by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

37/ อ้อมกอดของพระอาทิตย์ 100%

ชื่อตอน : 37/ อ้อมกอดของพระอาทิตย์ 100%

คำค้น : ตอนที่ 37

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 67.5k

ความคิดเห็น : 543

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2560 21:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
37/ อ้อมกอดของพระอาทิตย์ 100%
แบบอักษร

​โปรดP...

ตั้งแต่มาถึงรีสอร์ตช่วงเที่ยงถึงบ่ายแก่ๆ สิ่งที่ผมอยากทำมากที่สุดก็คือเดินดุ่มๆไปอุ้มไอ้แมงหมูโยนลงสระว่ายน้ำให้ขึ้นอืดหน้าห้องพ่อแม่มันนั่นแหละ  ฮึ่ม! จะอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่ข้อหาที่มันอ้อนมืออ้อนตีนผมด้วยการป้อหลงรักจนเกินหน้าเกินตาน่ะสิ แถมพ่อมันก็ยังไม่ยอมหยุดหื่นอุ้มแม่มันเข้าห้องตั้งแต่มาถึงรีสอร์ตช่วงบ่ายละ แม่งจะหื่นอะไรนักหนาวะไอ้หมอไม่ยอมดูลูกดูเต้าทิ้งให้เป็นภาระพวกกูอยู่เนี่ย! 

"เป็นอะไรล่ะท่านหน้านิ่วคิ้วขมวดใหญ่ มีอะไรให้ผมรับใช้ก็บอกได้เลยนะขอรับ" และแล้วเสียงอ้อนมืออ้อนตีนเบอร์หนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง จะใครเสียอีกล่ะก็ผัวเด็กของไอ้โยนั่นแหละ หึหึ ไม่ต้องรีบก็ได้ไอ้น้องรักยังไงมึงก็ต้องได้ชดใช้บุญคุณให้กูแน่ๆ 

"ก็ดีเหมือนกัน กูมีเรื่องจะไหว้วานมึงหน่อย" ไอ้ดิวหรี่ตามองมาอย่างหวาดระแวง แน่ะ! ปากดีนักนะมึงนึกว่าจะแน่เอะอะอะไรก็ระแวงกูท่าเดียว ขี้ระแวงไม่ต่างอะไรจากกูเลยนะไอ้น้องเวร 

"เอาเรื่องที่ผมพอจะทำได้นะท่านถ้านอกเหนือจากความสามารถผมมากไปไม่รับปากจะทำได้นะ คนอยู่กันเยอะแยะท่านก็เห็นหนิ" 

"พอๆไม่ต้องมาออกตัวอะไรมากกูไม่สั่งให้มึงไปบุกน้ำลุยไฟหรอกน่ะ มืดๆกูจะไลน์ไปเรียกให้มาหาที่บ้านก็แล้วกัน ยังไงก็หาทางปลีกตัวมาจากเมียแก่มึงให้ได้ก็พอ อย่าให้รู้ถึงหูมันล่ะมึงก็รู้จักอภินิหารปากของไอ้โยดีนี่" ไอ้ดิวทำหน้าเซ็งๆเหมือนสองจิตสองใจว่าจะรับปากหรือไม่รับปากดี แต่สุดท้ายมันก็ต้องยอมจำนนพยักหน้าตกลงเพราะสายตาที่ผมจ้องอย่างกดดัน เอาสิวะโอกาสทองที่หลงรักจะมานอนนอกวัดไม่ได้มีกันบ่อยๆ จะเสี่ยงกับอะไรก็ตามถึงเวลานี้ก็ต้องยอมเสี่ยงแล้วล่ะยังไงคืนนี้ผมต้องได้หลงรักมานอนกอดให้ได้ ไม่งั้นที่อุตส่าห์ลงทุนเปิดบ้านนอนคนเดียวก็ไร้ประโยชน์น่ะสิ 

