ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 34 ในวันที่ท้องฟ้าสดใส 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 34 ในวันที่ท้องฟ้าสดใส 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2560 13:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 200
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 34 ในวันที่ท้องฟ้าสดใส 100%
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 34

ในบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ กลิ่นหอมของมันกลับไม่ได้ทำให้คนที่ยืนอยู่ตามลำพังในเวลานี้รู้สึกดีขึ้นมาได้เลย วาณิริณยังคงเดินหาเส้นทางด้วยความเคว้งคว้าง...ในใจหวาดหวั่นและสับสน แม้ว่าที่นี่จะสวยดั่งแดนสวรรค์ก็ตามที


"ไปหลงอยู่ที่ไหนมา? ฉันตามหาให้ทั่วเลย"


วาณิริณหันไปหาเจ้าของเสียง "ปลา!? นี่ฉัน...ตายแล้วหรอ?"

ปาลิตาหัวเราะ "เปล่าหรอก" หญิงสาวในชุดกระโปรงสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามากุมมือเพื่อนรักเอาไว้ "ฟังฉันนะณิริณ...ตอนนี้แกกำลังฝันถึงฉันอยู่ แต่ความรู้สึกที่มีมันคือความจริง ที่ผ่านมาแกต้องลำบากเพราะฉันไม่น้อยเลย มาทางนี้สิ! มีคนรอจะเจอแกด้วยแหละ" ปาลิตาจูงมือเพื่อนรักเดินไปตามทางที่ประดับประดาไปด้วยความสวยงามของดอกไม้หลากสี ทั้งสองต่างพูดคุยกันราวกับว่าอีกคนนี้ยังมีชีวิตอยู่

"ปลา แกอยู่ที่นี่ตลอดเลยหรอ?" วาณิริณยังคงสำรวจพื้นที่ด้วยสายตา

ปาลิตาส่ายหัวเบาๆ "ก่อนหน้านั้นฉันอยู่กับแก เฮ่อ...อยากพูด อยากคุย อยากเล่นด้วยกันก็ทำไม่ได้เพราะแกไม่เห็นฉัน อีกอย่างเพราะแกแต่งงานแล้วเลยไปๆมาๆกับที่บ้าน ฉันเห็นแทบจะทุกอย่างเลยแหละ!" หญิงสาวยิ้มล้อเลียน ทำเอาอีกคนเขินจนไม่กล้าสบสายตา "จะว่าไป...บางทีฉันก็อยากจะหักคอสามีของแกเหมือนกันนะ กล้าดียังไงมาทำให้เพื่อนรักของฉันร้องไห้เสียใจอยู่บ่อยครั้ง แถมแกยังต้องมาเจ็บปางตายแบบนี้อีก แต่ก็ช่างเถอะนะเพราะดูแล้วเขาก็รักแกมากเหมือนกัน มาเฝ้าไม่เว้นวันเลย"

วาณิริณยิ้มบางๆก่อนจะเดินตามเพื่อนสาวของเธอไปต่อจนถึงศาลาใหญ่ตรงกลาง ชายวัยกลางคนรูปร่างสูงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ด้วยใบสีหน้ายินดีที่เห็นเธอตรงเข้ามา หญิงสาวรู้สึกคล้ายๆว่าจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อนสักที่

"พาคนที่คุณลุงอยากเจอมาให้แล้วค่ะ" ปาลิตาพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน

"คุณพ่อ ใช่ไหมคะ?"

ภูษิตยิ้ม "ใช่แล้ว...พ่อเอง นั่งก่อนสิ" เสียงนุ่มกล่าวเชื้อเชิญลูกสะใภ้ของเขา "เป็นเมียเจ้าคิณก็ลำบากหน่อยนะ"

หญิงสาวยิ้มอายๆ "เหลือเชื่อนะคะว่านี่คือความฝัน" ไหนจะได้เจอเพื่อนเก่าที่ตายไปแล้วแถมยังได้มาฝันเห็นพ่อของสามีอีก จะมีอะไรประหลาดกว่านี้ไหม? "มีเรื่องจะคุยกับณิริณ ใช่ไหมคะ?"

