อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

ติดต่อนักเขียนที่เพจ “สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน” หรือเพจ “อัณณากานต์”

ตอน 12 ลูกของเรา

ชื่อตอน : ตอน 12 ลูกของเรา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 824

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ย. 2560 15:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 12 ลูกของเรา
แบบอักษร

        เตชิตพาทั้งสามคนมาถึงสวนสัตว์ตอนสิบเอ็ดโมงกว่าชายหนุ่มมีความสุขเหลือเกินที่ได้พาคนรักและครอบครัวมาเที่ยวทั้งที่ก่อนหน้านั้นกลัวแทบตายว่าจะไม่ได้คุยกันอีก

        “คุณแม่คะยีราฟคอยาวมากเลยค่ะ” ขวัญมาตาแก้มแดงระเรื่อเพราะตื่นเต้นเหลือกำลัง เด็กน้อยเพิ่งเคยมาสวนสัตว์เป็นครั้งแรกในชีวิต

        “คุณครูขาอุ้มหนูหน่อยได้ไหมคะหนูอยากเห็นชัดๆ” เด็กหญิงร้องขอเมื่อเจ้ายีราฟคอยาวเดินมาใกล้เธออยากลองสัมผัสเจ้ายีราฟดูว่าจะรู้สึกยังไง

        “ผมอุ้มข้าวสวยได้ไหม” เตชิตรู้ดีว่าขวัญชีวันหวงลูกมากถึงจะสนิทกันยังไงแต่เขาจะขออนุญาตเธอทุกครั้งเวลาจะโดนเนื้อตัวของแม่หนูตัวน้อย

        “นิ่มจังเลยค่ะ” มือเล็กๆ สัมผัสไปที่คอยาวๆ อย่างแผ่วเบาที่สุด เตชิตเอ็นดูหนูน้อยเหลือเกินเพราะเธอตื่นตาตื่นใจไปกับทุกอย่างรอบตัว

        “แม่ครับ อยากดื่มน้ำไหมครับ” อยู่ๆ ต้นกล้าก็พูดขึ้นมาระหว่างที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับเจ้ายีราฟ เด็กชายสังเกตเห็นว่าน้าขวัญมีเหงื่อซึมไปทั่วหน้าผากเขาจึงคิดว่าเธอน่าจะดื่มน้ำสักหน่อย

        “ต้น ทำไมเรียกน้าขวัญแบบนั้น” เตชิตมองหน้าลูกกับขวัญชีวันสลับกันไปมา

        “ขอโทษครับน้าขวัญ ผม ผมเผลอปากไป”

        “เราไปหาที่นั่งกันสักครู่ดีไหมคะคุณ” ขวัญชีวันถามเตชิต ทั้งสี่คนเดินกันไปเงียบๆ เตชิตไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขากลัวหน้าตาเรียบเฉยแบบนั้นเป็นที่สุด

        หญิงสาวเดินช้าๆ และคิดทบทวนทุกอย่างในใจอย่างละเอียดถี่ถ้วนที่สุดในรอบแปดปี เธอรู้จักเตชิตได้ครึ่งปีพอดีและไม่มีสักวันที่เขาจะละเลยเธอกับลูกและที่สำคัญกว่านั้นเขาทั้งรักและให้เกียรติเธอ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยลามปามเธอเลยสักครั้งเขาสุภาพและแสนใจดี ระหว่างวันเขาก็จะแชทมาหาในไลน์ถามไถ่ความเป็นอยู่หรือไม่ก็แค่ส่งสติ๊กเกอร์ยิ้มหรือหัวใจมาให้แต่เขาทำให้เธอรับรู้ว่าเธออยู่ในใจของเขาเสมอ

        เธอเองไม่ใช่คนขี้ริ้วลูกค้าก็มาจีบมาคุยอยู่หลายคนแต่เธอก็ไม่เคยสนใจใคร แต่เมื่อเตชิตเดินเข้ามาเธอกลับเปิดใจให้เขาเธอไม่รู้ว่าจะเชื่อเสียงจากหัวใจได้ไหมเธอเชื่อลึกๆ ว่าเขาเป็นคนดีต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ ที่มุ่งหวังแค่เพียงเรื่องอย่างว่าเท่านั้น

        “ต้นกล้าทำไมถึงเรียกน้าขวัญว่าแม่ล่ะครับ” ขวัญชีวันถามเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ใต้ร่มไม้

        “คือผม”

        “ตอบตามที่คิดได้เลยครับ น้าไม่ว่าอะไรหรอก” ขวัญมาตาและเตชิตแทบจะหยุดหายใจ

        “ผมคิดว่าน้าขวัญคือแม่ครับผมอยากให้น้าขวัญมาเป็นแม่ของผม”

        “ถ้าคิดว่าน้าคือแม่ก็ต้องรับข้าวสวยเป็นน้องสาวด้วยนะ”

        “ผมรักข้าวสวยเหมือนน้องสาวตั้งนานแล้วครับเหมือนที่รักน้าขวัญแบบแม่ครับ”

