ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 33 แทบขาดใจ 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 33 แทบขาดใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.2k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2560 10:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 33 แทบขาดใจ 100%
แบบอักษร

HATE EFFECTS: 33


กรุงเทพ....


ภากรตัดสินใจกลับมาใส่ชุดของหน่วยพิเศษอีกครั้งเป็นการชั่วคราวโดยในการออกมามนครั้งนี้แน่นอนว่าทั้งนาตยาและวาณิชาไม่มีใครรู้ทั้งนั้น ครั้งนี้เขาต้องการสะสางคดีของผู้เป็นพ่อที่ค้างคาล่วงมาเป็นปีที่สี่และเพื่อช่วยน้องชายกับน้องสะใภ้ของตัวเองด้วย ในห้องประชุมที่กำลังวางแผนอย่างเร่งด่วนก็ได้รับรายงานเป็นระยะว่าใกล้จะเข้าเขตกรุงเทพฯกันแล้ว


ตอนนี้ทีมตำรวจและหน่วยแพทย์ฉุกเฉินที่อยู่ที่นี่พร้อมจะออกปฏิบัติการแล้ว...


"เชิญครับ อดีตหัวหน้า" สารวัตรณัฐเศรษฐ์ส่งยิ้มกวนๆให้ "ให้สิทธิพิเศษกลับมาทำหน้าที่นี้อีกครั้งเลยนะ ว่าแต่...ไม่ได้จับปืนมาตั้งสามสี่ปีแล้วยังจะแม่นเหมือนเดิมหรอ?"


"มึงมันน่าจริงๆ" ทำทีจะชกรุ่นน้องเสียให้ได้ "ว่าแต่ชื่อจริงกับนามสกุลจริงของไอ้ณวัฒน์ล่ะ ได้มาหรือยัง?"


สารวัตรหนุ่มพยักหน้ารับ "ชื่อ พล จิระกรกุล..."


"อะ อะไรนะ!?" ภากรถึงกับตกใจที่ได้ยินชื่อนี้ "พูดต่อสิ"


"ไอ้นี่น่ะเข้าออกต่างประเทศเป็นว่าเล่น ผ่านการศัลยกรรมมาแล้วห้าครั้งและคาดว่าคงจะใช้พาสปอร์ตของปลอมในการเดินทางระหว่างประเทศในชื่อ ณวัฒน์ จิระกุลกร" เขาส่งเอกสารที่ได้มาจากสำนักงานหนังสือเดินทางแล้วส่งให้รุ่นพี่หนุ่มได้อ่านดู "คุณภาคิณรู้เรื่องนี้แล้ว เห็นว่าเคยเรียนที่เดียวกันด้วยนะ มันคงจะแค้นใจหนักๆก็คือเรื่องที่พ่อพี่ไปถอนหุ้นจนบริษัทในเครือจิระกรกุลเจ๊งไม่เป็นท่า พ่อของมันยิงเมียตัวเอง ตัวมันก่อนจะฆ่าตัวตายตาม...ซึ่งไอ้นี่มันดวงแข็งยังไม่ถึงฆาต"


"เออ...ที่กูรู้มาว่าหลังจากนั้นมันมาขอทำงานกับพ่อกู พ่อสงสารเลยให้เข้าทำงานแต่ก็ไม่ได้ให้ตำแหน่งสูงอะไร ทำได้สักปีมันก็หายหน้าไปเลย...แต่กับไอ้คิณ! มันไปโกรธเกลียดกันมาแต่ชาติปางไหนวะ?"


"คงเป็นเพราะนางแบบที่ชื่อลลิสามั้งครับ เท่าที่ผมลองสืบหาสาเหตุดูในช่วงที่ไอ้ณวัฒน์ในตอนนั้นใกล้จะล้มละลายก็มีเห็นมีข่าวดูใจกันอยู่ แต่ผู้หญิงคนนั้นก็มีข่าวกับคุณภาคิณด้วย...ก็ฟันธงเลยก็แล้วกันนะครับว่าเรื่องนี้แน่นอน คนที่ซวยก็คือคุณวาณิริณที่จู่ๆก็ต้องกลายมาเป็นเครื่องมือให้มันเอาไว้ใช้แก้แค้นซะอย่างนั้น มีอีกอย่างที่ผมกำลังสงสัย...น่าแปลกตรงที่จู่ๆนางแบบที่ชื่อลลิสาก็หายตัวไปได้ห้าปีแล้วยัวไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน? ยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า?" สารวัตรณัฐเศรษฐ์อธิบายข้อมูลยาวในระหว่างชึ้นรถไปทางเส้นอยุธยาตามตำแหน่งที่อยู่ของอีกทีม "ส่วนเรื่องคนบงการสังหารพ่อพี่น่ะคือนายพลวิชิต ตอนนี้พี่น่าจะรู้แล้วว่าเพราะอะไร"


