Hunter13

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Smell.

คำค้น : อินทรีย์ ทะเล Yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 143

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2560 21:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Smell.
แบบอักษร

            อากาศบนเขาเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ พร้อมๆกับแผ่นฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีเข้ม และมืดดำลงไปในที่สุด มีเพียงแสงจันทร์ที่สุกสกาว ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้าเพียงเท่านั้น เหล่าลูกทีมของอังสะ ต่างพากันกลับมายังส่วนที่พัก ซึ่งจัดเตรียมเอาไว้ให้พวกเขาเป็นอย่างดี โดยทิ้งกล้องเอาไว้ในป่า เพื่อบันทึกภาพในตอนกลางคืนด้วย

“ขอบคุณที่เหนื่อยกันนะทุกคน วันนี้ตั้งแคมป์ไฟ สนุกได้เต็มที่นะ พี่ขออนุญาตแล้ว”

“เย้!/เฮ้!”

            เมื่อทุกคนมารวมตัวกันแล้ว ปาร์ตี้รอบกองไฟก็เริ่มต้นขึ้น พู่ไหมกับป่านทอ รับผิดชอบเรื่องอาหาร ส่วนหนุ่มๆที่เหลือ ก็รับผิดชอบเรื่องการเล่นดนตรีและเอนเตอร์เทนกันเองอย่างสนุกสนาน

“ทะเล! ทานบาร์บีคิวสิ พี่ทำสุดฝีมือเลยนะ”

“กินกุ้งเผาของพี่ด้วยสิ น้ำจิ้มแซ่บเหมือนคนทำเลยนะ”

            ทั้งพู่ไหมและป่านทอ ต่างถือจานใส่อาหารมาให้กับทะเลเป็นจำนวนมาก ซึ่งชายหนุ่มก็ยิ้มให้พร้อมกล่าวขอบคุณ แต่คนที่รับจานอาหารเหล่านั้นไป กับเป็นชายอีกคนที่นั่งข้างๆทะเลต่างหาก

“ขอบใจนะสาวๆ บริการดีแบบนี้ รบกวนขอปูเผาอีกสักจานนะ ฉันชอบ”

            เสียงเรียบๆของอินทรีย์เอ่ยพร้อมกับยิ้มให้น้อยๆ หากแต่ดวงตาที่มองมา กลับแหลมคมเสียจนแทบจะเฉือนขั้วหัวใจของสาวทั้งสองได้ไม่มีผิด ทำเอาทั้งสองต้องถอยไปตั้งหลักที่เตาปิ้งย่างเหมือนเดิม ซึ่งทะเลที่มองดูอยู่ตลอดเวลาก็หลุดขำออกมาในที่สุด

“หวงน้องก็เป็นนะครับ พี่ทรีย์”

“ไม่ได้หวงครับ แต่พี่ห่วง สองสาวเขาก็นักเก็บแต้มพอๆกับพี่นี่แหละ ถึงไม่อยากให้เราไปยุ่งเกี่ยวด้วย กลัวว่าจะเสียคนกันไปก่อน”

“หือ? กลัวผมจะเสียคนงั้นเหรอ?”

            เด็กหนุ่มเอียงคอถามอย่างสงสัย แต่เมื่อเห็นสีหน้านิ่งๆของรุ่นพี่ เขาก็พอเข้าใจความหมายที่อินทรีย์พูดนิดๆแล้ว

“กลัวเราจะไปทำสองสาวนั่นเสียคนต่างหาก เรายิ่งชอบปั่นหัวคนด้วย ยังไงผู้ชายก็เสียหายน้อยกว่าผู้หญิงอยู่แล้วนะ ทะเล”

“ฮ่าๆๆๆ แบบนี้สิ ถึงจะเรียกว่ารู้ใจกัน”

            ทะเลหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ พร้อมกับกินอาหารที่พี่เลี้ยงสุดหล่อป้อนให้เรื่อยๆ โดยมีเสียงโห่ร้อง แซวทั้งคู่จากคนอื่นๆด้วย ยิ่งทำให้สองหนุ่มหยอกเย้า และรับส่งมุกกันไปมาอย่างต่อเนื่อง

“แหม.... สองพี่น้องนี่หวานกันจริงๆนะ เห็นใจคนโสดบ้างได้ไหมวะ?”

“นั่นสิ! แถมคืนนี้ยังต้องนอนรวมกันแต่ผู้ชาย จะเผลอกินกันเองบ้างไหมวะเนี่ย!”

