หอหมื่นอักษร

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ตอน ๓๑ ม่อไป๋เขียนใบสั่งยา

ชื่อตอน : ตอน ๓๑ ม่อไป๋เขียนใบสั่งยา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2560 10:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๓๑ ม่อไป๋เขียนใบสั่งยา
แบบอักษร

ฉับพลันทันใด สายตาทุกคู่ในห้องล้วนพุ่งตรงมายังม่อไป๋

แต่กลับเห็นสีหน้าที่สงบนิ่งของเขา สายตามองไปยังฮองเฮา

“เสด็จแม่ ลูกมีตัวยาชุดหนึ่ง ไม่ทราบว่าเสด็จแม่ยินยอมเชื่อลูกหรือไม่”

ฮองเฮาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนตอบกลับ

“หมอมีชื่อเสียงโด่งดังทั้งสามท่านรับใช้ราชสำนักเราและทำให้เกิดความสงบมานับครั้งไม่ถ้วน เจ้ายังคิดโอหังไร้มารยาทอยู่อีก”

ม่อไป๋รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าต้องโดนดุ เพราะชินแล้วกับการคว้าโอกาสให้ตนเองได้รับการสั่งสอน แต่อีกทางหนึ่งเขาก็สงบนิ่งและไม่เคยดูหมิ่นความสามารถทางการแพทย์ของใคร

“เสด็จแม่ เป็นจริงที่ว่าอาการที่ขาของท่านมีสาเหตุมาจากพลังจิงในไต ฝ่ามือนั่นทำให้หลอดเลือดดำในไตของท่านเสียหาย สูญพลังจิงไปมาก ดีที่ท่านมีกำลังภายในรักษาร่างกาย มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หรือเป็นอัมพาตจนถึงทุกวันนี้ นับว่าโชคดีมากจริงๆ!” ม่อไป๋กล่าวจริงจัง

บอกตามตรง คำพูดเหล่านี้ล้วนเพียงพอต่อการทำให้ฮองเฮาและหญิงชราตกตะลึงพรึงเพริดแล้ว

“ก่อนหน้านี้ลูกก็มีแก่ใจตรวจสอบอาการป่วยของแม่หรือ?”

สีหน้าฮองเฮาอ่อนโยนลง น้ำเสียงก็เบาขึ้น

ม่อไป๋ชะงัก รู้ว่านางต้องไม่เชื่อว่าเป็นผลที่ได้จากการจับชีพจรเมื่อครู่เป็นแน่ แต่ก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องอธิบายมากความ พูดเรื่องโรคต่อ

“เมื่อครู่ลูกดูใบสั่งยาของหมอจาง ตัวยาที่ใช้ทั้งหมดไม่ใช่ตัวยาที่ดีที่สุด และไม่ได้ใช้รักษาโรคได้จริง แต่ใช้บำรุงไตให้โลหิตไหลเวียนสะดวกมากกว่า ต้องใช้ตัวยาที่ดีที่สุด เพื่อชะลอไม่ให้พลังจิงในไตสูญไป”

“เมื่อลูกมีความรู้เรื่องสรรพคุณของยาขนาดนี้ ทำไมไม่บอกให้แม่รู้แต่แรก แม่จะได้จัดอาจารย์ชื่อดังมาสอนให้ ไม่แน่ว่าลูกอาจมีอนาคตที่ไกลกว่าใครๆ”

พระดำรัสของฮองเฮาเจือการตำหนิ แต่แววพระเนตรทอประกายเจิดจรัส ตรัสจบก็ทรงคิดต่ออีก

“ไม่ได้การ ไปหมิงจูคราวนี้ถือเป็นการปิดกั้นพรสวรรค์ของลูก พรุ่งนี้แม่ต้องทูลให้ฝ่าบาททรงทราบ ให้ทรงจัดหมอเทวดามีชื่อสักคนตามไปด้วย จะได้คอยสอนลูกได้”

ม่อไป๋เห็นท่าทางของพระองค์แล้วก็ได้แต่เงียบเสียง หากในใจซาบซึ้งถึงความรักของแม่เป็นอย่างยิ่ง แต่สีหน้ากลับจริงจังขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเด็ดขาด

“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกหมอหลวง หมอเทวดาที่รักษาให้เสด็จแม่ก็ต้องถูกลงโทษเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะพวกนี้ เสด็จแม่คงไม่ต้องเจ็บมานานขนาดนี้ พวกสิบแปดมงกุฎ!”

