ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 35 ณิชารักพี่กร!! 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 35 ณิชารักพี่กร!! 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.7k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2560 07:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 35 ณิชารักพี่กร!! 100%
แบบอักษร

​HATE EFFECTS: 35

หลังจากที่ปรึกษาหารือกันนานนับชั่วโมงผู้ใหญ่ทั้งสามกลับเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ทั้งภากรและวาณิชาไม่สามารถเดาความคิดของพวกเขาได้เลยแม้แต่น้อย


"เรื่องนี้เรื่องใหญ่นะคะ ฉันกับพี่ชาติก็แก่ตัวลงไปทุกวันก็อยากจะให้ลูกกลับไปอยู่ที่บ้านสักคน เอาไว้ช่วยเหลือดีกว่าอยู่กะนตามลำพัง" ลำเพยเองก็มีสีหน้าหนักใจ "ภากรเองก็มีงานที่นี่แล้ว หากให้แยกกันอยู่ก็คงไม่ดีหรอกค่ะ"


นาตยาถอนหายใจ "นั่นสิคะ! แต่ยังไงฉันก็อยากให้ลองทบทวนกันอีกสักครั้งได้ไหมคะ?"


สุชาติมองไปโดยรอบ "คือ...เรื่องที่คุณนาตยาได้ทาบทามมา ผมไม่..."


"พ่อคะ! ทำไมพ่อใจร้ายจังเลยล่ะ ทีพี่คิณเอ่ยปากนิดหน่อยพ่อก็ยกพี่ณิริณ​ให้เลย" คนถูกพาดพิงส่งยิ้มให้แก่กันแบบไม่สะทกสะท้านต่อคำพูดของวาณิชาเลยสักนิด ตรงกันข้ามที่วาณิชาเริ่มรู้สึกหวั่นไหวขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ว่าตนเองกำลังเดินลงหลุมพรางด้วยตนเอง สาวน้อยเขยิบไปใกล้ภากรแล้วคล้อแขนของเขาไว้แน่น ภากรที่ในใจนั้นเต้นตูมตามปานจะทะลุออกมาได้แต่นั่งนิ่งๆ "ณิชารักพี่กร ฮึก ณิชาอยากกลับบ้านก็จริงแต่ณิชาไม่อยากห่างพี่กรเลยนะ ฮือๆ อยู่นี่ ฮึก มีแต่พี่กรคอยดูแลตลอดเลย..."


"ฮ่าๆ" จู่ๆผู้ใหญ่ทั้งสามก็หัวเราะชอบใจ สร้างความประหลาดใจให้แก่ทั้งสองเป็นอย่างมาก 


"กว่าจะพูดออกมาได้นะคะ ฉันน่ะลุ้นแทบแย่" ลำเพยยกมือขึ้นทาบอก


"ฉันก็เหมือนกันค่ะ เอาเป็นว่าตอนนี้ทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ก็แล้วกันนะคะ" นาตยาเองก็มีท่าทีโล่งใจเช่นกัน


"อะ อะไรกันหรอคะ?" วาณิชาเช็ดน้ำตาแล้วถามทุกคนด้วยความงุนงง


"ผมเองก็งงไปหมดแล้ว" ภากรแม้จะดีใจแต่ก็ประหลาดใจไม่แพ้กัน


สุชาติเอื้อมมือมาแตะไหล่ของเขา "ที่บอกว่าไม่น่ะ พ่อหมายถึงไม่ขัดข้องต่างหาก...แต่ภากรจะยินดีหรือเปล่าถ้าพ่อจะขอให้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่พิษณุโลก"


ชายหนุ่มหันไปทางแม่ของเขา นาตยาพยักหน้าให้แล้วกุมมือลูกชายคนโตเอาไว้ด้วยด้วยความอบอุ่น "แม่บังคับกรมามากแล้ว ทำตามใจเถอะลูก...อยู่ที่นี่แม่มีทั้งคิณกับหนูณิริณ ไหนจะมีหลานเพิ่มมาอีกตั้งสองคน แม่ไม่เหงาแล้วล่ะ"


"ขอบคุณครับแม่" ภากรดีใจเป็นที่สุด เขากอดวาณิชาเอาไว้แล้วหอมแก้มนิ่มชุดใหญ่ต่อหน้าทุกคนจนสุชาติต้องส่งเสียปราม "ครับ ผมยินดีจะย้ายไปช่วยงานที่นั่นแล้วก็...อยู่กับณิชาที่นั่นเลย"


