มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 หลงใหล # 2

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 หลงใหล # 2

คำค้น : มาเฟีย , ฮ่องกง , พญามังกรดำ , คุณชายหยาง , ตันหยง , โหด

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 15:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 หลงใหล # 2
แบบอักษร

     “ที่ไหน บอก!!!” เสียงตะคอกดังลั่น เล่นเอาทุกคนที่อยู่ในห้องทำงานใหญ่และพนักงานที่นั่งทำงานอยู่ด้านนอกถึงกับสะดุ้งโหยง รู้สึกว่าอากาศลดน้อยลงจนแทบจะหายใจไม่ออก

     “ประ...ประเทศไทยครับ”

     “ประเทศไทย!!! เหม่ยลี่ไปทำไมที่นั่น หรือว่า...มีคนลักพาตัวเหม่ยลี่ไป”

     “ทะ...เท่าที่ให้คนไปสืบตามท่าเรือทุกแห่ง มีคนเห็นคุณหนูหยางแอบเข้าไปอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ของเหอชุนเกียง แต่เธอไม่ได้ไปคนเดียวนะครับ ยังมีผู้ชายอีกคนไปกับเธอด้วย ผมไปถามเหอชุนเกียงเองถึงได้รู้ว่า คุณหนูหยางให้ค่าปิดปากเป็นเงินหลายหมื่นเหรียญ แลกกับการที่เธอขอโดยสารไปกับตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องข้ามทะเลไปยังฝั่งอ่าวไทย เธอยังบอกเหอชุนเกียงอีกด้วยว่า ถ้ามีคนตามเธอไป เธอจะไม่กลับฮ่องกงอีกชั่วชีวิต”

     “บัดซบ!!! เหม่ยลี่หนีตามผู้ชายไปงั้นเรอะ แล้วแกรู้มั้ยว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

     “นี่ครับ ผมให้คนเสก็ตภาพของผู้ชายคนนั้นตามที่เหอชุนเกียงบอก”

     หยางโจวหมิงรับภาพเสก็ตของผู้ชายคนนั้นจากฉีอู่ มือใหญ่สั่นเล็กน้อยแล้วเกือบขยำทิ้ง หากไม่เปลี่ยนความคิดส่งให้เป่าปงแทน

     “ฉันจะให้โอกาสแก ไปหามาให้ได้ว่าไอ้ผู้ชายในรูปนี่ มันเป็นใคร และอยู่ที่ไหนของประเทศไทย ฉันจะไปตามเหม่ยลี่กลับฮ่องกง”

     ประเทศไทย

     สรวงสุดาลุกนั่งกระสับกระส่ายอยู่บนโซฟาภายในห้องโถง กระวนกระวายหาทางที่จะได้ทุกอย่างที่เป็นของอัคราบริรักษ์ พลันนึกไปถึงสรัญรัตน์บุตรสาวสายเลือดของอัคราบริรักษ์คนหนึ่ง เธอเป็นโซ่ทองคล้องใจให้นายอรรถวัฒน์ไม่ผลักไสไล่ส่งมารดาออกไปจากบ้านอัคราบริรักษ์

     ย้อนกลับไปเมื่อครั้งอดีต ก่อนที่ทิพวรรณจะเสียชีวิต สรวงสุดายังเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้ธัชชัยและเป็นคนรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น แต่เพราะความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูง เมื่อไม่มีทิพวรรณแล้ว สรวงสุดาจึงหาวิธีที่จะเป็นคุณนายตระกูลใหญ่นี้ ด้วยการใช้เวลาที่นายอรรถวัฒน์กำลังเศร้าต่อการจากไปของทิพวรรณ โดยทิ้งลูกน้อยธัชชัยไว้ให้ดูต่างหน้า สรวงสุดาทำการอ่อยเหยื่อให้คนเมาควบคุมตัวเองไม่อยู่ติดกับดัก แล้วเธอก็แกล้งร่ำไห้ราวกับเสียอกเสียใจหนักหนา หนำซ้ำยังใส่ร้ายป้ายสีคนที่ตายไปแล้วว่าหนีไปคบชู้สู่ชายจนเกิดเรื่องเศร้า ขณะสิ้นลมยังอยู่ในอ้อมแขนของชู้มาเฟีย และบอกให้นายอรรถวัฒน์ทำใจ เปิดใจยอมรับเมียคนที่สองอย่างเธอบ้าง

