Vixious

อยากกินหมูกระทะ

ชื่อตอน : Chapter 15

คำค้น : ArtsMen, Yaoi, BL, อักษร

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.ย. 2560 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 15
แบบอักษร

15 ​


นี่ลุงรหัสไง: เออได้ ๆ

นี่ลุงรหัสไง: งั้นถ้าไปเลี้ยงวันนี้เลยว่างปะ


ผมขมวดคิ้วก้มลงมองโทรศัพท์มือถือตัวเองกลางคาบเรียนรวมพลางนั่งนึกคำตอบที่จะส่งให้พี่เขากลับ            

ก่อนหน้านี้ผมก็แชทคุยกับพี่เขาสักพักแล้วเกี่ยวกับเรื่องที่ผมลองเดา ๆ ว่าพี่เขาเป็นใคร ก็ใช้เวลาตะล่อมอยู่นานนั่นแหละครับกว่าพี่แกจะยอมรับว่าเขาคือพี่ซีคอย่างที่ผมบอก ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ยอมรับนี่เพราะพี่เขาใจอ่อนหรือพี่เขาเริ่มจะรำคาญที่ผมไม่ยอมเลิกพูดเรื่องนี้สักที            

แต่นั่นแหละ มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร สิ่งที่ผมสนใจจริง ๆ คือพอรู้ตัวลุงรหัสแล้วพี่เขาจะพาผมไปเลี้ยงสายเมื่อไหร่มากกว่า แล้วคำตอบที่ผมเพิ่งได้มาสด ๆ ร้อน ๆ ก็คือวันนี้ครับ            

แต่วันนี้มันวันจันทร์ วันที่ผมมีนัดซ้อมกับชมรมไงล่ะโว้ย!            

ตอนนี้แม่งเหมือนมีกายร่างจิ๋วหน้าตาโง่ ๆ สองตัวยืนบนไหล่ผมทั้งสองข้าง ตัวที่ยืนข้างซ้ายพูดกับผมว่า ' เฮ้ย มึงมีนัดอยู่แล้วก็แค่ขอเลื่อนพี่เขาให้พาไปเลี้ยงวันอื่นไม่ได้ไง๊ หรือไม่ก็ค่อยไปตอนซ้อมเสร็จก็ได้ ไม่เห็นยาก ' แต่ตัวที่ยืนข้างขวาแม่งก็รีบแทรกขึ้นมาว่า ' นัดซ้อมชมรมที่มึงไม่ได้มีหน้าที่ทำอะไรอยู่แล้วเนี่ยนะ มึงจะโดดก็ไม่มีใครเป็นอะไรหรอก ' แล้วไอกายสองตัวนั้นมันก็เถียงกันไปเรื่อย ๆ ไป ๆ มา ๆ ก็ด่ากันจนหาข้อสรุปไม่ได้สักที            

วุ้ย! ใช้วิธีดั้งเดิมแล้วกันวะ ถ้าผมชนะ ไปเลี้ยงสาย ถ้าผมแพ้ ไปชมรม

" ไอโจ๋ เป่ายิ้งฉุบกับกูที " ผมหันไปหาไอโจ๋ผู้เป็นเด็กดีกำลังตั้งใจเรียนพร้อมกำมือตั้งท่าเป่ายิ้งฉุบเตรียมไว้เสร็จสรรพ

" ฮะ " มันทำหน้างงสักพักก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าผมหมายถึงอะไร " อ๋อ เออ ๆ "

เป่ายิ้งฉุบมันเป็นวิธีที่ผมชอบใช้ในการตัดสินใจอะไรสักอย่างที่มีสองทางมาตั้งนานแล้วครับ มันใช้ได้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างเลือกร้านข้าวไปยันเรื่องใหญ่ ๆ อย่างเลือกมหาลัยเรียนต่อ ถ้าใครบ้าพออะนะ แค่กำหนดเงื่อนไขแล้วก็ฉุบ ๆ ไปก็ได้คำตอบแล้ว ง่ายและไวโคตร ๆ เสียอย่างเดียวตรงที่ต้องมีคนฉุบด้วยเนี่ยแหละ

ผมออกกระดาษ ไอโจ๋ออกกรรไกร            

แล้ว..