ชายวัยกลางคนพยักหน้า "เจอลูกสะใภ้ทั้งที เลยอยากจะทำความรู้จักบ้าง" ภูษิตนั่งมองแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายของตัวเอง "ตอนตายมันละลายไปกับเชิงตะกอนแล้ว ไม่คิดว่าหลังตายมันจะยังอยู่ติดมาจนถึงตอนนี้ แหวนนี่น่ะ...เป็นแหวนที่พ่อกับยา เอ่อ แม่เขาน่ะช่วยกันเก็บเงินมาซื้อให้กันและกัน พ่อเคยคิดว่าจะมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะได้แก่เฒ่าไปพร้อมๆกัน ได้ดูความสำเร็จของลูกชายและได้ช่วยกันเลี้ยงหลานๆของเรา ใครจะไปคิดว่าทุกอย่างจะพังทลายเพราะความโลภของคนบางกลุ่ม"

"ทุกสิ่งทุกอย่างคือเวรกรรมที่กำหนดมาแล้วค่ะ" วาณิริณกล่าว "เพียงแค่ว่าคนที่ยังอยู่ ก็ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปตามกาลเวลา"

"ก็จริงนะ ทุกคนในตอนนี้ต่างก็ได้รับกรรมของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งหนูและเจ้าคิณก็ผ่านพ้นวิบากกรรมที่ทำร่วมกันมาจนหมดสิ้น ในวันแต่งงานของหนูกับลูกชายของพ่อ พ่อไม่มีโอกาสได้พูดอะไรแต่ว่าหลังจากนี้พ่อขอให้หนูกับกับเจ้าคิณมีแต่ความสุขในชีวิตครอบครัว รักและอยู่ด้วยกันกว่าร่างกายจะร่วงโรยเป็นนิรันดร์" ภูษิตยกมือลูบที่ศีรษะของวาณิริณด้วยสายตาที่เอ็นดู "ฝากบอกเจ้ากรด้วยนะว่าพ่อขอโทษที่ทำให้ต้องทิ้งสิ่งที่รักแล้วฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ชอบ ส่วนแม่...บอกเขาว่าพ่อยังรักเขาเสมอและรอวันที่จะได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง หนูรีบกลับไปเถอะ...ทุกคนเขารออยู่"

วาณิริณยิ้มยินดีแล้วไหว้พ่อของวามีเธอ "ค่ะ ณิริณจะบอกพวกเขาเอง"

"ส่วนฉันแกก็ไม่ห่วง ฉันน่ะไม่มีเรื่องอะไรติดค้างในใจอีก" ปาลิตายกสองมือแตะที่ใบหน้าของวาณิริณ "แกควรตื่นจากความฝันนี้ได้แล้ว!!"

ตื่นได้แล้ว! ตื่นได้แล้ว!! ตื่นได้แล้ว!!!


เฮือก !!


"คนไข้ฟื้นแล้วค่ะ!" หนึ่งในพยาบาลที่กำลังช่วยหมอเจ้าของไข้รักษาเธอกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี


"จังหวะการเต้นของหัวใจกลับมาเป็นปกติ ความดันโลหิตก็กลับมาปกติแล้วค่ะ" พยาบาลอีกคนเช็กอุปกรณ์วัดชีพจรและความดันอย่างตื่นเต้น น้อยครั้งนักที่จะมีคนรอดจากอาการหัวใจวายราวกับปาฏิหาริย์แบบนี้


หมอหนุ่มพยักหน้ารับรู้ "ไปบอกทางสูตินรีเวช ขอยกเลิกการยุติการตั้งครรภ์ อีกสองชั่วโมงให้พาคนไข้ไปอัลตร้าซาวน์เพื่อดูพัฒนาการของเด็ก พ้นคืนนี้ไปแล้วคนไข้ไม่มีอาการแทรกซ้อนก็สามารถย้ายออกจากไอซียูได้"


"ค่ะ/ครับ"


วาณิริณยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เธอได้แต่มองผู้คนรอบข้างโดยไม่ได้พูดอะไร ยกเลิกการยุติการตั้งครรรภ์? ตรวจดูพัฒนาการของเด็กงั้นหรอ? ผ่านไปราวๆยี่สิบนาทีก็มีร่างสูงโปร่งของคนที่คุ้นเคยรีบเข้ามาอยู่ข้างๆเธอ รอยยิ้มพร้อมน้ำตาของเขาบ่งบอกว่าเขาดีใจมากแค่ไหนกับการที่เธอฟื้นขึ้นมา


"พี่...คิณ" เธอพยายามยกมือขวาขึ้นเพื่อสัมผัสตัวเขา "ฮึก พี่คิณ...จริงๆด้วย"


"พี่เอง" ภาคิณยิ้มทั้งน้ำตาพร้อมกับกุมมือของเธอเอาไว้ "พี่กลัวแทบแย่ จู่ๆหมอก็บอกว่าณิริณเกิดภาวะแทรกซ้อน หัวใจหยุดเต้น อาจจะต้องยุติการตั้งครรภ์"


"ตั้งครรภ์?" วาณิริณทวนคำนั้นอีกครั้ง


เขาผงกหัวเร็วๆ "ใช่ ณิริณท้อง ตอนนี้ก็สองเดือนแล้ว...แต่ต้องดูอาการเพราะลูกอาจจะไม่รอด เขาบอกว่าอาจจะเป็นแฝด"


