ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ชื่อตอน : สิ่งที่เกิดขึ้นจริง

คำค้น : แม่บ้านคนดี..แด๊ดดี้หนูน่ารักนะ, จิตกรหนุ่ม, สาวใช้จอมเปิ่น, เด็กน้อย, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2560 10:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สิ่งที่เกิดขึ้นจริง
แบบอักษร

            ช่วงบ่ายของวัน จิรัชยาไปสัมภาษณ์งานตามที่มีการนัดหมายเอาไว้ แต่ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดฝัน ไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่าประทับใจ เข้าไปสัมภาษณ์งานเสร็จ ก็ได้รับคำพูดที่คุ้นหูกลับมาว่า ‘แล้วเราจะติดต่อกลับไป’ เพียงแค่นั้น

            หญิงสาวเดินหัวใจห่อเหี่ยวออกมาจากตึกสูงระฟ้า แล้วก้าวต่อไปเรื่อย ๆ บนฟุตบาท จุดมุ่งหมายคือป้ายรถเมล์ที่อยู่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางผ่านร้านขายหนังสือ จึงได้แวะซื้อหนังสือสมัครงานฉบับใหม่ติดมือมาด้วย

            ปิ๊น..ปิ๊น... / “ให้พี่ไปส่งไหมจ๊ะน้องสาว”

            เสียงแตรมอเตอร์ไซค์ดังขึ้น พร้อมกับเสียงห้าวที่เข้ามาก่อกวนโสตประสาทของคนอารมณ์ไม่ดี ส่งผลให้ จิรัชยาหันกลับไปตั้งใจจะสาดคำต่อว่าใส่ให้คนพูดได้สำนึกบ้าง แต่แล้วก็ต้องชะงัก

            “เฮ้ย! ไอ้โรคจิต...แกไปไหนมา ทำไมมาโผล่ตรงนี้ได้ล่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง ส่งเสียงถามชายหนุ่มที่ขี่มอเตอร์ไซค์คันใหญ่มาจอดอยู่ข้างทางใกล้กับเธอ

            จิตตะ หรือกล้า  เป็นเพื่อนของจิรัชยาตั้งแต่เรียนประถมศึกษา บ้านก็อยู่ห่างกันแค่สองซอย ช่วงที่พ่อแม่ของเธอเสีย นอกจากพี่ชายของเธอแล้ว ก็ยังมีจิตตะนี่อีกคนที่คอยอยู่เป็นเพื่อน ตอนที่เรียนด้วยกันจนถึงมัธยมก็มีจิตตะอีกนั่นละ ที่คอยช่วยเหลือเธอทั้งเรื่องเรียน และเรื่องเพื่อนผู้ชายที่ชอบมาแกล้งเธออีกด้วย

            “ไอ้เปิ่น ฉันชื่อจิตตะ ช่วยเรียกให้มันถูก ๆ หน่อย หล่อ ๆ อย่างนี้จะชื่อโรคจิตได้ยังไง”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า หล่อเรียกไม่ได้ แต่นิสัยเรียกได้นี่หว่า ว่าแต่แกไปไหนมาเหรอ?”

            “ฉันทำงานอยู่แถวนี้ นี่ออกไปพบลูกค้ามา กำลังจะกลับเข้าออฟฟิศ แกล่ะ..ทำไมมาเดินคอตกอยู่แถวนี้ อย่าบอกนะว่ามาสมัครงานแล้วเขาไม่รับ”

            “แกนี่มันน่าไปเป็นหมอดูนะ ฉันมาสัมภาษณ์งาน แต่ก็คงไม่ได้มั้ง ช่างมันเถอะ ขี้เกียจคาดหวัง...เจ็บมาเยอะ” จิรัชยาขอยืมคำพูดของตลกมาพูดแบบยืดอกรับ ราวกับว่าภูมิใจในความผิดหวังจนอยู่ตัวของตนเอง      

            “ฮ่าฮ่าฮ่า เอาน่ะ..งานนี้ไม่ได้ เดี๋ยวงานหน้าก็ได้ นี่แกจะไปขึ้นรถเมล์กลับบ้านใช่ไหม”

