ยอนิม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เมียรับจ้าง ตอนที่ 66......END

ชื่อตอน : เมียรับจ้าง ตอนที่ 66......END

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 63.4k

ความคิดเห็น : 217

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2560 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียรับจ้าง ตอนที่ 66......END
แบบอักษร


เมียรับจ้าง   Ver.YaoiThai  ตอนที่ 66

Author :   (ยอนิม)



“เต ผมไม่ให้เตนอนกับอาม่านะ” ธันวาพูดขึ้นขณะเดินเข้ามาในห้องเห็นเตวิชกำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ


“เตจะนอน” เตวิชพูดเถียงขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าเพื่อเข้าห้องน้ำ


“เตลืมไปแล้วเหรอ ว่าคืนนี้เราจะไปไหนกัน” ธันวาพูดขึ้นทำให้เตวิชชะงักเท้า


“อ่า...จริงด้วยสิ..แต่ก็ไม่เห็นเป็นไรเลย กลับมาเตก็ค่อยเข้าไปนอนกับอาม่าก็ได้” เตวิชบอกก่อนจะเข้าไปอาบน้ำ ปล่อยให้ธันวายืนฮึดฮัดอยู่คนเดียว สักพักใหญ่ๆ เตวิชก็เดินออกมา แล้วมองคนรักที่นั่งหน้าบึ้งอยู่ที่เตียงนอน

“จะไปชุดนั้นรึไงหะ ไม่อาบน้ำรึไง” เตวิชว่าขึ้น


“ผมไม่อยากไปแล้ว” ธันวาแกล้งงอน เตวิชมองคนรักนิ่งๆ


“งั้นก็นอนอยู่บ้านล่ะกัน” เตวิชพูดแค่นั้นก็หยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำพอออกมาอีกทีก็เจอธันวายืนอยู่หน้าห้องน้ำ


“เตไม่คิดจะง้อผมเลยรึไงครับ” ธันวาถามขึ้น เตวิชคิ้วขมวดเข้าหากันทันที


“นี่ พูดผิดพูดใหม่ได้นะธัน ใครกันแน่ที่สมควรง้อ ใครกันแน่ที่สมควรโกรธ แต่ถ้ายังคิดไม่ออกก็เชิญอยู่คนเดียวไปเถอะ” เตวิชบอกก่อนจะเดินออกจากห้องอย่างหงุดหงิด อุตส่าห์เปิดโอกาสให้ตามเข้ามาง้อในห้องยังจะไม่ง้ออีก แถมจะให้เตวิชเป็นคนง้อ   ธันวารีบวิ่งตามเตวิชออกไปอย่างรวดเร็ว


“นี่ๆ จะไปไหนกัน” เสียงอาม่าทักขึ้นเมื่อเห็นเตวิชเดินลงมาจากห้องในชุดใหม่ที่ไม่ใช่ชุดนอน โดยมีธันวาวิ่งตามลงมา


“อาม่าครับ เดี๋ยวเตกลับมานอนด้วยนะครับ พอดีเตลืมไปว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของเพื่อนเต  เตคงกลับมาดึกนิดหนึ่งนะครับ” เตวิชเข้าไปโอบเอวอาม่าอย่างอ้อนๆ


“ได้สิ มานอนกับอาม่าทุกวันก็ได้นะ เผื่อใครบางคนมันจะคิดได้บ้าง” อาม่าพูดแขวะหลานชายแท้ๆของตัวเอง


“อาม่าครับ” ธันวาเรียกเสียงอ่อย


“ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนั้นเลย ชั้นไม่สนหรอกย่ะ ขับรถดีๆล่ะกันไม่ต้องซิ่งให้มันมากนัก” อาม่าบ่นออกมา เตวิชขอตัวไปขึ้นรถตามด้วยธันวาที่เดินหน้ามุ่ยออกไป

“เจ้าธันเอ๊ย ไม่น่าเชื่อว่าจะสิ้นฤทธิ์เพราะเมียเลยนะเนี่ย” อาม่าพูดกับตัวเองยิ้มๆ เธอก็แค่อยากแกล้งหลานชายเท่านั้นเอง เพราะเธอเชื่อว่า ยังไงธันวาก็ไม่ยอมให้เตวิชมานอนกับเธอแน่นอน ธันวาขับรถมารวมตัวกับทุกคนที่คลับของคิว


“ไงไอ้เต เป็นไงบ้าง” กวินถามทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนเพราะอยากรู้เรื่องทั้งหมด เพราะฟังจากภูมินทร์ไม่ละเอียดเท่าไร


“ไม่รู้ มึงอยากรู้ไปถามธันเองล่ะกัน ตัวเล็กอยู่ไหนอ่า” เตวิชบอกปัดก่อนจะถามหาน้องชายตัวเอง


“ยังไม่มาเลยครับพี่เต เมษก็รออยู่เนี่ย” เมษาตอบกลับ ธันวาเดินไปนั่งข้างๆคิวเพื่อรอให้ทุกคนมากันให้ครบทีเดียวแล้วค่อยไป


