จิงโจ้น้อย
email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 12

คำค้น : yaoi,drama

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2560 18:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12
แบบอักษร

ตอนที่ 12

"เจ้าเป็นอะไร” หยางเจี๋ยเอ่ยปากถามคนที่นอนอยู่ข้างกายของตน

"กระหม่อมไม่ได้เป็นอะไร” เฟิงตอบไปด้วยน้ำเสียงอ่อนล้าหลังจากเสร็จสมภารกิจกามอารมณ์ไป ทั้งๆที่ทุกครั้งร่างบางจะมีความสุขและเสร็จสม แต่ทว่าช่วงนี้เขากลับรู้สึกว่างเปล่า และไม่สามารถทำจิตใจให้สงบและมีอารมณ์ร่วมได้เลย

"เจ้าแน่ใจหรือ หากเจ้ามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจหรือผู้ใดบังอาจมาทำร้ายเจ้า บอกข้ามา ข้าจะไปจัดการให้!”

"ไม่มีอะไรพะยะค่ะ กระหม่อมแค่รู้สึกเพลียเฉยๆ” เอ่ยจบเฟิงก็นอนพลิกตัวหันข้างอย่างตั้งใจตัดการสนทนาต่อ

"อืม ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้าก็นอนพักเสีย คืนนี้ข้ามีเรื่องต้องไปจัดการต่อ” เอ่ยเบาๆข้างใบหูขาวก่อนที่จะจูบซับเบาๆด้วยความทะนุถนอม

"พรึ่บ!"

"ปัง!"

หลังจากฮ่องเต้หยางเจี๋ยออกจากห้องไปแล้ว คนตัวขาวบนเตียงจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมาพร้อมกับมองไปที่ประตูห้องที่ใครบางคนพึ่งก้าวออกไปอย่างสับสน...

เฟิงรู้ดีว่าตนเองเป็นอะไร...

ร่างเล็กกำลังคิดมากถึงเรื่องที่ผ่านมาอยู่...

ตนเองรับรู้แล้วว่า...เขาชอบหยางเจี๋ย

ถึงมันจะยังไม่ถึงขีดของความรักแต่ ณ ตอนนี้ในใจของเฟิงนั้นรู้สึกวุ่นวายใจและพลางควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ เขารู้สึกดีตอนที่ฮ่องเต้หยางเจี๋ยแสดงความเอาใจใส่กับเขาราวกับเป็นคนสำคัญ รู้สึกดีเวลาที่ร่วมเสพสมด้วยกันถึงแม้ช่วงแรกจะมีแต่การขืนใจตนก็ตาม มองผ่านๆที่นี้อาจจะเหมือนฮ่องเต้และเฟิงราวกับเป็นคู่รักที่สมบูรณ์ แต่...

เขาก็รู้ดีว่าตนเองเป็นแค่ของเล่นที่ยังคงมีความน่าสนใจเสน่หาอยู่ แต่อีกเพียงไม่นานของเล่นอัปลักษณ์ชิ้นนี้คงถูกลืมเลือน...

อีกเพียงไม่นาน...




ฝ่ายหยางเจี๋ยหลังจากที่บอกกับสนมของตนว่ามีเรื่องต้องมาจัดการแต่ก็หาใช่เรื่องผู้ใดที่ไหนเสียเล่า นอกเสียจากเรื่อง...

"เสี่ยวติง เจ้าคิดว่ามีเหตุผลอะไรบ้างที่ช่วงนี้เฟิงชอบใจลอยแถมเวลาพูดไม่มองหน้าข้าอีกต่างหาก” ร่างสูงเรียกองครักษ์หน้าห้องทำงานของตนมาถามหาเหตุผล

"เสี่ยวติง เสี่ยวติง!” หยางเจี๋ยเรียกองครักษ์ของตนที่ช่วงนี้ก็ดูมีเรื่องในใจและเหม่อลอยในหน้าที่บ่อยครั้ง

"พะยะค่ะ!” เสี่ยวติงคุกเข่าพร้อมรับคำหลังจากที่พึ่งรู้สึกตัวจากที่ตนเผลอเหม่อลอย...อีกครั้ง...

