LuciferNight

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 4 Tease

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2560 20:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 Tease
แบบอักษร

สองอาทิตย์ต่อมา

“เห้อ เสร็จสักที!!!” เสียงผมเอง เพราะผมวาดแบบชุดทั้งหมดเสร็จแล้ว แต่ก็ยังไม่แน่นอน อาจจะต้องกลับมาแก้ก็ได้

“หืม” นิคที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างๆส่งเสียงออกมาอย่างสงสัย

“ฟ้าทำงานเสร็จแล้ว อีกไม่นานก็ได้ไปเที่ยวแล้วนะ!!” ผมพูดอย่างดีใจ

“เย้..เที่ยวๆ” นิคร้องเย้ดีใจเหมือนกับเด็ก แน่ล่ะ เขาจะได้ออกไปเปิดหูเปิดตาสักที

“เดี๋ยวฟ้าเอางานไปส..ส่ง ส่งไงวะเนี่ย” ท่อนแรกผมพูดกับนิคอย่างเสียงใส แต่ท่อนหลังก็พูดเสียงเบากับตัวเองเมื่อนึกขึ้นได้ว่า..แล้วจะเอานิคไว้ไหน เพราะตอนได้รับงานมา ผมได้รับทางเฟสไทม์หรือทางออนไลน์อื่นๆ แต่ตอนไปส่ง ต้องไปส่งกับมือ

“…” นิคไม่ได้พูดอะไร ผมเลยใช้ความคิดแก้ปัญหาต่อ..อ่า ต้องเอาไปด้วยสินะ

“นิค เดี๋ยวฟ้าจะพาออกไปข้างนอก” ผมหันมาบอกร่างสูง

“..ข้างนอก?” นิคพูดจบก็ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวมีเสน่ห์

“ใช่ ข้างนอก แต่นิคต้องสัญญากับฟ้าว่าจะไม่ดื้อ ไม่ซนแล้วก็ต้องเชื่อฟังกัน เข้าใจมั้ย” ผมพูด

“…” แต่มันคงยาวเกินไป นิคคงไม่ค่อยเข้าใจจึงไร้คำตอบกลับมา

“ไปข้างนอก นิคต้องไม่ดื้อ ต้องทำตามที่ฟ้าบอก เข้าใจมั้ย” ผมพูดช้าๆชัดๆให้เขาเข้าใจ

“..อื้มๆ” และในที่สุดนิคก็เข้าใจและตอบกลับมา

“งั้นไปแต่งตัวเร็ว มา เดี๋ยวฟ้าเลือกให้” ผมพูดจบก็ลากเขามาที่ตู้เสื้อผ้าที่ไว้ใส่เฉพาะเสื้อที่เรียบร้อยสุภาพ เปิดมันออกและกวาดตาเพื่อเลือกชุดที่ดูดีที่สุดและก็ได้ชุดที่คล้ายกับสูทที่เพิ่งซื้อมาใหม่เมื่อตอนเจอนิคนั่นแหละ นิคไม่เคยได้ใส่ แต่ผมรู้ว่ามันจะต้องออกมาดีแน่ๆ

“อ้ะ นิคใส่ชุดนี้นะ แต่ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เดี๋ยวเอาชุดไว้ตรงนี้ ออกมาใส่ตรงนี้นะ” ผมพูดจบก็เอาชุดวางไว้บนเตียง ส่วนตัวผมเองก็หยิบชุดและไปอาบน้ำที่ห้องน้ำด้านนอก

เมื่ออาบน้ำเสร็จก็กลับเข้ามาในห้องนอนเพื่อใส่เสื้อคลุมตัวนอกเพราะตอนอาบน้ำเอาแต่ชุดที่ใส่ด้านในไป พอเข้ามาก็เห็นนิคกำลังสวมเสื้อคลุมตัวนอกอยู่…แปลกจัง

นิคใส่สูทเป็นด้วย*?*

แต่มันก็ไม่ได้ยากอะไรนี่เนอะ ก็เหมือนชุดธรรมดานั่นแหละ..มั้ง แต่พอเห็นท่าทางตอนนี้ของเขาผมก็หายสงสัย คนตัวสูงพยายามสวมเสื้อคลุมตัวนอกอย่างทุลักทุเลมาก ผมเลยต้องเข้าไปช่วย

“นี่ เดี๋ยวฟ้าช่วย” ผมพูดจบก็เดินไปที่ข้างหลังเขา ดึงเสื้อขึ้นมาจนพอดีและจับให้เรียบร้อย

