ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

♡ - คนมันรัก - ♡

ชื่อตอน : ♡ - คนมันรัก - ♡

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2560 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
♡ - คนมันรัก - ♡
แบบอักษร

เธอไม่รักฉันไม่รู้ ที่เธอไม่รักฉันไม่รู้

แต่ที่รู้ฉันนั้นรักเธอมาตั้งนาน

เธอไม่คิดฉันจะคิด ว่าเธอคนนี้ใช่ในฝัน

เข้ากันไม่ยากเท่าไหร่


ในที่สุดผมก็มีสังกัดกับเค้าสักที ผมพึ่งย้ายมาสังกัดGMM ครับ รู้สึกเรื่องแรกที่ได้เล่นก็เป็นบทเดิมๆที่ถนัด คือบทถูกใจสาววาย ก็พอเข้าใจอะครับ ส่วนสูงผมแค่นี้ ผมจะไปเป็นพระเอกกับใครเค้าได้ น้อยใจก็แต่ความสูงตัวเองนี่แหละ แต่ที่ผมยังไม่รู้ก็คือ...

"เอ้อ กัน นี่พี่กวางนะ จะมาดูแลกันต่อจากนี้ ส่วนนี่บท คนที่เล่นคู่กัน คือออฟ เดี๋ยวคงได้เจอ มันวนเวียนแถวนี้แหละ"

พี่ถาพูดแนะนำคนดูแลผม พี่กวางน่ารักครับเป็นสาวผมสั้นตัวเท่าผมเลย คริ

แต่เดี๋ยวนะ ประโยคหลังที่พี่ถาบอกผมต้องเล่นคู่กับคนชื่อออฟหรอ ฮือออ ไม่เอา ไม่เอาออฟนั้นนนนน ออฟในตึกนี้ไม่ได้มีออฟเดียวซักหน่อยนิ

"ใครนินทาผมมมมมมมม"

สิ้นเสียงความคิดในใจผม สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดก็มาตรงหน้าตัวเป็นๆ ออฟจุมพล ออฟที่เป็นแฟนพี่บีฮอร์โมน ออฟรูมอโลน ออฟที่ผม....ชอบเค้ามาตั้งนานแล้ว

"อ้ะ มึงไอ่กันใช่ปะ สูงเท่าไหล่นะมึง อ่อกูไม่ได้ถามนะ กูพูดประโยคบอกเล่า"

พี่ออฟเดินเข้ามาแล้วก็เอามือวัดจากหัวผมไปตรงไหล่ตัวเองแล้วขำ กวนตีน มันคงไม่คิดอะไรหรอกครับ แต่ใจผมนี่สั่นชิบหายละ

ต้องขอเท้าความก่อน ผมติดตามผลงานมันมาสักพักแล้วครับ เห็นชอบแต่งตัวแฟชั่นอะไรคล้ายๆผม และก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองแบบพูดง่ายๆคือกวนตีนดีอะ ยิ่งเวลาพี่มันยิ้มหรือหัวเราะนะ ตางี้เหลือขีดเดียว ฮื้อออ ดูไปดูมา รู้ตัวอีกทีก็คล้ายเป็นว่าผมชอบมันซะงั้น คือสไตล์มันคลิก

"พ่องอะพี่"

ผมหลุดปากไปตามความเคยชิน ปกติผมเป็นคนไม่ค่อยพูดกันเองกับคนพึ่งรู้จักนะครับ ผมออกจะมารยาทดีน่ารัก

"อ่าววว มึงนิ สรรเสริญพ่อกูเฉย55555 ดีๆคุยกันง่ายๆหน่อย เดี๋ยวต้องเจอกันอีกยาว ว่าแต่ ขอไลน์หน่อยดิ มึงกะกูนี่อย่างกะเนื้อคู่ เล่นคู่กัน คนดูแลก็คนเดียวกันงี้"

พี่มันพูดขำๆ พร้อมยื่นไอโฟนห้าเอสมาตรงหน้าผม นี่สมัยนี้เค้าโกทูไอเจ็ดกันหมดแล้วลุง ลุงไม่คิดจะเปลี่ยนหน่อยหรอ

"ไม่ต้องมองโทรศัพท์กูด้วยสายตาแบบนั้นได้ปะ กูกำลังเก็บตังว้อย ไม่อยากซื้อไรสิ้นเปลือง"

พี่มันพูดเองเออเองจนผมยิ้มขำมัน แล้วรับโทรศัพท์มาแล้วกดแอดไลน์ตัวเองลงไป แม่งขอไลน์ผม มันมีใจให้ผมชัวร์

TUMCIAL is now your friend.