"บ้า!!" สาวน้อยเขินจนตัวแทบแตก


ภาคิณลงมาจากเตียงคนไข้แล้วจับไหล่ของพี่ชายของตน "เรื่องงานไม่ต้องห่วงหรอก ลำบากพี่กรมาเยอะแล้วที่เหลือผมจะจัดการเอง ตอนนี้ไปฟิตร่างกายเอาไว้เป็นกระสอบทรายให้ณิชาดีกว่า"


"พี่คิณคะ!!" วาณิริณส่งเสียงตำหนิสามีของเธอ


ลำเพยที่มีอีกเรื่องยังค้างคาจึงถือโอกาสก่อนที่จะกลับบ้านพูดกับวาณิริณเสียเลย เพราะกลัวว่าหากวันใดตนไม่อยู่บนโลกนี้แล้วจะมีปัญหากันระหว่างพี่น้อง "ณิริณจะว่าอะไรไหมจ้ะ ถ้าแม่กับพ่อจะ...ให้บ้าน โฮมสเตย์แล้วก็ที่นาทั้งหลายให้ณิชากับภากร เรื่องนี้แม่กับพ่อคิดมาแล้วแต่กลัวว่า..."


"ให้น้องกับพี่กรน่ะดีแล้วค่ะ" วาณิริณยิ้ม "ตอนนี้ณิริณเองก็มีพร้อมทุกอย่าง งาน เงิน บ้าน รถแล้วก็ครอบครัว แม่ไม่ต้องกังวลอะไรนะคะ..แม่กับพ่อยกให้พี่กรกับณิชา ยังไงก็ยังเป็นบ้านของเราอยู่ดี" หญิงสาวสวมกอดแม่บังเกิดเกล้าของตน เวลาแห่งความสุขยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี...นี่คือสิ่งที่เธอต้องการมานานแสนนาน


แกร็กๆ


มีผู้มาเยือนระหว่างที่มีการเจรจาเรื่องสินสอด สารวัตรณัฐเศรษฐ์ควงคู่มากับธีรารัตน์ภรรยาของเขาที่ตอนนี้อุ้มท้องได้เจ็ดเดือนแล้ว 


"สวัสดีค่ะ" ธีรารัตน์ยกมือไหว้ผู้อาวุโสพร้อมสามี 


"เหมือนจะได้ยินว่ามีเสือแถวนี้โดนถลกหนัง สวัสดีครับคุณป้า...ไม่เจอกันนานคุณป้ายังสวยเหมือนเดิมนะครับ" สารวัตรหนุ่มยิ้มล้อเลียน


"ปากหวานเหมือนเดิมเลยนะเรา สงสัยจะมีธุระกัน...ขึ้นเครื่องกี่โมงคะเพราะเดี๋ยวฉันต้องกลับไปเอาของที่บ้าน จะได้ให้คนขับรถรวดส่งทีเดียว" นาตยาเอ่ยเพราะกลัวพ่อดองแม่ดองจะตกเครื่อง


"อ้าว! อีกสองชั่วโมวเครื่องออก มัวแต่คุยเพลิน ฮ่าๆ พ่อกับแม่ไปก่อนนะ" กล่าวลาทุกคนแล้วผู้ใหญ่ทั้งสามก็รีบออกเดินทางทันที


ธีรารัตน์นำของฝากไปวางไว้ที่โต๊ะ ก่อนจะมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียงคนป่วย "ฉันมาเยี่ยมค่ะ ยินดีกับเด็กแฝดด้วยนะคะ"


"ขอบคุณค่ะผู้กอง"


"ฉัน...ไม่ใช่ผู้กองแล้วล่ะค่ะ" น้ำเสียงของเธอดูเศร้าลง "ฉันลาออกจากตำรวจแล้ว"


"ใช่แล้วล่ะครับ ผมบังคับตั้งนานนะกว่าบอมจะยอมลาออกได้...เกือบทำเจ้าตัวเล็กไม่ได้เกิด" สารวัตรณัฐเศรษฐ์ลูบท้องที่กลมนูนของภรรยาตัวเอง "ว่าแต่คุณภาคิณนี่แข็งแรงจังนะครับ ทำทีได้ตั้งสองเลย...ถ้าเป็นผู้หญิงเนี่ยผมขอจองให้เจ้าตัวเล็กของผมสักคนนะ"


"ขอบคุณครับ สารวัตรเองก็แข็งแกร่งไม่แพ้กันหรอกนะ" ภาคิณแอบแซวกลับเล็กน้อย


"เห้ยๆ กูไม่อยากมีญาติไปเกี่ยวดองกับมึงเว้ย" ภากรแทรกขึ้นด้วยความหมั่นไส้ "มึงมานี่คงไม่ได้มาอวดลูกชายอย่างเดียวใช่ไหม?"