ภากรพยักหน้าเบาๆ เขาเพิ่งจะรู้สาเหตุที่แท้จริงมาไม่กี่วันนี้เอง...เรื่องที่ทำให้นายพลวิชิตต้องลงมือสังหารพ่อของเขาอย่างทารุณก็เพราะภูษิตพยายามเปิดโปงการทุจริตของนายทหารชั้นผู้ใหญ่คนนั้น อีกทั้งยังมีเรื่องเลวร้ายอีกมากมายที่สังคมควรได้รับรู้


ทำไมคนเลวๆถึงยังได้มีชีวิตยืนยาวนัก...


#####


อีกด้านหนึ่ง...


รถตู้สามคันขับอยู่บนถนนอันมืดมิดกำลังทุ่งหน้าเข้าเขตกรุงเทพฯแล้วเพื่อหลีกหนีจากกลุ่มคนร้ายที่ตามมาใกล้จะถึงตัว ภาคิณกอดร่างของวาณิริณไว้แนบแน่นในอ้อมแขน คอยปลอบขวัญทุกครั้งที่มีเสียงปืนด้งขึ้นเป็นระยะๆ 


บึ้ม !!


เอี๊ยด !!!


เสียงล้อรถระเบิดทำให้เสียการทรงตัวแล้วพุ่งชนกับต้นไม้ข้างทาง อีกสองคันที่นำหน้าไปต่างก็เบรคกันกระทันหันแล้วหลบเข้าไปข้างทางเพื่อรอจังหวะที่จะช่วยเหลือ


"โอยยย พวกมันดักทางข้างหน้าเราครับ" เทวินทร์เอามือกุมขมับเพราะศีรษะไปกระแทกกะบพวงมาลัยอย่างแรง "เอายังไงต่อดีครับหมวด คุณคิณ? พวกมันลงมาแล้ว"


"น่าจะอีกชั่วโมงกว่าๆที่สารวัตรจะมาถึง พวกมันลงมาแล้ว!! คุณผู้หญิงทั้งสองคนอยู่บนนี้นะห้ามลงไปเด็ดขาด" ผู้หมวดหนุ่มส่งปืนให้ภาคิณหนึ่งกระบอกเพื่อไว้ใช้ป้องกันตัว แล้วหยิบวิทยุสื่อสารออกมาสั่งทีมงานที่อยู่ในรถอีกสองคันที่นำหน้าไปให้คอยดูสถานการณ์


วาณิริณจับแขนของสามีเอาไว้แน่นราวกับไม่ยอมให้เขาออกไปไหน "ไม่ ไม่...พี่คิณอย่าไปนะคะฮึก นะ ณิริณไม่ให้ไป ฮือๆ"


ภาคิณแกะมือของเธอออก "ไม่ร้องไห้นะณิริณ ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามให้พวกมันรู้ว่าณิริณยังอยู่ตรงนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับพี่ก็ช่าง..."


"คุณคิณคะ! ฉันขอร้องล่ะค่ะอย่าพูดอะไรไม่เป็นมงคลหน่อยเลย ช่วงยัยณิริณอ่อนไหวง่ายนิดหน่อยก็ร้องไห้แล้ว" ปิยาพัชร์ย้ายที่นั่งจากด้านหน้ามาอยู่ข้างๆเพื่อนของเธอ "ฉันจะช่วยดูภรรยาของคุณเองค่ะ ถ้าอยากจะชดเชยเรื่องบ้าๆต่างๆที่เกิดขึ้นให้ณิริณล่ะก็ พากันรอดออกไปให้หมดนี่แหละค่ะ"


สามหนุ่มในรถได้แต่นิ่งแล้วรับคำของเธอ ร่างสูงโปร่งค่อยๆก้าวลงจากรถพร้อมกับชูแขนขึ้นเหนือหัว กลุ่มคนร้ายนับสิบคนเข้ามารุมล้อมเอาไว้แล้วบังคับให้พวกเขายืนด้วยเข่า


"ไม่คิดว่ามึงจะโง่มาติดกับกูได้นะ! ไอ้ภาคิณ!!" ณวัฒน์ยิ้มเหี้ยมๆ เขาเข้ามากระชากคอเสื้อภาคิณด้วยความแรง "มึงมันน่าจะตายไปพร้อมๆกับพ่อของมึงตั้งนานแล้ว"


"กูยังตายไม่ได้ถ้ายังไม่ได้เอามึงเข้าคุก ไอ้พล!!" คนถูกตอกกลับชะงักแล้วมองเขาด้วยสายตาเชือดเฉือน "ไอ้คนเนรคุณ!!"