โห่ ไลน์ ตอนนี้เป็นเพื่อน ในอนาคตคอยดูเหอะ มันจะกลายเป็น TUMCIAL is now your boyfriend คริ

---------

หลังจากวันนั้นผมก็ต้องถ่ายละครกับพี่ออฟเกือบทุกวัน นี่ก็ผ่านมาเกือบปีได้แล้วมั้ง ผมก็ทำตัวปกติอะ แบบอยากอยู่น่ารักไปเนียนๆ กอดมั่ง หยอดมั่ง ขำๆ เดี๋ยวไก่ตื่น ยิ่งผมได้อยู่ใกล้พี่ออฟมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งหลงรักความเป็นออฟจุมพลมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ผมเข้าข้างตัวเองไปรึเปล่านะ แต่ผมว่าพี่ออฟมันแพ้ผม มันแพ้ลูกอ้อน แพ้เวลาผมง้องแง้งใส่ จนบางที ผมคิดว่าผมต้องทำอะไรจริงจังสักที

กองถ่ายรุ่นพี่2++

"พี่กวางคร้าบบบ"

"ว่าไงกันน"

"คือ ผมมีเรื่องจะถามอะ แต่ถามแล้วอย่าตกใจนะ"

พี่กวางทำหน้าสงสัยก่อนจะพยักหน้ารับรู้

"พี่กวางช่วยกัน....จีบพี่ออฟได้ปะ"

พี่กวางทำหน้าตกใจ5555 โครตเหวอ จนผมขำออกมา ดูเจ้แกจะช้อคไปแล้วครับจุดนี้ ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะเริ่มทำตามใจสักที

ผมปล่อยพี่กวางนั่งเหวออยู่ตรงนั้นแล้วลุกไปแต่งหน้า วันนี้พี่ออฟมีถ่ายรถโรงเรียนครับเลยมาช้า ผมแต่งหน้าทำผมเสร็จก็ไปนั่งรอพี่ออฟมา

"ป่าปี๊ๆๆ"

พอพี่ออฟมากอง ผมก็เริ่มแผนของผม ด้วยการสร้างความพิเศษให้ตัวเอง คำว่าป่าปี๊นี่ ผมเลือกเพราะผมพูดแล้วน่ารัก อีกอย่างนะ หาข้ออ้างง่ายดี

ป่าปี๊มันหันไปมองข้างหลังพร้อมเอามือชี้ตัวเองแล้วก็ทำหน้าแปะเอ๋อๆแบบเรียกกูหรออ ฮรื้อ น่ารัก ><

"เรียกมึงนั่นแหละป่าปี๊55555" หน้ามันตลกครับ

"อารมณ์ไหนของมึงเนี่ย แล้วป่าปี๊ไรมึงกูขนลุกกก"

ป่าปี๊พูดลากเสียงยาวแล้วเอามือมาขยี้หัวแกล้งผม ผมก็ทำเป็นขำกลบเกลื่อนความเขินไป

"ก็ป่าปี๊ไง กันไม่อยากเรียกพี่ออฟละ ซ้ำคนอื่น ก็นี่สนิทกันละเลยตั้งฉายาให้"

"แล้วทำไมต้องเป็นป่าปี๊วะ"

"ก็พี่แต่งตัวเก่งกันนับถือเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นไง ละเราก็เล่นปับปี้ฮันนี่ไง เลยเป็นป่าปี๊ หรือจะให้เรียกพ่ออะ"

เป็นไงหละ ข้ออ้างผม มีเหตุมีผลสุดๆ ป่าปี๊จ้องหน้าผมแล้วทำปากแขยง

"พ่อมึงสิไอ่กันว่ากูแก่หรอ เอออแล้วแต่มึงอะ เรียกไรก็แล้วแต่มึง"

"แล้วเรียกที่รักได้ปะ คริ"

ผมยื่นหน้าเข้าไปจ้องป่าปี๊ใกล้ๆ แล้วขยิบตาให้ไปที ใครๆก็บอกว่าผมอะน่ารัก มันต้องมีหวั่นไหวกันบ้างแหละน่าาาา

"ที่รักไรมึงงง เดี้ยะๆๆๆกูถีบ"

ป่าปี๊พูดพร้อมยกเท้าขึ้นขู่ผมเบาๆ โอเค ของงี้มันต้องใช้เวลา วันนี้ไม่หวั่น เดี๋ยวอีกสองวันก็เปลี่ยน โถ่


เธอจะร้อนฉันก็รัก จะยังเป็นน้ำฉันก็รัก

เธอจะรั้งฉันจะรักเธอไว้ด้วยใจ

ถ้าเธอหนีฉันจะตาม จะดำลงน้ำข้ามไปไหน

จะไปให้ถึงใจเธอ


งานวิ่งวันแม่~

ย้ะฮู้ว~ วันนี้เป็นวันออกอีเว้นท์ของผมกับป่าปี๊ครับ จริงๆมันเป็นงานที่เหมาะกับผมมากแบบกอไก่ล้านตัว นั่นคืองานวิ่งมาราธอนวันแม่ คือปกติผมก็ชอบออกกำลังอยู่แล้วไง วันนี้เลยคึกเป็นพิเศษ ต่างกับตาลุงพุงห้อยข้างผม