เวทิตและเพื่อนอีกคนบ่นออกมา ทำให้คนอื่นๆต่างหัวเราะผสมโรงกันไปอย่างสนุกสนาน เพราะคืนนี้ มีเพียงคู่ของโยธากับเมทิน และอินทรีย์กับทะเลเท่านั้น ที่จะได้นอนเป็นคู่ในเต็นท์ ส่วนคนอื่นๆจะนอนรวมกันภายในเต็นท์ใหญ่ที่ทางเจ้าหน้าที่เตรียมไว้ให้ บรรยากาศรอบกองไฟ ดูคึกครื้นขึ้นมาอย่างถนัดตา แต่ก็มีเพียงคนเดียว ที่ดูจะไม่ค่อยสนุกสนานกับคนอื่นๆเอาเสียเลย

“ผมไปห้องน้ำก่อนนะครับ”

“ระวังหน่อยนะทะเล ทางมันค่อนข้างมืด”

            ชายหนุ่มพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะเดินไปทางบ้านพักส่วนกลาง ที่เปิดไว้ให้สองสาวพักผ่อน เพราะที่นั่นมีห้องอาบน้ำและสุขาอยู่ชั้นล่างไว้บริการนั่นเอง อังสะที่มองตามหลังของทะเลไป ก็ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปกระซิบเบาๆที่ข้างหูของอินทรีย์ ก่อนจะเดินนำรุ่นน้องของเขาเข้าไปในป่า โดยที่คนอื่นๆก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก จนกระทั่ง.... ทะเลเดินกลับมายังแคมป์ไฟ และพบว่าอินทรีย์หายไป รวมทั้งอังสะด้วยเช่นกัน

“พี่เว! พี่ทรีย์หายไปไหน?”

“หือ? อินทรีย์เหรอ? เห็นเดินตามพี่อังเข้าป่าไปสักพักแล้วล่ะ”

“ไปทางไหน!”

            เสียงห้าวโพล่งออกมา จนทุกๆคนต่างหันมองเขาเป็นตาเดียว ก่อนที่เวทิตจะตอบกลับไป หลังจากที่หายตกใจแล้ว

“ไป... ทางนั้น อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนทะเล! ทะเล!”

            ร่างสูงวิ่งห้อไปทิศทางที่เวทิตชี้ไปในทันที โดยไม่ฟังเสียงเรียกของรุ่นพี่คนอื่นๆเลยสักนิด เวทิตที่เห็นแผ่นหลังของทะเล หายลับไปในความมืด ก็ถอนหายใจออกมาอย่างแรง พร้อมกับมองของสิ่งหนึ่งที่อยู่ในมือ ซึ่งไม่ทันจะได้ส่งให้รุ่นน้องเอาติดตัวไปด้วย

“ไปคนเดียวแล้วดันไม่เอาวอร์ไปด้วย จะหาสองคนนั้นเจอไหมเนี่ย?”

            คนอื่นๆในกลุ่ม ได้แต่มองหน้ากันงงๆ ก่อนจะปล่อยให้ทะเลทำตามใจ โดยไม่มีใครไปตาม เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยก็ยังมีอังสะและอินทรีย์ที่อยู่ในป่านั้นด้วยเช่นกัน หากแต่พวกเขาไม่รู้เลยว่า การปล่อยให้ทะเลไปคนเดียวนั้น จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นมาจนได้....

.............................................

            ร่างเพรียววิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมองหารุ่นพี่ทั้งสองคนผ่านความมืด แม้ว่าจะมีแสงสว่างจากพระจันทร์อยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ยังไม่สว่างพอ จนทำให้ตามตัวของทะเล โดนกิ่งไม้และใบหญ้าเกี่ยวบาดเป็นแผลเล็กๆอยู่หลายรอยทีเดียว หากแต่ความเจ็บเหล่านั้น ก็ไม่ได้ทำให้ความเร็วในการค้นหาของชายหนุ่มลดลงเลยแม้แต่น้อย

“ให้ตายเถอะ! หายไปไหนกันนะ!”

            เสียงเข้มหอบหายใจไปพลาง เช็ดเหงื่อที่ซึมออกมาไปพลาง เขามองพื้นที่รอบด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลน้อยๆ เพราะเขาไม่คุ้นทางแถวๆนี้เลย อาจเป็นเพราะเส้นทางนี้ เป็นเส้นทางของทีมที่สอง ซึ่งอินทรีย์เป็นคนคุมงานใช้นั่นเอง ทำให้เขารู้สึกเหมือนหลงอยู่ในเขาวงกตไม่มีผิด จนเขาอดโทษตัวเองไม่ได้ ที่ไม่ยอมพกวอร์ติดตัวมาด้วย จึงไม่สามารถเรียกหารุ่นพี่ของเขาได้ และการตะโกนเรียกหากัน ก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก สำหรับป่าที่มีสัตว์สงวนอยู่มากมาย โดยเฉพาะสัตว์มีพิษที่อาจตกใจกับเสียงของเขา และเข้าจู่โจมในความมืดเช่นนี้

และในตอนนั้นเอง ที่เขาได้กลิ่นหอมจางๆของดอกไม้ ซึ่งอยู่ใกล้ๆมือ ทำให้เขาฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“จำได้ว่าหมอนั่น... พกมันติดตัวเอาไว้ด้วยนี่นา”

            ทะเลยืนนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเริ่มใช้ประสาทรับกลิ่นที่มีมากกว่าคนปกติ ดมกลิ่นหอมจากบุหงารำไปที่เขาทำให้อินทรีย์เอาไว้ และเดินไปตามกลิ่นนั้นอย่างรวดเร็ว แม้เป็นเพียงบุหงารำไปที่เพิ่งเก็บมาก็ตาม แต่เพราะเป็นดอกไม้ป่า และมีกลิ่นเฉพาะตัว ทำให้แยกกลุ่มกลิ่นที่อยู่รวมกันได้ง่ายขึ้น และเมื่อเดินตามกลิ่นนั้นไปเรื่อยๆ ความหอมหวานของดอกไม้ที่อยู่รวมกันนานชนิด ก็ยิ่งส่งกลิ่นแรงขึ้นเรื่อยๆ

และในตอนนั้นเอง ที่ทะเลพบว่ามีที่โล่งอยู่ประมาณหนึ่ง ซึ่งมีแสงจันทร์สาดส่องลงมาจนสว่างกว่าที่อื่น และที่แห่งนั้น... เขาก็พบร่างของคนทั้งสองที่คุ้นตา กำลังโอบกอดกันอยู่ ซึ่งสิ่งที่เขาได้เห็นต่อจากนั้น มันก็ทำให้สติของเขา ขาดผึงไปในที่สุด......

............................................

            สายลมเย็นฉ่ำ พัดมาปะทะผิวกายของชายหนุ่มทั้งสอง ที่ยืนมองพระจันทร์อยู่ข้างกันอย่างอ่อนโยน อังสะและอินทรีย์ ต่างยืนชมจันทร์อยู่ด้วยกันเป็นเวลานานโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่ง....

“พี่อังยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าเรียกผมออกมาคุยเรื่องอะไร?”

“....... ทรีย์ เราแอบมาพบทะเลเมื่อตอนเย็นใช่ไหม? พี่จำได้ว่า... พี่ห้ามไม่ให้มาทางนี้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงยังทำ?”

“เอ่อ... ขอโทษทีครับ แต่ผมเป็นห่วงทะเลก็เท่านั้น รายนั้นยิ่งอารมณ์แปรปรวนง่ายอยู่ด้วย”

“ไม่คิดว่า... ตัวเองตามใจทะเลมากเกินหน้าที่ไปหน่อยหรือไง? อินทรีย์”

            เสียงทุ้มที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งๆแต่ชัดเจน ทำเอาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบตกใจกับประโยคนั้นอยู่ไม่น้อย แต่เขาก็เลือกที่จะยิ้มบางๆและตอบกลับด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง เพื่อไม่ให้พี่รหัสของเขาต้องคิดมาก แต่ดูเหมือนว่าคำตอบของเขา จะยิ่งทำให้อังสะคิดมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ก็ผมมีพี่อังเป็นตัวอย่างนี่นา พี่เองก็ดูแลผมดีจนคนอื่นๆแซวอยู่เหมือนกันไม่ใช่เหรอ? ผมว่ามันออกจะปกตินะ”

“มันไม่ปกติหรอก! ที่พี่ทำกับเรา เพราะพี่รักเรามากกว่าน้อง ทรีย์ก็รู้ดีไม่ใช่เหรอ? ว่าพี่ยังรอเราอยู่”

“พี่อังสะ...”

“แล้วตอนนี้... พี่ก็คิดว่าถึงเวลาแล้ว ที่พี่จะขอคำตอบจากเราอีกครั้งหนึ่ง”

            ร่างสูงขยับเข้ามาในระยะประชิด พร้อมกับเชยคางของชายตรงหน้าให้สบตากับเขาอย่างชัดเจน ดวงตาสีทองที่คมกริบ ชวนให้ใจเต้นของอินทรีย์นั้น ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย จากครั้งแรกที่ทั้งสองได้สบตากัน และมัน.. ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้อังสะ หลงรักอินทรีย์ซึ่งเป็นผู้ชายเข้าเต็มเปา

“เป็นแฟนพี่ได้หรือยังครับ? อินทรีย์”

            ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้าไปจนชิดกับหนุ่มรุ่นน้องตรงหน้า ปลายจมูกโด่งสวยสัมผัสกันเล็กน้อย ก่อนที่ลมหายใจอุ่นๆจะประสานกลายเป็นหนึ่ง รวมทั้ง... ริมฝีปากที่นุ่มนวลของคนทั้งคู่อีกด้วย แม้อินทรีย์จะตกใจกับการจู่โจมของอังสะก็ตาม แต่เขาก็ยอมให้จูบโดยไม่ขัดขืนอะไร ซ้ำยังตอบสนองเป็นอย่างดีเสียด้วย บรรยากาศรอบๆตัวของทั้งสอง ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ และภาพวันวานเมื่อครั้งที่ได้พบกันก็หวนคืนมาอีกครั้ง พร้อมๆกับความทรงจำของจูบแรกระหว่างอินทรีย์และอังสะอีกด้วย.....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}