มณีน้ำเพชร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทนำ # 1

คำค้น : มาเฟีย , ฮ่องกง , พญามังกรดำ , คุณชายหยาง , ตันหยง , โหด

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.ย. 2560 14:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ # 1
แบบอักษร

บทนำ

ประเทศไทย พ.ศ.2528

     ร่างสูงใหญ่ของประมุขแห่งตระกูลหยางกำลังประคับประคองร่างอวบอิ่มของคุณนายหยาง ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ทายาทคนที่สองของตระกูล เด็กชาย หยางโจวหมิงในวัย 4 ขวบ มองภาพการแสดงความรักของพ่อและแม่ด้วยตาเป็นประกาย เด็กน้อยไม่รู้เรื่องรู้ราวแต่งกายด้วยชุดหล่อเหลาสมกับความเป็นคุณชายของตระกูลใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง วันนี้เป็นวันเกิดของมารดาหรือหยางเสี่ยวผิง คุณนายหยางผู้แสนงดงามซึ่งเกิดวันเดียวกับคุณทิพวรรณ อัคราบริรักษ์ ภรรยาของนักธุรกิจใหญ่ชั้นแนวหน้าของเมืองไทย

     ตระกูลหยางและตระกูลอัคราบริรักษ์ถือเป็นตระกูลเพื่อนซี้กันมาแสนนาน ยิ่งได้ร่วมทำการค้าขายด้วยกันแล้วก็ยิ่งเพิ่มความสนิทสนมจนแทบจะกลายเป็นครอบครัวเดียวกัน หยางเฟ่ยหลงประมุขของตระกูลมักจะเดินทางไปมาหาสู่กับนายอรรถวัฒน์ อัคราบริรักษ์ แม้กระทั่งการไปเที่ยวรอบโลกก็ยังไปด้วยกัน ทั้งคู่ดื่มน้ำร่วมสาบานว่าจะเป็นพี่น้องกันตลอดไป โดยไม่คิดว่าจะมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงความคิดนี้ในวันข้างหน้า

     “ผมดีใจมากที่พี่เฟ่ยหลงอุตส่าห์บินมาจัดงานวันเกิดพร้อมกับเราที่นี่” นายอรรถวัฒน์โอบนางทิพวรรณ เดินเคียงข้างหยางเฟ่ยหลงที่กำลังโอบคุณนายหยางไปจนถึงโต๊ะที่ประดับประดาด้วยเทียนหลากสี กลางโต๊ะมีเค้กก้อนโตสว่างไสวเพราะถูกจุดเทียนเตรียมพร้อมแล้ว

     “เกิดพร้อมกัน ก็ถือโอกาสเลี้ยงพร้อมกันไปเลย คนเยอะก็ยิ่งสนุกว่ามั้ย”

     “เค้กพร้อมแล้ว” เสียงใครบางคนบอก ก่อนเสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์พร้อมเสียงปรบมือจะดังขึ้น ทุกคนในที่นั้นมีรอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้า มองไปทางไหนก็เห็นแต่เพียงความสุขเหมือนกับเสียงเพลงที่ช่วยกันขับร้องประสานเสียง

     หยางเสี่ยวผิงจับมือทิพวรรณ เมื่อเสียงเพลงจบทั้งคู่ก็ก้มลงเป่าเค้ก

     “ขอให้พี่เสี่ยวผิงมีความสุขสมหวังและมีรักที่ยั่งยืนนาน มีหลานที่น่ารักให้ทิพอีกคนนะคะ” ทิพวรรณอวยพรหยางเสี่ยวผิง พร้อมกับบีบมือนุ่มของคุณนายหยาง

     “พี่ก็ขอให้น้องทิพมีความสุขสมหวังและมีหลานให้พี่ไวๆ นะจ๊ะ” คุณนายหยางอวยพรยิ้มๆ แล้วทั้งคู่ก็สวมกอดกัน

     ในขณะที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขกายสุขใจและบรรยากาศที่แสนจะงดงาม หยางเสี่ยวผิงก็รู้สึกถึงความผิดปกติเหนือหน้าท้องนูนใหญ่ของตน อาการเจ็บแปลบเกิดขึ้นเป็นระยะๆ และทวีความหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าเจ็บปวดของหยางเสี่ยวผิงทำให้ทิพวรรณและคนรอบข้างต้องมองอย่างเป็นห่วง

     “พี่เสี่ยวผิงเป็นอะไรไปคะ” ทิพวรรณร้องถาม ในขณะที่หยางเฟ่ยหลงเข้ามาประคองร่างภรรยา