เมื่อกี๊กูตั้งกฎว่าอะไรนะ..           

เออ ๆ ช่างแม่งเหอะ เอาเป็นว่าไปเลี้ยงสายรหัสละกันวะ


[thnsh]: ได้ครับพี่ กี่โมง ๆ

นี่ลุงรหัสไง: สี่ครึ่งเจอกันใต้ตึก M มั้ย

นี่ลุงรหัสไง: หรือมีเรียนต่อปะ


[thnsh]: ไม่มีละ

[thnsh]: โอเคเลยครับบบ


พอตกลงอะไรกันเสร็จผมก็วางโทรศัพท์ลงกับโต๊ะแล้วพยายามทำตัวตั้งใจเรียนบ้างเพราะรู้สึกผิดขึ้นมานิด ๆ ตอนหันไปเห็นไอโจ๋มันนั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ หวังในใจว่าอย่างน้อยคาบนี้กูต้องได้อะไรกลับไปบ้าง            

จบคาบ ไอกายก็ได้ High Score ใหม่ใน Flappy Bird ด้วยคะแนน 82            

อืม โอเค


หลังจากอาจารย์ปล่อยคลาสได้ไม่นานคนอื่นในห้องก็ค่อย ๆ ทยอยลุกเดินออกไปกันเกือบหมด พอเห็นแบบนั้นไอผมที่นั่งรอคนเหลือน้อย ๆ จะได้ไม่ต้องไปเดินเบียดใครก็เก็บกระเป๋าแล้วลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้องตาม ๆ กันไป

ส่วนไอโจ๋แม่งออกไปก่อนตั้งนานละ พออาจารย์วางไมค์ลงปุ๊บแม่งลุกปั๊บ มันบอกว่ามันจะรีบไปหาหมอฟันหรืออะไรนี่แหละ

ผมก้าวเดินเอื่อย ๆ ไปยังโถงของอีกตึกที่พี่ซีคเขานัดผมเอาไว้ ถึงเวลามันจะยังเพิ่งสี่โมงสิบแต่ผมก็ไม่มีอะไรจะทำระหว่างนี้อยู่ดี จะไปกินข้าวก็ไม่ได้ ต้องเก็บท้องไว้เผื่อพี่เขาพาไปเลี้ยงบุฟเฟ่ต์

ไม่ได้ห่วงกินนะเว้ย เขาเรียกรอบคอบเฉย ๆ

พอเดินไปถึงใต้ตึก M แล้วผมก็กวาดสายตาหาที่ว่าง ๆ จะได้นั่งเปื่อยรอพี่เขามา แต่สายตาผมก็ไปสะดุดเข้ากับผู้ชายผมสีน้ำตาลอ่อนคนนึงที่นั่งอยู่บนม้านั่งแถวนั้นพอดี

พี่ซีคนี่หว่า มาไวกว่ากูไปอี๊ก

แต่พี่เขาไม่ได้อยู่คนเดียวอะดิ ข้าง ๆ พี่ซีคมีเด็กวิศวะหน้าตาดูฝรั่ง ๆ คนนึงยืนคุยกับพี่เขาอยู่ด้วย ถึงจะบอกว่าหน้าคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นที่ไหนแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก

" พี่ซีคปะครับ " ผมเข้าไปไหว้ทักยิ้ม ๆ พร้อมแนะนำตัวเองใหม่เผื่อว่าพี่เขาจำหน้าผมไม่ได้ " ผมกายเองนะ "

" อ้าว! ทำไมมาไวจัง นั่งก่อน ๆ " พี่เขาฉีกยิ้มกลับมาแล้วตบเก้าอี้ให้ผมไปนั่งข้าง ๆ

พี่ซีคดูไม่เปลี่ยนไปเลยจากครั้งล่าสุดที่ผมเจอ ยังตัวเล็ก ๆ ขาว ๆ หน้าเหมือนนิปปอนบอยอะไรแบบนั้น จะต่างจากเดิมก็แค่สีผมที่ดูอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย

ผมพยักหน้าแล้ววางกระเป๋านั่งลงข้าง ๆ พี่ซีคทันทีก่อนจะหันไปไหว้พี่วิศวะที่น่าจะเป็นเพื่อนพี่ซีคด้วยอีกคน พี่เขาก็รับไหว้ผมนะ แต่สายตาดูโคตรไม่เป็นมิตรเลย

นี่กูทำอะไรผิดปะวะ..

