LuciferNight

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 6 Trip

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2560 12:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 6 Trip
แบบอักษร

หกโมงเช้าวันออกเดินทาง

“ห้ะ!! ทำไมทำอย่างนี้ล่ะครับน้า ไหนตอนแรกบอกว่าว่างไงครับ” ผมแหวใส่โทรศัพท์ที่ปลายสายคือน้าอู๊ด จะไม่ให้แหวได้ยังไง ก็น้าดันผิดนัดบอกว่ามาเองไม่ได้แต่ส่งหลานตัวเองมาแทน เอ้า!!

(โถ่ น้าขอโทษ แต่น้าติดงานอื่นจริงๆ เขามาติดต่อไว้ก่อนฟ้าอีกด้วย น้าจะปฏิเสธเขาก็ดูไม่ดี น้าเองก็ลืมซะสนิท น้าขอโทษจริงๆ แต่หลานน้ามันก็ขับดี ไปถูกเหมือนกันนะ)

“ครับๆ แล้วเขาเป็นคนยังไงหรอครับ ผมจะได้ทำตัวถูก” ผมถามกลับ

(ทางที่ดีอย่าไปยุ่งกับมันมาก มันค่อนข้างจะนิ่งๆ พูดน้อย แต่มันก็ใจดีนะ ไม่ต้องกลัวมันหรอก) ฟังจากคำตอบแล้ว..ไม่น่าคบค้าสมาคมด้วยซักนิด

“แล้วเขาออกมาหรือยังครับ แล้วเอารถใครมารับ”

(มันออกไปนานแล้วนะ ใกล้ถึงแล้วแหละ ส่วนรถก็รถน้านั่นแหละ เพราะน้าเอาคันอื่นไปแทน)

“อ๋อ โอเคครับ งั้นแค่นี้แหละครับ” ผมพูดจบก็วางสาย

“นิค รอแป็ปนึงเนอะ” ผมหันไปพูดกับนิคที่ยืนอยู่ข้างๆผม นิคก็พยักหน้าขึ้นลงเบาๆเท่านั้น

ยืนรอไม่ถึงห้านาที รถก็มาจอดตรงหน้าซึ่งผมมั่นใจว่านั่นคือรถน้า ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออกและมีผู้ชายร่างสูงและหน้าตาดีคนนึงเดินลงมาทางผม…นี่หลานน้าเหรอเนี่ย ดูแล้วน่าจะอายุเท่าๆกับผมเลย

“คุณ..หลานน้าอู๊ดหรือเปล่าครับ” ผมถามเมื่อชายคนนั้นมายืนตรงหน้า..สูงพอๆกับนิคเลยมั้งเนี่ย

“อืม ฉันชื่อเพชร เธอฟ้าใช่มั้ย”

“ใช่ นี่เพื่อนฉันชื่อนิค” ผมแนะนำตัวนิคให้เพชรรู้จัก แต่เมื่อหันมาเห็นหน้าคนข้างตัวก็เห็นว่าหน้านั้นบึ้งตึงอย่างกับไปโกรธใครมา

“ดูเพื่อนเธอจะไม่ค่อยชอบฉันนะ” เพชรพูด ซึ่งนั่นดูเหมือนจะเป็นการประกาศสงครามกับนิคเลย

แล้วคนตัวใหญ่ข้างผมก็เคลื่อนตัวมายืนข้างหน้าจนบังผมมิด…อะไรกันเนี่ย

“พอๆ เลิกคุยแล้วขนของขึ้นรถดีกว่านะ นิค มาช่วยฟ้าเร็ว” ผมว่าสถานการณ์มันดูไม่ค่อยดีเลยเปลี่ยนเรื่องจะดีกว่า

ผมลากนิคให้เดินตามมาและขนกระเป๋าขึ้นรถ เพชรเองก็มาช่วยแต่สายตาก็เอาแต่มองผมจนผมเริ่มอึดอัด นิคก็พยายามเอาตัวเองมาบังตลอด

“เห้อ ปะ นิคขึ้นรถกัน” หลังขนของเสร็จ ผมก็ลากนิคไปขึ้นรถ เพชรก็เดินไปนั่งประจำที่