“เป็นอะไรกันวะ เห็นภูมิกับอัสมาเล่าให้วินฟัง ว่ามึงกับเตวิชทะเลาะกัน” คิวถามขึ้น ธันวามองไปที่คนรักที่กำลังยืนเซตผมให้กับเมษาอย่างเซ็งๆ


“ก็เตโกรธกูอ่ะดิ แค่กูดูแลลูกค้าเท่านั้นเอง แถมยังฟ้องอาม่าจนกูโดนด่าหูชา แล้วนี่บอกว่ากลับไปจะไปนอนกับอาม่าอีก” ธันวาบ่นเบาๆ


“แล้วมึงยอมรึไง” คิวถามยิ้มๆ


“ไม่มีทาง คอยดูนะกลับบ้านเมื่อไร ต้องลงโทษให้เข็ด เดี๋ยวนี้เริ่มดื้อมากขึ้นไปทุกที” ธันวาพูดขึ้น


“หึหึ แต่ถ้าพี่ธันยังง้อไม่สำเร็จ พี่ธันนั่นแหละที่จะโดนลงโทษน่ะ ผมว่านะ” เคพูดขึ้นอย่างขำๆ เพราะยืนฟังอยู่เหมือนกัน


“ไอ้เค เดี๋ยวเถอะ วอนโดนเท้าอีกคน” ธันวาพูดไม่จริงจังนัก แต่น้องชายของเขานี่สิ วิ่งแจ้นเข้ามาขวางทันที


“พี่ธันห้ามทำอะไรพี่เคนะ” เมษาท้าวเอวบอกพี่ชายตนเองเสียงเข้ม


“ทำไม เมษจะทำอะไรพี่หะ” ธันวาถามน้องชายตนเองกลับไป


“เมษจะ...จะ..จะฟ้องพี่เต” เมษาพูดพร้อมกับยักคิ้วให้พี่ชายตนเอง


“ฟ้องเหรอ เดี๋ยวโดนเตะอีกคนหรอก” ธันวาแกล้งทำท่าเตะน้องชาย


“ลองเตะดูสิธัน!” เตวิชว่าออกมาเสียงเขียว ธันวาจึงได้แต่นั่งเงียบพร้อมกับชี้หน้าน้องชายอย่างคาดโทษ


“ตาลมาแล้วครับ” อัสดาพูดขึ้นเมื่อเห็นตาลลงจากรถของนราธรพอดี เตวิชหันไปมองก่อนจะรีบเดินไปหาน้องชายตนเองที่เดินจับมือมากับนราธรยิ้มๆ


“ตัวเล็กคิดถึงจังเลยมาให้พี่กอดหน่อย” เตวิชวิ่งเข้าไปกอดน้องก่อนจะตีมือนราธร

“ปล่อยสิ ไม่เห็นรึไงว่าผมกำลังจะกอดตัวเล็กอ่ะ” เตวิชว่าออกมาทำให้นราธรต้องรีบปล่อยก่อนจะเดินไปรวมกับธันวา


“ไอ้ธัน เมียมึงเป็นอะไรวะ ดูแปลกๆพิกล” นราธรถามเพื่อนอย่างสงสัย


“มึงไปถามไอ้ภูมิเองละกัน มันน่ะรู้ดีเลยล่ะ” ธันวาแกล้งพูดประชดรุ่นน้องตนเอง


“โธ่ พี่ธัน ถ้าผมปิดเมียพี่แล้วเค้ามารู้ทีหลัง มีหวัง ผมกับอัสต้องไปเจอกันอีกทีที่ทางช้างเผือกแน่ๆ” ภูมินทร์พูดขึ้นอย่างสยองๆ


“นี่แปลว่ามึง ทำอะไรไม่ดีให้เมียมึงโกรธแหงๆเลย” นราธรว่าออกมา


“พอเถอะ อย่าไปพูดถึงมันเลย เตเค้าก็แค่หึงกูเท่านั้นเอง เดี๋ยวกูก็ง้อของกูเองแหละ แล้วพวกมึงเป็นอะไรวะ ถึงมายุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่นเนี่ยหะ” ธันวาพูดว่าออกมาแต่ไม่จริงจังมากนัก


“มาครบกันรึยังครับทุกคน” เสียงเควินดังขึ้น


“ก็รอคุณเควินนั่นแหละ” กวินบอกยิ้มๆ


“โทษทีครับพี่วิน พอดีผมกับเควินไปซื้อของที่ต้องใช้คืนนี้มาน่ะครับ” จิลบอกก่อนจะเปิดถุงที่ถือมาให้กวินกับเตวิชดู ทั้งสองยิ้มกว้าง


“ดีจังเลย ตกลงมากันครบแล้วก็ไปเลยเนอะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ไม่ยอมให้ใครช่วยเลย” กวินบอกออกมา ทุกคนต่างแยกย้ายกันขึ้นรถโดยที่เตวิชไม่ยอมไปกับธันวา แต่กลับขึ้นรถของกวิน ทำให้ธันวาอดที่จะฉุนนิดๆไม่ได้

..