สารวัตรหนุ่มยิ้มพร้อมกับส่งเอกสารให้วาณิริณ "ตอนนี้เราทำสำนวนส่งฟ้องอัยการแล้ว นายการรันต์ถูกยิงทนพิษบาดแผลไม่ไหวตายในที่เกิดเหตุ นายพลวิชิตกับญาดาจะถูกฝากขังผลัดแรกพรุ่งนี้ โดนสี่ข้อหาหนักคือกระทำชำเราเด็กอายุต่ำกว่าสิบห้าปี ค้ามนุษย์ พยายามฆ่าและทำร้ายร่างกาย ที่ผมมาที่นี่เพราะบอมอยากมาเยี่ยมคุณวาณิริณเลยรวดเอาความคืบหน้ามาบอกและอยากถามว่าจะแจ้งข้อหาอะไรเพิ่มหรือไม่?"


"แล้วนายณวัฒน์ล่ะคะ ไหนจะยัยปออีก!!" วาณิชาจิกเสียงสูงเพราะไม่อยากจะเอ่ยชื่อพวกนี้เท่าไหร่


สารวัตรณัฐเศรษฐ์ยืดตัวเล็กน้อย "นายณวัฒน์พาไปชี้จุดที่ซ่อนศพของลลิสาที่คอนโดของเธอ หลายปีเลยพบแต่โครงกระดูกแล้ว...ของขวัญ อะไรทุกอย่างมีตามที่คุณภาคิณพูดทั้งหมด พอได้เห็นนายณวัฒน์ก็เอาแต่ฟูมฟายพร่ำเพ้อขอโทษลลิสาอย่างเดียว ตอนนี้กลายเป็นคนวิกลจริตไปอย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนเด็กที่ชื่อปอ...เธอเป็นสะกดรอยคุณวาณิริณและคอยถ่ายรูปส่งรายงานให้พวกมันเข้าถึงตัวได้ง่าย และเป็นคนโทรไปข่มขู่คุณด้วย"


"เฮ่อ ขอบคุณนะคะที่คอยจัดการทุกเรื่องให้" วาณิริณส่งยิ้มบางๆให้อีกครั้ง "แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ ปล่อยให้กฏหมายลงโทษก็ไม่รู้ว่าจะติดกันกี่ปี...คงนานพอสำหรับความผิดที่พวกนั้นได้ทำ"


กรรมใดใครก่อคนนั้นต้องได้รับผลกรรม วลีนี้ยังคงใช้ได้ดีอยู่ในทุกยุคทุกสมัย... ธีรารัตน์ต้องการคุยกับวาณิริณตามลำพังจึงขอร้องให้คนอื่นๆออกไปจากห้องนี้ก่อน อดีตตำรวจสาวส่งแผ่นดีวีดีให้เธอด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม "นี่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยเรื่องคดีการตายของคุณภูษิต ที่ฉันไม่ให้เมื่อกี้เพราะเดี๋ยวแชมป์จะรู้ว่าฉันแอบทำงานให้ทีม ขี้เกียจฟังเขาบ่นน่ะค่ะ...ฝากคุณเอาให้คุณภาคิณด้วยนะคะ"


"ผู้กอง...เอ่อ คุณบอมทำอะไรไม่ห่วงเด็กในท้องเลยนะคะ"


ธีรารัตน์ได้แต่ยิ้มเพราะมีแต่คนตำหนิเธอในเรื่องนี้ หญิงสาวยกมือลูบท้องตัวเอง "ก็ถึงบอกว่าเป็นคดีสุดท้ายไงคะ เจ้าตัวเล็กของฉันก็เกือบจะไม่ได้เกิดแล้วเหมือนกัน เฮ่อ...ฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่ภากรในตอนนั้นแล้วล่ะค่ะว่าการที่ต้องลาออกจากงานที่รักมันทำใจยากดีจริงๆ ฉันเองก็ต้องตัดใจอย่างจริงจังสักที ขืนดันทุรังต่อไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้าเล็กน้อย "พอรู้ว่าได้เป็นแม่คนแล้ว ตอนที่ทำภารกิจฉันกังวลเรื่องลูกอย่างเดียวจริงๆ อีกแค่สองเดือนเขาก็จะออกมาอยู่เป็นเพื่อนฉันแล้ว หวังว่าเด็กๆคงจะโตทันกันนะคะ"