"ไอ่กัน มึงไปวิ่งแทนกูได้ปะ แค่เห็นระยะทางก็เหนื่อยละ"

"เป็นแฟนกันหรอมาให้วิ่งแทนอะป่าปี๊"

มันก้มลงมามองหน้าผมแล้วทำตาโต

"แหมมม โมเม้นต์~ มึงนี่ก็ขยันหยอดกูจังเลยเน้าะ มันเป็นอะไรหนักหนา"

"ก็เห็นหน้าป่าปี๊เหวอแล้วตลกอะ ทำไม หวั่นไหวกับกันอะดิ"

มันมองหน้าผมนิ่งๆแล้วถอนหายใจใส่แรว้งงง ทำมาถอนหายใจโถ่ อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าป่าปี๊อะ ชอบแอบไปบอกพี่กวางว่ากันมันน่ารักเน้าะ พี่กวางอะทีมผมอยู่แล้วป่าปี๊ไม่รู้อะไร

"แล้วแต่มึงสะดวกจะคิดเลยแม่คุณ ไปดิไปวิ่ง"

ผมยิ้ม ถ้าให้ผมคิดผมก็คิดเข้าข้างตัวเองไว้ก่อนอะ ไม่เห็นจะยาก ระหว่างวิ่งป่าปี๊มันก็บ่น ร้อน เหนื่อย หยุดได้ยัง กันมึงวิ่งรอกูหน่อยสิ แหมะ ผมเลยต้องลดความฟิตของผมมาวิ่งข้างๆ เป็นห่วงครับ กลัวป่าปี๊เป็นลม ยิ่งอายุเยอะอยู่

พอมาถึงเส้นชัย ผมก็ดีใจมากกระโดดโลดเต้น แล้วไปดึงแขนป่าปี๊ที่กำลังเอามือยันเข่าหอบแฮ่กๆอยู่

"เย้ๆ ป่าปี๊ ถึงแล้วดีใจเร็ววว"

ผมดึงแขนป่าปี๊ชูขึ้นบนอากาศแบบเวลามวยชกชนะ แต่ผมก็ต้องชะงักเมื่อป่าปี๊มันสะบัดแขนออกแล้วมือมาฟาดโดนหน้าผม

"สม กูเหนื่อยอย่าพึ่งยุ่งดิ้"

ป่าปี๊พูดเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามอง ผมมองมันอย่างไม่เข้าใจ ปนตกใจ ก็คนแค่อยากเล่นด้วยเหมือนปกติปะวะ ทำไมต้องมาหงุดหงิดใส่ด้วยอะ คราวนี้ผมโกรธจริงๆแล้วนะ ผมชอบมันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะมาทำอะไรใส่ผมก็ได้ปะ

ผมเลือกที่จะหมุนตัวหันหลังเดินหนีออกมาเลย ในเมื่อมันไม่อยากให้ยุ่ง ผมก็จะไม่ยุ่ง

หลังงานจบ ตลอดทั้งงานหลังจากนั้นผมก็ไม่คุยกับมันเลยครับ ไอ่ป่าปี๊บ้าเอ้ย แม่ง ทำไมผมต้องมาหลงชอบคนอย่างมันด้วยวะ ตอนดีก็ดีใจหาย พอร้อนขึ้นมาก็ไม่สนความรู้สึกใครเลย คงมีแต่ผมที่แคร์มันมั้ง มันคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับผมหรอก

"กันไม่ได้เอารถมานิ เดี๋ยวไปกินข้าวกับออฟใช่ปะ"

ผมได้ยินพี่กวางถามป่าปี๊ตอนที่เรากำลังจะกลับ

"เออใช่ ว่าจะไปกินร้านอาหารจีนตรง..."

"ไม่กันไม่ไปแล้ว กันไปกินกับพี่กวาง"

"อ่าวไหนมึงบอกอยากกินอาหารจีนกับกูไง"

ป่าปี๊พูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาจะจับแขนผม ผมเลือกที่จะเงียบแล้วถอยออกมา เดินไปบอกพี่กวางเบาๆว่าไปกันเถอะ ป่าปี๊ก็หน้าเหวอไป แล้วก็ตามมาด้วยอารมณ์หงุดหงิดอย่างเคย

"มึงเป็นไรอีกเนี่ยไอ่กัน อย่ามางี่เง่าได้ปะ ยิ่งร้อนๆอยู่รำคาญ"

ใช่ดิ ผมมันงี่เง่า ผมมันน่ารำคาญหนิ ผมจ้องหน้าป่าปี๊นิ่งๆ หวังให้มันรู้บ้างว่าแต่ละคำที่พูดมา มันทำร้ายจิตใจคนฟังแค่ไหน ผมไม่ได้ร้องไห้ ไม่อยากน่ารำคาญในสายตาป่าปี๊ไปมากกว่านี้

"ออฟไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปส่งกันเอง"

"เอออ ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป"

ไอ่ป่าปี๊มันพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปขึ้นรถ ทิ้งผมให้มองมันไปจนลับสายตา