..

..

“อะไรนะครับ จะปิดร้านสองสามวัน เถ้าแก่จะไปไหนอ่ะครับ” น้ำปิงถามขึ้นอย่างแปลกใจที่เจ้าของร้านเดินมาบอกว่าจะปิดร้านตอนนี้เลย และจะปิดอีกสองสามวัน


“ก็แม่ผมที่อยู่บ้านนอกน่ะสิ ไม่สบายเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน ผมเลยต้องรีบไปคืนนี้ เราก็หยุดพักไปก็แล้วกันนะ เรื่องค่าแรงไม่ต้องห่วง ผมจะจ่ายให้ตามปกติ” เจ้าของร้านพูดขึ้น น้ำปิงจึงได้แต่พยักหน้าอย่างงงๆ ก่อนจะเก็บของเพื่อกลับบ้าน น้ำปิงนั่งรถประจำทางมาลงหน้าซอยก่อนจะเดินเข้าบ้าน


“วินไม่ได้กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้ารึไงนะ ไฟถึงไม่ได้เปิด” น้ำปิงพูดขึ้น เพราะทุกครั้งกวินกลับมาบ้านเมื่อไรจะเปิดไฟทิ้งไว้ให้ประจำ น้ำปิงใช้ไฟจากโทรศัพท์ตนเองส่องเดินเข้าไปในรั้วบ้าน ก่อนจะแปลกใจอีกว่าตึกใกล้ๆกันก็ไฟดับเช่นเดียวกัน รอบๆบ้านพักของเขาไม่มีบ้านใครเปิดไฟเลย น้ำปิงเปิดประตูบ้านเข้าไป เขารู้สึกเหงาขึ้นมาเวลาที่ต้องอยู่คนเดียวมืดๆแบบนี้ พลางคิดถึงใครบางคนที่วันนี้ทั้งวัน ไม่โผล่มาให้เห็นหน้าเลย มือเรียวควานหาสวิตส์ไฟก่อนจะกด แต่ไฟไม่ติด

“เฮ้ย ทำไมไฟไม่ติดอ่ะ ค่าไฟก็จ่ายนี่หว่า ฟิวส์ขาดรึเปล่านะ” น้ำปิงบ่นก่อนจะใช้แสงสว่างอันน้อยนิดจากโทรศัพท์เดินไปนั่งบนโซฟา ขาทั้งสองข้างยกงอขึ้นมาบนโซฟา น้ำปิงนั่งมองแสงจากโทรศัพท์ด้วยท่าทีหงอยๆ เพราะขี้เกียจเดินไปหาเทียนก่อนจะล้มตัวนอนบนโซฟามือเรียวยกมาก่ายหน้าหน้าผากตัวเองเอาไว้ พลางคิดถึงหน้าแมทธิวขึ้นมา แล้วจู่ๆน้ำตาใสก็ไหลออกมา

“ฮึกก... คนบ้าไหนว่าจะมาหาทุกวันไง” น้ำปิงสะอื้นพูดกับตัวเองเบาๆฮนั่งม แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงเพลงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากมุมไหนสักมุมของห้อง


~ อยากจะขอแก้ไขเรื่องราวของเรา กับสิ่งที่ชั้นพลาดพลั้ง ที่ทำให้เธอต้องร้องไห้เสียใจ เชื่อได้มั้ยเธอ ........โปรดอย่าปล่อยมือชั้น อย่าจากไปไหนเลย แค่อยากให้เธอรู้ ชั้นยังรักเธอเหมือนเคย เสียงร้องของหัวใจ ร่ำร้องหาแต่เธอ อยากมีเธอเคียงข้างชั้น เหมือนเดิม  ตลอดไป ~

เพลง คำตอบสุดท้าย

ศิลปิน แอร์บอร์น

น้ำปิงลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็วและรีบเช็ดน้ำตาออกมาทันที เพราะมีความรู้สึกว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในบ้าน

“ใคร!!! วินเหรอ มึงอย่ามาเล่นแบบนี้นะ” น้ำปิงตะโกนออกมาเพราะคิดว่ากวินคงอยากจะแกล้งตนเอง เสียงเพลงท่อนเดิมๆยังคงดังอยู่เรื่อยๆ วนซ้ำไปซ้ำมา แต่น้ำปิงรู้สึกว่า ยิ่งฟังแล้วยิ่งอยากจะร้องไห้ และอยู่ๆ ไฟที่ตู้ปลาก็สว่างขึ้นมา น้ำปิงรีบลุกไปดูอย่างแปลกใจ เพราะตู้ปลาใหญ่ขึ้นกว่าเดิม และปลาก็มีมากขึ้นด้วย น้ำปิงยกมือขึ้นมาปิดปาก เมื่อเห็นหินสีถูกจัดเรียงในตู้ จากที่น้ำปิงกับแมทธิวเคยเรียงชื่อของทั้งสองไว้ ตอนนี้มีคำว่า “รัก” มาแทรกกลางและต่อท้ายด้วยคำว่า “ตลอดไป”