"ค่ะ ถ้านับไปจากนี้...คงจะป่วนกันไม่น้อยเลยทีเดียว" ความรู้สึกของคนเป็นแม่กำลังพรั่งพรูออกมาอย่างถึงที่สุด วาณิริณเองก็ไม่ต่างอะไรจากหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆสักเท่าไหร่ เมื่อได้รู้ว่ากำลังมีชีวิตน้อยๆอยู่ในท้องในช่วงระยะเวลาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ่นได้บ้าง เธอทั้งกังวลและวิตกไปต่างๆนาๆ พยายามศึกษาทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกน้อยในท้องอยู่รอดปลอดภัย


หลายวันผ่านพ้น...


หลังจากที่นำหลักฐานที่ได้มาส่งให้ภาคิณไปแล้วเขาก็ดำเนินการตามกฏหมายทันที วันนี้ทั้งสามีของเธอและพี่ชายของสามีต้องเข้าไปฟังคำพิพากษาในศาลชั้นต้นและวาณิชาก็ฝึกงานวันสุดท้าย วาณิริณจึงอยู่ตามลำพังกับนาตยา...เธอยังคงอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาลเพื่อคอยดูพัฒนาการของครรภ์ ตบอดเวลามีคนมาแวะมาเยี่ยนเยือนไม่ขาดสาย ทั้งพนักงานของเธอเอง เพื่อนสนิทอย่างปิยาพัชร์ที่ตอนนี้งานแทบจะล้นมือเลยทีเดียวเพราะวาณิริณยังรักษาตัวแบบนี้ บางครั้งก็หอบเอกสารมาให้อ่านและเซ็นกันที่โรวพยาบาลเสียเลย


"เดี๋ยวแม่ขอลงไปซื้อของข้างล่างหน่อยนะ ณิริณอยากได้อะไรเพิ่มไหมจ๊ะ?" นาตยาถามลูกสะใภ้


"ไม่แล้วค่ะ"


"งั้น...เดี๋ยวแม่มานะ"


หลังจากที่แม่สามีออกจากห้องไปแล้ว วาณิริณก็เอนกายลงกับหัวเตียงสายตาก็มองทอดออกไปด้านนอก ท้องฟ้ายังคงสวยงามอยู่เสมอไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม..ชีวิตของคนในเมืองก็ยังคงวุ่นวายไม่มีผลัดผ่อน พอได้ผ่านมาหลายๆเหตุการณ์ก็ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีภูมิคุ้มกันมากยิ่งขึ้น


ฟอด !!


คนถูกขโมยหอมแก้มสะดุ้งเล็กน้อย ภาคิณเข้ามาได้สักพักแตาภรรยสของเขานั้นกลับใจลอยไปอยู่ที่ไหนด็ไม่รู้ "พี่กลับมาตั้งนานแล้ว ใจลอยไปหาใครที่ไหน หืม?"


"เปล่าค่ะ แค่...กำลังคิดเรื่องความฝัน" 


"ความฝัน?" ภาคิณทบทวนคำนั้นเบาๆ "ฝันว่าอะไร? เล่าให้พี่ฟังได้ไหม?"


วาณิริณเขยิบตัวเล็กน้อยเพื่อให้มีที่ว่างพอที่เขาจะขึ้นมานั่งข้างๆเธอได้ หญิงสาวซบลงบนไหล่ขวาของสามีโดยมีมือของเขาโอบไหล่เธอเอาไว้ "ถ้าเล่าให้ฟังแล้วพี่คิณอย่าหัวเราะนะคะ"


"เล่ามาเถอะ จุ๊บ"


วาณิริณเล่าเรื่องที่เธอได้ฝันถึงปาลิตาและภูษิตให้เขาฟังทั้งหมด ทั้งคำพูดและน้ำเสียงทุกเหตุการณ์ยังจำได้ขึ้นใจ นาตยากลับเข้ามาในห้องได้ยินสองสามีภรรยาคุยกันเลยคิดว่าจะปล่อยให้สองคนใช้เวลาอยู่กันตามลำพัง แต่หญิงวัยกลางคนต้องชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงของลูกสะใภ้พูดถึงข้อความที่ภูษิตฝากมาให้แก่เธอจากในความฝันจึงได้หยุดและฟังต่อจนจบ


