star_ss

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

EP.16 เคลียร์ปัญหาคาใจ【ทิว❤มิน】

ชื่อตอน : EP.16 เคลียร์ปัญหาคาใจ【ทิว❤มิน】

คำค้น : EP.16 ทิวมิน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2560 22:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.16 เคลียร์ปัญหาคาใจ【ทิว❤มิน】
แบบอักษร

Update on 01.09.2017



【EP.16 เคลียร์ปัญหาคาใจ】​



วันนี้ผมทำหน้าที่ควบสองตำแหน่งไปพร้อมๆ กัน ตำแหน่งลูกชายสุดที่รักกับลูกเขยสุดที่รักไงล่ะครับ งานนี้เล่นเอาเหนื่อยเลยก็ว่าได้เพราะคุณแม่ทั้งสองเล่นช๊อปปิ้งกันกระจายจนผมเดินวนรอบห้างเกือบสิบรอบ เหนื่อยครับ เพลียด้วย พอคุณแม่ยังสาวทั้งสองซื้อของกันจนเต็มรถก็ได้เวลากลับบ้านสักที



ผมทำหน้าที่ขับรถไปส่งคุณแม่ทั้งสองจนถึงหน้าบ้านแล้วหอบหิวของไปส่งในบ้านก่อนจะบอกลาท่านแล้วขับรถกลับมาคอนโด ตอนแรกผมว่าจะเลยไปรับมินก่อนกลับแต่มินบอกขออยู่ต่ออีกนิดเดี๋ยวกลับก่อนเที่ยงคืนตามสัญญาแน่ๆ ผมเลยสั่งว่าถ้าจะกลับให้โทรมาบอกแล้วผมจะขับรถไปรับมินก็ยอมตกลงแต่โดยดี



วันนี้งานการไม่เป็นอันทำหรอกครับเพราะมีเรื่องให้คิดจนเหนื่อย ทั้งเรื่องงานที่เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ยอดขายมากขึ้น รายได้มากขึ้นงานกับสิ่งที่ผมรับผิดชอบก็มากขึ้นตามไปด้วย ไหนจะเรื่องที่มินทำท่าทางแปลกๆ กับผมอีก ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวไปหมด



ผมไขกุญแจเพื่อเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาในห้องก่อนกดล็อคห้องเรียบร้อย กดเปิดไฟจนสว่างขึ้นทั้งห้องแต่มีเพียงห้องที่ว่างเปล่า ผมยืนมองห้องที่เงียบสงัดไร้เสียงโวยวายของมินมันทำให้ผมรู้สึกเหงาใจแปลกๆ บอกไม่ถูกเหมือนกัน


"เฮ้อออ...." ผมถอนหายใจเฮื้อกใหญ่ก่อนจะเดินไปนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีที่อ่อนแรง


ผมทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผากตัวเองแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย คิดว่าคืนนี้จะเริ่มคุยกับมินเรื่องไหนก่อนดี เรื่องที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ เรื่องที่มินทำงานหนักมากไป เรื่องที่มินทำตัวแปลกๆ จนผมรู้สึกว่ามินเองกำลังปกปิดเรื่องบางอย่างกับผม



ผมนอนใช้ความคิดอยู่สักพักก่อนจะหลับตาลงด้วยความเพลีย ตอนนี้เพิ่งสามทุ่มนิดๆ ผมเลยกะว่าจะนอนพักสักชั่วโมงแล้วค่อยออกไปรับมินกลับบ้านครับ เวลาผ่านไปสักพักผมกำลังเคลิ้มใกล้จะหลับเต็มทีก็รู้สึกเหมือนน้ำมูกไหลออกมาทั้งที่ผมยังไม่ได้เปิดแอร์ในห้องด้วยซ้ำ ผมใช้มือเตะที่ใต้จมูกเบาๆ ก่อนจะดึงมือออกมามอง "เฮ้ออ... อีกแล้วเหรอวะ!" ผมลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ ยืนส่องกระจกมองตัวเองอยู่สักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยแล้วเปิดก๊อกน้ำใช้มือควักน้ำขึ้นมาล้างคราบที่จมูกอย่างเบามือ หลังจากใช้ผ้าเช็ดจนแห้งผมก็ยืนเงยหน้าขึ้นมองเพดานอยู่สักพักก่อนจะมองตรงปกติ "ทำไมช่วงนี้เป็นบ่อยจังวะ" ผมบ่นพรึมพรำกับตัวเอง ผมเปลี่ยนใจเดินเข้าไปนอนในห้องนอน เปิดแอร์ที่ยี่สิบห้าองศาก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในที่สุด




....




//เมื่อมีเธอนั้นมายืนอยู่ตรงนี้ ทุกนาทีนี้ช่างมีความความหมาย ทั้งที่ชีวิตไม่เคยมีที่ให้ใคร ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเธอมายืนอยู่ข้างกาย~~~//  



เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นผมก็รู้ได้เลยว่าใครกำลังโทรเข้ามาเพราะผมตั้งเพลงนี้ไว้ใช้กับมินคนเดียวครับ เสียงโทรศัพท์ของผมยังคงดังไม่หยุด ผมเอาวางไว้ที่ไหนวะ ผมพยายามปรือตาใช้มือควานหาจนทั่วก็ไม่เจอ บ้าเอ้ย!! แม่งอยู่ในกระเป๋ากางเกงกูนี่หว่า... 


