สัมผัสหัวใจ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เคลียร์ในห้อง

ชื่อตอน : เคลียร์ในห้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 200

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2560 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เคลียร์ในห้อง
แบบอักษร

ทันทีที่เอกกี้ขับรถพาฉันมาส่งที่คอนโด สาวน้อยอย่างฉันก็รีบตาลีตาเหลือกกระเสือกกระสนจะลงจากรถให้ไวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไปเก็บข้าวของที่อยู่บนห้องแล้วทำการเนรเทศตัวเองให้กลับไปมุดหัวที่อยู่ต่างจังหวัดอันเป็นถิ่นฐานบ้านเกิดเมืองนอนแต่ยังไม่ทันได้ขยับตัวไปไหนก็ถูกยัยเอกกี้ดึงรั้งชายเสื้อเอาไว้ให้ได้หันกลับมา

“เดี๋ยวยัยซัน แกจะรีบไปตามควายหรือยังไงฮะ แกวางแผนอะไรอยู่ช่วยอธิบายให้ฉันเข้าใจนิดนึง ตอนนี้ผู้เกย์อย่างฉันเวียนหัวเพราะตามความซับซ้อนของชะนีเพศอย่างแกไม่ทันแล้วเนี้ย” เอกกี้ว่าพรางทำท่าเวียนหัวอย่างที่บอก เพราะระหว่างทางที่นางขับรถมา ฉันยังไม่ได้บอกนางเลยว่าฉันจะหนีกลับถิ่นฐานบ้านเกิด ฉันบอกนางแค่ว่าให้รอฉันอยู่ตรงนี้ฉันจะขึ้นไปเก็บของข้างบนแล้วจะให้นางไปส่งฉันที่สถานีขนส่งเท่านั้นเอง

“ว่าไงยะ อะไร ยังไง?” เอกกี้ถามย้ำ

ฉันจึงตัดรำคาญบอกแผนนางไปให้จบๆ จะได้รีบกลับบ้านสักที เกิดมัวชักช้าเดี๋ยวยัยคุณไอซ์ตามมาแล้วจะยุ่ง

“ฟังนะ แล้วก็ฟังดีๆ ด้วยเพราะฉันจะไม่เสียเวลามาพูดซ้ำ คือฉันต้องหนีข่าว หนียัยคุณไอซ์ แล้วที่สำคัญฉันจะต้องรีบกลับบ้านไปให้ไวที่สุดเพราะถ้าเกิดปล่อยให้แม่ฉันเห็นข่าวที่เฝ้าประโคมอยู่หน้าหนังสือพิมพ์ตอนนี้ แกคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

เอกกี้ทำท่าคิดตามก่อนจะพยักหน้าประมาณว่า ‘เออ จริงด้วย’ ส่วนฉันได้แต่ถอนหายใจอย่างคนอยากจะบ้า ถ้าข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ออกมาล่ะก็ ฉันจะไม่ร้อนใจเลยแต่นี่หากแม่ฉันเห็นเข้าคงจะเป็นเรื่องใหญ่ แม่ฉันจะคิดยังไงที่อยู่ๆ ลูกสาวคนเดียวก็มาแต่งงานกับผู้หญิงโดยที่ไม่ได้บอกอะไรเลยสักคำแถมยังเป็นผู้หญิงที่ไปแย่งจากคนอื่นเขามาอีก

ตาย…งานนี้ไอ้ซันคนนี้มีแต่ตายกับตายเท่านั้น

“ปล่อยชายเสื้อฉันได้แล้วเอกกี้ ฉันรีบ!” ฉันบอก เอกกี้ยอมปล่อยแต่โดยดีฉันก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในหอพักทันที

“รีบกลับมาเร็วๆ นะยัยซัน” เอกกี้ตะโกนตามหลังมาแต่ฉันไม่ได้สนใจที่จะตอบกลับเพราะมัวแต่วิ่งนี่แหละ

พอมาถึงหน้าประตูก็รีบไขกุญแจอย่างว่องไวแต่สงสัยจะรีบจนรนไปหน่อยเลยเผลอทำมันหล่นมือ

บ้าฉิบ!