"ช่วงนี้เจ้าเป็นอะไรของเจ้า เหม่อลอยในหน้าที่เช่นนี้นี่มิใช่นิสัยของเจ้าเอาเสียเลย” หยางเจี๋ยอดที่จะกล่าวตักเตือนองครักษ์คนสนิทของตนไม่ได้ ทั้งๆที่คนตรงหน้าไม่เคยทำหน้าที่พลาด

"กระหม่อมขอประทานอภัยพะยะค่ะ"

"ข้าหวังว่าคราวหน้าคงไม่มีเช่นนี้อีก แล้วเรื่องเฟิงเจ้าคิดว่าเช่นไร”

“กระหม่อมมิอาจทราบได้พะยะค่ะ พระสนมคงจะมีเรื่องไม่สบายพระทัย” เสี่ยวติงเอ่ยออกมาหลังจากยืนนิ่งขบคิดมานานเพราะช่วงนี้ฮ่องเต้ชอบมีรับสั่งถามคำถามแต่เกี่ยวกับพระสนมดังนั้นถึงแม้จะมิได้มีสมาธิตั้วใจฟังก็ร็ได้ทันทีว่าองค์จักรพรรดิรับสั่งถามว่าเช่นไร

"ทำไมพระองค์ไม่ทรงลองถามพระสนมด้วยตนเองอย่างนั้นไม่ดีกว่าหรือพะยะค่ะ"

"ข้าถามเฟิงแล้วแต่เขาไม่เอ่ยปากอะไรออกมาเลย” ร่างสูงเอ่ยปากด้วยความหนักใจ

"กระหม่อมขอบังอาจถามอะไรบางอย่างได้ไหมพะยะค่ะ”

"เจ้ามีอะไรจะถามข้าก็พูดออกมาเถิด"

"พระองค์...ทรงรักพระสนมเฟิงแล้วหรือไม่พะยะค่ะ"

"...ทำไมเจ้าถึงถามข้าเช่นนี้” ฮ่องเต้หยางเจี๋ยนิ่งงันกับประโยคนั้นไปชั่วขณะก่อนที่จะค่อยๆเอ่ยปากออกมา

"ขอประทานอภัยถ้ากระหม่อมพูดมิสมควรออกไป” เสี่ยวติงรีบเอ่ยออกมาเมื่อเห็นฮ่องเต้ของตนทำหน้าราวกับสับสนอะไรบางอย่าง

"เจ้าออกไปเสีย เรื่องเมื่อครู่จงลืมไปให้หมด”

"พะยะค่ะ” รับคำจบเสี่ยวติงก็เดินออกไปทำหน้าที่ของตนเช่นเคย แต่เขากลับขบคิดว่าทำไมเขาเอาแต่เหม่อลอย ตั้งแต่ที่...ใครบางคน...ไม่อยู่ที่นี่..

ภายในห้อง...

แต่หยางเจี๋ยกลับนั่งคิดกับคำถามที่องครักษ์ของตนเอ่ยถามออกมาเมื่อกี้ด้วยความสับสน

"รัก...งั้นหรือ อย่างข้าเนี่ยนะจะรักผู้ใดได้..."

"ไม่มีทาง…ไม่มีวัน!"



ช่วงนี้ในบริเวณพระตำหนักและเหล่าขุนนาง นางกำนัล รวมถึงข้ารับใช้ต่างๆกำลังต่างนินทาและพูดคุยกันโดยประเด็นของเรื่องนี้จะเป็นอะไรไปได้นอกเสียจากว่าพระสนมอัปลักษณ์คนล่าสุดใกล้จะโดนลืมเลือนจากฮ่องเต้ไปเสียแล้ว เพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้ฮ่องเต้หยางเจี๋ยเริ่มเรียกนางสนมคนเก่าๆเข้าไปรับใช้หลายคืน และมิได้แวะเวียนไปหาพระสนมชายอันแสนอัปลักษณ์นั่นเลย ทำให้บางคนต่างรู้สึกดีใจที่ตัวอัปลักษณ์นั่นกำลังจะหายไปจากวังหลวงแห่งนี้ โดยเฉพาะ....

"พระสนมลี่ถิงเจ้าคะ เมื่อคืนฝ่าบาทก็ทรงเลือกป้ายสนมเสี่ยวเหมยไม่ได้แตะต้องป้ายของสนมอัปลักษณ์นั่นเลยเจ้าค่ะ” ข้ารับใช้คนสนิทของสนมลี่ถิงนำเรื่องมาบอกกล่าวเหมือนทุกวัน

"ดี! สาแก่ใจข้าเสียเหลือเกิน ข้านึกแล้วเชียวว่าเจ้านั่นหรือจะเป็นผู้ที่ฮ่องเต้มาโปรดปรานได้นาน หึ ข้าละสมน้ำหน้ามันเสียเหลือเกิน ข้าชังมันนัก อยากจะรู้นักว่ามันจะเป็นเช่นไรเมื่อโดนฮ่องเต้ทิ้ง!"

