ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไม่อยากเป็นภาระ

ชื่อตอน : ไม่อยากเป็นภาระ

คำค้น : แม่บ้านคนดี..แด๊ดดี้หนูน่ารักนะ, ช่างภาพหนุ่ม, สาวใช้จอมเปิ่น, เด็กน้อย, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2560 12:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ไม่อยากเป็นภาระ
แบบอักษร

            ในขณะที่บ้านหลังใหญ่ในซอยหนึ่งเงียบเสียง ที่บ้านหลังเล็กในซอยสองนั้นกำลังคึกคัก ด้วยวันนี้มีปาร์ตี้เล็ก ๆ ตามอัตภาพของเจ้าของบ้าน เนื่องจากมีแขกที่คุ้นเคยมาเยี่ยมบ้าน ทั้งกล้าเพื่อนสนิทของน้องสาว และอุ๋ยแฟนสาวของพี่ชาย เป็นปาร์ตี้ที่ปราศจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เต็มที่ก็มีแค่เพียงน้ำอัดลมที่ดื่มได้ทั้งหนุ่มและสาว 

           ที่โต๊ะไม้หน้าบ้านมีกับข้าวง่าย ๆ จากฝีมือของจิรัชยาวางเรียงอยู่สี่ห้าอย่าง รายล้อมด้วยคนสี่คนที่กำลังยิ้มแย้มพูดคุยกันอย่างมีความสุข

            “เอ้า! มาชนแก้วกันหน่อย นาน ๆ จะมารวมกันได้พร้อมหน้าพร้อมตา” จิราวัฒน์ส่งเสียงพูดพร้อมกับยื่นแก้วน้ำในมือออกไปด้านหน้า

            “ชน!!!” เสียงตอบรับจากทุกคนที่ส่งแก้วขึ้นมาชนแก้วกับพี่ใหญ่ของบ้านด้วยเช่นกัน ก่อนจะเป็นเสียงของจิตตะหรือกล้าที่ทำเสียงเอ็ฟเฟคต่อให้ “โครม!!!!”

            “ชนแรงจัง ชนดังโครมเลย ฮ่าฮ่าฮ่า” จิราวัฒน์เอ่ยแซว ก่อนที่จะถามเป็นการเป็นงานกับเพื่อนของน้องสาว “งานเยอะเหรอกล้า ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเลย”

            “ครับพี่ป๊อก..รับไว้หลายโปรเจคไปหน่อย เล่นเอาไม่ค่อยมีเวลากระดิกตัวไปไหนเลย”

            “อ้าวเหรอ! ฉันก็หลงเข้าใจผิด คิดว่าแกมัวแต่ไปจีบสาวอยู่เสียอีก” เสียงจิรัชยาดังขึ้นมาแซวเพื่อนทันที

            “แหม..เปิ้ล อย่างกล้าเนี่ยนะจะไปจีบสาวที่อื่น พี่ก็เห็นมาอยู่แต่ที่บ้านนี้นี่ล่ะพี่มาทีไรเป็นต้องเจอทุกที นี่ถ้าป๊อกไม่บอกว่าเป็นเพื่อนสนิทกับเปิ้ล พี่คงคิดว่าเป็นแฟนเปิ้ลไปแล้วล่ะ” อุ๋ยจัดการเกริ่นให้กับหนุ่มสาวรุ่นน้องก่อน เพราะเธอพอจะอ่านสายตาของจิตตะออกว่าก็มีใจให้กับน้องสาวของแฟนตนเองอยู่บ้าง หากแต่ยังไม่แสดงออก

            “มันมาหาอะไรกินฟรีน่ะสิคะพี่อุ๋ย รู้ว่ามาที่นี่ไม่อดตาย อย่างน้อยก็มีไข่เจียวอร่อย ๆ ให้กิน”

            “ครับ..คุณแม่ครัวหัวป่าก์ ทำอะไรก็อร่อยเองนี่หว่า มีเพื่อนฝีมือดี ก็เลยต้องมาพึ่งพากันหน่อยครับ” จิตตะตอบกลับ ก่อนจะหันมาทางว่าที่พี่สะใภ้ของเพื่อนในท้ายประโยค 

            “เออ! นี่ล่ะข้อดีข้อเดียวของไอ้เปิ้ลมันเลย นอกนั้นไม่ได้เรื่องว่ะ ใครจะเอามันไปเป็นเมีย คงต้องคิดกันหลายรอบว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า” เป็นจิราวัฒน์ที่รีบส่งเสียงสนับสนุนคำพูดของจิตตะ ก่อนที่อุ๋ยเองก็จะผสมมุกไปอีกด้วย