" แล้วนี่กินไรมายังอะ " พี่ซีคถามผมต่อ

" ยังเลยพี่ " ผมส่ายหน้า

" งั้นอยากกินอะไรไหนบอกดิ๊ อุตส่าห์หาพี่เจอ "

" อะไรก็ได้พี่ ผมกินได้หมด " จริง ๆ ก็อยากจะตอบว่าบุฟเฟ่ต์แซลมอนอะไรทำนองนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ก็กลัวโดนพี่เขาตบหัวทิ่ม โดยเฉพาะพี่วิศวะเพื่อนเขาอะ ทำไมพี่เขาหน้าตาดูมีปัญหากับผมจังวะ

" เฮ้ย ไม่เอาดิ น้องต้องเลือกมาสักอย่าง " พี่ซีคยังคงยิ้มให้ผม ไม่เมื่อยหน้าบ้างเหรอวะ

" อะไรก็ได้จริง ๆ พี่ เอาที่พี่สะดวกอะ "

" น้อง ๆ " พี่เสื้อช็อปพูดขึ้นมาหลังจากยืนเงียบมานาน ทำเอาผมกับพี่ซีคที่คุยกันอยู่ต้องหันขวับไปหาพี่เขา

" ครับ? "

" เคยอยู่วิศวะปะ " พี่เขาถามต่อ

" ใช่ครับ.. " หรือกูเคยไปทำอะไรให้พี่เขาจริง ๆ วะ เริ่มจะกลัวละนะ            

" แล้ว.. ใช่น้องรหัสเราปะ "           

ผมเงียบ มองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าสักพัก            

เด็กวิศวะ ลูกครึ่ง ผมสั้นสีน้ำตาลเข้ม เจาะหู..

เอ๊ะ..            

" พี่.. มู่ลี่ปะครับ "            

" อือ "            

" … "           

" … "            

รู้สึก.. เอ่อ.. Awkward ฉิบหาย            

" ห.. หวัดดีครับ " ผมไม่รู้จะทำไงก็เลยยกมือไหว้พี่เขาไปเงอะ ๆ งะ ๆ            

" จะไหว้ทำไมสองสามรอบ " ถึงจะพูดแบบนั้นแต่พี่เขาก็รับไหว้ผมอีกอยู่ดี            

" รู้จักกันด้วยเหรอ " พี่ซีคที่นั่งฟังอยู่ถามขึ้นมางง ๆ            

จะว่ารู้จักก็.. ไม่ค่อยอยากใช้คำนี้เท่าไหร่เลยอะ นอกจากเป็นพี่รหัสในนามตอนผมยังอยู่วิศวะแล้วผมก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับพี่เขาอีกเลย เลี้ยงสายก็ไม่เลี้ยง ชีทก็ไม่ให้ เคยคุยกันแค่ประมาณสามประโยคได้            

" ก็.. น้องรหัสเก่ากู " พี่มู่ลี่ตอบ            

จะว่าไปผมก็ขัดใจกับชื่อเขาฉิบหาย โคตรไม่เข้ากับหน้า            

" งั้นไปเลี้ยงด้วยกันเลยปะ สายรหัสกูมีกูเหลืออยู่กับน้องแค่นี้ละเนี่ย " พี่ซีคถามพี่มู่ลี่ก่อนจะหันมาตบไหล่ผมเบา ๆ            

" เอางั้นเหรอ ก็ได้นะ " พี่เขาตอบ " แต่กูอยากไป Retro อะ ได้ปะ "            

เรทงเรโทรอะไรฟะ ช่วยพูดภาษาที่คนนอกเข้าใจด้วยสิครับ

" เดี๋ยวไอมู่ นี่วันจันทร์นะ " พี่ซีคมองอีกคนที่ยืนอยู่ด้วยสายตาแปลก ๆ            

" ไม่เห็นเป็นไร มึงไม่กินอยู่แล้วหนิ "            

" ก็ใช่ แต่น้องอะ " คราวนี้พี่ซีคหันมาถามผม ส่วนผมก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นทำหน้างง ๆ ไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรกัน

" ฮะ "            

" น้องกินเหล้ามั้ย "            

" อ่อ กินครับ " ผมพยักหน้าเบา ๆ            

สรุปไอ Retro ที่ว่านี่คือร้านเหล้าเหรอ ใช่มั้ย ยังไง            

" เออเนี่ยน้องเขาก็กินได้ ไปเหอะ ถ้าห่วงเรื่องพรุ่งนี้มีเรียนก็ไม่ต้องกินหนักดิ " พี่มู่ลี่พูดกับพี่ซีคก่อนจะหันมาเลิกคิ้วให้ผม " ว่าไง ไปปะ "            

" ผมได้หมดเลยพี่ " ก็ยังคงคอนเซปต์เดิมอยู่อย่างงั้นแหละครับ จะพาไปไหนผมก็ไป            

พี่ซีคอ้าปากกำลังจะพูดต่อ แต่จู่ ๆ ก็มีกองชีทปึกใหญ่ยื่นแทรกเข้ามาตรงกลางทำเอาผมต้องหันไปมองเจ้าของชีทที่ว่าทันที            

พี่ดราฟท์..

มึงอีกแล้วเหรอครับ คณะก็ไม่ได้แคบขนาดนั้นปะ จะเจออะไรกันนักกันหนา

" อะพี่ซีค โทษทีพี่ พอดีจารย์ปล่อยช้า " พี่ดราฟท์ก้มหัวนิด ๆ เป็นเชิงขอโทษให้พี่ซีคที่ได้แต่พยักหน้ายิ้ม ๆ แล้วรับเอาชีทไปเก็บ ส่วนพี่มู่ลี่ก็มองพี่ดราฟท์คิ้วขมวดยิ่งกว่าตอนมองผมอีก พี่เป็นอะไรไหนบอกหมอซิ

ว่าแต่พี่ดราฟท์แม่งไม่เห็นผมที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่ซีคด้วยซ้ำ อะไรฟะ            

" พี่ดราฟท์ " ผมทัก พอพี่มันหันมาผมก็โบกมือลวก ๆ ให้            

" อ้าวไอกาย ทำไร " พี่มันทำหน้าตกใจนิด ๆ แสดงว่าก่อนหน้านี้แม่งไม่เห็นผมจริง ๆ ด้วย            

" มาหาลุงรหัส " ผมชี้ไปทางพี่ซีคที่นั่งยิ้มอยู่ข้าง ๆ

ผมอยากรู้มากว่าพี่เขาดูดเนื้อมาหรือยังไงทำไมชอบฉีกยิ้มอะไรขนาดนั้นวะ ถึงจะดูน่ารักสดใสดีก็เถอะ

" พี่ซีคเป็นลุงรหัสมันเหรอ " พี่ดราฟท์หันไปถามคนที่นั่งข้าง ๆ ผม            

" อือ รู้จักกันอีกแล้วเหรอ " พี่ซีคขำ " ไปกินเลี้ยงสายกับเราเปล่า "      

เดี๋ยว ๆ จะชวนพี่ดราฟท์ไปทำไมครับ แม่งไม่เกี่ยวอะไรกับสายรหัสเลยสักนิด

" ไม่ดีกว่าพี่ ให้สายรหัสไปกันเองดีกว่า " พี่ดราฟท์ส่ายหน้า " แล้วทำไมเลี้ยงวันนี้อะ ยังไม่เฉลยสายเลยหนิ "

" พอดีผมหาพี่เขาเจอแล้วไรงี้ก็เลยไปเลี้ยงกันเลย เป็นไง เก่งมะ " ผมตอบแทนพี่ซีคพลางยักคิ้วรัว ๆ            

" จ่ะ " พี่มันพยักพเยิดหน้าให้ผมเอือม ๆ " แสดงว่าวันนี้มึงจะโดดซ้อม ArtsBand เหรอ "           

" ตอนแรกผมก็คิดงั้นอะ แต่จะไปร้านเหล้าตอนนี้เลยก็.. " ผมหันไปทางพี่ซีคกับพี่มู่ลี่เพื่อขอความเห็น           

" สักสี่ทุ่มค่อยไปก็ได้ " พี่มู่ลี่ตอบ แต่พี่ซีคก็แย้งขึ้นมาทันที 

" ทุ่มสองทุ่มเหอะไอมู่ เดี๋ยวดึกเกิน "           

