ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 32 ถึงอยากเกลียดแต่ก็รัก 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 32 ถึงอยากเกลียดแต่ก็รัก 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ส.ค. 2560 02:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 32 ถึงอยากเกลียดแต่ก็รัก 100%
แบบอักษร


​HATE EFFECTS: 32

พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า บรรยากาศภายนอกเริ่มมืดลงในขณะที่ภาคิณยังคงหาทุกวิธีทางเพื่อจะให้วาณิริณคลายความขุ่นเคืองลง คนตัวเล็กนั่งเอาหลังพิงกำแพงอยู่บนที่นอนโดยที่ห้องนี้มีเพียงแค่เธอกับเขาอยู่กันตามลำพังไม่นานปิยาพัชร์ก็เข้ามาพร้อมมื้อเย็น


"ขอโทษที่มาถึงช้าไปหน่อย กระจายงานให้พนักงานเพิ่งเสร็จระหว่างที่แกไม่อยู่ณิชาจะได้ทำงานง่ายๆ แล้วก็รวดเก็บข้าวของส่วนตัวกับเสื้อผ้าของแกมาด้วย" ถาดสังกะสีกลมๆถูกยกมาวางตรงหน้าของสองสามีภรรยา "เรื่องงานที่บริษัทไม่ต้องห่วงหรอกนะน้องสาวแกเก่งจะตายไปไม่กระทบเรื่องฝึกงานอยู่แล้ว...ทานข้าวก่อนนะ คุณภาคิณก็ด้วยนะคะเดี๋ยวฉันจะอยู่ข้างนอก ต้องการเพิ่มอะไรก็บอกได้เลย"


"ขอบใจนะ ว่าแต่แกซื้ออะไรมาหรอ? เอาออกไปก่อนได้ไหม...ฉัน...รู้สึกคลื่นไส้" แค่ได้กลิ่นก็พาลทำให้เวียนหัวอยู่เรื่อยๆ 


"ก็พวกแกงส้ม ผักต้มแล้วก็น้ำพริก ของที่แกชอบทั้งนั้นเลยนะ" เลขาสาวมองเพื่อด้วยความแปลกใจ


ภาคิณเอามือแตะที่หน้าผากของเธอ "ไม่ค่อยสบายหรอ? อาการเป็นยังไงอีกพี่จะได้ให้คนไปซื้อยาให้ถูก" เขาถามเธอด้วยความเป็นห่วง "ณิริณ"


หญิงสาวเขยิบตัวหนีออกห่าง "ไม่ต้องมาห่วงอะไรตอนนี้หรอกค่ะ แค่เจอเรื่องแต่เครียดๆ เลยไม่อยากอะไร" มือเล็กดันถอดสังกะสีไปอีกด้านหนึ่ง "เอาออกไปก่อนเถอะ หิวแล้วฉันจะออกไปกินเอง"


"ไม่ต้อง!!" ปิยาพัชร์ชะงักลงเมื่อได้ยินเสียงเข้มของภาคิณ ชายหนุ่มหันกลับไปหาภรรยาของเขาอีกครั้ง "อย่าพี่ต้องบังคับ เหนื่อยมาทั้งวันแล้วก็ทานสักหน่อยสิ" เมื่อเห็นเธอยังนิ่งเฉยเขาจึงต้องกลับมาใช้ไม้แข็งอีกครั้ง "เธอออกไปก่อน เดี๋ยวฉันจัดการตรงนี้เอง"


"ค่ะ"


"อยู่ที่นี่แหละ" วาณิริณรีบเอ่ยก่อนที่เพื่อนของเธอจะออกจากห้องนี้ไป ปิยาพัชร์เลือกที่จะกลัวสายตาของภาคิณมากกว่าจึงได้แต่บอกขอโทษในใจก่อนจะปลีกตัวไปด้านนอก หญิงสาวยิ่งรู้สึกอึดอัดเพราะในเวลานี้เธอไม่ต้องการที่จะเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงของเขา "เอาวางไว้ตรงนั้นนั่นแหละค่ะ ณิริณยังไม่หิวจริงๆ"


เขายกจานแล้วตักแกงส้มราดลงไป ยิ่งนำมาใกล้เธอยิ่งรู้สึกอยากจะอาเจียรเสียให้ได้ "สักสองสามคำก็ได้ เดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะเอา"


