เตี๋ยหลาน

ไรท์เตอร์เตี๋ยหลานขอขอบพระคุณทุกท่านที่สนับสนุนเจ้าค่ะ

.......ตอนพิเศษ นิทานก่อนนอนฉบับวังหลวง

ชื่อตอน : .......ตอนพิเศษ นิทานก่อนนอนฉบับวังหลวง

คำค้น : Yaoi BL วาย วายจีน จีนโบราณ ท่านอ๋องวิปลาส

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2560 20:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
.......ตอนพิเศษ นิทานก่อนนอนฉบับวังหลวง
แบบอักษร

 ตอนพิเศษ 

นิทานก่อนนอนฉบับวังหลวง

.

ณ ตำหนักพระสนมเอกและองค์ชายสิบสองแห่งแคว้นผู่โจว

.  

ราตรีนี้มีจันทร์สกาวกลมเกลี้ยงประดับนภา แสงเทียนบนเชิงทองเหลืองส่องเรืองไสวอยู่บนโต๊ะไม้ดำ ซึ่งสลักลายขาโต๊ะทั้งสี่เป็นรูปหงสาขยับปีกประสานขั้นไปเบื้องบน และดูอ่อนช้อยและสง่างาม

.  

ด้านข้างโต๊ะไม้ดำที่ตั้งอยู่กลางห้องตัวนั้น มีเก้าอีกไม้ดำสลักลายเข้าชุดวางล้อมรอบอยู่สี่ตัว หนึ่งในเกล้าอี้ถูกพระสนมเอกเจ้าของพระตำหนักแห่งนี้ครอบครองมาหลายชั่วยามแล้ว ในมือบอบบางของพระนาง ข้างซ้ายถือสะดึงไม้ครอบขึงผ้าขาวที่กำลังปักเป็นลวดลายนกกระเรียนไปสามส่วน ขณะที่มือขวาถือเข็มสอดเส้นไหมปักลงไปบนเนื้อผ้า นางขยับรอยยิ้มอ่อนหวานเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข พลางจินตนาการไปถึงความสำเร็จ...อีกไม่นานภาพนกกระเรียนทองทะยานเมฆาประดับชุดฉลองพระองค์ของฮ่องเต้คงเสร็จสมบูรณ์ในไม่ช้า หากช่างน่าเสียดายที่กลับถูกขัดจังหวะลงกลางครันจนต้องหยุดมือ

.

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะประตูแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินนำมาล่วงหน้า ก่อนที่มันจะค่อยๆ ถูกเปิดออกโดยร่างเล็กของเด็กน้อยวัยห้าขวบผู้หนึ่ง

.

“เสด็จแม่...ท่านยังไม่บรรทมหรือพระเจ้าค่ะ” 

.

ดวงพักตร์เล็กไร้เดียงสาปรากฏแทรกกลางระหว่างช่องว่างของบานประตูที่เปิดแง้ม นัยน์เนตรกลมโตทอดมองมายังร่างพระมารดานั้นมีรอยวาววับด้วยคราบน้ำบางๆ ดูก็รู้แล้วว่าเด็กน้อยผู้นี้หาวจนน้ำตาเล็ดครั้งแล้วครั้งเล่า แต่กลับไม่ยอมนอนเพราะอยากจะเข้ามาอ้อนนางให้กล่อมกลับฝัน หากก็ไม่กล้าก้าวเข้ามาเยือนเพราะบนพระแท่นบรรทมนั้นมีร่างสูงใหญ่ครอบครองอยู่ เขาถึงได้หยุดยื่นอยู่เพียงตรงนั้นไม่เดินเข้า

.

“ชู่...” พระสนมเอกส่งเสียงเตือนเบาๆ รอยยิ้มอ่อนหวานยังคงไม่เลือนหาย นางวางงานปักผ้าในมือลงบนโต๊ะไม้ดำ จากนั้นก็กวักมือเรียกพระโอรสของตนให้เดินเข้ามาในห้อง

.

องค์ชายเฉินอวี่หลีในวัยห้าชันษาขยับยิ้มกว้างนัยน์ตาหยี่ยิ่งกว่าพระจันทร์เสี้ยว ร่างน้อยค่อยๆ ย่องฝ่าเท้าเข้ามาอย่างแผ่วเบา ระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้ร่างสูงใหญ่ของพระบิดาสะดุ้งตื่น

.