​เขายังรอวันที่จะได้อยู่ร่วมกันกับเธออีกครั้ง

แม้จะฟังดูเหมือนกับเป็นเรื่องงมงายแต่นาตยานั้นเชื่อสนิทใจ เพราะว่าคำพูดนี้ภูษิตเคยพูดเมื่อหลายสิบปีก่อน ในตอนที่ต้องเป็นทหารเกณฑ์แล้วถูกส่งไปรบกับพวกคอมมิวนิสต์...เพียงแค่นั้นน้ำตาแห่วความอาลัยและความคิดถึงก็ร่วงหล่นลงมา เธอมองแหวนที่สวมบนนิ้วนางข้างซ้ายมาเกือบครึ่งชีวิตและยิ้มให้กับมัน


"อย่าเพิ่งหนีฉันไปเกิดที่ไหนนะคะ รอฉันด้วยนะ" พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและแผ่วเบาเหลือเกิน นาตยาปาดน้ำตาที่อาบล้นทั้งสองแก้วก่อนจะเดินกลับไปข้างใน "กลับมาแล้วหรอคิณ ผลออกมาว่ายังไงบ้าง?"


ภาคิณหันไปทางแม่ของเขา "นายพลวิชิตยอมจำนนกับหลักฐาน เขาเป็นคนบงการลอบสังหารพ่อครับ"


"เฮ่อ ทั้งเพื่อนรักและน้องชายต่างพากันคิดร้ายกับตัวเองไปซะหมด ดีแล้วที่เวรกรรมไม่ปราณี..." แม้จะรู้สึกเจ็บแค้นแทนสามีผู้ล่วงลับแต่นาตยาก็ปล่อยวางได้แล้ว หญิงวัยกลางคนวางผลส้มใส่จานแล้วนำมาให้คนป่วย "แม่ชิมแล้วมันเปรี้ยวดี วันนี้ตอนเช้าแม่เห็นว่าณิริณก็แพ้ท้องหนักเลยซื้อมาเผื่อจ้ะ" มือที่เริ่มเหี่ยวเอื้อมไปแตะท้องสาวที่เริ่มนูนออกมานิดๆ "อย่างแกล้งแม่เขาเยอะนะหลานย่า เดี๋ยวแม่เขาจะไม่สบายเอา"


"ขอบคุณค่ะคุณแม่ เย็นนี้หมอจะพาไปอัลตร้าซาวน์...คงจะได้กลับบ้านแล้วล่ะค่ะ เบื่อโรงพยาบาลเต็มทีแล้ว" หวังว่าลูกและท้องของเธอจะแข็งแรงดีเพราะตลอดเวลาที่อยู่ตรงนี้วาณิริณไม่เคยขัดคำสั่งหมอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ดูแลและบำรุงเป็นอย่างดีแถมคนรอบข้างก็คอยช่วยดูแลอยู่ตลอด


#####


สาวน้อยวาณิชากำลังอยู่ตรงหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อคีย์บัญชีย้อนหลังช่วยผู้คุมงานเป็นวันสุดท้าย ข่าวเรื่องการแต่งงานของภากรและเธอถูกกระจายออกอย่างรวดเร็วเมื่อนาตยาเผลอหลุดปากเรียกเธอว่าลูกสะใภ้กลางบริษัท 


คู่อริอย่างฝ่ายการตลาดที่จับจองภากรกันมานานแสนนานก็แสดงอาการไม่พอในทันที เป็นเด็กฝึกงานแต่มาอ่อยจนได้ผัวเป็นถึงผู้บริหาร...ขนาดวันสุดท้ายแล้วก็ยังมิวายจะถูกหาเรื่องอยู่เรื่อยๆ


หนึ่งชั่วโมงก่อนเลิกงาน...


ในขณะที่สาวน้อยจัดเรียงรายการบัญชีส่งให้ภากรเซ็นแล้วเรียบร้อย เธอเดินออกจากห้องทำงานของเขาด้วยความสบายใจแต่ก็มีกลุ่มคนหน้าเดิมๆเดินเข้ามาขวางเอาไว้


"อ่อยท่าไหนล่ะถึงได้คุณภากรไปเป็นผัวน่ะ พวกฉันต่อคิวกันมาตั้งนานนะยะ" นิดหน่อยเปิดฉากด้วยความหมั่นไส้ 


วาณิชาทำหูทวนลมไม่รับรู้เพราะตอนนี้เธอต้องโตเป็นผู้ใหญ่ไม่ควรใช้อารมณ์มาตัดสินปัญหา สาวน้อยพยายามเดินแหวกกลุ่มหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า...แต่ก็ถูกขวางทุกทาง


"หูหนวกรึไงยะ? คิดว่าคุณภากรให้ท้ายแล้วจะจบออกไปได้ง่ายๆอย่างงั้นหรอ?" สาวเปรี้ยวข้างๆแว้ดเสียงขึ้น "แบบนี้น่าจะรายงานอาจารย์ให้ไม่ผ่านฝึกงานจะดีกว่ามั้ง เขาให้มาหาประสบการณ์แต่ดันมาอ่อยผู้!!"