"แฝด? เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ที่บ้านณิริณไม่เคยมีแฝด"


ภาคิณเอื้อมมือลูบผมของเธอ "ยายของพี่ท่านเป็นแฝด ไม่ต้องคิดมากนะ" ฟอด!! จุมพิตหลังมือของเธอด้วยความดีใจอย่างถึงที่สุด "ลองจับดูสิ ลูกของเรากำลังอดทนอยู่"


วาณิริณลูบหน้าท้องของตัวเองเบาๆ อีกครั้งที่น้ำตามันไหลออกมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าฉุกคิดให้เร็วกว่านี้ลูกของเธอคงไม่ต้องมาเสี่ยงที่จะจากไปแบบนี้


เวลาผ่านไปครบสองชั่วโมง... ทางสูตินรีเวชก็เข้ามาพาร่างของวาณิริณไปอัลตร้าซาวน์ที่แผนกโดยมีภาคิณคอยอยู่ข้างๆไม่ห่าง คุณหมอสาวสวยทำการอัลตร้าซาวน์หน้าท้องของเธออย่างละเอียดแล้วหันมายิ้มให้


"คุณสามีไปบนอะไรเอาไว้ก็รีบไปแก้ซะนะคะ น่าแปลกที่ตอนแรกเหมือนจะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษแล้วคนไข้ก็หัวใจวายเฉียบพลัน แต่ก็ฟื้นกลับขึ้นมาได้แถมเด็กทั้งสองก็ดูจะแข็งแรงดีกว่าสัปดาห์ที่แล้วมาก" หมอสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มือของเธอชี้ไปยังหน้าจอที่แสดงผลว่ากำลังมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ในนั้น "มีถุงสองถุง มีหัวใจสองดวง...ยืนยันค่ะว่าคุณได้ลูกแฝด ส่วนเพศของเด็กต้องรอให้อายุครรภ์ครบห้าเดือนซะก่อน แต่ถ้าคุณสามีใจร้อนจะเจาะเลือดตรวจตอนนี้เลยก็ได้นะคะ"


ภาคิณรีบส่ายหัวเพราะไม่อยากให้เธอเจ็บอีกแล้ว "ไม่เป็นไร อีกสามเดือนเอง...ผมรอได้"


วาณิริณบีบมือของสามีเอาไว้แน่น เธอตื่นเต้นและดีใจจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ "แล้วฉันจะรักษาเขาไว้ได้ตลอด ใช่ไหมคะ?" เพราะนี่คือสิ่งที่เธอกังวลตั้งแต่ฟื้นมา


หมอสาวยิ้มบางๆ "ช่วงนี้ยังอันตรายอยู่ค่ะ เพราะตอนที่คุณมาถึงอยู่ในอาการตกเลือดขั้นรุนแรงและเสียเลือดมาก หมอจำเป็นต้องให้คุณอยู่ในโรงพยาบาลจนกว่าอายุครรภ์จะครบสามเดือน ถึงตอนนั้นถ้าหากพัฒนาการของเด็กในครรภ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติแล้วถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านไปดูแลที่บ้านได้" ผลอัลตร้าซาวน์และภาพถ่ายถูกปริ้นออกมา ภาคิณรับมาดูก็ยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว "ในระหว่างนี้คุณต้องระวังอย่าให้เกิดการกระทบกระเทือนเด็ดขาด จะไปไหนมาไหนต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ตอนนี้หมอทำเรื่องฝากครรภ์ไว้ให้แล้ว"


"ขอบคุณครับ" หันไปสบตากับภรรยาแล้วยิ้มให้เธออีกครั้ง ว่าที่คุณพ่อในเวลานี้มีความสุขอย่างถึงที่สุดและตั้งมั่นกับตัวเองในใจว่าเขาจะดูแลและปกป้องภรรยากับลูกน้อยทั้งสองด้วยชีวิตของเขาเอง


#####


PK AUTO GROUP...


วาณิชานั่งหน้ามุ่ยอยู่ข้างภากรที่กำลังคุยเรื่องการซื้อขายรถกับลูกค้าสาวสวยหุ่มสะบึ้ม เธอใช้สายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมายิ่งรู้สึกร้อนๆอยู่นัยตา ถ้าเป็นการคุยซื้อขายธรรมดาก็จะไม่รู้สึกอะไรหรอก แต่นี่จับมือถือแขน...แตะเนื้อต้องตัวกันราวกับสนิทกันมาก


ไม่รู้ว่าจะให้เธอมานั่งอยู่ตรงนี้ทำไม!!