“เสด็จพ่อทรงบรรทมแล้วหรือยังพระเจ้าค่ะ” องค์ชายเฉินอวี่หลีกระซิบถามพระมารดา ดวงเนตรกลมโตทอดมองร่างพระราชบิดาที่ประทับบรรทมอยู่บนพระแท่น

.

“หากเจ้าสงสัยก็มาถามเอากับข้า ไยต้องไปถามมารดาเจ้าล่ะ หืม...เจ้าลูกหมาน้อยอวี่หลี” สุรเสียงทุ้มกังวานเจือแววเมตตาระขนขบขัน ร่างวรองค์สูงใหญ่ของฮ่องเต้แห่งแคว้นหม่าชวนขยับลุกขึ้นประทับนั่งอยู่บนพระแท่นบรรทมด้วยท่วงท่าสบายอกสบายใจ สีพระพักตร์ยับเปื้อนรอยแย้มยิ้มสรวงน้อยๆ

.

“เสด็จพ่อยังทรงไม่บรรทม...” เฉินอวี่หลีหัวเราะแหะๆ ออกมาสองสามคำในท้ายประโยคก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดพระมารดาให้ชื่นใจหนึ่งทีแล้ววิ่งกระโจนโถมใส่ร่างพระบิดาเสียเต็มแรง ทับลงไปบนร่างอย่างไม่ปรานี

.

“โอ๊ะ! เจ้าลูกหมาน้อยตัวนี้หนักไม่ใช่เล่น แต่...นี้เจ้าลูกหมาน้อยหรือลูกสุกรกันแน่นะ ฮะฮะฮะ” ฮ่องเต้รับสั่งพลางขยับมือบีบแก้มนุ่มนิ่มอย่างรักใคร่เอ็นดู แม้แต่เสียงสรวงสำราญยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

.

“อวี่หลีไม่ใช่ทั้งสองอย่างนะพระเจ้าค่ะ แล้วเสด็จพ่อห้ามเรียกหม่อมฉันว่า เจ้าลูกหมาน้อย ด้วยนะพระเจ้าค่ะ ไม่เช่นนั้นอวี่หลีจะโกรธเสด็จพ่อ”

.

เชอะ! เจ้าเซียนปู้เซียวเรียกข้าคนเดียวก็พอแล้ว ไยเสด็จพ่อต้องเอาคำล้อนี้มาเรียกข้าเพิ่มอีกคนด้วย แค่ฉายานี้ถูกร่ำลือไปอย่างลับๆ ในวังหลวง เขาก็ไม่รู้จะเอาหน้านี้ไปพบใครแล้ว

.

“เจ้าลูกหมาน้อย เจ้าลูกหมาน้อย เจ้าลูกหมาน้อยอวี่หลี... ฮะฮะฮะ ดูซิว่าทำอย่างนี้ลูกชายอย่างเจ้ายังจะกล้าโกรธข้าอีกหรือไม่” รับสั่งหยอกล้อพร้อมกับจิ้มนิ้วลงไปจั๊กจี้เอวพระโอรส

.

“อย่าน้า! เสด็จพ่อ ฮะฮะฮะ อ๊า เสด็จพ่อ อวี่หลียอมแล้ว ฮะฮะฮะ ยอมแล้วพระเจ้าค่ะ”

.

“อวี่หลีเจ้าอย่าดิ้นแรงซิ เดี๋ยวเสด็จพ่อของเจ้าก็บาดเจ็บหรอก” 

.

พระมารดารับสั่งเอ็ดสองสามคำ แต่พระพักตร์งามสะคราญโฉมกลับฉายรอยสรวงอย่างปิดไม่มิด พระนางลุกจากเก้าอี้แล้วเดินลงมานั่งลงที่ปลายฟูก ทอดสายตามองสองพ่อลูกที่เล่นสนุกกันด้วยความสุข

.

หากชีวิตที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขแบบนี้สามารถรั้งอยู่ยืนยาวได้นานก็คงจะดีไม่น้อย  

.

“เจ้าลูกหมาน้อยอวี่หลี เจ้ามาหาท่านแม่ของเจ้ากับข้าเพราะว่านอนไม่หลับหรือ” ในที่สุกฮ่องเต้แห่งแคว้นผู่โจวก็หยุดมือ รับสั่งแม้จะปนหอบเล็กน้อยแต่เปลี่ยมไปด้วยความสุข

.