แต่ตอนนี้ไอ้ตัวปัญหาสำคัญคงไม่ใช่เพื่อนหมอแล้วล่ะ คงเป็นลูกของเพื่อนหมอมากกว่ามั้งยิ่งเห็นตัวกลมๆขาวๆของแมงหมูที่กำลังทำท่าก้อร่อก้อติกใส่หลงรัก ผมก็ยิ่งคันไม้คันมือเต็มที่ ถ้าปู่ย่าตายายมันไม่อยู่ป่านนี้ไอ้แมงหมูคงได้ลอยตุ๊บป่องอยู่กลางสระน้ำรอพ่อหมอขี้หื่นของมันมาช่วยแล้วล่ะ คืนนี้เถอะไอ้หลานรักถ้ามึงมาเป็นก้างขวางคออีกนะ กูสาบานว่าจะจับมึงรีดไขมันให้ผอมเลยจริงๆ

"อ้ำหน่อยนะจ๊ะน้องหลง กินช้อนเดียวกันก็จูบกันทางอ้อม คิกๆ" ผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าแมงหมูมันไปได้เชื้อใครมา ไอ้หมอกับผมก็เห็นกันมาตั้งแต่เด็กๆไม่เห็นว่ามันจะกะล่อนปลิ้นปล้อนแบบไอ้แมงนี่เลย เห็นแล้วอยากยันโครมเก้าอี้ตัวที่มันนั่งป้อหลงรักสักที จีบปากจีบคอได้อีกนะมึง! 

"ไอ้โยมึงรีบโทรไปเรียกพ่อแม่แมงมันมาดิ๊กูหิวข้าวแล้วเนี่ย จะกินกันมั้ยข้าวน่ะหัดเกรงอกเกรงใจผู้หลักผู้ใหญ่กันบ้างสิ อะไรวะมัวแต่กกกันจนลืมว่าผู้ใหญ่เขารออยู่รึไง ไว้ค่อยกลับไปเอากันต่อที่บ้านก็ได้มั้งสัส" นาทีนี้ลงกับอะไรได้ผมก็ลงหมดล่ะ ก็พ่อแม่ของแมงนี่มันเกินไปจริงๆไหม ทิ้งให้ลูกมานั่งป้อคนของคนอื่นเขาแล้วตัวเองก็ไปนอนกกกันอยู่ได้เสียมารยาทฉิบหาย 

"เออๆหิวอะไรนักหนาวะโปรด กินอะไรรองท้องก่อนมั้ยเดี๋ยวกูสั่งให้" 

"กูบอกให้มึงโทรตามไอ้หมอกับเมียมันมา กูหิวน่ะไม่เท่าไหร่หรอกแต่มึงไม่เกรงใจปู่ย่าตายายไอ้แมงหมูบ้างเหรอวะ ปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่เขามานั่งรอกันแบบนี้น่ะ" ผมโบ้ยไปนู่นเลยครับไม่สนใจสายตาล้อเลียนของไอ้ดิวด้วย จะล้ออะไรก็ช่างหัวมันดิขอให้คืนนี้มันพาหลงรักมานอนกับผมได้ก็พอ แต่ถ้ามันทำไม่ได้นะผมก็จะหิ้วไอ้โยมานอนเป็นเพื่อนเอง ทีนี้มึงอดทิ้งกลิ่นที่เชียงใหม่แน่ๆไอ้ดิว หึหึ ไม่รู้ว่าผมทำหน้าตายังไงออกไปเพราะผัวไอ้โยมันก็ทำหน้าเซ็งๆตอบกลับมาทันทีที่สบตา ช่วยไม่ได้นะไอ้น้องมวยมันคนละรุ่นกระดูกมันคนละเบอร์กัน อย่างมึงต้องไปชกกับไอ้แมงหมูนู่นเถอะไป๊ 

"เดี๋ยวมันจะพากันออกมาละ ว่าแต่คืนนี้มึงจะนอนคนเดียวจริงๆเหรอโปรด มานอนกับกูก็ได้นะเว้ย" ไอ้โยเดินตูดบิดมานั่งแปะที่ตักจนผมเอือมกับมันเอะอะเห็นกูเป็นเบาะรองนั่งตลอด แล้วไอ้ท่าเดินตูดบิดนี่มึงไปสอนแมงมันเดินใช่ไหมเพื่อนโย 