"พีชสนใจรุ่นนี้ค่ะ แต่ว่าไม่ค่อยได้รู้เกี่ยวกับระบบเครื่องยนต์สักเท่าไหร่" พีรดามองชายหนุ่มด้วยแววตาหวานหยด "อยากให้คุณภากรช่วยแนะนำหน่อยน่ะค่ะ"


"อ่อ ได้ครับ! ถ้าเรื่องเครื่องยนต์ของรุ่นนี้ก็จะ..."


"คุณภากรไม่ค่อยรู้อะไรหรอกค่ะ ถ้าจะให้ดีให้ช่างมาช่วยแนะนำดีกว่า" วาณิชาพูดแทรกการสนทนาของทั้งสอง "สนใจอยู่ไหมคะ? เดี๋ยวจะไปตามช่างยนต์มาให้"


พีรดาพอจะมองออกว่าว่าหญิงสาวในชุดนักศึกษาคงไม่ชอบใจเธอเสียเท่าไหร่นัก "พนักงานจะมารู้ดีกว่าเจ้าของได้ยังไงล่ะ ใช่ไหมคะคุณภากร"


​ลองตอบว่าใช่สิ เดี๋ยวได้มีเรื่องแน่...

วาณิชาใช้สายตาเชือดเฉือนส่งกลับไป ภากรที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากก็สุดที่จะเลือกได้ ข้างหน้าก็ลูกค้า ส่วนข้างๆก็เด็กฝึกงานที่พ่วงตำแหน่งเมียไปแล้วด้วย


งานนี้มีแต่ตายกับตาย


"แต่ช่างทำงานคลุกคลีกับเครื่องยนต์เยอะกว่าเจ้าของนะคะ คุณพีชอยากได้เครื่องแรงขนาดไหนจะได้ถามๆให้ละเอียด หรือว่าคัน...อยากรู้แบบเจาะลึกช่างเขาช่วยได้นะคะ" พีรดาจ้องวาณิชาตาเขียวโดยที่สาวน้อยไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย


ภากรถอนหายใจ "เอ่อ ผมอธิบายให้คร่าวๆดีกว่านะครับ ดูตรงช่วงมอเตอร์ด้านนี้นะครับ..." มาพบกันคนละครึ่งทางจะดีกว่าจะได้ไม่ต้องมีปัญหากับทั้งสองฝ่าย


หลังจากจบการสนทนาเรื่องการซื้อขายรถยนต์แล้ว วาณิชาเดินดุ่มๆมาอยู่ในห้องน้ำหญิงของบริษัทด้วยความขุ่นเคืองใจ กะอีแค่เรื่องเครื่องยนต์ทำไมจะต้องดูแลเองไปทุกอย่างด้วยนะ


"ชิส์ ผู้ชายทำไมโง่! ดูก็รู้ว่ามาอ่อยมากกว่ามาซื้อรถ อะไรจะตาถั่วขนาดนั้น! คุณภากรคะ...คุณภากรขา แหวะ! จะดัดเสียงให้แหลมไปไหนก็ไม่รู้" บ่นกับตัวเองในกระจกบานกว้างแล้วทำท่าเลียนแบบพีรดาไปด้วย "คิดว่าจะสนใจหรือไง คืนนี้จะออกไปขอเพลงที่มีงูแล้วอ่อยผู้ชายอื่นดูบ้าง หึ! อย่าคิดว่าจะง้อนะ!!"


กึกๆ


อุ้ย!!


ร่างเล็กถึงกับสะดุ้งเมื่อในกระจกเห็นร่างสูงโปร่งเดินแทรกเข้ามาทางด้านหลัง วาณิชาสูดหายใจเข้าก่อนจะหันไปหาเขา "เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่...คะ? นี่มันห้องน้ำผู้หญิง" เว้นช่วงคำของประโยชน์กับน้ำเสียงแสนงอน


ภากรกอดอดมองยัยเมียตัวแสบที่แผลงฤทธิ์ได้ตลอดเวลา "ก็มาทันได้ยินว่าคืนนี้จะไปอ่อยผู้ชายนั่นแหละ เป็นอะไรหืม? หึงพี่หรอ?"


"..."


"ณิชา! ทำไมขี้งอนนักหะ?"


"แล้วใครจะไปดีเหมือนยัยพีชขี้อ่อยนั่นล่ะ ถอยไปเลยนะ ณิชาจะกลับไปทำงานแล้ว!!!" เธอพยายามเดินเลี่ยงเขาแต่ก็ถูกขวางทางเอาไว้หมด "พี่กร! ณิชาไม่เล่นด้วยนะ ภูเก็ตก็ไม่พาไปแถมยังให้ไปนั่งดูยัยสรอว์เบอรี่นั่นอีก"


"ฟังกันสักนิดจะดีมากเลยนะ ตำรวจเขากำลังพาตัวยัยเด็กปอนั่นมาให้แล้ว ไม่ต้องเหนื่อยไปถึงภูเก็ตหรอก ส่วนคืนนี้..." โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ๆเธอ "ไม่อนุญาตให้ไปเต้นเพลงที่มีงูหรอกนะ จุ๊บ!!"