     ด้านนายอรรถวัฒน์ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ เขาจำใจต้องรับผิดชอบเธอ แม้จะไม่ยอมจดทะเบียนสมรสแต่ก็ให้เธอขึ้นมาอยู่ชั้นบนในฐานะคุณนายอัคราบริรักษ์คนใหม่ เขารับผิดชอบแต่ไม่เคยมีความรักให้สรวงสุดาแม้แต่น้อย จนเวลาผ่านไป 8 ปี ผู้หญิงที่กำลังหมดหวังอย่างสรวงสุดาก็สมหวัง เมื่อเธอตั้งท้องลูกสาวคนแรก จากที่นายอรรถวัฒน์ไม่ได้มาดูดำดูดีมากไปกว่าการเลื่อนขั้นมาเป็นคุณนายอัคราบริรักษ์ ก็เปลี่ยนมาเป็นการเอาใจใส่เมียที่ไม่รัก เพื่อรักษาลูกในท้องมอบความรักและเอาใจใส่ตั้งแต่อยู่ในท้อง อะไรที่คิดว่าเหมาะกับคนตั้งครรภ์ นายอรรถวัฒน์จะเหมาซื้อมาบำรุงสรวงสุดาทั้งสิ้น

     จนปัจจุบัน สรัญรัตน์ อัคราบริรักษ์ เติบโตเป็นสาวสวยสะพรั่ง เธออายุ 22 ปี มีคุณสมบัติครบถ้วนอย่างที่บิดาอยากให้เป็น ทั้งเรียนดี กีฬาเด่น กิริยามารยาทเรียบร้อย เก่งการบ้านการเรือน บิดาอยากให้เธอมาช่วยงานที่บริษัท อัครา (กรุ๊ป) จำกัด แต่สาวน้อยแสนสวยยังประวิงเวลาเพราะเพิ่งจบใหม่ ก็เลยอยากท่องเที่ยวกับเพื่อนๆ ให้หนำใจสักระยะ ผู้เป็นบิดาซึ่งรักลูกยิ่งกว่าอะไรทั้งสิ้น ก็ไม่ขัดใจและให้เวลาเธอได้มีอิสระอย่างเต็มที่

     “คุณแม่ขา นั่งคิดอะไรอยู่คะ” เสียงหวานใสดังมาแต่ไกล พร้อมร่างระหงสวยสดใสในชุดเดรสลายดอกน่ารักน่าใคร่ไปทั้งตัว สวมกอดคนเป็นแม่อย่างแสนรัก

     “จะไปไหนอีกล่ะตันหยง เอาแต่เที่ยวเล่นแบบนี้ เมื่อไหร่จะเข้าไปช่วยงานคุณพ่อเสียที”

     “หนูบอกคุณพ่อแล้วนะคะว่าขอเวลาอีกสักระยะ คุณพ่อก็ใจดี๊ใจดีอนุญาตให้หนูไปเที่ยวได้ตามใจชอบ ก่อนที่หนูจะเข้าไปช่วยงานคุณพ่อจริงๆ จังๆ”

     “เดี๋ยวนายธัชก็แย่งทุกอย่างไปจากแกหรอกตันหยง อ้อ...ฉันลืมบอกแกไป คุณมนธชัยลูกของคุณยศพล ตันติการุณ เขาอยากจะขอนัดแกไปทานข้าวสักมื้อ เมื่อวันก่อนแม่เจอทั้งพ่อทั้งลูก เขาก็เลยขออนุญาตแม่แล้ว และฉันก็ตกปากรับคำเขาแล้ว พรุ่งนี้เย็นแกแต่งตัวรอไว้แล้วกัน เอาให้สวยที่สุดที่คิดว่าจะทำได้เลยนะ คุณมนธชัยจะมารับแกไปดินเนอร์”

