แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #40 ความผูกพัน (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #40 ความผูกพัน (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.8k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 26 มี.ค. 2559 19:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #40 ความผูกพัน (RW)
แบบอักษร

 

 

 http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg

 

ไอสูรย์ตัวร้าย #40 ความผูกพัน

 

ไอสูรย์

หลังจากที่เมื่อวานเจอมรสุมศึกหนักแถมพี่ชายตัวดียังหนีไปสิงคโปร์อย่างหน้าชื่นตาบานผมก็ต้องวิ่งวุ่นกันเลยทีเดียว แต่อย่างน้อยๆ งานเลี้ยงเมื่อคืนก็ผ่านไปอย่างราบรื่นแถมยังได้สัมพันธไมตรีเพิ่มขึ้นอีกต่างหาก

“พี่”

ผมว่าเรื่องงานเอาไว้ก่อนดีกว่าเพราะตอนนี้เรื่องดูแลเมียสำคัญที่สุดแถมเมื่อคืนยังทิ้งให้อ๋องน้อยอยู่บ้านคนเดียวตั้งหลายชั่วโมง (ตามจริงพ่อกับแม่ก็อยู่ครับแต่พวกท่านต้องดูแลไออุ่นกันส่วนสาวใช้ไม่มีครับ)

“ว่าไงครับ”

“เหนื่อยไหม พักผ่อนดีกว่านะตอนนี้ผมไม่เป็นอะไรมากแล้ว” อ๋องน้อยจ้องหน้าผมสายตายังคงล่องลอยแต่ปากกลับบอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ผมยิ้มให้ร่างเล็กที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆ

“พี่ไม่เหนื่อยครับ”

“แต่ว่า

“ถ้าไม่อยากให้พี่เหนื่อย ก็อย่าดื้อนะครับ”

“ครับ” ตอบรับอย่างว่าง่ายเชียวครับ “แล้วลูกอยากเจอลูก”

“ตอนนี้พ่อกับแม่ช่วยกันดูแลอยู่ครับ รอให้หายดีก่อนนะ”

“อยากเจอ”

“อย่าดื้อสิครับ” ผมเองก็ออยากให้อ๋องน้อยเจอลูกเหมือนกันครับเพราะดูท่าทางเมื่อวานแม่จะไม่ยอมอนุญาตให้เจอเลยแถมวันนี้ก็ด้วยจนกว่าอ๋องน้อยจะหายป่วยละมั้งถึงจะได้เจอ

“ก็ได้ครับ”

“ดีมากครับ งั้นนอนพักนะ”

“นอนอีกแล้วเหรอ? นอนทั้งวันแล้วนะครับนี่ก็เพิ่งตื่นขอดูทีวีได้ไหม” อ้อนผมทันทีเลยครับทั้งๆ ที่เมื่อกี้เพิ่งพูดไปหยกๆ ว่าจะไม่ดื้อ

“ครับๆ” สุดท้ายก็ต้องยอมก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดทีวีให้เด็กดื้อ อ๋องน้อยดูท่าทางจะสนใจมากๆ ก่อนจะคว้ารีโมตไปถือเอาไว้แล้วกดเลื่อนช่องไปมาเรื่อยๆ จนผมนี่ตาลายไปหมดเลยทีเดียว

“สักช่องสิครับ”

“ก็มันน่าดูหมดเลย”

“เดี๋ยวพี่ไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้กินนะครับ” ขยี้หัวน้องก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มแล้วลุกออกมาจากห้อง

สิบนาทีต่อมาผมก็ได้นมอุ่นมาแก้วนึงพร้อมกับขนมปังในมือครับ อ๋องน้อยหันมามองหน้าผมแล้วก็ยิ้มให้ ผมเองก็เดินเข้าไปหาน้องก่อนจะยื่นนมให้