            “อืม!” หญิงสาวพยักหน้าตอบรับ

            “งั้นขึ้นมาเลย ซ้อนท้ายพี่เร้าใจกว่านั่งรถเมล์เบียดกับคนอื่นเยอะ”

            “แล้วแกไม่ต้องเข้าออฟฟิศแล้วเหรอไง”

            “ก็เข้า..แต่เข้าไปไม่นาน แกก็ไปนั่งรอฉันที่นั่นก่อน ฉันเคลียร์งานเสร็จเราจะได้กลับบ้านด้วยกันเลย ได้ประหยัดค่ารถด้วยนะเว้ย” 

            “งั้นไปกันเลย” ประโยคสุดท้ายของเพื่อนรักทำให้หญิงสาวกระโดดขึ้นซ้อนท้ายบิ๊กไบค์คันใหญ่มาด้วยทันที



            จิตตะเป็นสถาปนิกหนุ่มไฟแรง หน้าตาหล่อเหลา รูปร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม พร้อมกับภาพลักษณ์ในแบบ Bad Boy นิด ๆ แจ็คเก็ตหนังกับบิ๊กไบค์คันใหญ่ ช่างเป็นที่ถูกตาต้องใจสาว ๆ ในออฟฟิศเป็นอย่างมาก ดังนั้นเมื่อมีผู้หญิงแปลกหน้านั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของเขาเข้ามาในออฟฟิศ ก็ไม่แปลกที่จะมีสายตาหลายคู่จับจ้องไปที่หญิงสาวคนนั้นด้วยสายตาระคนอิจฉา

            “ไอ้กล้า..ฉันรู้สึกเหมือนมีคนจ้องฉันกันเพียบเลยว่ะ ที่ออฟฟิศแกนี่เขาห้ามคนนอกเข้าหรือเปล่าวะ?” จิรัชยากระซิบถามเพื่อน หลังจากที่เดินตามจิตตะเข้าออฟฟิศมา

            “ไม่ได้ห้าม เขาคงเห็นแกสวยกันมั้ง ก็เลยจ้อง ไม่ดีหรือไง มีคนให้ความสนใจ ดังดีนะเว้ย”

            “ดังกับผีสิ ฉันรู้สึกได้ถึงพลังบางอย่าง มันไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่ว่ะ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า แกเป็นริว จิตสัมผัสหรือไงวะ แหม..สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง” จิตตะยกมือขยี้หัวเพื่อนสาว กอดคอเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง ซึ่งเป็นชั้นที่ตนเองทำงานอยู่

            ชายหนุ่มพาเพื่อนสาวมาถึงห้องทำงาน ในนั้นมีผู้ชายนั่งทำงานกันอยู่สองคน ที่เหลือออกไปปฎิบัติงานนอกสถานที่ ซึ่งเมื่อสองคนที่นั่งอยู่ในห้องหันมาเห็นจิรัชยาเดินเข้ามา ก็ส่งสายตาเป็นประกายให้เธอกันทันที

            “หยุดไปเลยพวกมึง ปล่อยเพื่อนกูไปดีสักคนนะ” จิตตะส่งเสียงบอกเพื่อนร่วมงานอีกสองคนที่ทำตาเจ้าชู้อยู่ตอนนี้

            “รีบห้ามเลยนะมึง เพื่อนหรือคนรัก เอาดี ๆ” จั๊กส่งเสียงถามเพื่อความแน่ใจ

            “เพื่อนโว้ย ชื่อเปิ้ล ส่วนไอ้นี่ชื่อจั๊ก ไอ้นั่นชื่อต้น” จิตตะทำหน้าที่แนะนำทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน

            “สวัสดีทุกคนค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวส่งยิ้มให้ทั้งสองคนอย่างเป็นมิตร