“แน่ใจนะว่าไม่ลืมอะไรแล้ว” เพชรถามเพื่อความมั่นใจ

“อืม ออกรถเลยๆ” ผมตอบ

เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางกันทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา นั่งรถตู้จากกรุงเทพฯถึงน่านแบบนี้ต้องใช้เวลาเดินทางประมาณเจ็ดถึงแปดชั่วโมงเลยล่ะ แต่ไม่อยากขึ้นเครื่องบินเพราะผมว่ามันพลาดอะไรดีๆระหว่างเดินทางไปเยอะ อีกอย่าง..ผมกลัวการขึ้นเครื่องบินน่ะ แหะๆ

นิคที่นั่งอยู่ข้างผมกำลังมองไปข้างนอกกระจกรถ แต่มือใหญ่กำลังกุมมือผมอยู่ วันนี้ผมให้นิคใส่เสื้อยืดสีดำไม่มีลายกับกางเกงยีนส์ขายาวสีซีดที่มีรอยขาดเป็นแฟชั่น อ่า…เขาดูดีเป็นบ้าเลยล่ะ

ระหว่างทาง ผมกับนิคก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก เพราะเพชรเปิดหนังเปิดเพลงให้เราตลอดซึ่งมันก็ช่วยให้หายเบื่อได้เยอะเลย แต่ผมก็ยังเห็นสายตาของเพชรที่มองมาเป็นระยะ..มองทำไมหนักหนานะ


ผ่านไปสองชั่วโมง…

“ฟ้า..หิวๆ” นิคหันมาพูดกับผม อ่า…งั้นแวะปั๊มแล้วกัน

“โอเคๆ เพชร เดี๋ยวแวะปั๊มหน้าหน่อยนะ” ผมตอบนิคในประโยคแรก และประโยคหลังบอกคนตัวสูงที่ขับรถอยู่

“อืมๆ” เพชรตอบ และไม่นานก็แวะเข้าปั๊ม ผมกับนิคก็ลงมายืนบิดตัวนิดหน่อยเพื่อคลายเมื่อย

“อีกยี่สิบนาทีเจอกันที่รถ” เพชรที่เดินลงมาเหมือนกันพูดกับเราทั้งสองคน ผมก็พยักหน้าและเราก็แยกย้าย

“นิค ไปเซเว่นกัน” แล้วผมก็ลากนิคไปเข้าเซเว่น

เราซื้อทั้งข้าว ขนมและน้ำไปค่อนข้างเยอะอยู่เหมือนกันเพราะไม่อยากแวะบ่อย เดี๋ยวมันจะเสียเวลาเปล่าๆ

ยี่สิบนาทีผ่านไป..

เราสองคนกลับมาที่รถตามเวลาเป๊ะๆเพราะไปเข้าห้องน้ำกันมาด้วย พอมาถึงที่รถก็เห็นเพชรนั่งอยู่บนรถแล้ว

“มาเร็วจัง นายไม่หาอะไรกินหน่อยหรอ” พอผมขึ้นมาบนรถก็เอ่ยถามเพชรทันที

“ฟ้า!!” นิคที่ขึ้นมานั่งข้างๆเรียบร้อยแล้วเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิด

“อะไรเนี่ย เรียกฟ้าแบบนั้นทำไมกัน” ผมหันมาพูดแกลมดุนิค ตั้งแต่ที่หน้าคอนโดแล้ว ไม่รู้เกลียดอะไรเพชรหรือเปล่า เห็นผมยุ่งไม่ได้เลยนะ

“แฟนเธอคงหึงล่ะมั้ง หึ” คนที่กำลังขับรถอยู่พูด หึงบ้าหึงบออะไรกัน ไม่ใช่แฟนสักหน่อย

“นิคไม่ใช่แฟนฉัน” ผมพูดแค่นี้และหันกลับมองนิคที่กำลังเอาหัวถูไหล่ผมอยู่…เห้อ อีกคนก็พูดจาหาเรื่องจัง อีกคนก็อ้อนจัง

“อ้าวเหรอ งั้นเธอก็โสดงั้นสิ” เพชรละสายตาจากถนนแป็ปนึงและมองผมผ่านทางกระจกมองหลัง