 "อืม... จะกลับรึยัง?" ผมถามปลายสายก่อนจะลุกขึ้นนั่งบนที่นอน 


 "เฮียๆ มารับบอสผมหน่อยครับ" ผมขมวดคิ้วแน่น! ต้องเป็นลูกน้องของมินนี่แหละครับแต่ผมฟังไม่ถนัดเพราะเสียงรอบข้างค่อนข้างดัง "เออ! รอแป๊ปแล้วกันกำลังไป มันเมาหนักมากเหรอ?" 


 "แฮ่ะๆ ก็พอสมควรครับ" 


"แดกกันยังไงวะ!! พามันไปนั่งรอดีๆ เดี๋ยวถึงแล้วจะโทรบอก!!" 


 "ครับๆ เฮ้ย!!! บอสอยู่นิ่งๆ ก่อนคร๊าบ!! เฮียรีบๆ มานะครับ แค่นี้ก่อนนะเฮีย เฮ้ย!!!" 



 ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด.... แล้วสายก็ตัดไป 



ผมรีบลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าตังค์กับกุญแจรถก่อนจะรีบล็อกห้องแล้วเดินลงไปที่รถทันที ร้านที่มินไปกินเลี้ยงกับน้องที่ทำงานมันอยู่ค่อนข้างไกลครับ ผมใช้เวลาขับรถเกือบสี่สิบนาทีกว่าจะมาถึง พอจอดรถได้ผมก็จัดการโทรเข้าเบอร์มินรายนั้นสติสตางค์คงหมดไปกับเหล้าไปแล้วเรียบร้อย ผมโทรเข้าไปได้ยินแต่เสียงร้องเรียกหาแต่แก้วเหล้า เฮ้ออ... นี่ถ้าไม่ได้น้องๆ ที่ทำงานมันรับสายแทนงานนี้ผมคงต้องใช้พลังงานตามหามันมากกว่านี้เยอะเลยครับ 


 "สวัสดีครับเฮีย" 


 "เออ!" ผมพยักหน้าตอบรับพวกมันเล็กน้อย ดีนะไอ้เด็กพวกนี้เป็นกลุ่มที่ผมค่อยข้างสนิทพวกมันทำงานกับมินมาตั้งแต่เริ่มรับงานแรกๆ น่ะครับ 


"เฮ้ย!! อึ่ก!! ไอ้นี่หน้าตาเหมือนแฟนกูเลยว่ะ ใครวะอึ่ก!! พวกมึงรู้จักเหรอ อึ่ก!!" มินส่ายสะบัดหัวเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองผมแล้วขยี้ตาตัวเอง 



 พรึ่บ!! 



 "จะขยี้ตาทำไมวะ!! เดี๋ยวก็แสบตาหรอก!!" ผมดึงมือมินออก 


"อ๊ะ!! ไอ้ทิวแฟนกูนี่หว่า... อึ่ก!! ทิวเมิงมารับกูช่ายม้ายย...." มินพูดเสียงยานคาง ยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าเป็นผม  


"ทำไมเมาหนักขนาดนี้วะ!! ลุกขึ้นไหวไหม?" 


 "อึ่บ!! อ่าาา... ไหวเด้!! กูม่ายเมานะเว้ย!!" ปากก็บอกผมว่าไม่ได้เมาแต่พอลุกขึ้นยืนก็เซเข้าหาผมทันทีแบบนี้มันเรียกว่าไม่เมาเหรอวะ เฮ้ออ... ให้มันได้อย่างนี้ซิเมียกู 


 "แล้วคนอื่นไปไหนหมดวะ?" ผมหันไปถามลูกน้องมิน 


"แยกย้ายกันกลับบ้านหมดแล้วครับ ผมเมาน้อยสุดเลยอยู่รอส่งพี่บอสก่อนค่อยกลับครับเฮีย" 


"เออ... แล้วนี่มึงจะกลับยังไง ขับรถไหวเหรอวะ?" ผมถาม มินก็เริ่มอยู่ไม่สุกพยายามจะเดินเข้าไปในร้านแต่ผมก็ดึงแขนเอาไว้ตลอด 


"เดี๋ยวผมกลับแท็กซี่ครับ เฮียไม่ต้องห่วง" 


"งั้นไปขึ้นรถเดี๋ยวกูไปส่ง" 


ผมพูดบอกเพราะตอนนี้ผมอยากยัดเมียตัวเองเข้าไปในรถแล้วขับกลับบ้านแล้วครับ ทำไมมันอยู่ไม่สุกขนาดนี้วะ 


"ไม่เป็นไรครับเฮียผมเกรงใจ" มันตอบแล้วมองมาที่พี่บอสของมัน 


"ทิวไปแดกเหล้ากานน..." 


"พอแล้วมินมึงเมามากแล้วนะ!!" ผมดึงตัวมินเข้ามายืนใกล้ๆ 


"ไปขึ้นรถเดี๋ยวกูไปส่ง" ผมพูดบอก 


"เอ่อ.... ครับๆ งั้นผมขออาศัยรถกลับบ้านหน่อยนะครับ" มันตอบออกมาอย่างเกรงใจ 


"เออ!! ตามกูมา" ผมเดินฉุดกระชากลากเมียตัวเองจนมาถึงรถที่จอดอยู่ กดปลดล็อกรถแล้วจัดการจับมินเข้าไปนั่ง รัดเข็มขัดนิรภัยให้ก่อนจะปรับเบาะให้เอนลงเล็กน้อยเพราะตอนนี้เมียผมสิ้นฤทธิ์แล้วครับ 