"พูดจบรึยัง? ฉันไม่ได้ว่างมานั่งกัดกับพวกเธอ" วาณิชาทำสีหน้านิ่งเฉย "เอาเวลาที่จ้องแต่จะหา 'ผู้' ไปนั่งคิดว่าจะทำยังไงให้ชีวิตดีขึ้นจะดีกว่ามั้ง ไร้สาระไปวันๆแบบนี้ล่ะสิ 'ผู้' ถึงไม่แล"


"อีณิชา !!!"


"เบบี๋จ๋า~" เสียงของภากรทำให้เหตุการณ์ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยฉับพลัน "เอาแฟ้มไปส่งแล้วเก็บของให้เรียบร้อย เดี๋ยวจะพาไปไปซื้อของก่อนกลับคอนโด"


วาณิชาที่ถือไพ่เหนือกว่ายิ้มชอบใจ วันนี้วันสุดท้ายแถมยังไม่มีอะไรจะต้องปิดอีกต่อไปแล้ว สาวน้อยคล้องแขนของภากรแล้วส่งสายตาเยอะเย้ยฝ่ายตรงข้าม "ค่ะ พี่กรขา~ ซื้อของเสร็จแล้วเราไปดูหนังกันนะ แล้วก็...แวะหาอะไรทานกันด้วย นะพี่กรนะ...นะคะ!!" ทำน้ำเสียงออดอ้อนเป็นลูกแมวเชื่องๆ


ภากรที่เอ็นดูยัยหนูอยู่แล้วก็ยิ่งเอ็นดูหนักขึ้นไปอีก มือหนาแตะที่หัวของเธอแล้วขยี้เบาๆ "ได้ครับๆ พี่รอหน้าห้องนะ"


สามสาวเห็นท่าทีของภากรที่มีต่อเด็กฝึกงานแล้วก็ทำให้คิดว่าไม่ควรเสี่ยง หากวาณิชาไปพอใจขึ้นมามากกว่านี้อาจจะทำให้พวกเธอตกงานกันในชั่วพริบตาเดียวก็เป็นได้


ห้างสรรพสินค้า...


หนังที่วาณิชาอยากดูนั้นเต็มทุกรอบจึงทำได้แค่ซื้อของและหาร้านทานมื้อเย็นกันเพียงเท่านั้น เพราะภากรดันไปให้คำมั่นสัญญากับเมียเด็กตัวแสบเอาไว้ว่าหลังจากเธอจบฝึกงานจะพาเธอขึ้นไปเที่ยวตั้งแคมป์บนดอย เวลานี้ก็ใกล้เข้าสู่ฤดูหนาวเต็มที...ดอกนางพญาเสือโคร่งหรือว่าซากุระเมืองไทยกำลังจะออกดอกเบ่งบาน ยิ่งทำให้เธออยากไปสัมผัสกับดินแดนสีชมพูบนยอดดอยสูง


แต่เพราะแผนการณ์ที่วางเอาไว้กับเพื่อนๆล้มไม่เป็นท่า เธอจึงต้องคอยออดอ้อนภากรซ้ำๆทั้งเช้าเย็นจนกว่าเชาจะใจอ่อน


และมันก็ได้ผล...


ผัวแก่นั้นอ่อนไหวง่ายแก่เมียเด็กอยู่เสมอ ไม่ว่าเธอจะอยากได้อะไร อยากไปที่ไหนภากรจัดการให้ถึงที่สุดของความสามารถ แม้ว่าบ่อยครั้งจะขัดใจกับเมียเด็กเอาแต่ใจก็ตามที


"ไปตั้งแคมป์ก็ต้องมีถ้วยกาแฟสิ ย่างไก่ด้วยนะ แล้วก็...."