        “ข้าวสวยคะ มาหาแม่สิลูก”

        “ขา คุณแม่” ขวัญมาตาเอ่ยด้วยเสียงหวาดหวั่นเล็กน้อยเพราะเธอไม่เคยเห็นคุณแม่ทำสีหน้าจริงจังแบบนี้มาก่อน

        “ถ้าแม่ต้องเป็นแม่ให้พี่ต้นกล้าด้วยหนูคิดว่ายังไงจ๊ะ”

        “คิดว่าดีค่ะแล้ว แล้วคุณครูล่ะคะ คุณครูเขาจะเป็นคุณพ่อให้หนูไหมคะ”

        “หนูลองถามเองไหมคะ” ขวัญชีวันกระซิบใส่หูลูกสาว

        “คุณครูขา คุณครูเป็นพ่อให้หนูได้ไหมคะ” ขวัญมาตาเดินกลับไปหาคุณครูของเธออีกครั้ง

        “ได้สิคะ ข้าวสวยลูกพ่อมาหาพ่อเร็วคนเก่ง” เตชิตอ้าแขนกว้างเพื่อรอรับลูกสาว

        “คุณพ่อขา” วงแขนเล็กๆ โอบไปรอบลำคอหนา เด็กน้อยได้รู้จักอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของบิดาสักที

        “ขอแม่กอดลูกชายบ้างได้ไหมคะ” ต้นกล้าโผเข้าหาหญิงสาวแสนใจดีที่เขารักดุจมารดาด้วยใบหน้าแสนสุข

        “ขอบคุณนะขวัญที่ช่วยมาเติมเต็มครอบครัวของผม”

        “ขอบคุณเหมือนกันค่ะที่ทำให้ข้าวสวยได้รู้จักความรักจากพ่อตั้งแต่นี้เราสี่คนคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะคะ” เตชิตโอบขวัญชีวันมาไว้ในอ้อมแขน สี่คนพ่อแม่ลูกนั่งยิ้มอยู่แบบนั้นเพราะมีความสุขเหลือเกิน

        “คุณแม่ไม่มาอยู่บ้านเดียวกับผมหรอครับ” ต้นกล้าถามเมื่อตอนค่ำ ทั้งสี่คนกลับจากสวนสัตว์และมาถึงหน้าห้องพักของขวัญชีวันแล้ว

        “แม่ต้องบอกที่บ้านก่อน ต้นกล้ารอหน่อยได้ไหมครับถ้าแม่ย้ายไปอยู่บ้านคนอื่นโดยไม่บอกพ่อแม่ของตัวเองให้เป็นเรื่องเป็นราวมันจะไม่ถูกต้องตามประเพณี” ขวัญชีวันอธิบาย

        “อ้อ เข้าใจครับคือต้องแต่งงานกันก่อนใช่ไหมครับ”

        “ก็ประมาณนั้นจ้ะ มันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ที่ต้องคุยกันให้ละเอียด”

        “ถึงจะไม่อยู่บ้านเดียวกันแต่เราก็เจอกันทุกวันนะครับต้นกล้า”

        “ครับคุณแม่”

        “ฝันดีนะจ๊ะ” ขวัญชีวันจูบหน้าผากลูกชาย

        “ฝันดีครับข้าวสวยเจอกันพรุ่งนี้นะครับคนเก่งของพ่อ” เตชิตกอดและหอมลูกสาวไปหลายฟอด

        “ขอบคุณนะคะ วันนี้ฉันสนุกมากเลย”

        “ขอหอมคุณแม่ด้วยได้ไหมครับ” เตชิตถามหน้าตาย

        “คุณ” ขวัญชีวันถลึงตาใส่คนที่แกล้งทำหน้ามึน

        “ผมรักลูกก็หอมลูก ผมรักคุณก็อยากหอมคุณมันผิดตรงไหนหรือคุณจะหอมผมก็ได้นะ”

        “คุณแม่ไม่รักคุณพ่อหรอคะ” ขวัญมาตาถามด้วยสีหน้าหงอยๆ

        “รักจ้ะลูก แต่แม่เขินนี่นา”

        “ไม่ต้องเขินหรอกค่ะเวลาคุณแม่หอมหนู หนูชอบมากเลยนะคะ”

        “มาสิ” ขวัญชีวันยื่นแก้มไปให้คนเจ้าเล่ห์แล้วหลับตาปี๋

        “ผมรักคุณนะ” เตชิตไม่ได้หอมแก้ม เขาจูบไปที่หน้าผากกลมมนแล้วกระซิบคำรักเบาๆ แต่พอให้ลูกทั้งสองคนได้ยิน ต้นกล้าและขวัญมาตายืนจับมือและเอาศีรษะอิงกันไว้ ดวงตาใสซื่อมองภาพแสนหวานชื่นตรงหน้าด้วยหัวใจที่แสนอิ่มเอมเด็กสองคนที่ไม่เคยรู้จักความสมบูรณ์ของคำว่าครอบครัวก็ได้รู้จักในที่สุด

ความคิดเห็น