"เฮ้ออ... ผมไม่รู้จะอิจฉาเฮียหรืออิจฉาพี่บอสของผมดี" จู่ๆ ลูกน้องมินก็พูดขึ้น 


"อิจฉาพวกกูเรื่องอะไร?" ผมถามกลับ 


"ก็อิจฉาที่เฮียโคตรโชคดีเลยที่ได้พี่บอสผมเป็นแฟน แล้วก็โคตรอิจฉาพี่บอสที่มีเฮียคอยดูแลตลอดเวลาไม่ยอมห่างแบบนี้ เฮ้อออ... เมื่อไหร่ผมจะมีแบบนี้บ้าง" มันพูดจาเหมือนกำลังน้อยใจในวาสนาตัวเอง  


"หึหึ... กูควรดีใจใช่ไหมที่ได้บอสมึงมาเป็นแฟน มึงไม่รู้รึไงวะว่าบอสมึงงี่เง่าเอาแต่ใจที่หนึ่ง" ผมพูดออกไปแบบขำๆ 


"โหหห... เฮียครับ ถึงบอสจะโคตรโมโหบ่อย สั่งงานพวกผมเยอะจนแทบไม่ได้พักผ่อนแต่บอสผมก็โคตรทำงานเก่งแถมยังยอมทำงานหนักเพื่อเฮียขนาดนี้ผมนี่โคตรอิจฉาเลย" 


"ทำเพื่อกู?" ผมมองกระจกหลังแล้วถาม 


"เฮ้ย!!! อ้าวผมพูดไรผิดเหรอเฮีย ก็... ก็พี่บอสผมทำงานเยอะไง แล้ว... แล้วก็ขยันด้วย ถ้าไม่ได้ทำเพื่อเฮียจะทำเพื่อใครใช่ไหมล่ะครับ" มันร่ายยาวเลยครับ 


"หึหึ... ถ้ามึงบอกว่าบอสมึงบ้างานกูยังจะเชื่อมากกว่า" ผมพูดขำๆ 


"เฮ้ออ... ผมก็อยากให้บอสผมเป็นแบบนั้นต่อไปนะเฮีย แต่...." 


"แต่อะไร?" ผมถาม มันมองผมแล้วทำหน้าเศร้าๆ ครับ 


"เปล่าครับ... ไม่มีอะไร ผมขอให้เฮียกับบอสรักกันนานๆ ว่างๆ ก็มาเยี่ยมผมบ้างก็แล้วกัน" 


"มึงพูดอะไรของมึงวะ บอสมึงก็ไปทำงานอยู่ทุกวันจะให้ไปเยี่ยมทำไมอีก" 


"ถึงแล้วๆ เฮียจอดตรงนี้เลยครับผมจะลงหน้าคอนโดนี่แหละ" ผมเทียบรถจอดข้างทางตามที่มันบอก 


"ขอบคุณนะครับเฮียที่มาส่งผม" "เออ... ไม่เป็นไร" 


"งั้นผมขอตัวก่อนนะเฮีย สวัสดีครับ" มันยกมือไหว้ผม 


"เอองั้นกูกลับก่อนล่ะกัน" "ครับ ขับรถกลับดีๆ นะเฮีย" 


"อืม... ขอบใจมากที่ดูแลบอสมึงตอนกูไม่อยู่" 


"ครับ... ไว้เจอกันโอกาสหน้านะเฮีย" 


"เออ!! พูดจาแปลกๆ นะมึง กูกลับล่ะ" 


"ครับ... สวัสดีอีกครั้งนะครับ"



หลังจากแวะส่งรุ่นน้องที่ทำงานมินเรียบร้อยแล้วผมก็ขับรถมุ่งหน้ากลับคอนโดผมทันที ผมแบกมินในสภาพเมาหนักหลับแบบไม่รู้เรื่องขึ้นมาจนถึงห้อง ร่างของมินถูกวางลงบนที่นอนแล้วผมก็เริ่มถอดเสื้อผ้าของมินออกทีละชิ้นจนเหลือแค่กางเกงชั้นในเพียงตัวเดียว มินยังคงนอนหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอโดยที่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด เฮ้ออ... ถ้าคนที่ถอดไม่ใช่ผมมันจะเป็นยังไงวะเนี้ยะ ผมล่ะไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ




ผมเดินออกไปหาผ้ากับเตรียมน้ำมาเช็ดตัวให้มิน สภาพนี้อย่าหวังเลยครับว่าจะลุกขึ้นมาอาบน้ำเองได้ ในขณะที่ผมกำลังเช็ดตัวให้มินก็ขยับตัวหนีเป็นระยะ มือไม้ก็ปัดป่ายอย่างไร้ทิศทางเพราะตอนนี้กำลังถูกกวนใจไงล่ะครับ ผมเช็ดตัวให้มินจนสะอาดทุกซอกทุกมุมของร่างกายไม่เว้นแม้กระทั่งมินน้อยที่ผมคุ้นเคยดี พอเช็ดตัวให้มินเสร็จเรียบร้อยผมก็จัดการใส่กางเกงนอนให้หนึ่งตัวกับเสื้อกล้ามย้วยๆ ที่มินชอบใส่นอนเกือบทุกคืนครับ




ผมห่มผ้าให้มินเรียบร้อยก็เดินไปกดปรับแอร์ในห้องนอนให้ได้ความเย็นที่กำลังพอดีไม่หนาวจนเกินไป หลังจากนั้นผมก็เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเองบ้าง ผมยังคงคิดเรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจไปด้วยแต่ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็เหมือนไม่ได้ข้อสรุปอยู่ดี เฮ้ออ... คิดวนไปวนมาก็เท่านั้นสู้รอเปิดอกคุยกันเลยน่าจะง่ายกว่าและที่สำคัญผมจะได้เลิกบ้าเพราะคิดมากเรื่องของมินสักที



