หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เนื่องจากตอนนี้ทางหอหมื่นอักษรได้แปลนิยายเรื่อง ‘สำนักแพทย์อันดับหนึ่ง’ ทันต้นฉบับภาษาจีนแล้ว ทางเราจึงขอแจ้งให้ทราบว่านิยายเรื่องนี้จะหยุดการอัพเดทตอนใหม่ ‘ชั่วคราว’ และจะอัพเดทอีกครั้งเมื่อต้นฉบับจากทางจีนมีเพียงพอแล้วเจ้าค่ะ

ตอน ๒๒ เรื่องในอดีต บุญคุณต้องทดแทน

ชื่อตอน : ตอน ๒๒ เรื่องในอดีต บุญคุณต้องทดแทน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2560 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๒๒ เรื่องในอดีต บุญคุณต้องทดแทน
แบบอักษร

เถี่ยสงไม่ปิดบัง เล่าเรื่องทั้งหมดออกมา ทุกคนพากันนั่งเงียบ ฟังเรื่องในคืนวันแต่งงานของหมิงอ๋อง

เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับในแวดวงชนชั้นสูง แต่ชนชั้นล่างอย่างพวกเขากลับไม่มีช่องทางให้ได้รับรู้

“เขาซ่างชิง?” พอได้ยินว่าเถี่ยสงเคยประมือกับคนของเขาซ่างชิง ทุกคนก็หน้าถอดสี

“ทุกท่านไม่ต้องกังวล พื้นฐานกำลังภายในข้าไม่ดี จึงอาศัยท่วงท่าปัดป้องหลบหลีก พวกเขาซ่างชิงจึงทำอะไรข้าไม่ได้” เถี่ยสงตอบเสียงขรึม

ทุกคนต่างนิ่งเงียบ บรรยากาศดำดิ่งสู่ห้วงความคิด

เถี่ยสงเล่าต่อถึงสถานการณ์ในคืนนั้น ว่าตนถูกจับขัง ถูกเฆี่ยนตี พี่น้องทุกท่านต่างรู้สึกโกรธแค้น

“ศิษย์น้อง ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว จวนอ๋องไม่ใช่ที่ของเจ้า”

“เฮอะ บ้าอำนาจ เรื่องเช่นนี้ยังต้องมาเฆี่ยนตีกัน คนเถื่อนชัดๆ”

“คนของทางการแบ่งแยกผิดชอบชั่วดีเป็นที่ไหน ที่ข้าต้องเป็นอย่างที่เห็น ไม่ใช่เพราะพวกมันหรอกรึ”

“ศิษย์น้อง พวกเราอยู่ในย่านนี้มักได้ยินว่าหมิงอ๋องเป็นคนเจ้ายศเจ้าอย่าง ดูแล้วไม่ใช่คนดีแน่ ครั้งก่อนเจ้าก็เกือบเอาชีวิตไม่รอด ข้าว่าเจ้าควรรีบออกมาจะดีกว่า ภายในครึ่งปีนี้สถานการณ์น่าจะยังสงบอยู่ ข้าว่า พวกเราควรออกจากเมืองให้เร็วหน่อย....”

“ขอรับศิษย์พี่ ข้ารู้ว่าท่านทำทุกอย่างก็เพื่อพวกเรา ตอนที่หนิงเอ๋อถูกอุ้มไป ท่านก็คิดถึงความปลอดภัยของพวกเรา ให้พวกเราอดกลั้นและอดทนอย่างถึงที่สุด ตอนนี้ ไม่ว่าจะยังไง พวกเราจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนเป็นอันขาด อย่างมากก็แค่ตาย พี่น้องทุกท่านไม่มีใครรักตัวกลัวตายเสียดายชีวิต”

เถี่ยสงเห็นเหล่าพี่น้องค่อนข้างอัดอั้นตันใจกับความไม่เป็นธรรม จึงถอนหายใจยาวๆ สั่นศีรษะ

“ทุกท่านอย่าเพิ่งรีบร้อน ที่ข้ามาวันนี้เพราะมีเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งอยากปรึกษาทุกท่าน”