พี่มู่ลี่ทำหน้าเหมือนไม่ค่อยเห็นด้วยกับพี่ซีคเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ           

" อ่าว ไปร้านเหล้าเหรอ " พี่ดราฟท์ถาม ส่วนผมก็พยักหน้าตอบพี่มันไป พอเห็นแบบนั้นพี่มันก็ขมวดคิ้วนิด ๆ แล้วถามผมต่อ " แล้วมึงจะกินรึเปล่า "

ผมพยักหน้าซ้ำอีกรอบ เล่นเอาพี่ดราฟท์ทำหน้าดุกว่าเดิม

" เฮ้ย ไม่ต้องห่วงพี่ ผมไม่เมาเละหรอก สบ๊าย "

" เปล่า กูไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น " อ่าวไอสัตว์ หน้าแตกดังเพล้ง " มึงพยายามจะเลิกบุหรี่อยู่ใช่มั้ยล่ะ แต่ถ้ากินเหล้าไปมันก็จะอยากดูดบุหรี่ขึ้นกว่าเดิมนะเว้ย ไม่รู้เหรอ "    

" งั้นเดี๋ยวผม.. เอ่อ.. พกมะนาวไปด้วยก็ได้ " ผมตอบเสียงเบา ไม่รู้พี่มันจะด่าผมเพิ่มอีกมั้ย            

" แก้ปัญหาที่ปลายเหตุเกินไปมั้งกูว่า "            

" เดี๋ยวเราช่วยดูให้เลยดราฟท์ ไม่ให้แตะบุหรี่แน่นอน " พี่ซีคพูดขึ้นมาพลางเอาแขนมาคล้องคอผม พอพี่หน้าฝรั่งเห็นแบบนั้นก็ได้แต่หันขวับมามองผมเขม็ง            

เอ่อ.. พี่มีปัญหาอะไรกับผมปะครับ

ฝ่ายพี่ดราฟท์ที่ได้ยินแบบนั้นก็ส่ายหน้าเบา ๆ            

" ไม่รู้ดิ ไม่ค่อยอยากให้กินว่ะพี่ "            

" ก็ไปด้วยกันเลยดิ จะได้สบายใจ " พี่ซีคชวนพี่ดราฟท์เป็นรอบที่สอง แต่ไม่ทันที่พี่ดราฟท์จะตอบอะไรพี่มู่ลี่ก็พูดขึ้นมาก่อน            

" เราดูแลกันเองได้หน่า ถ้าคนอื่นไปด้วยแบบนี้มันก็ไม่ใช่เลี้ยงสายรหัสดิ นายยังบอกเลยว่าให้สายรหัสไปกันเองดีกว่า ใช่ปะ " พี่มู่ลี่หันไปเลิกคิ้วให้พี่ดราฟท์ด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะเป็นมิตร            

พี่มู่ พี่เมนส์มาเหรอครับ

พี่ดราฟท์มองกลับไปทางคนถามนิ่ง ๆ แล้วหันไปมองพี่ซีคที่กำลังนั่งงงอยู่กับผม จู่ ๆ พี่มันก็ทำหน้าเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกก่อนจะหันกลับมามองพี่มู่ลี่อีกรอบพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก

" คือตอนแรกไม่รู้ไงว่าไปร้านเหล้าก็เลยบอกงั้น แต่ตอนนี้คงต้องขอไปด้วยแล้วมั้ง " พี่ดราฟท์ตอบพี่มู่ลี่น้ำเสียงกวน ๆ แล้วหันมาทางพี่ซีค " นะพี่ซีค "

" เออ ๆ เอาดิ เราก็รอคำนี้อยู่เนี่ย " พี่ซีคฉีกยิ้มตอบพลางพยักหน้ารัว ๆ ส่วนพี่มู่ลี่ก็ได้แต่หันไปมองทางอื่นเซ็ง ๆ

" แล้วจะไปไหนกันอะครับ " พี่ดราฟท์ถามต่อ

" ดราฟท์รู้จัก Retro ปะ " พี่ซีคพูด

ทำไมพี่ไม่ถามผมบ้างอะครับ ผมไม่รู้เหี้ยอะไรเลย

" อ๋อ ใช่ไอร้านตรงหัวลำโพงปะพี่ "

