อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

ติดต่อนักเขียนที่เพจ “สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน” หรือเพจ “อัณณากานต์”

ตอน 4 แม่ค้าหน้าหวาน

ชื่อตอน : ตอน 4 แม่ค้าหน้าหวาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 667

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2560 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 4 แม่ค้าหน้าหวาน
แบบอักษร

     หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นเตชิตก็ออกมาจากชีวิตของมาหยา ลำพังแค่ตัวเขาเองเขาทนได้เธอจะด่าจะว่าจะตบตียังไงก็เอาให้สาใจแต่การมาพูดต่อหน้าลูกทำร้ายลูกแบบนั้นเขาจะไม่ทน อยู่ไปลูกก็จะได้รับรู้แต่สิ่งที่ปวดร้าวหัวใจในเมื่อเธอไม่ยอมไปเขากับลูกจะไปเอง

        “คุณพ่อต้องย้ายที่ทำงานเพราะผมใช่ไหมครับ”

        “แล้วไม่ดีหรอต้นเราจะได้อยู่กันสองคนพ่อลูก ไม่ต้องคิดถึงเรื่องเก่าๆ”

        “ดีครับพ่อ”

        ดีว่าทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันข้าวของเงินทองเตชิตยกให้ผู้หญิงคนนั้นทั้งหมดเขาเอามาแค่เพียงสมบัติของลูกเสื้อผ้าตัวเองและรถยนต์หนึ่งคัน ดูเธอดีใจด้วยซ้ำที่จะได้ครอบครองบ้านทั้งหลังไว้คนเดียว

        “นอนกันดีกว่าลูก พรุ่งนี้เปิดเทอมวันแรก”

        สองพ่อลูกย้ายมาอยู่ที่ซอยเล็กๆ ของชานเมือง ยังดีว่าเขาพอมีเพื่อนฝูงอยู่บ้างจึงได้มาเป็นคุณครูที่โรงเรียนรัฐบาลแห่งนึงไม่ไกลจากบ้านพักมากนัก

        “พรุ่งนี้เช้าต้นอยากกินอะไรลูก”

        “ผมอยากไปกินโจ๊กที่หน้าปากซอยได้ไหมครับพ่อ”

        “ได้สิ พ่อไปส่งเข้านอนนะ” เตชิตพาลูกไปส่งที่เตียงแล้วห่มผ้าให้ บ้านหลังใหม่คือบ้านเดี่ยวท้ายซอยและมันเงียบสงบมาก เขาหวังว่าต่อจากนี้ชีวิตของเขาและลูกชายจะมีแต่ความสุขไม่ต้องพบเจอความปวดร้าวใดๆ อีก

        “ไม่ลืมอะไรแล้วนะต้น” เตชิตถามลูกชายก่อนจะออกจากบ้าน

        “ไม่ลืมครับพ่อ” สองพ่อลูกขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆ เพราะบรรยากาศรอบตัวช่างสดชื่นเหลือเกิน ต้นกล้าเองก็จิตใจดีขึ้นหลังจากไม่ต้องรับรู้และพบเห็นพฤติกรรมอันไม่สุภาพของมารดา เตชิตตั้งใจว่าจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ลูกชายเขาจะเลี้ยงดูชีวิตน้อยๆ ให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนนึงจะทำได้

        “สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ” เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กผู้หญิงทำให้เตชิตไม่อาจเก็บรอยยิ้มไว้ได้

        แม่ค้าตัวน้อยไม่ใช่แค่ทักทายทางวาจาเท่านั้นเธอยกมือไหว้ด้วยท่าทางที่แสนน่าเอ็นดูพร้อมยิ้มหวานให้ลูกค้าที่เพิ่งมาใหม่ สายตาสดใสมองเขากับลูกชายสลับกันไปมาด้วยความตื่นเต้น

        “เรียนที่เดียวกับลูกครูเลย” เตชิตคุยกับแม่ค้าตัวน้อย

        “คุณเป็นคุณครูหรอคะ” ข้าวสวยถามชายหนุ่มแปลกหน้า

        “ใช่ครับ ครูสอนวิชาเลขนี่ลูกชายครูชื่อต้นกล้าอยู่ประถมสี่ครับ”

        “สวัสดีค่ะคุณครู สวัสดีค่ะพี่ต้นกล้า” ข้าวสวยไหว้ทั้งคู่อีกครั้ง

        “ขอโทษนะคะ ลูกสาวดิฉันกวนใจพวกคุณรึเปล่าคะ” ขวัญชีวันเห็นแล้วว่าลูกสาวคุยกับลูกค้าที่มาใหม่ เธอรีบตักโจ๊กที่คนสั่งกลับบ้านแล้วเดินมาหาลูกด้วยความร้อนใจเพราะบางครั้งข้าวสวยก็ช่างคุยเกินไป

        “ไม่ครับ เปล่าเลย” เตชิตเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับใบหน้าแสนหวานของแม่ค้าขายโจ๊ก แม่กับลูกปากนิดจมูกหน่อยน่ารักน่าชังเหมือนกันไม่มีผิดและดูจะสุภาพอ่อนน้อมกันทั้งคู่