“อวี่หลีนอนไม่หลับ เสด็จพ่อทรงเล่านิทานให้อวี่หลีฟังสักเรื่องนะพระเจ้าค่ะ” องค์ชายสิบสองกอดแขนพระราชบิดาเอาไว้แน่น ดวงเนตรกลมฉาบประกายพราวระยับอย่างคาดหวัง รอยยิ้มที่แต้มประดับบนดวงพักตร์น้อยๆ นั้นประจบระคนออดอ้อนได้อย่างน่ารักน่าชัง

.

“อืม...” รับสั่งครุ่นคิดสุรเสียงแผ่วๆ ในลำคอ ราวกับว่าคำขอนั้นช่างหนักหน่วงราวกับข้อราชการแผ่นดิน

.

“นะนะนะ นิทานแค่เรื่องเดียวเท่านั้น อวี่หลีฟังแล้วจะกลับห้องตัวเองไปนอนทันทีพระเจ้าค่ะ” เฉินอวี่หลีเขย่าแขนพระราชบิดาอย่างคาดคั้น

.

“เอาล่ะๆ ในเมื่อเจ้าเอ่ยปากแล้ว ลูกผู้ชายคำพูดนั้นหนักปานขุนเขา ดังนั้นเจ้าต้องรักษาสัญญาว่าฟังนิทานจบแล้วต้องไปนอน และระหว่างที่ข้าเล่าเรื่องก็ห้ามเอ่ยขัดขึ้นมาด้วย เข้าใจใช่ไหมเจ้าลูกหมาน้อย”

.

“อวี่หลีเข้าใจแล้ว อวี่หลีจะปิดปากให้สนิทเลยพระเจ้าค่ะ”

.

งือ...เสด็จพ่อเรียกข้าว่าเจ้าลูกหมาน้อยอีกแล้ว เป็นเสด็จพ่อจะเล่านิทานให้ข้าหรอกนะ ข้าจะยอมลืมๆ ไปว่าจะต้องโกรธเคืองเสด็จพ่อก็แล้วกัน

.

“เอ๊า! มานอนตรงนี้เลยเจ้าลูกหมาน้อย ข้าจะได้กอดมารดาของเจ้าด้วย” 

.

รับสั่งพลางส่งสายพระเนตรกรุ้มกริ่มไปให้พระสนมเอกที่รัก ขยับวรองค์ให้ประทับอยู่ตรงกลางบนพระแท่นบรรทมกว้าง เปิดทางให้เจ้าตัวเล็กนอนกอดในอ้อมแขนซ้ายและให้ร่างนุ่มนิ่มหอมหวานของนางในดวงใจนอนหนุนต้นแขนด้านขวา ทรงโอบกอดทั้งสองคนแม่ลูกด้วยความรักใคร่ เผื่อแผ่ไออบอุ่นขับไล่ความเหน็บหนาวในราตรี

.

“เอานิทานเรื่องอะไรดีหนอ...” ฮ่องเต้ทรงรับสั่งพึมพำก่อนสรุปออกมาอย่างรวดเร็ว 

.

“เอานิทานเรื่องกระต่ายกับเต่าก็แล้วกัน”

.

“อ๊า เสด็จพ่อ เรื่องกระต่ายกับเต่าอีกแล้วหรือพระเจ้าค่ะ อวี่หลีฟังนิทานเรื่องนี้มาจนเบื่อแล้ว” เด็กน้อยทำแก้มป่อง ประท้วงด้วยท่าทีกระเง้ากระงอดได้น่าเอ็นดูยิ่ง 

.

“แต่เรื่องนี้ไม่เหมือนเรื่องไหนๆ เลยนะเจ้าลูกหมาน้อย ถ้าเจ้าได้ฟังนิทานเรื่องนี้ ข้ารับรองเลยว่าเจ้าจะต้องนอนหลับฝันดีตลอดคืนเลยทีเดียวเชียว” 

.

ฮ่องเต้ทรงรับสั่งด้วยรอยยิ้มแฝงเล่ห์ร้ายปรากฏบนพระพักตร์ สุรเสียงยามชักชวนระคนหว่านล้อมนั้นแฝงไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นและน่าค้นหา เรียกความสนใจใคร่รู้จากเจ้าตัวเล็กได้เป็นอย่างดี

.

“จริงหรือพระเจ้าค่ะเสด็จพ่อ เล่าให้อวี่หลีฟังหน่อยซิพระเจ้าค่ะ”

.