"บอกว่าไม่ก็ไม่สิคะ อึก!!" พอได้เห็นอาการของเธอเขาจึงหยุดแล้วนำทุกอย่างออกไปให้ห่าง ยิ่งคิดก็ยิ่งหนักใจเพราะคราวนี้ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะใจแข็งกว่าครั้งที่ผ่านๆมา วาณิริณเอาแต่นิ่งถามคำก็ตอบคำหรือไม่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเลย "ไม่มีใครอยู่แล้ว พูดเรื่องหย่าของเราดีกว่า"


ร่างสูงเริ่มแสดงอาการกระอักกระอ่วนทุกครั้งที่เธอพูดเรื่องที่จะขอหย่ากับเขา เห็นทีภาคิณคงจะไม่มีวิธีอื่นที่จะทำให้เธอเปลี่ยนใจเสียแล้ว แขนแกร่งกวาดรวบตัวของภรรยาสาวไว้ในอ้อมอกของเขาอีกครั้งและมองเธอด้วยสายตาเว้าวอน "ต่อให้ฟ้องหย่ากี่หมายศาลพี่ก็ฉีกได้หมด พี่ไม่หย่าและก็ไม่มีทางที่จะเซ็นใบหย่าให้ด้วย"


"แล้วจะทำร้ายจิตใจกันไปถึงไหนคะ? พี่คิณสัญญาแต่ก็ทำไมไม่ได้ ถ้าต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงการหย่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว"


"ไม่ มันไม่ใช่ทางออกที่ดีสำหรับเรา" ดันตัวเธอให้นอนลงได้เขาก็รีบขึ้นครอบร่างบางไว้ใต้อาณัติของตน เธอเองก็พยายามขัดขืนเขาก็ยิ่งรัดแน่นมากยิ่งขึ้น "ตอนนี้ณิริณแค่กำลังโกรธพี่ เลิกคิดเรื่องหย่าไปได้เพราะยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นกับเรา"


"อื้อ จะทำอะไรคะ? ออกไปเดี๋ยวนี้!! อึก พี่...คิณ"


"ก็แค่ง้อเมียตามวิธีของพี่ อื้ม ขืนใจณิริณมันไม่ได้ยากเลยสักนิด จะร้องให้ใครช่วยข้างนอกไม่มีใครกล้าเข้ามาหรอกถ้าพี่ไม่เรียก" ภาคิณใช้เวลาอยู่นานกว่าเธอจะสงบลงแล้วจากนั้นจึงได้ทำตามที่ใจของตนต้องการตามประสาคนเอาแต่ใจ แม้จะรู้ว่าหลังจากนี้เธออาจจะเกลียดเขาไปตลอดทั้งชีวิต...


วาณิริณไร้ซึ่งเรี่ยวแรงที่จะต่อต้านเขาอีกต่อไป...


ด้านนอก...


ปิยาพัชร์เดินสำรวจเรือนแพหลังเล็กว่ามีสิ่งใดอยู่ส่วนไหนบ้างพร้อมกับเทวินทร์ที่เป็นเจ้าของบ้าน พอเรียบร้อยแล้วก็มานั่งจัดของในบริเวณโถงกว้างของเรือนแพหลังนี้ 


"คู่นั้นเขาคงลืมไปมั้งคะว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย" เสียงที่ดังออกมาจากในห้องนั้นทำให้เลขาสาวอดที่จะอายแทนเพื่อนไม่ได้ 


เทวินทร์พยักหน้าเล็กน้อย "วิธีง้อของคุณคิณเขาแหละครับ แต่ใช้กับคุณณิริณแค่คนเดียว" ชายหนุ่มมองหน้าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆเขา "ช่วงนี้ลำบากหน่อยนะครับ บ้านผมค่อนข้างเล็กไปหน่อย"


ปิยาพัชร์ส่ายหัวเบาๆ "ขอแค่เพื่อนฉันปลอดภัยก็พอค่ะ ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรพวกนั้นถึงตามราวีไม่เลิก" พูดไปก็รู้สึกหนักใจพอๆกัน "ไม่รู้ว่าจะต้องซ่อนตัวอีกนานไหมนี่แหละค่ะ"


"จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยครับ ระหว่างอยู่ที่นี่อย่าให้คุณณิริณออกไปไหนเด็ดขาด พรุ่งนี้สารวัตรมาถึงจะมีทีมตำรวจและลูกน้องของคุณคิณจะคอยเฝ้าอยู่รอบๆ ขาดเหลืออะไรก็บอกให้พวกนั้นจัดการให้จะดีกว่าครับ" เจ้าของบ้านอธิบายให้เธอฟังคร่าวๆ


เลขาสาวได้แต่ถอนหายใจ เพราะเมื่อครู่ก็เหมือนจะได้ยินวาณิริณพูดเรื่องหย่ากับภาคิณอีก...ในใจก็ได้แต่หวังอะไรๆหลังจากนี้จะดีขึ้น และเพื่อนของเธอจะได้มีชีวิตตามปกติเหมือนคนอื่นๆเสียที


เช้ามืดของวันต่อมา...