“แมทธิวรักน้ำปิงตลอดไป” น้ำปิงอ่านข้อความนั้นช้าๆ ก่อนจะมีแสงไฟจากหลอดกลมๆเล็กๆ สว่างขึ้นทีละดวง น้ำปิงเดินตามไปช้าๆ น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด พอน้ำปิงเดินผ่านไปไฟที่สว่างตอนแรกก็จะดับตามหลังมาเรื่อยๆ น้ำปิงเดินตามแสงไฟออกมาทางหน้าบ้าน แต่อดที่จะแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมตอนเดินเข้ามาเขาถึงไม่ทันสังเกตเห็น อาจจะเป็นเพราะอารมณ์นั้นกำลังคิดถึงใครบางคน เลยไม่ได้สังเกตอะไรในที่มืดมากนัก พอน้ำปิงเดินถึงไฟดวงสุดท้ายไฟก็ดับสนิทลง น้ำปิงตกใจนิดๆ ก่อนจะพยายามเพ่งมองเพื่อให้สายตาชินกับความมืด ก่อนจะนิ่ง เมื่อถูกสวมกอดจากทางด้านหลัง แต่น้ำปิงไม่คิดจะขัดขืน เพราะจำกลิ่นกายของคนที่กอดตนเองได้ดี ท่ามกลางความมืดสลัว ความรู้สึกเหงา หว้าเหว่ในตอนแรก กลับหายไปในพริบตา

“ฮึกกก...ฮือออ” น้ำปิงร้องไห้ออกมา วงแขนแกร่งโอบรัดร่างบางมากขึ้น มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ที่หน้าท้องแบนราบของน้ำปิง ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดที่ซอกคอ


“อย่าร้องอีกเลยนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มที่ดังออกมาทำให้น้ำปิงร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ร้องไห้หนักจนน้ำตาท่วมตาแบบนี้ แล้วจะเห็นข้อความที่ผมจะบอกมั้ยครับ” แมทธิวพูดเบาๆ น้ำปิงชะงักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมา ตึกที่น้ำปิงเห็นว่าไฟดับนั้น มีไฟสว่างขึ้นมาเป็นตัวอักษรข้างตัวตึก ก่อนที่ไฟจะติดไล่ไปทีละตึก น้ำปิงอ่านตามทันทีที่เห็น


“กรุณา – คบ – กับ – ผม – นะ – ครับ” น้ำปิงพูดจบไฟตำแหน่งสุดท้ายก็สว่างขึ้นคือแสงไฟตรงพื้นหญ้าหน้าน้ำปิงนั้นเอง


“ผมรักคุณ” แค่เห็นเท่านั้น น้ำปิงก็ร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง


“ฮือออ....ฮึกกก...ฮือออออ” แมทธิวจับน้ำปิงให้หันมาหาตนเองแล้วโอบกอดเอาไว้ น้ำปิงซบหน้าร้องไห้อยู่กับอกของแมทธิวอยู่อย่างนั้น


“ผมรอคำตอบอยู่นะครับ คุณบอกว่าให้ผมเริ่มจีบคุณใหม่ ผมก็ทำ และวันนี้ผมก็จะขอคุณคบด้วยอีกครั้ง คุณจะตอบตกลงมั้ยครับ” แมทธิวถามขึ้น น้ำปิงสะอื้นอยู่สักพัก แมทธิวก็ไม่คาดคั้นอะไร


“ครับ...ปิงจะคบกับแมทธิว” น้ำปิงบอกเสียงสั่น แมทธิวยิ้มกว้าง และทันทีที่น้ำปิงตอบตกลง ไฟทั้งบ้านก็สว่างขึ้น พร้อมทั้งเสียงโห่ร้อง


“เย้ๆๆๆ ดีใจด้วยนะ!” ปุ ปุ ปุ พร้อมด้วยกระดาษสีมากมายที่ถูกยิงออกมาจากกรวย น้ำปิงเงยหน้ามามองทุกคนอย่างแปลกใจทั้งน้ำตา เพราะเถ้าแก่ของเขาก็มารวมอยู่ด้วย


“อ่า ขอโทษทีนะน้ำปิง  ความจริงแม่ผมเสียไปนานแล้ว แต่คุณคนนี้เค้าไปอ้อนวอนขอให้ผมช่วยน่ะสิ บอกว่าจะสารภาพรัก” เถ้าแก่ของน้ำปิงพูดขึ้นยิ้มๆ


“มีความสุขสักทีนะมึง” เตวิชพูดขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาน้ำปิง  แมทธิวยอมปล่อยให้น้ำปิงสวมกอดเพื่อนรักทั้งเตวิชและกวิน


“ฮืออ...ไอ้เพื่อนบ้า....หลอกกูอีกแล้ว” น้ำปิงพูดว่าและยิ้มทั้งน้ำตา


“แต่การหลอกครั้งนี้มันมาซึ่งความสุขของมึง กูสองคนยอมนะเว้ย” กวินบอกยิ้มๆ


“ยินดีด้วยนะครับ” และคนอื่นๆก็เดินมายินดีกับน้ำปิงและแมทธิว ก่อนจะช่วยกันขนเครื่องดื่มและอาหารที่แอบเตรียมกันไว้ออกมา ดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน

..

