ลูกตุ้มเงิน

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ฝันหวาน (ต่อ)

คำค้น : แม่บ้านคนดี..แด๊ดดี้หนูน่ารักนะ, จิตกรหนุ่ม, สาวใช้จอมเปิ่น, เด็กน้อย, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ส.ค. 2560 11:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฝันหวาน (ต่อ)
แบบอักษร

            “คะ! เอ่อ..เปิ้ลไม่เป็นอะไรค่ะ ต้องขอบคุณคุณมากนะคะ ที่ช่วยเอากระเป๋าคืนมาให้”

            “ไม่เป็นไรครับ คนเดี๋ยวนี้ก็ไม่ไหวเลยจริง ๆ มีสองมือสองเท้ากับหนึ่งสมองเท่า ๆ กัน แต่กลับไม่รู้จักไปทำงานหาเงินใช้ด้วยตัวเอง คิดแต่จะมาเอาเงินที่คนอื่นหา.. แล้วนี่คุณจะไปไหนต่อครับ ผมว่าอย่าอยู่ในสวนนี่ต่อเลย ไม่รู้ว่ามันจะย้อนกลับมาอีกหรือเปล่า”

            “เปิ้ลว่าจะกลับบ้านน่ะค่ะ เสร็จธุระแถวนี้แล้ว”

            “กลับยังไงครับ มีรถมาหรือเปล่า”

            “ไม่มีหรอกค่ะ เปิ้ลนั่งรถเมล์มา”

            “งั้นเดี๋ยวผมไปส่งเอง บ้านคุณอยู่แถวไหนล่ะ”

            “ไม่เป็นไรค่ะ เปิ้ลกลับเองได้ แค่นี้ก็รู้สึกขอบคุณคุณจะแย่แล้วค่ะ ที่อุตส่าห์ช่วยเอากระเป๋าคืนมาให้ เปิ้ลไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลยค่ะ”

            “ถ้าคุณเปิ้ลคิดจะตอบแทนก็ไม่ยากหรอกครับ แค่ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมสักมื้อหนึ่งก็พอครับ ผมกำลังเบื่อ ๆ เซ็ง ๆ อยากหาเพื่อนนั่งคุยอยู่พอดีเลย นะครับ..คุณเปิ้ลไปทานข้าว ไปนั่งคุยเป็นเพื่อนผมหน่อยจะได้ไหมครับ”

            “เอ่อ...” จิรัชยานิ่งคิด ว่าจะเอาอย่างไรต่อดี ก่อนจะสูดหายใจเข้ายาว ๆ หนึ่งครั้ง อย่างตัดสินใจ “ก็ได้ค่ะ เปิ้ลจะไปทานข้าวเป็นเพื่อนคุณเอง แต่ขอร้านใกล้ ๆ แถวนี้ได้ไหมคะ”

            “ได้เลยครับ ไม่มีปัญหา” หนุ่มหล่อส่งเสียงออกมาด้วยความดีใจ ยิ้มกว้างอย่างเปิดเผย “รถผมจอดอยู่ทางนี้ เชิญคุณเปิ้ลทางนี้เลยครับ”

            จิรัชยาเดินตามชายหนุ่มสุดหล่อ ที่เรียกได้ว่า รูปร่าง หน้าตา การพูดจา รวมถึงการกระทำทุกอย่างช่างตรงตามสเป็คชายในฝันของเธอเสียจริง นี่นับว่าเป็นเรื่องที่สองของวันที่ดีสุด ๆ หญิงสาวอยากจะกลับไปร้องตะโกน ที่ข้างสระน้ำอีกสักที ให้สมกับความปิติในใจที่กำลังเกิดขึ้น หากแต่วินาทีนี้เธอต้องเก็บอาการนั้นเอาไว้ก่อน เพื่อภาพลักษณ์ที่สวยงามในสายตาของชายหนุ่ม

            “เชิญคุณเปิ้ลครับ” หนุ่มสุดหล่อเดินไปเปิดประตูรถยุโรปคันหรูให้กับหญิงสาว แสดงความเป็นสุภาพบุรุษ