“…”

“ไหน หันมาซิ” ผมจับไหล่กว้างทั้งสองข้างให้หันมาหาผมแล้วก็ต้องชะงักเมื่อภาพที่เห็นร่างตรงหน้านี้…เพอร์เฟ็คราวกับนายแบบ

รูปร่างที่สูงตามแบบฉบับคนต่างประเทศทางยุโรป ใบหน้าที่คมคาย คิ้วที่มีรูปไม่เหมือนคนอื่น นัยน์ตาสีฟ้าหม่น จมูกโด่งเป็นสัน ปากหยักสวยและไรหนวดอ่อนๆที่ขึ้นพอมีเสน่ห์ ทุกอย่างเมื่อมารวมกันบนใบหน้า มันดูลงตัวอย่างน่าทึงมากเลย

“..ฟ้า” เสียงนิคเป็นตัวเรียกสติผมกลับมา

“อ..เอ้อ ดี..ดูดีมากเลย งั้นรอฟ้าแป็ปนึงนะ” ผมพูดจบก็รีบเอาเสื้อคุมตัวเองมาใส่ จัดแจงให้เรียบร้อย เดินไปเก็บเอกสารทั้งหมดใส่กระเป๋าและออกไปทันที

พอลงมาถึงข้างล่างก็โทรเรียกแท็กซี่ที่ขึ้นเป็นประจำให้มารับ แล้วก็ตรงดิ่งไปที่บริษัททันที

เมื่อมาถึงบริษัทที่ขายเสื้อผ้าอันดับต้นๆของประเทศ ผมก็เดินเข้าไปในบริษัทโดยที่มือข้างหนึ่งถือกระเป๋าเอกสาร ส่วนอีกมือก็จับข้อมือนิคไว้ให้เดินตามมา ผมเดินไปที่เคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์และบอกกับพนักงาน

“สวัสดีค่ะคุณฟ้า มาหาคุณพลอยเหรอคะ” พนักงานที่เจอผมจนจำหน้าได้เอ่ยทักทาย

“ครับ คุณพลอยว่างมั้ยครับ”

“ว่างค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ชั้นสิบหก ทำงานตามปกติค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ผมพูดและกำลังจะออกเดิน แต่ก็หันไปเห็นนิคที่ยืนมองไปรอบๆอย่างสนใจจนเผลอยิ้มออกมา

“แฟนเหรอคะ คุณฟ้า” พนักงานถามด้วยสีหน้าล้อมากๆ

“ม..ไม่ใช่!! แค่..เพื่อน เพื่อนน่ะครับ แหะๆ” มันจะแถไม่เนียนก็ตรงที่ยิ้มแหยๆไปให้นี่แหละ

“อ๋อ..ค่ะ” ถึงพนักงานจะตอบมาแบบนี้แต่สีหน้าไม่ได้เปลี่ยนเลยสักนิด..ยังส่งสายตาล้อมาเหมือนเดิม

“งั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ” ผมพูดจบก็รีบดึงให้นิคเดินตามมา พอเข้ามาในลิฟท์ก็กดไปที่ชั้นสิบหก เมื่อประตูปิด ผมก็เบาใจลงเพราะในลิฟท์ไม่มีคนอื่นนอกจากเรา

“ฟ้า..แฟน” นิคพูดและยิ้มกว้าง แต่เดี๋ยวนะ..แฟน?

“หืม?”

“แฟน..ฟ้า” นิคชี้นิ้วลงที่ตัวเองตอนพูดคำว่า ‘แฟนฟ้า’…ไม่ๆๆ!!

“เห้ย!! ไม่ใช่ๆนิคไม่ใช่แฟนฟ้า นิคเป็นเอ่อ..เป็นเพื่อน ใช่ นิคเป็นเพื่อนฟ้าไม่ใช่แฟนฟ้า” ผมรีบแก้ความที่ร่างหนาพูด

“หึ..แฟนฟ้า”

“ทำไมกันนะ” ผมเอามือตบหน้าผากตัวเองดังแปะเพราะเห็นว่านิคไม่ยอมเข้าใจในสิ่งที่ผมต้องการสื่อ

“ฮ่าๆ..นิคแฟนฟ้า นิคแฟนฟ้า” นิคก็ยังคงพูคำนี้ซ้ำๆด้วยหน้าตาที่ระรื่นสุดๆ

“ไม่ๆๆ นิคห้ามพูดแบบนี้เด็ดขาด เข้าใจมั้ย”