“ใช่”

“ฮื่อ!!” พอผมตอบว่าใช่ ดูเหมือนนิคก็หงุดหงิดเอามากๆ ก็แล้วมันผิดตรงไหนกันล่ะ

“เพื่อนเธอพูดไม่เป็นหรอ ยังไม่เห็นจะพูดซักคำเลย” เพชรเปลี่ยนเรื่องคุยแต่ก็ยังไม่ไปไหนไกลจากเรื่องของเรานัก

“เขาเป็นคนพูดน้อยน่ะ อย่ามายุ่งกับนิคเลย” ผมพูดตัดจบเพราะไม่อยากให้ความแตก

“ฟ้า..ง่วง” นิคหันมากระซิบบอกที่ข้างหูผมเบาๆ ลมหายใจร้อนๆเป่ารดที่หูจนผมสะดุ้งเลย หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นไม่เป็นส่ำซะนี่

“ล..แล้วไม่หิวแล้วหรอ” ผมถามเสียงสั่นเพราะของที่ซื้อมายังไม่ได้แกะกินเลยซักนิด

“..ง่วง” นิคส่ายหัวแล้วจึงพูดตอบ

“อ่า แล้วจะนอนยังไงดีล่ะ เอนเบาะแล้วกันเนาะ” ผมพูดและกำลังจะเอื้อมมือไปปรับเบาะแต่ร่างสูงก็จับมือผมไว้ก่อน และล้มตัวลงนอนเอาหัวหนุนตักผม ขายาวๆก็ขดงอพาดไปบนเบาะจนเท้าติดประตู

“…”

“นิค ทำไมนอนอย่างนี้ล่ะ ลุกเร็ว” ผมพูดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะนิคจับมือผมไว้ข้างนึงไม่ปล่อย มืออีกข้างก็คงจะมีแรงไม่พอที่จะดันนิคให้ลุกได้หรอก

“ฮือ” นิคแค่ส่งเสียงในลำคอตอบกลับมาเท่านั้นแล้วนัยน์ตาสีฟ้าหม่นก็ถูกบดบังด้วยเปลือกตาบาง

“เห้อ ดื้อจริงๆเลย” ผมพูดแค่นั้นเพราะทำอะไรไม่ได้ มือข้างนึงของผมถูกกุมไว้ด้วยมือนิคและตอนนี้วางอยู่บนอกกว้าง ส่วนอีกข้าง ผมก็ลูบผมของนิคเบาๆเหมือนกล่อมเด็ก

เมื่อผมมั่นใจว่านิคหลับไปแล้วก็หันไปถามคนที่ขับรถอยู่

“นี่เพชร ฉันเห็นนะว่านายมองฉันอยู่บ่อยๆ มีอะไรหรือเปล่า” ผมถามออกมาตรงๆเพราะไม่รู้จะอ้อมยังไง

“ก็เปล่า”

“คิดว่าเชื่อหรือไง นายมองฉันแบบนั้นตั้งแต่ที่คอนโดแล้วนะ นายเคยรู้จักฉันมาก่อนหรือไง” ผมถามเผื่อจะเป็นไปได้

“ก็เปล่า” เอ้า!!

“แล้วมองฉันบ่อยๆทำไม” คนเรา การมองบ่อยๆมันต้องมีจุดประสงค์สิ

ฉันชอบเธอ

“ห้ะ!!” ผมตาค้าง อ้าปากหวอทันที จะบ้าหรือไง พึ่งเจอกันแท้ๆยังมาพูดอะไรบ้าๆแบบนี้อีก

“ฉันชอบเธอ ไม่เข้าใจหรือไง” ใครมันจะไปเข้าใจวะ!!