ฉันอุทานกับตัวเองก่อนจะก้มลงเก็บทว่าในวินาทีนั้นเองมือที่กำลังจะเก็บลูกกุญแจกลับต้องชะงัก เพราะเห็นปลายประตูนั้นค่อยๆ เปิดขึ้นแถมยังมีเท้าของใครบางคนยืนอยู่ข้างในห้องของฉันเสร็จสรรพ

ใครกัน? หรือว่า…ขโมย! ฉันรีบเงยหน้ามองคนที่อยู่ในห้องทันที

“เฮ้ย!”

เสียงอุทานดังขึ้นด้วยความตกใจอย่างสุดขีด ดวงตาก็เบิกโตจนแทบถลนออกมาข้างนอก พร้อมกันนั้นเท้าเจ้ากรรมที่ก้าวถอยหลังก็ผงะจนสะดุดล้มก้มจ้ำเบ้าแต่ทว่ากลับไม่มีความรู้สึกเจ็บบริเวณสะโพกเลยสักนิด เหมือนความรู้สึกเจ็บมันย้ายไปรวมอยู่กับอาการช็อคจนหมดแล้ว…

“ค ค่ะ คุณ!”

คนตรงหน้ายังคงยืนอยู่ตรงประตูพร้อมกันนั้นก็ส่งยิ้มหวานมาให้ฉัน แต่มันเป็นยิ้มหวานที่แลดูเคลือบยาพิษมาก

“กลับมาแล้วเหรอคะ…เจ้าสาวของฉัน”

บ้าฉิบ! ยัยน้ำแข็งก้อนมาอยู่ที่หอพักฉันได้ยังไงเนี๊ย!

ที่สำคัญใครกันเป็นเจ้าสาวของเธอ! ฉันแต่งงานแทนยัยเอกกี้นะ ดังนั้นฉันต้องมีศักดิ์เป็นเจ้าบ่าวเหอะย่ะ ถ้าฉันหนีเธอไม่พ้นจริงๆ ยังไงซะฉันก็ต้องเป็นฝ่ายรุก! เธอนั่นแหละยัยน้ำแข็งก้อนที่ต้องเป็นฝ่ายรับ ชิ!

“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ฉันถามออกไปทั้งที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม สายตาก็มองไอซ์ที่กำลังหัวเราะนิดๆ ด้วยความระแวง

“ฉันว่าเรื่องนี้เราเข้ามาคุยกันในห้องดีกว่านะคะ”

ห้อง?

คุยในห้อง?

ให้ตายสิ นี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ฉันมองเข้าไปในห้องของตัวเองแล้วรู้สึกว่ามันไม่น่าภิรมย์เลยสักนิด ก็เพราะห้องฉันมันเป็นห้องขนาดเล็กไง พอเปิดเข้าไปก็เจอเตียงนอนแล้ว ยิ่งหวนนึกไปถึงความหื่นกามของยัยคุณไอซ์เมื่อคืนนี้ยิ่งรู้สึกว่า ‘ห้อง’ เป็นสิ่งที่ไม่น่าเข้าไปอยู่กับไอซ์สองต่อสองมากที่สุด

หรือฉันควรจะหนีกลับบ้านโดยที่ไม่ต้องเก็บข้าวเก็บของมันแล้วดี? รถรับส่งก็พร้อมแล้วด้วย เพียงแค่ฉันวิ่งหนีลงไปฉันก็จะรอดพ้นจากภัยร้ายทันที

ในระหว่างที่กำลังขุ่นคิดสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นไอซ์ที่ย่างสามสุ่มเข้ามาใกล้ ด้วยความตกใจทำให้ความลังเลที่มีอยู่หมดไป ฉันรีบดันตัวขึ้นก่อนจะโกยอ้าวแต่เท้าก็ต้องชะงักเมื่อมีมือมารคว้าหมับ! เข้าไว้ที่คอเสื้อก่อนจะดึงตัวฉันให้ประชิดแล้วกอดร่างฉันเอาไว้จากด้านหลัง

แต่ทว่าสิ่งที่ยัยบ้าน้ำแข็งก้อนเลือกที่จะกอดกุมเอาไว้เสียแน่นกลับไม่ใช่เอวของฉัน เธอจงใจเลื่อนมันให้สูงกว่านั้นและก็…เต็มๆ

จะอะไรล่ะก็หน่มหน้มของฉันไง!