"โยครับ ท่านโปรดเพื่อนรักของมึงน่ะท่านอยากจะปลีกวิเวกคนเดียวก็ปล่อยท่านไปเถอะเผื่อคืนนี้จะมีรักยมไปนอนเป็นเพื่อนไง หึหึ" 

"นั่นสิผัวไอ้โย ถ้ารักยมไม่มานอนด้วยกูก็ว่าจะเอาไอ้โยมานอนเป็นเพื่อนซักหน่อย โยคืนนี้ไปวอร์มอัพกันปะเห็นเขาว่าที่นี่มีแต่หญิงเนื้อนมไข่สเปคมึงทั้งนั้นนี่" 

"แค่กๆๆ ท่านๆ ผมว่าท่านอยู่เฉยๆนิ่งๆหล่อๆคูลๆแบบเดิมเถอะ เชื่อผมสิรับรองว่ายังไงท่านก็ต้องปริ่ม" 

"มึงสองคนคุยอะไรกันวะ ช่วยคุยเรื่องที่กูฟังแล้วเข้าใจด้วยคนได้มั้ย" ไอ้โยกอดอกนั่งอยู่บนตักผมแล้วเอนตัวมาพิงอย่างสบายอารมณ์ของมันนั่นแหละ 

"ผัวเด็กมึงก็นั่งอยู่นั่นปะโยแล้วทำไมมึงไม่ไปนั่งทับมันวะ ไอ้อ้วนลุกไปเลยกูหนัก" 

ตุ๊บ! "ไอ้งก! ตกลงมึงใช้มือผลักกูหรือใช้ตีนถีบกูลงมาเนี่ยแรงวัวแรงควายเหี้ยๆ ดิวกูเจ็บสะโพกไปหมดแล้วอ่ะ" ผมแค่ผลักมันเบาๆเหอะแต่แม่งเล่นใหญ่ไง เอาแรงมดสะกิดมันดันสะดิ้งเหมือนผมสะกิดด้วยแรงช้าง ทำเป็นซวนเซนั่งแปะลงกับพื้นเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผัวเด็กของมันน่ะสิแล้วไอ้ดิวน่ะเหรอจะสน 

"เอ๊ะ! ท่านนี่ยังไง กรุณาถนอมเมียผมหน่อยสิครับกระดูกยิ่งเริ่มจะพรุนอยู่แล้วด้วย" 

"ไอ้ผัวเหี้ย! ไอ้คนจัญไร คืนนี้มึงอย่าเอาเนื้อไม่มีกระดูกของมึงมาทิ่มคนกระดูกพรุนอย่างกูก็แล้วกัน เชอะ!"

"หึหึ" ผมกับไอ้ดิวอดขำขึ้นมาพร้อมกันไม่ได้เมื่อเห็นไอ้โยหน้าหงิกหน้างอโวยวายเป็นบ้าเป็นบอคนเดียวยังกับผีเข้า เห็นไอ้โยมันบ้าๆบอๆแบบนี้ผมก็สบายใจหมดห่วงกว่าตอนที่เห็นมันเป็นผู้เป็นคนเหมือนตอนที่เกิดเรื่องครั้งนั้นเสียอีก ตอนนั้นผมแทบจะเอาเลือดหัวไอ้ดิวมาล้างเท้าเพื่อนผมสักลิตรเถอะครับ 

ผัวะ! "โอ๊ย! อะไรวะท่าน ผีเข้าอีกคนรึไงอยู่ดีๆก็มาตบหัวผมเนี่ย" คือปฏิกิริยาของร่างกายมันไปตามความคิดโดยอัตโนมัติน่ะครับ ก็ผมดันหวนคิดถึงเรื่องที่ทำให้ไอ้โยเป็นผู้เป็นคนแถมเป็นคนที่เงียบเฉยจนพวกผมร้อนรนกันเป็นแถว เพราะไอ้โยน่ะเวลามันเสียใจอาการมันโคตรจะหนักแถมแปลกกว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาอีกมันจะเป็นคนละคนกับตอนนี้เลยก็ว่าได้ สาเหตุหลักก็มาจากไอ้ผัวเด็กมันนี่แหละ 

