ลีลาวดี ยามค่ำ

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ไม่ขออะไรมากแค่กดถูกใจ แล้วก็คอมเม้นเล็กน้อยก็พอจ้าาาาา รักรีดเดอร์ทุกคน จุ๊ฟ

ตอนที่ 1 อำนาจราคะของคู่ชะตา 50% NC 20+

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 อำนาจราคะของคู่ชะตา 50% NC 20+

คำค้น : ปีศาจ,อิโรติก,แฟนตาซี,ลีลาวดี ยามค่ำ,ซีเมล,มุจลินท์

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.7k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ก.ย. 2560 23:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 อำนาจราคะของคู่ชะตา 50% NC 20+
แบบอักษร

เปลืิอกตาคู่สวยเริ่มขยับเมื่อแสงของอาทิตย์ยามเช้าแยงตา มุจลินท์ค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ อย่างปรับตัว ทันทีที่การมองเห็นชัดเจนเป็นปกติ 

ร่างบางก็รีบเด้งตัวขึ้นจากที่นอนหนานุ่มที่เธอคิดว่าสบายที่สุดเท่าทีเคยนอนมา หญิงสาวหันซ้ายทีขวาทีอย่างตื่นตระหนก  

ที่นี่ที่ไหน 

คำถามแรกที่ผุดขึ้นในหัว ความจำครั้งสุดท้ายของเธอถูกลักพาตัว เธอหนี และเธอกระโดดลงจาดหน้าผาในที่สุด!  

คิดถึงตรงนี้ร่างของเธอสั่นเทาด้วยความกลัว มือทั้งสองข้างยกขึ้นกอดตัวเองบรรเทาอาการสั่น ดวงตากลมโตปริ่มน้ำมองไปรอบๆ ห้อง 

แสงอาทิตย์อบอุ่นอาบไล้บนผิวกาย ทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ซักพัก เธอจึงได้รู้สึกว่าความหวาดกลัวกำลังถูกบางสิ่งกำจัดไปทีละน้อย 

เมื่อใจอยู่ในภาวะที่สงบอย่างน่าแปลกใจ หญิงสาวจึงได้มองสำรวจห้องที่เธอพักพิงอย่างถี่ถ้วยอีกครั้ง...เป็นห้องที่กว้างขวางและหรูหราอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน หน้าต่างบานใหญ่เปิดม่านเอาไว้เป็นที่มาของแสง เพราะหน้าต่างเป็นกระจกใสขนาดใหญ่ ผ้าม่านสีแดงเลือดหมูถูกเก็บรวบไว้ด่านข้าง 

เตียงหนานุ่มที่เธอนอนคือเตียงสี่เสาขนาดใหญ่ เสาทั้งสี่มีลวดลายงดงามสลักด้วยสีขาวและสีทอง เช่นเดียวกับเตียงนี่ เพียงแต่ผ้าห่มและชุดเครื่องนอนกลับเป็นสีทึบขัดกับห้องสวยๆ นี่  

ที่นี่ที่ไหน 

เป็นอีกครั้งที่มุจลินท์ถามตัวเองในใจ แต่ทว่าคราวนี้ ประตูบานใหญ่ที่สลักลวดลายแปลกประหลาดทว่าน่าเกรงขามถูกเปิดออก พร้อมกับร่างของเด็กผู้ชายน่ารักจิ้มลิ้มในชุดทักษิโด้ ถือถาดคล้ายถาดอาหารที่มีฝาครอบเดินเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้ายิ้ม 

ช่างน่ารักเหมือนตุ๊กตาจริงๆ เลย 

เด็กชายเดินมาหยุดข้างเตียงแล้วโค้งคำนับอย่างนอบน้อม 

ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจจนอยากจะดึงเข้ามากอดจริงๆ 

"นายท่านให้กระผมนำอาหารมาให้นายหญิงขอรับ" 

เด็กน้อยพูดจบจึงเดินไปวางถาดอาหารบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะถอยกลับที่เดิมแล้วโค้งคำนับ 

นายท่าน?...นายหญิง? 

"เดี๋ยวก่อน!" 