     สรัญรัตน์หน้าจ๋อยลงไปถนัดตา กี่ครั้งแล้วที่เธอถูกมารดาเจ้ากี้เจ้าการนัดหมายให้พบกับชายหนุ่ม กี่ครั้งที่เธอต้องแต่งตัวสวยๆ เพื่อจะออกไปทานข้าว ดูหนัง หรือแม้แต่ฟังเพลงกับผู้ชายที่มารดาคิดว่าเหมาะสม แต่เธอโชคดีที่เขาเหล่านั้นเป็นสุภาพบุรุษ แม้บางคนจะมีท่าทางกระลิ้มกระเหลี่ยให้เธอต้องหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เขาก็ไม่เคยฉกฉวยโอกาสจากเธอเลยสักครั้ง นั่นถือเป็นโชคดีของเธอ

     สำหรับมนธชัย ตันติการุณ ลูกชายเสี่ยใหญ่เจ้าของร้านทองหลายสาขาในกรุงเทพฯ สรัญรัตน์เคยพบกับเขาอยู่ 2 ครั้ง แต่ไม่เคยที่จะไปไหนมาไหนด้วยกันสักครั้ง ชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาว ร่างสูงเพรียวดูเป็นสุภาพบุรุษ ทุกครั้งที่ได้เจอ เธอจะเห็นรอยยิ้มน้อยๆ บนใบหน้าออกตี๋ของเขาเสมอ

     “อย่าทำหน้าเซ็งกะตายอย่างนี้น่ะตันหยง แกจะต้องมีผัวรวย เพราะอีกหน่อยพ่อแกจะเฉดหัวเราออกจากบ้านหลังนี้เมื่อไหร่ไม่รู้ ถ้ามีแต่ตัว เราจะไปอยู่ที่ไหนกัน”

     “คุณแม่คะ คุณพ่อไม่มีทางทำอย่างนั้นกับเราหรอกค่ะ คุณพ่อรักตันหยง”

     “แต่เขาไม่รักฉัน! รู้อะไรมั้ย ที่ฉันต้องทนอยู่กับคนที่ไม่รักเพราะอะไร ก็เพราะแกไง เพราะฉันไม่อยากเห็นแกลำบาก” สรวงสุดาทำเป็นโยงไยมาให้บุตรสาว ทั้งที่ก็รู้ว่านายอรรถวัฒน์รักบุตรสาวเพียงคนเดียวคนนี้มากแค่ไหน แต่รักลูก ไม่ได้รักแม่ของลูกนี่นา ตั้งแต่มีสรัญรัตน์ เขาก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาหาเธอในห้องนอนอีกเลย มีบางครั้งที่เธอเป็นฝ่ายเข้าไปหาเขา ทำเป็นประจบประแจงบีบนวด และบางครั้งเท่านั้นที่เขาจะหลงกลมีความสัมพันธ์กับเธอ

     “หนูเข้าใจคุณแม่ค่ะ หนูเป็นลูกก็ต้องเชื่อฟังและทำตามความต้องการของคุณแม่ อย่ากังวลเลยค่ะ ถึงยังไงหนูก็ปล่อยให้คุณแม่ลำบากแน่”

     “ดี ถ้าแกทำให้คุณพ่อหลงรักมากกว่านี้ไม่ได้ แกก็ต้องทำให้มนธชัยหลงเสน่ห์แกให้ได้”

     ‘เท่านี้ยังไม่พออีกหรือคะ’

เธออยากร้องถามมารดาถึงปริมาณความรักที่บิดามอบให้เธอ เพราะเธอแน่ใจว่าบิดารักเธอมากกว่าที่มารดาคิดไว้

สรัญรัตน์ผละจากมารดาแล้วเดินออกจากบ้านไป วันนี้เธอนัดเพื่อนๆ ไปกินเลี้ยงวันเกิดของเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่ม เพื่อให้สนุกกันเต็มที่เช่นเดิม เธอจะต้องข่มความน้อยอกน้อยใจจากมารดาเอาไว้ แล้วปั้นยิ้มบนใบหน้าให้แลเห็นว่ามีความสุขทั้งกายใจเหมือนเคย