“น..นี่ นายอย่ามาล้อเล่นน่า เราเพิ่งจะเจอกันเองนะ” ผมพูดเสียงสั่น

“ไม่เห็นเกี่ยวเลย ชอบก็ชอบดิ ทำไมต้องรอเวลาด้วย” หมอนี่เข้าใจยากชะมัดเลย

“อ..เออ มันก็ใช่ แต่ว่านายเลิกเถอะ ฉันชอบนายไม่ได้จริงๆ” ผมพูด ไม่ได้อยากจะทำให้เขาเสียใจ แต่ผมรับความรู้สึกของเขาไว้ไม่ได้จริงๆ

“ทำไม ไหนบอกยังไม่มีแฟน มีคนคุยแล้ว?” เพชรยังคงพยายามต้อนให้ผมจนมุม

“ก..ก็ประมาณนั้นมั้ง” ผมตอบ อย่างนิคจะเรียกคนคุยได้มั้ยนะ แหะๆ

“ช่างเถอะ ฉันไม่สนอยู่แล้ว ก็แค่คนคุย” ไม่ลดละความพยายามจริงๆ

“นี่ ฉันขอร้องล่ะ อย่ามารู้สึกอะไรกับฉันเลยนะ”

“ถ้ามันห้ามความรู้สึกได้ก็ดีดิ” ก็จริงของมัน..เถียงไม่ออกเลยทีนี้

“…”

“แค่ขอลองจีบหน่อย เปิดใจให้ฉันสักนิด ไม่ได้หรอวะ” เอาไงดี..

“เออ..ได้ก็ได้ แต่ถ้าฉันไม่ชอบจริงๆ นายอย่ามาเสียใจทีหลังล่ะ” ช่วยไม่ได้ เขาก็แค่จะมาจีบ คงไม่เป็นอะไรหรอก..มั้ง

“…แล้วไอ้คนที่หนุนตักเธออยู่ มันจะยอมมั้ย” จริงด้วย!! นิคยิ่งดูไม่ค่อยชอบเพชรอยู่ด้วยสิ

“เอ่อ..งั้นนายก็ล้มเลิกความตั้งใจสิ” ผมได้โอกาสหาทางหนีรอด

“เรื่องอะไร ฉันก็ถามงั้น เพราะต่อให้เพื่อนเธอไม่ยอม ฉันก็ไม่สนอยู่ดี” แล้วจะถามเพื่อ!!!

“เรื่องของนายแล้วกัน!!” ผมสุดจะทนแล้ว จะทำอะไรทำเลย!!

หลังจากนั้นตลอดทาง ผมก็ไม่ได้คุยอะไรกับเพชรอีกเพราะเรื่องที่เขาบอกผมหน้านี้ทำเอาผมตกใจจนไม่กล้าคุยด้วย เอาจริงๆก็ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยเพราะน้าอู๊ดบอกมาว่าไม่ต้องไปยุ่งเป็นดี


สี่ชั่วโมงผ่านไป...

ผมเผลอหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ มารู้อีกทีก็ตอนที่นิคเรียกและเอานิ้วจิ้มหน้าผม พอลืมตาตื่นมาก็เห็นคนตัวสูงกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

“อื้ม มีอะไรเหรอ” ผมถามนิค

“ข้าวๆ” ร่างสูงตอบมา ผมเลยก้มดูนาฬิกาข้อมือและพบว่าเป็นเวลาเที่ยงกว่าๆแล้ว

“ตอนนี้เราอยู่ที่อุตรดิตถ์ ไปเข้าห้องน้ำ ซื้อของอะไรให้เรียบร้อยเพราะเดี๋ยวเราจะขับยาวเลย ไม่แวะที่ไหนแล้ว” เพชรที่นั่งอยู่ที่ที่นั่งคนขับพูด ตาเขาก็มองผมผ่านกระจกมองหลัง

“อืม ขอเวลายี่สิบนาที ไปกันนิค”

แล้วผมกับนิคก็ลงไปเข้าห้องน้ำและเดินดูร้านขายของสักหน่อยแต่ก็ไม่ได้ซื้อหรอกเพราะกะว่าจะซื้อตอนขากลับเอา

พอเวลาผ่านไปยี่สิบนาที เราก็กลับมาที่รถ เพชรยังคงนั่งอยู่บนรถเหมือนกับว่าเขาจะไม่ได้ไปไหนมาเลย…ไม่หิวหรือไง