มุจลินทร์รีบเรียกอีกฝ่ายก่อนที่ร่างเล็กจะหมุนตัวกลับ 

"ขอรับ"  

รอยยิ้มอ่อนโยนระบายบนดวงหน้าของมุจลินท์ คิดในใจ ทำไมหนอ เด็กที่หน้าตาน่ารักอย่างนี้ถึงได้มีนัยน์ตาที่อ้างว้างว่างเปล่าไร้ชีวิตชีวาแบบนี้ 

"มานีสิ่จ้ะ" 

พอเธอเรียก อีกฝ่ายก็เดินเข้ามาหาอย่างไม่อิดออด ทว่าเครื่องหมายคำถามยังปรากฏบนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้น 

"นายหญิงประสงค์สิ่งใดหรือขอรับ" 

"นั่งลงก่อนสิ ไม่ใช่ข้างล่าง บนนี้" 

มุจลินท์หัวเราะอย่างขบขันเมื่อเด็กน้อยทำท่าจะนั่งบนพื้น เธอจึงแตะเบาๆ บนเตียงข้างๆ เด็กน้อยอึกอักแต่สุดท้ายก็ยอมนั่งลงแต่โดยดี 

"พี่มีเรื่องจะถามนิดหน่อย" 

สรรพนามที่เธอใช้ต่างจากเด็กชายลิบลับ เธอไม่ชอบเสียเลยเวลาถูกพูดด้วยคำพูดแบบนั้น 

"ที่นี่ที่ไหนหรอ เจ้าของเป็นใคร เขาช่วยพี่เอาไว้ใช่มั้ย" 

"ขอรับ นายท่านอุ้มนายหญิงเข้ามามา ที่นีก็่คือคฤหาสน์ของท่านซีเมลขอรับ" 

"ซีเมล...แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนจ้ะ พี่อยากขอบคุณเขาก่อนไป" 

เธอไม่ได้คิดจะเนรคุณ หากแต่เธอจำเป็นต้องกลับไปเรียน แต่เธอต้องตอบแทนเขาแน่ในซักวัน เพียงแค่

เด็กน้อยยังไม่ทันได้ตอบประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักให้เปิดอีกครา ทว่าคราวนี้คนที่เข้ามาใหม่กลับเป็นผู้ชายตัวใหญ่ในชุดสีทึบเช่นเดียวกับชุดเครื่องนอนของห้องนี้ 

ดวงตาสีดำสนิทเช่นเดียวกับผมหยักศก สะกดให้เธอจับจ้องไม่อาจละสายตา ใบหน้าหล่อเหลาราวรูปปั้นเทพเจ้ากรีก อีกทั้งรูปร่างสูงโปร่งและสัดส่วนกำยำนั่น 

ผู้ชายคนนี้...เขาเป็นคนจริงๆ หรือ...ทำไมวินาทีแรกที่เธอได้เห็นเขา ถึงเหมือนกับว่าเธอเคยพบกับเขามาก่อน 

แต่ว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอก คนอย่างเธอจะไปเคยเจอคนหล่อแบบนี้ได้ยังไง  

แต่เขาเป็นใคร? ทำไมเธอถึงได้รู้สึกคุ้นนัก...เป็นดารา นายแบบ นักแสดง หรือคนดังหรือเปล่า เพราะเธอคุ้นหน้าเหลือเกิน 

"คิมม่อน เจ้าออกไป" 

แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงเช่นปกติ แต่ร่างของเด็กน้อยก็สั่นรุนแรง เธอจึงเอื้อมมือหมายจะแตะตัวเด็กน้อยด้วยความเป็นห่วง ทว่าจู่ๆ มือเธอก็ถูกจับไว้ด้วยมือหนาของคนที่เข้ามาใหม่ 

ระ เร็วไปแล้ว เมื่อกี๊เขายังอยู่ที่ประตูอยู่เลย มาตอนไหนกัน 

"ขอรับ ท่าซีเมล" 

เด็กน้อยรีบลุกขึ้นแล้วโค้งคำนับ ก่อนไปยัังหันมาสบตาและยิ้มให้เธออ่อนๆ มุจลินท์ที่หน้ายังเหลอหลาจึงต้องส่งยิ้มคืนให้อีกฝ่ายด้วยเช่นกัน 