ม่อไป๋โมโหแล้วจริงๆ

ขณะเดียวกันทุกคนในห้องต่างหน้าถอดสี

เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ไม่ควรสบถเหลวไหลต่อหน้าฮองเฮา

ไม่ต้องพูดถึง สีพระพักตร์ของฮองเฮาเคร่งเครียด พระเนตรลุกวาว แต่ไม่รอให้ทรงกริ้ว สีหน้าม่อไป๋พลันแดงขึ้น เขารีบหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดปาก

“แค่กแค่ก... แค่กแค่ก!”

เสียงไอรุนแรงทำคนในห้องตกใจ ฮองเฮาพระทัยสั่น

“เป็นอะไรลูก...” ฮองเฮาหน้าถอดสี

“รีบรินน้ำให้ท่านอ๋องเร็ว” หญิงชรารีบสั่ง

สาวใช้ในวังรีบเข้าเทน้ำชาให้ม่อไป๋

ม่อไป๋ได้ไอแรงๆ ออกมาจึงค่อยรู้สึกสงบลง ดวงตาฉายแววเครียดสักพักก็หายไป ออกแรงใช้ผ้าเช็ดหน้าสีน้ำเงินเช็ดริมฝีปากปราดเดียว ก่อนเก็บใส่อกเสื้อ

รสคาวจางๆ ของโลหิตยังติดอยู่ในปาก เขารับถ้วยน้ำชามาจิบนิดหน่อย เห็นน้ำชากระเพื่อมเป็นสีแดง ก็ไม่กล้าวาง รีบดื่มจนหมดก่อนค่อยส่งแก้วคืนให้

“เสด็จแม่ไม่ต้องห่วง เพราะลูกโมโหชั่วครู่ ทำให้แผลเก่ากำเริบ ตอนนี้ไม่เป็นไรแล้ว”

สีหน้าที่แดงก่ำของม่อไป๋ค่อยๆ จางลง กลายเป็นซีดขาว

ฮองเฮาเห็นดังนั้นจึงรีบรับสั่ง “อย่ามัวยืน รีบนั่งลง!”

ม่อไป๋ได้ยินก็อมยิ้มเล็กน้อย ไม่ปฏิเสธ

ผ่านเหตุการณ์เมื่อครู่ ฮองเฮาก็ไม่ทรงเอาความเรื่องที่เขาพูดจาไม่เกรงใจอีก และไม่คำนึงถึงอาการป่วยของตน ตรัสเสียงเบา

“ร่างกายเจ้ายังไม่หายดี รีบกลับไปพักเถอะ แม่ไม่เป็นไรหรอก เจ้าสิ ไปหมิงจูแล้วต้องดูแลตัวเองให้ดีรู้ไหม”

ม่อไป๋ไม่รับคำ เขาก็อยากรีบกลับไปเหมือนกัน จึงพูดต่อ

“เสด็จแม่ ทรงฟังลูกพูดให้จบก่อน ลูกมิได้พูดจาเหลวไหลแต่อย่างใด ในใจลูกโกรธแค้นจริงๆ คิดดูถ้าเสด็จแม่ได้พบหมอที่เก่งและดี ได้เสวยยาที่ดีสักไม่กี่ชุด อาศัยกำลังภายในของเสด็จแม่ในตอนนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ไม่ทรงกังวลพระทัยแล้ว แต่คนพวกนี้กลับเลี้ยงไข้เสด็จแม่ครั้งแล้วครั้งเล่า สิบกว่าปีผ่านไป จนทำให้ต้องเป็นแบบนี้ จะให้ลูกยอมรับพวกนักต้มตุ๋นที่ทำผิดกับเสด็จแม่ได้อย่างไร?”