“นี่เพชร นายได้ไปหาอะไรกินบ้างมั้ยเนี่ย” ผมถามหลังจากขึ้นมานั่งเรียบร้อย

“ซื้อแล้ว นี่ไง” เพชรตอบแล้วยกถุงเซเว่นขึ้นมาให้ดู เป็นคนที่ทำอะไรรวดเร็วสินะ

หลังจากนิคขึ้นมานั่งเรียบร้อย เพชรก็ออกรถทันที

“ฟ้า” นิคเรียกผมด้วยเสียงออดอ้อนเพื่อเรียกความสนใจให้กลับมาที่ตัวเอง

“หืม เป็นอะไรครับ” ผมหันมาถามนิคเสียงเบาเพราะกลัวเพชรจะได้ยิน

“หิว”

“อ๋อ งั้นกินข้าวดีกว่าเนอะ แต่มันไม่ร้อนแล้วสิ”

“อื้มๆ” นิคตอบ ผมหยิบข้าวที่ซื้อมาตั้งแต่ตอนแวะปั๊มแรกมาส่งให้ร่างสูง

แล้วผมก็หยิบข้าวขึ้นมากินด้วย ข้าวผมจะเป็นข้าวผัดกุ้ง ส่วนของนิคเป็นข้าวกะเพราไก่ ผมก็นั่งกินไปเรื่อยๆแต่พอเงยหน้าขึ้นมาเพื่อมองนิค สายตาก็ดันสบกับนัยน์ตาสีฟ้าหม่นอย่างจังในระยะประชิดจนผงะถอยไปนิดหน่อย

“น..นิค อย่าเอาหน้ามาใกล้แบบนี้ซี” ผมเอ็ดเสียงสั่น ร่างสูงขยับหน้าออกไปเล็กน้อย..ย้ำว่าเล็กน้อยจริงๆ แล้วก็เหลือบตามองข้าวในมือผมสลับกับหน้าผม..เหมือนหมาน้อยเลยแฮะ

“อยากกิน..ฟ้า” หืม ผมว่ามันฟังดูแปลกๆนะ

“เดี๋ยวๆ อะไรนะ”

“ข้าวฟ้า” ข้าวของผม?

“อยากลองกินข้าวของฟ้าหรอ”

“อื้มๆ” ที่แท้ก็อยากกินข้าวของผมบ้างนี่เอง นิคชอบพูดคำตกๆหล่นๆจนผมใจหายใจคว่ำตลอดเลย

“อ้ะ งั้นลองกินดู” ผมยื่นถาดพลาสติกที่ใส่ข้าวของผมไปข้างหน้านิค แต่ร่างหนาไม่ยอมเอาช้อนมาตักกิน เพียงแค่มองข้าวตาปริบๆเท่านั้น

“ป้อน” เห้อ เด็กน้อยเอ๊ย

“โอเคๆ เด็กจริงๆเลยนะเราเนี่ย” ผมพูดเครือหัวเราะ เอามือผลักหน้าผากนิคเบาๆ แล้วค่อยเอาช้อนตักข้าวขึ้นมาป้อนนิค คนตัวใหญ่ก็อ้าปากรับจนผมแอบเขินน้อยๆเพราะมันเหมือนกับคนเป็นแฟนกันไม่มีผิด แต่เหมือนผมจะลืมไป..ว่าเราไม่ได้อยู่กันแค่สองคน

“อะแฮ่ม!! เห้อ อย่างนี้ไม่ใช่เพื่อนกันแล้วมั้ง” เพชรขัดขึ้นมาจนทำให้ผมหันไปมองเขา นิคเองจากที่ยิ้มอยู่นิดๆก็กลายเป็นหน้าบึ้งตึงเหมือนเบื่อแบบสุดๆ

“บอกว่าไม่ใช่แฟนไง…แต่เป็นคนคุย!!” ผมตอบไปแบบนี้เพื่อต้องการจะเอาคืนเพชรที่กล้ามาแขวะผมก่อน

“ไอ้เนี่ยนะ คนคุยเธอ…เหอะ ฉันดีกว่ามันเห็นๆ”

“คิดว่าตัวเองดีกว่านัก ก็จีบฉันให้ติดให้ได้สิ” ผมพูดอย่างท้าทาย

“ฟ้า!!” นิคตะคอกใส่ผมนิดๆ เขาคงไม่พอใจมากๆที่ผมไปท้าเพชรอย่างนั้น

“ได้ ฉันจะทำให้เธอดู” นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เพชรตอบกลับมาก่อนที่ทั้งรถจะตกอยู่ในความเงียบ