        “เรียนที่เดียวกับข้าวสวยด้วยนี่น่า” ขวัญชีวันเพิ่งสังเกตชื่อโรงเรียนที่ปักอยู่ตรงหน้าอกของเด็กชาย

        “ใช่ค่ะคุณแม่ พี่ต้นกล้าอยู่ ป. สี่ ส่วนคุณผู้ชายเป็นคุณครูสอนเลขค่ะ”

        “ตายจริง ทำไมหนูไปซักถามเขาแบบนั้นข้าวสวย” ขวัญชีวันเอ็ดลูกเบาๆ

        “ไม่ใช่ครับ หนูข้าวสวยไม่ได้ถามครับผมบอกเองอย่าไปดุแกเลย”

        “หนูชื่อข้าวสวยใช่ไหมจ๊ะ” เตชิตถามเด็กน้อย

        “หนูชื่อข้าวสวยค่ะ ชื่อจริงเด็กหญิงขวัญมาตา อยู่ ป. สองค่ะ”

        “สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นแม่ของข้าวสวยชื่อขวัญค่ะ รับอะไรดีคะ”

        “ต้นครับ สวัสดีน้าขวัญสิลูก”

        “สวัสดีครับน้าขวัญ” ต้นกล้ายกมือไหว้

        “ผมขอโจ๊กใส่ทุกอย่างครับ ต้นเอาอะไรสั่งเลยลูก”

        “ผมไม่เอาเครื่องในครับแต่ใส่ผักทุกอย่าง”

        ขวัญชีวันรีบเร่งกลับไปที่หม้อโจ๊กเธอคนข้าวเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้าวแข็งติดกันเป็นก้อนจากนั้นจึงคีบไก่ที่หั่นเป็นเส้นๆ วางลงไปด้านบนแล้วตามด้วยผักกับซอสปรุงรสอีกนิดหน่อย ขวัญมาตายกโจ๊กชามใหญ่ของคุณครูมาก่อนแล้วเดินกลับมายกถ้วยที่เล็กกว่านิดหน่อยไปวางให้เพื่อนร่วมโรงเรียนของเธอ

        “เก็บเงินด้วยครับ” ผ่านไปยี่สิบนาทีโจ๊กหอมกรุ่นแสนอร่อยก็หมดเกลี้ยงทั้งสองชามและเตชิตไม่อาจละสายตาไปจากแม่ค้าหน้าหวานได้เลยสักนาที สองแม่ลูกช่างน่ารักเหลือเกินดูด้วยตายังรู้เลยว่าลูกสาวตัวน้อยคือแก้วตาดวงใจของเธอ

        “ของเด็กยี่สิบของผู้ใหญ่สามสิบห้ารวมเป็นห้าสิบห้าบาทค่ะ” ขวัญชีวันบอกราคา

        “ของต้นใส่ไข่ด้วยนะครับ” เตชิตท้วง

        “ของเด็กคิดยี่สิบหมดค่ะจะใส่ไข่หรือไม่ใส่ก็ยี่สิบ”

        “แล้วแบบนี้จะได้กำไรหรอครับแล้วแค่ไหนคือเด็ก”

        “อยู่ชั้นประถมก็นับว่าเป็นเด็กหมดค่ะ ฉันอยากให้เด็กๆ ได้กินอาหารดีๆ ปรุงสุกใหม่ๆ ในราคาไม่แพง กำไรก็ได้พอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องสองคนแม่ลูกค่ะ” ขวัญชีวันตอบด้วยความภูมิใจ

        “ขอบคุณนะคะ” ขวัญชีวันรับธนบัตรสีแดงมาแล้วทอนกลับไปสี่สิบห้าบาท

        “แล้วหนูข้าวสวยไปโรงเรียนยังไงครับ”

        “ข้าวสวยไปรถโรงเรียนค่ะ”

        “สวัสดีค่ะคุณครู ไว้เจอกันที่โรงเรียนนะคะพี่ต้นกล้า” ขวัญมาตาเอ่ยลาทั้งสองคน

        “น้องข้าวสวยพูดเพราะจังเลยนะครับพ่อ” ต้นกล้าคุยกับบิดาเมื่อกลับมาขึ้นรถ

        “เพราะคุณแม่เขาอบรมมาดี ลูกต้นของพ่อก็พูดเพราะเหมือนกันครับ”

        “เพราะพ่ออบรมผมดีไงครับ” ต้นกล้าบอกแล้วสองพ่อลูกก็ฉีกยิ้มให้กัน

        เตชิตมองท้องฟ้าสีครามด้วยความเบิกบานเขาไม่เคยสบายใจและมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว วันนี้เป็นวันแรกที่เมฆหมอกแห่งความหม่นหมองพัดผ่านไปจากจิตใจเขาเชื่อว่าที่มันเป็นแบบนั้นเพราะใบหน้าหวานๆ ของแม่ค้าขายโจ๊กเป็นแน่แท้

ความคิดเห็น