“ได้ๆ เช่นนั้นข้าจะเล่าแล้วล่ะนะ!” ฮ่องเต้ทรงรับสั่งอย่างฮึกเหิม ขยับยิ้มกว้างหนึ่งครา แสร้งไออากาศให้โล่งคออีกสองที จากนั้นก็ตรัสด้วยเสียงนุ่มเริ่มเล่านิทานให้พระโอรสและพระสนมเอกที่รักฟัง...

.

.

.


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานมากเสียจนแทบจำไม่ได้ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อใด...

.

ณ ที่ป่าใหญ่แห่งหนึ่งในแคว้นผู่โจวอันยิ่งใหญ่ ได้มีเผ่าพันธุ์กระต่ายกับเผ่าพันธุ์เต่าอาศัยอยู่ร่วมกันในอาณาจักรเป็นเวลาหลายร้อยปี...

.

เผ่าพันธุ์กระต่ายผู้มีขนปุกปุยสีขาวบริสุทธิ์ดุจดั่งหิมะแรกเหมันต์ที่พร่างพรมลงมาจากสวรรค์ ถูกจัดให้อยู่ในชนชั้นฐานันดรที่สูงกว่าผู้ใด ในขณะที่เผ่าพันธุ์เต่าผู้มีรูปกายสีเขียวหน้าตาน่าเกลียดนั้น...กลับถูกจัดให้อยู่ในชนชั้นศักดิ์ที่ต่ำกว่า นับเป็นทาส หรือข้ารับใช้ของเผ่าพันธุ์กระต่าย ยศฐานันดรของการแบ่งแยกชนนั้นเช่นนี้สืบทอดมาอย่างยามวนาไม่เคยเปลี่ยนแปลง

.

ถึงแม้ว่าฐานะของทั้งสองเผ่าพันธุ์จะแตกต่างกันราวสวรรค์กับนรกอเวจี แต่ก็มิอาจขวางกั้นตำนานความรักของทั้งสองเผ่าพันธุ์ได้ ดังเช่นเรื่องราวสามเศร้าของคุณชายกระต่ายขาวแซ่เจี่ยกับนางทาสเต่าเขียวแซ่ม่อแห่งแคว้นผู่โจว...

.

“คุณชายกระต่ายเจี่ยเจ้าข๋า กินผักบุ้งด้วยกันซิเจ้าคะ” แม่นางเต่าสาวงามหยอดเสียงหวานหยดย้อย เรียวนิ้วยาวที่มีฝ่ามือติดกันเป็นพังผืดก็พลอยเด็ดยอดผักบุ้งมาม้วนเป็นก้อนกลมเล็กรูปหัวใจ ยื่นส่งให้ถึงริมฝีปากคุณชายกระต่ายผู้สูงศักดิ์อย่างประจบประแจง   

.

“ท่านลองทานหัวใจผักบุ้งคำนี้เถอะนะเจ้าคะ คุณชายจะได้ตาหวานเหมือนข้าน้อย...”

.

“ไม่ดีกว่ากระมัง” คุณชายกระต่ายเจี่ยเอ่ยวาจาปฏิเสธอย่างสุภาพนุ่มนวล มือที่ถูกปกคลุมไปด้วยขนปุยนุ่มสีหิมะขาวดันมือใหญ่หนาสีมรกตให้หวนคืนกลับไปอย่างเชื่องช้า ท่าทีอ่อนโยนเกินกว่าจะหักใจให้โกรธเคืองด้วยโทสะ

.

“ท่านรังเกียจม่อเอินเอินหรือเจ้าคะ” แม่นางเต่าเขียวแซ่ม่อน้ำตาคลอ ท่าทีล้วนน่าสงสารอย่างยิ่ง

.

“ข้ารังเกียจเจ้าที่ใดกันเล่า หืม” คุณชายกระต่างเจี่ยยื่นมือไปเช็ดหยาดน้ำตาประกายใสที่ไหลร่วงลงข้างแก้มสาวงาม ก่อนจะก้มหน้าลงมาชิดใกล้แล้วเอ่ยกระซิบเสียงแหบพร่าข้างใบหูของนางว่า 

.

“ข้าอยากจะกินเจ้าเสียมากกว่า...แม่นางเต่าน้อยของข้า”

.

“คุณชายเจี่ยล้อข้าเล่นแล้วกระมังเจ้าคะ” แม่นางเต่าสาวเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนท่าทีที่น่าสงสารเป็นสาวงามกิริยาอ่อนหวานด้วยใบหน้าขึ้นสีกุหลาบระเรื่อเพราะความเอียงอาย

.