ผมหันไปมองนิคที่ทำหน้าเครียดอยู่ ดูก็รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร

ผมเอาถาดข้าวของเราทั้งคู่ที่ยังกินไม่เสร็จวางลงตรงที่ว่างและดึงมือร่างสูงให้เดินตามไปนั่งเบาะหลังเพราะเห็นท่าว่าผมคงต้องง้อนิค

“นิค ฟ้าก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ฟ้าชอบเพชรไม่ได้หรอก” เพราะตอนนี้นิคกำลังจะเป็นโลกทั้งใบของผม..

“…” นิคยังคงเงียบและก้มหน้ามองมือเราที่จับกันอยู่

“เชื่อใจฟ้าสินิค เชื่อใจฟ้าได้มั้ย” ผมพูดพร้อมกับยกมืออีกข้างขึ้นมาลูบที่แก้มสากเบาๆ นิคเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม นัยน์ตาสีฟ้าหม่นนั่นกำลังไหววูบ..นี่ผมทำให้เขาเสียใจงั้นเหรอ

“…ทิ้งนิค”

“ม..ไม่ใช่นะ” ผมรีบบอกทันทีเมื่อรู้ว่านิคกำลังจะพูดอะไรออกมา

“ฟ้า..จะทิ้ง..นิค” แต่สุดท้ายนิคก็พูดมันออกมา

“ไม่ใช่นะนิค ฟ้าไม่เคยคิดที่จะทิ้งนิคเลยและจะไม่มีวันด้วย” ผมพูดพร้อมกับสบตาร่างสูงเพื่อให้เขามั่นใจว่าผมพูดออกมาจากใจจริงๆ

“…”

“เชื่อใจฟ้าได้มั้ย ฟ้าจะไม่ทำให้นิคเสียใจแน่นอน”

“...อื้ม” แค่นิคตอบกลับมาด้วยคำๆเดียว ผมก็ดีใจจนตัวแทบลอย ความกังวลที่มีก่อนหน้านี้ก็หายไปจนหมดสิ้นเมื่อเห็นรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าคม

“ขอบคุณนะที่เชื่อใจกัน” ผมพูดจบก็โน้มหน้าไปหาหน้านิค ประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากของเขาและค้างไว้สักพักแล้วจึงผละออก

นิคดูไม่เครียดแล้วเพราะทั้งแววตาและรอยยิ้มนั่นบ่งบอกว่าเขากำลังมีความสุข

“ปะ กลับไปนั่งหน้ากัน” อ่า..ผมเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเพชรจะต้องหงุดหงิดมากแน่ๆที่เรามานั่งข้างหลังเพื่อหลบสายตาเขา

“หึ” คนตัวหนาส่ายหน้าประกอบ

“ทำไมล่ะ”

“…” นิคไม่ตอบแต่ยังคงส่ายหัวไปมาจนผมต้องเอามือไปจับหน้าของเขาไว้ให้เลิกส่าย..น่าตีจริงๆเลย

“นั่งนี่ก็นั่งนี่ครับ”

สรุปแล้วเราก็นั่งข้างหลังเหมือนเดิม ผมมองออกไปนอกกระจกรถตลอดทาง นิคเองก็เช่นกัน อีกไม่กี่ชั่วโมงเราก็จะถึงดอยแล้ว ตื่นเต้น!!!

-------------------------------------------------------------

ขอโทษจริงๆนะที่มาน้อยไปนิด บอกตามตรงว่าเราแต่งวันต่อวัน ยังแต่ไม่จบเรื่องเลย ไรท์เลยอยากจะถามรีดเดอร์ว่าอยากให้ไรท์หยุดอัพ ไปแต่งให้จบก่อนแล้วค่อยมาลงอาทิตย์ละหลายตอนหรืออยากให้อัพแค่วันเสาร์แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ช่วยตอบด้วยนะค้าาาาาา

---------------------------------------

ขอบคุณทุกๆเม้นที่มาให้คำตอบนะคะ 😊

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}