"ไม่ใช่พี่กันต์แห่งเรื่องอังกอร์นะเบบี๋ ซื้อไปเท่าที่จำเป็นก็พอ"


วาณิชาทำแก้มป่อง "ก็ณิชาไม่เคยไปตั้งแคมป์นี่ แล้วมันต้องมีอะไรบ้างล่ะนอกจากเต้นท์ ไฟฉายแล้วก็ที่นอนลมอ่ะ"


ภากรจับมือเธอเดินไปตามจุดต่างๆ ขืนปล้อยให้เธอเลือกเองรถคงจะหนักน่าดู "อุปกรณ์น่ะใช้แค่นี้พอ นอกนั้นเดี๋ยวก็ไปซื้ออาหารสำเร็จรูปเตรียมเอาไว้ ส่วนอาหารสดค่อยไปซื้อก่อนวันไป"


วาณิชาตั้งใจฟังเขาอยู่เงัยบๆ พอได้ของครบตามที่ต้องการก็ถึงเวลาอาหารเย็นของสองหนุ่มสาว ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้ามีมากมายจนเลือกไม่ถูก สุดท้ายต้องหาซื้อของสดกลับมาทำทานเองที่คอนโด


ครั้งนี้สาวน้อยตั้งใจดูตามสูตรในอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะไม่ให้พลาดแบบคราวที่แล้ว เพราะเธอต้องการทำทุกอย่างด้วยตัวเองภากรจึงได้แต่นั่งดูโทรทัศน์ไปสักพักก็เหลือบมองเมียเด็กที่ทำของนั่นนี่หล่นกระทบพื้นก็หัวเราะเบาๆ อาหารเย็นวันนี้จะรอดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ที่รู้ๆวันนี้เขาได้เห็นเธอพยายามใช้สติมากกว่ากำลัง


เธอโตเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว...


ในที่สุด! มื้อเย็นของวันนี้ก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี


ดาดฟ้าของคอนโด...


หลังจากอาบน้ำชำระกายจนเสร็จสิ้น ภากรก็ชวนวาณิชามานั่งดูดาวบนดาดฟ้าของที่นี่ ชายหนุ่มบรรจงหอมแก้มว่าที่เจ้าสาวซ้ำไปซ้ำมาจนเธอต้องยกมือขึ้นห้าม


"พอแล้ว เมื่อคืนณิชายังเหนื่อยไม่หายเลย" เธอบอกตาผัวแก่ที่ชอบรังแกเธอยามค่ำคืน "พี่กรชอบทำแบบนี้กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่า?"


ภากรส่ายหัวไปมา "กับคนอื่นพี่แค่ทำให้เสร็จแล้วก็แยกกะน แต่กับณิชา...พี่อยากอยู่ด้วยทั้งวันทั้งคืนเลย"


"ก็ดี! หลังจากนี้พี่กรห้ามมองผู้หญิงคนอื่นเกินกว่าเพื่อนร่วมโลก หรือแม้แต่ควายตัวเมียก็ห้ามมอง!!!" 


ร่างสูงกลืนน้ำลายฝืดๆแล้วยิ้มให้กับคนตัวเล็ก "พี่ไม่เหลือสายตาไว้มองใครอีกแล้ว แต่ควายน่ะขอยกเว้นได้ไหม? พี่ดูไม่เป็นว่าตัวไหนตัวผู้หรือตัวเมีย"


"ชิ ไม่ต้องมาทำตลกเลย" วาณิชาตีที่แขนของเขาสองที "ถ้ามองผู้หญิงคนอื่นณิชาจะจับตอนวันละเซ็นแล้วโยนให้เป็ดกิน และณิชาก็จะไปมองผู้ชายคนอื่น จะมองๆแล้วก็มอง เผลอๆจะให้เบอร์ แลกไลน์ แลกเฟซแล้วก็.. อะ อื้ออ"


ภากรไม่ทนฟังจึงหยุดเธอด้วยจูบของเขา ว่าที่เจ้าสาวตัวน้อยใขสั่นสะท้านทั้งทรวงไม่นานก็ตอบรับจูบของเขาด้วยความอ่อนหวาน นานแสนนานที่ทั้งสองอยู่กันแบบนั้นโดยไม่คิดจะแยกออกจากกันเลยแม้แต่น้อย


ภากรผละจูบออกจากเธอก็ลูบปอยผมที่ปกปิดหน้าของสาวน้อยออก "พี่รักณิชา พี่หยุดแล้วที่เมียเด็กของพี่นี่แหละ แต่งงานกับพี่นะ"


"ก็...ก็ขอกับพ่อไปแล้วนี่ แล้วจะมาขออีกทำไม?"


ภากรหัวเราะในลำคอ เขาหยิบของสิ่งหนึ่งออกจากกระเป๋า... กล่องกำมะหยี่ถูกเปิดออกก็เห็นแหวนเงินที่มีเพชรเม็ดเล็กประดับล้อมรอบสวยงาม มือข้างซ้ายของเธอถูกดึงขึ้นมาแล้วภากรจึงสวมแหวนให้


ซึ่งมันพอดีกับนิ้วนางข้างซ้ายของเธอเป๊ะ!