“ดูอะไรอยู่ครับ” เพราะสีหน้าท่าทางของน้องดูจะมีความสุขมากๆ ผมเลยต้องถามออกไปก่อนที่เจ้าตัวจะมองไปยังหน้าจอทีวีแทนคำตอบ

“อยากเป็นแม่ที่ดีของไออุ่น” จู่ๆ น้องก็พูดออกมาแถมน้ำตายังไหลอีกด้วยครับทำเอาผมนี่ใจแป๋วไปเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเวลาไหนอ๋องน้อยก็สามารถทำให้ผมรู้สึกมีความสุขได้จริงๆ ขอบคุณจริงๆ ที่ส่งเขามาให้ผม

“อะไรกันร้องไห้อีกแล้วนะครับ” ผมเอื้อมมือไปเกลี่ยน้ำตาให้น้องก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้แล้วรั้งน้องเข้ามากอดเอาไว้ก่อนจะนั่งดูทีวีเป็นเพื่อน ทุกคนอาจจะสงสัยว่าทำไมน้องถึงร้องไห้ก็เพราะเมื่อกี้อ๋องน้อยกำลังนั่งดูสารคดีสัตว์โลกน่ารักอยู่ครับแล้วลูกของกวางตัวหนึ่งก็กำลังจะถูกเสือกินแต่แม่ของมันก็เข้ามาปกป้องเอาไว้จนต้องตาย

พอเถอะครับเดี๋ยวจะเกินจริงไป แต่จริงๆ อ๋องน้อยก็กำลังดูสารคดีอยู่นั่นแหละครับท่าทางตั้งใจมากๆ ด้วย

“พี่ครับ ถ้าผมหายป่วยแล้วเราไปทะเลกันอีกนะครับ พ่อกับแม่ด้วยแล้วก็พี่โรมิโอ คุณโจว และ

“พอแล้วครับ เอาเป็นว่าพี่จะชวนทุกคนที่อ๋องน้อยรู้จักไปเลยละกันครับ”

จุ๊บ

อ๋องน้อยยื่นหน้าเข้ามาหาผมก่อนที่จะกดจูบลงบนแก้มของผมอย่างอ่อนโยนก่อนจะรีบผละออกไป ไม่อยากจะบอกว่าริมฝีปากของน้องร้อนมากๆ เลยทีเดียวทำเอาผมใจหวิวไปเลยครับ

“ขี้โกงนี่ครับ”

“รางวัลต่างหากละครับ”

“ทำแบบนี้พี่ก็แย่นะสิ”

“แย่ยังไงไม่ทราบ” อ๋องน้อยพูดจาทีเล่นทีกับผมก่อนจะจ้องหน้าไม่วางตาเหมือนกำลังยั่วเลยครับ ส่วนผมนะเหรอลูกแมวอยู่ตรงหน้าแล้วใครหน้าไหนจะอยากปล่อยไป เอื้อมมือไปคว้าแก้วนมอุ่นเมื่อกี้ไปวางลงบนโต๊ะใกล้ๆ คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็มองผมแบบแปลกๆ แต่พอรู้ตัวว่ากำลังตกเป็นเหยื่อก็รีบเด้งตัวหนีทันทีแต่เสียใจครับเพราะมันสายไปแล้ว

หมับ

“พี่ไอสูรย์ไม่เล่นนะ ผมป่วยอยู่” อ๋องน้อยดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของผมก่อนจะร้องดังเพื่อขอความเห็นใจแต่เสียใจจังที่ตอนนี้อสูรมันอยากจะออกล่าแล้วสิ

“พี่ก็ไม่อยากรังแกคนป่วยหรอกครับ แต่ถ้าเจอคนป่วยยั่วพี่ก็แย่นะสิ”

“ผมไปยั่วพี่ตอนไหนไม่ทราบ” มีเถียงครับทั้งๆ ที่เมื่อกี้เป็นฝ่ายหอมแก้มผมก่อนแท้ๆ ทั้งๆ ที่ผมพยายามจะอดทนมานานแล้ว