“ว่าไงนะ ธัชชัย อัคราบริรักษ์ คือผู้ชายคนที่เหม่ยลี่หนีตามไปงั้นเหรอ”

     หยางโจวหมิงสปริงตัวลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวถามเป่าปง สายตาดุดันจ้องหน้าลูกน้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มือใหญ่กำแน่นจนเส้นเอ็นขึ้นบนหลังมือ

     “ครับคุณชายหยาง มันเป็นลูกชายคนโตของตระกูลอัคราบริรักษ์ครับ”

     “บัดซบเอ๊ย!!!” พญามังกรดำกวาดมือปัดข้าวของที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานลงพื้น แล้วทุบโต๊ะซ้ำดัง “ปัง!!!” ดวงตาและใบหน้าคมเข้มแบบคนเอเซียเปลี่ยนเป็นเขียวจัด

     “พวกมันกล้าทำแบบนี้เลยเรอะ มันกล้าเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของตระกูลหยางขนาดนี้เชียวเหรอ มันจะหยามกันมากเกินไปแล้ว!!!”

     “คุณชายครับ จะจัดการกับพวกมันเลยมั้ยครับ”

     “แล้วแกคิดว่าฉันจะเก็บพวกมันไว้ทำซากอะไรฉีอู่”

     ฉีอู่หลบปลายเท้าที่สะบัดใส่ได้อย่างเฉียดฉิว

     “เอ่อ...คุณหนูบอกว่า ถ้าใครไปตาม เธอจะไม่กลับมาเหยียบฮ่องกงอีกนะครับ”

     “พลั่ก!!!” ปลายรองเท้ามันปลาบเสยเข้าใส่ใบหน้าของเป่าปง เรียกเลือดให้กระเซ็นออกมาจากมุมปากเพราะปลายเท้าทั้งหนักและแรงนั้นทันที

     “โอ๊ย!”

     “แกจะเชื่อฟังเหม่ยลี่หรือเชื่อฟังฉันมากกว่าไอ้เป่าปง”

     “ไม่เห็นจะต้องถามเลยนี่ครับ” เป่าปงบอกเสียงอ่อย ครางหงิงต่อเล็กน้อย “อูย...ก็ต้องเชื่อฟังคำสั่งของคุณชายมากกว่าสิครับ”

     “แล้วแกจะพูดหาสวรรค์อะไร ไปเตรียมตัว เราจะข้ามฝั่งไปเมืองไทยกัน”

     “ครับ” ทุกคนในที่นั้นรับคำพร้อมกัน แล้วแยกย้ายกันไปเตรียมพร้อมในทุกอย่างที่ควรมีติดตัวสำหรับการเดินทางไปล้างแค้นคราวนี้

     “เดี๋ยวฉีอู่” หยางโจวหมิงร้องเรียกฉีอู่ไว้ก่อน

     “ครับคุณชาย”

     “แกบอกว่าไอ้ธัชชัยเป็นลูกชายคนโตของนายอรรถวัฒน์ แสดงว่านายอรรถวัฒน์ยังมีลูกอีกงั้นเหรอ”

     “ครับ เป็นลูกสาว ชื่อสรัญรัตน์ อัคราบริรักษ์”

     เพราะยุ่งกับธุรกิจพันล้าน จึงไม่มีเวลาสนใจกับเรื่องของศัตรู ยิ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันในเชิงธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หยางโจวหมิงลืมให้ความสนใจศัตรูของตระกูลหยาง

     “ไอ้ธัชชัยเป็นลูกชายของนายอรรถวัฒน์ ฉันยังพอจำได้ แต่ลูกสาวของนายอรรถวัฒน์ ทำไมฉันถึงไม่คลับคล้ายคลับคลามาก่อน”