“…” นิคเงียบ ดูก็รู้ว่ากำลังดื้อเงียบอยู่

“ไหนสัญญากับฟ้าแล้วไงว่าจะไม่ดื้อ แต่ตอนนี้นิคกำลังผิดสัญญาอยู่นะ” ผมพูดพร้อมเหลือบมองเลขชั้นและมันถึงชั้นที่สิบสองแล้ว อีกแป็ปเดียวก็ถึงแล้ว ถ้าหากเขาไปพูดแบบนี้ให้พี่พลอยได้ยิน ได้โดยแซวแน่

“ฮือ” นิคทำเสียงเหมือนที่ชอบทำเวลาโดนขัดใจ

“เพราะฉะนั้น ห้ามพูดแบบนั้นอีก เข้าใจมั้ย ไม่อย่างนั้นฟ้าจะไม่พาไปเที่ยว” คนตัวใหญ่ฟังแล้วก็ทำหน้างอ…แต่อย่าหวังว่าผมจะใจอ่อน

“อื้ม!!” นิคตอบมาอย่างงอแง ทำเอาผมหุบยิ้มไม่ลงเลย

…ติ๊ง…

เสียงลิฟท์ดังแสดงว่าถึงชั้นสิบหกแล้ว ผมจูงนิคออกมาและเดินไปที่ห้องทำงานของพี่พลอยที่บ่อยจนจำได้แม่น เคาะประตูสองสามทีประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นผู้หญิงอายุราวสามสิบแต่ยังสวยยืนยิ้มต้อนรับ

“มาแล้วหรอ เข้ามาก่อนๆ” พี่พลอยเปิดประตูเชิญให้เราเข้ามา ผมก็ดึงคนข้างๆให้เดินตามไปนั่งที่โซฟารับแขก พี่พลอยก็เอาน้ำมาให้ ผมก็เอ่ยขอบคุณเบาๆ

“ไม่คิดจะบอกพี่หน่อยหรอ” พี่พลอยนั่งลงตรงข้ามและถามผม

“?” ผมไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไรจนกระทั่งเห็นสายตาที่แสนล้อเลียนมองผมสลับกับนิค

“หืม ว่าไง”

“คือ..นี่นิคครับ เป็นเพื่อนผม พี่พลอคงไม่ว่าใช่มั้ยครับที่ผมพาเขามาด้วย”

“แค่เพื่อนจริงเหรอ” นั่นไง..

“แค่เพื่อนครับ พี่อย่ามองอย่างนั้นสิ” ก็พี่พลอยเล่นทำสายตาแบบนั้นไม่เลิกจนผมเริ่มอายแล้วเนี่ย

ผมกับพี่พลอย เราสนิทกันมากเพราะเวลาผมเอาแบบมาเสนอขายก็ต้องได้เจอกับเธอตลอดและเพราะมาขายให้บ่อยจึงเจอกันจนสนิทมากๆอย่างที่เห็น

“จ้ะๆ เพื่อนก็เพื่อน” พี่พลอยพูดและยกกาแฟขึ้นดื่ม

“นี่ครับ แบบ” ผมหยิบแบบออกมาและยื่นให้ตรงหน้าเธอ พี่พลอยก็รับไปดูและมองอย่างพิจารณาอยู่นานจนผมเริ่มใจไม่ดี

“ฟ้า ทำไมครั้งนี้เราถึงได้…”

“ถึงได้อะไรครับ?” ผมถามอย่างลุ้นๆ

“ทำไมเราถึงได้ออกแบบดีขนาดนี้ล่ะ!! ปกติเราก็ออกแบบสวยอยู่แล้วนะแต่รอบนี้มันดีมากจริงๆพี่ว่าเขาต้องซื้อแน่ๆ” ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคำตอบนั้นออกมาดีเกินคาด

เขาที่ว่านั้นคือหัวหน้าฝ่ายหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าการที่บริษัทจะซื้อแบบเสื้อผ้าในแต่ครั้งต้องให้หลายๆคนช่วยกันตัดสินใจ จะขึ้นอยู่กับคนๆเดียวไม่ได้

“รอบนี้มัน..ดีขนาดนั้นเลยหรอครับ” ผมถามอย่างแปลกใจ

“ใช่ มันดูสวยขึ้นนะ..มีกำลังใจอะไรดีๆหรือเปล่านะ” พี่พลอยก็ยังคงแซวผมไม่เลิก

“ไม่มีอะไรสักหน่อย สงสัยผมคงสมองแล่นพอดีเลยเป็นอย่างนี้ล่ะมั้งครับ” ผมก็ตอบเขาไป…ความจริง กำลังใจของผมก็มีนะ…ก็คงจะเป็นนิคล่ะมั้งที่ทำให้ผมหายเหนื่อยและมีกำลังใจตลอดการเขียนแบบเลย