“ไม่มีกฎข้อไหนห้ามกดเมียตัวเองตอนป่วยนี่ครับ”

“พี่อย่ามาแถนะ ถ้าติดไข้ผมไม่รู้ด้วย” อ๋องน้อยเหมือนกำลังจะยอมแพ้ผมเลยครับ

“พี่ไม่แคร์”

อื้อ

นั่นไงครับถูกผมปิดปากจูบไปซะแล้ว ขอบอกว่าตอนอ๋องน้อยป่วยขนาดลมหายใจยังร้อนผ่าวไปหมดเลยทีเดียวแถมตัวก็ยังรุมๆ อีกต่างหากแต่ผมนี่ก็ยังอยากจะรังแกคนป่วยอยู่อีกก็อสูรน้อยมันอดใจไม่ไหวแล้วนี่ครับ

“ขอนะ”

“ถ้าเกิดว่ามีคนมาละครับ”

“เวลานี้ไออุ่นกำลังตื่นเพราะฉะนั้นพ่อกับแม่ไม่มีทางเดินมาแน่นอน”

“รู้ดี”

“ก็ลูกพี่ทั้งคนนี้ครับ เราสื่อสารกันโดยการใช้ใจ”

หมับ

พอผมพูดจบอ๋องน้อยก็เป็นฝ่ายดันผมจนล้มลงไปนอนกับเตียงแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวผมเอาไว้ ท่านี้ขอบอกว่ากินใจครับ

“ถ้าพี่ป่วยละน่าดู” ยิ้มรับอย่างไม่แคร์ก่อนที่เจ้าตัวจะก้มลงมาหาผมแล้วกดจูบเบาๆ ที่ริมฝีปาก ถ้าเมียจะมอบจูบที่หวานล้ำให้ขนาดนี้ถึงป่วยก็ยอมครับ

ทุกอย่างมันดำเนินไปอย่างรวดเร็วทำเอาผมตั้งตัวไม่ทันเลยทีเดียวแถมมือคู่เล็กก็แสนจะขี้โกงมากเลยด้วย ไม่ยอมละไปจากตัวผมแถมยังค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออกให้ผมทีละชิ้นอย่างเบามือและจ้องตายั่วยวนกันซะเหลือเกิน

ผมเองก็อยากเป็นอสูรเชื่อง ๆ ที่รอให้แมวน้อยประทานอาหารให้เหมือนกันสิครับ

จุ๊บ

ริมฝีปากเล็กกดจูบลงมาเบาๆ ที่ริมฝีปากของผมก่อนจะเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆ และแน่นอนว่าอสูรน้อยของผมมันกำลังสู้อยู่เลยครับ

“เดี๋ยว” แต่ผมกลับร้องห้ามเอาไว้เพราะกลัวว่าจะอดใจไม่ไหว ความร้อนจากร่างกายอ๋องน้อยกำลังทำให้อารมณ์ของผมกระเจิดกระเจิงไปในทิศทางที่แสนไกล

“ห้ามทำไมครับ” เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมพวงแก้มทั้งสองข้างแดงเหมือนลูกมะเขือเทศเลยทีเดียวครับ

“พี่กลัวจะอดใจไม่ไหวแล้วทำรุนแรงไปนะสิ”

“แต่เมื่อกี้พี่เป็นคนอยากเริ่มนะ”

“ก็ใช่ แต่ให้พี่ช่วยเราผ่อนคลายก่อนดีกว่านะ”

“หืม! อ๊ะ” ผมไม่ได้ตอบอะไรนอกจากจะรั้งอ๋องน้อยให้ลุกขึ้นก่อนจะดันตัวน้องให้นอนราบลงไปกับเตียงแทนผม โน่มใบหน้าของตัวเองลงไปกดจูบคนตรงหน้าอย่างโหยหา ก่อนจะละออกจากริมฝีปากแล้วไล่ไปตามซอกคอ ผมอยากจะทำให้คอขาวๆ ของอ๋องน้อยเต็มไปด้วยรอยสีแดงๆ ซะจริงๆ เลยครับแต่ก็ต้องพยายามละเอาไว้ถ้าคนอื่นเห็นมีหวังผมถูกดุว่ารังแกน้องทั้งๆ ที่ยังป่วยอยู่แน่นอนเลย

