อ๊อบซอ
facebook-icon Twitter-icon

ขอขอบคุณหลีดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ขอบคุณทุกยอดวิว ทุกติดตาม ทุกคอมเม้น ทุกไลค์ และยอดสนันสนุน มันคือกำลังใจที่ทำให้ไรท์เขียนนิยายให้ทุกคนได้อ่านกัน ไรท์ยังเป็นมือใหม่อยู่ ติชมกันได้ ไรท์จะนำไปแก้ไขให้ดีขึ้น ฝากนิยายของ "อ๊อบซอ" ด้วยนะคะ //โค้งคำนับ

ชื่อตอน : Bad brother :: ตอนที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 59.9k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ต.ค. 2562 03:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Bad brother :: ตอนที่ 3
แบบอักษร

Bad brother แอบรักร้าย ผู้ชายต้องห้าม 

ตอนที่ 3 

 

ตอนเย็นเมฆกลับมาจากโรงเรียน เนื่องจากวันนี้เขาสอบเป็นวันสุดท้าย เมื่อเข้ามาในบ้านเมฆเจอแม่ที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกับพ่อของเขาที่กำลังอ่านหนังสือวารสารประจำวันอยู่ 

“เอ้าเมฆ กลับมาแล้วเหรอลูก ขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมาทานอาหารค่ำนะจ๊ะ อาหารเสร็จแล้ว” คุณหญิงสุดาบอกลูกชาย 

“ครับแม่” เมฆตอบรับและขึ้นไปอาบน้ำที่ห้อง หลังจากวันที่เด็กคนนั้นได้เข้ามาอยู่ในบ้านหลังเดียวกับเขามันก็ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว เมฆทำตัวเหมือนอย่างปกติเพียงแต่ตรงไหนที่มีอิงฟ้าหรืออะไรที่เกี่ยวกับอิงฟ้าเขาจะทำเป็นไม่รับรู้มัน เสมือนอิงฟ้าไม่เคยมีตัวตนภายในบ้านเลย เมฆเองก็คุยกับอิงฟ้าแทบนับคำได้ด้วยซ้ำ แม่และพ่อให้อิงฟ้านอนห้องที่อยู่ติดกับห้องของเขา เมฆจึงต้องเดินผ่านห้องของอิงฟ้าทุกครั้งก่อนถึงห้องของตัวเอง เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเมฆจึงเดินออกจากห้องเพื่อทานอาหารค่ำอย่างทุกวัน 

แกร๊ก!  

แอ๊ดดด 

เสียงเปิดประตูจากห้องข้างๆ ดังขึ้นในตอนที่เมฆเดินผ่านพอดี 

“อะ เอ่อ พี่เมฆ จะไปทานข้าวเหรอครับ” อิงฟ้าเอ่ยถามเมื่อบังเอิญเปิดประตูมาเจอเมฆพอดี อิงฟ้าเองมักทำตัวไม่ถูกเวลาต้องคุยกับเมฆ แต่เพราะแม่ของเขาขอให้อิงฟ้าพยายามเอาชนะใจเมฆให้ได้อิงฟ้าจึงต้องทำใจดีสู้เสือพยายามเข้าหาเมฆก่อนเสมอแต่ทุกครั้งเมฆก็จะปลีกตัวออกห่างหรือทำเหมือนเขาเป็นธาตุอากาศเสมอ เมฆชะงักหยุดมองอิงฟ้าเล็กน้อย เขาเหยียดยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นชุดนอนเหมือนเด็กที่อิงฟ้าสวมใส่ 

“ใส่ชุดปัญญาอ่อนดีนะ” พูดเสร็จก็เดินลงบันไดไปข้างล่างโดยไม่รอฟังว่าอิงฟ้าจะพูดอะไร 

“ชุดนอนเรามันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ” อิงฟ้ามองตามเมฆที่เดินลงบันไดไปแล้วก้มลงมองชุดนอนที่ตนเองใส่อยู่ ชุดนอนสีฟ้า ลายการ์ตูนธรรมดา ปัญญาอ่อนตรงไหนกัน อิงฟ้าสลัดความคิดที่ก็รู้อยู่ว่าเมฆไม่ชอบเขาคงไม่มีทางพูดดีด้วยอยู่แล้ว แล้วเดินลงบันไดไปทานอาหารเช่นกัน 

“มากันแล้วเหรอลูก มานั่งสิจ๊ะ แต้วตักข้าวเลยนะ” คุณหญิงสุดาบอกลูกทั้งสองคนให้นั่งลงก่อนหันไปบอกสาวใช้ให้ตักข้าวให้กับทุกคน 

“อิงลูกไปนั่งใกล้ๆ พี่เมฆสิจ๊ะ” อิงฟ้าทำท่าทียึกยักอย่างไม่กล้านั่ง เพราะเมื่อสามวันก่อนคุณหญิงสุดาให้อิงฟ้าย้ายไปนั่งฝั่งเดียวกับเมฆแทน ถึงแม้จะผ่านมาสามวันแล้วแต่เขาก็ไม่ชินสักที 

“ครับ คุณแม่” อิงฟ้านั่งลงและทานข้าวอย่างเงียบๆ เพราะปกติก็พูดน้อยอยู่แล้ว 

“วันนี้สอบวันสุดท้ายใช่ไหมเมฆ เป็นไงบ้างล่ะ ทำได้ไหม” วิรุธถามลูกชาย 

“ก็ดีครับ ไม่ยาก ไม่ง่าย” เมฆตอบแบบขอไปทีตามปกติของเขา 

ต่างคนก็ต่างทานอาหารกันไป มีพูดคุยบ้างแต่ส่วนมากจะเป็นสุดาและวิรุธคุยกันเสียมากกว่า จนเวลาผ่านไปทุกคนทานอาหารเสร็จเมฆจึงเอ่ยขึ้น 

“คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมตั้งใจจะไปเมืองนอกทันทีที่สอบเสร็จนะครับ” เมฆพูดถึงจุดประสงค์ที่ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกขึ้นมา 

“ทำไมรีบไปจังล่ะลูก อย่างนี้แม่ก็คิดถึงลูกแย่ล่ะสิ ค่อยไปตอนใกล้ๆ เปิดเทอมไม่ได้เหรอลูก” คุณหญิงสุดาพยายามเกลี้ยกล่อมลูกชายให้ยืดเวลาออกไปอีกสักระยะ เมื่อกำหนดการร่นเข้ามาเร็วกว่าเดิมมาก 

“ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่อยากอยู่บ้านที่มี ‘คนนอก’ อยู่ด้วยนานๆ ผมรำคาญ” เมฆพูดบอกอย่างจงเกลียดจงชัง โดยที่ไม่ต้องบอกชื่อก็รู้ว่าหมายถึงใคร อิงฟ้าชะงักไปทันทีกับคำพูดเสียดสีถึงตน อิงฟ้าก้มหน้ามองหน้าตักตนเองนิ่ง 

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะเมฆ ไม่น่ารักเลยนะ นั่นก็น้องของลูกเหมือนกันนะจ๊ะ” ทันทีที่ได้ยินคำพูดของลูกชายคนโต คุณหญิงสุดาหันมองไปทางอิงฟ้า หล่อนรู้สึกสงสารลูกคนเล็กทันที ไม่ว่าพูดยังไงเมฆก็ยังไม่ชอบอิงฟ้าอยู่ดี 

“ผมเคยบอกไปแล้วไงครับ ว่าผมไม่นับญาติด้วย! ผมอิ่มแล้วขอตัวนะครับ” เมื่อพูดจบเมฆจึงลุกเดินขึ้นห้องไปทิ้งไว้เพียงโต๊ะทานข้าวที่เงียบสนิท สุดาและวิรุธมองหน้ากันแต่ก็จนใจเพราะทำอะไรไม่ได้ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับเวลาต้องรอให้เมฆเปิดใจสักครั้ง 