ผมอาบน้ำเสร็จก็แต่งตัวอยู่ในชุดพร้อมนอน มินยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ภายผ้าห่มผืนหน้า ไฟทุกดวงในห้องถูกปิดเหลือไว้เพียงแสงสะท้อนจากแสงไฟนีออนนอกระเบียงที่รอดผ่านช่องว่างระหว่างแนวผ้าม่านเพียงเล็กน้อย ผมสอดตัวเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่มผืนเดียวกับมิน รวบตัวมินเข้ามากอด มินขยับตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมเหมือนทุกคืนที่เรานอนด้วยกัน ความอบอุ่นจากการที่ได้กอดคนที่ผมรักยังคงเหมือนเดิมเหมือนแรกเริ่มที่เราสองคนนอนกอดกันครั้งแรก ผมกดจูบลงหน้าผากของมินเบาๆ อย่างอ่อนโยนแล้วกระชับกอดมินให้แน่นขึ้นกว่าเดิม ไม่นานนักผมก็ผลอยหลับตามมินไป




เช้า.....




ฟอดดดด.... ฟอดดด.... 



ภาพที่ผมเห็นแล้วมีความสุขคือภาพที่มินนอนหลับอยู่ในอ้อมกอดของผมนี่แหละครับ ผู้ชายหน้าขาวๆ ตาโตๆ ปากแดงๆ คนที่ชอบพูดว่าตัวเองหล่อทั้งที่ตอนนี้มันดูน่ารักในความรู้สึกของผม บางทีก็กวนตีน โมโหง่าย ขี้โวยวายและเอาแต่ใจเป็นที่สุดแต่ถึงจะเป็นยังไงผมก็รักมันคนเดียว มินขยับตัวซุกเข้าหาผมก่อนจะเงยหน้าปรือตาขึ้นมามองผมที่จ้องมองมินอยู่แล้ว 


"ตื่นแล้วเหรอ?" 


"อืม... ถ้าง่วงก็นอนต่ออีกนิด อยากกินอะไรเดี๋ยวลงไปซื้อมาให้กิน" ฟอดดด.... 



วันนี้เป็นวันอาทิตย์ครับ มินควรจะหยุดพักบ้าง ผมหวังว่าวันนี้มินจะไม่ขอให้ผมไปส่งมันที่ทำงานอีกนะ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ผมคงจะโวยวายน่าดู 



"กูอยากกินโจ๊กกับปาท่องโก๋ มึงอยากกินเหมือนกูไหม?" 


"หึหึ ถามแบบนี้ต้องการให้กูกินเป็นเพื่อนใช่ไหม หื้อ?" ฟอดดด... 


"อืม... ซื้อมากินเป็นเพื่อนกูที กูกินคนเดียวไม่อร่อย" พูดจบมินทำท่าจะหลับต่อ 


"งั้นนอนรอกูอยู่นี่แหละเดี๋ยวกูลงไปซื้อมาให้กิน" 


"อืม... รีบๆ ไปรีบๆ กลับล่ะ" 


"คร๊าบ...." จุ๊บบบ....  



ผมก็อดใจไม่ได้ที่จะจูบลงที่แก้มของมิน เวลาตื่นนอนใหม่ๆ แบบนี้มินมันน่ารักนะครับ พูดง่ายเข้าใจง่ายเพราะมันยังไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไหร่ บางทีก็อ้อนผมซะงั้น ถ้าอดใจไม่ไหวก็มีรังแกมันบ้างเล็กๆ น้อยๆ พอหอมปากหอมคอ นี่แหละครับคือเหตุผลที่ผมไปไหนไม่รอด รักมันมากถึงทุกวันนี้



ผมลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเข้าไปล้างหน้าล้างตาก่อนจะเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ควานหาเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นมาสวมใส่เพื่อจะลงไปซื้อโจ๊กหน้าคอนโดมาให้ที่รักผมกินครับ



ผมใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เดินซื้อของโปรดมินถือมาจนเต็มไม้เต็มมือ มีทั้งโจ๊กหมูไม่ใส่ต้นหอมใส่ขิงอย่างเดียว น้ำเต้าหู้ไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่เครื่อง ปาท่องโก๋หกตัวสั่งมาแบบพอดีสำหรับสองคน เมนูพิเศษเพิ่มมาคือหมูปิ้งหกไม้กับข้าวเหนียวสองห่อ งานนี้ไม่รู้กินหรือยัดนะครับ รู้ว่ามินชอบกินก็เลยซื้อมาเพิ่มก็เท่านั้น




ผมเดินขึ้นมาหยุดยืนที่หน้าลิฟท์ก่อนจะมองหันไปทางซ้ายเพราะรู้สึกแปลกๆ เหมือนมีคนกำลังมองผมอยู่ แต่ปรากฏว่าไม่มีใคร ผมจึงกดลิฟท์แล้วเดินเข้าลิฟท์ปกติแต่หางตาผมมองเห็นผู้ชายคนนึงซึ่งมองมาทางผมพอดี ผมทำเป็นมองผ่านแล้วกดปิดลิฟท์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 



"หึหึ ตามกูมางั้นเหรอ" 



ลิฟท์เคลื่อนตัวขึ้นมาถึงชั้นที่ผมพัก ผมเดินตรงไปยังห้องแล้วเปิดประตูเข้าห้องไปก่อนจะกดล็อคห้องเรียบร้อย ของกินมื้อเช้าถูกวางไว้บนโต๊ะอาหารในห้องครัว ผมเดินตรงเข้าไปยังห้องนอน นั่งลงบนที่นอนข้างๆ มินก่อนจะก้มลงจูบเบาๆ ที่แก้มเนียนอย่างอ่อนโยน 



จุ๊บบ... 