..

..

“มึงรู้มั้ยว่าแมทธิวน่ะ เตรียมสถานที่คนเดียวเลยนะ” กวินบอกออกมาขณะนั่งดื่มอยู่กับเพื่อนที่โต๊ะหน้าบ้าน น้ำปิงมองไปที่คนรักที่กำลังคุยยิ้มหัวเราะอยู่กับพวกธันวา


“คิดไม่ถึงเลยว่าแมทธิวจะทำถึงขนาดนี้” น้ำปิงพูดเบาๆ


“ก็แมทธิวรักมึงจริงๆนี่หว่า บอกตามตรงโคตรโรแมนติกเลย กูนะอิจฉามึงชะมัด” เตวิชพูดยิ้มๆ


“ทำไม ธันไม่โรแมนติกรึไง” น้ำปิงถามกลับ เตวิชชะงักแก้วเหล้าในมือเล็กน้อยก่อนจะดื่มรวดเดียวหมด


“ไม่เลยสักนิด” เตวิชพูดกระแทกๆ


“ใครบอกว่าผมไม่โรแมนติกครับ” ธันวานั่งลงข้างคนรักตามด้วยคิวและแมทธิวที่ต่างก็นั่งข้างคนรักตนเอง ธันวาเอื้อมมือโอบไหล่บางเอาไว้ แต่เตวิชขยับหนี


“กับกูน่ะไม่โรแมนติกหรอก เพราะไปมัวโรแมนติกกับคนอื่นอยู่น่ะสิ” เตวิชบอกก่อนจะนั่งหันหน้าไปอีกทาง น้ำปิงมองอย่างงงๆ เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองทะเลาะกัน ก่อนจะหันไปกระซิบถามกวิน


“เตครับ ผมบอกแล้วไงว่าลูกค้าๆ และผมไม่ได้คิดอะไรกับเค้าสักหน่อย ผมอธิบายไปหมดแล้วนะ ทำไมไม่หายโกรธหายงอนสักที” ธันวาบอกอย่างเหนื่อยๆ


“จิล ขอเพียวๆให้พี่แก้วหนึ่ง” เตวิชไม่สนใจที่จะฟังธันวาพลางลุกเดินไปรับแก้วเหล้าที่จิลมาดื่มอย่างรวดเร็ว


“พอได้แล้วเต กลับบ้าน” ธันวาบอกก่อนจะเดินมาดึงมือคนรัก


“ไม่!! เตยังไม่กลับ ธันจะกลับก็กลับไปก่อนสิ เดี๋ยวเตกลับเองก็ได้”  เตวิชพูดออกมาเสียงดัง ทำให้ทุกคนต่างหันไปมอง ธันวาจ้องคนรักเขม็ง


“เต ทำไมเตพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้หะ ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ ถามจริงไม่เคยเชื่อใจผมเลยรึไงว่ามีเตคนเดียวน่ะ กับมีล่าจะให้ผมพูดอีกสักกี่รอบว่าเป็นแค่ลูกค้า ผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเค้า ถ้าผมคิด ผมคงไม่ตามเตออกมาแล้วทิ้งเค้าไว้แบบนั้นหรอก เตหัดคิดซะบ้างสิ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็หึงไม่ฟังเหตุผลอะไรเลย ผมทำงานก็เหนื่อยมากพอแล้วนะ จะให้มาเหนื่อยกับเตอีกเหรอ เห็นใจผมบ้างสิ” ธันวาว่าออกมาเสียงดัง ทำให้เตวิชถึงกับยืนอึ้งพอๆกับคนอื่นๆ ที่ต่างเดินหลบมายืนรวมห่างออกไป เพื่อให้ธันวากับเตวิชได้เคลียปัญหากันเอง เตวิชมองหน้าธันวานิ่ง ก่อนจะหันหลังไปรินเหล้าเพียวๆขึ้นมาดื่มอีกไม่ยั้ง ธันวารีบไปดึงแขนร่างบางเอาไว้


ซ่า~

เหล้าในแก้วสาดใส่หน้าธันวาอย่างไม่ตั้งใจ เพราะทั้งสองต่างยื้อยุดแก้วเหล้าในมือของเตวิช เคตวิชมองอย่างตกใจในขณะที่ธันวายืนนิ่ง ก่อนจะยกมือลูบใบหน้าที่เปียกลงช้าๆ

“อยากดื่มใช่มั้ย เอาเลยตามสบาย ผมกลับก่อนก็แล้วกัน” ธันวาพูดก่อนจะเดินตรงไปที่รถแล้วขับออกไปทันที เตวิชยืนนิ่งอย่างน้อยใจ ไม่คิดว่าธันวาจะทิ้งตนเองไว้ที่นี่จริงๆ