อื้อ

เสียงครางเล็กดังขึ้นมาแต่ก็ไม่นานเพราะน้องพยายามที่จะยกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองเอาไว้ทำให้ผมต้องคว้าข้อมือเล็กทั้งสองข้างแล้วรั้งไว้เหนือหัวแทน

“อะ ไอสูรย์”

“พี่อยากได้ยินเสียงของอ๋องน้อยมากกว่านี้นะครับ” ผมก้มลงไปกระซิบข้างๆ หูก่อนจะกัดที่ใบหูเล็กจนแดงระเรื้อแถมร่างกายยังสั่นสู้ผมอีกต่างหาก

“แกล้งผมอีกแล้ว”

“เดี๋ยวก็รู้ว่าแกล้งจริงๆ มันเป็นยังไง”

อื้ม... อ๊า...

"อะ... อสูร อื้อ..."

ทุกอย่างมันกำลังล่องลอยไปตามหัวใจของพวกเราทั้งคู่ ปล่อยให้การกระทำและรอยจูบคือคำมั่นสัญญาที่จะอยู่กับเราตลอดไป ไม่มีรักไหนหรือสิ่งใดที่จะมั่นใจได้ว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดจนกว่ามือคู่นี้จะหายไปโดยไม่หวนกลับมา

ความสุขที่พวกเราพร้อมจะสร้างมันไปด้วยกันในทุกๆ วัน

 

ตกเย็น

แค่ก แค่ก

ฮัดชิ้ว!

ช่วยสาบานหน่อยสิครับว่านี่ไม่ใช่เสียงที่ออกมาจากปากของผม หลังจากที่ภารกิจทำรักกับอ๋องน้อยผ่านไปเด็กดื้อก็หลับคาอกผมทันทีจนผมต้องลุกขึ้นไปหาผ้ามาชุบน้ำอุ่นๆ แล้วเช็ดตัวให้เพราะกลัวว่าไข้จะกลับมาหนักกว่าเดิมแต่ที่ไหนได้ผมกลับรู้สึกเหมือนโลกของตัวเองกำลังหมุนอยู่เลยครับ

“ตื่นแล้วเหรอครับ” อ๋องน้อยที่เดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถามผมด้วยท่าทางสดชื่นแถมร่างกายก็เหมือนผ่านการอาบน้ำมาหมาดๆ

“นี่อาบน้ำมาเหรอ”

“ก็มันเหนียวตัวนี่ครับ”

“ไม่สบายอยู่นะ” ผมส่งเสียงดุก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวแต่กลับรู้สึกเหมือนร่างกายมันไม่ไหว แถามยังอยากนอนต่อ

“พี่ไอสูรย์” อ๋องน้อยมีท่าทีตกใจก่อนจะรีบวิ่งเข้ามาพยุงตัวผมแล้วบังคับให้นอนลงไปกับเตียง “พี่ตัวร้อน”

ผมไม่อยากได้ยินคำๆ นี้เลยครับ “ผมบอกพี่แล้วใช่ไหม?”

“อย่าดุพี่สิ” จ้องหน้าอ๋องน้อยที่ท่าทางเหมือนจะหายป่วยอย่างขอร้องอ้อนวอนแต่เจ้าตัวกลับยู่หน้าใส่ผมแล้วลุกขึ้น “จะไปไหนครับ”

“ก็จะไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้คนป่วยนะสิครับ” เหมือนน้องกำลังอารมณ์เสียอยู่เลยทีเดียว ดูท่าทางก็รู้ว่ากำลังไม่พอใจผม

น้องเดินหายเข้าไปในห้องน้ำกลับมาอีกทีพร้อมผ้าชุบน้ำหมาดๆ เพื่อเช็ดตัวให่ผม...