"น้องกันเป็นอะไร ออฟทำอะไรหรอ"

"ฮึก ป่าปี๊มันเหวี่ยงกัน กันแค่อยากเล่นด้วยอะพี่กวาง มันขึ้นเสียงใส่กันแล้วก็ฟาดมือใส่หน้ากัน แล้วมันยังไม่ง้อกันสักนิด"

น้ำตาผมไหลเฉยเลย ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย แต่มันแค่น้อยใจหละมั้ง ไม่รู้มันโง่รึเปล่าที่ดูไม่ออกว่าตัวเขาโกรธ ไม่รู้โง่หรือไม่ใส่ใจ หรือรู้แต่ไม่แคร์

"เอาน่าา ออฟคงไม่ได้ตั้งใจหรอก เรากลับกันดีกว่า"

พี่กวางปลอบผมแค่นั้นแล้วก็พาผมไปที่รถ เห้อ นอกจากวิ่งเหนื่อยกายแล้วยังจะเหนื่อยใจอีก

--------

ไลน์~

เสียงแอพพลิเคชั่นข้อความดังขึ้น เรียกให้ผมไปมองที่หน้าจอ

Tumcial : ไปกองกับกูมั้ยพรุ่งนี้

Read

Tumcial : อ่านไม่ตอบมึงอยากตายหรอ

Read

Tumcial : มึงเป็นอะไรไอ่กัน

Read

Tumcial : เออ ไม่คุยก็ไม่คุยวะ อย่ามาคุยกับกูแล้วกัน แม่ง!!!!!

Read

สุดท้ายความอดทนของป่าปี๊ก็หมดลง ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่ผมทำอยู่มันถูกมั้ย ผมก็แค่อยากเห็นมันใส่ใจผมบ้าง แคร์ผมบ้าง ง้อผมบ้างนี่

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมก็ไปกองเอง ขับรถไปเอง ให้มันรู้ว่าไม่มีป่าปี๊กันก็อยู่ได้ ผมแวะซื้อกาแฟแก้วนึงก่อนไปกอง ไปถึงก็ทักทายทุกคนแบบปกติ จนกระทั่งป่าปี๊มา

"ดีคร้าบบ ทุกคน กาแฟใครกินหน่อยนะ"

ป่าปี๊พูดพร้อมกับหยิบกาแฟผมขึ้นดูด จนกระทั่งพี่กวางเดินไปกระซิบอะไรบางอย่าง มันถึงกับหยุดแล้วมองหน้าผมวางกาแฟลงคืน แล้วสะบัดหน้าหนีไป

เห้ยยย นี่สรุปใครงอนใครกันแน่วะ ผมทนไม่ไหวละ ยังไงก็ต้องทำงานด้วยกัน อีกอย่างนะ คนรักกันเค้าไม่โกรธกันนานหรอกครับ ผมจะถือว่าที่มันไลน์มาเมื่อคืน มันพยายามง้อผมแบบฉบับบคนคูลละกัน

"เดี๋ยวป่าปี๊จะไปไหน"

ผมเดินมาดึงแขนมันไว้

"เรื่องของกูปะ ไม่อยากคุยกับกูไม่ใช่??"

แน่ะกวนตีนซะด้วย ปวดหัวเลย นี่ผมชอบคนแบบนี้หรอวะ ไม่น่าหลงแค่รูปลักษณ์ภายนอกมันเลย

"ไปคุยกับกันข้างนอก"

ผมพูดพร้อมกับลากแขนมันออกมา

"มีอะไรก็ว่ามาครับคุณกัน"

"กันโกรธป่าปี๊มากเลยนะเมื่อวานอะ ป่าปี๊เหวี่ยงกัน วีนกัน"

"เหวี่ยงไร กูแค่ร้อนปะ มึงวอแวกูผิดเวลาอะ"

ป่าปี๊มันพูดพร้อมยักไหล่แบบไม่ยอมรับผิด

"ไม่ ป่าปี๊เหวี่ยงแขนโดนหน้ากัน ไม่ขอโทษด้วย"

ผมพูดพร้อมจ้องหน้ามัน ตาผมต้องแดงแน่ๆ แค่คิดถึงเรื่องเมื่อวานผมก็น้อยใจจนน้ำตามันพาลจะไหลทุกที

"เห้ยยย มึงใจเย็นดิ อย่าร้องนะเว้ย กูปลอบคนไม่เก่ง เจ็บมากหรอวะ อะๆๆกูขอโทษพอใจมึงยังอยากได้แค่นี้ใช่มั้ย"

ป่าปี๊พูดพร้อมชี้หน้าผมที่กำลังจะปล่อยเขื่อน ยิ่งมันพูดเล่นๆแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกแย่เข้าไปอีก

"ป่าปี๊ มึงจริงจังบ้างปะเนี่ย เห็นความรู้สึกกันเป็นเรื่องเล่นๆใช่ป่ะ"