“เต” กวินเดินมาจับไหล่เพื่อนอย่างเป็นห่วง เตวิชหันมามองเพื่อนด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา ก่อนจะโผเข้ากอดกวินเอาไว้


“ฮือออ....กูผิดมากเหรอวิน ฮึกกก....กูรักธัน หึงธัน แล้วมันผิดใช่มั้ย ฮือออ” เตวิชร้องไห้ออกมาสะอึกสะอื้น กวินกอดเพื่อนตนเองเอาไว้


“อย่าร้องไห้สิเต ธันคงโกรธน่ะ  เดี๋ยวธันก็หายโกรธเชื่อกูสิ” กวินปลอบก่อนจะมองหน้าคิว


“พี่เตกลับกับเมษก็ได้ ปล่อยพี่ธันไว้อย่างนั้นสักพักดีกว่านะครับ” เมษาบอกอย่างเป็นห่วง เตวิชส่ายหน้าไปมา


“ไม่เป็นไรหรอกเมษ ฮึกก...พี่รู้ว่าเราจะไปนอนค้างที่บ้านเค ฮึกก..พี่จะกลับไปนอนบ้านพี่” เตวิชบอกก่อนจะหันมาหาน้องชาย


“ตัวเล็ก กลับเมื่อไรเรียกพี่ด้วยนะ” เตวิชบอกน้องชาย ตาลสงสารพี่ชายตนเองไม่น้อย


“กลับเลยดีกว่าครับ” ตาลพูดขึ้น ก่อนจะหันมามองนราธร ซึ่งนราธรก็พยักหน้าน้อยๆ


“ปิง วิน กูกลับก่อนนะ ขอโทษที่ทำให้พวกมึงหมดสนุก” เตวิชบอกเสียงสั่น


“ไม่เป็นไรหรอกเต มึงกลับไปพักผ่อนเถอะ แต่มึงแน่ใจนะ ว่าจะไม่กลับไปนอนบ้านธัน” น้ำปิงถามอีกครั้ง เตวิชพยักหน้าก่อนจะเดินไปขึ้นรถที่นราธรติดเครื่องรอไว้แล้ว ทันทีที่เตวิชขึ้น นราธรก็ขับออกไป

..

..

..

..

ทางด้านของธันวาหลังจากที่ขับรถออกมาด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวแล้ว เขาก็กลับมาบ้านเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า รอให้เตวิชกลับมา  นาฬิกาเดินไปเรื่อยๆจนตี 3 ก็ไม่มีวี่แววว่าเตวิชจะกลับ ธันวาแค่ต้องการดัดนิสัยของเตวิชบ้างเท่านั้นเอง ไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งเอาไว้แบบนั้น และอีกอย่างที่นั่นก็มีพวกกวินและน้ำปิงอยู่ ธันวาคิดว่าเตวิชคงให้เพื่อนๆมาส่ง โดยไม่รู้เลยว่าคนรักของตนเองน้อยใจขนาดไหน


(“อือออ...ว่าไงไอ้ธัน โทรมาทำซากอะไรตอนนี้ คนจะหลับจะนอน”) เสียงคิวรับสาย หลังจากที่ธันวาอดที่จะโทรไปถามไม่ได้


“พวกมึงนอนกันแล้วเหรอ แล้วคนอื่นๆล่ะ” ธันวาถามขึ้น


(“เค้าก็กลับไปนอนกันหมดแล้วน่ะสิ ทำไมมีอะไร”) คิวถามกลับมา


“มึงนอนอยู่ที่ไหน” ธันวาถามอีก


(“นอนบ้านวิน ไอ้แมทธิวมันก็นอนกับปิงอยู่ห้องข้างๆเนี่ย”) คิวตอบกลับ

(ใครโทรมาอ่ะคุณคิว) เสียงงัวเงียของกวินดังเข้ามาในโทรศัพท์


(“ไอ้ธันน่ะ”) เสียงของคิวตอบคนรักกลับไป

(โทรมาทำไม..บอกธันด้วยนะว่าไม่ต้องมาถามถึงเตเลยนะ อยากรู้ก็ไปตามหากันเอาเอง คุณคิวก็วางได้แล้ว นอนเถอะ ผมง่วงนะ) เสียงกวินพูดชัดเจน


(“ได้ยินแล้วใช่มั้ยไอ้ธัน กูวางก่อนล่ะกัน บอกได้แค่คำเดียวว่าเตวิชไม่ได้นอนที่นี่”) คิวบอกก่อนจะตัดสาย


“ไอ้คิวๆ เฮ้ย! ไอ้คิว” ธันวาจะเรียกแต่สายถูกตัดไปแล้ว ตอนนี้เริ่มกระวนกระวาย ก่อนจะโทษตัวเองว่าไม่น่าแกล้งทิ้งเตวิชเอาไว้เลย ธันวาต่อสายถึงทุกคนแต่ไม่มีใครรับสายแม้กระทั่งเตวิชเอง ธันวารีบขับรถออกจากบ้านทั้งๆที่ใส่ชุดนอน เขาคิดได้ตอนนี้คือบ้านของเตวิชเอง ธันวาขับรถมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้านระรัว