“อิงฟ้า ลูกอย่าถือสากับคำพูดพี่เมฆเลยนะลูก พี่เขาคงอารมณ์ไม่ดี ให้เวลาพี่เขาหน่อยนะ” คุณหญิงสุดาพยายามปลอบลูกชายอีกคน ที่เหมือนจะซึมไปทันทีที่เมฆพูดอย่างนั้นออกไป 

“ครับ ผมไม่เป็นไร ผมอิ่มแล้ว ขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะครับ” อิงฟ้าเงยหน้ามองผู้เป็นแม่และพ่อฝืนยิ้มตอบเล็กน้อยก่อนขอตัวเดินขึ้นห้องไป เมื่อถึงห้องอิงฟ้านอนคว่ำหน้าบนเตียงใหญ่แล้วร้องไห้ออกมาทันทีอย่างไม่อาจเก็บมันไหวอีกต่อไป เขาเกือบจะร้องไห้ตอนอยู่ที่โต๊ะทานข้าวด้วยซ้ำแต่ต้องทนเอาไว้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวที่ได้มาต้องแลกมาซึ่งพี่ชายที่ไม่ชอบหน้าเขาเอาซ่ะเลย 

“ฮือๆ ๆ ทำไมนะ ทำดียังไงก็ไม่เคยดีในสายตาพี่เลยใช่ไหม อึก ผมผิดมากเลยเหรอที่มาที่นี่ ฮึก เพียงเพราะอยากมี พ่อกับแม่เหมือนคนอื่นเขาบ้าง อึก ก็เท่านั้นเอง ฮื้อๆ ๆ” อิงฟ้าปล่อยน้ำตาแห่งความเสียใจออกมา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องร้องไห้เสียใจกับคำพูดเสียดสี ดูถูกของเมฆ แต่ก็ทำได้แค่ร้องไห้เพื่อระบายความเสียใจเท่านั้น ถึงเสียใจยังไงก็ท้อไม่ได้เขาตัดสินใจมาอยู่ที่นี่แล้วคงต้องทนหรือไม่ก็เอาชนะใจของเมฆให้ยอมรับเขาให้ได้ อิงฟ้าร้องไห้จนเพลียเขาเผลอหลับไปพร้อมหยดน้ำตาที่อาบแก้มและหมอนที่เปียกชื้นในคืนนั้น 

 

(เวลา 08:00 น.)  

เช้านี้เป็นกำหนดการที่เมฆต้องไปต่างประเทศเพื่อศึกษาต่อ ป.ตรีที่อังกฤษ เมฆเก็บเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ที่ต้องใช้ใส่กระเป๋าเรียบร้อยแล้วและกำลังขนขึ้นรถที่ใช้เดินทางไปสนามบิน 

“เดินทางดีๆ นะลูก รักษาตัวด้วยนะ” คุณหญิงสุดากอดลูกชายคนโต ลูบหัวเบาๆ และอวยพรให้เดินทางปลอดภัย 

“ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ พ่อกับแม่คงไม่ได้ไปส่งแกที่สนามบิน” วิรุธตบบ่าลูกชายเบาๆ เขาและภรรยามีธุระสำคัญที่ต้องจัดการในวันนี้จึงไปส่งเมฆที่สนามบินไม่ได้ 

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะครับ ผมดูแลตัวเองได้ งั้นผมไปแล้วนะครับ” เมฆกระชับกระเป๋าสะพายตั้งท่าจะเดินไปขึ้นรถเมื่อร่ำลาเสร็จแล้ว 

“เดี๋ยวสิลูก รออิงฟ้าแป๊บนึงนะ แม่เห็นทำอะไรก็ไม่รู้อยู่ในครัวตั้งแต่เช้า ใครก็ได้ไปตามอิงฟ้ามาหน่อย เมฆจะไปแล้วนะ” คุณหญิงสุดาบอกลูกชายก่อนหันไปสั่งสาวใช้แถวนั้นให้ไปตามอิงฟ้ามา 