“ศิษย์น้อง ไม่ต้องพูดแล้ว เราออกจากเมืองไปพร้อมกัน....” มีคนใจร้อน ตะโกนออกมา

“เฮ่าจวิน ใจเย็นอย่าเพิ่งใจร้อน ฟังศิษย์น้องพูดก่อน” ศิษย์พี่ใหญ่ปรามเสียงเข้ม

ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง

เถี่ยสงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนพูดจริงจัง

“ตั้งแต่บ้านตระกูลเถี่ยถูกทำลาย พี่น้องทุกท่านยังคงอยู่กับข้าไม่ได้หายไปไหน คอยคุ้มครองข้ากับน้องสาวเดินทางจากเมืองโจวเข้าเมืองหลวงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม หารู้ไม่ว่าระหว่างทางกลับเจอเจ้าหน้าที่สมคบคิดกับโจรขวางทางพวกเราไว้ เรื่องเรียกร้องยังไปไม่ถึงไหน ก็ถูกพวกมันตามล้างตามฆ่าจนสุดขอบฟ้า ไม่มีที่ให้หยัดยืน กระทั่งพี่น้องหลายคนต้องพลีชีพ แม้วันนี้ข้าถูกบีบจนไม่มีทางไป ก็ไม่ใช่พี่น้องทำข้าเดือดร้อน แต่เป็นตระกูลเถี่ยของเราทำพี่น้องเดือดร้อนต่างหาก !”

“ศิษย์น้อง....” ศิษย์พี่ใหญ่ยกมือขึ้นห้ามไม่ให้พูดต่อ

“ศิษย์น้อง ข้าและอีกหลายคน ถูกอาจารย์เหมิงเลี้ยงดูจนเติบใหญ่ ได้เป็นพี่น้องกับเจ้า ร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน ถือว่าได้ตอบแทนพระคุณอาจารย์ ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุผลใดๆ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องนี้อีก ที่ทุกคนลงความเห็นให้ออกจากเมือง เพราะไม่อยากเห็นเจ้าเสี่ยงอันตรายในจวนอ๋อง ถ้าเจ้าอยู่ต่อแล้วเกิดมีอะไรผิดพลาดขึ้นมา วันหน้าข้าจะมีหน้าไปพบท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงได้อย่างไร”

ทุกคนล้วนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล

เพราะเหตุนี้ หลายปีที่ผ่านมาเถี่ยสงจึงรู้สึกละอายใจ

นิ่งเงียบอยู่สักพัก เถี่ยสงตัดสินใจพยักหน้ารับ

“ได้ ข้าไม่พูดเรื่องพวกนี้อีก ทุกคนต่างก็รู้ว่า แม้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่มีเหตุผล แต่ตอนนั้นข้าเองก็ไม่มีความอดทน ทำให้หนิงเอ๋อถูกอันธพาลอุ้มไปต่อหน้าต่อตา ข้าแค้นที่ทำอะไรไม่ได้ แต่หมิงอ๋องกลับช่วยเอาไว้”

พูดถึงตรงนี้ ชายฉกรรจ์อกสามศอกในห้องต่างตาแดงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว กัดฟันกำหมัดแน่น โกรธแต่ต้องเก็บความรู้สึกไม่เป็นธรรมเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้กระทบจิตใจพวกเขามาก

เป็นเรื่องที่พวกเขาไม่สามารถชดเชยความเจ็บปวดในใจให้เถี่ยสงได้ ตอนนั้นพวกเขาใช้เวลาเป็นแรมปีเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อขอให้ราชสำนักตัดสินคดีเลือดของตระกูลเถี่ย แต่ไม่คาดคิดว่าการเมืองจะยุ่งเหยิงขึ้นมากะทันหัน และไม่มีวันสงบอีกต่อไป จึงเศร้าใจที่รู้ว่าราชสำนักพึ่งพาไม่ได้แล้ว แต่ยังคิดลองดูอีกสักตั้งคิดไม่ถึงว่า เพียงแค่ปรากฎตัว เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้เข้าที่ทำการศาลแล้ว หนำซ้ำยังตามไล่ล่าถึงชีวิต ต่อมาที่ทำให้ยิ่งโกรธคือถูกใส่ร้ายว่าเป็นมหาโจร ถูกหมายหัวไปทุกที่ กลายเป็นคนไร้บ้านไร้แผ่นดินไป

จนในที่สุดก็มาอาศัยอยู่ในชุมชนแออัด ที่ๆ คนหลากหลายอยู่ผสมปนเปกันได้ มีชีวิตไปวันๆ ซ่อนตัวได้ แต่ไม่กินไม่ได้

ระหว่างที่ยังไม่รู้ว่าจะทำอะไร พวกเขาจึงได้แต่ปลอมตัว แยกย้ายกันไปหางานทำ อยู่มาวันหนึ่ง เถี่ยสงออกจากบ้าน ถูกพวกอันธพาลกลั่นแกล้ง ทำงานแล้วไม่จ่ายเงินให้ แต่เงินนี้ต้องใช้ซื้อข้าวให้พี่น้องกิน เถี่ยสงจึงไม่ยอม ระหว่างชกต่อยกัน เถี่ยสงมือหนักไปหน่อย ทำเจ้านายบาดเจ็บ เจ้านายไม่แจ้งความเพราะกลัวมีผลกระทบต่อธุรกิจ แต่ไม่คิดปล่อยเถี่ยสงลอยนวล บังคับขู่เข็ญให้ชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งเถี่ยสงไม่มีเงินชดใช้ให้อยู่แล้ว ทว่ากลับมีเพื่อนคนงานด้วยกันที่คิดเอาใจเจ้านาย บอกว่าเถี่ยสงมีน้องสาวที่เช้งวับนางหนึ่ง