“ใครน่ะ!!” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นก่อนจะเปิดประตูบ้านออกมาดู


“อ้าว ธันวา มาทำอะไรดึกๆดื่น” ดนัยถามขึ้นเมื่อเห็นลูกเขยตนเองมายืนหน้าบ้านตอนตีสามกว่า ทั้งๆที่ยังใส่ชุดนอน


“พ่อครับ เตกลับมานอนที่นี่รึเปล่า” ธันวารีบถาม ดนัยคิ้วขมวดอย่างแปลกใจก่อนจะเปิดประตูให้ธันวาเข้าบ้าน


“ไม่รู้นะ พ่อหลับตั้งแต่หัวค่ำแล้ว ทำไมทะเลาะกันเหรอ” ดนัยถามหน้าเครียด


“นิดหน่อยน่ะครับ” ธันวาบอกเสียงอ่อย ดนัยถอนหายใจทันทีที่ได้ยิน


“เฮ้ออ...อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้วนะ มีอะไรทำไมไม่พูดกันดีๆ แล้วอย่างนี้จะอยู่กันรอดได้ไง อ่า เตกลับมาบ้านจริงๆด้วย” ดนัยบ่นก่อนจะเห็นรองเท้าลูกชายวางอยู่ที่ชั้นวางรองเท้า


“ผมขอโทษครับที่ทำให้พ่อลำบากใจ” ธันวายกมือไหว้ขอโทษดนัย


“ช่างมันเถอะ ชีวิตคู่น่ะ มีอะไรก็ต้องพูดต้องบอกกันตรงๆ มีอะไรก็ต้องเปิดเผยซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าเรื่องบางเรื่องเราจะปิดบังเพื่อความสบายใจของคู่ของเรา ยิ่งธันกับเตเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่ ความไม่ไว้ใจหรือความระแวงมันต้องมีมากกว่าคู่ปกติเป็นของธรรมดา เอาเป็นว่ามีอะไรก็คุยกันให้มากๆคุยด้วยเหตุผลไม่ใช่อารมณ์ อ่ะ นี่กุญแจห้องของเต คงนอนอยู่ในห้องนั่นแหละ” ดนัยบอกก่อนจะส่งกุญแจให้ธันวา ชายหนุ่มรับมาก่อนจะเดินไปไขห้องของคนรัก เตวิชนอนขดตัวใต้ผ้าห่มผืนหนา แสงไฟจากนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาให้เห็นภายในห้องโดยไม่ต้องเปิดไฟ ธันวาขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างคนรักอย่างแผ่วเบา มือหนาปัดไรผมที่หล่นลงมาปิดหน้าคนรัก


“อือออ....พ่อครับ..” เตวิชรับรู้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาทำให้ตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ว่าเป็นธันวา เตวิชเพ่งมองในความมืด

“ธะ....ธัน” เตวิชจำร่างของคนรักได้เป็นอย่างดี เตวิชรีบลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว


“ทำไมไม่กลับไปนอนบ้านล่ะเต” ธันวาถามเสียงเรียบ


“ฮือออ...ฮึกกก...ก็ใครล่ะที่ทิ้งเตไว้นะ..ฮือออ แล้วเตจะกลับไปทำไม” เตวิชร้องไห้สะอื้นออกมาทันที ธันวาดึงเตวิชเข้ามากอด เตวิชซบหน้าไปร้องไห้ที่อกกว้าง


“ผมขอโทษ ผมโกรธที่เตไม่ฟังผมเลย เตไม่ยอมเชื่อผมเลย ผมก็แค่อยากจะแกล้งเตเท่านั้น” ธันวาบอกเสียงแผ่ว

“เตครับ ถึงแม้ว่าความรักของเราสองคนมันจะเริ่มต้นเร็ว แต่ผมก็รักเตจริงๆ ผมไม่เคยคิดจะมองใครหรือมีใครใหม่ เตจะเป็นคนสุดท้ายที่ผมจะอยู่ไปด้วยตลอดชีวิต ถึงแม้ว่าเราสองคนจะเป็นผู้ชายเหมือนกันก็ตาม ผมไม่เคยแคร์กับคำพูดคนรอบข้าง เพราะผมรักเต พ่อเตบอกผมว่าคู่รักแบบเราๆ จะมีความระแวง หึงหวง มากกว่าคู่รักหญิงชายปกติ พ่อบอกว่ามีอะไรเราสองคนต้องหันหน้ามาคุยกันพูดกัน เตือนกัน เพราะอายุของเราสองคนมันก็ไม่ใช้น้อยๆแล้ว ไม่ใช่เด็กอายุ 17-18 ที่ต้องมาทะเลาะกันในเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผมว่าเราสองคนดีกันเถอะนะครับ ถ้าเตไม่พอใจหรือโกรธผม เตก็บอกผมได้ แต่ผมขอยืนยันเป็นครั้งสุดท้าย ว่าผมไม่คิดจะนอกใจเตแน่นอน” ธันวาบอกออกมาเป็นชุด ยิ่งทำให้เตวิชสะอื้นหนักขึ้นกว่าเดิม