“กรี๊ด!!!”

“ยัยบ้า! ยัยโรคจิต! ยัยวิปริต! ยัยหื่นกาม!” ฉันด่ารัวๆ พร้อมกับดึงมือปลาหมึกของยัยน้ำแข็งก้อนออกด้วยความสยิว เธอกล้ามากนะยัยน้ำแข็งก้อนที่บังอาจมาแตะตรงนั้นของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต! คนหื่นกามอย่างเธอฉันจะต้องสั่งสอนให้ได้รู้สึกสำนึกถึงฤทธิ์เดชบ้างซะแล้ว

“ปล่อยนะยัยบ้า!” ฉันว่าพรางกระแทกส้นเท้ากะจะให้โดนเท้าของอีกคนแต่ยัยนั่นดันหลบได้ หงุดหงิดชะมัด!

“มีปัญญาแค่นี้เองหรือคุณ” ไอซ์พูดเยาะทั้งที่มือยังคงยึดเกาะตรงของรักของหวงของฉันไว้อย่างเหนียวหนึบ “ทางที่ดีคุณอยู่นิ่งๆ แล้วตามฉันมาเงียบๆ ดีกว่า รู้ตัวไหมว่าคุณทำฉันแสบมาก”

ไอซ์กระซิบข้างหู แต่ตอนนี้ฉันไม่สนใจอะไรทั้งนั้นว่ายัยนั่นจะพูดอะไรออกมา ฉันสนใจแค่ว่าฉันจะทำยังไงให้มือเหนียวหนึบนี้พ้นไปจากหน้าอกของฉันสักทีเพราะตอนนี้หน้าฉันคงเห่อแดงไปหมด สัมผัสได้จากอาการร้อนวูบวาบที่ใบหน้าของฉันนี่แหละ ขนลุก!

“โอ๊ยนี่คุณ! อย่าบีบได้ไหมล่ะมันเจ็บนะ!” ฉันโวยเพราะไอซ์ออกแรงกระชับส่วนที่จับให้แน่นขึ้นด้วยความที่นางจะดึงฉันเข้าห้อง แต่ฉันก็ดิ้นกระเด่วๆ อย่างขัดขืน

“คุณก็อย่าดิ้นสิ เดินตามมาดีๆ น่ะเป็นไหม”

บอกให้ฉันตามดีๆ แต่ดึงร่างฉันไปแบบนี้เข้าเรียกว่าลากโว๊ย!

“โอ๊ย!” ฉันร้องออกมาด้วยความเจ็บเพราะพอเข้ามาในห้องได้ไอซ์ก็เหวี่ยงฉันลงกับเตียงทันที จากนั้นนางก็รีบหันไปกดปิดล็อคประตูอย่างรวดเร็ว

เร็วมากจนฉันที่นอนแผ่หราอยู่ยังไม่ทันได้ขยับตัวไปไหนนางก็พุ่งเข้ามากดทับร่างฉันเอาไว้เสียแล้ว

“ไม่ต้องคิดหนีเลยนะคุณซัน เพราะต่อให้คุณหนีไปไกลสุดขอบฟ้าจักรวาลแค่ไหนฉันก็จะตามคุณไปทุกที่อยู่ดีนั่นแหละ ยิ่งแสบสันมันแกวแบบคุณน่ะ…” ไอซ์ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเป่าลมเบาๆ ที่ข้างกกหูทำให้ฉันต้องย่นคอด้วยความขนลุกขนพอง “…สเปคฉันเลย”

“หยี๋ ยัยโรคจิต” ฉันพยายามดิ้นขลุกขลักๆ แต่ก็ไม่เป็นผล ทำไมยัยคุณไอซ์ถึงได้แรงเยอะขนาดนี้นะ!

“ฉันว่าคุณควรหยุดด่าฉันแล้วเราก็มาคุยกันดีๆ ดีกว่าไหม เพราะถ้าฉันโกรธขึ้นมาแล้วหน้ามืดตามัวเผลอปล้ำคุณจะหาว่าฉันไม่เตือนนะคะ” ไอซ์พูดแล้วใช้สายตาแวววาวมองไล่โลมเลียร่างกายที่แสนจะบอบบางแต่สมส่วนของฉันไปทั่ว อยากจะแช่งให้เป็นตากุ้งยิงนัก!