ผัวะ !!!


"คุณคิณครับ อั่ก!!" เทวินทร์พยายามจะไปช่วยเจ้านาย แต่กลับถูกทุบเข้าที่ท้ายทอยด้วยสันปืนจนล้มไปนอยกับพื้น 


"มึงมันก็เลวไม่ต่างจากกูหรอก เอาผู้หญิงไม่เลือกทั้งๆที่รู้ว่าเขามีเจ้าของแล้ว ลลิสาไง!! มึงก็รู้ว่านังนั่นมันคบกับกู กูเห็นกับตาที่มึงกับอีคนทรยศไปทุกที่ หึ! กูเลยจัดการยิงแสกกบาลมันซะ เป็นไงล่ะ!! ตอนนี้ศพของมันยังอยู่ที่ให้เพดานของคอนโดยังไม่มีใครหาเจอเลยเว้ย ฮ่าๆ ฮ่าๆๆ" ณวัฒน์หัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อความอัดอั้นทั้งหมดกำลังถูกระบายออกมา


ภาคิณเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยิน "มึงทำบ้าอะไรลงไป!! กูกับลลิสาไม่เคยมีอะไรกัน"


"แหมพี่คิณคะ! ของมันเคยๆปฏิเสธยังไงก็ไม่ขึ้นหรอกค่ะ" ญาดาสวมชุดเดรสสีดำเดินควงแขนนายพลวิชิตลงมาจากรถตู้ "นังณิริณคงจะยังอยู่ในรถนั่นแหละ ไปเอาตัวมันมาให้ท่านวิชิตสิ" หันไปสั่งผู้ชายร่างกำยำทั้งสองด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ


ผู้หมวดหนุ่มสอดส่องไปรอบๆโดยเห็นเงาตะคุ่มอยู่ไม่ไกล ในขณะที่ภาคิณกำลังตกใจอย่างถึงที่สุด "เมียฉันไม่ได้อยู่ที่นี่ !!"


"พอเถอะนะหลานคิณ คิดว่าเราโง่กันนักหรอ? ลุงเสียเงินกับเมียของหลานไปเยอะแล้ว...ส่งมาให้ลุงเถอะ! เดี๋ยวหลานก็ได้ตามพ่อของหลานไปแล้ว"


"ให้ผมเก็บมันเลยไหมครับ!?" การันต์กระเหี้ยนกระหือรือที่อยากจะจัดการไอ้คนที่มันทำให้เขาต้องสิ้นเนื้อประดาตัวเสียเต็มแก่ 


นายพลวิชิตยกมือห้าม "ยังก่อน ให้หลานรักของฉันได้บอกลาเมียของมันก่อน"


"กูไม่นับญาติดับคนแบบมึง!!" กรี๊ดดด เสียงกรีดร้องของวาณิริณที่ถูกชายฉกรรจ์ของคนฉุดกระชากลากถูลงมาจากรถ เขาไม่เห็นปิยาพัชร์เลยแม้แต่เงาแต่เห็นโทรศัพท์หันกล้องมาทางเขาอยู่ ตาคมหันตวัดมองญาดาด้วยความโกรธแค้น "เธอมันผู้หญิงโสโครก คุกมันไม่ได้ขัดเกลาจิตใจของเธอเลย!!"


"จะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เพราะอีกเดี๋ยวพี่คิณก็ต้องตายอยู่แล้ว" ญาดายกยิ้มแล้วเดินตรงไปกระชากวาณิริณมาแล้วเหวี่ยงแรงจนร่างของอีกคนล้มกระแทกไปกับพื้นถนน "แกมันตายยากนักนะอีบ้านนอก มองหน้าผัวสุดที่รักของแกสิ!! มองซะให้พอ!! เพราะหลังจากนี้แกจะไม่เหลือความเป็นคนอีกต่อไปแล้ว" มือของเธอบีบคางศัตรูหัวใจราวกับจะให้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ


วาณิริณรู้สึกปวดจี้ดที่ท้องน้อยแต่ก็อดทน "อย่านะ ฮึก อย่าทำอะไรเขา!!" เพียะ !! เธอถูกตบจนหน้าสะบัดถึงสองครั้ง ญาดาใส่ความโกรธแค้นทุกอย่างที่ตัวทำร้ายร่างกายคนอ่อนแรงด้วยความสะใจ วาณิริณไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ตอนนี้เธอต้องปกป้องท้องของเธอให้ได้มากที่สุด


ภาคิณพยายามดิ้นเมื่อถูกคนจับตัวกดให้นอนราบลงไป...ด้านในมันปวดร้าวปานใจจะขาดรอนๆ 


ปึก !!!