ผมขึ้นเสียงให้ดังขึ้นอีกนิด น้ำตาผมไหลลงมาเงียบๆอย่างกลั้นไม่อยู่ ให้รู้ว่าผมจริงจัง ให้รู้ว่าผมรู้สึกจริงๆ คนตรงหน้าเริ่มทำอะไรไม่ถูก มันคงไม่เคยเห็นผมเป็นแบบนี้ ป่าปี๊มันจับข้อมือผมดึงเข้าไปใกล้ๆ แล้วลูบผมเบาๆ

"เห้ออ มึงอย่าร้องดิวะ เอออ กูผิด กูขอโทษ จริงๆกูก็รู้แหละ แต่อยู่ดีๆกูจะเข้าไปขอโทษมึงก็ไม่คูลปะ พอเลยมึง หยุด"

จากมือที่ลูบๆผมอยู่กลายเป็นผลักที่หัวผมเบาๆ

บางทีมันก็แปลกนะครับว่ามั้ย โกรธเค้าจะเป็นจะตาย แค่เค้ามาขอโทษ มาลูบผมนิดเดียว จิตใจผมนี่เบิกบานขึ้นมาทันที โอเค หายนอยละเริ่มแผนต่อ

ผมเงยหน้าสบตาป่าปี๊ที่มองอยู่ก่อนแล้ว

"ไม่หายโกรธหรอก ต้องให้กอดก่อน"

ผมไม่รอให้ป่าปี๊ตกลงเอื้อมแขนไปรัดมันแน่นๆแบบหมั่นเขี้ยว แบบที่ชอบทำบ่อยๆ รู้มั้ยการกอดมันทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เราเชื่อใจกันนะ นี่แหละ กอดบ่อยๆมันต้องหวั่นไหวมั่งอะ

ป่าปี๊พยายามดันผมออกเหมือนเคย แต่อย่าคิดว่าผมจะปล่อยมันง่ายๆ

"ไอ่กันนน~ เดี๋ยวฟ้าผ่าไอ่สัส กลางแจ้ง"

"วันหลังป่าปี๊ห้ามเหวี่ยงกันอีก พูด แล้วจะปล่อย"

"ได้ค้าบ ต่อไปกระผมจะไม่เหวี่ยงครับ"

ผมปล่อยมันแล้วยิ้มให้ไปที

"จริงๆกันโกรธมากนะเนี่ย แต่ใครๆก็บอกคนรักกันโกรธกันนานๆไม่ดีหรอก แล้วก็นี่ค่ากาแฟ"

ผมบีบพุงป่าปี๊บี้บๆเป็นค่ากาแฟ พูดจบก็หันหลังวิ่งกลับเข้ามาที่กองถ่าย ทิ้งให้ป่าปี๊มันยืนหน้าเหวอเป็นแปะอยู่ตรงนั้น ซีนวันนี้ไม่มีอะไรมาก แต่มีถ่ายฉากนึงที่ผมรอ เพราะผมดำเนินการแผนของผม...

----------

5 4 3 2 1 Action

เสียงผู้กำกับดังขึ้นพร้อมกับพี่ทีมงานที่ตีสเลทลง นี่แหละครับฉากที่ผมรอคอย

ผม ไม่สิ โรมนั่งอยู่บนม้านั่งหน้าตึกเรียนกับพี่ปิ๊ก กำลังคุยกันเรื่องพี่ดินที่ยังโทรมา มาชวนไปนู่นมานี่

"แล้วมึงชอบมันปะหละ"

"ไม่ครับ ..."

ผมเว้นวรรคไปพักนึงแล้วจ้องตาป่าปี๊ มันก็คงงงแหละ ว่าไม่มีเหมือนในสคริปนี่ ทำหน้าเอ๋อๆ นี่แหละ เสร็จผม ผมปรับอารมณ์ของผม ให้เป็นกัน ไม่ใช่โรม เสียงอันจริงใจ แล้วบอกความรู้สึกผ่านไปกับบท

"ผมชอบป่าปี๊ครับ แล้วป่าปี๊หละ ชอบกันมั้ย"

คัทททท เสียงผู้กำกับสั่งคัทพร้อมกับป่าปีผ๊ที่หันมามองหน้าผมแบบอึ้งๆ ผมเลยหัวเราะคิกคักใส่มัน มันก็ยังอึ้ง จนกระทั่งผู้กำกับตะโกนมา

"น้องกันอย่าแกล้งออฟครับ อย่านอกบท เอาใหม่ๆๆ"

ดีนะที่ทุกคนคิดว่าผมแกล้งป่าปี๊ แต่ผมรู้ว่าป่าปี๊รู้ว่าผมพูดจริง มันจ้องตาผมไม่กระพริบราวกับพยายามจะดูว่าผมจริงจังแค่ไหน

แล้วการถ่ายทำก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ผมไม่นอกบทแล้วครับผมก็บอกไปว่าโรมชอบพี่ปิ๊กครับ แล้วพี่ปิ๊กอะชอบผมมั้ย ด้วยสายตาแบบเดิม ป่าปี๊อึ้งจนเกือบลืมบทไปเลย ตลกชะมัด