ทำมาเป็นเล่นหูเล่นตา เหอะ! คิดว่าฉันจะกลัวคนอย่างคุณเหรอ ยัยคุณน้ำแข็งก้อน

“แหมๆ น่ากลัวจังเลยนะคะ” ถึงตอนนี้ฉันจะเป็นรองอยู่ภายใต้ร่างของยัยคุณไอซ์ แต่ฉันจะไม่ยอมเป็นรองตลอดไปหรอกน่าคอยดู! “ฉันจะคุยดีๆ กับคุณก็ได้ แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องไปคุยกันท่าอื่นที่ไม่ใช่ท่านี้นะคะ”

เสียงหวานแบบนี้เคยใช้ได้ผลมาแล้วมันจะไม่ได้ผลอีกสักครั้งก็ให้มันรู้ไปสิ!

“ได้สิคะ เราจะคุยกันท่าอื่นก็ได้ ท่านี้ดีไหม” ว่าจบ จากที่แค่กดข้อมือฉันเอาไว้ ไอซ์ก็ขยับเรียวขามาค่อมฉัน กระโปงในชุดเดรสรัดรูปของเธอล่นขึ้นเล็กน้อย ไม่รอช้าไอซ์ก็ดันเข่าขึ้นมาให้ชิดกับจุดอ่อนไหวในช่วงหว่างขาจนฉันถึงกับสะดุ้งเกร็งไปทั้งกาย แต่คนกระทำกลับฉีกยิ้มกว้างคล้ายสะใจที่เห็นเหงื่อฉันแตกซิกๆ “ท่านี้ดีไหมคะ”

วินาทีนี้ฉันได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ รู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องยามที่ได้จ้องดวงตาเจ้าเล่ห์ราวกับนางพญาหงส์ของไอซ์ แถมจุดที่กระทบกับเข่าของไอซ์มันยังทำให้ฉันใจสั่นแปลกๆ

“ขะ ขาคุณ ถ ถะ ถอยไปหน่อย ดะ ได้ไหม” เอาอีกแล้ว เวลาแบบนี้ทีไรทำไมปากเก่งๆ ของฉันกลายเป็นปากกากๆ ทุกทีเลย

“เสียงสั่นเชียวนะคุณ” ไอซ์เยาะ แต่ก็ยอมถอยเข่าให้ห่างจากจุดอันตรายไปนิดหน่อย

เมื่อรู้สึกปลอดภัยปากฉันก็เก่งขึ้นมาในทันที “ฉันสั่นสู้หรอก ว่าแต่คุณเถอะหาฉันเจอได้ยังไง”

“ก็สืบประวัติคุณน่ะสิ” ไอซ์พูดหน้าตาย “อีกอย่างคุณคงไม่เคยดูละครเรื่องโปรดของคุณแม่ฉันสินะ”

ละครเรื่องโปรด? ฉันขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ ละครมาเกี่ยวอะไร แต่ปกติฉันก็ดูละครหลายเรื่องอยู่นะ แต่ช่วงนี้แวะมาดูซีรีย์บ่อยไปหน่อยก็แค่นั้น

“แหวนเพชรที่นิ้วคุณน่ะ มี GPS อยู่”

“หา!”

ฉันอุทานออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ พร้อมกันนั้นด้วยความตกใจทำให้ร่างกายเด้งตัวขึ้นมาส่งผลให้ไอซ์ลงไปนอนหงายเก๋งอยู่บนเตียงที่ไม่ค่อยจะนุ่มเท่าไร

แหวนบ้าอะไรติด GPS ไอซ์ล้อฉันเล่นหรือเปล่าเนี๊ย!

ด้วยความที่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองฉันจึงถอนแหวนออกมาเพื่อทำการพิสูจน์ แต่ทว่า…ฉิบหาไม่เจอแล้วไหมล่ะ

ทำไมแหวนถึงถอดไม่ออก!?