คนถูกขโมยจูบหน้าแดงแล้วนิ่งไป ภากรยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วรีบเดินออกให้ห่างก่อนที่เธอจะอาละวาดออกมา ซึ่งทำให้วาณิชาเข่นเขี้ยวด้วยความหมั่นไส้อย่างถึงที่สุด "ไอ้คนฉวยโอกาส!"


คิดว่าจะห้ามได้หรอ? เมื่อสาวน้อยเกิดดื้อขึ้นมาแล้วมีหรือที่จะยอมฟังง่ายๆ วันนี้ได้รู้ข่าวดีว่าพี่สาวและหลานในท้องของเธอปลอดภัยดีก็ไม่มีอะไรต้องห่วง 


แต่ทว่า...เหมือนอะไรๆจะไม่เข้าข้างเธอ


ภากรรู้ทันทุกอย่างจึงไม่ยอมส่งวาณิชากลับคอนโด หลังเลิกงานแล้วเขาพาเธอมาที่บ้านคอยช่วยเป็นหูเป็นตาให้อีกคน "ดูสิว่าจะหนีไปอ่อยผู้ชายอื่นได้ยังไง!?" เขาพูดระหว่างที่ลากตัวเธอเข้ามาในบ้าน


วาณิชาตวัดสายตามอง "ฮึ่ย! ไม่ไปแล้วก็ได้"


ปึก!!


โอ้ยยย 


"ณิชา!! อูยย ยัยเมียแสบ ลง...ลงมาเดี๋ยวนี้นะ!!"


"เรื่องอะไร!! ถ้าอยากให้ลงก็มาพาลงไปเองสิ! แต่ตรงบันไดเนี่ยเท้าของณิชาจะไวกว่าข้างล่างเยอะ แก่ๆอย่างพี่กรกระดูเปราะเดี๋ยวจะหักไปเสียเปล่าๆ แบร่!!" สาวน้อยกระทืบเท้าใส่เขาแรงๆจนเป็นอิสระแล้วรีบวิ่งหนีขึ้นชั้นสองทันที


ภากรร้องโอดโอยเอามือกุมเท้าขวาเอาไว้ ชายหนุ่มกระโดดขาเดียวไปมาราวกับเล่นกระต่ายขาเดียว "ฝากไว้ก่อนเหอะ ยัยเมียเด็ก โอยย!"


"ว่าอะไรนะกร!?" นาตยาถามเมื่อได้ยินคำว่า 'เมียเด็ก' เต็มสองหู "ภากร!!"


แหะๆ


ร่างสูงยิ้มแห้งๆไม่นานก็เซถลาตามแรงดึงที่ใบหูจากคนเป็นแม่ นาตยาซักไซ้เอาเสียลูกชายคนโตจนมุมและยอมรับเรื่องที่รวบหัวรวบหางวาณิชาไปแล้วเรียบร้อย หญิงวัยกลางคนถึงกับยกมือกุมขมับ


"ดี ดีจริงๆไอ้ลูกชายบ้านนี้ คนน้องก็ไปบังคับขืนใจพี่สาวเขามาแต่งงาน ส่วนไอ้คนพี่ก็ได้เสียกับคนเป็นน้องสาวไปแล้วเรียบร้อย จำเนิญใจจริงๆเลยฉัน"


"โธ่แม่ครับ ก็ตั้งใจว่าจะคุยเรื่องให้ไปสู่ขอหลังจากณิชาฝึกงานจบแล้วล่ะ นะแม่นะ...ช่วยผมอีกสักคนนะครับ" ภากรทำเสียงออดอ้อนหวังว่าแม่ของเขาจะช่วยเหลือ "ไหนแม่เคยบอกว่าถ้าได้ณิชามาเป็นสะใภ้อีกคนก็ไม่ขัดข้องไง ฟอด! ไอ้คิณมันก็โชว์เก่งผลิตออกมาทีเดียวได้ตั้งสองคน แต่ผมน่ะยิ่งใกล้สี่สิบจะผลิตให้สามคนเลย"


เพียะ!


นาตยาตีเข้าที่ท่อนแขนของลูกชายคนโต "ทำทะเล้นไปได้ ว่าแต่...คุยเรื่องนี้กับหนูณิชาหรือยัง?"