" แม่นแล้ว ไปถูกใช่ปะ " พี่ดราฟท์พยักหน้ารับ แต่ไอผมอะส่ายหน้ารัว ๆ

" ผมไปไม่ถูกอะพี่ "

" เดี๋ยวไปพร้อมกูก็ได้ " พี่ดราฟท์หันมาบอกผม แล้วไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไรพี่ซีคก็พูดต่อ

" งั้นเจอกันประมาณ.. สองทุ่มละกันนะ จะได้เลิกไม่ดึก "

" โอเคครับ งั้นผมไปก่อนนะพี่ เจอกัน " พี่ดราฟท์บอกพี่ซีคแล้วหันไปทางพี่วิศวะอีกคนที่ยืนหน้าบึ้งอยู่ " เจอกันพี่มู่ "

" เออ " พี่มู่ลี่คิ้วขมวดแต่ก็ยังพยักพเยิดหน้ากลับมา

พี่ดราฟท์เดินมาทางผมโดยที่ไม่ได้หันมามอง เอามือมาแปะหัวผมเหมือนเห็นว่ามันเป็นราวบันไดเตี้ย ๆ แล้วก็เดินผ่านไป

เออ คือพี่แม่งเดินผ่านไปเลย

เจอกันพี่ซีค เจอกันพี่มู่ แล้วกูล่ะ อ้าว หรือไอการเอามือมาวางบนหัวนี่คือแทนคำบอกลาได้แล้ววะ มันไม่เงียบไปหน่อยเหรอ

แล้วกูจะเรื่องมากทำไมกับไอแค่การบอกลา 30 นาทีแล้วเจอกันใหม่ในห้องชมรมวะ เออ ๆ ช่างแม่ง

หลังจากพี่มันเดินออกไปแล้วผมก็คุยกับพี่ซีคต่ออีกสักพักเกี่ยวกับพวกเรื่องการเรียน เรื่องเอก โท ตรี จัตวา สารพัด ก่อนจะโดนขัดโดยพี่มู่ลี่ที่เข้ามาเตือนพี่ซีคถึงเรื่องนัดอะไรสักอย่าง สุดท้ายก็เลยต้องเซย์กู๊ดบายไปตามระเบียบ ส่วนไอผมที่ไม่ได้ต้องเก็บท้องไว้กินบุฟเฟ่ต์แล้วก็เลยไปหาอะไรกินในโรงอาหารก่อนจะไปจบที่ห้องชมรม

ยังไงก็เถอะ ผมก็ยังเป็นไอคนไร้หน้าที่ในชมรมอยู่ดี สิ่งที่ผมทำก็แค่ร้องแทนพี่ดราฟท์รอบสองรอบ ที่เหลือก็นั่ง ๆ นอน ๆ ขลุก ๆ มันอยู่กับโซฟา นั่งฟังพี่เขาซ้อมกันบ้าง เอางานขึ้นมาทำบ้าง คุยเล่นกับพี่ ๆ เพื่อน ๆ ในชมรมบ้าง ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

จนประมาณ 6 โมงทุกคนก็ต่างพากันเริ่มแยกย้ายไปตามกิจวัตรของตัวเอง ไอพี่ดราฟท์มันก็บอกให้ผมไปเจอกันที่ MRT หัวลำโพงตอนเกือบ ๆ สองทุ่มเพราะพี่มันต้องกลับไปเปลี่ยนเสื้อที่หอก่อน จะใส่เสื้อนิสิตไปเลยก็ดูไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ร้านเหล้าไม่ใช่ร้านกาแฟ แต่จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันผิดยังไง ส่วนผมที่ใส่ไปรเวทมาเรียนอยู่แล้วตั้งแต่ต้นก็เลยได้แต่หาอะไรทำฆ่าเวลาไปพลาง ๆ

พอใกล้ ๆ ถึงเวลานัดผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าไปรอพี่มันตรงสถานีที่ว่า คอยเช็คไลน์เป็นระยะ ๆ ว่าพี่มันถึงไหนแล้ว และล่าสุดพี่มันเพิ่งไลน์มาบอกว่าถึงหัวลำโพงเรียบร้อย ผมก็เลยรีบมายืนดักรอแถว ๆ บันไดเลื่อนทางขึ้นอยู่นี่แหละครับ