“โธ่...น้องเต่าเอินเอินของข้า...แม้นยามสบตาอันหวานชดช้อยข้ายังลุ่มหลง หากได้เชยชมแก้มเจ้าข้าคงรู้สึกหวานจับใจทีเดียว...ให้ข้าได้ชิมเจ้าสักคำเถอะนะ แม่นางน้อยของข้า” 

.

คุณชายกระต่ายหนุ่มเริ่มเอ่ยวาจาออดอ้อน สองแขนโอบกอดร่างใหญ่หนาเข้ามาแนบอกขนฟูนุ่ม หูยาวสีขาวลู่ลงข้างแก้มก่อนจะเลื้อยไปคลอเคลียยังกระดองสีใบไม้อ่อนอย่างหยอกเย้า 

.

“พูดไปได้นะเจ้าค่ะ” แม่นางเต่าสาวหันมาฟาดสันมือลงบนหัวคุณชายกระต่างเบาๆ แก้ความขวยเขิน หากบุรุษหนุ่มหล่อเหลากลับหน้าทิ่มลงพื้นไปอย่างแรง

.

‘ตุบ!’

.

“กรี๊ด คุณชาย ท่านตายหรือยังเจ้าคะ” แม่นางเต่าแซ่ม่อกระวีกระวาดพยุงร่างนั้นขึ้นมาอย่างร้อนรน นางเอ่ยถามด้วยสีหน้าสำนึกผิดจากใจจริง และนั่นยิ่งทำให้คุณชายกระต่ายหนุ่มอดรู้สึกเอ็นดูนางมิได้ เขาใช้หลังฝ่ามือปาดคราบโลหิตที่ไหลรินออกมาจากจมูกออกไปอย่างไม่ใส่ใจ รอยยิ้มงดงามขยายกว้างกระตุกเบาบางจนแทบไม่อาจสังเกตเห็น

.

“ข้าไม่เป็นอะไรหรอก...ข้าไม่ใช่คุณชายกระต่ายบอบบางที่ถูกฝ่ามือ ‘โคตรอิน่ากลัวมหาภัย’ ฟาดสองสามทีก็ตายง่ายๆ เพียงนั้น”

.

“อ่ะ คุณชายเอ่ยว่าอะไรนะเจ้าคะ”

.

“ข้าพูดถึง ‘ฝ่ามือนุ่มดั่งขนนกยูง’ ของเจ้าที่ฟาดมา ไม่อาจทำร้ายคุณชายเจี่ยสืออู่ผู้นี้ได้หรอก” คุณชายกระต่ายเจี่ยสืออู่ขยัมมือไปโอบกอดปลอบประโลมสาวงามมิให้ใจหาย 

.

“คุณชายไม่ตาย เอินเอินก็เบาใจแล้วเจ้าค่ะ ข้าน้อยเห็นท่านฟุบลงไปกับธรณีจึงคิดว่าท่านต้องสิ้นใจเป็นแน่...หากคุณชายเป็นอะไรไป ข้าน้อยคงมิอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแล้ว คงต้องหาผ้าขาวมาผูกคอห้อยขื่อคานตัดสิ้นอายุไข” แม่นางเต่าสาวแซ่ม่อหลุบสายตาลงต่ำไม่กล้าสบสายตากรุ่มกริ่มของคุณชายกระต่ายหนุ่มที่กำลังจับจ้องนางไม่วางตา   

.

“เกรงว่าสวรรค์คงไม่อยากรับเจ้าจึงทำให้คานหักเสียกลางครันเสียก่อน อ่ะแฮ่มๆ ความจริงข้ารู้ว่าเจ้ารักข้ามากมายเพียงใด...เจ้าเต่าน้อย ข้าเองก็รักเจ้ามากมายเช่นกัน” คุณชายกระต่ายเจี่ยโอบร่างบางภายใต้อาภรกระดอกแข็งเข้าสู่อ้อมอกให้แบนแน่นยิ่งขึ้นจนไร้ช่องโหว่ระหว่างกัน จากนั้นก็ใช้เรียวนิ้วชี้เชยคางของนางขึ้นมาสบสายตา

.