เห็นเขากะตือรือล้นขนาดนี้ ฮองเฮาและหญิงชราต่างรู้สึกตื้นตันใจ แต่หันมาสบตากัน ค่อยสงบใจลง อย่างไรก็ดีพวกนางยังไม่กล้าเชื่อม่อไป๋นัก ยาไม่กี่ถ้วยจะทำให้หายจากโรคร้ายได้จริงหรือ

ม่อไป๋หายใจเข้าลึกๆ มองดูสีหน้าฮองเฮาก็รู้แล้วว่าทรงคิดอย่างไร จึงไม่อยากพูดมากอีก เพียงเอ่ยเสียงขรึม

“เสด็จแม่ ให้ลูกเขียนใบสั่งยาให้ท่านสักชุดได้หรือไม่”

“นี่...” หากคิดสั่งยาจริง ฮองเฮาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี

หญิงชรายิ่งเงียบเสียง ใครเล่าจะกล้ากิน?

แต่ม่อไป๋หมดหนทางแล้วจริงๆ เขารู้ว่า ตอนนี้ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ผู้คนเชื่อถือได้ จึงลุกขึ้นยืน บอกกับ

สาวใช้ในวังว่า “ขอกระดาษ พู่กันและน้ำหมึกหน่อย”

สาวใช้คนหนึ่งรีบขยับตัวทันใด อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง คำสั่งของหมิงอ๋อง ไม่มีใครกล้าฝ่าฝืน

ฮองเฮาก็ทรงแย้มพระสรวล ตรัสว่า

“แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน แม่แค่อยากเห็นลายมือลูกสักหน่อย”

ไม่นานนัก อุปกรณ์การเขียนได้ถูกนำมาวางไว้พร้อมสรรพ

“มาเร็ว มาช่วยพยุงเราหน่อย!” ฮองเฮาคิดลุกขึ้นดูบุตรชายใกล้ๆ ว่ารู้หนังสือมานานแล้วจริงหรือไม่

ม่อไป๋ไม่มีความคิดเห็นใดๆ เขาจับพู่กัน รอสาวใช้ฝนหมึกกับแท่นหมึก คิดอะไรนิดหน่อย ลงมือเขียนพลางพูด

“เสด็จแม่ ยาชุดนั้นของหมอจาง แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็ถือว่าใช้ได้ตรงกับโรค ถ้าใช้ยาตามหมอจาง แน่นอนว่าเสด็จแม่มีอาการบวมน้ำนิดหน่อย แต่เทียบกับอาการป่วยที่ขาแล้ว อาการบวมที่หมอจางรักษาไม่ได้ ก็ไม่ควรให้เสด็จแม่หยุดยา”

“อ้อ ลูกหมายความว่ายาของหมอจางแท้จริงแล้วรักษาโรคของแม่ได้?” ฮองเฮาแปลกใจเล็กน้อย

“หากเป็นเมื่อสิบกว่าปีก่อน ยาสามชุดนั้นรักษาได้แน่นอน แต่ตอนนี้... ไม่ได้แล้ว” ม่อไป๋ส่ายศีรษะ

ไม่คิดพูดมากอีก จับพู่กันเขียนต่อ

เห็นเขาไขว้มือซ้ายไว้ด้านหลัง มือขวาจรดพู่กัน ตวัดฉวัดเฉวียนไปมาอย่างคล่องแคล่วว่องไว

ฮองเฮาและหญิงชราต่างจ้องมองอย่างเพลินตา จนเห็นลวดลายอักษรที่สวยสดงดงามปรากฎอยู่บนหน้ากระดาษ

“ตัวอักษรแบบนี้ใครเป็นผู้คิดค้นกันลูก แม่ไม่เคยเห็นมาก่อนจริงๆ!”