“อยู่นิ่งๆ ได้ไหมครับ” อ่องน้อยกำลังดุผมที่ดื้อไม่ยอมอยู่เฉยๆ ให้เขาเช็ดตัว แถมน้ำเสียงงี้มาเต็ม

“พี่ไม่ได้ป่วยนะ”

“ยังจะมาพูดดีอีกนะครับ ช่วงหลายวันมานี้พี่เอาแต่ทำงานจนดึกแล้วไหนต้องมาดูแลผมที่ป่วยอีกทั้งๆ ที่ผมก็เตือนพี่ไปแล้ว” อ๋องน้อยระบายออกมาเต็มเลยครับแต่ก็ยังคงเช็ดตัวให้ผมอยู่อย่างนั้น แถมตอนท้ายๆ ผมรู้สึกเหมือนน้ำเสียงของคนตัวเล็กจะเบาลงกว่าเดิมด้วยครับ

“พี่ขอโทษ”

“พี่ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าผมไม่ยอมซะอย่างพี่จะได้ผมเหรอ”

“เฮ้อ! ทำเป็นพูดให้กำลังใจตัวเองไปนะครับ ถึงไม่ยอมถ้าพี่อยากได้พี่ก็จะเอาอยู่ดี”

“พอเถอะครับ ผมเช็ดตัวเสร็จแล้วพี่ก็พักผ่อนไปนะผมจะลงไปหาอะไรอุ่นๆ มาให้พี่กินรองท้องก่อนกินยาก็แล้วกันครับ”

“อ๋องน้อย” เรียกชื่อคนตัวเล็กเสียงเบาเชียวครับแต่เจ้าตัวกลับไม่ยอมฟังแถมยังเดินออกไปจากห้องแล้วด้วย ไอ้ผมก็อยากจะตามไปหรอกแต่ร่างกายมันยังไม่อยากขยับไปไหนตอนนี้

มันก็ถูกอย่างที่อ๋องน้อยว่านั่นแหละครับเพราะช่วงนี้ผมทำงานดึกทุกวันแล้วไหนจะต้องดูแลน้องที่กำลังป่วยอยู่อีก แต่พอน้องจะหายผมกลับป่วยขึ้นมาซะงั้นคงเพราะผมหักโหมมากจนเกินไปด้วยแหละ แต่น้องบอกหากหายป่วยอยากไปทะเลอีกผมก็เลยขยันทำงานไปหน่อยกลัวว่างานจะสุมหัวจนหาเวลาว่างไม่เจอ...แต่ดันต้องมาหยุดพักเพราะป่วยซะงั้น

เฮ้อ! ขอนอนพักหน่อยละกันครับ

 

อ๋องน้อย

พี่ไอสูรย์นี่ทำตัวน่าตีจริงๆ เลย สุดท้ายเป็นไงดันมาป่วยอีกจนได้แถมท่าทางจะแย่เอาการเลยด้วย ทุกครั้งที่ผมเห็นเขาทำงานหนักผมก็รู้สึกแย่มากพอแล้วที่ช่วยอะไรเขาไม่ได้มากแล้วนี่อะไรดันมาป่วยเพราะติดไข้จากผมไปอีก ดีนะที่ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นมามากแล้วไม่งั้นได้แย่กันไปทั้งสองคนแน่ๆ

“อ้าวอ๋องน้อยยังป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอแล้วนี่ลงมาทำไม” เสียงของแม่ดังขึ้นมาจากด้านหลังของผมก่อนที่ท่านจะเดินเข้ามาหาแล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาอังหน้าผากของผมและลดลงไปที่ต้นคอเพื่อวัดไข้ “แต่ตัวก็ไม่ร้อนแล้วนี่”