“อย่าเลยครับ ไม่มานั่นแหละดีแล้ว ผมไปแล้วนะครับเดี๋ยวตกเครื่อง ผมลาล่ะครับคุณพ่อคุณแม่ สวัสดีครับ” เมฆพูดจบก็ขึ้นรถทันที โดยไม่รอให้เสียเวลา เพราะไม่มีใครสำคัญให้ต้องรออยู่แล้ว 

ปรื้นนนน 

“เดี๋ยวครับ รอก่อน รอผมด้วยพี่เมฆ” อิงฟ้ารีบวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากครัวแต่ก็ไม่ทันแล้ว ทันทีที่ทำแซนด์วิชเสร็จ เขากะว่าจะทำของว่างให้เมฆทานรองท้องระหว่างรอขึ้นเครื่องเผื่อเมฆจะหิว แต่กลับตื่นสายซ่ะได้ เลยทำให้คลาดกับเมฆที่ออกไปก่อนเพียงนิดเดียว 

“เอ้า อิงลูกมัวทำอะไรอยู่ มาไม่ทันพี่เมฆเลย แล้วนั้นถืออะไรอยู่ในมือน่ะ” คุณหญิงสุดาถามอิงฟ้าเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กวิ่งออกมาจากในครัว 

“ผมทำแซนด์วิชไว้ให้พี่เมฆทานน่ะครับ ผมกลัวว่าพี่เมฆจะหิว แต่ก็ไม่ทัน” อิงฟ้าพูดเสียงแผ่ว ก้มหน้านิ่งเพราะเสียดายแซนด์วิชที่ตั้งใจทำไว้แต่ไร้คนทาน 

“โถ่ ไม่เป็นไรนะลูก เอาไว้ทำให้พี่เขาทานคราวหลังก็ได้เนอะ ไม่ต้องเสียใจนะจ๊ะ” คุณหญิงสุดาปลอบลูกชายคนเล็ก 

“ครับคุณแม่ ไว้คราวหลังก็ได้” อิงฟ้าพอจะยิ้มขึ้นมาได้อีกครั้งหลังจากคิดว่าไว้ว่าทำให้ทานคราวหลังก็ยังมีไม่สาย 

 

(4 ปีผ่านไป)  

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่ออิงฟ้าเรียนจนจบ ม.6 จากเด็กตัวเล็กในวันนั้นกลับโตขึ้นเป็นหนุ่มเต็มตัวเมื่ออายุครบสิบแปดปี อิงฟ้าโตขึ้น สูงขึ้นเล็กน้อยแต่ยังผอมบางคงเพราะกรรมพันธุ์ หน้าตาที่ออกไปทางหวานมากกว่าหล่อจนหนุ่มๆ ตามจีบกันตรึมแต่อิงฟ้าก็ไม่เคยสนใจใคร เขาตั้งใจเรียนให้สมกับที่พ่อและแม่เสียเงินค่าเทอมให้แต่ละบาทอยากรู้คุณค่า จนจบออกมาด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงที่สุดของห้อง เป็นที่รักใคร่ของครูบาอาจารย์และคนรอบข้างรวมถึงสุดาและวิรุธที่มีความสุขที่ได้ลูกชายที่ทั้งน่ารัก และเก่งไปซ่ะทุกเรื่อง และอีกไม่กี่วันก็จะครบกำหนดเมฆกลับมาบ้านแล้ว เมฆเรียนจนจบ ป.ตรี สาขาการบริหารจากอังกฤษในระยะเวลาสี่ปีระหว่างที่อยู่ที่โน่นเขามักจะโทรหาพ่อและแม่ที่ไทยบ่อยๆ แต่ไม่เคยได้กลับมาเลยสักครั้งแม้จะปิดเทอม เมฆอ้างว่าเขาขี้เกียจนั่งเครื่องบินไปกลับนานๆ ทั้งที่สุดาและวิรุธก็รู้ว่าสาเหตุที่แท้จริงนั้นคงหนีไม่พ้นอิงฟ้าที่ทำให้เมฆไม่อยากกลับบ้าน แต่พวกเขาไม่คิดโทษใคร ถ้าจะโทษก็คงเป็นตัวพวกเขาเอง พวกเขาทั้งสามรวมถึงอิงฟ้าก็ยังรอวันที่เมฆจะเปิดใจรับอิงฟ้าเป็นน้องได้จริงๆ สักที 

