มนต์ระมิงค์

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

1 ความจำเป็น 25 %

ชื่อตอน : 1 ความจำเป็น 25 %

คำค้น : หมอนรรทน์,มัลลิกา,หนูมะลิ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 616

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ส.ค. 2560 11:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
1 ความจำเป็น 25 %
แบบอักษร


1.


เท้าสองคู่ที่เหยียบเข้ามาในบริเวณบ้านว่างแห่งหนึ่ง บ้านที่มีเหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลาง แม้พื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับหญิงสาวที่ต้องอยู่ตัวคนเดียวกับแม่บ้านอายุมากแล้วคนหนึ่ง

มัลลิกาเหลียวมองรอบ ๆ บริเวณที่สงบเงียบ ก่อนจะก้มลงกอดรูปถ่ายใบใหญ่ที่ใส่กรอบอย่างดี อันได้แก่ รูปบิดา มารดา และน้องชายที่ต่างก็เสียชีวิตไปในเวลาไล่เรี่ยกันทั้งสิ้น

"คุณหนู"

มัลลิกาเหลียวไปมองตามเสียงเรียกนั้น พร้อมกับพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ พลางบอกเจ้าของเสียง

"ป้าอ่อน หยุดเรียกมะลิว่าคุณหนูสักทีเถอะ เคยบอกแล้วไงคะ"

"ก็...มันติดปากนี่คะ " คนแก่บอกเสียงอ่อน ๆ ก็ตนเคยเรียกหญิงสาวคนนี้ว่าคุณหนูมาตั้งแต่ไหนแต่ไรนี่นา

หญิงสาวถอนหายใจ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูด "บ้านหลังนี้ อาจจะไม่ใหญ่โต สวยงามเหมือนหลังเดิมที่เราเคยอยู่ ป้าอ่อนชอบมั้ยคะ"

ผู้สูงวัยขยับเท้าเข้ามาหา แล้วตอบหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มน้อย ๆ "ชอบค่ะ ต่อให้หลังเล็กกว่านี้ ป้าก็อยู่ได้ ขอแต่ให้มีคุณหนูอยู่ด้วยกันเถอะค่ะ"

หญิงสาวก้มมองดูมือหยาบกร้านที่จับตรงต้นแขนข้างหนึ่งของตน แล้วยิ้มออกมาอย่างเศร้า ๆ ก่อนจะกล่าวขอบคุณเบา ๆ ที่อีกฝ่ายไม่คิดจะทอดทิ้งเธอไปไหน แม้ในยามที่จวนเจียนจะเรียกว่า...สิ้นไร้ไม้ตอกเต็มที

"ขอบคุณค่ะ ป้าอ่อน"

หญิงสาวร่างบอบบาง ทอดสายตาหวานซึ้งปนเศร้าสบกับแววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของผู้สูงวัย ก่อนกอดกรอบรูปทั้งสามใบให้กระซับ แล้วจับมือแห้งเหี่ยวข้างนั้นของป้าอ่อน ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าว


ภายในบ้านหลังนี้

เฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกชิ้นที่มีอยู่แล้ว แต่ก็ค่อนข้างเก่าพอสมควร เจ้าของบ้านที่เป็นญาติเพื่อนสนิทขายให้เธอ เนื่องจากเจ้าของเดิมอยู่ต่างจังหวัด ทำให้ไม่มีเวลามาดูแลบ่อยนัก และก่อนหน้าเธอก็ตระเวณหาซื้อบ้านสักหลังมาได้ระยะหนึ่งแล้ว  กว่าจะได้บ้านที่ดีเนื่องจากเจ้าของคนเก่าดูแลรักษาดี มีสภาพแวดล้อมใช้ได้ และเธอเองก็ต้ังใจว่าจะย้ายเข้ามาเร็ว ๆ นี้ พอดีก็เกิดเรื่องขึ้นมาก่อน...

เรื่อง...ของผู้เป็นพ่อ ใช่ ท่านเพิ่งตัดสินใจทำเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของท่านก็คือ การทำ 'อัตวินิบาตกรรม'

เธอรู้ว่า...สิ่งที่บิดาเธอตัดสินใจกระทำลงไป แรก ๆ จะเป็นสิ่งเลวร้าย บั่นทอนความรู้สึก ชีวิตและจิตใจของผู้เป็นลูกเช่นเธอ จนเธออดที่จะตัดพ้อท่านไม่ได้ แต่ทว่ายามนี้ เธอเข้าใจท่าน จนพอจะทำใจยอมรับการตัดสินใจครั้งใหญ่ของท่านได้บ้างแล้ว

ท่านคงเหนื่อย และคงอยากพัก เพราะท่านต่อสู้มานานแล้ว กับความเลวร้ายต่าง ๆ ที่ท่านพบเจอ เป็นความเลวร้ายที่เริ่มเมื่อหลายเดือนก่อน

ธุรกิจของครอบครัวล้มละลาย

ท่านได้สูญเสียภรรยาและลูกชายไปในกองไฟที่โหมไหม้ในคืนหนึ่ง

จากนั้น ท่านต้องต่อสู้กับความเจ็บปวดว้าเหว่อาดูรกับสุขภาพของท่านอีก

มัลลิการู้สึกหน่วง ๆ อยู่ในใจ ยามที่หวนคิดถึงเรื่องร้าย ๆ ที่ประดังประเดเข้ามาจนไม่ให้โอกาสเธอได้ตั้งหลัก ก่อนจะเงยหน้ามองดูสภาพภายบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูนหลังสีขาวตรงหน้าอีกครั้ง บ้านที่ตั้งใจจะซื้อแล้วย้ายออกจากคอนโดฯที่เคยอยู่นั้นทันที เพราะ เธอตั้งใจเอาไว้ ว่าอยากให้ผู้เป็นพ่อ ได้มาอยู่บ้านที่มีพื้นที่พอให้ท่านได้ปลูกต้นไม้ ดอกไม้บ้าง ด้วยหวังว่ากิจกรรมเหล่านี้จะช่วยเยียวยาจิตใจของท่านที่ต้องมาสูญเสียสิ่งคัญ ในชีวิตของท่านได้บ้าง แต่แล้ว...