“คุณชายเจ้าข๋า...ท่านก็รู้ว่าพวกเรามิอาจวิวาห์ร่วมทุกข์สุขด้วยกันได้...ท่านอย่าได้หลงลืมเสียล่ะว่า พวกเราอยู่กันคนละชนชั้นนะเจ้าคะ...” สายตาหวานเชื่อมของแม่นางเต่าเขียวถูกบดบังไปด้วยหยาดน้ำตาที่ขึ้นเอ่อล้น วาจาท้ายประโยคแสนเศร้าสร้อยน้อยใจในชะตาชีวิต

.

“แล้วอย่างไรกันเล่า” เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยอยู่ข้างใบหูเล็กฟังดูราวกับว่าอีกฝ่ายไม่ใส่ใจต่อเรื่องเหล่านี้ที่แสนจะเล็กน้อยด้วยความสำคัญ 

.

“เอินเอินของข้า...ภายใต้ดวงจันทราและหมู่ดาวจะเป็นพยานในวันนี้ ความรักแท้...แม้ต่างพันธุ์ก็ยังมิอาจขวางกันหัวใจเราสองได้”

.

“คุณชายเจี่ย...” แม่นางเต่าแซ่ม่อครางเรียกอย่างตื้นตัน นางซบหัวลงแอบอิงไหล่อุ่นด้วยความสุข

'

ทว่า...ความสุขอันหวานชื่นประหนึ่งก้อนน้ำตาลปั้นกลับถูกละลายลงไปอย่างรวดเร็วเพียงชั่วพริบตา เมื่อเสียงที่ดังแผดสะนั่นไพรดังกระหึ่มมาจากเบื้องหลังของทั้งสองร่าง

'

“ท่านพี่!” กระต่ายสาวงามรูปงามเอวบางร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง นางวิ่งเข้ามากอดเอวคุณชายกระต่ายเจี่ยเอาไว้อย่างเหนียวแน่น พลางใช้ฝ่าเท้าคู่กระแทกยันร่างแม่นางเต่าออกไปสุดแรงจนกระเด็นไปหลายก้าวย่าง

'

“เสี่ยวอี๋! นะนี่...นี่เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรรึ” คุณชายกระต่ายหนุ่มดันร่างที่แนบอกออกมามองสำรวจ พลางเอ่ยถามอย่างประหลาดใจเช่นเดียวกับสีหน้าของแม่นางเต่าเขียวแซ่ม่อ

'

เอ๋...แม่นางกระต่ายผู้นี้เป็นใคร?

.

“เสี่ยวอี๋มาได้เช่นไรไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วเจ้าคะท่านพี่...แต่นางเต่าพันปีนี่เป็นใครกันเจ้าคะ” แม่นางกระต่ายสาวงามชี้นิ้วขนฟูไปที่หน้าแม่นางเต่าม่อเอินเอิน ท่าทีและสีหน้าฉายแววหึงหวงจนพร้อมจะถลาออกไปเล่นงานแม่นางเต่าตรงหน้าให้สาสมแก่ใจทันทีที่เพลิงโทสะขึ้น

.

“มองอะไรยะนางเต่าอัปลักษณ์ เจ้าไม่เคยเห็นกระต่ายงดงามเช่นข้ารึไง”

.

“มิได๊มิได้เจ้าค่ะ ข้าน้อยเคยเห็นแม่นางกระต่ายผู้เลอโฉมมามากมายหลายนักต่อนักแล้ว แต่ที่ข้าน้อยยังไม่เคยเห็นคือกระต่าย...กระเทย” แม่นางเต่าสาวตอบอย่างนอบน้อม ไร้ร่องรอยเสแสร้งแกล้งไม่จริงใจแม้แต่นิดเดียว

.

“กรี๊ด ท่านพี่” กระต่ายสาวเทยหันไปจีบปากจีบคอกับคุณชายกระต่ายหนุ่มทันที 

.

“ท่านพี่ต้องจัดการนางเต่าอัปลักษณ์ตัวนี่ให้น้องนะเจ้าคะ”

.

**‘แหวะ...ท่าทางน่าเกลียดยิ่งนัก’**เต่าสาวแสร้งทำท่าอวกลมในใจด้วยอาการหมั่นไส้ แต่สีหน้าที่ฉายความในใจนั้นไม่อาจปกปิดแนบมิด จนกระต่ายสายเทยที่ถูกกล่าวหาในใจหันกลับมาต่อว่านางเต่าซ้ำซ้อนอีกครั้ง

.