อึก !!!


วาณิริณเอามือกุมท้องหลังจากถูกเตะอย่างแรง เธอเจ็บ! เจ็บเจียนจะตายอยู่แล้วเหมือนกับด้านในกำลังบีบตัว นายพลวิชิตค่อยๆเดินมาแตะไหล่ของญาดาเบาๆ "พอใจกับสิ่งที่ฉันอนุญาตแล้วใช่ไหม?"


"ค่ะท่าน" ญาดาเหยียดยิ้ม "รีบๆจัดการพวกมันเถอะค่ะ แผนสูงกันอยู่ด้วย"


แกร็ก !! 


การันต์ลุกขึ้นมานำปืนจ่อหัวภาคิณเอาไว้ "มึงมีอะไรสั่งเสียอีกไหม?"


"หึ! กูไม่เคยทำอะไรกับคนไม่สมยอม ไอ้พล...มึงจะเชื่อกูหรือไม่ก็ตามใจ กูของยืนยันว่ากูกับลลิสาไม่มีอะไรมากไปกว่านายจ้างกับพรีเซนเตอร์ เธอมาปรึกษากูเรื่องของขวัญวันเกิดให้มึงเพราะไม่รู้ว่าผู้ชายชอบอะไร!! ถ้าไม่เชื่อ...มึงลองกลับไปที่คอนโดของลลิสาดูสิ" ภาคิณกล่าวโดยที่สายตายังมองร่างของภรรยา เธอพยายามคลานเข้ามาหาเขา...แต่ว่าตอนนี้กลับถูกชายร่างยักษ์คนหนึ่งจับตัวแล้วบังคับให้เธอยืน "นาฬิกากับการ์ดที่เธอซื้อให้มึงยังอยู่ในกระเป๋าแน่นอน...มึงบอกว่ากูโง่แต่ว่ามึงน่ะ โง่กว่ากู!!"


ณวัฒน์ค่อยก้าวขาเข้ามาแล้วทรุดตัวลง "มึงอย่ามาโกหกให้ตัวเองรอดหน่อยเลย กูเห็นกับตาว่ามึงกับลลิสาเข้าไปที่โรงแรม!!" ตุบ! สันปืนทุงเข้าที่โหนกแก้มของภาคิณจนแตก "มึงไปมีอะไรกันที่นั่นแล้วคิดว่ากูยังโง่อีกหรือไง !!!"


"ลลิสาไปจองห้องจัดงานวันเกิดให้มึง!!" เสียงตะโกนบ่งบอกว่าทุกอย่างคือความจริง "ผู้หญิงคนนั้นเขารักมึงแม้รู้ว่ามึงกำลังจะหมดตัวเลยอยากจะทำให้มึงมีความสุข ไอ้พล!! มึงฆ่าเขาไปแล้ว...มึงฆ่าผู้หญิงที่รักมึงอย่างจริงใจ มึงทำได้ยังไง!!"


แววตาของภาคิณดูจริงจังและแน่วแน่...ณวัฒน์ไร้ข้อกังขาที่จะไม่เชื่อ ใบหน้าของลลิสากลับเข้ามาในหัวทุกฉากหรือแม้กระทั่งวินาทีสุดท้ายของชีวิต เขาได้ทำลายมันไปแล้ว... "ฮึก ลิสา ฮือออ ลิสา...ผมขอโทษ!! ลิสา"


ผลั่ก!


"เกะกะจริงๆเว้ย!!" การันต์ยกเท้าถีบคนที่กำลังฟูมฟายออกไปให้พ้นทาง มือของเขาเตรียมเหนี่ยวไกแล้วก็...


ปัง !!!


ภาคิณค่อยๆลืมตาขึ้นมามองดูรอบๆ เขาไม่ใช่คนถูกยิง เขายังไม่ตาย... 


"ยังแม่นเหมือนเดิมนะครับรุ่นพี่" น้ำเสียงที่แสนคุ้นหูของสารวัตรณัฐเศรษฐ์ทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นมาอีกนิด 


ภากรยิงตรงเข้าที่อกด้านซ้ายของการันต์ ตัดขั้วหรือเปล่าไม่รู้แต่ว่าไอ้คนร้ายมันล้มไปทั้งยืน "นายพลวิชิต เราขอจับกุมข้อหาค้ามนุษย์ กระทำชำเรา กังขังหน่วงเหนี่ยวเด็กอายุต่ำว่าสิบแปดปีและยักยอกทรัพย์ของทางราชการ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมทุกเส้นทางไว้หมดแล้ว หากคิดหนี...ตำรวจจำเป็นจะต้องวิสามัญ"


"จัดการมัน !! เอานังผู้หญิงไปให้ได้"


ปังๆ ปัง! 


