มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ดอกไม้งาม # 1

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ดอกไม้งาม # 1

คำค้น : มาเฟีย , ฮ่องกง , พญามังกรดำ , คุณชายหยาง , ตันหยง , โหด

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2560 13:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ดอกไม้งาม # 1
แบบอักษร

2

ดอกไม้งาม

     มนธชัยเงยหน้าขึ้นมองดอกไม้งามที่กำลังย่างก้าวลงมาจากชั้นบนของบ้านอัคราบริรักษ์ เขาถึงกับลืมหายใจไปหลายวินาทีเมื่อได้เห็นสาวสวยและสง่างามเหมือนดอกไม้แรกแย้มอย่างสรัญรัตน์ วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสยาวแค่เข่าสีชมพูหวาน เข้ากับรูปร่างอรชรและใบหน้าหวานหยด

     สรัญรัตน์ลอบถอนใจเมื่อประสานสายตากับชายหนุ่ม เห็นเขายิ้มให้ก็อดที่จะยิ้มตอบไม่ได้ แม้รอยยิ้มนั้นจะดูจืดชืดไปบ้างแต่มันกลับทำให้ความสวยนั้นพอกพูนขึ้นเป็นทวี

     “เอ่อ...สวัสดีครับ คุณตันหยง”

     “สวัสดีค่ะ คุณมนธชัย”

     “เอ่อ...วันนี้คุณสวยมาก สวยกว่าทุกครั้งที่ผมจำได้”

     อีกครั้งที่สรัญรัตน์ต้องถอนใจ เธอได้ยินคำพูดประมาณนี้มากี่ครั้งแล้วนะ ถ้าเป็นคนอื่นเขาจะภูมิใจหรือเปล่า แต่เธอกลับคิดว่ามันน่าเบื่อเหลือเกิน

     “ขอบคุณค่ะ เรารีบไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากกลับบ้านดึก”

     เท่านั้น มนธชัยก็แทบประคับประคองหญิงสาวออกจากบ้าน สรัญรัตน์พยายามวางตัวให้เหมาะสม ชายหนุ่มจะได้ไม่เห็นว่าเธอง่ายไปนัก นี่ถ้าเขารู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เธอไปดินเนอร์ด้วยคืออะไร เขาจะมีท่าทางยังไงนะ

     ไม่นานต่อมา รถคันโก้ของมนธชัยก็เลี้ยวเข้าไปจอดหน้าร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง

     สรัญรัตน์เดินตามร่างสูงเข้าไปเงียบๆ เหมือนตอนที่อยู่ในรถ เธอปริปากพูดกับเขาแทบจะนับคำได้ แต่มนธชัยไม่คิดจะสนใจ เพราะไม่ว่าเธอจะพูดหรือไม่พูด เธอก็ยอมไปดินเนอร์กับเขาแล้ว

     “คุณตันหยงอยากทานอะไร สั่งได้เต็มที่เลยนะครับ”

     หญิงสาวไม่ปฏิเสธ เธอเลือกเมนูอาหารของโปรดแค่อย่างเดียวกับเครื่องดื่มที่ชื่นชอบ ชายหนุ่มได้แต่อมยิ้มแล้วสั่งอาหารสำหรับตัวเอง โดยเพิ่มอาหารที่คิดว่าผู้หญิงน่าจะชอบอีก 2 อย่าง ต่อท้ายด้วยผลไม้ล้างคอ

     “สั่งเยอะขนาดนี้ จะทานหมดหรือคะ”

     “ผมน่ะไม่เหลือหรอกครับ แต่คุณตันหยงควรจะทานให้มาก ไม่ต้องกลัวอ้วนหรอกครับ หุ่นอย่างคุณตันหยงยังห่างไกลจากคำว่าอ้วนมาก”