“จ้าๆ งั้นเดี๋ยวพี่เอาแบบเราเข้าประชุมแล้วถ้ายังไงเดี๋ยวพี่ติดต่อกลับแล้วกัน” พี่พลอยพูดจบก็เอาแบบไปเก็บที่โต๊ะ ผมเลยมีเวลาหันมามองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ นิคนั่งก้มหน้ามองมือตัวเอง สงบเสงี่ยมเรียบร้อยอย่างที่สัญญาไว้

“แล้วตกลง เราจะเซ็นสัญญากับทางบริษัทหรือเปล่า ท่านประธานอยากได้เรามาอยู่ที่นี่มากเลยนะ”

“ผมกำลังคิดอยู่ครับ ก็อยากเซ็นสัญญาแต่ว่ามีข้อต่อรองนิดหน่อยซึ่งผมก็ยังไม่กล้าไปคุยกับท่านประธานเลย” ข้อต่อรองที่ว่าก็คือขอทำงานอยู่ที่คอนโดแบบเดิมเพียงแต่จะออกแบบให้กับบริษัทนี้บริษัทเดียวเท่านั้น

“อ๋อ งั้นเดี๋ยวพี่ลองบอกท่านประธานให้แล้วกัน จะได้หาเวลามาคุยกันได้”

“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” ผมหมดธุระแล้วและไม่อยากให้นิคอึกอัดเลยขอตัวกลับ

“อื้มจ้ะ กลับบ้านดีๆนะ ดูแลแฟนดีๆด้วย” พี่พลอย!!!

“พี่พลอยอ้ะ!! ผมบอกแล้วไงว่าไม่ใช่แฟน” ผมหันไปทำหน้างอใส่พี่พลอย พี่แกก็แค่หัวเราะและโบกมือลา ผมจึงเดินออกมาจากห้องทำงานของเขาพร้อมนิคและเข้าไปในลิฟท์ กดชั้นหนึ่งทันที

ลิฟท์ก็ยังคงโล่งเหมือนเดิม คงเป็นเพราะชั้นนี้มีแต่พวกตำแหน่งสูงๆซึ่งตอนนี้น่าจะทำงานกันอยู่ จึงไม่ค่อยมีคน

“นิค เป็นเด็กดีมากเลย เย็นนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย ฟ้าจะทำให้” ผมบอกนิคที่ตั้งแต่โดนดุในลิฟท์ไปก็ไม่ดื้ออีกเลย คนตัวใหญ่หันหน้ามามองผมแล้วก็ยิ้ม

“..ฟ้า”

“ห้ะ!?” ผมให้ตอบเป็นกิน ไหงกลายเป็นชื่อผมล่ะ

“..ฟ้า” นิคยังคงตอบแบบเดิม

“ไม่ๆๆ ฟ้ากินไม่ได้นะนิค เอาของกินซี” ผมทำหน้ายุ่งใส่ นิคก็ทำหน้าคิดสักัพกแล้วตอบ

“..ฟ้า” …เห้อ

“โอเคๆ งั้นทำปลาให้กินแล้วกัน” สุดท้ายผมก็ไม่ได้คำตอบ เลยต้องคิดเองเออเอง

เมื่อถึงชั้นหนึ่ง เราก็ออกจากลิฟท์และไปโบกแท็กซี่ไปที่ห้างเพื่อซื้อวัตถุดิบทำอาหารเย็น อ่า..บ่ายสามโมงแล้วหรอเนี่ย

พอมาถึงห้าง ผมก็ลากนคไปที่แผนกของสดและให้นิคเลือกว่าจะกินปลาแบบไหน ซึ่งมีทั้งแซลมอน ดอลลี่ ปลานิล ปลาทับทิมและอื่นๆที่น่ากินอีกมากมาย นิคก็ยืนมองอยู่สักพักแล้วก็ชี้ไปที่ปลาดอลลี่ ผมก็หยิบไปจ่ายเงินและเดินไปเลือกผักต่อ

แน่นอนว่าตลอดที่เดินอยู่ก็มีสายตาจับจ้องมาที่เราตลอด ส่วนใหญ่ก็จะมองมาที่นิคเพราะวันนี้เขาหล่อจริงๆแต่ก็มีบางสายตามองผม ซึ่งส่วนใหญ่..เป็นผู้ชาย แต่ส่วนใหญ่ที่มองนิค..เป็นผู้หญิง เห้อ