คนร้ายไม่ยอมจนมุมต่อสู้กันอย่างไม่ลดละ ภาคิณที่เป็นอิสระก็รีบลุกไปชิงตัวภรรยาสาวกลับมาจนสำเร็จ เขาชักปืนออกมายิงต่อสู้กับคนพวกนั้นแล้วใช้ตัวเป็นเกราะกำบังให้เธอโดยมีเทวินทร์และผู้หมวดหนุ่มคอยช่วยอีกแรง ปิยาพัชร์ลงมาจากรถเพื่อที่จะพาเพื่อของเธอขึ้นไปแต่ก็ทุลักทุเลเสียจริงๆ


แต่การที่ต้องต่อสู้กับกลุ่มคนร้ายไปด้วยไม่ใช่เรื่องง่าย...


"อึก.." ความเจ็บแสบแล่นปรี๊ดเมื่อกระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ขวาของเขา 


ตอนนี้ตำรวจทำการวิสามัญและจับกุมคนร้ายได้ครบทุกคนรวมถึงนายพลวิชิต แต่ทว่าคนที่มีไฟแค้นครุกรุ่นบางคนยังไม่คิดยอม "แกจะหนีไปไหน นังณิริณ!!" ญาดาเดินเร็วๆไปดักหน้าเอาไว้ "ตายซะเถอะ อีบ้านนอก !!"


"อย่า !!!"


ปัง !!


หญิงสาวในชุดสีดำยิงตรงมายังคนที่เธอแสนจะชิงชัง เธอไม่สะทกสะท้านกับสิ่งที่ได้ทำลงไปเลยแม้แต่น้อย กระสุนเจาะตรงกลางหน้าท้องของวาณิริณไม่มีพลาดอย่างแน่นอน


ภาคิณเบิกตากว้างแล้วรีบวิ่งมาประคองร่างภรรยาสุดที่รักเอาไว้ "ณิริณ!! ตื่นสิณิริณ!! อึก พี่ขอโทษ ฮึก พี่ขอโทษ... ลืมตานะณิริณ อย่าหลับแบบนี้" น้ำตาลูกผู้ชายหลั่งรินออกมาโดยไม่อาย 


เธอไม่รู้สึกตัวแล้ว...


ญาดายืนสะใจไม่นานก็ถูกตำรวจควบคุมตัวไว้ได้อีกครั้ง "กรี้ดดด ปล่อยฉันนะ หึ! เป็นไงล่ะ!! อีบ้านนอกมันตายแล้ว ฮ่าๆ มันตายแล้วพี่คิณได้ยินไหมคะ!!"


"เรียกหน่วยแพทย์มาเร็วเข้า!! พาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลเร็ว" ภากรตะโกนสั่งให้ทุกคนทำตามหน้าที่อย่างเร่งด่วน 


######


โรงพยาบาล...


ภาคิณและวาณิริณต่างถูกพาตัวเข้าห้องฉุกเฉินไปแล้ว ภากรโทรบอกข่าวที่ไม่ค่อยจะสู้ดีให้นาตยาและวาณิชาได้รู้ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็มาถึงยังหน้าห้องฉุกเฉิน เทวินทร์พาปิยาพัชร์กลับไปส่งยังที่พักโดยเหลือภากรคอยติดตามอยู่หน้าห้องฉุกเฉินตามลำพัง


"กร/ พี่กร!" สองสาวน้อยใหญ่วิ่งเข้ามาโดยไม่กลัวล้ม


"คิณกับหนูณิริณเป็นยังไงบ้างลูก?" นาตยาเอามือทาบอกด้วยความหวาดหวั่น


"หมอยังไม่ออกมาเลยครับ" น้ำเสียงเอื่อยๆพร้อมกับมองไปที่เมียเด็กที่ยืนอยู่ข้างๆ "คงต้อง...ทำใจเผื่อไว้บ้าง"


"อย่ามาพูดบ้าๆนะ ไม่มีใครเป็นอะไรทั้งนั้นแหละ" วาณิชาเริ่มน้ำตาคลอ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีเรื่องร้ายๆเกิดขึ้นแบบนี้


ผ่านไปราวๆยี่สิบนาทีก็มีหมอท่านหนึ่งออกมา...


"ญาติของคนไข้ทั้งสองใช่ไหมครับ?"