     คำพูดที่คล้ายไม่ได้ปั้นแต่ง แต่ออกมาจากความรู้สึกจริงๆ ของมนธชัย ทำให้สรัญรัตน์ยิ้มออกแล้วเผลอส่งเสียงหัวเราะออกมาแผ่วเบา

     “อย่างฉันนี่นะคะ เพื่อนบอกว่าอวบระยะสุดท้ายแล้ว”

     “ฮ่ะ ฮ่ะ ไม่จริงหรอกครับ คุณตันหยงแค่เริ่มจะอวบ แต่ผมชอบนะครับแบบนี้ มองแล้วเจริญหูเจริญตากว่าคนที่มีหุ่นนางแบบ”

     “คุณมนธชัยปากหวานจนมดขึ้นแล้วนะคะ”

     “ผมพูดความจริงครับ คุณตันหยงอวบสวยเหมือนดอกไม้แรกแย้มที่ใกล้จะผลิบาน”

     สรัญรัตน์คลายยิ้ม ก่อนขอตัวไปห้องน้ำ

     “ฉันขอตัวสักประเดี๋ยวนะคะ”

     “อ๋อ...เชิญครับ”

     ร่างระหงที่ไม่เหมือนหุ่นนางแบบอย่างที่มนธชัยว่า เดินออกไปด้วยมาดนางพญา หญิงสาวรู้สึกปวดศีรษะจนต้องยกมือบีบขมับ เมื่อคืนนี้เธอนอนไม่หลับ เพราะกว่างานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนจะเลิกก็ปาเข้าไปดึกดื่น เธอไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ก็จริง แต่เพราะได้นอนน้อยมัวแต่คิดถึงผู้ชายที่ผ่านเข้ามาทำความรู้จักทุกคนในชีวิต พวกเขาเป็นตัวเลือกของมารดา หาใช่ตัวเลือกของเธอไม่ แล้วเธอคงต้องทำตามคำสั่งแบบนี้จนกว่าจะลงเอยกับใครสักคนที่มารดาพึงพอใจ

     “อุ๊ย!!!” อยู่ๆ ร่างบางก็เซหลุนๆ จากแรงกระแทกแบบไม่รู้ตัว ดีที่เธอจับเก้าอี้ตัวหนึ่งไว้ได้ ไม่งั้นมีหวังหน้าคะมำลงอย่างไม่เป็นท่า

     “ขอโทษ”

     สรัญรัตน์เงยหน้ามองคนชน เพราะคำขอโทษของเขามันฟังห้วนเหลือเกิน แต่เธอเห็นเพียงแผ่นหลังกว้างในชุดสูทสากลเต็มยศ และเห็นรูปร่างสูงเกิน 6 ฟุต ของเขาเท่านั้น

     “คนอะไร มีมารยาทแค่ครึ่ง ได้มาเท่านี้หรือไงนะ”

     ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เธอมองผู้ชายคนนั้นจนกระทั่งเขากลับไปนั่งยังโต๊ะอาหารของตัวเอง เขาไม่ได้มาคนเดียวแต่กลับนั่งทานอาหารคนเดียว โดยมีผู้ชายหลายคนยืนกุมมืออยู่หน้าขาเหมือนพวกบอดี้การ์ดยังไงยังงั้น

     “ท่าทางจะรวยและใหญ่คับฟ้า มิน่าล่ะ มารยาทถึงมีนิดเดียว แต่ก็ดีนะที่ยังอุตส่าห์ขอโทษ”

     เธอพยายามมองหน้าผู้ชายคนนั้น แต่อาจจะไกลไปนิดจึงเห็นไม่ชัดเท่าที่ควร ที่แน่ๆ เธอรับรู้ได้ถึงเสน่ห์บาดจิตที่แผ่ซ่านออกมาไกลถึงเธอได้ดี

     “ดูไกลๆ อย่างนี้ก็หล่อพอตัวอยู่ น่าเสียดาย อยากเห็นหน้าให้ชัดกว่านี้” พึมพำกับตัวเองยิ้มๆ แต่ไม่คิดจริงจังมาก ก่อนจะเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล

     “คุณชายครับ คนของเราส่งข่าวมาบอกว่า คุณหนูและนายธัชชัยไม่ได้อยู่ที่บ้านอัคราบริรักษ์ครับ”

     หยางโจวหมิงยกแก้วขึ้นจิบน้ำ แล้วพยักหน้าเพียงเล็กน้อย

     “ฉันรู้แล้ว เพราะมันต้องคิดว่าฉันจะบุกไปบ้านมัน ก็เลยพาเหม่ยลี่หนีไปที่อื่น”

     “แล้วคุณชายทำไมถึงยังมาที่นี่ล่ะครับ”

     “หึ...เราไม่ต้องออกแรงตามหาเหม่ยลี่หรอก แค่ให้ใครบางคนพาตัวเธอมาส่งก็พอ”

     “ใครครับ” ฉีอู่ตามความฉลาดเป็นกรดของหยางโจวหมิงไม่ทัน

     “ก็พวกมันไง ในเมื่อมันพาเหม่ยลี่ไปได้ มันก็ต้องพาเหม่ยลี่กลับมาได้” ว่าแล้วก็ลุกขึ้น วางเงินค่าอาหารมากกว่าจำนวนจริง แล้วเดินนำออกไป ไม่แยแสกับสายตาหลายคู่ที่มองตามอย่างสนใจ

     ใครจะไม่สนใจบ้างล่ะ ในเมื่อมีชายหนุ่มรูปงาม บุคลิกน่าเกรงขาม พร้อมกับบอดี้การ์ดหลายคนเดินตามเป็นขบวน ไม่บอกก็รู้ว่าเป็นหนึ่งในผู้มีอันจะกิน และเป็นผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง

     เช้าวันต่อมา นายอรรถวัฒน์ได้ต้อนรับคุณชายหยางอย่างไม่คาดคิด ชายหนุ่มคราวลูกไม่ได้ทำความเคารพผู้สูงวัยกว่า หากแต่เดินหน้าตึงเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ของประธานบริษัท อัครา (กรุ๊ป) จำกัด

     “หยะ...หยางโจวหมิง!” นายอรรถวัฒน์เอง แม้จะเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ยังเชิดหน้าลุกขึ้นยืนต้อนรับหลานชายที่กลายเป็นศัตรูหมายเลข 1

     “แหม...ควรจะดีใจมั้ย ที่คุณยังจำผมได้” นั่นเป็นคำทักทายของพญามังกรดำ หากแต่ใบหน้าฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันและเย่อหยิ่งจองหอง

     “หน้าตาเธอ ถอดแบบหยางเฟ่ยหลงมาไม่มีผิดเพี้ยน ทำไมฉันจะจำไม่ได้”

     “งั้นรึ แล้วคุณจำหยางเหม่ยลี่ได้มั้ย หรือจะบอกว่าไม่รู้ว่าใครเป็นหยางเหม่ยลี่ เพราะตอนที่พ่อกับแม่ผมตาย เหม่ยลี่ยังเป็นทารกอยู่เลย หึ หึ...แต่ผมจะบอกอะไรให้นะ เหม่ยลี่กับผมมีหน้าตาถอดแบบพ่อมาเหมือนกัน”

     “หมายความว่ายังไง เธอมาที่นี่ต้องการอะไร”

     “ปัง!!!” มือหนาตบโต๊ะใหญ่เต็มแรง “อย่าไขสือ ทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลย” หยางโจวหมิงตาลุกวาว ความโกรธที่เกิดจากผู้ชายตรงหน้า ซึ่งทำไม่รู้ไม่ชี้ ทำให้เขาอยากเข้าไปบีบคอให้ตายคามือนัก

