อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

ติดต่อนักเขียนที่เพจ “สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน” หรือเพจ “อัณณากานต์”

ตอน 2 สองแม่ลูก

ชื่อตอน : ตอน 2 สองแม่ลูก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ย. 2560 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 2 สองแม่ลูก
แบบอักษร

     ซอยเล็กๆ ที่ชานเมืองมีบ้านพักหลายแบบตั้งอยู่ ช่วงต้นๆ เป็นห้องแถวซอยเป็นห้องถี่ๆ แบ่งให้เช่าในราคาไม่กี่พันเลยมากลางๆเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นมาอีกนิดส่วนท้ายซอยเป็นบ้านเดี่ยวพร้อมสนามหญ้าขนาดกะทัดรัดเหมาะกับครอบครัวสมัยใหม่ที่มีกันแค่พ่อแม่ลูก

        ขวัญชีวันคือประชาชนต้นซอยเพราะเงินเอื้ออำนวยให้เพียงเท่านั้น ชีวิตที่ต้องดูแลลูกสาววัยกำลังกินกำลังนอนเพียงลำพังมันหนักหนาพอสมควรแต่เธอก็ไม่ย่อท้อเพราะมีแรงใจสำคัญช่วยผลักดัน

        “คุณแม่ขาพี่สร้อยใส่ไข่ไม่ใส่ผักเหมือนเดิมค่ะ” เด็กหญิงขวัญมาตาหรือข้าวสวยเดินมาบอกมารดาเสียงใสแจ๋ว

        “ได้จ้ะ ข้าวสวยเอาน้ำไปให้พี่สร้อยก่อนนะจ๊ะเดี๋ยวแม่เอาโจ๊กไปให้เอง” แม่ค้าโจ๊กคนสวยหันไปบอกลูกสาว

        ขวัญชีวันหรือขวัญไม่ได้เกิดมาลำบากแรกเริ่มเดิมทีเธอก็มีพ่อแม่และครอบครัวที่แสนอบอุ่นและออกจะมั่งคั่งด้วยซ้ำไปเพราะบ้านที่สงขลามีสวนยางเป็นร้อยๆ ไร่ และเธอก็เรียนเก่งสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังที่บ้านเกิดตัวเอง ขวัญชีวันวัยสาวสะพรั่งเป็นที่ต้องตาต้องใจของหนุ่มๆ อยู่หลายคนแต่เธอก็ตกลงคบกับพ่อหนุ่มเมืองกรุงและพอขึ้นปีสองเธอก็ตั้งท้อง

        พ่อเฆี่ยนเธอแทบตายส่วนแม่ได้แต่นั่งร้องไห้เพราะพ่อสั่งให้ญาติๆ จับแม่ไว้ ในสังคมต่างจังหวัดการท้องในวัยเรียนหรือยังไม่แต่งงานเป็นเรื่องเลวร้ายมากยิ่งครอบครัวของเธอมีหน้ามีตาพ่อเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านยิ่งสร้างความอับอายอย่างไม่อาจให้อภัยได้

        ความกลัวและหลงเชื่อคำหวานจากคนรักทำให้เธอตัดสินใจหอบผ้าหนีตามพ่อของเด็กมาอยู่กรุงเทพ เขาพาเธอมาอยู่ห้องเช่าแห่งนึงและบอกว่ารอให้ลูกคลอดก่อนจะพาเข้าไปไหว้พ่อกับแม่เธอก็เชื่อและคิดว่าทุกอย่างคือเรื่องจริงในเมื่อเธอรักเขามากขนาดนี้ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเขาเพียงคนเดียวเขาก็คงเป็นแบบนั้นเช่นกัน