กว่าจะเลือกซื้อของเสร็จและกลับคอนโดก็ใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงหนึ่งได้ เมื่อเข้าห้องมาผมก็ตรงดิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที นิคเองก็เหมือนกันแต่ผมเนรเทศให้เขาไปเปลี่ยนในห้องนอน ส่วนผมเปลี่ยนในห้องน้ำ

“นิคเปลี่ยนเสร็จหรือยัง” ผมตะโกนถามจากในห้องน้ำ

“…” ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมเลยลองเสี่ยงเปิดประตูออกแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเปิดออกก็เจอเข้ากับแผงอกกว้างที่มีเสื้อมาปิดไว้ของนิค เขายืนชิดประตูเลยแถมยังยิ้มกว้างด้วย

“ทำไมไม่ตอบเล่า แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้เนี่ย” นิคยังยืนนิ่ง ผมเลยดันแผงอกกว้างให้ถอยออกซึ่งนิคก็ยอมแต่โดยดี

“..ฟ้า..กอด”

“ห..หา!?” อะไรเนี่ย จู่ๆก็ขอกอด

“นะ..นะ” แล้วยังจะมาทำเสียงอ้อนอีก!! คือตั้งแต่วันนั้นที่ได้กอดครั้งแรก เราก็กอดกันบางวัน ไม่ได้กอดบ่อยเพราะกลัวนิคจะติดผมเกินไป

“ม..ไม่เอา ไปกินข้าวกันดีกว่าเนอะ” ผมเบี่ยงประเด็น เดินเอาชุดทั้งของนิคกับผมไปใส่ตะกร้าผ้าและเดินเข้าครัวไปเลย นิคก็ยังคงเดินตามมาวอแว

“..ฟ้าอ่า” นิคมายืนข้างๆผมที่หน้าเตาและทำเสียงอ้อน จากนั้นยังไม่พอ ร่างสูงยังเอาหัวมาถูที่หัวผมอีก…มันจะอ้อนกันเกินไปแล้ว!! ผมดันหัวนิคที่ถูอยู่กับหัวผมออกและใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อไว้ให้มองหน้าผม

“ก็ได้ๆแต่กินข้าวก่อนนะ เข้าใจมั้ย”

“….” คำตอบที่ได้คือยิ้มกว้างจากเขา

หลังจากนั้น นิคก็ยอมไปนั่งรอที่โต๊ะกินข้าวแต่โดยดีด้วยท่าทางมีความสุขสุดๆ ผมเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มไปทำกับข้าวไปเพราะว่าเวลานิคยิ้มแบบนี้น่ะ..มันน่ารักดี

ผมทำอาหารของโปรดนิคก็คือ ผัดผักรวมปลา เขาชอบมันมากๆแต่ก็ไม่ได้ทำให้กินบ่อยๆเพราะอาหารที่พิเศษก็ควรจะมีแต่ในวันพิเศษๆสิ จริงมั้ย

หลังจากกินข้าวและล้างจานเสร็จผมก็เนียนๆชวนนิคมานั่งดูหนังที่หน้าโทรทัศน์เพื่อเลี่ยงกอด และอีกอย่าง ผมน่ะง่วงเพราะล้าสมองแต่นิคยังไม่ง่วงและยังไม่ถึงเวลานอนเลยหาอะไรทำฆ่าเวลา

“โอ้ย ง่วงจัง” ผมบ่นออกมาเบาๆหลังจากดูหนังไปได้แค่สิบนาที นิคหันมามองผม

“..กอด” ร่างสูงทวงสัญญา ทั้งๆที่ผมกะจะเนียนๆลืมไปแท้”

“อ..อื้ม กอดก็กอด” ผมยอมแต่โดยดีไม่ขัดขืนเพราะง่วง ตอนนี้ใครจะทำอะไรก็ไม่ว่าอะไรแล้วเพราะสติเริ่มไม่อยู่กับตัว

นิคดึงผมเข้าไปกอด ใบหน้าผมซบที่อกแกร่งของนิค แขนทั้งสองข้างก็ยกขึ้นโอบแผ่นหลังกว้างเช่นเดียวกันกับร่างใหญ่ที่ใช้แขนแข็งแรงโอบรอบเอวผมไว้