            “ขอบคุณค่ะ” เสียงหวานตอบกลับ พร้อมกับท่าทางขวยเขิน ก่อนจะเดินไปขึ้นรถทางฝั่งประตูที่ชายหนุ่มเปิดเอาไว้ให้

            รถยุโรปสีดำคันใหญ่เคลื่อนออกมาจากสวนสาธารณะได้ไม่นาน จู่ ๆ ชายหนุ่มสุดหล่อก็นำรถจอดเข้าข้างทาง ยังดีที่ตรงนี้เป็นถนนสายหลัก มีรถราวิ่งกันพลุกพล่าน แถมบนฟุตบาทก็ยังมีคนเดินกันอยู่มากมายอีกด้วย ไม่เช่นนั้นคงทำให้เธอกลัวได้เหมือนกัน

            “หืม! ถึงแล้วเหรอคะ” จิรัชยาถามขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อมองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นร้านอาหารแม้แต่ร้านเดียว

            “ยังหรอกครับ แต่ว่าคุณรอผมอยู่ในรถแป๊บหนึ่งนะครับ” ชายหนุ่มพูดจบก็เดินลงจากรถไป ปล่อยจิรัชยามองตามไปด้วยสายตาที่บ่งบอกถึงความสงสัย จนเห็นสุดหล่อของเธอเดินหายเข้าไปในร้านดอกไม้ใกล้กับที่รถของเขาจอดอยู่

             ผ่านไปประมาณสิบนาที ชายหนุ่มก็ออกมาจากร้านดอกไม้ กลับมาขึ้นรถพร้อมกับดอกกุหลาบขาวช่อใหญ่ในมือ

            “นี่ดอกไม้สวย ๆ สำหรับคนสวย ๆ อย่างคุณครับ”

            “หืม! นี่คุณจอดรถเพื่อจะไปซื้อดอกไม้มาให้เปิ้ลเหรอคะ?”

            “ครับ...คิดเสียว่าผมให้ดอกไม้คุณ ปลอบขวัญที่ตกใจมาเมื่อสักครู่แล้วกันนะครับ” ชายหนุ่มส่งเสียงบอกพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจสาว

            ประโยคที่ไม่คาดหวังว่าจะได้ยิน การกระทำที่ไม่คาดหวังว่าจะได้รับจากผู้ชายในสเป็ค มันยิ่งกว่าความฝันเสียอีก ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับเธอ

            “ขอบคุณมากเลยนะคะ คุณทั้งหล่อทั้งใจดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”

            จิรัชยาส่งยิ้มหวาน พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าอันหล่อเหลา ตั้งใจมอบจูบตอบแทนความใจดีที่เขามีให้ต่อเธอ



            ใบหน้าเรียวยื่นเข้าใกล้ใบหน้าของชายหนุ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ปากจู๋ที่หญิงสาวทำรอไว้ ก็ยื่นเข้าไปใกล้ริมฝีปากหยักมากขึ้นทุกที แต่แล้ว...

            “เฮ้ย!...” / โครม!

            เสียงห้าวร้องอุทานขึ้นเสียงดังด้วยความตกใจ ตามมาด้วยเสียงของหนักร่วงลงบนพื้น ซึ่งก็ไม่ใช่อะไร ร่างบางของจิรัชยาร่วงหล่นจากเตียงลงไปกองอยู่บนพื้นนั่นเอง

            “โอ๊ย! เค้าเจ็บนะ พี่ป๊อกมาถีบเค้าทำไมเนี่ย” จิรัชยาที่ลืมตาตื่นขึ้นอัตโนมัติ ตั้งแต่ถูกแรงกระแทกจากฝ่าเท้าของพี่ชายสุดที่รัก หญิงสาวโผล่หน้าขึ้นมาจากข้างเตียง พร้อมกับส่งเสียงถาม

