุณพูดแบบนี้แสดงว่าทุกวันที่เราเจอกัน ผึ้งไม่สวยอย่างนั้นเหรอคะ” สโรชินเอ่ยอย่างงอน ๆ หญิงสาวสะบัดมือของเขาออก ก่อนจะเดินหนีไป

          ภานุวัฒน์ที่เกรงว่าสาวเจ้าจะเข้าใจเขาผิดเข้าไปใหญ่ ชายหนุ่มจึงรีบเดินไปสวมกอดเธอเอาไว้จากด้านหลัง สโรชินที่ถูกกอดริมถนนเช่นนี้ เธอรู้สึกกระดากอายเป็นอย่างมาก ด้วยเกรงวาจะมีคนมาเห็นเข้า จนเอาไปพูดในทางไม่ดี คนตัวบางจึงแกะมือหนาที่แน่นยิ่งกว่าตุ๊กแกที่กอดเอวคอดของหล่อนออก พร้อมกล่าวตำหนิคนตัวโตที่ทำอะไรไม่รู้จักดูสถานที่เอาเสียเลย

          “อุ้ย! คุณธีร์! ทำอะไรคะเนี่ย นี่มันริมถนนนะค่ะ ประเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าหรอก คุณเป็นผู้ชายคงไม่เสียหายมากเท่าผึ้งนะค่ะ ต่อไปคราวหน้าคราวหลังห้ามทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก ไม่งั้นอย่าหาว่าผึ้งไม่เตือน”

          ภานุวัฒน์ถึงกับหน้าจ๋อย ใบหน้าคมเข้มที่ดูมีสง่าราศีบัดนี้กลับซีดเผือดยิ่งกว่ากระดาษเปล่าที่ไร้การแต่งแต้มหรือขีดเขียนสิ่งใด ๆ ลงไป เมื่อถูกสาวคนรักตำหนิให้เป็นครั้งแรกตั้งแต่คบหาดูใจกันมา สโรชินที่เห็นใบหน้าถอดสีของชายหนุ่มคนรัก เธอก็รู้สึกสงสารเขาเป็นอย่างมาก แล้วสิ่งที่เขาทำนั้นมันถูกต้องแล้วอย่างนั้นเหรอ แค่เธอตำหนิไปนิด ๆ หน่อย ๆ แค่นี้ถือว่าน้อยมากแล้วนะ

          “คุณธีร์ ผึ้งขอโทษ ผึ้งโกรธคุณนี่นาที่ทำตัวไม่เหมาะสมแบบนี้นะ สัญญากับผึ้งได้ไหมค่ะ ว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก”

          “สัญญาครับ ธีร์ขอโทษ ธีร์ไม่ได้ตั้งใจ วันนี้ผึ้งของธีร์สวยจริง ๆ นี่นา สวยกว่าทุก ๆ วันที่เราเจอกัน ถึงแม้ใคร ๆ จะว่าผึ้งของธีร์ใส่เสื้อผ้าที่เชยสักแค่ไหน ธีร์ก็ไม่แคร์ ขอแค่ผึ้งเป็นผึ้งของธีร์คนเดียวก็พอ ธีร์รักผึ้งนะครับที่รัก”

          สโรชินที่ทนเก็บอาการเขินอายเอาไว้ไม่ไหว เธอจึงรีบเดินตรงไปขึ้นรถของเขาทันที ภานุวัฒน์ที่เห็นว่าแฟนสาวออกอาการเขินอายได้น่ารักน่าชังเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มเกือบจะพลั้งตัวพลั้งใจจรดจมูกโด่ง ๆ ของตัวเองไปฝากฝังบนแก้มเนียนของเจ้าหล่อนไม่ได้ ถ้าสาวเจ้าไม่ห้ามเอาไว้ล่ะก็ มีหวังแก้มเนียนนี้ได้ช้ำเพราะถูกเขาสูดดมความหอมอย่างแน่นอน

          “ขอบคุณคะ ที่ให้เกียรติผึ้ง” สโรชินเอ่ยออกมาอย่างอาย ๆ 

Chapter Prev Chapter Next

ความคิดเห็น

Guest
ชื่อ :