"เฮ้อ!" เสียงถอนหายใจอันดังของป้าอ่อน ดูสอดคล้องกับความรู้สึกหน่วง ๆ ของเธออยู่ไม่น้อย

"ทำไมต้องซื้อให้มันหลังใหญ่คะ คุณหนู" ป้าอ่อนแสดงความเห็นหลังจากได้เดินสำรวจไปทั่วแล้ว

"ทีแรก ก็กะไว้สำหรับเราสามคนค่ะ" หญิงสาวบอกเสียงอ่อน สามคนที่เธอหมายถึงคือตัวเธอ บิดา และป้าอ่อน "ตะ แต่ก็มาเกิดเรื่อง... เสียก่อน"

ป้าอ่อนฟังคำอธิบายแล้วจึงเข้าใจ ไม่แสดงความเห็นอะไรเพิ่ม เพื่อเป็นการซ้ำเติมหญิงสาวที่เพิ่งเสียบิดาไปหยก ๆ อีก

"ถ้ามีเงิน...มะลิจะเปลี่ยนเฟอนิเจอร์พวกนี้ใหม่" มัลลิกาก็รีบเปลี่ยนเรื่องอีกคน โดยการตั้งกรอบรูป พ่อ แม่ และน้องชายไว้บนโต๊ะตัวใหญ่โล่ง ๆ ตรงหน้าก่อน แล้วใช้ปลายนิ้วมือทั้งห้าลูบไปตามเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่อยู่ในห้องรับแขก

่"เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ใหม่ก็ต้องใช้เงินอีก เอะ! คุณหนูหมายถึงจะกลับไปทำงาน...."

"ค่ะ ที่บริษัทคุณลุงสรรค์" มัลลิกาพยักหน้า ยามเอ่ยถึงเพื่อนสนิทของบิดาเธอคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนคนที่เธอกล่าวถึงนอกจากจะเป็นทั้งเพื่อนสนิทของผู้เป็นบิดาแล้ว ท่านยังเป็นเพื่อนแท้ ที่ไม่ทอดทิ้งเธอ ท่านคอยช่วยเหลือเธอหลังจากเกิดเรื่องร้าย ๆ  แม้แต่งานศพบิดาเธอที่ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีก็เพราะท่าน จนทำให้มัลลิการู้สึกว่า 'คุณลุงสรรค์' จะเป็นเพียงผู้เดียวที่มัลลิกาไว้ใจที่สุดในยามนี้

ป้าอ่อนมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเข้าใจ และสบายใจที่ คุณหนูมะลิของตนจะกลับไปช่วยงานคุณลุงสรรค์ หรือคุณเสกสรรค์ เพราะตนเองก็รู้จักบุรุษผู้นี้ดี เนื่องจากไปมาหาสู่คุณผู้ชายที่บ้านหลังเดิมบ่อย ๆ

ในขณะที่ป้า่อ่อนมองคุณหนูตนด้วยความสบายใจขึ้น ขณะเดียวกันที่หญิงสาวกำลังใช้ปลายนิ้วมือแตะไปตามโต๊ะเก้าอี้ที่อยู่ในห้องรับแขกนี้...

หญิงสาวก็กำลังครุ่นคิดไปด้วยว่า การที่เธอกลับไปช่วยงานคุณลุงสรรค์นั้น เหตุผลที่สำคัญอีกประการคือ เธอต้องการสืบหาเบาะแสการตายของแม่และน้องชาย ที่เหมือนมีกลิ่นตุ ๆ เกิดขึ้นว่า... นั่นจะไม่ใช่อุบัติเหตุ จากการจุดธูปเทียนไหว้พระสวดมนต์ของคุณแม่ แต่...อาจจะเป็นการวางเพลิงนั่นเอง!


--------------------------------------

พยายามจะนำมาลงให้ แม้วันละนิด  ละน้อย คงไม่ว่ากันเนอะ  เขียนยากเหมือนกันค่ะ เนื่องจากปมของเรื่องเยอะ  ภาพและเนื้อหามีอยู่ในหัวหมดละ แต่การดึงออกมาเขียน(เรียบเรียง)เพื่อให้น่าสนใจ น่าติดตาม ...มันเป็นเรื่องยากส์  พูดเลอ

พรุ่งนี้...จะมาต่อเนอะ  ถ้าทยอยลงไม่เคร่งครัดแบบต้องลงครั้งละบทก็อาจจะมาได้ทุกวันนะคะ ^^"

ป.ล. ไม่ดราม่าหนักหรอกนะ ไม่ต้องกลัวค่ะ  จะมีโรแมนติกแทรกตลอดล่ะ อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น