            “เดี๋ยวแกนั่งรอฉันอยู่ที่โต๊ะนี่ก่อนแล้วกันนะ ฉันเข้าไปหาผู้จัดการก่อนแป๊บหนึ่ง ส่วนพวกมึงคุยได้ ดูแลได้ แต่ห้ามทะลึ่งใส่..โอเค้!!” จิราวัฒน์ เดินไปเลื่อนเก้าอี้ทำงานของตัวเองให้เพื่อนรักนั่ง ก่อนจะหันมาสั่งกับเพื่อนร่วมงานทั้งสองของตนเอง เสร็จแล้วก็เดินหายเข้าไปในห้องที่มีป้ายผู้จัดการติดอยู่ที่หน้าประตู

            “สวัสดีครับ คุณเปิ้ล ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ ไม่เชื่อว่าคนน่ารัก ๆ อย่างคุณนี่จะไปเป็นเพื่อนกับไอ้กล้ามันได้” เป็นจั๊กที่เลื่อนเก้าอี้มาที่หน้าโต๊ะของจิตตะ เพื่อคุยกับหญิงสาว

            “นั่นสิครับ คุณเปิ้ลไปหลวมตัวคบกับมันนานแล้วเหรอครับ” ต้นเลื่อนเก้าอี้เข้ามาชิดโต๊ะของจิตตะด้วยอีกคน

            “หึหึ นานแล้วค่ะ เราเรียนมาด้วยกันตั้งแต่ประถมโน่นน่ะค่ะ”

            “โอ้โห! นานจริงครับ นี่ถ้าให้ผมเดานะ คุณเปิ้ลต้องยังไม่มีแฟนแน่เลย ใช่หรือเปล่าครับ” จั๊กพยากรณ์ออกไปตามที่คิดและสถิติที่เป็น สำหรับผู้หญิงที่คบผู้ชายเป็นเพื่อนสนิท

            “รู้ได้ยังไงคะ”

            “ก็คุณสนิทกับไอ้กล้ามันขนาดนี้ ผู้ชายที่ไหนเขาก็ต้องคิดว่าเป็นแฟนทั้งนั้นล่ะครับ” จั๊กตอบ

            “แต่ว่าตอนนี้ผมรู้แล้วครับ..ว่าไม่ใช่ เพราะฉะนั้นผมขอสมัครเป็นแฟนคุณเปิ้ลได้หรือเปล่าครับ” ต้นได้ทีรีบพูดเปิดโอกาสให้กับตนเอง ทำเอาจั๊กถึงกับหน้าเหวอ ส่งเสียงตัดพ้อเพื่อนทันที

            “อ้าว! ไอ้นี่ กูอุตส่าห์ชงของกูมาดิบดี มึงปาดหน้าตบมุกกูไปกินซะนี่”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า พวกคุณสองคนนี่ตลกดีนะคะ” จิรัชยาหัวเราะออกมาอย่างไม่อาจจะอดกลั้นเอาไว้ได้

            “เรื่องตลกนี่เป็นแค่ออฟชั่นเสริมนะครับ จริง ๆ แล้วจุดขายของผมอยู่ที่ความหล่อครับ” จั๊กทำท่าขยับปกเสื้อ พูดออกมาอย่างมั่นใจ จิรัชยาไม่ได้พูดตอบโต้ ได้แต่นั่งส่งยิ้มพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้

            “ไอ้จั๊ก..ดูคุณเปิ้ลเขาไม่ค่อยฮานะ มุกของมึงเนี่ย ฮ่าฮ่า” เป็นเสียงของต้นที่ส่งออกมาเบรคเพื่อน แถมยังหัวเราะซ้ำ ด้วยความสะใจอีกด้วย

            “ไม่ใช่มุกให้ฮาโว้ย กูกำลังพูดเรื่องจริงจังอยู่” จั๊กตอบกลับเพื่อนรัก หน้าตาจริงจัง

            “อะไรของพวกมึงกันเนี่ย โต๊ะไม่มีหรือไง ถึงไปรุมกันอยู่ที่โต๊ะกู กลับไปทำงานของพวกมึงกันเลย..ไป” จิตตะเดินออกมาจากห้องของผู้จัดการเห็นเพื่อนสองคนไปรุมกันอยู่ที่โต๊ะของตนเอง ก็ส่งเสียงขัดจังหวะขึ้นทันที

ความคิดเห็น