" ไอกาย "

พอมีเสียงเรียกชื่อผมดังมาจากทางด้านหลังพร้อมกับมือที่มาวางแหมะบนหัวไม่หนักไม่เบาผมก็หันขวับไปหาทันที

ก็ไอพี่ดราฟท์นั่นแหละ ผมก็ไม่ได้คิดว่าเป็นคนอื่นหรอก

 " อ่าว เดี๋ยวนะ " ผมทำหน้างง ๆ ชี้ไปที่พี่ดราฟท์ทีบันไดเลื่อนที

คือผมก็มองบันไดเลื่อนตลอด ไม่เห็นพี่มันโผล่หัวมาสักนิด แล้วจู่ ๆ พี่มันก็มาอยู่ด้านหลังผมอะ ได้ไงวะ ไม่ทราบว่าพี่หายตัวได้เหรอครับ

" ปะ " พี่มันพูดพลางผลักหัวผมเบา ๆ ให้เดิน " คนอื่นจะมายังวะ "

" เดี๋ยวผมถามให้ "

ผมเดินตามพี่ดราฟท์ไปพิมพ์ถามพี่ซีคไป ระหว่างรอพี่ซีคตอบผมก็มองคนตรงหน้าไปเรื่อยเปื่อย พี่แม่งใส่เสื้อยืดคอวีสีขาวกับกางเกงยีนส์สีดำตัวเดียวกับที่ใส่ไปมหาลัยวันนี้ รองเท้าสีขาวนั่นก็คู่เดิม ผมจำได้ นาฬิกากับสร้อยข้อมือเชือกถักก็อันเดิมอีก สรุปคือทั้งตัวพี่แม่งเปลี่ยนแค่จากเสื้อนิสิตเป็นเสื้อยืดเท่านั้นเอง

ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ ฟีลที่ให้แม่งคนละฟีลเลยว่ะ

พี่มันคงเห็นผมใส่ไปรเวทไปมหาลัยจนชินแล้ว แต่กับผมผมเพิ่งเคยเห็นพี่มันใส่ไปรเวทเป็นครั้งแรกเลยแหละ วงเล็บว่าถ้าไม่นับจากที่ไปส่องเฟซพี่มันมาอะนะ สำหรับผมผมรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้นมา คือ.. แม่ง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอธิบายยังไงดี มันเหมือนว่าผมได้เห็นพี่มันในอีกมุมนึง มุมที่ยังไม่เคยเห็นมาก่อน

..เหรอวะ ไม่รู้ดิ จริง ๆ ผมก็แค่ได้เห็นพี่มันใส่เสื้อยืด เออ ทำไมต้องเพ้อเจ้อ เหล้าก็ยังไม่ได้กินสักหน่อย

พี่ดราฟท์ที่เดินนำอยู่จู่ ๆ ก็หยุดชะงักแล้วหันมาวางมือบนหัวผมอีกรอบ ไม่รู้พี่แม่งเป็นอะไรนักหนากับหัวผม ไม่ใช่ว่าแอบเช็ดอะไรใช่ปะครับ

" ฮะ " ผมเลิกคิ้วงง ๆ ไม่เข้าใจว่าพี่มันต้องการอะไร

" ไอกาย "

" ฮะ " มีอะไรก็พูดมาสิวะ อย่าให้ผมฮะเป็นรอบที่สาม

" กูว่า.. " พี่มันพูดพลางเอามือที่วางบนหัวผมไปเกาท้ายทอยตัวเอง " กูเดินมาผิดทางออก "

" … "

" ไปทางนู้นกัน "

" ..ครับ "



________________________________________________________________​




BABBLING CORNER

#ก็กายจะกินไก่ทอด สำหรับ twitter นะะะ ไม่รู้เหมือนกันจะสร้างแท็กไว้ทำไม แต่สร้างไว้ก่อน555555

ช่วงนี้ก็ต้องอ่านมิดเทอมรัว ๆ เพราะงั้นจากที่มาช้าอยู่แล้วก็จะมาช้าเข้าไปอีก สวักลี​



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}