“ผมไม่เป็นอะไรแล้วครับแม่ แต่พี่ไอสูรย์นะสิเหมือนจะไม่สบาย”

“เฮ้อ! ก็แน่ละสิพี่เขาเอาแต่ทำงานไม่ยอมพักผ่อนแล้วไหนจะมาดูแลลูกอีก”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้วุ่นวายกันไปหมดเลย แล้วนี่ไออุ่นหลับเหรอครับ”

“เปล่าหรอกตื่นอยู่ ตอนนี้ตาแก่ก็กำลังดูอยู่นะแม่ลงมาเอาน้ำร้อนเฉยๆ แล้วลูกละ”

“ผมจะลงมาหาข้าวต้มให้พี่ไอสูรย์นะครับ” ผมกับแม่เดินเข้าไปในห้องครัวพร้อมกัน

“แม่ทำไว้ให้แล้วนะ เหลือแต่อุ่นอย่างเดียว”

“ขอบคุณนะครับ”

“ตอนแรกแม่ก็นึกว่าไอสูรย์จะเป็นคนลงมาเอาซะอีก แต่ที่ไหนได้ดันป่วยขึ้นมาซะงั้นยังไงก็ช่วยกันดูแลหน่อยนะลูก ส่วนไออุ่นเดี๋ยวแม่กับตาแก่จะช่วยดูให้งั้นแม่ไปก่อนนะ”

“ขอบคุณครับแม่” ท่าทางของแม่เหมือนกำลังมีความสุขในทุกๆ ครั้งที่ได้พูดถึงพ่อพี่ไอสูรย์กับไออุ่นเลยครับและนั่นมันก็ทำให้ผมมีความสุขไปด้วย “แม่ครับ” ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงอยากจะเรียกท่านขึ้นมาแต่ที่แน่ๆ มันทำให้แม่หยุดเดินแล้วหันมายิ้มให้ผม

“ว่าไงลูก”

“ผมนะไม่อยากรู้หรอกครับว่าตอนนี้พ่อแท้ๆ ของผมเป็นใครและอยู่ที่ไหน  เพราะตอนนี้แม่ของผมกำลังมีความสุขอยู่” แม่เหมือนจะเงียบไปสักพักก่อนจะยิ้มให้ผมแล้วเดินเข้ามาหารั้งผมเข้าไปกอดเอาไว้ลูบหัวเหมือนทุกๆ ครั้งที่ท่านอยากจะปลอบโยนผม หลายครั้งที่ผมเคยทะเลาะกับแม่เพราะเรื่องนี้แต่ต่อไปนี้มันจะไม่มีอีกแล้วครับ

“แม่รักลูกนะอ๋อง”

“ผมก็รักแม่นะครับ”

“เอาไว้ว่างๆ แม่จะพาลูกไปหาพ่อก็แล้วกัน” แม่ผละออกจากผมและพูดประโยคนี้ออกมา ซึ่งมันเป็นคำพูดที่ทำให้ผมตกใจมากๆ

“มันถึงเวลาที่ลูกควรจะรู้แล้วไม่ใช่เหรอและแม่ก็ไม่อยากจะปิดบังลูกอีกแล้ว”

“ผมไม่อยากรู้แล้วละครับ”

“แต่แม่อยากให้ลูกได้รู้ไว้ งั้นแม่ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ”

“ครับ”

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงอยากให้แม่รีบพาไปเจอพ่อเร็วๆ แต่ถ้าเป็นตอนนี้ผมกลับไม่อยากไปแล้วเพราะแม่กำลังมีความสุข และผมก็เชื่อว่าแม่กำลังเปิดใจให้กว้างที่สุดถ้าเทียบกับเมื่อก่อนท่านจะไม่เอ่ยถึงพ่อสักคำแต่วันนี้ท่านกลับพูดออกมาและอยากพาผมไปเจอพ่อด้วย