"ไม่มีอะไร กูหมั่นไส้มึงเฉยๆ" ผมยักไหล่ให้ไอ้น้องเวรที่เป็นผัวเพื่อนโดยมีผมเป็นคนประเคนตำแหน่งนี้ให้พวกมันเอง ไอ้ดิวมองสบตากับผมที่จ้องมันนิ่งๆ มันหน้าซึมลงแล้วลุกไปดึงเมียกระดูกพรุนของตัวเองมากอดต่อหน้าทุกคนจนไอ้โยร้องโวยวายกลบเกลื่อนความแรดที่มีอยู่ในตัว 

โถ! ไอ้โยกูรู้หรอกว่ามึงน่ะฟินจนตัวจะแตกแค่ไหน ไอ้เหี้ยเพราะฉากนี้ตอนนั่งตักกูมึงสะกิดส่งสัญญาณบอกยิกๆว่ามึงว้อนท์มีความอ่อยผัวอยากได้อยากโดนกูเลยต้องจัดให้ไงล่ะ เฮ้อ! มึงสองตัวจะรู้ไหมว่าพวกมึงทั้งคู่ติดหนี้กูมากแค่ไหน แต่ไม่เป็นไรกูจะค่อยๆทวงหนี้พวกมึงไปทีละนิดเอง เริ่มจากตัวผัวเด็กคืนนี้เลยก็แล้วกันนะเพื่อนรักน้องรัก 

"น้องหลงน่ะเป็นคู่หมั้นของคุณหนูติณฑ์ แม่จองน้องหลงไว้เป็นหลานสะใภ้แล้ว คิคิ" คำที่แพทย์หญิงจีรวรรณเอ่ยขึ้นมาทำเอาผมอยากจะตัดป้าตัดหลานไปอีกคน จะมาจองอะไรคนของคนอื่นเขาครับคุณป้า ไอ้หลานชายของคุณป้าน่ะโตขึ้นได้ข่าวว่ามันจะแต่งงานกับแมงกระต่ายนู่น ผมชักจะเริ่มรำคาญครอบครัวนี้จริงจังตั้งแต่ที่ไอ้ตุลย์บอกว่าหลงรักเป็นแฟนกับไอ้แมงแล้วล่ะ ยางรถแถวนี้มีขายบ้างไหมวะ ทั้งครอบครัวคงต้องใช้หลายเส้นหน่อยแล้วมั้ง 

"ท่านๆกำลังคิดชั่วอะไรอีกล่ะออกหน้าออกตาเลยนะ เก็บอาการหน่อยใจร่มๆไว้เดี๋ยวคืนนี้ผมเคลียร์ให้น่ะอย่าเพิ่งวีนแตกกลางวงไปก่อนมันจะเสียเรื่อง อ้อ บอกก่อนนะครับว่านอกจากจะหักหนี้แล้วท่านต้องบรรยายให้ผมฟังถึงที่มาที่ไปด้วยนะ ทุกเรื่องแม้แต่เรื่องเด็กทรพีกินไก่เป็นอาหารผมต้องรู้เพื่อที่จะได้วางแผนถูกต้อง ตามนี้นะท่าน" ไอ้ดิวเดินมากระซิบกระซาบก่อนจะกลับไปก้อร่อก้อติกเมียแก่ของมันต่อ ความหนักใจวิ่งเข้ามาทับถมผมอีกแล้วสิ แค่ไอ้ดิวจับได้เรื่องที่ผมรู้สึกยังไงกับหลงรักก็น่าระแวงพอละ นี่ถ้าให้มันรู้เรื่องของไอ้พีด้วย แล้วมันจะรูดซิปปากจากเมียแก่ได้นานแค่ไหนวะเนี่ย  