     “ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น ถ้าเธอไม่บอกว่ามีจุดประสงค์อะไรถึงมาที่นี่ล่ะก็ ฉันจะเรียกตำรวจ”

     “ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ก็เอาสิ ถ้าคิดว่าตำรวจจะเอาผิดกับผม แทนพวกอัคราบริรักษ์แล้วล่ะก็ เอาเล้ย เรียกตำรวจมาทั้งโรงพักเลยก็ได้”

     นายอรรถวัฒน์ตัวสั่นเทิ้มกับความอาจหาญของหนุ่มคราวลูก เขารู้ดีว่าการต่อกรกับคนตระกูลหยางไม่ทำให้เกิดประโยชน์ มีแต่เสียกับเสีย แต่ถ้ายังถูกกล่าวหาอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้ เขาก็ยอมไม่ได้เช่นกัน

     “ฉันจะถามเธออีกครั้ง เธอมาที่นี่ทำไม”

     “เหม่ยลี่ถูกไอ้ธัชชัยหลอกพามาที่นี่ คุณจะต้องส่งเธอคืนให้ผม”

     “อะไรนะ!! ธัชชัยพาหยางเหม่ยลี่หนีมางั้นเหรอ”

     “มันล่อลวงเหม่ยลี่มาต่างหาก พวกอัคราบริรักษ์มีแต่คนชั่วๆ อย่ามาพูดว่าเหม่ยลี่หนีมากับมัน!”

     ประมุขของอัคราบริรักษ์พยายามรักษาระดับความขุ่นข้องหมองใจ และมองหยางโจวหมิงนิ่งๆ อย่างประเมินท่าที ผู้ชายตรงหน้าเป็นคนอารมณ์ร้อนและเอาแต่ใจตัวเองเหลือร้าย แต่ที่น่ากลัวคือความดำมืดที่ซ่อนอยู่ มาเฟียตระกูลหยางทำได้ทุกอย่าง และหยางโจวหมิงผู้ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นพญามังกรดำ จะต้องร้ายกาจกว่าหลายเท่าหากได้ลงมือทำอะไรแล้ว

     “ขอฉันเค้นความจริงกับเจ้าธัชก่อนได้มั้ย”

     “ตามตัวมันมาคุยกับผมเลยดีกว่า ท่าทางของคุณ...” ดวงตาสีสนิมเหล็กกวาดมองร่างหนาสูงวัยของนายอรรถวัฒน์ แล้วแค่นยิ้มเยาะเย้ยออกมา “ใจอ่อน ลูกคงไม่กลัวหรอกมั้ง”

     “ยังไงก็ขอให้ฉันได้คุยกับเจ้าธัชมันก่อน ถ้ามันทำจริง ฉันจะให้มันพาหยางเหม่ยลี่มาคืนเธอ”

     “เดี๋ยวนี้!!!” หยางโจวหมิงต่อให้อย่างคนใจร้อน แค่ได้เสวนากับนายอรรถวัฒน์ เขายังไม่อยากทำ แล้วจะให้ต้องมานั่งรอไอ้คนชั่วนั่นอีก มันมากเกินไปที่คนอย่างเขาจะยอมได้

     นายอรรถวัฒน์กดโทรศัพท์หาลูกชายคนโต เป็นนานกว่าที่ธัชชัยจะรับสาย

     “ครับพ่อ”

     “ไอ้ธัช แกพาหยางเหม่ยลี่มางั้นเหรอ” คนเป็นพ่อไม่คิดจะอ้อมค้อม หากลูกชายทำผิดจริง เขาก็อยากให้มันแก้ไขให้จบๆ ไม่อยากทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ แค่อดีตที่ต้องเจ็บปวดมามากแล้ว ปัจจุบันควรจะทำให้ทุกอย่างถูกต้องเสียที

     “พ่อรู้ได้ไง หรือว่า...หยางโจวหมิงไปหาพ่อ”