ฮองเฮาเห็นแล้วรู้สึกสบายใจ ถามออกไปอย่างตื่นเต้น

ม่อไป๋ชะงักพู่กัน ในใจสงสัย หรืออักษรแบบหลิว สมัยนี้ยังไม่มี

“ลูกก็ไม่ได้สืบค้นว่าคนต้นคิดคือใคร เพียงเขียนตามที่ท่านหมอชื่อดังคนนั้นสอน”

“ลูกรู้จักหนังสือมานานแล้วจริงๆ ...ดี ดีมาก!” ฮองเฮาเพ่งมองการตวัดพู่กันของม่อไป๋ ในใจรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าในใจหญิงชราเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ยังมีหมอชื่อดังที่ตกหล่นแล้วเคยสอนวิชาให้หมิงอ๋องจริงหรือ?

นางเริ่มจ้องมองรายการยาที่หมิงอ๋องเขียน แต่พอเห็นจำนวนสมุนไพรที่ปรากฏอยู่บนกระดาษ สีหน้านางก็เปลี่ยนไป

“ท่านอ๋อง นี่ ยาตัวนี้ เหตุใดถึงกล้า...”

ม่อไป่ไม่ตอบ เขียนต่อไปอย่างเงียบๆ

ฮองเฮากลับตรัสขึ้น “ทำไม?”

“ฮองเฮาเพคะ รายการยานี้ไม่ต่างจากของหมอจางมากนัก แต่... แต่ว่า ปริมาณกลับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตัว นี่มัน.....” หญิงชราตกใจจนพูดไม่ออก

นางไม่กล้าพูด เพราะนี่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

ฮองเฮาตะลึงงัน แต่ก็ทรงยิ้มน้อยๆ

“ไม่เป็นไรๆ ลูกเขียนต่อไปเถิด ใบสั่งยานี้แม่จะเอาให้ฝ่าบาทดู ฝ่าบาทต้องทรงชื่นชมลายพู่กันของลูกแน่ๆ...”

หญิงชราอึ้งอยู่พักหนึ่ง สีหน้าค่อยกลับเป็นปกติ ใช่แล้ว ไม่เสวยก็สิ้นเรื่อง

แต่พอคิดอีกที ชักรู้สึกไม่ถูกต้อง ถึงแม้ไม่ทานยา แต่หมิงอ๋องเขียนรายการยาแบบนี้ให้ฮองเฮา อาจถูกตั้งข้อสงสัยว่าคิดไม่ซื่อได้

ม่อไป๋รู้ความหมายของฮองเฮา เข้าใจว่ารายการยากว่าครึ่งของใบสั่งนี้คงต้องถูกขีดทิ้งแน่แล้ว

ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ใช่ว่าเขาขอร้องไปแล้วฮองเฮาจะทรงเสวย

กระพริบตาเล็กน้อย เขียนรายการยาตัวสุดท้ายให้เสร็จ นำกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมา เขียนพลางพูดจริงจัง

“ก่อนเสด็จแม่เสวยยาชุดนั้น ลูกยังมียาอีกชุดหนึ่ง ใช้ภายนอกโดยการอบไอน้ำ ซึ่งจำเป็นต่อเสด็จแม่ เพราะหลายปีมานี้เท้าของเสด็จแม่ไม่ค่อยได้สัมผัสพื้น ถึงมียาบำรุงอยู่ แต่ก็จำเป็นต้องมีพลังจิงหล่อเลี้ยงไว้ การอบไอน้ำจึงได้ผลชะงัดนัก เสด็จแม่ลองดูก่อนได้”

มีใบสั่งยาอีกใบงอกออกมา ยื่นให้กับหญิงชรา คราวนี้นางกลับไม่ได้พูดอะไร เพียงเอ่ยปากถาม

“ท่านอ๋อง ตัวยาโดยรวมเหมือนตัวยาธรรมดา...”