ผมนะเชื่อใจแม่เสมอและรักท่านเสมอเหมือนกันขอบคุณนะครับแม่

 

ผมละทิ้งทุกอย่างที่คุยกับแม่ไว้ในห้องครัวก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มหมูร้อนๆ ขึ้นมาด้านบนพร้อมกับยาแก้ไข้ให้พี่ไอสูรย์ พอเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าพี่ไอสูรย์หลับไปซะแล้วผมเองก็ไม่อยากปลุกแต่ถ้ารอมีหวังข้าวต้มเย็นกันพอดีอย่างน้อยๆ ก็ตื่นมากินสักหน่อยก็ยังดีเพราะจะได้กินยาแล้วพักผ่อนต่อ

“พี่ไอสูรย์”

“อื้อ” เสียงครางตอบกลับมาเหมือนเด็กขี้อ้อนเลยทีเดียวครับ

“ตื่นมาทานข้าวต้มก่อนนะครับ พี่จะได้กินยาแล้วพักผ่อน”

“พี่ปวดหัวจังเลยครับ” น้ำเสียงงัวเงียของพี่ไอสูรย์ตอบกลับมาแต่ก็ไม่ยอมลืมตาขึ้นมามองผมสักที นึกขำจริงๆ ครับที่วันนี้อสูรตัวร้ายของผมหมดฤทธิ์ไปซะดื้อๆ แถมยังราบคาบอีกต่างหาก

“นะครับเดี๋ยวผมป้อน” พี่ไอสูรย์เหมือนจะเริ่มขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาแล้วมองหน้าผม “ลุกไหวไหมครับ” พี่ไอสูรย์ส่ายหัวแทนคำตอบผมก็เลยต้องช่วยพยุงพี่แกให้นั่งพิงหัวเตียงก่อนจะยกถ้วยข้าวต้มมาถือเอาไว้แล้วเป่าให้ก่อนจะป้อนให้คนป่วยตรงหน้า

“ขอบคุณนะครับ” พี่ไอสูรย์เอ่ยคำพูดนี้ออกมาก่อนจะจ้องหน้าผม

“แม่ทำไว้ให้ต่างหากครับ กินเยอะๆ นะครับ”

“พี่อยากป่วยแบบนี้ไปนานๆ จังครับ” คนป่วยพูดจาอ้อนผมก่อนจะมองหน้า ก่อนหน้านี้ยังดีๆ แถมยังซ่าใส่ผมอยู่เลยแต่ตอนนี้กลับหมดลายซะงั้นนึกแล้วก็อดขำไม่ได้แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้

“ไม่ดีนะครับ”

“ก็เวลาที่พี่ป่วยอ๋องน้อยจะดูแล”

“ถึงไม่ป่วยก็ดูแลครับ แต่พี่มักจะดูแลผมซะมากกว่า” ผมยิ้มให้พี่ไอสูรย์ก่อนจะป้อนข้าวต้มต่อ มันเพลินจนเขากินไปตั้งเยอะแนะครับ

“ก็คนมันรักนี่”

“พูดเต็มปากเลยนะครับ”

“เรื่องจริงนี่”

“ครับๆ รีบกินดีกว่า พี่จะได้กินยาแล้วพักผ่อน”

“ครับ” ผมละชอบเวลาที่พี่ไอสูรย์เป็นแบบนี้แต่ก็ไม่อยากให้เขาป่วยอยู่ดี แต่อย่างน้อยๆ ร่างกายของคนเราก็ต้องการการพักผ่อนแต่สำหรับอสูรตัวร้ายไม่ยอมพักเลยทีเดียวทำเอาผมเหนื่อยใจ

แต่ก็ละสายตาไปจากเขาไม่ได้อยู่ดี

สรุปแล้วพวกเราทั้งคู่ก็สลับกันป่วยสินะ กว่าจะได้เข้าใกล้ไออุ่นคงอีกหลายวัน

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

}