“ฮือออ...เตกลัว...ฮือออ เตกลัวว่าธันจะทิ้งเตไป....ฮืออ..บางครั้งเตอดคิดไม่ได้ว่าที่ธันรักเตอาจเป็นเพราะความใกล้ชิดที่ธันจ้างเตเข้าไปเป็นเมียหลอกๆ ฮึกกก...แต่เมื่อไรที่ธันไปใกล้ชิดคนอื่น เตก็กลัวว่าธันจะไปรักคนอื่นเหมือนกันนี่...ฮืออออ” เตวิชสะอื้นบอก  ธันวาดันร่างบางออกช้าๆ แล้วเกลี่ยน้ำตาออกจากตาคู่สวยอย่างเบามือ


“ผมจะบอกยังไงดีล่ะ ความจริงผมหลงรักเตตั้งแต่เจอหน้าครั้งแรกที่คลับแล้ว พอมีปัญหาเรื่องนี้ขึ้นมา มันก็เลยเข้าทางผม ผมถึงได้หาเรื่องจ้างเตมายังไงล่ะ” ธันวาบอกออกมายิ้มๆ เตวิชมองหน้าธันวาอย่างอึ้งๆ เพราะเตวิชไม่รู้เรื่องที่ธันวาหลงรักตนเองตั้งแต่แรกเจอเลย


“ฮึกกก เตรักธันนะ รักมากด้วย” เตวิชบอกเสียงสั่น ธันวายิ้มน้อยๆ


“ผมก็รักเตนะ รักมากเหมือนกัน”

“งั้นต่อไปนี้เราสองคนต้องพูดคุยกันให้มากกว่านี้ เข้าใจกันมากกว่านี้นะ ไม่พอใจหรือหึงหวงอะไรก็อาละวาดออกมาเลยดีมั้ย” ธันวาแกล้งพูดแหย่คนรัก เตวิชตีที่อกแกร่งเบาๆ


“บ้า...ไม่เอา ไม่อาละวาดหรอก แค่เราสองคนเชื่อใจกันก็พอ เตขอโทษนะธันที่ทำตัวงี่เง่าไม่ยอมเปลี่ยน เตสัญญาว่าเตจะเปลี่ยนแปลงนิสัยแย่ๆของเตทุกอย่างเพื่อธันคนเดียวเลยนะ” เตวิชพูดยิ้มๆ ธันวาดีใจที่ตนเองกับคนรักเข้าใจกันแล้ว ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปหาคนรัก


ครืดดดดดดดดดดด ครืดดดดดดดดดด

โทรศัพท์มือถือของธันวาสั่น ธันวาสะดุ้งน้อยๆด้วยความตกใจก่อนจะหยิบออกมาจากกางเกงนอนอย่างเซ็งๆ


มีล่า.....


เตวิชมองหน้าคนรักก่อนจะก้มหน้านิ่ง ธันวาอมยิ้มน้อยๆก่อนจะกดรับโทรศัพท์


“สวัสดีครับ” ธันวารับสายหญิงสาว ทำให้เตวิชสะท้อนในใจลึกๆ ดึกป่านนี้ทำไมมีล่ายังโทรมา แล้วทำไมธันวายังคงรับสาย ถึงแม้ว่าจะบอกไปแล้วว่าเชื่อใจและเปลี่ยนแปลงตนเอง แต่แบบนี้มันเร็วเกินไป

“ถือสายรอสักครู่นะครับ” ธันวาบอกก่อนจะวางโทรศัพท์เอาไว้ข้างๆหมอน และเสียงที่หญิงสาวที่อยู่ปลายสายได้ยินต่อมา




“อ๊า~~ อึ่ก.....ธัน เร็วอีก อ๊า~~”

“ซี๊ดดด ที่รัก อ่า~~ ผมจะไม่ไหวแล้ว อ่า...แน่นสุดๆ”

“ซี๊ดดด...ธันนนน......เตเสียววว...อ๊า...อ๊า...”

“อูยยยยย.....พร้อมกันนะครับที่รัก ....ซี๊ดดดด...ธันรักเตนะ...”

“อ๊า~~~ เตก็รักธันคนเดียวนะ...อ๊า~~~~~”


ปิดฉากการทำงานของเมียรับจ้างที่กลายมาเป็นเมียตัวจริง

…………………………………………………………………

……END……



จบแล้วคร่า เรื่องนี้อาจจะดูงี่เง่า อาจจะดูไม่ค่อยสนุกนัก 

ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะ แบบว่าแต่งไว้หลายปีแล้ว ฮ่าๆๆ 

หนังสือเมียรับจ้าง กำลังจัดพิมพ์อยู่นะคะ น่าจะได้หนังสือเร็วๆนี้จ้าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น