อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

ติดต่อนักเขียนที่เพจ “สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน” หรือเพจ “อัณณากานต์”

ตอน 1 ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์

ชื่อตอน : ตอน 1 ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 918

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2560 21:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน 1 ครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์
แบบอักษร

​      “เมื่อวานเราคุยกันรู้เรื่องแล้วไม่ใช่หรอหยา” เตชิตคุณครูวัยสามสิบห้าปีกำลังขึ้นเสียงกับภรรยาด้วยความโมโหปนเบื่อหน่ายเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอผิดคำพูด

        “แล้วมันตายม่ะ มันก็ยังปกติดีทุกอย่างอยู่คนเดียวสองสามชั่วโมงจะอะไรหนักหนา” มาหยา ภรรยาที่อ่อนวัยกว่าเกือบสิบปีเถียงคอเป็นเอ็น

        “ลูกเพิ่งจะสิบขวบยังไงเขาก็ยังเด็กนะหยาเราไม่ควรทิ้งเขาไว้คนเดียวแบบนี้”

        “ลูกคนงานมันหุงข้าวกินเองตั้งแต่เดินได้ด้วยซ้ำ จะโอ๋กันมากไปไหมเดี๋ยวก็พิการง่อยเปลี้ยกันพอดี”

        “แต่ลูกเรามีพ่อมีแม่ไม่ใช่ลูกคนงานเอาไปเปรียบกันได้ยังไง”

        “โอ๊ย น่ารำคาญเชิญอยู่กันเองแล้วกัน” มาหยาคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินกระทืบเท้าออกไป ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ ความหดหู่เหนื่อยล้าเริ่มเกาะกินหัวใจของเตชิตอีกครั้ง

        ชีวิตคู่ของเตชิตกับมาหยาเริ่มต้นด้วยความไม่ตั้งใจเพราะแม่สาวน้อยดันท้องป่องแบบกะทันหัน  ตอนนั้นมาหยาทำงานเป็นเด็กเชียร์เครื่องดื่มมึนเมาที่ห้องอาหารแห่งนึงและเตชิตก็เหมือนผู้ชายทั่วไปที่แพ้ให้กับความอ่อนเยาว์และผิวพรรณผุดผ่อง มาหยาเพิ่งจะอายุเต็มสิบแปดส่วนสัดทุกอณูเต่งตึงน่าฟัดจนยากจะห้ามใจความสัมพันธ์เพียงไม่กี่ครั้งก่อกำเนิดเป็นลูกชายในอีกเก้าเดือนต่อมา

        เตชิตอยากมีครอบครัวมาตลอดถึงจะไม่ได้รักใคร่มาหยาเท่าไหร่นักเพราะทั้งคู่แทบจะไม่รู้จักนิสัยใจคอของกันและกันแต่เขาก็ทำหน้าที่สามีและพ่อได้ดีเยี่ยม เธอกับเขาไม่ได้แต่งงานตามประเพณีเพราะพ่อแม่ฝ่ายเตชิตไม่รับสะใภ้ไร้สกุลแบบมาหยาหัวเด็ดตีนขาดยังไงท่านทั้งสองก็ไม่เอาทุกครั้งเวลาเตชิตไปเยี่ยมพ่อแม่ก็จะพาไปแค่ลูกชายเท่านั้น เขาเองก็พยายามเกลี้ยกล่อมบิดามารดาแต่มันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงซ้ำร้ายทุกครั้งที่พูดถึงมาหยาตัวเขาก็พลอยซวยโดนด่าไปด้วยว่าไปคว้าผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาเป็นเมีย 

        สิบปีเต็มที่เตชิตทนเก็บกลั้นความขมขื่นเอาไว้เพื่อคงสภาพครอบครัวที่สมบูรณ์เขาพยายามมองข้ามข้อเสียทุกอย่างของมาหยาไปเพราะคิดเพียงว่ายังไงเธอก็คือแม่ของลูกชายชุดที่รัก ตำแหน่งแม่พิมพ์ของชาติที่ค้ำคอไว้ยิ่งทำให้การแยกทางกับภรรยาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากขึ้นไปอีกเขาจึงเลือกจะทนไปเรื่อยๆ และหวังว่าสักวันมาหยาคงเดินจากไปเอง

        “พ่อครับ” เด็กชายต้นกล้าเรียกบิดาที่มองตามมารดาไปจนลับสายตา

        “ต้นกินอะไรรึยัง” เตชิตเพิ่งได้สติเขาไม่รู้ว่ายืนนิ่งอยู่แบบนี้นานเท่าไหร่แล้ว

        “กินขนมปังทาแยมกับข้าวผัดเมื่อเช้าครับ พ่อหิวไหม”

        “พ่อกินข้าวต้มที่งานมาแล้วครับ ต้นมีการบ้านรึเปล่า” หลังเลิกเรียนเตชิตต้องไปงานศพของอาจารย์ที่ล่วงลับซึ่งเมื่อวานมาหยารับปากแล้วว่าจะรีบกลับบ้านเพื่อมาอยู่กับลูกชาย ปกติต้นกล้าจะอยู่กับเตชิตตลอดแต่เตชิตเห็นว่างานศพไม่ใช่งานที่เด็กๆ ควรไปเขาจึงฝากลูกชายติดรถมากับเพื่อนคุณครูคนนึง เขากลับมาถึงบ้านสามทุ่มกว่าๆ ถึงพร้อมๆ กับมาหยาแล้วก็มีปากเสียงกัน