ตอนนั้นเถี่ยหนิงเอ๋อเพิ่งอายุ 9 ขวบ เช้งวับตรงไหน

แต่เจ้านายแค้นไม่เลิก ต้องการให้เถี่ยสงชดใช้ให้ได้ จึงส่งคนมาที่ชุมชนแออัด อัดเถี่ยสงจนเละ ก่อนอุ้มหนิงเอ๋อจากไป

เถี่ยสงตอนถูกซ้อมแค้นมาก แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ไม่กล้าลงมือหนัก เพราะหากกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมา พี่น้องผองเพื่อนจะอยู่กันยังไง

กระทั่งตอบโต้กลับยังไม่กล้า กลัวว่าถ้ายืดเยื้อ พี่น้องที่ได้ข่าวจะรีบบึ่งมาช่วย

ตระกูลเถี่ยรู้สึกละอายใจต่อเหล่าพี่น้องอยู่แล้ว ไหนเลยจะยอมให้พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อตนเองอีก

เถี่ยสงถูกซ้อมจนต้องคลานบนพื้น และทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดฟันมองดูพวกมันพรากน้องสาวไป

ต่อมา แม้เหล่าพี่น้องเดนตายจะถูกห้ามไม่ให้ออกหน้า แต่เรื่องพรรณนี้ไหนเลยจะสะกดความแค้นของลูกผู้ชายเลือดเดือดเหล่านี้ได้

ขณะมองดูพี่น้องกำลังจะหวนคืนสู่สนามความรุนแรง ก็เห็นหนิงเอ๋อเดินกลับเข้ามาโดยไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย ข้างกายยังมีชายหนุ่มร่างสูงท่าทางหยิ่งยโสคนหนึ่งตามมาด้วย ซึ่งก็คือหมิงอ๋อง

หมิงอ๋องที่คนในละแวกนี้ลือกันว่าไม่เอาอ่าว พอดีผ่านทางมา เห็นเด็กหญิงถูกจับและร้องไห้ไม่หยุด ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาเข้ามายุ่งเรื่องชาวบ้าน ช่วยเด็กหญิงเอาไว้ได้

ต่อมาเขาคิดพาเด็กหญิงกลับจวน แต่ก็ต้องยอมทำตามที่เด็กหญิงขอก่อน กลับไปหาพี่ชาย

ปฏิเสธก็แล้ว คุกเข่าโขกศีรษะก็แล้ว ขอความเมตตาก็แล้ว เขายังยืนยันว่าจะพาเด็กหญิงไป

จึงมีหนทางเดียวที่ทำได้ ตามไปด้วย โดยมีผู้ตามไปอีกคน อาจิ่ว เด็กรับใช้ที่สนิทกับหนิงเอ๋อ

ด้วยเหตุนี้ คนที่เดิมเป็นคนคิดมากอย่างเถี่ยสงจึงค่อยๆ ปล่อยวางลง ประสบการณ์ในตำแหน่งองครักษ์ประจำจวนอ๋อง ทำให้เขาไม่ติดใจในสิ่งที่พี่น้องเป็นกังวลว่าหมิงอ๋องจะเป็นคนโหดร้ายทารุณหรือไม่

เพราะหลังจากนั้นไม่นาน หมิงอ๋องก็ได้บอกเหตุผลนี้กับเขา

ก่อนหมิงอ๋องจะถูกรับตัวเข้าวัง อาศัยอยู่กับแม่เลี้ยงและน้องสาว ซึ่งทั้งสองดีต่อเขามาก หลังเข้าวังเขาจึงร้องขอให้รับแม่เลี้ยงกับน้องสาวเข้ามาอยู่ด้วย แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากไทเฮาที่อยากให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่และรู้จักคิดมากขึ้น

ดังนั้นวันที่เห็นหนิงเอ๋อร้องไห้ เขาจึงคิดถึงน้องสาวตัวเอง และตัดสินใจพาหนิงเอ๋อกลับจวนเพื่อดูแลแบบน้องสาว

“ไม่ว่าทางการจะเป็นเช่นไร หลายปีมานี้ หมิงอ๋องดีกับหนิงเอ๋อมาก ไม่เคยให้หนิงเอ๋อต้องคับข้องหมองใจแม้แต่นิดเดียว และที่เหล่าพี่น้องได้อยู่กันอย่างสงบเรื่อยมา ส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะบารมีของหมิงอ๋อง เขาจึงเป็นผู้มีพระคุณของข้า” เถี่ยสงพูดจริงจัง

