อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

ติดต่อนักเขียนที่เพจ “สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน” หรือเพจ “อัณณากานต์”

ตอน 7 ฉันผิดเอง

ชื่อตอน : ตอน 7 ฉันผิดเอง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 461

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 พ.ค. 2561 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 7 ฉันผิดเอง
แบบอักษร

ปิดเทอมแล้วเตชิตจึงมีเวลามากขึ้นในการดูแลขวัญชีวันและลูกสาวของเธอ ชายหนุ่มจะตื่นแต่เช้าไปช่วยหญิงสาวตั้งร้านแล้วก็คอยหยิบจับอะไรให้ไปตามเรื่อง ภาพคุณครูใจดีกับแม่ค้าขายโจ๊กกลายเป็นภาพชินตาของคนในซอยและภาพที่เด็กหญิงและเด็กชายคู่นึงขะมักเขม้นแข็งขันยกอาหารไปให้ลูกค้าก็ได้รับความเอ็นดูเป็นอย่างมาก ขวัญชีวันเป็นคนเงียบๆ แต่ก็มีน้ำใจกับทุกคนและเธอก็อบรมลูกสาวให้เป็นเช่นนั้นด้วย ส่วนเตชิตก็สอนให้ลูกชายเป็นสุภาพบุรุษให้เกียรติผู้หญิงและช่วยเหลือผู้อื่นเสมอจึงไม่แปลกอะไรที่คนในซอยจะเชียร์ให้พ่อแม่ของเด็กทั้งสองคนตกลงปลงใจใช้ชีวิตด้วยกัน

        “ปิดเทอมแล้วทำอะไรกันบ้างจ๊ะเด็กๆ” สร้อยศิลาลูกค้าขาประจำถามแม่ค้าตัวน้อยกับผู้ช่วย

        “ตอนเช้าช่วยคุณแม่ขายของค่ะ ตอนกลางวันช่วยคุณแม่เนาผ้าค่ะ”

        “โอ้โฮเก่งจังเลยจ้ะข้าวสวยแล้วต้นกล้าทำอะไรครับ”

        “ผมมาช่วยน้องตอนเช้าแล้วก็กลับบ้านไปอ่านหนังสือครับ”

        “ขยันกันจริงๆ ปิดเทอมก็ไม่ไปเที่ยวเล่น” สร้อยศิลาเอ่ยชมแต่เตชิตได้ยินและได้ความคิดบางอย่างขึ้นมา

        “คุณแม่ขาหนูอยากเข้าห้องน้ำค่ะ” ขวัญมาตาบอกมารดาตอนใกล้จะสิบโมง

        “ต้นไปเป็นเพื่อนน้องหน่อยลูก” เตชิตบอกลูกชาย ต้นกล้าจูงมือน้องเดินไปช้าๆ ระยะทางจากร้านไปห้องพักไม่ไกลนักมองไปด้วยตาก็เห็นขวัญชีวันจึงวางใจให้เด็กทั้งสองคนไปกันตามลำพัง

        “หนูรอที่ห้องเลยนะข้าวสวยไม่ต้องกลับมาแล้ว รองน้ำในกะละมังให้แม่ด้วยนะจ๊ะแม่จะได้กลับไปล้างถ้วยชามเลย”

        “ได้ค่ะคุณแม่”

        “ขวัญ เด็กๆ ปิดเทอมแล้วเราพาเขาไปเที่ยวกันบ้างดีไหม”

        “ได้ค่ะ ถ้าข้าวสวยเขาอยากไปคุณครูพาไปได้เลย” เตชิตเปลี่ยนสรรพนามการเรียกหญิงสาวแล้วแต่อีกฝ่ายยังคงเรียกเหมือนเดิม

        “ผมอยากให้เราไปพร้อมหน้ากันไปด้วยกันได้ไหมครับ”

        “ไปไหนหรอคะ”

        “ไปสวนสัตว์ดีไหม จริงๆ ผมอยากพาไปทะเลแต่มันต้องค้างคืนขวัญคงไม่สะดวก”

        “ไว้โอกาสหน้านะคะ จริงๆ ฉันก็อยากไปทะเล ตอนเด็กๆ ฉันเล่นน้ำจนตัวเขียวทุกวันเลย”

        “น้ำคลองหรอครับผมก็เล่นเหมือนกัน”

        “เปล่าค่ะ ฉันเล่นน้ำทะเลฉันเกิดและโตที่สงขลาค่ะเพิ่งมาอยู่กรุงเทพตอนมีข้าวสวย”

        “จริงหรอครับ ขวัญไม่เหมือนคนใต้เลย” เตชิตมองใบหน้าหวานซึ้งและผิวกายขาวละเอียดด้วยความประหลาดใจ ในความคิดของเขาคนใต้จะต้องมีใบหน้าคมเข้มและผิวสีคล้ำกว่านี้

        “ฉันมีเชื้อจีนด้วยค่ะ”

        “ตกลงไปด้วยกันนะ พาลูกๆ ไปสวนสัตว์กันหนูข้าวสวยน่าจะชอบ”