พอเด็กน้อยออกไปไปพร้อมปิดประตูเสร็จสรรพ เธอจึงหันกลับมายังคนที่ฉวยโอกาสแตะต้องตัวเธอ แต่นั่นทำให้เธอต้องรีบหลบตาเมื่อใบหน้าหล่อเหลาของผู้มาใหม่อยู่ใกล้เสียจนลมหายใจกระทบกับแก้มเธอจนร่างบางสั่นสะท้านอย่างคุมไม่อยู่ น้ำเสียงที่พูดออกไปจึงตะกุกตะกักด้วยความประหม่า 

"เอ่อ...คุณคงเป็นซีเมล คนที่ช่วยฉันไว้สินะคะ ขะ ขอบคุ- ว้าย!" 

ร่างของเธอถูกกดลงบนเตียงนุ่มและถูกคร่อมด้วยร่างแกร่งของคนตัวใหญ่ กลิ่นหอมที่มาจากคนคนนี้ทำให้เธอรู้สึกมวลท้องและรรู้สึกแปลกๆ คล้ายเป็นไข้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอยังรู้สึกสบายตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแท้ๆ 

"เจ้ากล้าดียังไงแตะต้องคิมม่อน แล้วเจ้ายังให้เจ้านั่นนั่งบนเตียง แม้แต่เด็กเจ้ายังไม่ละเว้น หรืออดทนไม่ไหวต้องการมากขนาดนั้นเลย" 

น้ำเสียงไม่พอใจและคำพูดคุกคามทำให้เธอคิ้วขมวดอย่างมึนงง เขาโกรธ? เรื่องอะไร เธอทำอะไรผิด? 

"คุณพูดอะไร ฉันไม่เข้าใจ ปล่อยฉันด้วยค่ะ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดเรื่องอะไร ฉันแค่คุยกับเด็กคนนั้น ไม่ได้คิดอะไรอกุศลอย่างที่คุณคิดด้วย" 

มุจลินท์ดิ้นขลุกขลักขืนตัวใต้ร่างแกร่ง ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำของตนเองจะทำให้อีกคนเริ่มหมดความอดทนเพราะต้องอดกลั้นตั้งแต่เมื่อวานและยิ่งมาเห็นภาพชวนหงุดหงิด ยิ่งทำให้ความอดทนของเขาลดลงจนแทบหมดสิ้น และการเปลี่ยนแปลงของร่างกายนั้น มุจลินท์รับรู้เช่นเดียวกัน 

บางสิ่งที่เริ่มขยายใหญ่และร้อนผ่าวสัมผัสโดนบริเวณขาอ่อน ทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว และเริ่มตื่นตระหนก อะไรกันล่ะนี่ เธอหนีเสือปะจระเข้หรือไง 

"คุณจะทำอะไร ปล่อยฉันนะคนบ้ากาม ไม่งั่นฉันจะร้องตะโกนให้คนช่วย ช่วยด้วยค่ะ! ใครอยู่ข้างนอก ช่วยด้วย!" 

"เจ้าว่าข้าบ้ากาม?" 

มุจลินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาที่มองมาทำให้เธอร้อนผ่าวไปทั้งตัว อะไรน่ะความรู้สึกแบบนี้ ทำไมเธอถึงได้รู้สึกแบบนี้กับคนที่กำลังจะทำมิดีมิร้ายกับตัวเอง เพราะเขาหล่อ รูปร่างดี หรือเพราะเขาช่วยเธอเอาไว้งั้นหรอ...ไม่ มันไม่ใช่แบบนั้น 

"อ๊า!" 

ร่างบางสะดุ้งเฮือกเมื่อมือหนาสอดเข้ามาใต้เสื้อตัวโคร่งที่เธอสวมใส่ ก่อนลูบไล้สัมผัสบริเวณสงวนอย่างปัดผ่าน แต่เพียงแค่นั่นเธอก็สะดุ้งเฮือก 

"เจ้าว่าข้า แต่เจ้ากลับเปียกชุ่ม เจ้าก็ไม่ต่างจากข้า ว่ามั้ย" 

อึก มุจลินท์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไข้หนักเมื่อคนตรงหน้ายื่นนิ้วชี้ที่เปียกชุ่มมาตรงหน้าก่อนเขาจะดูดกลืนนิ้วนั้นต่อหน้าเธออย่างเป็นของชอบ 

"ข้ารู้ดีว่าเจ้ารู้สึกเช่นไร แต่เจ้าไม่มีทางรู้ถึงความทุกข์ทรมานของข้า ทั้งที่มันควรเท่าเทียมกัน แต่เจ้าทำให้ข้าต้องตายทั้งเป็น" 

"อ๊ะ! ไม่!" 