ท่ามกลางโต๊ะอาหารที่มีแต่คนอวยคนชงหลงรักของผมให้ไอ้แมงหมูหลานทรยศ มันก็นำมาซึ่งความแค้นอยากเอาคืนครอบครัวนี้สักคนบ้างและคนที่เป็นเหยื่ออารมณ์ของผมก็คงหนีไม่พ้นไอ้ตุลย์เพื่อนหมอที่รักนี่แหละ

"พวกมึงอย่าพากันด่าไอ้ตุลย์มันเลย มันมีให้ลูกสองร้อยนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วมันมีสาเหตุเว้ย ก็ไอ้ตุลย์มันได้เงินค่าข้าวจากมินวันละสองร้อยเองแล้วมันจะเอาที่ไหนมาให้ลูกมัน นี่มันให้ไปหมดทั้งกระเป๋าละค่าอาหารมื้อนี้มันต้องไปแบมือขอเมียมันมาช่วยแชร์อีก หึหึ" เสียงหัวเราะขบขันเรื่องไอ้ตุลย์ดังขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันในร้านอาหารมื้อแรกของการมาเชียงใหม่ครั้งนี้ ผมเมินเฉยต่อสายตาอาฆาตแค้นของมันอย่างไม่ใยดี กูขอสักหน่อยเถอะไอ้หมอ แม่งหมั่นไส้ตั้งแต่รีสอร์ตแล้วชงลูกตัวเองให้หลงรักของกูอยู่ได้ นี่แค่บทเรียนเล็กๆน้อยๆนะไอ้หมอสัสถ้ายังจะทำตัวเป็นอาแปะจอมชงอยู่ เดี๋ยวมึงจะได้อายจนไม่มีหน้าวางไว้บนบ่าแน่ๆ 

"พี่มิน หลงจะไปล้างมือ" 

"ลาบจะไปล้างมือเหรองั้นไปกับพี่ก็ได้ ดิวพาน้องไปเองมินกินข้าวต่อเถอะ" 

"ติณฑ์ไปด้วยครับลุงดิว" 

"แมงไม่ต้องไปหรอก เกาะติดมากๆเดี๋ยวพี่หลงจะเบื่อเอานะ" พอไอ้ดิวเสนอตัวพาหลงรักไปล้างมือผมก็รีบกระซิบสะกัดไอ้แมงทันทีก่อนที่มันจะทำตัวเป็นปลิงทะเลเกาะหลงรักไม่ยอมปล่อยอีก เรื่องอะไรจะให้มันตามไปล่ะในเมื่อไอ้ดิวกำลังจะปูทางให้ผมคืนนี้อยู่หนิ แมงหมูพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะก้มหน้าก้มตากินไอติมในถ้วยต่อ เรื่องคืนนี้ทั้งหลานรักก้างชิ้นใหญ่และชมพู่กับปันปันไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะผมวางแผนทุกอย่างเพื่อเป็นทางออกให้ไอ้ดิวไว้หมดแล้ว หวังว่าคืนนี้เราจะได้อยู่ด้วยกันตามลำพังบ้างนะครับหลงรักของพี่โปรด  

ดิวP...  

สวัสดีครับผมดิวเป็นน้องรหัสของท่านโปรด และเป็นคนที่เห็นท่านโปรดเป็นไอดอล เป็นเหมือนความสมบูรณ์แบบทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์หลายๆคนต้องการอยากเป็นได้แค่เสี้ยวหนึ่งของท่านก็ยังดี ผมว่าในบรรดาคนที่มีทั้งความชั่วและความดีอยู่ในตัวได้อย่างสมดุลและงดงามที่สุดสำหรับผมแล้วก็คงไม่พ้นพี่รหัสคนนี้แหละ แต่คนเราไม่ว่าจะสมบูรณ์แบบหรือแข็งแกร่งมากแค่ไหนทุกคนก็ย่อมมีจุดอ่อนกันทั้งนั้น รวมถึงท่านโปรดที่เป็นตำนานของวิศวะคนนี้ด้วยและจุดอ่อนของท่านก็คือ 