        “ผมทำเสร็จแล้วครับ” ต้นกล้าบอกด้วยน้ำเสียงหงอยๆ มันเป็นภาพชินตาสำหรับเด็กน้อยไปแล้วที่เห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน หลายๆ ครั้งเด็กชายแอบคิดว่ามารดาไม่อยากให้เขาเกิดมา

        “ขอพ่อดูหน่อยได้ไหมครับ” เตชิตโอบไหล่ลูกชายแล้วบีบเบาๆ เขารู้ว่าลูกเสียขวัญกับฉากเมื่อสักครู่ เขาเองก็พยายามไม่ระเบิดโทสะใส่กันต่อหน้าลูกแต่ครั้งนี้มันเหลืออดจริงๆ เพราะเพิ่งสัญญาเมื่อวานรับปากกันแล้วเธอก็ยังลืมเขาเชื่อว่ามาหยาไม่ได้ลืมแต่เธอไม่ใส่ใจมันมากกว่า สิ่งที่สำคัญในชีวิตของเธอมีแค่สองอย่างคือเที่ยวและดื่มเหล้าดีว่ายังพอมีจิตสำนึกออกไปทำมาหากินกับเขาบ้าง

        “นี่ครับ” ต้นกล้ายื่นสมุดให้คุณพ่อ เตชิตกวาดตามองผ่านๆ ก็ไม่พบข้อผิดพลาดอะไร ลูกต้นเรียนเก่งและเป็นเด็กดีไม่เคยมีเรื่องร้อนใจมาให้สักครั้งถือว่าเป็นอภิชาตบุตรก็ไม่ผิดนัก

        “ไปอาบน้ำดีกว่าเนอะดึกแล้ว” เตชิตดูเวลาที่ข้อมือมันบอกว่าอีกสิบห้านาทีจะสี่ทุ่มตรง

        “ครับ” ต้นกล้ารับคำแล้วเดินขึ้นไปชั้นบน ส่วนเตชิตก็ตกสู่ห้วงแห่งความคิดปนทุกข์ระทมอีกครั้ง

        ชายหนุ่มไม่รู้จะจัดการยังไงกับปัญหาชีวิตเพราะเขาเคยพูดถึงเรื่องการแยกกันอยู่และสิ่งที่ตามมาก็คือรอยฝ่ามือบนแก้ม มาหยาตบเปรี้ยงเต็มแรงแบบไม่ยั้งมือเธอทั้งด่าทั้งสาปแช่งกล่าวหาว่าเขาเอาชีวิตวัยรุ่นของเธอไปซึ่งเขายอมรับว่าผิดแต่ก็แค่ครึ่งเดียวต้นกล้าจะเกิดมาบนโลกนี้ไม่ได้เลยถ้าเธอไม่ยินยอม ช่วงแรกๆ ที่หลับนอนกันเขาแทบไม่มีสติด้วยซ้ำเพราะต้องสั่งเครื่องดื่มเยอะๆ เพื่อให้เธอได้เปอร์เซ็นต์จากยอดขาย พอได้เวลาเลิกงานเขาก็จะพาเธอไปส่งห้องพักแล้วก็จบลงที่เตียงเกือบทุกครั้งไป

        แรกรักน้ำต้มผักก็ยังหวานมาหยาตอนนั้นช่างน่ารักน่าใคร่เหลือเกินคำพูดคำจาไพเราะเสนาะหูแต่พอเธอคลอดลูกแล้วไม่ได้รับการต้อนรับจากบ้านสามีเธอก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน ช่วงตั้งท้องเขาพยายามปลอบใจว่าให้อดทนก่อนที่พ่อแม่ของเขาไม่ยอมรับเขาให้คำมั่นว่าถ้าปู่กับย่าเห็นหลานจะต้องใจอ่อนแน่ๆ ซึ่งมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ท่านทั้งสองคนใจอ่อนรักหลานทันทีแต่กับคนให้กำเนิดนั้นไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่นั้นมาหยาก็ฟาดงวงฟาดงาใส่ไม่เว้นแต่ละวันลูกเต้าคลอดออกมาก็ไม่สนใจลูกต้นได้กินนมแม่แค่สามเดือนเท่านั้นแล้วเธอก็โยนเด็กแดงๆ คนนึงมาให้เขารับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว

        เตชิตทดท้อกับชีวิตครอบครัวเหลือเกินแต่ก็มีปัญญาทำได้เพียงเท่านี้เพราะออกปากไล่เธอก็ไม่ไปและที่สำคัญลูกต้นเองก็รักแม่ของเขาถึงแม้อีกฝ่ายจะไม่สนใจอะไรนักก็อย่างที่ใครเขาบอกสายเลือดย่อมข้นกว่าน้ำสายสัมพันธ์ของครอบครัวตัดยังไงก็ไม่ขาด

        “พ่อครับไม่อาบน้ำหรอครับ” ต้นกล้าอาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนเรียบร้อยแล้ว

        “อาบครับพ่อปิดบ้านก่อนนะ ต้นไปรอในห้องเลย” เตชิตสลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปจากหัวแล้วเดินไปลงกุญแจประตูทุกบาน เขาอาบน้ำและให้ความหวังตัวเองอีกครั้งว่าสักวันภรรยาคงกลับตัวกลับใจแล้วกลับมาสร้างครอบครัวที่อบอุ่นด้วยกัน

ความคิดเห็น