            “ป๊อกก็ไปว่าน้องอย่างนั้นได้ไง เอาเรื่องจริงมาพูดเล่นอย่างนี้ไม่ดีนะ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า” เสียงหัวเราะจากทุกคนดังขึ้นพร้อมกัน ยกเว้นคนที่ถูกพูดถึงที่แกล้งทำหน้าบูดบึ้ง มองทุกคนตาขวาง

            “โถ!...ใครกันนะ..ช่างว่าเพื่อนของกล้าได้” จิตตะแสร้งทำเป็นปลอบเพื่อน ยกมือตบไหล่เพื่อนเบา ๆ อย่างต้องการปลอบใจ

            “แกนั่นแหละ..ตัวดี ไอ้โรคจิต จั่วหัวมาก่อนเพื่อนเลย” จิรัชยาส่งเสียงตอบกลับเพื่อนรัก พร้อมทั้งปัดมือเพื่อนทิ้งอีกด้วย

            “ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่น่าปลอบมันจริง ๆ เข้าตัวเลย” จิตตะหัวเราะร่วน ส่งเสียงพูดเปรย ๆ

            บรรยากาศของมื้อค่ำเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และหลังจากที่อิ่มกันเรียบร้อยแล้ว จิรัชยาก็จัดการเก็บจานชามบนโต๊ะไปล้าง โดยมีจิตตะที่อาสาช่วยด้วยอีกคน ปล่อยให้คู่ของพี่ชายได้พูดคุยจี๋จ๋าอยู่ที่หน้าบ้านกันต่อไป

            ในระหว่างที่นั่งกันอยู่สองคน จิราวัฒน์มองหน้าแฟนสาวแล้วเหมือนว่ากำลังมีเรื่องให้ขบคิดอยู่ จึงได้เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

            “เป็นอะไรไป..อุ๋ย ทำไมเงียบไปล่ะ”

            “อุ๋ยอยากได้เงินสักก้อน ไปลงทุนเปิดร้านเสื้อผ้าน่ะป๊อก อุ๋ยเบื่องานบริษัทแล้วอ่ะ เจ้านายน่าเบื่อ เพื่อนร่วมงานก็มีแต่ใส่หน้ากาก หาคนจริงใจไม่ได้เลย อุ๋ยมีเงินอยู่ก้อนหนึ่งแต่ก็ยังไม่พอน่ะ ป๊อกมีบ้างไหมอ่ะ เราเอามารวมกัน เปิดร้านเล็ก ๆ เป็นของเราเองกันดีกว่านะ”

            “ของป๊อกก็มีไม่มากหรอก ต้องเก็บไว้ใช้จ่ายในบ้านด้วยน่ะ ถ้าเอาไปลงทุนเงินที่จะใช้ในบ้านมันก็จะไม่มีนะสิ อุ๋ยอดทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวป๊อกจะหาจ๊อบพิเศษทำ ได้เงินแล้วค่อยเอาไปลงทุนนะ”

            “อืม..มันก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะสินะ นี่อุ๋ยก็มองหางานพิเศษไว้อยู่เหมือนกัน พรุ่งนี้ว่าจะลองเข้าไปถามดู ที่ร้านอาหารของเพื่อนน่ะ เห็นว่าจะรับแคชเชียร์อยู่ แต่ว่ามันเลิกดึก”

            “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องไปทำหรอกอุ๋ย ถ้าไปเจอพวกขี้เมามาลวนลามเข้าจะทำยังไง กลับบ้านกลับช่องก็ลำบาก ตอนเช้าก็ยังต้องไปทำงานอีก ป๊อกเป็นห่วงด้วย รอหน่อยแล้วกันนะ”

            ที่ด้านนอกกำลังพูดคุยกันอยู่ถึงช่องทางการสร้างอนาคตร่วมกัน ที่ภายในบ้านก็มีจิรัชยามาหยุดยืนอยู่หลังประตู ฟังพี่ชายและว่าที่พี่สะใภ้คุยกันอยู่เช่นเดียวกัน เนื่องจากทั้งจิรัชยาและจิตตะที่เข้าไปช่วยกันล้างจานจนเสร็จแล้ว ก็เดินออกมาตั้งใจจะไปร่วมพูดคุยกับอีกสองคนที่หน้าบ้านอีกครั้ง แต่ว่าหญิงสาวได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนกำลังพูดขึ้นเสียก่อน จึงยังไม่อยากเข้าไปขัด ได้แต่ยืนฟังอยู่เงียบ ๆ