ก๊อกๆๆ "อ่าว ดิวมีอะไรเหรอ" 

"หลานหลับรึยังล่ะชมพู่" ผมเหลือบตามองเข้าไปข้างในก็เห็นน้องติณฑ์นอนหลับอ้าปากหวออยู่บนเตียงแล้ว แน่ล่ะสิวิ่งเล่นมาทั้งวันแถมนี่ก็สามทุ่มกว่าแล้วด้วยถ้าไม่ง่วงนอนก็ไม่รู้จะอยู่ยังไงไหว ท่านโปรดเองก็บอกผมมาเสียละเอียดยิบว่ามินน่ะเอาลูกนอนสองทุ่มทุกวันนี่นา 

"มีอะไรนายดิว มาดึกๆดื่นๆนี่ห้องสาวโสดนะยะ" ผมเบ้ปากใส่ปันปันเพื่อนผู้หญิงที่สนิทจนกินนอนด้วยกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมอย่างหมั่นไส้ ก็สมควรที่มันจะเป็นโสดแล้ว ดูสิขนาดสามทุ่มกว่าก็ยังตะกละกินไม่หยุดปาก 

"สมควรเป็นโสดอยู่หรอกนะ ลาบไปห้องพี่ปะพี่โยให้มาชวนน่ะเห็นบอกจะเล่าอะไรให้ฟังไม่รู้เยอะแยะพี่ไม่ได้ฟังละเอียด ไปปะถ้าไม่ไปพี่จะได้กลับไปบอกเมียให้เก็บขนมซักทีมันดึกแล้วนั่งกินแต่ช็อกโกแลตอยู่ได้" ผมพูดเสียงเอื่อยๆเหมือนไม่ได้สนใจอะไรมากมายทั้งที่ในใจโคตรจะลุ้น ถ้าภารกิจครั้งนี้ล้มเหลวมีหวังท่านโปรดได้สั่งให้ผมวิ่งรอบบ้านร้อยรอบแน่ๆ เด็กลาบที่กำลังนั่งอ้าปากรับช็อกโกแลตที่ปันปันป้อนให้ถึงปากก็ตาวาววับขึ้นมาพยักหน้ารับทันที 

"พี่ชมพู่พี่ปันปันจ๋า หลงไปเล่นกับพี่โยก่อนนะจ๊ะ" 

"จ้าลูกหลง มาจุ๊บเหม่งก่อนจุ๊บๆๆ" สาวๆทั้งสองรุมจุ๊บแก้มเด็กลาบกันใหญ่ ถ้าท่านโปรดมาเห็นเข้าคงมีใครสักคนโดนเล่นงานบ้างแหละ 

"นอนกันไปเลยนะเผื่อลาบมันนอนกับโยน่ะ อ้อเอาแปรงสีฟันมาด้วยสิลาบกินแต่ขนมกลางคืนก็ต้องแปรงฟันรู้ปะไม่งั้นฟันจะผุเอา" เด็กลาบวิ่งปร๋อไปคว้าแปรงสีฟันในห้องน้ำก่อนจะวิ่งหน้าตั้งยิ้มแฉ่งออกมาแล้วคว้ามือผมกำลังจะก้าวออกจากห้องของสาวๆ 

"เอ๊ะ! แล้วพี่ติณฑ์ล่ะพี่ดิว" นั่นไงจะไปอยู่แล้วเชียวมันต้องมีประเด็นอะไรกับน้องติณฑ์สักอย่างสิน่า 

"น้องติณฑ์หลับไปแล้วอย่าไปกวนเลยเดี๋ยวนอนไม่พอตื่นมาจะงอแงอีก เราไปกันเถอะ" ผมรีบดึงแขนน้องมันออกมาก่อนที่จะพะว้าพะวังมากไปกว่านี้ ถ้าน้องมันเปลี่ยนใจผมนี่แหละจะแย่เอา 