     “ใช่ ตอนนี้เขายืนอยู่หน้าพ่อที่บริษัท แกเอาน้องเขาไปก็ส่งคืนให้เขาเถอะ ในเมื่อเขามาตามถึงที่นี่แล้ว”

     “เหม่ยลี่ไม่กลับ ผมไม่ได้บังคับเธอ เธอเต็มใจมากับผมเอง พ่อบอกมันไปสิครับ”

     นายอรรถวัฒน์เหลือบตาขึ้นมองร่างสูง ก่อนหันหลังให้เพราะไม่อยากสบตาสีสนิทแดงโรจน์นั้น

     “ถ้ารักกัน ทำไมไม่ทำให้ถูกต้อง”

     “แล้วมันยอมให้เราคบกันมั้ยล่ะพ่อ มันกับเราเป็นศัตรูกัน”

     “แต่แกก็หนีบน้องเขากลับมาไทย ทั้งที่ปากก็บอกว่าเป็นศัตรูกับเขา ไอ้ธัช แกทำแบบนี้เท่ากับเอาศักดิ์ศรีของอัคราบริรักษ์มาเหยียบย่ำเหมือนกับที่แกกำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลหยาง การที่ถูกเขาตราหน้ามาตลอดว่าเป็นคนเลว มันยังไม่เลวร้ายมากพอรึไง”

     “เราไม่ใช่คนเลว พ่อจะยอมให้พวกมันตราหน้าอยู่ได้ยังไง บอกมันไปว่าผมไม่มีวันส่งเหม่ยลี่คืน ถ้ามันอยากได้นัก ก็รอจนกว่าผมจะไร้ลมหายใจซะก่อนเถอะ” แล้วธัชชัยก็ตัดสายเสียดื้อๆ นายอรรถวัฒน์พยายามติดต่อกลับไป แต่เขาปิดเครื่องหนีเสียเลย

     ชายชราทอดถอนใจอย่างหนักอก คงไม่มีวันที่อัคราบริรักษ์จะเป็นคนดีได้ในสายตาของคนตระกูลหยาง ยิ่งธัชชัยทำแบบนี้ ชายชราก็ไม่มีทางปฏิเสธข้อกล่าวหานั้น

     “มันไม่คืนสินะ” หยางโจวหมิงเอ่ยขึ้น

     “เอ่อ...เจ้าธัชมันขอเวลาสักระยะ ไม่สิ น้องสาวของเธอต่างหาก”

     “หึ...นึกแล้ว บอกที่อยู่ของมันมา ผมจะไปนำตัวเหม่ยลี่กลับเอง แล้วจะเด็ดหัวไอ้ธัชชัยทิ้งเป็นของขวัญให้คุณ” น้ำเสียงที่ทั้งเย็นยะเยือกและโหดเหี้ยมจนคนฟังถึงกับขนลุก

     “ขอโทษนะ แต่ฉันคงบอกเธอไม่ได้ เพราะฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเจ้าธัชมันอยู่ไหน”

     พญามังกรดำสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างหนา มุมปากได้รูปกระตุกยึกๆ จนนายอรรถวัฒน์ต้องกลืนน้ำลาย

     “ได้ ถ้าคุณต้องการอย่างนี้ ก็อย่าหาว่าผมไม่เตือนแล้วกัน”

     พูดจบ พญามังกรดำก็ปัดกรอบรูปบนโต๊ะทำงานของนายอรรถวัฒน์ลงพื้น “เพล้ง!!” เสียงกระจกแตกทำให้คนของนายอรรถวัฒน์ก้าวเข้ามา ทุกคนแตะมือเข้ากับด้ามปืนเตรียมพร้อม

     “สั่งลูกน้องของคุณเตรียมรับมือครั้งใหญ่ดีกว่า ถ้าไอ้เลวนั่นไม่คืนเหม่ยลี่ให้ผม เราได้เห็นดีกันแน่นอน”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น