     “นั่นสิ เสี่ยวผิงเป็นอะไรไป เจ็บท้องเหรอ”

     “อูย...พี่เฟ่ยหลง ดูท่าว่าลูกเราอยากออกมาดูโลกแล้วค่ะ”

     “จริงเหรอ งั้นไป พี่จะพาเสี่ยวผิงไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”

     “ให้เอกรัตน์ขับรถไปให้นะคะ เอ...หรือว่าเราจะไปพร้อมกันหมดแล้วให้คุณอรรถขับรถให้” ทิพวรรณออกความเห็นพลางซับเหงื่อบนใบหน้าของหยางเสี่ยวผิง

     “ให้ผมขับรถให้ดีกว่านะครับ คุณอรรถกับคุณทิพค่อยขับรถตามมา จะได้ไม่เบียดกันเกินไป” เอกรัตน์รีบบอก

     ความหวังดีของเขาไม่ถูกปฏิเสธ เพราะไม่มีใครอยากเสียเวลาต่อล้อต่อเถียงกันสักนาทีเดียว และหยางเฟ่ยหลงก็เป็นห่วงภรรยาจนไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติ สายตาของคนที่อาสาอยากเป็นสารถีมองคุณนายหยางและท้องโตๆ ของเธอยังไง สายตาลุกวาวแปลกประหลาดนั้นไม่มีใครได้เห็น

     ในเวลาต่อมาในรถคันหรูของตระกูลอัคราบริรักษ์คันแรก จึงมีเอกรัตน์เป็นสารถีและมีประมุขกับคุณนายหยางอยู่บนเบาะหลัง

     เสียงโอดครวญดังเป็นระยะพร้อมกับเหงื่อเม็ดโตที่พร้อมใจกันผุดขึ้นเต็มใบหน้า มือบางจิกบนหลังมือหนาของสามีแน่นราวกับต้องการถ่ายทอดความเจ็บปวดให้ได้รู้ แต่หยางเฟ่ยหลงก็ยินดีที่จะรู้จักความเจ็บปวดก่อนความยินดีจังบังเกิด

     “ทำใจดีๆ ไว้นะเสี่ยวผิง ไม่ต้องกังวล ลูกเราคนนี้จะต้องแข็งแรง”

     “โอ๊ย! พี่เฟ่ยหลง” สิ้นคำถุงน้ำคร่ำก็แตกโพละ น้ำใสๆ ไหลอาบเรียวขาอวบ “ลูก...ลูก...”

     “นี่นาย! ขับรถเร็วๆ กว่านี้ไม่ได้รึไง หรือจะให้ฉันขับเอง ห๊า!!” เพราะความเร็วรถที่ไม่ต่างจากเต่าคลานนักในความคิดของหยางเฟ่ยหลง ทำให้เขาเกือบกระชากคอเสื้อคนขับรถแล้วอัดให้ยับคาพวงมาลัย แต่เพราะมีร่างอิ่มในอ้อมแขนสิ่งที่ทำให้จึงเป็นเพียงตะคอกเสียงหลง

     “จะช้าจะเร็ว เด็กก็ต้องออกอยู่วันยังค่ำ แต่...”

     “แต่อะไร” ด้วยความเป็นมาเฟียทำให้ประมุขของตระกูลหยางเอะใจ หากแต่มือยังไม่ทันดึงปืนออกมาจากซอกแขน ปืนอีกกระบอกก็หันมาหาเมียรักเสียก่อน “นี่แก!!! จะทำอะไร”

     “ตายไง ไปคลอดลูกในนรกพร้อมกัน 3 คน เลยดีกว่า”

     สิ้นคำพูดคันเร่งก็ถูกเหยียบจนจม รถคันงามพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวติดปีก หยางเฟ่ยหลงกอดภรรยาไว้แน่น ถ้าไม่ถูกจ่อด้วยกระบอกปืนล่ะก็ เขาสาบานว่าจะจบคำพูดของมันพร้อมชีวิตของตัวมันเอง แต่แบบนี้เขาไม่อยากเสี่ยง

     “แกต้องการอะไร ทำแบบนี้เพื่ออะไร”

     “ผมต้องการในสิ่งที่พวกคุณไม่มีทางให้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถาม เตรียมตัวตายพร้อมกันดีกว่า ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”