ภากรส่ายหัว "ยังครับ กะว่ารอให้ผู้ใหญ่ตกลงก่อนแล้วค่อยบอกอีกที" 


"ก็ดี! แต่เรื่องที่แอบได้เสียกับลูกสาวเขาไปแล้วเนี่ยสิไม่ค่อยโอเคสักเท่าไหร่ กร...หมั่นเช็กร่างกายนะลูกนะ คิกๆ" หญิงวัยกลางคนหัวเราะ "หนูณิชาน่ะมือเท้าค่อนข้างหนัก แม่กลัวว่ากรจะพิการไปก่อนผลิตหลานสามคนให้แม่"


ชายหนุ่มทำสีหน้าน้อยใจ "แม่ก็เป็นซะอย่างนี้ งั้นวันนี้ผมผมเร่งผลิตให้เลยก็แล้วกัน" พูดจบก็รีบลุกหนีตามวาณิชาขึ้นไปด้านบนปล่อยให้คนเป็นแม่บ่นอยู่ตามลำพัง 


ยังไงก็ห้ามไม่ได้แล้ว...


แต่อย่างน้อยๆ เสือผู้หญิงอย่างภากรก็มีความคิดที่จะหยุดแล้วหันมาสร้างครอบครัวแบบจริงๆจังๆเสียที แม้ว่าที่สะใภ้อีกคนจะอายุอ่อนกว่าลูกชายของเธอมากแถมยังฤทธิ์เดชเยอะเสียอีก แต่ว่าในที่สุดวันนี้ที่รอคอยก็สิ้นสุด เพราะว่ามีพรานสาวมาสยบเสือร้ายให้สิ้นลายไปเสียแล้ว


ด้านบน...ในห้องนอนของภากร


วาณิชานั่งแกว่งเท้าด้วยความเบื่อหน่ายก็เผลอไปกระทบอะไรที่ใต้เตียงเข้า สาวน้องก้มลงไปดูก็เห็นกล่องใบใหญ่ฅ่อนอยู่จึงเอื้อมือไปดึงออกมา เมื่อสำเร็จก็ถือวิสาสะเปิดออกทันที...ในนั้นเป็นชุดเครื่องแบบตำรวจ ทั้งชุดสีกากี ชุดเกราะที่เขียนชื่อหน่วยว่า CAI อุปกรณ์ต่างๆและรูปถ่ายของภากรในเวลานั้น


"พันตำรวจโทเลยหรอ? ใส่เครื่องแบบที่ดูเท่ดีนี่แล้วจะลาออกมาทำไมล่ะเนี่ย" เธอหยิบป้ายชื่อของเขาขึ้นมาดูพร้อมกับรูปภาพต่างๆ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพถ่ายกับตำรวจหญิง "กะล่อนตั้งแต่หนุ่มยันแก่ ชิ! หมั่นไส้ๆ"


"แอบมารื้อของของคนอื่นเนี่ย เสียมารยาทนะเด็กน้อย"


วาณิชาหันควับทันที "คนหรือผีเนี่ย! มาไม่ให้สุ่มให้เสียง" ร่างเล็กเก็นของทุกอย่างลงกล่องแล้วดันมันกลับเข้าที่เดิม "ทีพี่กรยังไปรื้อของในห้องณิชาได้เลย"


ชายหนุ่มปิดประตูห้องแล้วเดินเข้าไปหาเธอ วาณิชาบึนปากใส่เขาแต่ไม่นานก็ถูกจู่โจมด้วยท่อนแขนของเขา ภากรโถมทั้งตัวทับยัยเมียตัวแสบให้อยู่ภายใจ้อาณัติของตัวเอง "ยอกย้อนเก่งนักนะเรา ฟอด! คืนนี้จะตีให้ก้นลายเลยคอยดู"


"กรี๊ดดด ไม่เอานะคนหื่นกาม อะ อื้ออ อื้มม"


"อาาา พอดีแก่แล้วไม่ค่อยได้ยิน อะ...อะไรนะ 'เอา' เลยหรอ? จุ๊บ อื้มม"


"อื้ออ"


ภากรไม่รอช้าที่จะปราบฤทธิ์เมียเด็กของเขา ชุดนักศึกษาที่เธอสวมใส่อยู่ไม่ได้ยั่วยวนสายตาใครแต่ทว่าเมื่อถอดออกมาแล้ว...ร่างกายเธอนี่แหละติดตรึงอยู่ในใจไม่รู้ลืม เสียงใสร้องครางเป็นระยะเมื่อถูกปลุกเร้าด้วยริมฝีปากของชายวัยสามสิบกลางๆซึ่งตอนนี้รับตำแหน่งผัว(แก่)ของเธอไปแล้ว


นานนับชั่วโมงจนเลยเวลาอาหารเย็น...ภากรคงไม่หิวอะไรเพราะเต็มอิ่มกับการเสพสมกายของเมียจอมแสบของเขา เสียงครวญครางดังสลับกันไปมาสร้างความรัญจวนใจให้แก่ทั้งสองมากมาย


"อาส์ ตัวเล็ก อื้ม พี่จะแตกแล้ว ซี้ดดด" ภากรพูดเสียงกระเส่าบอกคนที่กำลังควบร่างของเขาอยู่ "ณิ...ณิชา อูววว์"


"อะ อ๊าาา"


เฮือก !!