“เจ้ากำลังคิดนินทาว่าข้าน่าเกลียดมากกระมัง แต่น่าเสียดายที่เจ้านินทาผิดคำ เพราะว่าข้าน่ะ เป็นคุณหนูกระต่ายที่ทั้งสวยงาม ทั้งร่ำรวยเงินทอง และที่สำคัญคือข้าตัดตอนแปลงเพศมาเรียบร้อยแล้วด้วย

.

“แล้วอย่างไรเจ้าคะ” แม่นางเต่าขยับยิ้มเย็น สายตามองกลับไปยังอีกฝ่ายอย่างเชือดเฉือน 

.

“ถึงแม่นางเสี่ยวอี๋จะรูปโฉมงดงาม ร่ำรวย และตัดตอนแปลงเพศมาแล้ว...แต่คุณชายกระต่ายก็รักข้าน้อยแต่เพียงผู้เดียว ไม่เปลี่ยนใจชั่วนิรันดร์เจ้าค่ะ”

.

“หึ! เต่าต่ำช้าอย่างเจ้าริจะมารักชนชั้นสูงเยี่ยงเผ่าพันธุ์กระต่ายเช่นพวกเราเรอะ...ช่างไม่เจียมตัว” กระต่ายเทยเดินเข้าไปกอดรอบคอคุณชายกระต่ายหนุ่ม แสดงท่าที่เป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างออกนอกหน้า

.

““เต่าเช่นเจ้ามาทีหลังคงไม่รู้กระมัง...คุณชายเจี่ยผู้นี้...เป็นของข้า ทั้งกาย...และใจ”

.

“ไม่จริง!” แม่นางเต่าม่อเอินเอินทรุดฮวบลงกับพื้นพร้อมกับเอ่ยคาดคั้นคำถามคุณชายกระต่ายหนุ่มด้วยหยาดน้ำตารินไหล 

.

“คุณชาย...มันไม่จริงใช่ไหมเจ้าค่ะ บอกข้าน้อยสิเจ้าคะว่ามันเป็นเรื่องโกหก”

.

“เอ่อ...คือว่า...” คุณชายกระต่ายหันไปมองสายตาโกรธเกรี้ยวของกระต่ายสาวเทยข้างกายที่พร้อมจะฆ่าเขาด้วยสายตาหากเอ่ยคำพูดขัดรูหู เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับแม่นางเต่าสาวเป็นเชิงตอบวาจาว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเป็นความจริงไม่มีเท็จ

.

“ฮะฮะฮะ เส้นทางการแข่งขันมันจบแล้วเจ้าเต่า” แม่นางกระต่ายเสี่ยวอี๋ส่งยิ้มแห่งชัยชนะไปให้แม่นางเต่า พร้อมกันนั้นก็เอ่ยประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า 

.

“แม้เจ้าจะพยายามวิ่งตามแค่ไหน ก็ไม่มีวันวิ่งแซงหน้าข้าไปได้...เพราะเจ้ามันเชื่องช้า ต่ำต้อย หน้าตาอัปลักษณ์"

.

“แต่ข้าน้อยรักคุณชายนะเจ้าค่ะเมื่อครู่ท่านยังบอกรักข้าน้อยอยู่เลยมิใช่หรือเจ้าคะ...” แม่นางเต่าเพียรพยายามคว้าความหวังอันลิบหรี่เป็นครั้งสุดท้าย สบดวงตาคุณชายเจี่ยสืออู๋อย่างเว้าวอน 

.

“กรี๊ด ท่านพี่บอกมันเลยเจ้าค่ะ บอกมันว่ามิได้รักมันแม้แต่เสี่ยวหนึ่งของหัวใจ” กระต่ายสาวเทยเต้นเร้าๆ ด้วยโทสะหึง เรื่องนี้ให้ถึงที่สุดอย่างไร นางก็ไม่มีทางยอมพ่ายแพ้เด็ดขาด

.

“ข้าขอโทษ...แม่นางเต่าน้อยของข้า” คุณชายกระต่ายหนุ่มเอ่ออย่างอ่อนโยน 

.

“ความจริงแล้ว ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเจ้าชู้กับเจ้า...แต่ความหล่อเหลาที่มีอยู่มันบังคับ”

.

“หมายความว่า....” แม่นางเต่าม่อเอินเอินอ้าปากค้างอย่างตะลึง 

.

”คุณชาย ท่าน...ท่านยังรักข้าใช่ไหมเจ้าคะ”

.

“เปล่า!” คุณชายกระต่ายรีบตอบทันควันก่อนที่จะถูกลูกตบกระต่ายสาวเทยที่เงื้อมขึ้นสูงระดับหัวของเขาอย่างพอดิบพอดี

.