            ‘จิรัชยา วรุณกฤษณา’ หญิงสาวที่ต้องอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่กับพี่ชายเพียงสองคน เนื่องจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ไปเมื่อห้าปีก่อน ทิ้งบ้านหลังเล็ก ๆ เอาไว้ให้หนึ่งหลัง กับเงินในบัญชีหนึ่งก้อนที่จะสามารถทำให้เธอกับพี่ชายเรียนได้จนจบปริญญาตรี ซึ่งในขณะนั้นจิราวัฒน์ พี่ชายของเธอเรียนอยู่ปีสี่เหลือปีสุดท้าย ก็จะเรียนจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ในขณะที่หญิงสาวเรียนอยู่ม.6 และนับตั้งแต่นั้นมา จิราวัฒน์ก็ทำหน้าที่แทนพ่อและแม่ที่เสียไปให้กับน้องสาวสุดที่รัก

            “พี่ขอโทษที ก็เอ็งมาทำให้พี่ตกใจนี่หว่า ลืมตาขึ้นมาก็เห็นปากจู๋ลอยอยู่ตรงหน้าแล้ว เท้ามันเลยกระตุกว่ะ ขอโทษ ๆ เอ็งเจ็บมากหรือเปล่า”

            “เจ็บสิ กระดูกเค้าหักแล้วมั้งเนี่ย”

            “น้อย ๆ หน่อยไอ้เปิ้ล ถ้าหัก..เอ็งไม่ได้มาพูดอยู่อย่างนี้หรอก ห้องตัวเองมีไม่นอนเองนี่หว่า ย่องมานอนห้องคนอื่นเขาอยู่ได้”

            “ก็คนมันกลัวผีนี่นา” คำตอบของน้องสาวทำเอาผู้เป็นพี่ชายถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไรต่อ เพราะรู้อยู่แล้วว่าน้องสาวเป็นโรคกลัวผีขึ้นสมอง

            “แล้วเมื่อกี้คือไรวะ ถึงกับละเมอจะมาจูบพี่เนี่ย ฝันถึงหนุ่มหล่อเข้าหรือไง”

            “ก็ใช่น่ะสิ ฝันเป็นตุเป็นตะ ฝันซะไม่ได้หลับไม่ได้นอนเลยเนี่ย" หญิงสาวตอบกลับหน้าตายุ่งเหยิง ก่อนที่จะยิ้มออกเมื่อคิดถึงเรื่องที่ฝัน "แต่ว่าโคตรจะเป็นฝันดีเลยอ่ะพี่ป๊อก ได้งานทำ เงินเดือนดี แถมยังได้เจอผู้ชายในฝันอีก จะมีอะไรดีไปกว่านี้อีกไหมล่ะ”

            “เออ...ดี แต่มันอยู่ในฝันว่ะ ฮ่าฮ่า” จิราวัฒน์ยกมือขยี้ผมน้องสาว พร้อมทั้งส่งเสียงหัวเราะให้กับความฝันหวาน ๆ ของน้องสาวคนเดียวอีกด้วย  “แล้ววันนี้เราจะไปสมัครงานที่ไหนอีกหรือเปล่า”

            “ไปค่ะ วันนี้มีบริษัทเรียกสัมภาษณ์ช่วงบ่าย” จิรัชยาตอบกลับพี่ชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่จะคิดอะไรขึ้นมาได้ “หรือว่าวันนี้เค้าจะโชคดีตามที่ฝันอ่ะพี่ป๊อก อิอิ” จิรัชยายิ้มกว้างอย่างมีความหวัง แววตาเป็นประกาย น้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อคิดว่าฝันนั้นจะเป็นลางบอกเหตุ

            “เออ ขอให้โชคดีแล้วกัน พี่ไปอาบน้ำก่อนแล้ว เดี๋ยวไปทำงานสาย”

            “อืม เดี๋ยวเค้าลงไปทำกับข้าวให้” ผู้เป็นน้องส่งเสียงบอก ก่อนที่สองพี่น้องจะแยกย้ายกันไปทำภารกิจของตัวเอง 

ความคิดเห็น