-----------

ถ้าไม่รักคงไม่ตื้อ ก็เธออย่าถือฉันเลยนะ

เธอชนะฉันอยู่แล้วหมดทั้งหัวใจ

ถ้าเธอพร้อมฉันก็พร้อม

จะยอมอ่อนใจให้วันไหน

จะไปคล้องแขนเลยเธอ

PAPII part

ผมว่าช่วงนี้ไอ่กันมันแปลกๆ คุณว่ามั้ย ทำไมมันขยันมาน่ารักใส่ผมจังวะ อายุเยอะแล้วใจมันยิ่งสั่นง่ายๆอยู่ด้วย

ผมเจอกันครั้งแรกที่ตึกตอนที่เดินผ่านไปได้ยินพี่ถากำลังแนะนำเด็กใหม่ที่ต้องมาเล่นคู่ผมพอดี ตอนแรกผมก็ตกใจนะที่ต้องมาเล่นบทแบบนี้ แต่พอเห็นคนมาคู่ด้วยเท่านั้นแหละ แม่คุณเอ้ยใจคอ อย่างน้อยผมก็ดีใจที่ได้อยู่บนแน่ๆ(อ่าว?) อ่อ หมายถึงในบทอะครับ5555

กัน เป็นผู้ชายที่น่ารักครับ น่ารักเรี่ยราด ยิ่งมันชอบมากอดมาอยู่ใกล้ บางทีผมก็ต้องยอมรับว่าผมก็หวั่นไหวนะ แต่ไม่อยากให้มันรู้หรอกครับ เดี๋ยวมันจะได้ใจ

นอกจากกอดแล้ว สารพัดวิธีครับที่มันชอบเอามาพูดหยอดผม

ตอนผมดุไม่ให้ไปกวนไอ่คริส "หึงหรอ"

เวลาผมดุไม่ให้ซน "เป็นแฟนหรอชอบมาสั่ง"

เวลาผมยิ้มตอนมันหยอด "หวั่นไหวกับกับอะดิ"

เวลาผมแกล้งมัน "ป่าปี๊น่ารัก"

ที่ดาเมจสุดๆ นี่เลยย "กอดหน่อยป่าปี๊"

เสียงอ้อนๆร่างนิ่มๆตัวเล็กพุ่งเข้ามาใส่แล้วกอดรัดผมแน่นๆเหมือนหมั่นเขี้ยว แรกๆผมก็ดันออกแหละครับ แปลกที่หลังมาเนี่ย เหมือนผมจะติดสัมผัสมันไปซะละ โดนกอดมาเป็นปี ตัวนิ่มๆหอมๆมาให้กอดฟรีๆใครจะไม่ชอบถูกมั้ย

ยิ่งมาช่วงหลังๆนี่ขยันหยอดเหลือเกิน ผมก็คิดว่ามันเล่นๆขำๆ แต่ผมนี่สิ ชักจะคิดจริงๆละ จนกระทั่งวันนี้

"ผมชอบป่าปี๊ครับ แล้วป่าปี๊หละ ชอบกันมั๊ย"

มันพูดพร้อมสายตาจริงจังที่จ้องมาที่ผม ทำเอาผมอึ้งไปเลย ที่แปลกกว่านั้นคือใจผมเต้น เต้นแรงมาก ผมปฏิเสธความจริงข้อนี้ไปไม่ได้จริงๆ หรือผมจะชอบมันวะ

จนกระทั่งผู้กำกับมาสั่งคัท ผมก็ยังจ้องมันอยู่แบบนั้น มันยิ้มหัวเราะคิกคักเหมือนชอบใจที่ทำให้ผมชะงักได้

ผมว่า...ผมปล่อยให้มันกระทำอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ละ เดี๋ยวเจอผมเอาคืนบ้าง

------------

ATp Part

หน้าป่าปี๊แม่งโครตตลกเลย อยากให้ทุกคนได้เห็น ผมรู้ ป่าปี๊มันหวั่นไหวกับผมแล้วชัวร์ คอยดูนะ ผมจะรุกขั้นสุดแล้ว ผมเดินออกมาจากกองพร้อมกับมองหาเป้าหมาย

"ป่าปี๊ ไปด้วยดิ"

"อะไร วันนี้มึงเอารถมา สมน้ำหน้าขี้เกียจขับอะดิ งอนไม่เข้าท่า"

เอออหวะ ชิบหายละลืมว่าเอารถมา เอาไงดีๆ

"ไม่อาวว จะไปกะป่าปี๊ รถเดี๋ยวให้พี่กวางขับกลับ ขอไปเล่นคอนโดหน่อย เหงา วันนี้ป๋ากับน้องพิมไม่อยู่ น้าๆๆ"

ผมเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วเอามือเขย่าแขนมัน

"เอออก็ด้ะ ไปๆๆขึ้นรถ"