"ตื่นได้แล้ว" มือผมลูบที่ผมมินเบาๆ มินขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะปรือตาขึ้นมามองแล้วส่งยิ้มให้บางๆ มาให้ผม 


"อืออ.... ขอนอนต่ออีกนิดดิ" 


"ตื่นไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วมากินข้าวก่อน หลังจากนั้นมึงจะกลับมานอนต่อนานเท่าไหร่ก็ได้กูไม่ว่า" 


"อืม... เอางั้นก็ได้ มึงรอกูแป๊ปนะ" 



มินลุกขึ้นนั่งทำตาปรือๆ ขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงไปหมด ผมเห็นแล้วก็อดขำมันไม่ได้ครับ 



"เอาๆ ผมจะล่วงหมดหัวแล้วมั้ง" ผมดึงมือมินออก 


"กูปวดหัวอีกล่ะ เมื่อคืนก็เมาหนักเหรอวะทิว" 



แปะ!! ผมตีที่หน้าผากมินไม่แรงนัก 



"ไม่เมามั้ง กูแบกมึงขึ้นมาขนาดนั้น" 


"แฮะๆ กูว่ากูกินไปนิดเดียวเองนะเว้ย!! เมาได้ไงวะ" มินหัวเราะแห้งๆ 


"หึหึ เนียนให้ตลอดนะมึง ลุกขึ้นไปล้างหน้าไปเดี๋ยวกูไปเทโจ๊กรอ" 


"เนียนอะไร! ไปๆ มึงไปเทโจ๊กรอเลย กูหิวแล้วเนี้ยะท้องแม่งร้องเสียงโคตรดังอ่ะ" พูดจบมินก็ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินหนีผมเข้าไปในห้องน้ำเลยครับ 


เนียนไม่เนียนก็ดูกันเองแล้วกัน หนีผมไปกินเหล้าจนเมาไม่รู้เรื่องขนาดนั้นไม่โดนผมด่าก็โคตรโชคดีของมันแล้ว



ผมเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวก่อนจะหยิบจานชามมาเตรียมใส่อาหารเช้าให้เมียสุดที่รักของผมกิน ช่วงนี้มันโหมงานหนักจนผอมลงไปตั้งสามโล ไม่รู้จะบ้างานอะไรขนาดนั้น ข้าวปลาก็กินน้อยลงกว่าเดิมเยอะ ผมไม่ชอบให้มันผอมแบบนี้เวลาผมกอดมันไม่เต็มไม้เต็มมือสักเท่าไหร่



"ทิวเมื่อคืนมึงไปรับกูกลับตอนไหนอ่ะ?" มินเดินมานั่งลงที่โต๊ะอาหาร มือก็คว้าเอาถุงโจ๊กไปช่วยผมแกะแล้วเทใส่ชาม 


"อู้ยยย... ร้อนๆ ฟู่ๆ ฟู่" 


"หัดระวังไม่เป็นรึไงห๊ะ โจ๊กมันร้อนมึงก็รู้แล้วยังจะจับเทแบบนี้อีก!! เอามานี่แล้วนั่งรอเฉยๆ เลย" 


ผมหยิบถุงโจ๊กออกจากมือมินแล้วเอามาวางพักไว้ในชามอีกใบ 


"แค่นี้ก็ต้องเสียงดัง กูไม่ได้เป็นอะไรมากมายซะหน่อย" 


"ลุกขึ้นไปล้างมือก่อนเลย!! ตามกูมานี่!!" 


ผมดึงมินให้ลุกขึ้นแล้วพาเดินไปที่ซิ้งอ่างล้างจานแล้วเปิดน้ำให้ไหลผ่านรอยที่โดนลวกอย่างระวัง นิ้วชี้กับนิ้วโป้งมันแดงอย่างเห็นได้ชัด โจ๊กร้อนๆ ที่มันเทใส่มือตัวเองคงลวกเข้าอย่างจัง เฮ้ออ... จะหัดระวังกว่านี้หน่อยก็ไม่ไอ้ให้ตายเหอะ!!  


"เจ็บมากไหม?" ผมลูบลงเบาๆ ที่นิ้วมินอย่างระมัดระวัง 


"ไม่เท่าไหร่หรอก มึงก็โวยวายจังวะเรื่องแค่นี้เอง" 



หมับ!! 



"โอ๊ย!! มึงบีบนิ้วกูทำไม!!" ผมบีบไม่ได้แรงอะไรหรอกครับ มินมันก็ร้องเว่อไปงั้นแหละ  


"ไหนบอกไม่เจ็บ ที่กูถามเพราะกูเป็นห่วงมึง เห็นอยู่ว่าโดนลวดจนนิ้วแดงขนาดนี้ยังจะมาบอกว่าไม่เจ็บอีก" 


"ก็ตอนแรกกูไม่ได้เจ็บมากไง แต่เนี้ยะกูเจ็บเพราะมึงนั่นแหละบีบนิ้วกู!!" 