ภาคิณยังคงคลอเคลียกับร่างกายของภรรยาสาว สองร่างร่างเปลือยเปล่าแนบชิดภายใต้ผ้าห่มผืนบาง...แขนใหญ่โอบรัดตัวเธอเอาไว้แน่น มือหนาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอราวกับห่างกันมานานนับปีแม้ว่าตอนนี้หญิงสาวจะหลับไปแล้วก็ตาม


แกร็กๆ แอดด...


ภาคิณดึงผ้าห่มมาปิดคลุมร่างวาณิริณเอาไว้แล้วตวัดสายตาไปยังหน้าประดู เทวินทร์ที่รู้ว่าเข้ามาผิดจังหวะจึงรีบก้มหน้าลงทันที "ได้เวลาแล้วครับคุณคิณ ตอนนี้สารวัตรกำลังรออยู่ข้างนอก...เราต้องไปกันแล้ว"


ภาคิณพยักหน้า "สักพักฉันจะตามออกไป" หลังจากที่เลขาหนุ่มออกไปแล้วเขาจึงลุกขึ้นมาแต่งตัวในเสื้อผ้าชุดเมื่อวาน เมื่อเรียบร้อยแล้วก็นั่งลงข้างๆเธอก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากมนของคนที่กำลังหลับไหลด้วยความอ่อนเพลีย "พี่จะรีบกลับมารับนะ"  เขาลูบผมเธอแล้วยิ้มไม่นานก็ต้องละทิ้งทุกอย่างเอาไว้และกลับไปสะสางทุกอย่างให้เสร็จสิ้นเสียที 


ร่างสูงเดินเดินออกจากบ้านมาก็พบสารวัตรณัฐเศรษฐ์พร้อมกับทีมตำรวจที่มารออยู่ "มีแต่ผู้ชายหรอครับ?"


สารวัตรหนุ่มหัวเราะออกมาเล็กน้อย "แหม! ของคุณก็มีแต่ผู้ชายเหมือนกันนะครับ ไม่ต้องกังวลหรอกครับทีมผมน่ะหล่อทั้งทีมก็จริงแต่มีลูกเมียกันหมดแล้ว อ้อ...ไม่นิยมผิดลูกผิดเมียใครด้วย" เขาหันไปสั่งงานลูกน้องก่อนจะหันกลับมาคุยกับเจ้าทุกข์อีกครั้ง "ตอนนี้ที่ได้ประกันตัวมีแค่การันต์และญาดาส่วนอีกสองคนผมคิดว่าอีกไม่นานนักหรอกและเมื่อวานนายณวัฒน์ก็หนีรอดไปได้ แปลกนะ...หาข้อมูลนายคนนี้ไม่เจอเลย ท่านวิชิตคงไม่อยากจะทำให้ตัวเองเป็นเป้าหมายของทางการมากไปกว่านี้ พี่ชายคุณส่งข่าวมาว่าตอนนี้ทางนั้นกำลังเร่งตามหาตัวเมียของคุณให้วุ่น สงสัยจะเสียเงินไปมากแล้ว...ผมเลยจัดการส่งทีมงานไปเฝ้าระวังที่บ้านคุณให้"


"ขอบคุณครับ" ภาคิณก้มหัวเล็กน้อย "ผมมีเรื่องจะขอร้องสารวัตรอีกอย่าง"


"ว่ามาเลยครับ ขนาดนี้แล้ว"


ชายหนุ่มขมวดคิ้วเป็นปม "เรื่องนายพลวิชิต ที่สงสัยก็คือว่าเขาจะมีส่วนในการลอบสังหารผมกับพ่อหรือเปล่า?"