"ก็ต้องขอกับเจ้าสาวไง แล้วจะแต่งกับพี่รึเปล่า? ตอบให้ชื่นใจหน่อยสิ!!"


"ก็..." วาณิชาอ้ำๆอึ้งๆ ตอนนี้ใบหน้าของเธอแดงกล่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความขัดเขิน "ตะ แต่ง...แต่งค่ะ แต่ว่าพี่กรต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้ามีเมียน้อยแบบพวกในข่าว"


"สัญญาด้วยชีวิตพี่เลย จุ๊บ"


ท้องฟ้าเปล่งประกายแสงดาวพราวระยับในความมือ สองหนุ่มสาวยังคงจ้องมองมันด้วยความอิ่มเอมใจอย่างถึงที่สุด วาณิชาซบไหล่กว้างท่าใกลางบรรยากาศที่เงียบสงบอย่างที่เคยเป็นมา ภากรกรยกมือขึ้นโอบไหล่มนเอาไว้...เขาแพ้ให้แก่ยัยเด็กจอมแก่นคนนี้แบบราบคาบแล้วเรียบร้อย


"ณิชารักพี่กรนะ ขอบคุณนะคะที่ดูและณิชามาตลอดเลย"


ได้ยินคำรักจากเสียงใสๆที่เขาชอบฟังก็ยิ่งรู้สึกอิ่มเอมในใจ เกิดมาทั้งทีได้มีเมัยเด็กกว่ามากขนาดนี้ถือว่าภากรใช้ชีวิตได้อย่างคุ้มค่าเป็นที่สุดแล้ว


วันต่อมา...


ผลอัลตร้าซาวน์ของวาณิริณนั้นบอกว่าเด็กแฝดปลอดภัยดีและหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านได้นั้นสร้างความปลื้มปิติมห้แก่ทุกคนเป็นอย่างมาก ภาคิณสั่งให้คนจัดทำความสะอาดห้องนอนด้านล่างเพราะเขาไม่ต้องการให้ภรรยาของเขาต้องเดินขึ้นลงบันได


มันเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย...


วาณิชาพาพี่สาวของเธอมานั่งเล่นกันที่สวนหย่อม "สองคนชัดเจนมากเลยนะคะ แล้วจะรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง?"


"หมอบอกว่าเข้าห้าเดือนถึงจะรู้เพศจ้ะ" เธอมองน้องสาวที่กำลังไล่ดูภาพอัลตร้าซาวน์ของเธอ "ณิชา พี่มีเรื่องจะขอ"


"ได้ค่ะ" สาวน้อยขานรับดเวยความเต็มใจ


"อีกไม่นานณิชาก็จะแต่งงานแล้ว พี่แค่อยากเห็นน้องสาวพี่มีความสุขในวันสำคัญ...ณิชาโตเป็นผู้ใหญ่มากแล้ว กลับไปอยู่ที่บ้านต้องช่วยดูแลพ่อกับแม่และไหนจะช่วยงานพี่กร พี่ขอให้น้องสาวพี่ใจเย็นๆ ใช้สติในการแก้ไขปัญหาเหมือนก่อนหน้าที่ณิชาเคยทำได้"


วาณิชาสวมกอดพี่สาวของเธอ "ค่ะ ณิชาจะไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง ขอบคุณพี่ณิริณมากนะคะที่เสียสละให้ณิชาก่อนเสมอเลย...ฟอด"


นานแล้วที่ไม่ได้หอมแก้มพี่สาวแบบนี้ หลังจากนี้ชีวิตของทุกคนก็จะมีแต่ความสุขและความสงบตามแต่ที่ควรจะเป็นสักที

______100%_____

ฝากเรื่องของสารวัตรและผู้กองด้วยนะจ๊ะ ตอนแรกลงไปแล้ว ติดตามกันได้เลยยย หาชื่อไปเจอเข้าที่โปรไฟล์ของไรท์ได้เลยนะคะ เจอทุกเรื่องแน่นอน


อีกห้าตอนก็จบแล้วจ้าา ฮือๆๆ

ตอนพิเศษ...ขออนุญาติไม่ลงในเว็บนะคะ

มีพิเศษ 6 ตอนค่ะอย่างที่แจ้งไปแรกๆ

เดี๋ยวมาต่อนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}