“ยาที่รักษาโรคได้ไม่จำเป็นต้องเป็นยาที่ล้ำค่า!” ม่อไป๋ไม่พูดมาก หันมองเสด็จแม่

“เสด็จแม่ อย่างไรก็ดียาชุดนี้ไม่มีอันตราย ลูกขอร้องให้เสด็จแม่นึกถึงหัวใจกตัญญูของลูก ต้องเสวยยาและอบไอน้ำตามเวลาที่ระบุไว้อย่างเคร่งครัด”

ฮองเฮายิ้มน้อยๆ “ได้ แม่เชื่อลูก”

ม่อไป๋ชะงัก จ้องมองใบหน้าฮองเฮา ที่สุดแล้วก็จับพู่กันขึ้นอีกครั้งพลางพูด

“ตอนนี้พลังจิงในไตของเสด็จแม่ไม่ไหลเวียนหรือตันอยู่กว่าครึ่ง จึงสัมผัสไม่ได้ถึงการเต้นของชีพจรในจุดนี้ แต่เสด็จแม่ไม่ต้องกังวลไป ยังมีโอกาสฟื้นฟูให้กลับมาแข็งแรง เพียงจำต้องใช้ยาควบคู่กันทั้งภายในและภายนอก และถ้าเสริมด้วยการฝังเข็มไล่ลมของหมอเทวดาได้ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ ลูกจะเขียนวิธีการฝังเข็มไว้อีกแผ่น เผื่อได้ใช้”

ว่าแล้วก็จับพู่กันขึ้นเขียน ไม่มีหนทางอื่นอีก หากให้ตัวเขารักษาเสด็จแม่เอง หนึ่งเดือนก็เห็นผลแล้ว สามเดือนก็เหยียบพื้นได้

แต่ตอนนี้ไม่สะดวก เขาอาจไม่ตาย แต่ก็ไม่เหมือนชาติก่อนที่ยังสามารถทำอะไรได้ตลอด ร่างกายตนเองทรุดโทรมลงมาก ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จึงฟื้นฟูขึ้นมาได้ เขียนเอาไว้แบบนี้ เผื่อเสด็จแม่เชื่อแล้วทำการรักษาตาม การอบไอน้ำได้ผลแน่ ตอนนั้นอาจทรงลองเสวยยาที่ตนจัดให้ขึ้นมาจริงๆ ก็เป็นได้

หมอหลวงในวังหรือหมอเทวดาเห็นว่าเสด็จแม่เป็นผู้สูงศักดิ์ จึงไม่กล้าเสี่ยงใช้ยา ปริมาณยาที่ให้จึงไม่มีผลต่อโรคของเสด็จแม่แต่อย่างใด ทำได้แค่เพียงเลี้ยงไว้ไม่ให้แย่ลงไปกว่านี้

หากคิดรักษาให้หายขาด ไม่จำเป็นต้องใช้ยาแรง เสด็จแม่เคยฝึกพลังภายในกับสำนักเต๋า แม้ตอนนี้

ได้รักษาจนสูญพลังไปบางส่วน แต่พลังที่เหลืออยู่ก็เพียงพอที่จะใช้ต้านทานการจู่โจมของฤทธิ์ยา ไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันตราย ม่อไป๋จึงกล้าที่จะใช้ยาในปริมาณอย่างที่เห็น

ทว่าทั้งหมดนี้เขาทำได้แค่เพียงกำชับให้ทำตาม หากเขาอยู่ได้ไม่ถึงวันพรุ่งนี้จริงๆ ก็นับว่าได้ตอบแทนพระคุณในวันนี้แล้ว

หากวันหน้ายังมีชีวิต แล้วเสด็จแม่ทรงยังไม่ยอมใช้ยา เขาค่อยคิดถึงวิธีที่ดีกว่านี้

เมื่อทุกอย่างสำเร็จ

ในที่สุดม่อไป๋ก็คุกเข่า โขกศีรษะ

“เสด็จแม่ วันนี้พอลูกจากไป ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่จึงจะได้กลับมา ขอเสด็จแม่ทรงถนอมพระวรกายด้วย!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น