สารวัตรณัฐเศรษฐ์ลุกขึ้นแล้วเดินเอามือจับคางไปมา "ค่อนข้างที่จะชัดเจนนะครับแต่ว่าหลักฐานยังไม่แน่นพอ มีแค่คุณวาณิริณเป็นพยานปากจะไปทำอะไรได้ คนใหญ่คนโตที่สามารถประกันตัวนักโทษที่กำลังจะถูกตัดสินประหารชีวิตได้เนี่ยถือว่าไม่ธรรมดาหรอกนะ ฉะนั้นคุณต้องใจเย็นๆและเล่นตามเกมส์ไป"


นัดแนะแผนการทุกอย่างก็ถึงเวลาที่จะต้องไปจากที่สักที ภาคิณกำชับกับปิยาพัชร์ในเรื่องสำคัญหลายๆเรื่องก่อนที่จะเดินทางกลับกรุงเทพไปแม้ว่าในใจจะมีความกังวลมากมายสักแค่ไหนก็ตาม


######


กรุงเทพ...


วาณิชานอนกระสับกระส่ายมาทั้งคืนจนตอนนี้ก็เช้าแล้วไม่ยอมหลับเสียที เธอรอฟังข่าวของพี่สาวมาทั้งวันก็ยังไม่มีวี่แววอะไรแล้วแบบนี้จะให้เธอนอนหลับได้ยังไง ภากรมาถึงก็ต้องขมวดคิ้วยุ่งเมื่อเห็นสาวน้อยตัวแสบยังสวมชุดนอนเดินไปเดินมาที่ริมระเบียง


ครืดดด


ว้ายยย !!


"ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก เหอะ...ตาดำเป็นหลินฮุ้ยเชียว" ภากรโผล่พรวดเข้าไปทำให้คนตัวเล็กออกอาการสะดุ้ง "ให้เวลาสิบนาที ไม่งั้นพี่จะจับถอดเสื้อผ้าแล้วอาบน้ำให้"


"ไม่ไป ไม่ไปทั้งนั้นแหละจนกว่าจะรู้เรื่องของพี่ณิริณ" วาณิชายืนกรานตามความคิดของตัวเอง "พี่กรโทรหาพี่คิณหน่อยสิ! นะๆ ณิชาอยากรู้"


ภากรส่ายหัวด้วยความจนใจแล้วตอบกลับไป "พี่สาวของณิชาอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว ทีนี้เมียเด็กของพี่ต้องรีบไปอาบน้ำเดี๋ยวจะไปฝึกงานสาย" ยัยตัวแสบทำตาปรือและเบ้ปากใส่ คนตัวสูงจึงเดินเข้าไปประชิดตัว "อ่อยอยู่ก็ไม่บอก"


"ใช่ที่ไหน ณิชาง่วงอ่ะ...เมื่อคืนนอนไม่หลับเลย ขอลาวันนึงนะ นะคะพี่กร"


ชายหนุ่มยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ไม่สามารถคาดเดาความคิดของเขาได้ "ไม่ได้!! ให้สิทธิพิเศษเยอะแล้ว เวลาไปสิบนาทีตอนนี้เหลือห้านาที วิ่งผ่านน้ำยังไม่ทันเลย"


"ชิ" วาณิชาจิปากอย่างขัดเคืองแต่ก็ยอมไปอาบน้ำแต่งตัวโดยไม่มีข้ออ้างอะไรอีก


PK AUTO GROUP....


สาวน้องนั่งสะลืมสะลืออยู่บนโต๊ะทำงานของตัวเอง เปลือกตาของเธอกำลังทรยศจะปิดลงเสียให้ได้โดยที่การอ่านเอกสารบัญชีตรงหน้านั้นก็ไม่ช่วยให้หายง่วงได้เลย


"ณิชา! ณิชา!!!"


"คะ! คะพี่ยุ มีอะไรให้ณิชาช่วยหรอคะ?" วาณิชาดีดตัวขึ้นราวกับสปริงก่อนจะส่งยิ้มไปทางยุวดี


"อดหลับอดนอนมาจากไหนเนี่ย คุณภาคิณเรียกไปหาที่ตึกโน้น" ยุวดีกล่าว


"ขอบคุณค่ะ" เธอรับคำแล้วรีบเดินไปตามทางที่ผู้คุมงานบอกทันที วาณิชาเดินมาเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องทำงานของพี่เขาจึงเคาะประดูสามที "ขออนุญาตค่ะ"


"นั่งสิ" ภาคิณบอก ท่าทางเขาก็ดูอ่อนล้าอยู่ไม่น้อย "ที่เรียกมาก็เพราะจะบอกข่าวเรื่องณิริณ"