     ภาพตรงหน้ารวดเร็วจนแทบจะมองอะไรไม่เห็น เมื่อรถคันโก้เสียหลักพลิกหลายตลบ หยางเฟ่ยหลงมองเห็นภาพปัจจุบันทันด่วนเบลอ รับรู้ได้ถึงแรงเหวี่ยงไปมาจนเจ็บไปทั่วร่างและจากนั้นสติของเขาก็ดับวูบไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป

     “คุณอรรถดูนั่นสิคะ” ทิพวรรณตกตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นจนแทบเป็นลม จู่ๆ รถของหยางเฟ่ยหลงและหยางเสี่ยวผิงก็เร่งความเร็วแล้วตีลังกาหลายตลบ

     “คุณพ่อ คุณแม่!!!” เสียงเด็กชายหยางโจวหมิงร้องลั่นรถ ดวงตาคู่นั้นเบิกค้างก่อนน้ำตาจะค่อยๆ กลิ้งลงอาบสองแก้ม

     ณ โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

     นายอรรถวัฒน์เดินวนอยู่หน้าห้องไอซียู โดยมีนางทิพวรรณและคุณชายน้อยหยางโจวหมิงนั่งตัวสั่นอยู่เคียงข้างกัน ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่มีใครคิดว่าวันเกิดที่เกือบจะควบสามจะกลายเป็นวันเสียน้ำตา และไม่อาจลืมเลือนได้

     “คุณพ่อ คุณแม่ของผมจะเป็นอะไรมั้ยฮะ” คุณชายน้อยหยางโจวหมิงเงยหน้าตาแดงช้ำมองไปทางห้องไอซียู ทิพวรรณกอดร่างน้อยแน่นจนรู้สึกได้ถึงน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อเนื้อดีของเธอ

     “คุณหยางจะต้องไม่เป็นอะไร เชื้อน้านะจ๊ะ”

     แต่ไม่ว่าเธอจะปลอบใจเด็กน้อยยังไง ร่างเล็กก็ยังสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่หาย เธอรู้ดีว่าการปลอบโยนคงไม่เป็นผล แต่เธอไม่มีหนทางจะทำอะไรอีกแล้ว

     “คุณหมอ อาการคนเจ็บเป็นยังไงบ้างครับ” นายอรรถวัฒน์ละล่ำละลักถามหมอและรอฟังคำตอบจนใจสั่นระรัว

     “เด็กปลอดภัยครับ เป็นผู้หญิง แต่...แม่ของเด็ก หมอพยายามจนสุดความสามารถแล้ว เสียใจด้วยครับ”

     “แล้วหยางเฟ่ยหลงล่ะหมอ บอกผมว่าหยางเฟ่ยหลงเป็นยังไงบ้าง”

     “คุณหยางเฟ่ยหลงยังไม่ได้สติครับ เราต้องรอให้ฟื้นก่อนถึงจะตอบได้ว่าปลอดภัยหรือไม่”

     “คุณหมอต้องช่วยหยางเฟ่ยหลงให้ได้ ไม่ว่าจะเสียเงินเท่าไหร่ ผมก็ยอม”

     คุณหมอถอนใจอย่างหนักอก แต่ก็ยอมพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในห้องไอซียูอีกครั้ง

     เวลาผ่านไป 3 วัน หยางเฟ่ยหลงก็ลืมตาขึ้นมา สร้างความอลหม่านไปทั่วโรงพยาบาล เมื่อมาเฟียแห่งเกาะฮ่องกงต้องการให้หมอยื้อชีวิตของเมียรัก

     “คุณหยางเสี่ยวผิงเสียชีวิตไป 3 วันแล้วนะครับ”

     “ผมไม่สน แต่หมอจะต้องทำให้เธอหายใจให้ได้”

     ไม่พูดเปล่า แต่ปืนในซองที่เหน็บข้างเอวของลูกสมุนถูกดึงไปจ่อหน้าหมอ ริมฝีปากบางเฉียบแสยะยิ้มให้รู้ว่าไม่มีอะไรจะเสีย นอกจากต้องการขอชีวิตของเมียรักคืน

     “พี่เฟ่ยหลงอย่า!” นายอรรถวัฒน์เข้ามาห้ามแล้วแย่งปืนไปจากมือหนา แต่หยางเฟ่ยหลงสติแตกซัดกำปั้นเข้าใส่ใบหน้าของเพื่อนรักเต็มแรง