"พี่ดิวจะพาหลงไปไหนล่ะ ห้องพี่ดิวอยู่ห้องนี้" น้องมันดึงแขนผมให้ไปทางห้องที่ผมกับโยนอนอยู่ แต่ผมเองก็จูงมือน้องมันพาเดินเลาะๆข้างๆบ้านมาที่บ้านหลังเล็กจนได้ 

"พี่ลืมว่ะลาบ ท่านโปรดไม่สบายลาบช่วยดูแลท่านโปรดหน่อยสิอยู่เป็นเพื่อนเฉยๆก็ได้สงสารท่านโปรดเขา จำเมื่อเย็นได้มั้ยตอนกินข้าวน่ะเขาอยู่กันเป็นคู่ๆแต่ท่านโปรดก็อยู่คนเดียวตักข้าวคนเดียวโคตรน่าสงสารเลยเนอะ" 

"คุณโปรดไม่สบายเหรอ ตาแดงๆจะร้องไห้แงๆอีกแล้วแน่ๆอื้อๆหลงจะไปโอ๋คุณโปรด พี่ดิวรีบๆเดินหลงไม่อยากให้คุณโปรดอยู่คนเดียวเดี๋ยวจะร้องไห้แงๆหาหลงอีก" ผมถึงกับหยุดชะงักใจกระตุกกับประโยคของน้องมันเหมือนกัน เพราะนั่นแสดงว่าท่านโปรดเคยร้องไห้ต่อหน้าเด็กลาบน่ะสิ 

ท่านโปรดผู้ยิ่งใหญ่ ท่านโปรดผู้ไม่เคยหวั่นไหวหรือเกรงกลัวใคร ท่านโปรดผู้ที่ไม่เคยอ่อนแอหรือยอมพ่ายแพ้ต่อเรื่องใดๆ แต่ท่านโปรดคนนั้นกลับยอมเป็นตรงข้ามกันกับความเป็นท่านโปรดเจ้าของตำนานแห่งวิศวะต่อหน้าเด็กคนนี้เพียงคนเดียว ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะยิ่งใหญ่กว่าความยิ่งใหญ่ของท่านโปรด แล้วยังเป็นความอ่อนโยนที่กอบกุมความแข็งกร้าวของหัวใจของท่านโปรดสินะ 

และถึงแม้ว่าตอนนี้เด็กที่อยู่ข้างหน้าผมจะสูญเสียความทรงจำทุกส่วนทุกเรื่องแม้แต่เรื่องการใช้ชีวิต ช่วงแรกๆมินบอกว่าต้องดูแลน้องและสอนน้องเหมือนสอนเด็กเล็กๆคนหนึ่งเลยล่ะ แต่โยก็บอกว่าโดยสัญชาตญาณทั่วไปของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะสูญเสียความทรงจำอะไรไปก็ตามแต่ลึกๆแล้วเขาจะไม่ลืมความเป็นตัวตนของตัวเอง ในกรณีนี้ก็คงจะคล้ายคลึงกันขนาดลืมทุกสิ่งทุกอย่างลืมทุกคน แต่พอรู้ว่าท่านโปรดไม่สบายน้องมันก็ยังเป็นห่วงเป็นใยท่านเหมือนที่เคยเป็น นั่นก็เพราะว่าเขาทั้งคู่ต่างมีความผูกพันซึ่งกันและกัน 

เราต้องแยกให้ออกระหว่างความรักความผูกพันจึงทำให้ขาดกันไม่ได้ กับความเคยชินที่มีกันอยู่เลยขาดกันไม่ได้ สองประโยคนี้มันอาจคล้ายกันแต่ความรู้สึกมันลึกซึ้งต่างกันราวฟ้ากับดิน สำหรับผมเขาทั้งคู่ก้าวข้ามคำว่ารักไปมากแล้วต่างหากล่ะ และผมก็เชื่อว่าสักวันน้องปอรักจะกลับมาอยู่ข้างท่านโปรดอย่างแน่นอน...

โปรด P...   