เมื่อปลดปล่อยออกมาจนหมดแล้ว วาณิชาก็ฟุบตัวนอยลงบนกายของเขาด้วยความหมดแรง... "ณิชาอยากอาบน้ำ"


ภากรจูบเบาๆบนผมของเธอ "จุ๊บ เดี๋ยวพี่อาบให้นะ"


วาณิชาไม่ได้ตอบกลับเขาก็พร้อมจะบริการเธอเต็มที่ แน่นอนว่ามันคงไม่ใช่การอาบน้ำแบบธรรมดาอยู่แล้ว...หนูน้อยหมวกแดงถูกหมาป่าจอมตะกละกลืนกินซ้ำแล้วซ้ำอีก ในอ่างอาบน้ำที่กว้างมากพอที่จะมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมของทั้งสอง


อ๊ะๆ อาาาา


แฮ่กๆ


คนตัวเล็กจับไหล่เขาเป็นที่ยึดเพราะตอนนี้เธอไม่เหลือเรี่ยวแรงอะไรแล้ว ภากรเห็นก็ยิ้ม...มือหนาตักน้ำชโลมทั่วผิวกายของสาวน้อยแล้วจัดการทำความสะอาดร่างกายของเธอทุกซอกทุกมุม ก่อนจะพามานอนที่เตียงอีกครั้งโดยเริ่มเช็ดตัวเธอให้แห้งและหาเสื้อตัวใหญ่ๆมาให้สวม


ไม่รู้ว่ารักยัยเด็กแสบนี่ตั้งแต่ตอนไหน? พอมารู้ตัวอีกทีก็มีเธอเข้ามาป่วนในหัวใจเขาเรียบร้อย


เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นก็ห่มผ้าหนาๆให้เธอ ขืนยังเห็นเมียนอนเปลือยอยู่ คงได้ลักหลับกันไปอีกนาน...


วันต่อมา...


โรงพยาบาล...


สุชาติและลำเพยที่รู้ข่าวดีของลูกสาวคนโตก็รีบบินมาจสกพิษณุโลกเพื่อเยี่ยมวาณิริณทันที ผลไม้และของฝากหอบหิ้วกันพะรุงพะรังของสองสามีภรรยาที่กำลังจะกลายเป็นตายายในอีกไม่นาน เมื่อมาถึงโรงพยาบาลก็เห็นลูกเขยที่ตอนนี้ใบห้าอิดโรยคอยดูแลลูกสาวของพวกเขาไม่ห่าง


นาตยาและวาณิชาช่วยกันปลอกผลมะม่วงเปรี้ยวจัดใส่จาน กลิ่นน้ำปลาหวานหอมโชยยั่วน้ำลายของทุกคนได้เป็นอย่างดี


"ภาคิณพักก่อนก็ได้นะลูก ดูแลคนป่วยคงจะเหนื่อยแย่ไหนจะงานของตัวเองอีก เห็นว่าวันนี้เวียนหัวบ่อย" ลำเพยยิ้ม 


"นิดหน่อยเองครับ" ภาคิณตอบ "เผื่อ...อุก อึก" จู่ๆชายหนุ่มก็เกิดอาการคลื่นไส้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ภาคิณรีบเอามือปิดปากแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำ ภากรเห็นท่าไม่ดีจึงตามเข้าไปดู


หญิงสูงวัยเดินมาอยู่ข้างๆเตียงคนไข้และลูบใบหน้าของลูกสาวเธอ "ณิริณเริ่มแพ้ท้องบ้างรึยังล่ะลูก หืม?"