“อันที่จริงแล้ว...ข้าชอบบุรุษตัวผู้มากกว่า...แต่ก็ไม่รังเกียดร่วมรักกับสตรี”

.

“ทะ...ท่าน!” เต่าสาวงามอ้าปากค้างกว้างกว่าเดิมสามส่วน ในขณะที่กระต่ายสาวงามสะคราญโฉมโห่ร้องด้วยความยินดี

.

“กรี๊ด เลิศค่ะท่านพี่ เลิศมาก...ข้ามันพวกกระต่างสวยเลือกได้ อาหุหุหุหุ”

.

“อันที่จริงแล้วเสี่ยวอี๋...” คุณชายกระต่ายหนุ่มพูดด้วยนำเสียงจริงจังพลางขยับฝ่าเท้าก้าวถอยหลังห่องออกไปทีละนิด

.

“ข๋า ท่านพี่” แม่นางกระต่ายเทยตอบเสียงหวานปานมหาสมุทรน้ำตาล นางยืนบิดก้นไปมาด้วยท่าทีขวยเขิน สองหูสดับฟังตั้งใจที่สุดในชีวิต

.

“ข้ารักร่วมหลับนอนกับบุรุษ ชมชอบหยอกเย้าสตรี แต่...เกลียดตัวผู้ไร้ดุ้นที่สุดในชีวิต ข้าขออำลา!” คุณชายกระต่ายหนุ่มตอบเสียงรัวเร็วรวดเดียวจบประโยค จากนั้นก็หันหลังวิ่งทิ้งผู้อื่นไปอย่างรวดเร็วท่ามกลางสายตาอึ้งของสองสาวงามที่อยู่เบื้องหลัง

.

“คุณหนูเสี่ยวอี๋เจ้าข๋า...ไม่เอ่ยวาจานี้ผู้อื่นเรียกกันว่าใบ้รับประทานใช่ไหมเจ้าคะ โฮะโฮะโฮ” เต่าสาวหัวเราะอย่างซะใจ 

.

”คุณชายกระต่ายรักร่วมหลับนอนกับบุรุษ ชมชอบหยอกเย้าสตรีเช่นข้า แต่...เกลียดกระเทยตัดตอนแปลงเพศแบบท่าน! แหมๆ ช่างซะใจข้าน้อยจริงจริ๊ง”

.

เต่าสาวหัวเราะเสียงดังอย่างซะใจอีกครั้งและอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปอย่างไม่ไยดี ส่วนกระต่ายเทยสาวงามกรีดร้องด้วยความน้อยใจแล้ววิ่งติดตามไปอย่างไม่รอช้า

.

“กรี๊ด ข้ารู้รสนิยมของท่านดีถึงได้กล้าโกหกหรอกนะ ท่านพี่ ความจริงแล้วดุ้นของข้ายังอยู่ครบถ้วนจริงๆ นะ ไม่เชื่อคืนนี้พวกเรามอลองท่ายากกันก็ได้ อ๊า ทำไมวิ่งหายไปเร็วจริง รอข้าก่อนซี่ ท่านพี่!”

.

และแล้วเรื่องราวแห่งความรักทั้งหมดก็เล่าค้างลงไว้ฉันนี้เอย

.

.

.

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทุกสิ่งที่พานพบ อาจไม่จบลงอย่างที่คิด

.

.

และแล้วค่ำคืนหนึ่งราตรีนี้...

เจ้าลูกหมาน้อยเฉินอวี่หลีจะหลับฝันหวานไปตลอดคืนหรือไม่นั้น มีเพียงตัวเขาเองเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด!

.

.

.

.

*จบตอนพิเศษ*


"""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""""

ขอบคุณสำหรับคำชีแนะ แก้ไขคำผิด และการติดตาม

โปรดรออ่านตอนต่อไปอย่างใจเย็นนะเจ้าคะ ไรท์จะพยายามรีบกลับมาปั่นต่อ

ขอบพระคุณเจ้าค่ะ

蝶兰

เตี๋ยหลาน

14/พ.ย./2560


สามารถตามหา ตามทวง ติดตามความเคลื่อนไหว หรือ ติดต่อไรท์ได้ที่

เฟซบุคเพจ เตี๋ยหลาน-นักเขียน-蝶兰 

(https://www.facebook.com/DielanWriter)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}