"เถียงเก่งจังนะ เดินไปนั่งรอที่โต๊ะนิ่งๆ เดี๋ยวกูไปเอายามาทาให้" 


"แค่นี้ไม่ต้องทาก็ได้มั้ง กูหิวแล้ว" 


"กูบอกให้ไปนั่งรอ! อย่าเถียงให้มากความนะมิน กูไม่ชอบเห็นมึงเจ็บตัวมึงก็รู้"



ผมโกรธมันนิดๆ ครับ มันชอบทำให้ตัวเองเจ็บตัวอยู่บ่อยๆ ถึงจะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็เถอะ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรผมก็ไม่ชอบทั้งนั้นแหละ มินมันไม่ค่อยระวังตัวเองเท่าที่ควร ผมเป็นห่วงมันครับ 



 "อืมๆ รู้แล้ว บ่นจัง" 



มินเดินไปนั่งรอตามที่ผมสั่ง ส่วนผมก็เดินไปหยิบยาที่ตู้ข้างทีวีในห้องนั่งเล่น พอเดินกลับมาผมก็เห็นมันนั่งมองถุงโจ๊ก หึหึ... สงสัยมันจะหิวจริงๆ อย่างที่พูด พอมันหันมาเห็นผมมินมันก็ทำหน้านิ่งไม่แสดงอาการ งานนี้มีนอยด์แดกกันไปอีก 



"ไหนเอานิ้วมาดูดิ" มินยื่นมือข้างที่โดนลวกมาให้ผม 


"ดีนะโดนแค่นิดเดียว เจ็บไหม?" ผมบีบยาจากหลอดก่อนจะป้ายลงที่แผลเบาๆ นวดวนไปมาอย่างเบามือ  


"นิดหน่อย ไม่มาก" ผมเงยหน้ามองมิน  


"ทีหลังระวังให้มากกว่านี้หน่อย มึงชอบหาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่องกูเป็นห่วงรู้ไหม หื้อ?" 


"อืม... รู้แล้วๆ คราวหน้ากูจะระวังแล้วกัน" 


"หึหึ... ดีมาก อ่ะ! ทายาเสร็จแล้ว คราวนี้มึงก็นั่งรอเฉยๆ พอเดี๋ยวที่เหลือกูจัดการเอง"

ผมวางหลอดยาไว้ข้างๆ ตัวแล้วจัดการเทอาหารทุกอย่างจัดใส่จานชามจนเสร็จเรียบร้อย 




หลังจากนั้นเราสองคนก็จัดการกับอาหารตรงหน้าจนเรียบไม่เหลือซาก พอกินเสร็จผมก็ให้มินเข้าไปอาบน้ำส่วนผมก็จัดการเก็บโต๊ะ ล้างจานจนเสร็จเรียบร้อย มินเดินออกมาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ผมเดินเข้าไปอาบน้ำต่อจากมิน พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาหามินที่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องนั่งเล่น มือข้างซ้ายถือถุงขนม มือข้างขวาหยิบขนมยัดใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย ผมเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะนั่งลงบนโซฟาข้างๆ มิน 



"ดูเรื่องอะไรอยู่?" 


"ไม่รู้อ่ะลืมอ่านชื่อเรื่องเหมือนกัน เรื่องนี้น่าจะยังไม่เคยดู" ปากก็ตอบผมแต่ตานี่จ้องจอทีวีไม่ละสายตาไปไหน 


"พักผ่อนบ้างนะมิน ช่วงนี้กูเห็นมึงทำงานดึกๆ ดื่นๆ ทุกวัน มึงผอมลงไปเยอะรู้ตัวบ้างรึเปล่า?" 


"อืม... รู้แล้วน่า! กูทำงานเสร็จแล้วต่อไปพักผ่อนแบบยาวๆ เลยไง กูตกงานไม่มีงานทำแล้วมึงเลี้ยงกูให้รอดแล้วกันกูใช้เงินเก่งนะ หึหึ" 



ผมขมวดคิ้วแน่น พักผ่อนแบบยาวๆ เลี้ยงมันให้รอดคืออะไรวะ ปกติผมก็เลี้ยงดูมันอยู่แล้วนี่หว่าเพราะมีเมียคนเดียวไม่เลี้ยงมันจะให้ไปเลี้ยงใครล่ะ 



ตกงาน!! 



ตกงาน!!!! 




ตกงานงั้นเหรอ!!!! 




"มึงหมายความว่ายังไง?" ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย 


"หึ!" มินหันมามองผม 


"อ่อ! กูก็หมายความว่าโครงการที่กูทำเสร็จแล้วไง ไม่ต้องทำนั้นแล้วเพราะกูปิดจ๊อบไปเมื่อวาน งานที่เหลือก็ปล่อยให้น้องๆ ในทีมก็ทำต่อเพราะก็เตรียมให้มันเสร็จทุกอย่างแล้ว เมื่อวานพวกมันเลยขอเลี้ยงส่งกูเป็นวันสุดท้ายแล้วก็เมาอย่างที่มึงเห็นนั่นแหละ ต่อไปมึงต้องเป็นคนหาเงินให้กูใช้ไงล่ะ เข้าใจ๋!" พูดจบมินก็หันไปดูหนังต่อ ติ๊ด!  


"อ้าว!! ปิดทีวีทำไมเนี้ยะ กูกำลังดูอยู่นะเว้ย!!" 


"เดี๋ยวมิน! เมื่อกี้ที่มึงพูดหมายความว่าไง?" 


"อะไรล่ะที่กูพูด งงอะไรของมึงอีกกูพูดชัดเจนขนาดนั้นล่ะ" 


"อ้าว!! ก็ที่มึงพูดว่าไม่ต้องทำงานต่อแล้วน่ะหมายความว่า....." 


"มึงจะงงทำไมเนี้ยะทิว ก็ที่กูพูดนะหมายถึงกูจะเลิกรับงานแล้ว งานนี้เป็นงานสุดท้ายที่กูจะทำ กูจะได้มาช่วยมึงดูแลงานที่ร้านไง แค่นี้มึงไม่เข้าใจเหรอวะ" พูดจบมินมันก็ยิ้ม 


"มิน!! มึงพูดจริงป่ะเนี้ยะ มึงเลิกรับงานแล้วจริงดิ?" 


"เออดิ!! ใครจะบ้ามาพูดเล่นๆ วะ วู้!!" 