หญิงสาวต้องกัดริมฝีปากแน่นเมื่อมือหนาของเขาเลื่อนต่ำรุกล้ำเธออีกครั้ง ทว่าครั้งนี่เขาไม่ทำแค่ลูบผ่านๆ อย่างครั้งก่อน ร่างหน้าแทรกตัวอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของเธออย่างน่าหวาดเสียว แต่ก่อนที่เธอจะตะโกนให้เขาหยุดการกระทำหยาบคายน่าอายนี้ ปากของเธอก็ถูกปิดด้วยริมฝีปากเห่อร้อนของเขาแล้ว 

ลิ้นร้อนของเขาไล้กรอบปากเธออย่างปลุกปั่นจนร่างเน่งน้อยสั่นเทา ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะผลักไสหรือต่อต้าน นิ้วร้ายของเขารุกล้ำส่วนล่างอย่างช่ำชองจนเธอตัวเกร็ง ความรู้สึกเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนแผ่กระจายไปทั่วร่าง 

"อ๊า อืม" 

เธอหลุดเสียงน่าอายออกมาเมื่อลิ้นร้อนของเขาดูดเกี่ยวเรียวลิ้นของเธออย่างหื่นกระหาย ไอร้อนจากร่างหนาทำให้เธอร้อนตามไปด้วย แม้อยากจะปฏิเสธ แต่อีกใจ เธอกลับต้องการเขา บางสิ่งที่มีแค่เขาที่ช่วยเธอได้ เธอไม่รู้ว่าความรู้สึกเช่นนี้เกิดจากอะไร แต่พอถูกเขาสัมผัส ร่างกายมันก็ร้อนวูบวาบไปหมด เธอต้องการเขาในตอนนี้ 

น่าอายจริงๆ เธอไม่ควรทำตัวไร้ยางอายให้เขามาทำรุ่มร่ามกับร่างกายเธอแบบนี้ แต่ร่างกายของเธอเองก็ไม่ฟังเธอเช่นกัน 

"เจ้าลามกสิ้นดี" 

เขาว่าเธอเสียงพร่า ฟังดูเซ็กซี่และปลุกปั่นอารมณ์ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาเฉยชาของเขาลุกโชนด้วยความปรารถนา บ้าหน่า แวบหนึ่งเธอเห็นประกายสีเงินวาบในดวงตาของเขา  

หยุดเขาสิมุจลินท์ เธอต้องหยุดเขา 

"อึก! เจ็บ!" 

สมองของเธอหยุดสั่งการเมื่อเขาส่งนิ้วเข้ามาข้างในตัวเธอ มันอึดอัดและรู้สึกเจ็บข้างใน เขาจึงก้มลงใช้ลิ้นปาดไล้ยอดอกของเธออย่างหื่นกระหายเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด เธอเพิ่งจะรู้ตัวว่าตอนนี้เธอเปลือยต่อหน้าผู้ชายแปลกหน้าอย่างหน้าไม่อาย! 

"อา" 

จากความเจ็บแปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่มากกว่าเดิมหลายเท่า ชายหนุ่มจึงค่อยๆ ขยับนิ้วเรียวอย่างช้าๆ แล้วเมื่อเสียงหวานเริ่มดังขึ้น จังหวะเคลื่อนขยับของเขาจึงเร็วขึ้นเช่นกัน 

"อ๊า ไม่ เอาออกไป อ๊ะ"

มุจลินท์พูดปฏิเสธออกไป ทั้งๆ ที่เธอทั้งรู้สึกดีและทรมานในเวลาเดียวกัน แม้ปากจะปฏิเสธ แต่ร่างกายกลับขยับตอบรับนิ้วแกร่งของเขาอย่างลืมตัว 