     “เธอเป็นลูกที่เกิดจากเมียคนที่สองของนายอรรถวัฒน์ครับ เรื่องของเธอ ไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไหร่ ดูเหมือนว่าเมียคนนี้ของนายอรรถวัฒน์จะเป็นเมียจำใจมากกว่าพอใจครับ”

     “อืม...เอาไว้ไปถึงเมืองไทย ฉันคงมีข้อมูลมากกว่านี้ ไปเตรียมตัวเถอะ”

     หลังจากไล่ฉีอู่ออกไปจากห้อง หยางโจวหมิงก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต ภาพงานวันเกิดของมารดาและทิพวรรณ ก่อนที่เขาจะสูญเสียมารดาไปในวันเดียวกันนั้นผุดขึ้นในหัว จริงอยู่ที่เขาเห็นเพียงตอนที่มารดาเข้าห้องไอซียู และบิดาที่หมดสติไปหลายวัน แต่เขาจดจำได้ถึงความเจ็บปวดและการที่บิดายัดเยียดความเกลียดชังใส่หัวตั้งแต่อายุได้ 4 ขวบ ตอนนั้นเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่บิดาพร่ำบอก จนกระทั่ง...วันที่เขายืนอยู่หน้าหลุมฝังศพของบิดา

     ภาพข่าวการตายของหยางเฟ่ยหลงโดยมีนางทิพวรรณอยู่ในอ้อมแขน ทั้งคู่เหมือนคนที่กอดกันจนข่าวประณามความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ แต่โจวหมิงกลับไม่คิดว่าภาพนั้นจะเกิดขึ้นเพราะความรัก เขามั่นใจว่าบิดาเกลียดทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจากไปของมารดา ไม่มีใครที่เป็นข้อยกเว้น

     มือปืนที่ยิงบิดาและนางทิพวรรณจนเสียชีวิต หายเข้ากลีบเมฆ ในขณะนั้นเขายังเด็กเกินกว่าจะดำเนินเรื่องทุกอย่างด้วยตัวเอง

     มาบัดนี้ เขาไม่จำเป็นต้องตามหามือปืนนั้นแล้ว เพราะเขากำลังตามล้างแค้นไอ้คนจ้างวาน พวกอัคราบริรักษ์เป็นศัตรูหมายเลข 1 ไม่ว่าเพราะเหตุใดพวกมันถึงได้ฆ่านางทิพวรรณด้วยนั้นเขาไม่สน ที่เขาสนก็คือ พวกมันกำลังแย่งทุกอย่างไปจากเขา ทั้งพ่อ แม่ และน้องสาว เขาจะไม่ยอมให้มันแย่งเหม่ยลี่ไปได้สำเร็จ

     แค้นนี้ต้องชำระ!!!

     “โจวหมิง” เสียงนุ่มของแม่นมเทียนอี้เฟย คนที่เลี้ยงดูเขาแทนบิดาและมารดาดังขึ้น

     “มีอะไรครับ น้าอี้เฟย”

     “จะไปเมืองไทยเหรอ”

     “ผมจะไปตามเหม่ยลี่กลับบ้าน”

     “แค่ตามเฉยๆ รึเปล่า”

     โจวหมิงสบตาเทียนอี้เฟย แววตาของเขาทอแสงอ่อนโยนลง เขารวบร่างบางของแม่นมในวัย 55 ปี เข้ามากอด

     “ผมขอโทษนะครับ ที่ไม่สามารถทำอย่างที่น้าอี้เฟยต้องการ”

     พญามังกรดำรู้ดีว่าแม่นมของเขาต้องการให้เขาหยุดยั้งความโกรธแค้นในอดีต นี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เขาเพิกเฉยต่อศัตรูมาตลอด

     “น้าเป็นห่วงโจวหมิงและเหม่ยลี่”

     “ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลตัวเองเป็นอย่างดี และจะพาเหม่ยลี่กลับมาอย่างปลอดภัย”

     หยางโจวหมิงบอกราวกับให้คำสัญญาต่อแม่นมเทียนอี้เฟย แล้วเดินจากไปเงียบๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}