พยายามดึงแล้วดึงอีกก็ถอดไม่ออก

ฉันมองหน้าไอซ์ที่ตอนนี้เธอกำลังนั่งจ้องฉันด้วยความขบขัน ฉันพยายามดึงออกอีกครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ ลองเปลี่ยนวิธีเป็นค่อยๆ หมุนเพื่อให้แหวนเคลื่อนตัวทีล่ะน้อยก็ไม่ได้ผล วิ่งเข้าไปในห้องน้ำใช้ทั้งสบู่เหลวทั้งน้ำยาล้างจานถูๆ หวังให้ความลื่นช่วยพาแหวนให้หลุดก็ไม่ได้การ

นี่มันแหวนเพชรหรือปลิงเพชรกันแน่วะเนี้ย!

“ที่คุณพูดเมื่อกี้น่ะมันจริงหรือเปล่า?” เมื่อถอดออกไม่ได้ฉันจึงวิ่งหน้าตั้งกลับมาหาคนที่บอก ด้วยความหวังว่าไอซ์อาจจะโกหก

“โกหกคุณไปแล้วฉันจะได้อะไรล่ะ” หมดกันความหวังของฉันพังทลายไปหมดแล้ว “แม่ของฉันท่านฟังฝังฉิบติด GPS ไว้จริงๆ คุณรู้ไหมว่าแหวนเพชรนี่ราคาตั้งกี่สิบล้านที่สำคัญยังเป็นแหวนประจำตระกูลของฉันอีกด้วยนะ แม่ของฉันก็เลยกลัวว่ามันจะหายน่ะสิ ที่สำคัญก็ติดไว้เผื่อกันขโมยด้วยไง แหวนวงนี้จะได้ปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย…อย่างคุณ”

“บ้า! ฉันเหรอโจรผู้ร้ายไม่ม้าง” เสียงสูงแถมสายตายังลอกแลก “คุณก็เห็นว่าแหวนมันถอดไม่ออกอันที่จริงฉันตั้งใจจะเอาไปคืนคุณอยู่แล้ว คนอย่างฉันใสซื่อและบริสุทธิ์นะคุณ”

“แถไปได้อีกนะคุณซัน” ไอซ์ส่ายหน้าขำก่อนจะทำน้ำเสียงจริงจังขึ้น “แต่เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะเพราะถึงยังไงคุณก็หนีฉันไปไหนไม่พ้นอยู่ดี เอาเป็นว่าเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ตอนนี้คุณกับฉันเราแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้วนะคุณ แม่ฉันท่านก็รับรู้”

“แต่แม่ฉันไม่ได้รับรู้ด้วยหนิ” ฉันพูดขัดขึ้น ไอซ์ถอนหายใจเล็กน้อย

“ก็ไม่แน่หรอก แต่คุณคงลืมไปว่าคุณยังมีคดีใหญ่ติดตัวอยู่นะ คุณรู้ใช่ไหมว่าแม่ของคุณเอกเพื่อนคุณเขาไม่พอใจมากที่โดนหักหน้า แล้วแม่ฉันท่านก็เอ็นดูคุณมากถึงขนาดออกรับหน้าแทน ถ้าความจริงถูกเปิดเผยขึ้นมาว่าจริงๆ แล้ว คุณกับฉันไม่ได้เป็นอะไรกัน แม่ของคุณเอกคงจะไม่ไว้หน้าคุณแน่ ก็อย่างฉันก็เคยบอกคุณไปแล้วว่าหากถูกจับได้ คุณอาจจะต้องไปนอนเล่นในคุกสักระยะ นี่ฉันช่วยคุณเอาไว้ก็ดีแค่ไหนแล้ว”

ช่วยลวนลามฉันน่ะสิ เปลืองเนื้อเปลืองตัวหมดก็เพราะเธอนั่นแหละ ทั้งจูบ ทั้งจับ แถมยังทำเนียนแอบบีบอีก ชิ! ฉันส่งสายตาค้อนให้อีกคนแต่สมองก็เริ่มคิดตามอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเพราะที่อีกคนพูดมาก็ดูมีเหตุผล เท่าที่ได้เห็นด้วยตาของตัวเองก็รู้ว่าแม่ของยัยเอกกี้โกรธมากจริงๆ ที่ถูกหักหน้า

แต่ว่านั่นมันคือความผิดของฉันหรา! ยัยเอกกี้ไม่ใช่เหรอที่เป็นคนขอร้องและจ้างให้ฉันมาทำอะไรแบบนี้