ปีศาจราคะอย่างเขาไม่เคยต้องทรมานถึงเพียงนี้ ร่างกายเหมือนจะแตกเป็นเสี่ยงๆ กึ่งกลางความเป็นชายอึดอัดจนแทบอยากจะปลดปล่อยเสียตอนนี้ แต่เขากลับต้องมารู้ความจริงที่ว่า คู่ชะตาของเขาบริสุทธ์ หากตัวตนอันใหญ่โตของเขาเจ้าไปในตัวเธอ ไม่วายมนุษย์อ่อนแอเช่นนี้คงร้องไห้จนเสียสติ แค่นิ้วเท่านั้น ไม่คิดเลยว่าอำนาจราคะของคู่ชะตาของเขาจะรุนแรงถึงเพียงนี้  

ไม่ไหวแล้ว 

ซีเมลตะโกนก้องในใจก่อนรวบยกเอาร่างบางเปลือยเปล่าให้ลุกขึินคร่อมบนหน้าตัก ปากร้อนของเขาจูบพรมทุกซอกส่วนตรงเนินอกอวบ ก่อนเข้าครอบครองยอดถันที่ชูชันอย่างหลงใหล 

"อื้อ" 

"ถอดชุดให้ข้า" 

เขาพูดเสียงอ้อแอ้ทั้งที่ปากยังไม่ละจากอกของเธอ เขากำลังกลืนกินเธอเหมือนกับแต่ที่น่าโกรธ คือเธอทำตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย มือบางอันสั่นเทาปลดถอดชุดให้เขาสะเปะสะปะ ซีเมลใจร้อนเกินกว่าจะรอให้มนุษย์สาวเปลื้องผ้าให้แล้วเสร็จ ปีศาจหนุ่มรั้งร่างบางอวบอัดด้วยแขนข้างเดียว ปากของเขาระเริงกับเนื้อยุ่นทั้งสองอย่างหื่นกระหายไม่มีพอ มืออีกข้างรีบปลดเข็มขัดเพื่อปลดปล่อยตัวตนแข็งร้อนให้เป็นอิสระ ซีเมลโน้มตัวประคองร่างบางให้นอนลงอีกครั้ง ตัวตนที่แข็งกร้าวจ่อตรงปากทางที่ฉ่ำชุ่มไปด้วยน้ำหวานที่ส่งกลิ่นหอมจรุงใจ เขาใช้มันถูไถทำความรู้จักกับเจ้าของ 

"อืม"  

เสียงทุ้มระบายความเสียวซ่านขณะที่ริมฝีปากจูบเน้นหนักไปทั้งร่างนวลขาวผุดผ่อง  

เธอซ่อนรูป และหอมหวานจนเขาแทบขาดใจ 

ด้วยความลืมตัว ชายหนุ่มกดตัวตนที่สั่นระริกลงไปพรวดเดียว ทว่าไปได้เพียงครึ่งทางเท่านั้น

"เจ็บ! เอาออกไป!" 

ร่างบางผวาเฮือกเมื่อสิ่งร้อนแข็งกร้าวขนาดใหญ่รุกล้ำเข้ามาในตัว อารมณ์หวามกู่กระเจิง แทนที่ด้วยความเจ็บปวดเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ มือบางไร้เรี่ยวแรงผลักอกแกร่งที่มีเสื้อผ้าปิดกั้นให้ออกห่าง แต่ทว่าแรงเท่านี้ของเธอไม่อาจทำอะไรเขาได้แม้แต่น้อย 

ซีเมลสะดุดกึกเมื่อเห็นหยดน้ำใสไหลอาบใบหน้านวล นี่เขาทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย 

ปีศาจหนุ่มสบถในใจ เพราะอารมณ์ตอนนี้ไม่อาจดึงกลับมาได้ เธอทำให้เขาคลั่งจนลืมไปว่าคู่ชะตาของเขายังไม่เคยผ่านมือชาย เขาซึ่งเป็นปีศาจราคะ ชินชากับการร่วมรักกับสาวไฟแรงสูง จึงเผลอทำไปโดยยั้งคิด สุดท้ายพอเห็นน้ำตาของดรุณีน้อย ใจที่เยือกเย็นก็สั่นคลอนอย่างง่ายดาย 