"มิน!! ที่รักของไอ้ทิว" 



ฟอดดด... ฟอดดด... 



จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บบบ... 




"อร๊ากกก!!! ไอ้บ้าทิว ปล่อยกูก่อน!!" 



ผมกระโดดกอดมินไว้ทั้งตัว ระดมจูบระดมหอมแก้มสลับซ้ายทีขวาทีด้วยความดีใจ ผมเคยขอให้มันเลิกรับงานมาทำตั้งแต่มันทำได้ครึ่งปีแรกมันก็ไม่ยอม ผมอยากให้มันมาช่วยผมดูร้านเฉยๆ ไม่อยากให้มันเหนื่อยมากมันก็ไม่ยอม ให้พ่อกับแม่ช่วยพูดก็แล้วมันก็ไม่ยอม ผมไม่อยากเห็นมันเหนื่อย ผมอยากให้มันอยู่สบายๆ เรื่องทำงานหาเงินผมอยากเป็นคนทำเองทั้งหมด พูดง่ายๆ ว่าผมอยากเป็นคนที่หาเงินเลี้ยงเมียอย่างมันไงล่ะครับ และที่สำคัญที่สุดคือผมอยากให้มันอยู่ใกล้ผมตลอดเวลา ผมเป็นห่วงมันมากเพราะอาชีพอย่างผมมันไม่ปลอดภัยไปซะทุกเรื่องหรอกครับ ในที่สุดฝันของผมก็เป็นจริงจนได้โว๊ย!!! 



"กูโคตรรักมึงเลยมิน" 



จุ๊บ จุ๊บ ฟอดดดด..... 



"โอ๊ย!! ปล่อยกูได้แล้วไอ้ทิว!! ปล่อยก่อน!!" 


"ฮ่าๆๆ อ่ะๆ ปล่อยก็ได้ครับ" 




ผมหยุดปลุกปล้ำมันแต่ยังคงกอดมันเอาไว้แน่น คือคนมันดีใจอ่ะครับ อยากกอดเมีย มินผละออกจากอ้อมกอดผมก่อนจะนั่งจ้องหน้าผมแล้วอมยิ้มนิดๆ 



"มึงจะดีใจบ้าอะไรขนาดนี้เนี้ยะ เห็นกูไม่มีงานทำดีใจขนาดนั้นเลยเหรอวะ?" ปากผมฉีกยิ้มจนหยุดไม่อยู่ มินมันก็ยิ้มนะครับ ผมรู้ว่ามันก็รู้สึกดีไม่ต่างจากผม  


"มึงรู้ไหมว่ากูรอมึงนานแค่ไหน เวลาที่กูไม่ส่งมึงไปทำงานแล้วไม่ได้อยู่ใกล้ๆ มึงกูกังวลมากมึงรู้ไหม กูกลัวจะมีใครมาจีบมึงเวลาที่กูไม่ได้อยู่ด้วย เมียกูหล่อใช่เล่นซะที่ไหน หึหึ" 


"เลอะเทอะว่ะ" มินพูดยิ้มๆ 


"อ่อ! อีกอย่างที่ทำให้กูกลัวอยู่ตลอดเวลาคือกูกลัวว่าจะมีคนมาทำอะไรไม่ดีกับมึงอีกรึเปล่า เพราะเรื่องที่เคยเกิดขึ้นกับมึงมันทำให้กูอดเป็นห่วงมึงไม่ได้" 


"ใครจะกล้ามาทำอะไรกูวะ มึงคอยตามติดกูซะขนาดนี้ กูจะขยับตัวยังยากเลยเหอะทิว" 


"มึงนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ!! บางทีกูต้องสั่งให้ลูกน้องที่ร้านขับรถไปวนดูมึงอยู่บ่อยๆ พอใกล้เวลามึงเลิกงานกูก็รีบไปรับมึงทุกวัน มึงไม่สังเกตุบ้างรึไง?" 


"ใครจะไปสนใจอะไรขนาดนั้นวะ มึงโรคจิตเอง" จุ๊บบบ... 


"ปากดีจริงๆ เมียกู หึหึ" 


"กูก็เป็นของกูแบบนี้ตลอดนั่นแหละ" 


"มึงรู้ไหมมิน... เวลาที่มึงอยู่ไกลกูโคตรกังวลเลยนะเว้ย!! แต่เวลาที่มึงอยู่ใกล้ๆ กูมันทำให้กูรู้สึกสบายใจขึ้น มึงเข้าใจกูไหม กูถึงอยากให้มึงเลิกทำงานแล้วมาช่วยกูแทนไงล่ะ ทีนี้เข้าใจกูรึยัง?"  


"ไอ้บ้า!! มึงเว่อมากไปป่าว!" มินกอดผมกลับ 


"สำหรับมึงไม่มีคำว่ามากไปหรอก กูทำเพื่อมึงได้ทุกอย่างมึงน่าจะรู้จักกูดี" ผมลูบที่หลังมินเบาๆ 


"อืม... รู้แล้วคร๊าบ ก็เพราะกูเห็นมึงทำงานคนเดียวตลอด พอเห็นแล้วก็กูเหนื่อยแทน ไหนจะต้องทำงาน ไหนจะต้องคอยไปรับไปส่งกูอีก แทนที่กูจะช่วยแบ่งเบาภาระมึงกูยังไปเพิ่มงานให้มึงเหนื่อยเพิ่มเข้าไปอีก กูเลยไปคุยกับพ่อกับแม่กูว่ากูอ่ะอยากจะเลิกทำงานแล้วมาช่วยมึงดูแลร้านไง พ่อแม่กูก็ไม่ว่าอะไรแถมบ่นกูด้วยซ้ำว่าเพิ่งจะคิดได้เหรอ หึหึ! มึงอ่ะชอบทำให้พ่อกับแม่บ่นกูอยู่เรื่อย" 



ฟอดดด... 