"บ่าวก็เหมือนกันเจ้าค่ะ"

สนมลี่ถิงยิ้มกริ่มออกมาด้วยความรู้สึกสาแก่ใจ ถึงแม้นางจะโดนลงโทษด้วยการโดนเก็บป้ายไม่ให้รับใช้ฮ่องเต้หยางเจี๋ยถึงสามเดือนจากการที่นางไปมีปัญหากับเฟิง แต่ตอนนี้นางไม่รู้สึกกลัวหรือจะโดนลงโทษเพิ่มเสียแล้ว เพราะนางคิดว่าเฟิงไม่ได้เป็นสนมทรงโปรดอีกต่อไป!

ด้านเฟิงผู้ซึ่งเป็นข่าวให้ผู้คนลือไปทั่ววัง ณ ตอนนี้ก็ไม่ได้คิดแตกต่างผิดแผกไปจากผู้อื่นเสียเท่าไหร่ ตั้งแต่ที่ฮ่องเต้หยางเจี๋ยออกจากห้องของตนไปวันนั้นก็ไม่ได้มาหาอย่างเช่นเคย...

ไม่มาหา...

ไม่ส่งของมาให้...

ไม่มีแม้แต่ข่าวคราวให้เขารับรู้...

ทำราวกับว่าเฟิง...ไม่มีตัวตน....

ร่างบางนั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ภายในหัวคิดแต่เรื่องราวที่ผ่านมานับตั้งแต่ตนโดนขืนใจ...เรื่อย...จนมาถึงตอนที่...เผลอไผลใจไปให้คนใจร้ายคนนั้น....

เปลือกตาหลุบลงอย่างเจ็บปวดเมื่อนึกถึงตรงนี้...คิดไว้แล้ว...แต่ก็ยังทำใจไม่ให้รู้สึกมิได้...

ในเมื่อเขาไม่ต้องการแล้วตนจะอยู่ทำไม?

อาจจะเพราะความรู้สึกมันช่างอ่อนแอเสียเหลือเกิน เมื่อเหม่อมองไปหัวก็พลันคิดจนหยุดชะงัก...

ใช่แล้ว...ถ้าเขาไม่ต้องการ...จะอยู่ให้เสียใจทำไม...

ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นแบบนี้แล้ว...


.........................

ขอโทษนะคะถ้าสำนวนไม่ดีจะพยายามปรับปรุงค่ะพอดีไม่ได้เขียนนาน5555555 และเรามีเรื่องมาบอกค่ะ...

ทุกคนคงทราบนะคะว่าเราไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการเขียนเลยห่างหายไปนานมากแต่ยังมีอีกเหตุผลนึงคือตอนปิดเทอมที่ผ่านมาเราจบม.6แล้วมีปัญหาเรื่องเงินเลยต้องทำงานจึงไม่มีเวลาเพราะแค่ทำงานก็เลิก4ทุ่มทุกวันไหนจะเวลากลับถึงบ้านก็ดึกและตอนนี้เราจะเริ่มกลับมาทยอยเขียนแล้วค่ะ เพราะตอนนี้เราขึ้นปี1 ค่าใช้จ่ายเยอะไม่มีเวลาทำงานพาร์ทไทม์ดังนั้นเราจึงหวังว่าการเขียนนิยายจะช่วยค่าเทอมเรากับค่าใช้จ่ายอื่นๆได้ ดังนั้นเราขอนะคะตอนหน้าเป็นต้นไปเราขอติดเหรียญนะคะ ถ้าทำให้ใครไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะคะ แต่เราก็อยากหาเงินใช้เพื่อจะแบ่งเบาแม่ที่เลี้ยงเรามาคนเดียวทั้งๆที่มีหนี้เยอะ แฮร่ นี่ไม่ได้ตั้งใจมาดราม่านะคะ แต่อยากอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ ขอโทษนะคะ

  ปล.เราเบื่อระบบธัญวลัยมากห่วยจุม

ความคิดเห็น