เหล่าพี่น้องมองตากัน แม้จะแค้นทางการจนเข็ดเขี้ยวเคี้ยวฟัน แต่ทุกคนต่างก็ยึดถือคุณธรรม เถี่ยสงพูดก็จริง หลายปีมานี้ ตำแหน่งในจวนอ๋องของเขา อย่างน้อยก็สามารถรับประกันได้ว่าทุกคนไม่อดตาย

ศิษย์พี่ใหญ่ค่อยๆ พูดเสียงขรึม

“บุญคุณต้องทดแทน ความแค้นกับบุญคุณต้องแยกให้ออก เจ้าพูดไม่ผิด”

เถี่ยสงพยักหน้า ค่อยเข้าเรื่องได้

“เดิมทีวันนี้ข้าควรถูกขังอยู่ในคุกจวนอ๋อง นึกไม่ถึงว่าหมิงอ๋องกลับปล่อยข้าออกมา....”

เขาเล่าถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ พอเหล่าพี่น้องได้ฟังเรื่องหมิงอ๋องแสดงละคร ต่างก็ตกตะลึงพรึงเพริด

ท้ายที่สุดเถี่ยสงก็เงยหน้าขึ้นมองดูพี่น้องผองเพื่อน พูดด้วยเสียงจริงจัง

“ตอนนี้เขาตกระกำลำบาก มอบหมายให้ข้าอารักขา อย่างไรก็ดี ข้าไม่สามารถนิ่งดูดายได้”

ศิษย์พี่ครุ่นคิดหนัก “ศิษย์น้องจึงมาที่นี่ ขอให้ข้าและพรรคพวกยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”

เหล่าพี่น้องต่างนิ่งเงียบ การช่วยเหลือคนของทางการเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับเรื่องที่อยู่ในใจ

เถี่ยสงแสดงความจริงใจ พยักหน้ารับ

“มีความคิดเช่นนี้จริง แต่ไม่ได้หมายความตามนั้นทั้งหมด พี่น้องทุกท่าน วันนี้หากตระกูลเถี่ยของข้า

คิดรื้อฟื้นคดีเลือดขึ้นมา ผลที่ได้เห็นจะเป็นเพียงเงาจันทร์ในน้ำ เรียกร้องไปก็เสียเปล่า ทุกท่านจึงไม่จำเป็นต้อง

ปกป้องข้ากับน้องสาวเช่นเดิมอีกต่อไป ที่ข้ามาวันนี้ก็เพราะคิดว่าพวกเราอย่างไรก็วางแผนอยู่ในเมืองหลวงอีกไม่นาน พอดีกับขบวนรถของหมิงอ๋องจะออกเดินทาง จึงน่าจะออกไปพร้อมกันได้ ซึ่งหลังจากออกจากเมืองหลวงแล้ว ท่านใดคิดช่วยหมิงอ๋องหรือจากไปก็สุดแล้วแต่จะตัดสินใจ”

เมื่อเถี่ยสงพูดตรงไปตรงมาเช่นนี้ บรรยากาศจึงเข้าสู่ความเงียบ

ที่สุดแล้ว ไม่นานนักก็มีคนพูดขึ้น

“ในเมื่อเคยมีบุญคุณต่อกัน ลูกผู้ชายอกสามศอกอย่างข้า จำเป็นต้องทดแทน”

อีกคนพยักหน้า “ข้าไม่สนใจอะไรทั้งนั้น ศิษย์น้องกับหนิงเอ๋อจะตามใครไป ข้าก็ไปด้วย”

“ถูก เพราะเราไม่ได้ปกป้องหมิงอ๋อง แต่ดูแลความปลอดภัยให้หนิงเอ๋อ”

ผู้พูดล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษเหล็กผู้ยึดถือคุณธรรมน้ำมิตร

ศิษย์พี่จ้องมองเหล่าพี่น้องด้วยความกังวล การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

แต่สุดท้ายก็ผงกศีรษะ “เห็นด้วย ตามนั้น”

เถี่ยสงเห็นดังนั้น สีหน้าที่เคร่งเครียดจริงจังก็ค่อยดูอ่อนโยนขึ้น เกิดมาทั้งทีได้พบเจอพี่น้องที่สามารถร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่ได้แบบนี้ ถือว่าไม่เสียชาติเกิดแล้ว

เขาไม่รอช้า รีบลุกขึ้นยืน กล่าวเสียงเข้ม “ถ้างั้นพวกเรารีบออกเดินทาง มุ่งสู่จวนอ๋อง!”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}