"กูดีใจนะที่มึงยอมทำแบบนี้เพื่อกู" 


"รู้ก็ดีล่ะ ต่อไปก็หน้าที่มึงที่ต้องหาเงินมาเลี้ยงกูรู้ไว้ซะด้วย ฮ่าๆๆ มึงพลาดแล้วทิว!" 


"ไม่เป็นไรกูยอม หึหึ" 


"ดีมาก!! เฮ้ออ... หลายอาทิตย์ล่ะที่กูทำงานจนเหนื่อย ขอพักแบบจัดหนักสักอาทิตย์นะแล้วเดี๋ยวจะไปช่วยงานที่ร้านอย่างจริงจัง" ผมผละออกจากตัวมินทันที 


"อ่อ... ที่มึงทำงานหามรุ่งหามค่ำเนี้ยะเพราะรีบทำงานให้เสร็จเร็วๆ เหรอวะ?" 


"อืม... ก็ใช่ไง" มินพยักหน้าตอบ 


"หึ!! ไม่ยอมกินข้าว ทำงานจนหลับก่อนกูทุกคืนจนกูต้องอดหลอยากปากแห้งเนี้ยะนะ?!!" 


"หึหึ... ใช่มั้ง" 


"เฮ้ออ... กูจะดีใจหรือยังไงดีวะเนี้ยะ!! กูคิดไปต่างๆ นาๆ จนปวดหัวไปหมด มึงน่าจะบอกกูสักคำก็ยังดี มึงรู้ไหมก็เครียดเรื่องของมึงมากี่วันแล้วห๊ะ!!"

"มึงคิดอะไร?" 


"เฮ้ออ... กูคิดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับมึงนั่นแหละมิน ไม่ว่ามึงจะเดิน จะกิน จะนอนหรือมึนจะทำอะไรกูก็เก็บเอามาคิดได้หมดนั่นแหละ" 


"หึ! มึงนี่ก็เว่อ!!" มินผลักหัวผมเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว 


"เออ! ใช่เรื่องนี้รึเปล่าที่มึงบอกมีอะไรจะคุยกับกูน่ะ" 


"อืม... กูเรื่องนี้แหละ กูอุตส่าห์ให้แม่ช่วยดึงมึงออกจากกูแม่บ่นยับเลยว่ามึงดูหน้าเครียดตลอดเวลา มึงคิดมากขนาดนั้นเลยเหรอวะทิว กูก็แค่อยากเซอร์ไพส์มึง" 


"หึหึ มึงนี่ร้ายกว่าที่กูคิดไว้เยอะเลยนะ ที่แม่โทรมาชวนกูออกไปข้างนอกนี่ก็เป็นแผนของมึงใช่ไหม?" 


"อืม... ใช่มั้ง" 


"ยังจะมีมั้งอีกนะ บอกกูตรงๆ ก็ได้นิหื้อ..." 



ฟอดดด... ผมเริ่มลวมลามตามร่างกายมันทีละน้อย 



"เดี๋ยวๆ หยุดก่อน มึงอย่าเพิ่งหื่นตอนนี้ทิว กูจำได้นะมึงบอกว่ามีอะไรจะบอกกูเหมือนกัน" มินดึงมือผมที่กำลังล้วงเข้าไปในเสื้อออก แม่ง!! เสียดาย 


"อืม... ทำกันก่อนเดี๋ยวกูบอก" 



จมูกผมเริ่มซุกไซ้ลงตามซอกคอขาว มินย่นคอหนีใช้มือพยายามพลักผมออกแต่ไม่เป็นผล งานนี้ผมแกร่งกว่าชนะใสๆ 



"อืออ... ทิวมึงอย่าเพิ่ง" 



ห้ามผมคิดว่าห้ามได้ไหมล่ะครับ ไม่ได้มีอะไรกันมาสักพักใหญ่พอได้จับได้ลูบได้คลำก็ยิ่งจุดติดไวกว่าเดิม ผมขอก่อนแล้วกันเรื่องอื่นเอาไว้ก่อนค่อยว่ากันทีหลัง 



"อือออ.... ตัวมึงหอมจนกูอดใจไม่ไหวแล้วรู้ไหม" 



จุ๊บบบ... 



"ทิว... อือออ...." 




มือผมเริ่มลูบไล้ไปทั่ว ปากก็พรมจูบอย่างไม่หยุดหย่อน 




"อือออ... ทิว กูเสียว อ่าา...." 




พรึ่บ!!! 




ร่างของมินถูกผลักให้นอนลงราบไปกับโซฟาโดยมีผมขึ้นคร่อมร่างของมินเอาไว้ 



สายตาหยาดเยิ้มด้วยแรงปรารถนาอย่างเต็มเปี่ยม




ติ่ง!! 




"ทิว!! มึง!!" 




oO!!! 




"เฮ้ออ... อีกแล้วเหรอวะ"



TBC.



เรื่อยๆ ไม่รู้ยังไงต่อ 55555+ รอตอนต่อไปนะคะ

ปล. คือโมโหอ่ะ อัพหลายรอบล่ะง่อยทุกรอบ ถามทางเวปบอกให้เปลี่ยนเบ้าซ์ลงใหม่ ตาย 555 อุตส่าห์มีคนเม้นให้แล้วต้องลบตอน ปกติคนเม้นน้อยอยู่ล่ะ เสียดาย 555 ชอบอ่านเม้นคนอ่านอ่ะ เลยนอยด์นิดหน่อยคร้า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}