     “แกน่ะ พวกแกทุกคนจะต้องชดใช้” เขาบอกเสียงลอดไรฟัน ชี้หน้านายอรรถวัฒน์อย่างโกรธแค้น ดวงตาบนใบหน้าแตกยับแดงก่ำและวาวโรจน์ ร่างใหญ่ยังอยู่ในชุดคนไข้ใต้ผืนผ้านั้นมีบาดแผลหลายจุด แต่เวลานี้ความเจ็บปวดทางใจมันมากกว่าความเจ็บปวดทางกายจนวัดค่าไม่ได้

     “พี่เฟ่ยหลง มันเป็นอุบัติเหตุนะคะ” ทิพวรรณร้องบอก เข้าไปประคองสามีที่ทรุดเพราะหมัดลุ่นๆ

     “ใครว่า ไอ้เอกรัตน์มันตั้งใจจะฆ่าพวกฉันให้ตายไปพร้อมมัน ไอ้ชั่วนั่นมันต้องถูกใครสั่งให้ทำแน่ๆ พวกแกใช่มั้ย พวกอัคราบริรักษ์สั่งให้ฆ่าพวกฉันใช่มั้ย ทำไม!!!”

     แล้วบุรุษพยาบาลก็แห่กันเข้ามาจับร่างหยางเฟ่ยหลง แล้วฉีดยาระงับประสาทให้จนร่างใหญ่อ่อนระทวยลง นั่นแหละความอลหม่านถึงได้หมด หากแต่ร่างเล็กที่ซุกเงียบอยู่เบื้องหลังลูกน้องคนหนึ่งของหยางเฟ่ยหลง มองดูเหตุการณ์นั้นและจดจำทุกคำพูดของพ่อฝังใจ

     นายอรรถวัฒน์และนางทิพวรรณติดตามเรื่องนี้กับตำรวจอย่างเหนียวแน่น และได้ความว่าทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วเกินไป ทำให้รถเสียหลักพลิกคว่ำและเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นดังกล่าว

     เมื่อประมุขแห่งตระกูลหยางรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาถูกพันธนาการด้วยเชือกที่มัดข้อมือไว้กับเตียงคนไข้ เขาดิ้นรนเยื้อยุดและตะโกนเสียงดัง จนคุณชายน้อยอย่างหยางโจวหมิงต้องเดินเข้ามาหา เป็นผลให้บิดาสงบสติอารมณ์ได้ไม่ยาก

     “โจวหมิงลูกพ่อ”

     “คุณพ่ออย่าดิ้นนะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะเจ็บอีก” เด็กน้อยพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความเป็นเด็กอ่อนใสต่อทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกกลมๆ ใบนี้ ทำให้ดวงตาของบิดาเอ่อด้วยน้ำตา

     “พ่อไม่เจ็บลูก แต่...แม่ของลูกเจ็บจนตาย เพราะมัน เป็นเพราะพวกมันทั้งหมด โจวหมิง เข้ามาใกล้ๆ พ่อหน่อยสิลูก”

     ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ ศีรษะของเด็กน้อยสูงถึงขอบเตียงคนไข้ที่บิดานอนอยู่

     “ถ้าพ่อเป็นอะไรไป จำเอาไว้นะโจวหมิง พวกอัคราบริรักษ์ไม่ใช่คนดี พวกมันไม่ใช่พวกเราอีกต่อไป”

     “แต่...อาอรรถกับน้าทิพ บอกผมว่าไม่รู้เรื่อง เอก...”

     “อย่าไปเชื่อ ไอ้เอกรัตน์เป็นคนของพวกมัน ถ้าไม่ได้รับคำสั่งแล้วมันจะกล้าปลิดชีวิตตัวเอง เพื่อฆ่าพ่อกับแม่รึ”

     คุณชายน้อยตระกูลหยางสบตาบิดาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ใจสะอาดของเด็กน้อยยังไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดี อากับน้าชาวไทยก็เป็นคนดีมาตลอด แต่นี่ก็พ่อจะไม่เชื่อก็กระไรอยู่

     “นี่ยังดีที่ลูกกับน้องรอดมาได้ ต่อไปโจวหมิงจะต้องเป็นพญามังกร ลูกจะต้องเข้มแข็งและห้ามใจอ่อนเด็ดขาด ศัตรูมันจะใช้ความใจอ่อนเป็นช่องทางทิ่มแทงเรา ต่อไปนี้ระหว่างตระกูลหยางและอัคราบริรักษ์ จะไม่มีคำว่าเพื่อน พวกมันคือศัตรูของเรา จำไว้นะโจวหมิง”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น