"ค่ะ ณิชารอฟังอยู่"


"ตอนนี้พี่สาวเธอปลอดภัยดี แต่ฉันยังบอกไม่ได้ว่าอยู่ที่ไหนเพราะยังไม่ปลอดภัยมากนักและ...อย่าพยายามติดต่อไป" วาณิชาได้แต่นิ่งฟังคำของเขา ภาคิณเองก็หนักใจไม่น้อยเพราะกลัวว่ายัยตัวแสบจะไม่เข้าใจ "สิ่งที่เธอต้องทำก็คือช่วยงานของณิริณให้ได้มากที่สุดจนกว่าณิริณจะกลับมา ใครถามอะไรก็บอกไปว่าพี่สาวเธอไม่สบายก็พอ"


"ค่ะ ณิชาจะไม่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน" แค่ได้รู้ว่าปลอดภัยดีแค่นี้ก็คลายความกังวลไปได้มากแล้ว วาณิชาลุกขึ้นจากเก้าอี้ "ณิชาขอไปกลับทำงานต่อนะคะ อ้อ...พี่คิณคะ พอดีเรื่องนายณวัฒน์น่ะค่ะ ณิชาลองหาข้อมูลแล้วไม่เจอชื่อของเขาแต่เจอนามสกุลซึ่งเป็นคนนี้ค่ะ" สาวน้อยเปิดโทรศัพท์ให้เขาได้ดูข้องมูลที่เธอพยายามหา ภาคิณรับไปดูก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "มีอะไรหรอคะ?"


"ส่งข้อมูลในโทรศัพท์เข้าเมลล์ฉันที"


"ค่ะ" 


สาวน้อยทำตามอย่างว่าง่าย เมื่อได้ข้อมูลประวัติส่วนตัวแล้วภาคิณจึงส่งต่อไปให้สารวัตรณัฐเศรษฐ์เพื่อให้ทางตำรวจออกหมายตรวจสอบข้อมูลของพาสปอร์ต เวลาที่จะต้องรอทั้งหมดใช้เวลาสามถึงเจ็ดวันถึงจะได้ข้อมูลที่เขาต้องการ


นั่นคือรูปถ่ายที่เปรียบเทียบก่อนหน้าและปัจจุบันว่าจะใช่คนเดียวกันหรือไม่....


หลังจากที่กลับมาออกมาจากห้องทำงานของพี่เขย วาณิชาก็กลับมานั่งทำงานที่ได้รับมอบหมายมาจนเรียบร้อยเสร็จสิ้น...อีกไม่นานสาวน้อยก็จะสิ้นสุดการฝึกงานแล้วโดยที่คนควบคุมงานไม่มีอะไรจะสอนเธออีกเช่นกัน


ภากรเองก็แวะเดินมาดูยัยเมียตัวแสบอยู่เป็นระยะ เขาหวั่นว่าความใจร้อนของเธออาจจะฝืนคำสั่งห้ามของภาคิณและแอบติดต่อไปหาวาณิริณก็เป็นได้ เพราะทั้งหมดที่ทำอยู่นี่ก็เพื่อความปลอดภัยของคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่


บ้านรัตนโยธิน...


หลังเลิกงาน...


นาตยาให้ลูกชายคนโตพาวาณิชาไปที่บ้านเพื่อที่จะชวนทานมื้อเย็นด้วย แต่ทว่าสาสน้อยนั้นหลับมาตลอดทางตั้งแต่ขึ้นรถจากบริษัทมาถึงที่นี่ เมื่อจอดรถเข้าที่และปลดสายเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้วภากรก็ก็สะกิดร่างบางในชุดนักศึกษาเบาๆ


"ณิชา ถึงแล้วนะ...ณิชา!!"


"อือ..." มีแต่เรียงครางของคนหลับไหลตอบกลับมา 


ชายหนุ่มยิ้มพร้อมส่ายหัว "เด็กหนอ!!" เปิดประตูลงจากรถก็เดินอ้อมมาเปิดประตูอีกฝั่งที่วาณิชานั่งอยู่ เขาปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้เธอแล้วสะพายกระเป๋าถือก่อนจะยกยัยตัวแสบออกมา


ทันทีที่สองเท้าก้าวเข้าไปในตัวบ้าน...