        “ค่ะ ถ้าข้าวสวยอยากไปฉันก็จะไปด้วยค่ะ…รับอะไรดีคะ” ขวัญชีวันได้ยินเสียงคนเดินมาข้างหลังก็รีบหันไปขายของทันที

        “ไปเถอะคุณ ภีมไปกินของใน 7-11 ดีกว่าลูกสะอาดกว่าตั้งเยอะ” ชายหนุ่มคนนึงมาหยุดอยู่หน้าร้านแต่พอเห็นคนขายของก็เบ้หน้าใส่ทันที เขาจูงมือภรรยาและกระชับลูกที่อยู่ในอ้อมแขนให้แน่นขึ้นแล้วเดินจากไปพร้อมใบหน้าที่แสนรังเกียจ

        “อ้าว ทำไมพูดแบบนั้นล่ะคุณ” เตชิตตะโกนไล่หลังไปและคงพูดมากกว่านั้นถ้าขวัญชีวันไม่ดึงมือไปกุมไว้

        “ขวัญ คุณเป็นอะไร” เตชิตพาคนที่หน้าซีดมานั่งเก้าอี้ด้วยความตกใจ

        “เป็นอะไรขวัญ ปวดหัวหรอบอกผมหน่อย” ชายหนุ่มถามอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรเลย

        “เขาคือพ่อของข้าวสวย” ขวัญชีวันตอบแล้วน้ำตาก็ไหลออกมามากมาย ดูจากการแต่งตัวของครอบครัวเขาเธอก็เห็นแล้วว่าต่างกับลูกและเธอลิบลับเด็กชายคนนั้นคงอยู่อย่างสุขสบายไม่ต้องประหยัดอัตคัดเหมือนที่ลูกของเธอต้องเป็น

        “ฉันมันแย่ ลูกคนเดียวก็เลี้ยงให้สุขสบายไม่ได้” มือเล็กๆ ขยำขยี้ผ้ากันเปื้อนด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลอาบหน้าและหยดลงมาบนมือของเธอและเขาอย่างไม่อาจห้ามได้

        “ขวัญ คุณไม่ได้แย่คุณเป็นแม่ที่ดีที่สุดต่างหากการเลี้ยงลูกเราไม่ได้วัดกันที่วัตถุแต่เราวัดกันที่จิตใจของเด็กและหนูข้าวสวยก็เป็นเด็กจิตใจดีมากเธอเรียบร้อยและน่ารักที่สุดไม่โทษตัวเองแบบนั้นนะ” เตชิตจับมือเธอไว้ข้างนึงส่วนอีกมือก็เช็ดน้ำตาให้

        “ฉันสงสารลูก ข้าวสวยไม่เคยได้ทุกอย่างที่ต้องการเพราะฉันไม่มีปัญญาให้ลูก”

        “การให้ความรักมันดีที่สุดแล้วขวัญ วัตถุสิ่งของมันไม่ใช่สิ่งจำเป็น”

        “ฉันทำให้ลูกกำพร้าพ่อเพราะฉันคนเดียวเลยถ้าฉันไม่โง่ไม่เชื่อคำของเขาเรื่องมันก็จะไม่เป็นแบบนี้” น่าแปลกนักที่ตัวต้นเรื่องไม่เคยโทษตัวเองแบบหญิงสาวคนนี้ สามีของขวัญชีวันไม่เคยคิดสักนิดว่าตัวเองผิดเขากลับคิดว่าผู้หญิงคนนั้นโง่เองที่ยอมมีอะไรกับผู้ชายง่ายๆ แค่กล่อมไม่กี่คำก็ยอมยกพรหมจรรย์ให้แล้ว

        “ขวัญ ฟังผมนะ” เตชิตเลื่อนมือใหญ่ๆ ของเขาไปจับใบหน้าของเธอเอาไว้

        “คุณไม่ได้ผิดคุณไม่ได้แย่คุณเป็นผู้หญิงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยพบเจอมาอย่าลดตัวไปเปรียบกับคนแบบนั้นเพราะผู้ชายคนนั้นไม่มีค่าอะไรเลย” เตชิตบอกด้วยน้ำเสียงมั่นคงแววตาของเขาก็เจ็บปวดไม่ต่างจากเธอ ถ้าไม่ติดว่าต้องปลอบใจคนรักเตชิตจะตามไปตะบันหน้าไอ้เวรนั่นให้สาแก่ใจ

        “ขอบคุณนะคะ” ดวงตาที่ฉ่ำชื้นไปด้วยน้ำตาเบิกโพลงเล็กน้อยเพราะตกใจกับสัมผัสอุ่นๆ จากมือของเขา

        “ปะ ปล่อยเถอะค่ะยายป่านยิ้มใหญ่แล้ว” ขวัญชีวันหมายถึงยายป่านร้านค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

        “ไม่ร้องแล้วนะ”

        “ค่ะ” เมื่อได้รับคำสัญญาเตชิตจึงปล่อยมือออกจากแก้มนวลๆ

        “เก็บร้านเลยไหมขวัญ” ขวัญชีวันพยักหน้าแล้วทั้งคู่ก็ช่วยกันเก็บของข้าวโดยไม่พูดอะไรกันอีก

ความคิดเห็น