"ใช่ค่ะ ลูกชายกับลูกสะใภ้ของฉันเป็นยังไงกันบ้างคะ?" นาตยาถามทันทีด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ


"การผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกผ่านไปได้ด้วยดีครับ คุณภาคิณปลอดภัยแล้วแต่สำหรับคุณวาณิริณเราได้รับผลตรวจจากทางสูตินรีว่าตั้งครรภ์ได้เจ็ดสัปดาห์แล้ว"


"คุณพระ!!" หญิงวัยกลางคนเซคล้ายจะล้มลง ภากรและวาณิชาต่างเข้ามาช่วยพยุงเอาไว้"แล้ว...แล้วทั้งแม่และเด็กจะเป็นยังไงต่อคะหมอ"


"บอกมาเถอะค่ะ" สาวน้อยเองก็ไม่อยากจะลุ้นแล้วเหมือนกัน


หมอหนุ่มมีสีหน้าหนักใจ "คนไข้เสียเลือดมากและมีอาการตกเลือดเพราะถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ร่างกายบอบช้ำหลายจุด...ทารกในครรภ์มีโอกาสรอดเพียงแค่สามสิบเปอร์เซ็น หรือไม่...อาจจะไม่รอดทั้งแม่และเด็ก" พอได้ยินเช่นนั้นก็ทำให้ใจคอรู้สึกไม่ค่อยดี หมอหนุ่มถอนหายใจเพราะด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องช่วยชีวิตคนนั้นสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด "ร่างกายของคนไข้ถูกทำร้ายอย่างรุนแรงเลยส่งผลต่อเด็กในท้องเพราะอายุครรภ์ยังน้อยมาก ทำใจให้สบายก่อนนะครับ...ผมกับทีมแพทย์ทุกคนจะช่วยเหลือทั้งแม่และเด็กจนสุดความสามารถ ปาฏิหาริย์มักจะมากับความหวังเสมอ" หมอหนุ่มพยายามให้กำลังใจก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ของตนเอง


นาตยาทรุดลงอย่างหมดแรง หญิงวัยกลางคนยกมือขึ้นมาแล้วลูบแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วนางช้างซ้าย "คุณภูษิต ช่วยหนูณิริณกับหลานของเราด้วยนะ ฮะ ฮึก" 


วาณิชาสุดที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้ สาวน้อยลุกเดินไปส่องยังช่องเล็กๆของประตูฉุกเฉิน "ถ้าพี่ณิริณกับหลานเป็นอะไรนะ ณิชาจะไปเอาเรื่องยัยปอ!!" นั่นก็มีส่วนที่ทำให้พี่สาวของเธอต้องตกในสภาพเช่นนี้ 


ภากรลุกขึ้นมาจับไหล่ของเมียตัวแสบเอาไว้ "ได้ไปแน่ แต่ต้องผ่านวันเสาร์นี้ไปก่อน"


"ฮึก วัน...วันไหนก็ได้ ฮือๆ" สาวน้อยปล่อยโฮหันเข้าสวมกอดภากรโดยไม่กลัวว่าตัวเขาจะเลอะเทอะเพียงใด ชายหนุ่มลูบผมเธอเป็นการปลอบขวัญให้คลายกังวล


กึกๆ 


"ญาติของคุณภาคิณกับคุณวาณิริณ รบกวนติดต่อที่แผนกผู้ป่วยในด้วยนะคะ" พยาบาลเดินออกมาบอกเพื่อที่จะทำเรื่องการพักฟื้นในโรงพยาบาล


ภากรผละออกจากวาณิชาแล้วเดินตามไป สาวน้อยกลับไปนั่งข้างๆนาตยา...ต่างคนต่างคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่นานร่างของภาคิณก็ถูกเข็นออกมาพร้อมๆกับวาณิริณซึ่งต้องต้องแยกไปอยู่ในไอซียู


"หนูณิชาตามไปดูณิริณเถอะลูก พี่กรทำเรื่องเสร็จแล้วเดี๋ยวป้าให้ไปรับ"


"ค่ะ"


ทุกอย่างล้วนแต่เป็นเวรกรรมที่แต่ละคนสร้างขึ้นจึงได้มาพบกันและชดใช้ให้แก่กันจนหมดสิ้น เหลือเพียงแค่หลังจากนี้สวรรค์จะเมตตาให้คนที่กำลังย่ำแย่ได้เห็นทางสว่างบ้างหรือไม่


#####


แสงแดดสาดส่องเข้ามายังห้องพักฟื้นพิเศษบ่งบอกเวลาของวัน ภาคิณค่อยๆขยับตัวแล้วร้องโอดโอยเบาเพราะยังเจ็บในบริเวณของแผล นาตยาได้ยินเสียงลูกชายคนเล็กก็ยิ้มดีใจแล้วจึงรีบมาอยู่ช้างๆเตียงคนไข้


"คิณ ตื่นแล้วหรอลูก"


"แม่" นำเสียงแห้งผากเรียกผู้ให้กำเนิดที่อยู่ข้างๆ


"จ้ะ แม่เอง...ดื่มน้ำก่อนนะ" ด้วยความดีใจจึงรีบรินน้ำใส่แก้วให้ลูกชาย


ภาคิณรับมาดื่มก็รู้สึกดีขึ้นเป็นอย่างมาก "พี่กรล่ะครับ? แล้ว...ณิริณอยู่ไหน?"