"หนูณิชาเป็นอะไรหรอกร?" เมื่อเห็นอุ้มมาแลบนั้นนาตยาก็ตกใจอยู่ไม่น้อย


ภากรส่ายหัว "แค่เป็นห่วงพี่สาวจนไม่ยอมนอนเองนั่นแหละครับ...ป้าสมใจช่วยไปเปิดประตูห้องนอนของผมให้ที เดี๋ยวจะพายัยเด็กแสบนี่ไปนอนสักพักค่อยเรียกมาทานมื้อเย็น"


"ค่ะ" แม่บ้านรับคำก่อนจะเดินนำหน้าไป


"จ้ะๆ พาน้องไปพักก่อนแล้วลงมาหาแม่หน่อย เฮ่อ...วันนี้นายพลวิชิตมาที่บ้าน น่าแปลกเพราะหลังงานศพพ่อก็ไม่เคยมาให้เห็นเลยแล้วคอยถามแม่เรื่องหนูณิริณตลอดทั้งๆที่ไม่เคยได้เจอกันเลย แม่ชักจะกลัวแล้วสิ" เรื่องที่นายพลวิชิตได้กระทำนั้นนาตยายังไม่รู้ เธอรู้จากปากลูกชายคนเล็กแค่เพียงว่าลูกสะใภ้ของเธอกำลังเป็นที่ต้องการของพวกค้ามนุษย์จึงต้องพาตัวไปซ่อนยังที่ปลอดภัยเพียงเท่านั้น


ภากรพยักหน้าเล็กน้อย "ครับ เดี๋ยวผมจะรีบลงมา" ร่างสูงไม่รอช้าจึงรีบพาวาณิชาไปนอนหลับในห้องของเขาก่อนจะลงมาอีกครั้ง คนเป็นแม่เล่าเรื่องที่เจอมาวันนี้ให้ฟังจนหมดสิ้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างมาก


งานนี้ต้องรีบปรึกษากับภาคอณและสารวัตรณัฐเศรษฐ์เป็นการด่วน...


######


หมู่บ้านเรือนแพ...


ย้อนกลับไปช่วงสายของวัน...


วาณิริณรู้สึกตัวเมื่อรับรู้ถึงอะไรบางอย่างเย็นๆมากระทบที่ใบหน้า เปลือกตาเธอค่อยๆขยับแล้วลืมตาขึ้นถึงได้เห็นปิยาพัชร์กำลังเช็ดตัวให้อยู่


"ตื่นแล้วหรอ? ดีขึ้นหรือยัง?"


เธอพยักหน้าแล้วดึงผ้าห่มผืนบางปิดกายก่อนจะดันตัวขึ้นนั่ง "พี่คิณล่ะ!?"


"กลับไปตั้งแต่เช้ามืดแล้ว ตอนนี้ที่มีอยู่ก็แค่ตำรวจกับคนที่คุณภาคิณสั่งให้เฝ้าเอาไว้" เลขาสาวมองแล้วก็เขยิบเข้ามาใกล้ๆ "ช่วงนี้แกดูอ่อนไหวง่ายนะ ข้าวปลาก็ไม่ค่อยยอมกิน...ระวังจะป่วยหนักเอานะ"


"ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร คงจะเครียดเฉยๆ ขอบใจแกมากนะ...ฉันอยากอาบน้ำแล้วล่ะ เหนอะหนะไปหมด" ปิยาพัชร์พยักหน้ารู้งานก่อนจะออกไปจากห้อง วาณิริณเคลื่อนกายไปหยิบผ้าขนหนูที่เพื่อนเธอนำมาให้มาห่อหุ้มตัวเองแล้วเดินออกไปยังห้องน้ำด้านนอก 


ทำธุรส่วนตัวเสร็จสรรพแล้วก็มาทานมื้อเช้าในช่วงเวลาใกล้เที่ยง รู้สึกว่าทานได้เยอะกว่าเมื่อวานแต่ก็ยังมีอาการคลื่นไส้และวิงเวียนมาเป็นระรอก ปิยาพัชร์เอื้อมมือมาแตะที่หน้าผากของเพื่อนสาวเพื่อที่จะดูว่ามีไข้หรือไม่


"ถ้าไม่ติดว่าแกกินยาคุมฉันคงคิดว่าแกกำลังท้อง อาการเหมือนกันแต่ก็อาจจะเครียดลงกระเพาะล่ะมั้ง!"