            “เป็นอะไรไปเปิ้ล ทำไมไม่ออกไปล่ะ” จิตตะส่งเสียงถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อเดินออกมาแล้วเห็นว่าเพื่อนของตนยืนนิ่งอยู่ที่หลังประตูแต่ไม่ยอมเปิดออกไปข้างนอก

            มือเล็ก ๆ ของจิรัชยายกขึ้นมาปิดปากเพื่อนหนุ่มเอาไว้ทันที พร้อมกับทำท่าจุ๊ ๆ ปากให้เพื่อนหนุ่มเงียบเสียงอีกด้วย ก่อนจะเดินนำไปนั่งที่โซฟาในบ้าน

            “เป็นอะไร มีอะไรเหรอ?” จิตตะเดินตามมาส่งคำถามให้เพื่อนสาว ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

            “ฉันอยากทำงานแล้วว่ะแก งานอะไรก็ได้ ทำไปก่อนระหว่างที่รองานที่ไปสมัคร แกช่วยหาให้หน่อยสิ ฉันไม่อยากเป็นภาระของพี่ป๊อกแล้วว่ะ”

            “งานอะไรก็ได้อย่างนั้นเหรอ เออ เดี๋ยวจะถาม ๆ ให้แล้วกัน ถ้ามีแล้วจะมาบอก” จิตตะทวนคำเพื่อน ก่อนจะตอบรับว่าจะช่วยหา

            “เออ...ขอบใจ”



            เช้าวันรุ่งขึ้น ชายหนุ่มในบ้านสองชั้นสไตล์ยุโรป ก็มีกิจกรรมเร่งรีบให้ต้องทำกันทั้งคู่ ภีมวัจน์นั้นตื่นขึ้นมาปลุกสองแฝดน้องให้ไปอาบน้ำแต่งตัว ส่วนนายชัยนั้นรีบขับรถออกไปซื้ออาหารเช้ามาให้เจ้านายทั้งสามคน รวมทั้งอาหารของตนเองด้วย กลับมาถึงบ้านก็มาจัดการแกะอาหารจัดใส่จานตั้งไว้รอบนโต๊ะอาหารเรียบร้อย แต่ที่ชั้นสองของบ้าน ความวุ่นวายยังคงไม่จบสิ้น

            “แด๊ดดี้ขา แองจี้อยากถักผมสวย ๆ ไปโรงเรียนเหมือนเพื่อนบ้าง” ประโยคจากลูกสาวคนเล็ก ทำเอาแด๊ดดี้ตัวโตถึงกับชะงักมือที่ถือหวีเตรียมจะรวบผมให้กับหนูน้อย

            “ทำยังไงดีล่ะ แด๊ดดี้ทำไม่เป็นนี่ครับ”

            “ก็ทำอย่างนี้ยังไงละคะ” เป็นแอนนี่ที่เข้ามาทำท่าจับผมของน้องสาวมาพันกันไปพันกันมาให้แด๊ดดี้ของเธอดู หากแต่ว่านั่นคงไม่ใช่วิธีการทำที่ถูกต้อง ผมของแฝดน้องจึงได้ดูยุ่งเหยิงมากกว่าเดิมเข้าไปอีก

            “แด๊ดดี้ว่า วันนี้เอาแบบรวบธรรมดาไปก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวแด๊ดดี้ไปศึกษาวิธีการถักมาก่อนนะ แล้วแด๊ดดี้จะมาทำให้ โอเคไหมครับ”

            “ก็ได้ค่ะ” หนูน้อยเสียงอ่อยลงตอบรับแด๊ดดี้ของเธอ ​

            ภีมวัจน์จัดการทำผมให้ลูกสาวทั้งสองคนเสร็จ ก็บอกให้ทั้งสองสาวลงไปทานอาหารเช้ากันก่อน ส่วนตัวเขานั้น ขอเวลา 5 นาทีสำหรับการแต่งตัวของตนเองแล้วจะตามลงไป ซึ่งสองแฝดน้อยก็รับทราบเดินเรียงแถวกันออกจากห้องไป

            “ชัย..ชัย..ฝากดูน้องหน่อย” เสียงตะโกนลงมาจากชั้นบน บอกนายชัยที่ตอนนี้ไปขัดรองเท้านักเรียนให้คุณหนูของตนเองอยู่ ให้รีบมารับช่วงต่อจากตนเอง

ความคิดเห็น