"ไม่ต้องกลัว ผ่อนคลาย ปล่อยตัวให้เป็นธรรมชาติ เชื่อข้า" 

หากใครมาเห็นภาพนี่คงหัวร่อ ปีศาจเย็นชาไร้หัวใจกำลังจูบซับน้ำตาให้กับคู่นอนอย่างอ่อนโยน ใช่ว่าเขาไม่เคยลิ้มลองรสรักสาวบริสุทธ์ หากแต่ความรู้สึกช่างแตกต่างกัน น้ำตาของคู่ชะตามีอิทธิพลต่อเขาเช่นเดียวกับความปรารถนาที่มากล้นจนน่าทึ่ง เขาคือปีศาจแห่งราคะ ผู้คนทั้งโลกเพียงสบตาก็ต้องเปลื้องผ้าดระโดดขึ้นเตียงให้เขาได้เชยชม ไม่มีครั้งไหนที่เขาเป็นฝ่ายเรียกร้อง แต่นี่...อาจเป็นเพราะนางคือคู่แห่งโชคชะตาที่ในโลกนี้มีเพียงคนเดียว เขาจึงไม่อาจหักห้ามใจได้...และต่อจากนี้ไป เธอจะต้องรองรับความหื่นกระหายของปีศาจราคะอย่างเขาให้ได้เช่นกัน 

ซีเมลมอบจูบหื่นกระหายอันแสนเร่าร้อนให้แก่คนใต้ร่าง เมื่อหญิงสาวหายใจหอบถี่ เขาจึงจำต้องผละจากโพรงปากหอมหวาน ลิ้นร้ายวนเล่นกับใบหูเล็กอย่างไม่นึกรังเกียจจนร่างบางสะท้าน 

นิ้วแกร่งบีบคลึงอกอวบอย่างย่ามใจก่อนอุ้งปากร้อนจะตามเข้าครอบครองจนร่างบางต้องหยัดอกเข้าหาอย่างลืมตัว 

ความเจ็บปวดเริ่มทุเลา ความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาคือผู้ช่ำชองที่ทำให้เธอปฏิเสธไม่ได้  และเมื่อหญิงสาวเริ่มคล้อยตาม ร่างหนากระทั้นเพียงคราเดียวปราการบางเบาก็ฉีกขาด 

คนใต้ร่างโผกอดเขาแน่น ชายหนุ่มไม่กล้าขยับ ด้วยกลัวคนในอ้อมกอดจะเจ็บ ทั้งที่ตอนนี้ตัวเองแทบอยากจะปลดปล่อยเมื่อข้างในทั้งนุ่มอุ่นและตอดรัดเขาจนแน่นไปหมด 

"อือ" 

มุจลินท์ละสิ้นความอายตั้งแต่เปลืิอยกายให้เขาได้ชม และตอนนี้ เธอก็บอกอย่างไม่อายว่า เธอต้องการเขาแทบขาดใจ สิ่งที่คาค้างข้างในทำให้เธอซ่านเสียวและอึดอัด อีกฝ่ายซุกไซร้ปลุกปั่นเธอไม่หยุด แต่ก็ไม่ยอมขยับ นั่นทำให้เธอ...รู้สึกขัดใจ  

"อ๊าส์ เจ้ากำลังยั่วยวนข้ารึ" 

ซีเมลซี้ดปากเมื่อคนใต้ร่างขยับดิ่นขลุกขลัก ตัวตนของเขาถูดโอบรัดและตอดกระตุกไม่หยุด และแววตาเรียกร้องนั่นคือสิ่งใด เธอต้องการให้เขาลงโทษจนขาดใจคาเตียงใช่หรือไม่...ไม่ต้องคิดให้มากความ เพราะหากเธอไม่ขอเขาก็ยินดีมอบให้ด้วยความเต็มใจ



ฮูเร่ วันนี้เรียกน้ำจิ้มกันแค่นี้ก่อนเนาะ อย่าลืมติดตามกันที่เพจ ลีลาวดี ยามค่ำ ด้วยนะคะ



ความคิดเห็น