"ท้อง!?" เธอทบทวนคำนี้เบาๆ พอมานึกๆดู...เลยกำหนดที่ประจำเดือนจะมาเกือบอาทิตย์นึงแล้วบางทีก็อาจจะเลื่อนกันได้บ้าง ถ้านับเรื่องหยุดยาคุมมาก็ยังไม่ถึงสองเดือนเต็มเพราะหมอที่เธอไปตรวจสุขภาพเมื่อครั้งล่าสุดก็บอกว่าต้องใช้ระยะเวลาถึงประมาณสามเดือนมดลูกจึงจะกลับมาเป็นปกติ ไม่น่าจะเร็วขนาดนี้  "คงไม่ใช่หรอก...ฉันว่าจะชวนแกไปเดินดูรอบๆหมู่บ้านเรือนแพนี่สักหน่อย บรรยากาศดีใช้ได้เลย"


"อื้อ ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ" ปิยาพัชร์ปฏิเสธเสียงแข็ง "คุณคิณสั่งไว้ว่าห้ามให้แกออกไปไหน โทรศัพท์ก็ปิดเครื่องไปเลย ห้ามใช้...ทั้งหมดนี่เพื่อความปลอดภัยของตัวแกเอง อยากได้อะไรเพิ่มเดี๋ยวบอกใฟ้คนข้างหน้าไปหาซื้อมาให้"


"อืม ฉัน...เข้าใจแล้ว"


ปิยาพัชร์เอื้อมมือมาแตะไหล่ของเธอ "ถึงคุณคิณจะเอาแต่อารมณ์ตัวเองไปหน่อยแต่ก็รักแกมากนะ ฉันรู้ว่าแกกำลังโกรธเขา...ณิริณ แกลองให้โอกาสคุณคิณเขาอีกสักครั้งเถอะ เรื่องหย่ามันอาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีสักเท่าไหร่"


วาณิริณนิ่งไปสักพักก่อนจะยิ้มบางๆตอบกลับไป เธอในตอนนี้กำลังสับสนกับหลายๆเรื่องที่เข้ามาในชีวิต บางทีการที่ได้อยู่ที่นี่อาจจะทำให้ทบทวนอะไรได้บ้าง


หลายวันเคลื่อนผ่าน...


วาณิริณใช้ชีวิตอยู่ในที่เรือนแพหลังเล็กโดยไร้ซึ่งอิสระ ไม่ได้ติดต่อกับใคร ไม่ได้ออกไปพบใครหรือแม้กระทั่งชาวบ้านโดยรอบ ในเวลานี้พระจันทร์ทอประกายแสงสีทองกระทบกับผืนน้ำ หญิงสาวนั่งที่ริมระเบียงของเรือนแพแล้วมองความสวยงามนั้นด้วยความชื่นชม


ฟอด!!


ร่างเล็กสะดุ้งเมื่อจู่ๆก็ถูกรัดด้วยท่อนแขนของใครบางคน "พี่คิณ!!" คนกระทำยิ้มกว้างแล้วกดปลายจมูกลงบนแก้มนิ่มอีกครั้ง "มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?"


"เมื้อกี้นี่เอง ณิริณยังไม่หายโกรธพี่หรอ?"


เธอนิ่ง "...."


"ช่างเถอะ พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าออกมาข้างนอก ถ้าพวกมันบังเอิญมาเจอแล้วจะทำยังไง?"


"ณิริณแค่รู้สึกอุดอู้เลยอยากออกมาดูอะไรบ้าง ส่วนเรื่องนั้น...ผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไปเถอะค่ะ" วาณิริณหมุนตัวหันหน้ามาหาเขา "พี่คิณดูซูบไปเยอะเลยนะคะ ได้ทานข้าวบ้างหรือเปล่า?" มือเล็กแตะที่แก้มสากด้วยความเป็นห่วง


ภาคิณสบตาภรรยาสาว มือใหญ่ลูบผมเธอเพื่อที่จะได้เห็นใบหน้าสวยหวานอย่างชัดเจน "เมียพี่ยังอยู่ในอันตราย พี่กินอะไรไม่ลงหรอก กะว่าจะมากิน...ณิริณที่นี่แหละ"


"พี่คิณ !!" เธอทำเสียงดุใส่เขา ถึงกระนั้นภาคิณใช่ว่าจะสลดเสียเมื่อไหร่ กอดรัดฟัดภรรยาคนสวยแม้นานเท่าไหร่ก็ไม่หายคิดถึงเสียที "ทุกคนเป็นยังไงบ้างคะ?"


"สบายดี ไม่ต้องห่วงหรอกนะโดยเฉพาะณิชา พอถึงเวลาก็เก่งพอตัวแถมพี่กรยังคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ตอนนี้เรามีหลักฐานมากพอที่จะเอาผิดพวกมันทุกคนรวมถึงไอ้แก่วิชิตที่เป็นนายใหญ่ด้วย" เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับคำถามสุดท้าย "ณิริณไม่โกรธพี่แล้วจริงๆ ใช่ไหม?"


วาณิริณก้มหน้าลงแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ไม่แล้วค่ะ ถึงอยากจะโกรธหรือกลับไปเกลียดมากแค่ไหน สุดท้าย...ก็รักพี่คิณอยู่ดี" เธอจับมือเขาแล้วทาบลงบนแก้ม น้ำตาที่ปริ่มก็เอ่อล้นออกมา "เชื่อณิริณไหมคะ?"


"เชื่อสิ! พี่เชื่อ" ดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบแน่นและไม่คิดที่จะคลายออก "คืนนี้ต้องพักผ่อนเอาแรงไว้เยอะๆนะ พรุ่งนี้พี่จะพาณิริณย้ายไปอยู่อีกที่"


"ทำไมคะ?" เธอถามด้วยความสงสัย


"พวกมันส่งคนสะกดรอยพี่และคิดว่าตอนนี้คงจะส่งข่าวให้กันแล้ว พรุ่งนี้มันคงจะ....."


ตึงๆ !


"คุณคิณครับ!! สายของตำรวจที่เฝ้าอยู่ตรงหน้าอำเภอเห็นรถพวกไอ้การันต์ผ่านเข้ามา เราต้องไปกันตอนนี้แล้ว" เทวินทร์วิ่งหน้าตั้งมาบอกข่าว "เร็วเข้าเถอะครับ ตำรวจกับคนของเราเตรียมรถไว้รอน่าจะไปได้ทันก่อนที่พวกมันจะถึง ราวๆสามชั่วโมงครับ"


ภาคิณลุกขึ้นด้วยความเร่งรีบ วาณิริณตั้งตัวไม่ทันกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นก็รู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมา "แกบอกปิยาพัชร์ไม่ต้องเก็บของให้ไปรอที่รถเดี๋ยวนี้!!" เทวินทร์โค้งตัวเล็กน้อยแล้วรีบทำตามคำสั่งทันที ภาคิณหันไปทางภรรยาของเขา สองมือจับไหล่เธอไว้มั่น "ณิริณต้องมีสติ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่ไม่ยอมให้พวกมันมาทำอะไรณิริณแน่ และไม่ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพี่อย่าพยายามลงจากรถเด็ดขาด หนีไปให้รอด"


หญิงสาวส่ายหัวเงอะงะเนื้อตัวสั่นเทาไปหมด "ทำไมพูดแบบนี้ ไม่เอานะคะ!! ถอนคำพูดสิ!!"


เขาไม่ตอบกลับเพียงแต่ออกแรงดึงตัวเธอวิ่งไปยังรถที่ทุกคนเตรียมไว้รอ ทีมตำรวจประกบทั้งหน้าและหลังเพื่อความพร้อมที่จะปะทะกันอย่างเต็มที่ ภาคิณเองก็ใช่อยากจะพูดออกไปแบบนั้นเสียเมื่อไหร่...แต่เพราะรู้ว่าเธอคงจะไม่ปล่อยให้เขาเป็นอันตรายไปคนเดียวจึงต้องดักทางเอาไว้ก่อน อย่างน้อยๆก็ได้ชดเชยกับสิ่งที่เคยทำให้เธอผิดหวังและเขา...


ไม่ยอมตายอย่างแน่นอน...

____________100%______________


พี่คิณเป็นพระเอก แต่ไม่มีใครสงสารเลย ฮือๆ

เพิ่งรู้ว่ามีกำหนดเวลาด้วย เหมือนเอาเปรียบคนอ่านเลยเนอะ =_=" ใช้แจรอกันเป็นวันเลยทีเดียว


เจอกันตอนหน้าค่ะ ดราม่า ความลับทุกอย่างเฉลยทั้งหมดในตอนหน้าแล้ว หลังจากนี้สองพี่น้องจ้องลากเมียๆเข้าห้องอย่างเดียว เย้ยยยยยยยยยยย

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น