        เมื่อตั้งท้องได้หกเดือนผู้ชายคนนั้นก็สารภาพความจริงว่าเขามีคู่หมั้นอยู่แล้ว เขาไม่อาจขัดคำสั่งของพ่อกับแม่ได้เมื่อเธอถามว่าระหว่างคู่หมั้นกับเมียและลูกในท้องใครสำคัญกว่าเขาตอบว่าคู่หมั้นเขาให้เหตุผลที่ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเธอทุกคืนแม้มันจะผ่านมาแปดปีแล้วก็ตาม

        “ถ้าขวัญรักผม ขวัญต้องยอมให้ผมไปมีชีวิตที่ดีสิ” ขวัญชีวันจึงปล่อยผู้ชายคนนั้นไป ไม่ใช่ว่าเธออยากให้เขาไปมีชีวิตที่ดีแต่เพื่อตัวเธอเองต่างหากที่จะได้ไปมีชีวิตดีๆ พ้นจากคนเลวๆ ถ้าเขาคิดว่าเธอคือความเลวร้ายในชีวิตของเขาเธอเชื่อว่ามันผิดถนัด ไม่มีผู้หญิงสารเลวที่ไหนหรอกจะยอมอยู่แบบอดมื้อกินมื้อได้ตั้งครึ่งค่อนปีไม่มีผู้หญิงชาติชั่วคนไหนจะคอยมานั่งเช็ดอ้วกเช็ดตัวให้คนเมาทั้งที่ท้องโตจะก้มจะเงยก็แสนลำบาก โชคดีของเธอที่หมดเวรหมดกรรมกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพราะเธอไม่อยากให้ลูกมีพ่อเห็นแก่ตัว

        “คุณแม่ขา” ขวัญมาตาเรียกมารดาที่ยืนเหม่อลอย

        “ขาลูก ได้แล้วค่ะ” หญิงสาววัยยี่สิบปีแปดรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวแล้วนำโจ๊กหอมกรุ่นไปวางให้ลูกค้า

        “ขอโทษด้วยนะคะคุณสร้อยที่ช้า” ขวัญชีวันขออภัยผู้หญิงวัยไล่ๆ กัน เธอทำงานเป็นพนักงานขายที่บริษัทรถยนต์แห่งนึงและแวะทานโจ๊กเกือบทุกวัน

        “ไม่เป็นไรหรอกขวัญ” สร้อยศิลาบอก เธอสนิทสนมกับขวัญชีวันพอสมควรเพราะเข้าใจหัวอกผู้หญิงด้วยกันถึงเธอจะไม่มีลูกแต่ก็เข้าใจดีถึงความลำบากที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวเผชิญ

        “เกือบลืมเลย ซื้อไว้เมื่อวาน” สร้อยศิลาหยิบถุงพลาสติกเล็กๆ ออกจากกระเป๋าถือแล้วยื่นให้ขวัญชีวัน

        “ขวัญไม่เคยให้อะไรคุณสร้อยเลย วันนี้คุณสร้อยไม่ต้องจ่ายค่าโจ๊กหรอกนะคะ” ขวัญชีวันรับถุงมาเปิดดูก็พบว่ามันคือชุดกระโปรงสำหรับลูกสาวของเธอ

        “ได้ยังไงของซื้อของขาย” สร้อยศิลาคัดค้านเสียงแข็ง

        “แต่คุณสร้อยซื้อของมาฝากข้าวสวยบ่อยมาก ขวัญเกรงใจค่ะไม่อยากเป็นผู้รับอยู่ฝ่ายเดียว”

        “ไม่ต้องเกรงใจหรอกขวัญ เอาของมาฝากลูกฝากหลานมีใครเขาคิดเงินกันด้วยหรอ” สร้อยศิลายืนยัน ผู้หญิงทั้งสองคนบีบมือกันเบาๆ ด้วยความซึ้งใจโดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา

        “ข้าวสวยคะ มาหาแม่หน่อยลูก” ขวัญชีวันเรียกลูกสาวที่นั่งอ่านหนังสืออยู่

        “ขาคุณแม่” เด็กน้อยเดินมาหยุดตรงหน้ามารดาและพูดด้วยถ้อยคำที่แสนไพเราะรื่นหู ขวัญชีวันสอนลูกมาตั้งแต่เล็กว่าให้พูดจาคะขามีหางเสียงไม่ว่ากับใครก็ตาม

        “อาสร้อยซื้อมาฝากหนูค่ะ” เธอยื่นชุดกระโปรงให้ลูกสาว  

        “สวยจังเลยค่ะอาสร้อย ขอบคุณนะคะ” ขวัญมาตายกมือไหว้และกอดเอวสร้อยศิลาเอาไว้

        “ข้าวสวยของอาใส่แล้วต้องน่ารักมากแน่ๆ” สร้อยศิลาเห็นแววตาประกายสดใสของเด็กตัวน้อยก็ยินดียิ่งกว่าเดิม การได้แบ่งปันอะไรเล็กๆ น้อยๆ ให้คนอื่นช่างเป็นความรู้สึกที่ดีจริงๆ

        “เดี๋ยวแม่เอาไปซักให้นะคะ อ้าว ! รถมาแล้วลูกข้าวสวย” เจ็ดโมงยี่สิบนาทีไม่เกินเจ็ดโมงครึ่งรถโรงเรียนก็จะมารับ เธอเองต้องขายของจึงไปส่งลูกไม่ได้ครั้นจะปล่อยให้ไปเองก็เป็นห่วงจึงยอมเสียค่ารถแบบรายเดือนเพื่อความสะดวกและปลอดภัย

        “หนูไปนะคะอาสร้อย” ขวัญมาตาไหว้คุณอาใจดีอีกครั้งแล้วเดินไปหยิบกระเป๋า

        “หนูจะตั้งใจเรียนค่ะ” เด็กน้อยบอกมารดา เธอรู้ว่าเธอคือหัวใจและชีวิตของแม่ถึงเธอจะอายุแค่แปดขวบแต่เธอก็เข้าใจดีว่าแม่ลำบากมากแม่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อมาเตรียมโจ๊กขายทุกวันกว่าจะได้นอนก็ดึกดื่นเพราะต้องซ่อมผ้าที่รับมาจากลูกค้าช่วงกลางวัน คุณครูบอกว่าสิ่งที่เด็กวัยเราจะตอบแทนพระคุณบิดามารดาได้ก็คือตั้งใจเรียนและเป็นเด็กดี

        “เจอกันตอนเย็นนะคะข้าวสวย” ขวัญชีวันหอมแก้มลูกสาวแล้วพาไปส่งที่รถ

        ชีวิตของเธอเริ่มตั้งแต่ตีสี่ตื่นมาเพื่อเตรียมโจ๊กไว้ขาย หกโมงตรงเธอก็จะปลุกลูกสาวให้มาอาบน้ำแต่งตัวและทานมื้อเช้าด้วยกันประมาณสิบโมงเธอก็จะเก็บร้านและทำความสะอาดหม้อไหจานชามกว่าจะเรียบร้อยก็เที่ยงกว่าแล้วก็ได้เวลาอาหารกลางวัน ตลอดบ่ายก็จะซ่อมแซมเสื้อผ้าเพื่อหารายได้เพิ่มอีกทางและที่สำคัญต้องทำอาหารมื้อเย็นไว้ให้ลูกสาวด้วยพอลูกกลับมาก็สอนการบ้านต่อจากนั้นก็ทานข้าวและนั่งคุยกันว่าวันนี้เรียนอะไรมาบ้าง สองทุ่มครึ่งก็ได้เวลาที่ลูกต้องเข้านอนส่วนเธอนั่งทำงานต่อจนเกือบเที่ยงคืนและเมื่อนาฬิกาปลุกตอนตีสี่ตรงชีวิตแบบเดิมก็เริ่มขึ้นอีกวัน

ความคิดเห็น