"กรไปทำงานพร้อมกับหนูณิชา ส่วนณิริณ..." นาตยาลำบากใจแต่ยังไงก็ต้องบอกเขา "ยังอยู่ในไอซียู คิณ...ณิริณท้องได้เกือบสองเดือนแล้วลูก แต่เพราะเรื่องบ้าๆพวกนั้นทำให้เด็กมีโอกาสรอดแค่สามสิบเปอร์เซ็น เพราะอาการตกเลือดค่อนข้างรุนแรงอาจจะยื้อทั้งณิริณและเด็กในท้องไม่ได้"


เหมือนฟ้าผ้ามาตรงกลางใจของภาคิณ หัวใจสั่นหวิวพลันทำให้นัยตาร้อนผ่าวๆ ในหัวนึกภาพเมื่อวานได้...ตอนที่ญาดาเตะเข้าที่ท้องของวาณิริณก็ทำให้อารมณ์โกรธเกลียดสุมเข้ามาแทนที่ "ญาดา!!"


"คิณ!! คิณจะทำอะไรน่ะลูก" นาตยาพยายามเข้าไปห้ามคนที่กำลังเป็นฟืนเป็นไฟในตอนนี้ เขาถอดสายน้ำเหลือออกแล้วกระโจนลงจากเตียงด้วยความเร็ว ใบหน้าของลูกชายเธอแดงราวกับจะระเบิดออก "พอเถอะนะคิณ แม่ขอ"


"แม่ปล่อยผม!! เพราะญาดา...นังผู้หญิงคนนั้นที่ทำให้ณิริณเป็นแบบนี้ ผมจะฆ่ามัน!!" เสียงทุ้มกดต่ำลงจนไม่น่าฟัง เวลานี้เขาพร้อมที่จะพังได้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า


คนเป็นแม่ร้องไห้พร้อมกอดลูกชายของตัวเองเอาไว้ "พอเถอะคิณ ฮึก ให้เวรกรรมมันจบสิ้นกันไปในชาตินี้ ชาติหน้าหรือชาติไหนๆจะได้ไม่ต้องกลับมาเจอกันอีก" พอเห็นน้ำตาภาคิณจึงค่อยๆสงบลง "ตอนนี้คิณต้องคอยอยู่ให้กำลังใจหนูณิริณเขา อึก ถ้าเด็กในท้องยังมีบุญ...แม่เชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี"


ชายหนุ่มนั่งเอามือกุมขมับด้วยความเครียด ตอนนี้เขาเสียใจจนถึงที่สุดก็ร้องไห้ออกมาโดยไม่ได้อายใคร นาตยาคอยปลอบลูกชายที่ตอนนี้กำลังทุกข์ใจอย่างแสนสาหัส "แม่ อึก พาผมไปหาณิริณที"


"จ้ะ" หญิงวัยกลางคนยกมือปาดน้ำตา "คิณใส่สายน้ำเกลือก่อนนะลูก ร่างกายอ่อนแรงเดี๋ยวจะล้มลงไปอีก"


ภาคิณยอมทำตามอย่างว่าง่าย สองแม่ลูกประคองกันเดินมาตามทาง บรรยากาศในโรงพยาบาลช่างเงียบงันมีเพียงเจ้าหน้าที่เดินสับเปลี่ยนกันทำงาน ทั้งสองค่อยๆเดินมาจนกระทั่งถึงหน้าห้องไอซียูก็รอไปอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงจึงได้เข้าไป


ห้องกระจกใสปลอดเชื้อมองเห็นร่างของคนที่นอนใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่บนเตียงคนไข้ ภาคิณเดินไปชิดกับขอบแล้วยกมือแตะเบาๆที่กระบานนั้น ใบหน้าสวยหวานของวาณิริณบัดนี้ดูซีดเซียวจนน่าสงสาร ตาคมสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดมองเธอก็ห้ามน้ำในตาของตัวเองไม่ได้


เขาควรจะดูแลเธอให้ดีกว่านี้...


นึกย้อนกลับไปในหลายๆสิ่งที่ได้เคยทำเอาไว้กับวาณิริณก็ยิ่งรู้สึกทรมานในจิตใจ ทั้งทำร้ายความรู้สึกของเธอไปสารพัด แม้ในยามที่เขากำลังลำบากก็มีเธอคอยอยู่เคียงข้างไม่เคยทิ้งไปไหน 


แต่เมื่อถึงคราวของเธอเขากลับทำอะไรไม่ได้เลย...