ผมรีบวิ่งมาฝั่งที่นั่งคนขับพร้อมเปิดประตูรถขึ้นไปนั่ง แสร้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด แต่ผมจะไม่คาดเข็มขัดหรอกครับ เพราะผมรู้ล่วงหน้าว่าตามปกติแล้วเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อ

"อ่าว เอาอีกละสอนไม่จำ คาดเข็มขัดด้วยดิ"

"ป่าปี๊คาดให้กันหน่อย กันเล่นเกมอยู่เดี๋ยวตาย"

ผมพูดพร้อมทำเป็นตั้งใจกับเกมส์ตรงหน้า โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าป่าปี๊มันยิ้มร้ายๆออกมา

ป่าปี๊เอี้ยวตัวมาดึงเข็มขัดจากฝั่งผมเผื่อไปคาดให้ หน้าผมกับหน้ามันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบด้วยซ้ำผมรู้สึกได้แม้จะแสร้งมองโทรศัพท์อยู่ แต่แปลกที่วันนี้ ป่าปี๊ไม่ผละหน้าออกไปหลังจากคาดเสร็จแบบทุกครั้งจนผมต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

สายตาของป่าปี๊ที่จ้องอยู่ก่อนแล้วทำให้ผมแทบจะละลายไปกับเบาะตรงนั้น ผมไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง แต่รู้สึกได้ว่ามันทำให้ผมเขิน สายตานี้ไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ป่าปี๊มองผม เราสบตากันพักใหญ่ทั้งที่ป่าปี๊ไม่ได้พูดอะไรสักคำ

"เอ่อออ...ป่าปี๊ไม่ไปหรอ ขับรถดิ คาดเสร็จแล้ว"

ถึงผมจะชอบรุกมันตรงๆบ่อยๆ แต่แบบนี้ผมก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ ผมทำตัวไม่ถูกได้แต่พูดตะกุกตะกักออกไปเตือนสติป่าปี๊เบาๆ

"เหอะ เห็นชอบอ่อยกูจังเลย แค่นี้ทำเขินนะมึง"

"เขินไรไอ่ป่าปี๊ อย่างกันเนี่ยนะจะเขินป่าปี๊"

"ไม่ต้องเลยมึงเขิน"

"แล้วป่าปี๊มาจ้องกันทำไมอะ มีใจให้กันแล้วอะดิ"

"เออ"

"โถ่ทำเป็นมาไม่...ห้ะ อะไรนะ"

ผมหันหน้าขวับไปมองหน้ามันที่กำลังขับรถอยู่ เมื่อกี้มันบอกว่าเออปะ เห้ยหูป่าปี๊แดงโครต แสดงว่าแม่งเขินจริงนี่หว่า ผมก็อยากจะแซวนะ ว่าแน่ะป่าปี๊มึงเขิน แต่พอเห็นมันเขินผมนี่ไปไม่เป็นเลย ทั้งที่ในใจร้องเยสสสไปแล้ว

"เมื่อกี้ป่าปี๊บอกว่าเออหรอ หมายความว่าไร"

"ก็มึงถามอะไรกูก็ตอบอันนั้นอะ"

"งือ"

ผมไม่พูดอะไรต่อจากนั้น ได้แต่แกล้งกดโทรศัพท์แก้เขิน แม่งมาอารมณ์ไหนของมันวะ นี่มันหวั่นไหวกับผมจริงปะเนี่ย หืออออ แม่จ๋า ทำไงดี

"ว่าแต่มึงเหอะ ที่มึงพูดในฉากวันนี้อะ มึงพูดจริงหรือแค่แกล้งกูเล่น"

แล้วก็เป็นป่าปี๊ที่เลือกจะพูดทำลายความเงียบขึ้นมา น้ำเสียงของมันดูจริงจังมากขึ้น เมื่อมันคิดว่าผมอาจจะแกล้งหยอดแบบทุกที

"เดี๋ยวถึงคอนโดจะบอก"

--------

ก็คนมันรอเธอมาตั้งนานข้างเดียว

แค่อยากจะเกี่ยวเธอมาไว้

กอดทั้งตัวและใจ

ไม่ให้รักฉันจะรักไม่ให้สน

ฉันจะสนก็เป็นเหตุผลของใจ

พอมาถึงคอนโด เราสองคนเดินลงมาจากรถพร้อมกัน ผมกำลังจะเดินเก้าไปขึ้นลิฟท์ ป่าปี๊ก็ดึงแขนไว้ซะก่อน

"ไหน ถึงคอนโดละ สรุปมึงพูดจริงพูดเล่น"

"ไปคุยบนห้องน่ะป่าปี๊ใจเย็นสิ"

ผมพูดพร้อมลากข้อมือป่าปี๊เข้าลิฟท์ที่เปิดประตูมา ในลิฟท์มีแต่ความเงียบ เหมือนต่างคนต่างคิดอะไรบางอย่าง แต่มันก็เป็นความเงียบที่มีความสุขนะ เหมือนเรากำลังทบทวนความรู้สึกตัวเองกันทั้งคู่ ผมตัดสินใจแล้ว ผมต้องทำอะไรให้มันจริงจังชัดเจนสักที