            แต่ก็นะ ด้วยความที่เป็นนางเอกแสนดีและน่ารักอย่างฉัน จะยอมให้เพื่อนไปตกระกำรำบากก็กระไรอยู่ ถ้าแม่เอกกี้รู้เรื่องนี้นอกจากฉันที่ซวยแล้ว เอกกี้ก็คงจะโดนตัดออกจากกองมรดก ต้องระหกระเหินแร่ร่อนไปเป็นคนไร้บ้านอยู่ตามใต้สะพานลอย

ขุ่นพระ! ยกมือทาบอกด้วยความตกกระใจอย่างแรง! ถ้าเป็นแบบนั้นคนสวยและใจดีอย่างฉันจะทนได้ยังไงเล่า

“นี่คุณ! ตาลอยขนาดนี้มโนไปถึงไหนแล้วน่ะ” ไอซ์ว่าพรางนำมือยกขึ้นโบกไปมาอยู่ตรงหน้าให้ฉันได้สติ ฉันปัดมือนั่นทิ้งอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะจินตนาการภาพอันล้ำเลิศ

“ยุ่งน่า ที่พูดมาทั้งหมดคุณต้องการจะให้ฉันทำยังไง” ฉันรวบรัดเข้าประเด็น ไหนๆ ก็หนีไม่ได้แล้ว ยัยนั่นต้องการอะไรก็ขอให้พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า

“ก็ไม่ยังไง” ไอซ์ยักไหล่แล้วกระเถิบกายเข้ามาใกล้ฉันจนต้องถอยหนี

 “อะไรเล่า คุณจะขยับมากอดฉันทำไมเนี้ย!”

ชีวิตซันช่างน่าสงสารยิ่งนัก โดนลวนลามตลอดๆ

 “เอ้า! ก็คุณถามฉันเองหนิว่าฉันต้องการให้คุณทำอะไร ไม่ยากเลย เราก็แค่ทำเรื่องที่คนแต่งงานเขาทำกันจริงๆ เท่านี้ก็เรียบร้อย”

“ไอ้บ้า!”

ฉันผลักคนหื่นกามออกจนหงายเก๋ง คนโดนผลักก็เอาแต่หัวเราะชอบใจ

“ล้อเล่นน่าคุณ ฉันไม่ทำอะไรคุณหรอก ถ้าคุณไม่สมยอมอ่ะนะ” ประโยคสุดท้ายไอซ์ยิ้มเฉ่ง แต่ฉันนี่สิรู้สึกหวาดหวั่นอย่างรุนแรง

ก็ยัยนี่ไว้ใจได้ที่ไหน ที่สำคัญเอกกี้ก็บอกอยู่ว่าไอซ์น่ะคาสโนวี่ตัวแม่ มือไวใจเร็วไม่เป็นสองรองใคร เชื่อใจไม่ได้ ต้องระวังตัวเองไว้ดีที่สุด แต่รับรองว่าฉันจะไม่อยู่ระวังด้วยความระแวงแบบนี้หรอก ฉันจะต้องหาทางออกไปจากตระกูลพิลึกกึกกือของยัยน้ำแข็งก้อนให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม แต่ตอนนี้ก็แค่รับปากไปว่าจะกลับไปเป็นลูกสะใภ้ที่บ้านหลังนั้นตามเดิม เพื่อหลอกลวงให้หล่อนสบายใจเท่านั่นแหละย่ะ

สาวน้อยผู้มีอนาคตไกลสดใสวิ๊งๆ อย่างฉันจะไม่ยอมมาจบชีวิตอยู่กับผู้หญิงอย่างยัยน้ำแข็งก้อนแน่นอน หึหึ (นี่สรุปฉันเป็นนางร้ายหรือนางเอกกันแน่วะคะ? ชักงงตัวเอง)

“แต่จะว่าไปไหนๆ เราก็อยู่กันสองต่อสองแล้ว ฉันว่าเรามาซ้อมบทสวีทกันสักหน่อยดีไหมคุณ เวลาอยู่ต่อหน้าแม่ฉันจะได้เนียนๆ ไง” ไอซ์เสนอความเห็นด้วยแววตากรุ่มกริ่ม ร่างกายฉันก็ถอยกรูดไปจนชิดหัวเตียงโดยอัตโนมัติ

“หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะคุณไอซ์ อย่าคิดแม้แต่ที่จะเข้ามาเชียว ไม่อย่างนั้นฉันได้ต่อยคุณคว่ำแน่” ฉันขู่พร้อมยกมือตั้งกาดด้วยท่าทางเอาเรื่อง

ไอซ์มองท่าตั้งกาดของฉันแล้วหัวเราะร่วนก่อนจะพูดจายียวนชวนกวนประสาท “เปลี่ยนจากหมัดเป็นเมาท์ (Mouth) น่าจะดีกว่านะ ฉันว่าชื่นใจกว่าเยอะ”

คนอยากเม้าท์ยักคิ้วก่อนจะขยับกายเข้ามาจนใบหน้าฉันกับไอซ์ห่างกันไม่ถึงคืบแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยพร้อมกับน้ำเสียงติดวีนที่ฉันคุ้นหูเป็นอย่างดี

“เสร็จหรือยังยัยซันถ้าแกจะเก็บของนานขนาดนี้ฉันว่าฉันช่วย…อุ๊บ” เอกกี้ที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามาก็ถึงกับชะงัก เมื่อเห็นร่างบางทั้งสองกำลังแนบชิดกันอยู่บนเตียง เอกกี้ยิ้มแหยออกมาด้วยความคิดที่ว่าหมูจะหามอย่าเอาคานเข้าไปสอดจะดีกว่า “ดูท่าคงจะยังไม่เสร็จสินะ แหะๆ ฉันว่าฉันไม่น่าเข้ามาตอนนี้เลย ไปดีกว่า”

“เฮ้ย! ไม่นะเอกกี้ แกควรเข้ามาตอนนี้มากๆ” ฉันรีบฉวยโอกาสเรียกเอกกี้เอาไว้ ก่อนจะสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากคนตรงหน้าที่ชอบหาเรื่องแต๊ะอั๋งกันอยู่เรื่อย ครานี้ไอซ์ยอมปล่อยฉันไปแต่โดยดีเพราะมีสายตาของเอกกี้มองอยู่ ฉันรีบวิ่งไปหลบหลังเพื่อนก่อนจะกระซิบเบาๆ ให้เอกกี้ได้รู้

“แก ฉันหนีไปไม่ได้แล้ว แหวนเพชรนี่ติด GPS อยู่” เอกกี้เลิกคิ้วประมาณว่าเฮ้ย! จริงดิ! ฉันจึงพยักหน้ากลับไป แม้ไม่ค่อยอยากจะเชื่อสักเท่าไรแต่ไอซ์ก็เป็นคนบอกฉันเองหนิ

“แล้วแกจะเอายังไง” เอกกี้กระซิบกลับ

ฉันมองไปยังคนที่นั่งอยู่บนเตียงแวบหนึ่งก่อนจะพ่นลมหายใจแรงอย่างขัดจิต “ฉันต้องกลับไปอยู่ที่บ้านของไอซ์ก่อนเพื่อความปลอดภัยของฉันและแก แต่ระหว่างที่ฉันอยู่บ้านของยัยคุณไอซ์แกต้องช่วยฉันคิดแผนหาทางให้ฉันหนีออกไปจากบ้านหลังนั้นให้ได้ด้วยเข้าใจไหม”

เอกกี้มองหน้าฉันแล้วก็หันไปมองหน้าไอซ์ที่เปลี่ยนสีเป็นคนเคร่งขรึมจนฉันเห็นแล้วรู้สึกหมั่นไส้ชะมัด จากนั้นเอกกี้ก็หันมามองหน้าฉันอีกทีก่อนจะพยักหน้าตกลง

“เอาไงก็เอากัน”

หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วฉัน เอกกี้ และไอซ์ต่างก็แยกย้ายกันไป โดยที่ฉันต้องกลับบ้านไปกับไอซ์ ส่วนเอกกี้ก็กลับบ้านของนางไป

ความวุ่นวายครั้งใหม่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกแล้ว! (มันยังจะมีอะไรวุ่นวายกว่านี้อีกหรือ!?)

ไม่นะ!

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น