ผมปล่อยให้นิคกอดอยู่อย่างนั้นไม่ได้ผลักไสเพราะมันอุ่นมากและทำให้ผมรู้สึกดีจนหลังตาของผมค่อยปิดลงช้าๆแต่ก็ยังไม่หลับ เพียงแต่มันลืมไม่ขึ้นก็เท่านั้น

แล้วผมก็รู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังเอนตัวลงนอนราบกับโซฟาตัวยาวแต่อ้อมกอดอุ่นยังคงอยู่ อ่า..แบบนี้ยิ่งสบายเข้าไปใหญ่

ตอนนี้ผมไม่สนอะไรแล้ว ผมง่วงเลยปล่อยให้ตัวเองหลับลงทั้งอย่างนั้นเลย….



“อื้ม” ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่ามีอะไรหนักๆมาทับ บวกกับรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้ว ร่างกายเลยสั่งให้ตื่น

เมื่อลืมตาก็เห็นใบหน้าของนิคอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ เมื่อมองต่ำลงมาก็เห็นแข็งแกร่งพาดอยู่ที่เอวและรู้ว่าเรากำลังนอนอยู่ที่โซฟาโดยที่ผมนอนริมใน

“อื้ม” ทีนี้เป็นเสียงครางในลำคอของนิคก่อนที่เขาจะลืมตาตื่นขึ้นมา

“นิค ปะ ไปนอนในห้องดีกว่า” ผมพูดและกำลังจะลุกขึ้นนั่งแต่แขนที่พาดอยู่ที่เอวผมกลับไม่ยอมปล่อย แถมคนตัวหนายังทำหน้ายุ่งใส่อีกด้วย สงสัยยังง่วงขี้เกียจลุกล่ะมั้ง

“ฮือ” นิคทำเสียงแบบนี้และก้มหน้าซุกซอกคอผมแทน

“อื้ม ไม่เอาสิ” ผมพูดและพยายามงัดหน้านิคออกจากซอกคอซึ่งเจ้าตัวก็ดื้อไม่ยอมเอาหน้าออกมา

“..ง่วง” นิคพึมพำออกมาเบาๆ ผมหันไปมองนาฬิกาฝาผนัง ปรากฏว่ามันเป็นเวลาตีหนึ่งกว่าๆ มิน่าล่ะ นิคถึงไม่ยอมตื่นง่ายๆ

“ง่วงก็ไปนอนที่เตียงดีๆสิ” ผมพูดเสียงอ่อน

“…” นิคไม่พูดอะไร ผมลองพยายามเอาหน้าเขาออกจากซอกคอผมซึ่งคราวนี้เขายอมแต่โดยดี ตอนนี้ตานิคแดงเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่น หน้าก็งอด้วย

“ปะ ไปนอนกัน” ผมพูดและลุกขึ้นนั่งพร้อมกับดึงแขนให้นิคลุกขึ้นตาม เจ้าตัวแสบก็ยอมลุกขึ้นมา ผมเลยหย่อนขาลงที่พื้นและยืนขึ้นพร้อมกับลากนิคเข้ามาที่ห้องนอนด้วย

ร่างสูงล้มตัวนอนลงบนเตียงและหลับตาลง ผมจึงเดินเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าแปรงฟันแต่ยังไม่ทันเสร็จ นิคก็เดินเข้ามาในห้องน้ำซึ่งผมไม่ได้ล็อคไว้ เขาเดินเข้ามาและล้างหน้าแปรงฟันทั้งๆที่ตาลืมแค่ครึ่ง..ง่วง แต่ก็ยังยอมลุกขึ้นมาล้างหน้าแปรงฟันแฮะ

หลังจากล้างหน้าแปรงฟันกันเสร็จ ผมกับนิคก็ตรงไปที่เตียงล้มตัวลงนอน ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้และกางแขนออกเหมือนให้เข้าไปกอด ผมเห็นว่าเจ้าตัวง่วงมากเลยตามใจ ยอมขยับเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดแกร่งและหลับตาลง แต่ไม่หลับหรอก..จะไปหลับลงได้ยังไง

…ในเมื่อหัวใจผมมันเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา

-------------------------------------------------------

เย้!! มาต่อแล้วนะ แต่มาวันศุกร์เพราะวันเสาร์ไรท์ไม่อยู่

***** บางคนอยากอ่านเลิฟซีนซึ่งไรท์จะบอกว่า...อีกนานเลยอ้ะ5555555 แต่ระหว่างนี้เค้าก็น่ารักนาาาาา

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์เลยนะกั๊บ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}