อยากจะเข้าไปจับมือ คอยให้กำลังใจและอยุ่เคียงข้างเธอก็ยังทำไม่ได้ สิ่งที่ทำได้เพียงแค่มองอยู่ด้านนอกผ่านกระจกบานใส ภรรยาที่รักจนสุดหัวใจกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่เขาพยายามทำให้เกิดมายังคงนอนนิ่งรับการรักษาอยู่ในนั้น


ซึ่งทั้งสองสามารถจากเขาไปได้ตลอดเวลา...


"สามีของคนไข้สินะคะ" หมอผู้หญิงที่ทำการตรวจวาณิริณเมื่อสักครู่ได้เดินออกมา ภาคิณหันไปมองแล้วพยักหน้าให้คำตอบ "ฉันเป็นหมอจากสูตินรีแพทย์ เป็นเจ้าของไข้นะคะ...ขอเชิญคุณด้านนอกด้วยค่ะ"


ภาคิณและนาตยาเดินตามหมอสาวออกมานอกห้องไอซียู เธอเปิดชาร์ตการรักษาตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเมื่อสักครู่อ่านอย่างละเอียดอีกครั้ง "คุณคงทราบดีว่าคนไข้มีสภาวะเสี่ยงที่จะแท้งสูงมาก อยากให้คุณเซ็นยินยอมหากว่าเกิดเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องเอาเด็กออกเพื่อที่จะรักษาแม่เอาไว้"


"ไม่ ผมไม่เซ็น"


"คิณ หนูณิริณยังสาว...ยังมีโอกาสอีกนะลูก" แม้จะเป็นการยากแต่นาตยาจำเป็นที่จะต้องพูดออกไป


"ถึงผมเซ็นแต่หมอต้องสัญญาสิ! ว่าจะช่วยทั้งลูกและเมียของผมให้ได้!!!" ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสี่ยงอีกต่อไปแล้ว หากต้องสูญเสียลูกไปจริงๆอย่างน้อยๆวาณิริณก็ยังอยู่ "รับปากสิหมอ!!"


"หากพ้นอายุครรภ์สิบสองสัปดาห์ขึ้นไปก็คือข่าวดีค่ะ แต่ถ้าไม่...คุณต้องทำใจไว้บ้าง" หมอสาวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "อย่าหาว่าฉันงมงายเลยนะคะ บางครั้งก็ต้องพึ่งพาปาฏิหาริย์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้หน่อยก็ดี ความหวังของคนที่รักอาจจะเป็นพลังช่วยคุ้มกันให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี เธอกำลังสู้อยู่นะคะ...อ้อ! ลืมบอกไปค่ะว่าผลอัลตร้าซาวด์ล่าสุดมีแนวโน้มว่าจะเป็นเด็กแฝดนะคะ อย่าเพิ่งท้อก็แล้วกันแค่ให้ทำใจเผื่อไว้บ้างเฉยๆ เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น"


ภาคิณมองตามแล้วครุ่นคิด ความรักและความหวัง...อาจจะเป็นการให้กำลังใจคนที่กำลังท้อแท้อย่างหนึ่ง ในเวลานี้เขาเองก็เริ่มมีความหวังเพิ่มขึ้น ในเมื่อวาณิริณไม่ยอมแพ้แล้วเขาจะมามัวห่อเหี่ยวแบบนี้ได้ยังไงกัน 


ทุกๆวันภาคิณจะลงมาเฝ้าติดตามอาการของวาณิริณอยู่ตลอด แม้ว่าเขาจะแข็งแรงดีและได้ออกจากโรงพยาบาลไปแล้วก็ตาม ยอมลงทุนเปิดห้องพักของโรงพยาบางเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดและคอยเป็นกำลังใจให้อยู่ใกล้ๆ หากผ่านอีกเดือนไปได้ทั้งลูกและเมียเขาก็จะปลอดภัยแล้ว

_________100%________


อีกนิดเดียว จะหมดเคราะห์หมดโศกแล้ว อีกนิสสสส

ยอมรับว่าตอนแรกไรท์กะใจร้ายมากกก พอเขียนๆอ่านๆไปก็ดันเห็นว่านางเอกเรื่องนี้ชักจะเหนือมนุษย์สุดจะทนทุกอย่าง เลยแก้พล็อตนิดหน่อย แฮ่ๆ

เจอกันตอนหน้าค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างร้ายๆจบสิ้นตอนนี้แล้วจริงๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น