วาณิริณพยักหน้า "แรกๆที่ยังไม่รู้ก็หนักเลยค่ะ แต่ตอนนี้เหมือนจะเบาไปบ้างแล้ว"


"สงสัยจะมีคนแพ้ท้องแทนเมียไปแล้วล่ะค่ะ" นาตยาเองก็มีความสุขไม่น้อย จานมะม่วงพร้อมกับน้ำปลาหวานถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะอาหารของคนไข้ "ทานเยอะๆนะจ้ะณิริณ คนท้องช่วงแรกๆก็จะหน้ามืด เวียนหัว คลื่นไส้ ยิ่งท้องแฝดจะยิ่งเป็นหนัก ทานของเปรี้ยวๆพวกนี้จะช่วยบรรเทาได้"


"ขอบคุณค่ะ" ปกติวาณิริณไม่ค่อยชอบของมีรสเปรี้ยว แต่ในเวลานี้เธอกลับรู้สึกดีขึ้นมาได้มาก


วาณิชานั่งลงที่โซฟาแล้วคิดถึงเรื่องที่เธอเคยได้ยินมา "เขาบอกว่าผู้ชายที่แพ้ท้องแทนเมียเป็นคนที่รักเมียมาก อาการจะมาเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังจะได้เป็นพ่อคน...ฟินจัง"


คนที่กำลังตั้งท้องยิ้มมีความสุข สายตามองร่างของสามีที่พี่ชายของเขาช่วยพยุงออกมาจากห้องน้ำก็ยิ่งรู้สึกเห็นใจเขามากยิ่งขึ้น สุชาติเองก็หัวเราะชอบใจให้กับลูกเขยของตัวเอง "มาๆภาคิณ ไหนๆก็แพ้ท้องแทนลูกสาวพ่อแล้วก็มานั่งกินด้วยกันซะเลย เผื่อจะดีขึ้น"


"ครับ" ภาคิณรับคำก่อนจะเดินมานั่งบนเตียงคนไข้ ข้างภรรยาของเขา "พ่อกับแม่จะกลับวันนี้เลยหรอครับ?"


สุชาติพยักหน้าตอบ "งานที่โน่นตอนนี้เยอะมาก พ่อกับแม่ขนาดหาคนมาช่วยขัดการแล้วยังวุ่นวายอยู่เลย กะว่ารอณิชาเรียนจบจะให้ย้ายไปอยู่ช่วยที่บ้านสักคน"


"หะ ให้ณิชาย้ายกลับเลยหรอครับ?" ภากรดูตกใจอยู่ไม่น้อย ไม่ต่างกับลำเพยและสุชาติเมื่อเห็นท่าทีแปลกๆของเขา


"ใช่จ้ะ! ณิริณเองก็แต่งงานแล้ว มีงานต้องทำแถมตอนนี้กำลังท้องอีก แม่ก็เหลือณิชานี่แหละจ้ะที่หวังจะให้กลับไปช่วยงานทางบ้าน" ลำเพยอธิบายต่อ พอเห็นสีหน้าของลูกสาวคนเล็กก็นึกสงสัย "ไม่อยากกลับบ้านหรอลูก?"


วาณิชารีบปฏิเสธ "ปละ เปล่าค่ะ...ณิชาคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว" เธอมองหน้าภากรก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหว 


นาตยามองสองคนที่กำลังเจอทางตันก็ต้องถอนหายใจ...ตอนนี้เธอรู้สึกว่าภากรควรจะเลือกเส้นทางของตัวเองอีกครั้งได้แล้ว การที่เมื่อตอนเสียภูษิตไปใหม่ๆเธอได้ขอร้องให้ภากรลาออกจากราชการเพื่อมาช่วยพยุงบริษัทที่คนเป็นพ่อสร้างมากับมือให้อยู่รอด เพราะตอนนี้ภาคิณเองก็หายสาบสูญไปด้วย...จึงเหลือแค่ภากรเป็นเสาหลักของครอบครัว นาตยารู้ดีว่าภากรรักอาชีพตำรวจมากเพราะเขาใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ถึงขนาดยอมขัดคำสั่งไปสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยจนก่อนที่จะลาออกจากราชการ ในตอนนั้นลูกชายคนโตของเธอกำลังจะได้ติดยศผู้กำกับอีกเพียงไม่กี่วัน


รู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยเลยที่ต้องให้ภากรฝืนใจทำในสิ่งที่ไม่ชอบ...


"คุณสุชาติ คุณลำเพยคะ! ฉันขอคุยด้วยสักเดี๋ยวนะคะ ไปข้างนอกกันดีกว่าค่ะ" ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ นาตยาตัดสินใจแล้วเรื่องที่จะสู่ขอวาณิชาให้กับภากร

____________100%__________

จบเรื่องนี้ มีแพลนแต่งเรื่องของ สารวัตร รุ่นน้องสุดกวนของอิพี่กร กับ ผู้กองคนสวย อยู่ในช่วงหาพล็อต ฮ่าๆ

ไรท์ไม่ใจร้ายนะ ไรท์ใจดีจะตาย คิกๆ

หมดทุกข์หมดโศกไปให้สิ้น หนุ่มคนน้องกำลังมีข่าวดี ส่วนหนุ่มคนพี่ก็กำลังจะโดนเมียเด็กซ้อมกันเป็นกระสอบทราย

เจอกันตอนหน้านะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น