ฮื้อออว่าแต่ผมจะเอาแบบนี้จริงๆหรอวะ เอาหวะเอาก็เอามาถึงขนาดนี้แล้ว

เมื่อลิฟท์มาถึง เราสองของก็เดินไปเข้าห้องไปเงียบๆ ป่าปี๊เดินไปนั่งรอตรงโซฟาอย่างรอคอยคำตอบ

ที่ผมรอขึ้นมาคุยบนห้อง เพราะจะทำใจเรื่องนี้แหละ ผมไม่รอช้าเดินตามไปที่โซฟา แต่แทนที่ผมจะนั่งลงข้างๆ ผมก็เลือกที่จะคร่อมลงไปบนตักป่าปี๊แทน

"เห้ยยย ไอ่กันทำไร มึงลงไปเลยเดี๋ยวโดน"

ป่าปี๊ก็โวยวายตามสไตล์คนหวงตัว

"กันถามจริงๆนะ ป่าปี๊รังเกียจกันมั้ย"

ผมปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้จริงๆจังมากขึ้น เพื่อให้รู้ว่าที่ผ่านมา เรื่องของเราผมไม่เคยล้อเล่น ผมจ้องหน้าป่าปี๊เงียบๆอย่างรอคอยคำตอบ ป่าปี๊จากที่โวยวายก็หยุดแล้วเงียบจ้องหน้าผมกลับ

"ไม่"

"แล้วกันถามจริงๆนะ ป่าปี๊หวั่นไหวกับกันบ้างปะ"

"อันนี้ไม่ตอบนะ กูตอบไปแล้ว"

ผมนิ่งไปนิดๆ คิดว่ามันตอบไปตอนไหนวะ แต่เหมือนป่าปี๊จะรู้ทันความคิดผมเลยพูดดักทางไว้ก่อน

"บนรถ"

โอ้ยยยย เขินเว้ย เอาไงดีวะ นี่มันหวั่นไหวกับกูจริงปะเนี่ย ตอบซะหน้านิ่งเลย ฮื้อ ไม่ ผมจะไม่ยอมแพ้

ผมยกมือทั้งสองข้างไปคล้องคอป่าปี๊ที่โดนคร่อมอยู่แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ แต่ก่อนที่ผมจะพูดอะไร ป่าปี๊ก็ทำลายความเงียบขึ้นมา

"สรุปมึงจะตอบกูได้ยังว่าตอนถ่ายมึงแกล้งกูหรือเปล่า"

ผมไม่ได้ตอบคำถาม เลือกที่จะจ้องหน้าป่าปี๊นิ่งๆ ผมคิดว่าสายตาของผมมันคงบอกทุกอย่าง และผมก็พูดมันออกมาอีกครั้ง

"กันชอบป่าปี๊นะ แล้วป่าปี๊หละ ชอบกันมั้ย"

อื้ออออ~

ยังไม่สิ้นประโยคดี ป่าปี๊ก็ยกมือขึ้นมารั้งท้ายทอยผมเข้าไปแล้วประกบริมฝีปากเข้ามาทันที ผมนิ่งตกใจอยู่สักพัก ก่อนจะเผยอกริมฝีปากเบาๆอย่างเต็มใจ คนตรงหน้าดูดดึงริมฝีปากผมเบาๆก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้ามาทักทาย กลายเป็นว่าต่างคนต่างต้องการจูบของกันและกัน เราจูบกันอยู่อย่างนั้นเกือบสองนาที ผมก็เลือกที่จะถอนริมฝีปากออกมาเพราะนึกได้ว่ายังไม่ได้คำตอบที่อยากฟังเลย

"ป่าปี๊อย่าขี้โกงดิ ที่กันถามไปคำตอบอะ"

"มึงนี่ก็นะ จูบขนาดนี้กูไม่ชอบมึงมั้งแม่คุณ"

"ไม่ ป่าปี๊ตอบดีๆดิ"

image


ก็แค่เนี้ยยยยอะ โถ่ ปากแข็ง

ก็อย่าลำบากกับใจฉันเลยนะเธอ

แค่อยากให้เธอเผื่อใจให้ฉันได้ไหม

คนมันรักห้ามได้ไหม

ใจมันรักห้ามไม่ไหวเปิดใจได้ไหมคนดี

--------END--------**

แต่งเล่นขำๆเด้อ ฟังเพลงวนไปวนมา555555 จริงๆอยากแต่งพาร์ทความคิดป่าปี๊ด้วยแต่ขี้เกียจแล้ว ไปจิ้นต่อกันเอาเองเน้าะ ผิดพลาดยังไงต้องขอโทษจริมๆไม่ได้แต่งฟิคนานเป็นชาติแล้ว😅😅 ****

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว