Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

ชิงรักครั้งที่ 11 ค่ำคืนแสนหวาน NC-18

ชื่อตอน : ชิงรักครั้งที่ 11 ค่ำคืนแสนหวาน NC-18

คำค้น : HEART , Hanger , หัวใจชิงรัก , ภูผา , ธารา , ภูมิพฤกษ์ , เพลิงกัลป์ , วาโย , ตะวัน , yaoi , สามีแจจุง , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.7k

ความคิดเห็น : 80

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2560 21:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ชิงรักครั้งที่ 11 ค่ำคืนแสนหวาน NC-18
แบบอักษร



Part 11# Phuphaค่ำคืนแสนหวาน NC-18

               ผมเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง พูดอะไรหวานๆ ไม่ค่อยเป็น ชอบเน้นที่การกระทำมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เป็นคนรักใครรักจริงและรักมั่นคงอย่างเช่นภูผา...ซึ่งก็คือชื่อของผมเอง

               ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ ผมกล้าพูดได้เลยว่าผมไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน ตะวันเป็นคนแรกที่ผมทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ โดยเฉพาะเวลา ความรู้สึก รวมทั้งแผนเซอร์ไพรส์นี้ด้วย

               ผมคิดเรื่องนี้ได้ในระหว่างที่กำลังขับรถหลังจากตะวันหลับไป ผมรู้สึกผิดที่ใจร้อนไปหน่อย ทั้งเรื่องที่ต่อว่าตะวันเรื่องวาแล้วก็ฉุดขึ้นมาในรถ แต่ถ้าจะให้ผมพูดขอโทษเฉยๆ ตะวันก็อาจจะไม่ยกโทษให้ ผมเลยคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความประทับใจ ซึ่งชื่อของธารก็โผล่ขึ้นมาในหัวเป็นคนแรก

               ธารเป็นผู้จัดการโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับหนึ่ง เหล่าเซเลปดารามักจะไปจัดอีเวนท์หรือแต่งงานที่นั่น ผมเลยคิดว่าธารน่าจะมีไอเดียดีๆ รวมทั้งรู้จักออแกไนซ์เก่งๆ และผมก็คิดไม่ผิดเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ตะวันดูประทับใจมาก

               ผมพาตะวันไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ของหัวหินทั้งวัน ถึงนั่นจะเป็นเพราะต้องถ่วงเวลาให้ออแกไนซ์หาบ้านพักสวยๆ ติดทะเล และจัดเทียนหอมไม่รู้กี่ร้อยอันมาวางเรียงจนแทบจะทั่วบ้าน แต่ผมก็ดูแลเทคแคร์ตะวันเป็นอย่างดี เพราะผมต้องการและตั้งใจที่จะทำแบบนั้นจริงๆ

ผมรู้ว่าก่อนหน้านี้ผมไม่ค่อยได้ทำดีกับตะวันเท่าไหร่ ยิ่งช่วงแรกๆ ขนาดคำพูดดีๆ ยังแทบไม่มีเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นผมเลยอยากจะชดเชยตรงส่วนนี้ ถึงจะรู้ว่ามันคงชดเชยได้ไม่มาก แต่จากนี้ไปผมจะชดเชยให้ทั้งชีวิตอย่างแน่นอน

               “ฉันรักนายนะตะวัน ขอโอกาสให้ฉันดูแลนายไปตลอดชีวิตได้รึเปล่า”

สารภาพตามตรงว่าผมจำบทพูดที่ท่องมาไม่ได้ เพราะตอนที่วิ่งมาเข้าประตูข้างบ้านผมลนลานสุดๆ แถมระหว่างที่รอให้ตะวันมาถึงผมก็ตื่นเต้นจนสมองขาวโพลน ดังนั้นประโยคที่พูดออกไปมันก็อาจจะดูธรรมดา ไม่ซาบซึ้ง ไม่ประทับใจ จนทำให้ทุกอย่างที่เตรียมการมาพังไปก็ได้

ดังนั้นตอนนี้ผมถึงได้ลุ้นสุดๆ ว่าตะวันจะรับรักผมมั้ย ผมจะดีพอและคู่ควรที่ตะวันจะยอมให้ดูแลรึเปล่า แต่ถึงจะคิดอย่างนั้นตะวันกลับพูดขึ้นมาว่า...

               “เป็นผมดีแล้วหรอครับคุณภูผา ผมเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีอะไรเลยนะครับ” ตะวันใช้ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลออยู่มองมาที่ผม ผมจึงเดินเข้าไปใกล้ๆ แล้วพูดเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตะวัน

               “ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะ นายทั้งน่ารัก นิสัยดี ทำอาหารก็อร่อย แถมยังเรียบร้อยและขยันอีกต่างหาก เพราะงั้นเลิกมองตัวเองไร้ค่าได้แล้วนะ สำหรับฉันนายมีค่ามากกว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ซะอีก”

               “คุณภูผา...” ตะวันพูดได้แค่นี้น้ำตาที่คลออยู่ก็เอ่อล้นออกมาทันที

               “อย่าร้องไห้สิ พอเห็นนายร้องไห้แบบนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ถูกเลยนะ” ผมพูดอย่างเก้ๆ กังๆ แต่ก็ได้ยื่นมือออกไปเช็ดคราบน้ำตาออกจากแก้มใสๆ ของตะวันอย่างอ่อนโยน

               “ก็ผมไม่คิดว่าคุณภูผาจะทำเรื่องเซอร์ไพรส์แล้วก็บอกรักผมแบบนี้ครับ”

               “ฉันก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่าตัวเองจะทำอะไรแบบนี้ได้ ว่าแต่นายเถอะ ไม่คิดจะบอกความรู้สึกของตัวเองให้ฉันรู้หน่อยหรอ นายได้รักฉันเหมือนที่ฉันรักนายรึเปล่า แล้วนายยินดีที่จะให้ฉันดูแลไปตลอดชีวิตเลยมั้ย” ผมจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของตะวันอย่างหวานซึ้ง แล้วยื่นช่อดอกไม้ที่อยู่ในมือออกไปข้างหน้า

               เพียงแค่ระยะเวลาไม่กี่วินาทีที่ตะวันเงียบไป ผมรู้สึกแทบจะขาดใจเพราะรู้สึกเหมือนว่ารอคอยคำตอบมานานนับปี ก่อนที่ในที่สุดตะวันจะยื่นมือมารับช่อดอกไม้ไว้ในมือ แล้วตอบผมกลับมาว่า...

               “ผมก็รักคุณเหมือนกันครับคุณภูผา ผมยินดีมากๆ ที่จะให้คุณดูแลผมไปตลอดชีวิต ส่วนผมเองก็จะดูแลคุณภูผาเหมือนกัน แล้วก็สัญญาด้วยครับว่าจะรักคุณภูผาคนเดียวตลอดไป” เท่านั้นแหละผมก็ยิ้มกว้างออกมาทันที ก่อนจะรีบสวมกอดตะวันเอาไว้แนบแน่นอย่างมีความสุข

               “ขอบคุณนะตะวัน ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกเลย” ที่ผมพูดมันไม่ได้เกินจริงแต่อย่างใด การได้ตะวันที่แสนดีขนาดนี้มาเป็นคู่ชีวิตนั้นคือของขวัญที่ดีที่สุดแล้ว

เมื่อก่อนผมอาจจะไม่ค่อยได้ทำดีกับตะวันมากนัก แต่จากนี้ไปผมสัญญาเลยว่าจะรัก จะดูแลตะวันเป็นอย่างดี และจะไม่ทำให้ตะวันเสียใจเป็นอันขาด

ผมสัญญา...

               ผมเอียงใบหน้าไปจูบที่ขมับของตะวันก่อนที่จะกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ซึ่งตะวันก็กอดตอบผมอย่างแนบแน่นเช่นกัน เราสองคนกอดกันอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน เพื่อซึมซับความรัก ความอบอุ่น และความสุขที่อบอวลอยู่รอบกาย จนไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่เราสองคนจึงได้คลายอ้อมกอดออกมา

               “เป็นอะไรไป ทำไมถึงได้เอาแต่ก้มหน้าแบบนั้นล่ะตะวัน” ผมถามเพราะไม่เห็นตะวันจะเงยหน้าขึ้นมาเลย หรือจะเขินอายจนไม่กล้ามองหน้าผมกันนะ

               “ผมไม่รู้จะทำหน้ายังไง ตอนนี้ผมเขินแล้วก็อายจนทำอะไรไม่ถูกแล้วครับ” ยิ่งพูดตะวันก็ยิ่งก้มหน้ามากขึ้นจนแทบจะชิดแผ่นอก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็เห็นใบหูที่แดงจัดจนแทบจะเป็นลูกมะเขือเทศ

               “ไม่ต้องอายไปหรอก นี่มันพึ่งจะเริ่มต้นเอง ยังมีเรื่องที่มันน่าอายกว่านี้อีกเยอะ” ผมพูดยิ้มๆ ซึ่งพอได้ยินแบบนี้ตะวันก็รีบเงยหน้าขึ้นมาทันที

               “คุณภูผาหมายความว่ายังไงหรอครับ”

               “นั่นสินะ แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ เรื่องที่คนรักกันทำกันมันมีอยู่ไม่กี่เรื่องใช่มั้ยล่ะ” ผมพูดจบก็ยื่นสองแขนไปโอบรอบเอวของตะวันเอาไว้หลวมๆ ส่วนตะวันก็เอียงศีรษะเล็กน้อยแล้วเริ่มใช้สมองคิด

               “อืม...เรื่องที่คนรักกันทำกัน...............อ๊ะ!” หลังจากที่คิดอยู่นานตะวันก็อุทานขึ้นมาแบบนี้ แถมยังมีสีหน้าตกใจและแดงวาบมากกว่าเมื่อกี้อีกต่างหาก

               “ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าคิดเหมือนกันกับฉันสินะ” ผมยิ้มที่มุมปากส่วนตะวันก็รีบส่ายหน้าไปมาทันที

               “เปล่านะครับ! ใครจะไปคิดเรื่องลามกแบบคุณภูผาได้เล่า!”

               “หืม? ฉันได้บอกเมื่อไหร่ว่าฉันคิดเรื่องแบบนั้น มีแต่นายต่างหากที่คิดไม่งั้นจะพูดออกมาได้ยังไง” พอได้ยินแบบนี้ตะวันก็ถึงกับหน้าหราและทำปากพะงาบๆ เพราะไปไม่เป็นเลยน่ะสิ

               “นะ...นั่นมัน...ผมไม่ได้คิดนะครับคุณภูผา”

               “อย่าปฏิเสธเลยน่า ถ้าอยากทำก็บอกมาตรงๆ เลยก็ได้ ฉันไม่ว่าอะไรแถมยังยินดีบริการเต็มที่ด้วยซ้ำ”

               “โธ่คุณภูผา ผมไม่ได้อยาก...อ๊ะ! จะทำอะไรน่ะครับ คุณภูผาจะพาผมไปไหน” ตะวันที่ยังพูดไม่จบประโยคร้องเสียงหลง เมื่อถูกผมช้อนตัวขึ้นมาไว้ในอ้อมอกแล้วพาเดินออกไปจากตรงนี้

               “ฉันจะพานายไปที่ห้องนอน”

               “หา! ห้องนอน! ไม่เอานะครับผมไม่ไป!” ตะวันเริ่มออกแรงดิ้นซะยกใหญ่ แต่แรงแค่นี้มันไม่สามารถทำอะไรผมได้เลยแม้แต่น้อย

               “ไม่ต้องดิ้นให้เปลืองแรงหรอกตะวัน ฉันว่านายเก็บแรงเอาไว้ใช้บนเตียงจะดีกว่า” แต่ก็ดูเหมือนว่าความหวังดีของผมจะไม่เป็นผล เพราะตะวันกลับยิ่งออกแรงดิ้นมากกว่าเมื่อกี้ซะอีก

               “คุณภูผา! ผมไม่เล่นนะครับ! ปล่อยผมลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

               “ไอ้ปล่อยน่ะปล่อยแน่ แต่...รอให้ถึงเตียงก่อนนะ”

               “คุณภูผา!” แน่นอนว่าตะวันไม่มีทางรอเฉยๆ ต้องยิ่งออกแรงดิ้นให้ถึงที่สุดอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นเท่าไหร่มันก็ไม่ได้ทำให้ผมสะเทือนจนปล่อยตะวันได้อยู่ดี เพราะงั้นตอนนี้ผมจึงพาตะวันเข้ามาที่ห้องนอนและวางลงบนเตียงได้อย่างสำเร็จ

               “เป็นของฉันนะตะวัน เลิกดิ้นได้แล้วเด็กดี” ผมพูดอย่างอ่อนโยนพร้อมกับใช้ฝ่ามือลูบที่เส้นผมของตะวันอย่างแผ่วเบา การกระทำนั้นทำให้ตะวันที่ยังดิ้นอยู่ลดการต่อต้านลงได้อย่างชะงัด จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นอาการเขินอายขึ้นมาแทน

               “แต่ว่า...มันจะไม่เร็วไปหน่อยหรอครับคุณภูผา”

               “เร็วอะไรกันเล่า ฉันอายุ 30 แล้วนะตะวัน หรือนายกะจะรอให้ฉันอายุ 40 ก่อนหืม?” พอผมพูดแบบนี้ตะวันก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

               “ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย ที่ผมพูดหมายถึงเราสองคนพึ่งจะตกลงคบกันวันนี้เองนะครับ”

               “ก็แล้วยังไง จะวันนี้หรือวันหน้านายก็ต้องเป็นของฉันอยู่ดี ที่สำคัญก่อนหน้านี้เราสองคนก็เคยทำกันจนเกือบจะถึงขั้นสุดท้ายอยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

               “นั่นมัน...ก็ใช่ครับ”

               “เห็นมั้ยล่ะ แล้วอย่างนี้นายจะให้ฉันรออะไร” ตะวันเงียบไปหลังจากที่ผมพูดจบ สีหน้าตอนนี้ดูลังเลและกังวลจนผมรู้สึกได้

“ตอนนี้ผมยังไม่พร้อมครับคุณภูผา ผมกลัว...” ตะวันหลุบสายตาลงต่ำและพูดด้วยเสียงอ้อมแอ้ม ผมที่ได้ยินอย่างนั้นเลยก้มหน้าลงไปจูบที่ศีรษะของตะวันอย่างแผ่วเบาเพื่อให้ผ่อนคลาย

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะ ฉันสัญญาว่าจะอ่อนโยนกับนาย แล้วก็จะทำให้นายรู้สึกดีสุดๆ จนลืมความเจ็บไปเลย” ผมไม่อยากโกหกว่าครั้งแรกมันไม่เจ็บ แต่ผมก็มั่นใจว่าจะทำให้ตะวันรู้สึกดีจนลืมเจ็บได้อย่างที่พูดแน่นอน

“ว่ายังไงตะวัน นายจะยอมเป็นของฉันรึเปล่า” ผมถามพลางใช้สายตาที่มีแต่ความปรารถนาจ้องมองเข้าไปในดวงตากลมโตของตะวัน ซึ่งตอนนี้มันกำลังสั่นไหว ส่วนใบหน้าก็ค่อยๆ ขึ้นสีเลือดฝาดจนแดงจัด ก่อนที่ตะวันจะตอบกลับผมมาว่า...

“ครับ ผมจะเป็นของคุณ...” พูดจบตะวันก็ยกสองมือขึ้นมาโอบรอบศีรษะของผมเอาไว้ ผมจึงยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะก้มหน้าลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งริมฝีปากของเราสองคนสัมผัสกันในที่สุด...

“อืม...” ตะวันครางออกมาเบาๆ เมื่อผมขบเม้มและดูดดุนที่ริมฝีปาก จากนั้นก็สอดลิ้นเข้าไปชิมความหวานที่อยู่ภายใน ก่อนที่ผมจะได้สัมผัสกับลิ้นเล็กๆ ที่ยังคงไม่ประสีประสา แต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามตอบสนองและไล่ตามลิ้นของผมที่ตวัดเกี่ยวพันไปมาอยู่ดี

               เราสองคนจูบกันเนิ่นนาน จนริมฝีปากและปลายลิ้นแทบจะหลอมรวมกัน โดยในระหว่างนั้นผมก็ใช้มือปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองและตะวัน จนกระทั่งร่างกายของเราสองคนเปลือยเปล่า

               ถึงแม้ผมจะไม่ได้เปิดไฟในห้อง แต่แสงจันทร์ก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้ผมได้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของตะวันที่ขาวเนียนงดงาม จนผมห้ามใจที่จะใช้มือลูบไล้ไปมาด้วยความหลงใหลไม่ได้

               “อา...” ตะวันครางหวิวเมื่อผมวางมือลงที่แผ่นอกแล้วนวดคลึงเบาๆ ก่อนที่ผมจะค่อยๆ ลูบไล้ฝ่ามือลงไปเรื่อยๆ ผ่านเอวบาง ท้องน้อย สะโพก และเรียวขา การกระทำนั้นทำให้ร่างกายของตะวันสั่นสะท้าน โดยที่หลุดเสียงครางออกมาเป็นระยะ

               ผมจับเรียวขาของตะวันแยกออกจากกัน จากนั้นก็กดจูบลงที่น่องเนียนข้างหนึ่ง แล้วจึงค่อยๆ จูบไล่ขึ้นไปยังส่วนบนช้าๆ จนกระทั่งถึงซอกขาตะวันที่กำลังจิกเล็บลงบนที่นอนอย่างเสียวซ่าน ก็ครางกระเส่าด้วยร่างกายสั่นสะท้านทันที

“ซี้ดดด...อา...คุณภูผา...ยะ...อ๊า!” แล้วเสียงครางกระเส่าก็กลายเป็นหวีดร้องเสียงสูง เมื่อผมได้ใช้มือข้างหนึ่งกอบกุมส่วนนั้นของตะวันที่ตั้งชันเอาไว้ จากนั้นก็ใช้ริมฝีปากครอบครองลงไป ทั้งที่ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะทำเรื่องแบบนี้ให้ใครในชีวิต

“อ๊า! อ๊ะ! ยะ...ไม่นะ...ตรงนั้นมัน...อ๊ะ...อ๊า!” ตะวันร้องครางหนักขึ้นเมื่อผมออกแรงดูดที่ส่วนปลาย ความเสียวซ่านทำให้ร่างกายของตะวันสั่นระริก แต่ถึงอย่างนั้นตะวันก็ยังมีปฏิกิริยาต่อต้านทั้งการพูดจาและใช้มือห้ามอยู่ดี

“อ๊ะ...อ๊า...คุณภูผา...ที่แบบนั้น...อื้อ...ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น...ซี้ดด...อ๊า...” ตะวันพูดแทบไม่เป็นภาษา ความเสียวซ่านทำให้สะโพกเล็กลอยขึ้นสูงจากที่นอน พร้อมกับท่อนเนื้อที่อยู่ภายในปากของผมได้ขยายใหญ่ขึ้น ผมที่เห็นอย่างนั้นเลยยิ่งออกแรงดูดส่วนนั้น ทั้งยังขยับริมฝีปากขึ้นลงไปพร้อมๆ กับการขยับฝ่ามือ

“อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...คุณภูผา...อ๊า...” ตะวันครางลั่นด้วยความสุขสม สองมือที่เคยผลักไสผมตอนนี้ได้กลายเป็นขยุ้มที่เส้นผมของผมเพื่อระบายความเสียวซ่านเรียบร้อยแล้ว

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตะวันกำลังรู้สึกดีขนาดไหน เพราะตอนนี้แก่นกายได้มีน้ำใสๆ ไหลซึมออกมาแล้ว เพราะงั้นผมจึงได้ใช้ลิ้นตวัดเลียมัน ในขณะที่ยังคงดูดดุนและรูดรั้งส่วนนั้นขึ้นลงโดยที่ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย

“อ๊า...ซี้ดดด...อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...” พูดตามตรงตอนนี้สีหน้าของตะวันช่างเร้าอารมณ์เป็นบ้า ส่วนเสียงครางที่ทั้งหวานกระเส่าและแหบพร่า มันก็ยิ่งทำให้ความปรารถนาของผมพลุ่งพล่านและปั่นป่วน

ผมอยากได้ยินเสียงครางหวานๆ และสีหน้าของตะวันที่เร้าอารมณ์มากกว่านี้ ดังนั้นผมจึงได้ออกแรงดูดท่อนเนื้อที่อยู่ในปากให้แรงขึ้น ใช้ลิ้นดุนและตวัดเลียให้รวดเร็วขึ้นเช่นกัน ส่วนฝ่ามือนั้นก็ไม่ได้ลดแรงลงเลยแม้แต่น้อย

“อ๊า...คะ...คุณภูผา...ซี้ดด...ผมจะ...อ๊า...จะเสร็จแล้ว...” ตะวันบิดกายเร่า ผมจึงได้เร่งจังหวะทุกอย่างทั้งฝ่ามือ ริมฝีปาก และปลายลิ้นให้เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อปรนเปรอความสุขสมและเสียวซ่านให้กับตะวันที่ผมรักสุดหัวใจ

ซึ่งในที่สุดหลังจากนั้นเพียงไม่กี่วินาที...

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...ซี้ดด...อ๊าาาาาาาา!” ตะวันก็กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง ก่อนจะจิกปลายเท้าลงบนที่นอนพร้อมยกสะโพกขึ้นสูง แล้วทำการปลดปล่อยความเสียวซ่านทั้งหมดเข้ามาในปากของผม

“อา...อา...” ตะวันหายใจอย่างเหนื่อยหอบ ส่วนผมก็ถอนริมฝีปากออกมาจากส่วนนั้นที่อ่อนนุ่มลง แล้วจัดการกลืนของเหลวสีขาวขุ่นลงไปในคออย่างไม่นึกรังเกียจ

ตอนนี้ตะวันไปถึงฝั่งฝันแล้ว แต่ผมยังคงอยู่ในห้วงความปรารถนาอยู่เลย ดังนั้นผมจึงยืดตัวขึ้นไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง เพราะผมคิดว่าธารน่าจะรอบคอบไม่ลืมใส่ของสำคัญเอาไว้ ซึ่งน้องรักคนนี้ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวัง ในนั้นมีของที่ผมต้องการจริงๆ แถมยังมีอีกหลายๆ สิ่งที่เกินความจำเป็นอีกต่างหาก

ผมไม่สนใจอย่างอื่นแล้วหยิบเจลหล่อลื่นขึ้นมา จากนั้นก็เปิดฝาตามด้วยการบีบใส่มือแล้วละเลงจนเปียกชุ่ม เสร็จแล้วผมก็นำไปหมุนวนตรงปากทางเข้าของตะวัน ที่ผมได้จับเรียวขาทั้งสองให้ตั้งขึ้นและแยกออกจากกันช้าๆ

               “คะ...คุณภูผา...” ตะวันเสียงสั่นด้วยความอับอาย แถมยังดูหวาดกลัวและเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นผมจึงได้โน้มตัวลงไปจูบที่ริมฝีปากของตะวันด้วยความอ่อนโยน

               “ไม่ต้องกลัวนะตะวัน ฉันสัญญาว่าเราสองคนจะมีความสุขไปพร้อมกัน” พอได้ยินแบบนั้นตะวันก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น ดวงตากลมโตที่มองมาฉายชัดถึงคำว่าเชื่อใจในตัวผม และผมก็จะไม่ทำให้ตะวันผิดหวังแน่นอน

               ผมก้มหน้าลงไปจูบตะวันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้เป็นแค่ปากแตะปากอย่างครั้งที่แล้ว เพราะผมได้ขบเม้ม ดูดดุน และสอดลิ้นเข้าไปชิมความหวานภายใน ทั้งยังตวัดเกี่ยวพันกับลิ้นของตะวันไปมาอีกด้วย

               “อืม...อา...” ผมถอนจูบออกมา จากนั้นก็ฝังใบหน้าลงที่ซอกคอของตะวันแล้วพรมจูบซุกไซ้ ผมฝากรอยรักเอาไว้ 2 – 3 รอยอย่างห้ามใจไม่ไหว ก่อนที่จะค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าลงไปจนกระทั่งถึงแผ่นอก ที่มีส่วนยอดกำลังตั้งชูชันและแข็งเป็นไต

               “อ๊ะ...อ๊า...” ตะวันร้องครางด้วยความเสียว เมื่อผมกดจูบลงไปที่ยอดอกตามด้วยการใช้ลิ้นเลียและดูดดุนจนเกิดเสียงอันลามกขึ้น ส่วนยอดอกอีกข้างผมก็ไม่ได้ปล่อยให้มันเว้นว่าง เพราะได้ใช้มือข้างหนึ่งขึ้นไปเค้นคลึงและบีบขยี้เพื่อเพิ่มความสุขสมเป็น 2 เท่า

               “อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า” ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาตะวันครางระงม จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาขยุ้มเส้นผมของผมอย่างรุนแรง

               ในจังหวะนี้เอง ผมก็ถือโอกาสสอดนิ้วที่หมุนวนมานานเข้าไปข้างในช่องทางด้านหลังของตะวัน โดยผมเลือกสอดนิ้วกลางซึ่งเป็นนิ้วที่ยาวที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับเข้าไปได้ไม่หมด เพราะข้างในมันทั้งแคบแล้วก็บีบรัดนิ้วผมแน่นมาก

               “อย่าเกร็งนะตะวัน ผ่อนคลายหน่อยเด็กดี...ใช่ อย่างนั้น...” ตะวันทำตามที่ผมบอกอย่างว่าง่าย เพราะงั้นผมจึงสามารถสอดนิ้วเข้าไปข้างในได้จนสุด ความอ่อนนุ่มและอุ่นร้อนที่ตอดรัดเป็นจังหวะทำเอาผมแทบคลั่งอยู่แล้ว

               “เป็นยังไงบ้าง ไม่เจ็บใช่รึเปล่าตะวัน” ผมถามเสียงแหบพร่า สารภาพเลยว่าตอนนี้ผมอยากเอาแก่นกายเข้าไปแทนที่นิ้วกลางใจจะขาด แต่ผมก็จะพยายามอดทนไม่ทำอะไรแบบนั้น เพราะผมอยากให้ตะวันมีความสุขไปพร้อมกับผมด้วย

               “มะ...ไม่เจ็บครับ แต่ว่า...อา...ผมอึดอัด...อื้อ...นิดหน่อย...” ตะวันตอบไปครางไป เพราะผมได้ขยับนิ้วที่อยู่ภายในเข้าออกช้าๆ แถมยังคว้านลึก หมุนวน และหักงอเพื่อขยายช่องทางให้คุ้นชิน จนเมื่อมันขยายกว้างขึ้นและนุ่มลงแล้วผมจึงได้สอดนิ้วชี้เพิ่มเข้าไปข้างใน

               “อื้อ!” ตะวันนิ่วหน้า ท่าทางจะอึดอัดมากเพราะสองนิ้วของผมที่อยู่ข้างในแทบจะขยับไม่ได้ ดังนั้นผมจึงใช้มือข้างหนึ่งรูดรั้งแก่นกายของตะวัน ส่วนริมฝีปากก็ดูดเลียยอดอกที่แข็งชันเพื่อกระตุ้นความเสียวซ่าน จนตอนนี้ผมสามารถขยับสองนิ้วที่อยู่ภายในได้แล้ว

“อา...อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...” ตะวันครางกระเส่า สองมือขยุ้มที่เส้นผมของผมตามแรงอารมณ์ ผมจึงเร่งการขยับนิ้วเข้าออกให้เร็วขึ้น ส่วนปลายลิ้นและฝ่ามือก็ยังคงปรนเปรอความสุขสมให้ตะวันไม่ได้ขาด

               “อ๊า...อ๊า...ซี้ดด...อ๊า...” เมื่อโดนกระตุ้นจุดเสียวทั้ง 3 ที่พร้อมกัน ทำให้ตะวันถึงกับครางลั่นด้วยความเสียวซ่าน ส่วนช่องทางตอดรัดนิ้วของผมแน่นและถี่ยิบจนผมแทบบ้า ผมจึงคิดว่าตอนนี้ตะวันน่าจะพร้อมรับผมเข้าไปข้างในแล้ว

               ผมจัดการถอดนิ้วออกมาจากช่องทางด้านหลังของตะวัน จากนั้นก็หยิบเจลหล่อลื่นมาบีบใส่มือ แล้วนำไปชโลมแก่นกายที่ทั้งแข็งขึงและขยายใหญ่จนทั่วทั้งลำ ตะวันที่มองเห็นภาพนั้นก็ถึงกับตกใจและตื่นกลัวขึ้นมาเลย

               “ยะ...ใหญ่ขนาดนี้ จะเข้ามาได้จริงๆ หรอครับ” ตะวันถามอย่างหวาดๆ

               “ได้แน่นอนอยู่แล้ว เชื่อใจฉันนะตะวัน” ผมโน้มตัวลงไปจูบที่หน้าผากมนอย่างอ่อนโยน ซึ่งนั่นก็ทำให้ตะวันผ่อนคลายขึ้นมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงตื่นกลัวอยู่ดี เพราะงั้นผมจึงได้นำแก่นกายไปบดเบียดและหมุนวนที่ช่องทางด้านหลัง เพื่อให้ตะวันคุ้นชินแม้ว่าผมจะทรมานเพราะอยากเข้าไปจะตายอยู่แล้ว

               “อื้อ...คุณภูผา...” ยิ่งเสียงครางหวานๆ และเรียกชื่อผมด้วยเสียงกระเส่าแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้ผมของขึ้นจนแทบบ้า แต่ว่านั่นก็ยังไม่เท่ากับการที่ช่องทางอันอ่อนนุ่มแทบจะดูดกลืนแก่นกายของผมเข้าไป จนผมอดใจไม่ไหวเผลอขยับสะโพกจนส่วนหัวมันผลุบเข้าไปข้างในจนได้

               “อึ่ก! อื้อ!!” ตะวันนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ส่วนร่างกายก็แข็งเกร็งจนบีบรัดผมแน่น ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผมเสียวสุดๆ จนหลุดเสียงครางออกมา

               “ซี้ดด...อา...” แต่ถึงจะเสียวแค่ไหน ผมก็ต้องกัดฟันทนพยายามข่มใจไม่ขยับ เพราะต้องการให้ตะวันผ่อนคลายและคุ้นชินกับท่อนเนื้อของผมซะก่อน ดังนั้นผมจึงได้ก้มหน้าลงไปจูบริมฝีปากบาง ตามด้วยการดูดเบาๆ และขบเม้มยั่วเย้าจนตะวันเลิกเกร็งในที่สุด

               “เป็นของฉันนะตะวัน” พูดจบผมก็ค่อยๆ ดันแก่นกายเข้าไปในช่องทางรักช้าๆ จนในที่สุดก็สามารถเข้าไปข้างในได้จนมิดลำ

               “อา...” ผมหลุดเสียงครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะช่องทางด้านหลังของตะวันทั้งร้อนและอ่อนนุ่ม แถมยังบีบและตอดรัดท่อนเนื้อของผมแน่นมากจนผมเสียวแทบขาดใจ

               “เป็นยังไงบ้าง โอเครึเปล่าตะวัน” ผมลูบศีรษะของคนใต้ร่างที่มีเหงื่อไหลซึมออกมา

               “คะ...ครับ...มะ...ไม่เจ็บมากอย่างที่คิด” ตะวันหอบเล็กน้อย ส่วนร่างกายก็ยังคงเกร็งอยู่แต่ไม่มากเท่าไหร่ ผมเลยสามารถขยับแก่นกายเข้าออกได้ โดยเริ่มจากช้าๆ แล้วจึงเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้สีหน้าอันทรมานของตะวันได้เปลี่ยนไปกลายเป็นสุขสม

               “อา...อื้ม...อา...คุณภูผา...ซี้ดด...อา...” ตะวันครางด้วยความเสียว สองมือขยุ้มที่ศีรษะของผมจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ผมก็ไม่มีเวลาไปสนใจตรงนั้น เพราะช่องทางด้านหลังของตะวันบีบและตอดรัดแก่นกายของผมแน่นมาก ทำเอาผมเสียวสุดๆ จนหยุดขยับสะโพกไม่ได้เลย

               “อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า! คุณภูผา...อ๊ะ...อ๊า!” ตะวันหวีดร้องเสียงสูง เมื่อแก่นกายของผมโดนจุดเสียวที่อยู่ภายใน ผมที่รู้แล้วว่าจุดนั้นอยู่ตรงไหน เลยยิ่งกระแทกแก่นกายเข้าไปอย่างแรงและรวดเร็ว จนช่องทางด้านหลังยิ่งบีบและตอดรัดแก่นกายของผมแน่นยิ่งขึ้น

               “อาา...ดีมั้ยตะวัน รู้สึกดีเหมือนฉันใช่มั้ย” ผมถามด้วยเสียงกระเส่า ส่วนสะโพกก็ยังขยับโดยที่ไม่ได้ลดความเร็วลงเลย แถมมีแต่จะเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยซ้ำ

               “อ๊า...ดีครับ...ตรงนั้น...อ๊า...อ๊ะ...อ๊า...” นอกจากคำพูดที่ยืนยัน สีหน้าและน้ำเสียงของตะวันก็แสดงออกได้อย่างชัดเจนเลยว่าตอนนี้กำลังรู้สึกดีขนาดไหน ผมจึงได้กระแทกแก่นกายเข้าไปข้างในอย่างไม่ยั้ง โดยเน้นย้ำแต่ตรงจุดนั้นจนตะวันเสียวแทบขาดใจ

               “อ๊ะ...อ๊า...อ๊า...คุณภูผา! อ๊ะ...อ๊า...” นอกจากช่วงล่างที่ขยับเข้าออก ฝ่ามือของผมก็ยังบีบขยี้ที่ยอดอกสีชมพูไปมา พร้อมกับฝ่ามืออีกข้างที่ได้เลื่อนไปชักส่วนนั้นของตะวันขึ้นลง ส่งผลให้ตอนนี้ท่อนเนื้อในมือของผมได้มีน้ำใสๆ ไหลออกมา ส่วนช่องทางด้านหลังก็บีบและตอดรัดแก่นกายของผมจนเสียวแทบบ้าอยู่แล้ว

               “ซี้ดด...อา...ตะวัน” ผมครางอย่างพึงพอใจ แล้วเร่งจังหวะการซอยแก่นกายเข้าไปข้างในอย่างถี่ยิบ เพราะตอนนี้ผมใกล้จะถึงขีดสุดของความอดทน ซึ่งก็ดูเหมือนว่าตะวันก็เช่นกัน

“คุณภูผา...คุณภูผา! อ๊า...ผมจะ...อ๊ะ...อ๊า...จะเสร็จแล้ว!” เมื่อได้ยินแบบนี้ผมจึงเลื่อนมือลงไปตรึงที่สะโพกของตะวัน จากนั้นก็กระแทกกระทั้นแก่นกายเข้าไปอย่างไม่ยั้งทั้งรุนแรงและรวดเร็ว

“อาา...” ตอนนี้ผมเสียวสุดๆ จนแทบจะทนไม่ไหว เพราะตะวันได้ขยับสะโพกสอดรับกับจังหวะของผม แถมข้างในก็ยังดูดกลืนและตอดรัดท่อนเนื้อของผมถี่ยิบอีกต่างหาก

“ซี้ดดด...อาา”

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...คุณภูผา! คุณภูผา! อ๊า...อ๊า!” ตะวันกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียง เมื่อผมซอยแก่นกายเข้าไปอย่างถี่ยิบด้วยความเร็วสูงสุด ความเสียวซ่านที่ได้รับทำเอาตะวันทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊า...อ๊าาาาาาาาาาา!” สิ้นเสียงนั้นตะวันก็ปลดปล่อยความสุขสมออกมาทันที ส่วนผมที่ถูกช่องทางรักตอดรัดอย่างรุนแรงก็พ่ายแพ้ต่อความเสียวเช่นกัน จึงได้กระแทกกระทั้นแก่นกายอย่างไม่ยั้ง แล้วฝังในส่วนที่ลึกที่สุดเมื่อถึงจุดสุดยอด

“อาาาส์” ผมครางอย่างสุดกลั้น แล้วปลดปล่อยความสุขสมทั้งหมดเข้าไปในตัวของตะวันจนแทบจะล้นทะลักออกมาข้างนอก

“รักนะตะวัน ฉันรักนาย” ผมก้มหน้าลงไปจูบหน้าผากของตะวันอย่างแผ่วเบา ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเหนื่อยจัดจนหลับไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นริมฝีปากบางก็ยังอมยิ้มขึ้นมานิดนึง บางทีอาจจะรับรู้ถึงความรักที่ผมส่งไปก็ได้

“ราตรีสวัสดิ์สุดที่รักของฉัน” ผมพูดจบก็จัดแจงท่าทางการนอนของตะวันให้หลับอย่างสบาย ตามด้วยการทำความสะอาดร่างกายไม่ให้เหนียวเหนอะหนะ จากนั้นผมก็ล้มตัวลงไปนอนกอดตะวัน โดยที่ค่ำคืนนั้นก็เป็นค่ำคืนที่ผมหลับฝันดีและมีความสุขที่สุดในชีวิต...

2BC
​สะ...สวัสดีค่าทุกคน หัวใจชิงรักตอนที่ 11 ค่ำคืนแสนหวาน ก็จบลงไปแล้วน้า ไหนใครอ่านจบแล้วขอเสียงหน่อยค่า แต่เอ...จะมีแรงส่งเสียงกันมั้ยน้อ เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ได้เสียเลือดจนตายไปแล้วรึยัง อิอิ ​แต่เอาจริงๆ NC ตอนนี้ก็ไม่ได้หื่นแบบจัดหนักเท่ากับหลายๆเรื่องที่เราเคยเขียน อันนี้จะออกแนวหวานๆละมุนๆมากกว่า ซึ่งก็หวังว่าน้ำตาลในเลือดจะไม่พุ่งปรี๊ดกันหรอกนะคะ >///< ​ถ้าหากทุกคนชื่นชอบเราก็จะดีใจมากเลย ยังไงก็คอมเมนท์มาเม้ามอยความฟินกันด้วยน้า ​ส่วนตอนหน้าเจอกันวันศุกร์ค่าที่ร้าก บ๊ายบายยยยย (22 ส.ค. 60)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}