เมื่อถึงวันที่เมฆจะกลับอิงฟ้าตื่นเต้นมาก เช้านี้อิงฟ้าตื่นแต่เช้ามาทำอาหารหลากหลายอย่างร่วมกับแม่ครัวในบ้าน เพื่อต้อนรับลูกชายคนโตกลับมา ทุกคนต่างตื่นเต้นกันใหญ่ไม่เว้นแม่แต่สุดาและวิรุธที่ตื่นเช้ามารอลูกชาย 

ปี้นนนน 

ปรื้นนนน 

เอี๊ยดดด!  

“มาแล้วๆ มาถึงแล้ว ทุกคนมายืนรอต้อนรับคุณเมฆหน้าบ้านเร็ว” เสียงรถที่มาจอดหน้าบ้านทำให้รู้ว่าต้องเป็นคนที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้วแน่ๆ จึงต่างพากันไปยืนรอต้อนรับเมฆที่หน้าประตูกัน 

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณเมฆ/ครับคุณเมฆ” ทุกคนพูดพร้อมกันพร้อมกับโค้งคำนับ 

“สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่” เมฆยิ้มให้กับทุกคนที่มายืนรอต้อนรับ และสวัสดีพ่อและแม่ของตน เมฆในวัยยี่สิบสามปี เขาโตเป็นหนุ่มเต็มตัวด้วยเพราะมีเชื้อลูกครึ่งอยู่ในสายเลือด เมฆตัวสูงขึ้นตอนนี้เขาสูง 187 ซม. หนาสมส่วน ใบหน้าคมเข้มเกลี้ยงเกลาและดูหล่อเหลากว่าเมื่อสี่ปีก่อนมาก 

“ไหนมาให้แม่ชื่นใจหน่อยสิ ฟอดด คิดถึงจังเลยลูกแม่” คุณหญิงสุดากอดหอมลูกชายอย่างคิดถึง 

“ยินดีต้อนรับไอลูกชาย” วิรุธเอ่ยขึ้น ตบบ่าเมฆเบาๆ ตามแบบผู้ชายที่แสดงออกด้านความรักไม่เก่งนัก 

“ผมดีใจที่พี่เมฆกลับมา เอ่อ หมายถึงทุกคนคิดถึงพี่เมฆนะครับ” อิงฟ้ามองคนตรงหน้าที่ดูแปลกตาจากเมื่อก่อน เมฆโตขึ้นมากจริงๆ สมกับที่เป็นลูกชายคนโตของบ้าน 

“ฉันก็เช่นกัน ดูโตขึ้นเยอะเลยนะ อิงฟ้า” เมฆสบตาอิงฟ้าที่ดูโตขึ้นกว่าแต่ก่อนเล็กน้อย ตอนนี้อิงฟ้าสูง 174 ซม. หน้าหวาน ร่างผอมบาง และนัยน์ตากวางที่สุกสกาวเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน ถึงเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแต่ความรู้สึกข้างในก็ยังเหมือนเดิม เพียงมันรอเวลาที่จะปะทุขึ้นมาเหมือนลาวาที่ร้อนจัดพร้อมที่จะแผดเผาทุกอย่างที่ขวางหน้ามัน เมฆยกยิ้มมุมปากยิ่งเห็นหน้าอิงฟ้าเขาแทบระงับความรู้สึกเกลียดชังข้างในไว้ไม่อยู่ 

//ในเมื่ออยากอยู่ที่นี่ ก็จงอยู่ให้ได้ตลอดไปก็แล้วกัน หึ// 

ความคิดเห็น