ก๊อกๆๆ "คุณโปรดไม่สบายเหรอพี่ดิวบอกว่าคุณโปรดปวดหัวตัวร้อนมากๆ เดี๋ยวหลงเช็ดตัวให้นะหลงทำเป็นเวลาหลวงตาไม่สบายหลงก็เช็ดตัวให้บ่อยๆ" หลงรักเอ่ยถามด้วยสีหน้าตื่นๆก่อนจะแทรกตัวเดินเข้ามาข้างในบ้าน ผมเลิกคิ้วถามไอ้ดิวอย่างงงๆมันไปหลอกอะไรหลงรักวะเนี่ย ผัวเด็กของไอ้โยก็หัวเราะขำเบาๆยักไหล่แล้วเดินจากไปโดยไม่ได้ให้ความกระจ่างอะไรสักนิด ส่วนหลงรักเองก็เดินเข้าไปรื้อหาผ้าขนหนูในบ้านโดยไม่ได้สนใจความมีอยู่ของผมเหมือนกัน หึหึ ถือว่าหักดอกไปก็แล้วกันนะไอ้น้องรหัสที่แสนจะทำตัวน่ารัก 

"คุณโปรดมานั่งสิ หลงจะเช็ดตัวให้" ผมล็อกประตูบ้านอย่างแน่นหนาเพื่อกันแมงทุกตัวที่จะเข้ามาเป็นมารผจญ คือบ้านหลังเล็กนี้ก็เหมือนห้องนอนนั่นแหละ เปิดประตูบ้านมาก็เจอชุดโซฟารับแขกมีทีวีตั้งอยู่ไม่ไกล เยื้องๆกันก็เป็นตู้เย็นตั้งไว้อีกมุมมีเคาน์เตอร์ครัวขนาดย่อมๆแยกเป็นสัดเป็นส่วน ใกล้ๆกันก็มีฉากไม้บานพับกั้นระหว่างโซฟากับเตียงนอนขนาดใหญ่ และตอนนี้หลงรักก็กำลังยืนถือผ้าขนหนูที่เอ่อ..เปียกจนมีน้ำหยดแหมะๆอยู่ข้างๆเตียง 

"พี่ว่าบิดผ้าให้หมาดกว่านี้ก่อนนะครับเดี๋ยวเปียกกันพอดี มานี่สิพี่โปรดสอนให้นะ" ผมเขี่ยผ้าเช็ดเท้าหน้าห้องน้ำมาเช็ดน้ำที่เปียกนองเต็มพื้นไม้ กลัวว่าน้องจะเผลอเหยียบแล้วลื่นล้มน่ะสิ จากนั้นก็จูงมือหลงรักพาไปยืนที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ ก่อนจะขยับตัวไปยืนซ้อนหลังน้องแล้ววาดแขนทั้งสองข้างของตัวเองโอบหลงรักพร้อมกับจับมือให้บิดผ้าที่ชุ่มน้ำผืนนั้นจนหมาด หลงรักก็ร้องอ๋อไปด้วยหัวใสๆนั้นผงกขึ้นลงเบาๆเห็นแล้วอยากลูบเล่นว่ะ 

"พี่ชมพู่ก็เคยสอนนะแต่พี่ชมพู่ทำให้ดูเฉยๆไม่ได้มายืนใกล้ๆจับมือทำแบบคุณโปรด หลงเลยไม่รู้ว่าต้องบิดแรงๆแบบนี้" ภาพที่สะท้อนอยู่ในกระจกก็คือผมกำลังโอบกอดความสุขของตัวเองที่ตอนนี้น้องกำลังยิ้มแฉ่งและเจื้อยแจ้วอยู่ในจักรวาลที่มีแต่เราสองคน ประโยคที่ว่า รอยยิ้มของคนบางคนไม่เห็นมาตั้งนาน แต่พอเห็นทีไรก็ทำให้หัวใจเต้นแรงทุกที คงจะใช้กับผมได้ดีเชียวล่ะ เพราะตอนนี้หัวใจของผมมันเต้นแรงจนกลัวว่าหลงรักจะได้ยินอยู่แล้ว 

"อืม ไปเช็ดตัวข้างนอกกันเถอะเนอะ" ผมกลั้นใจปลดปล่อยหลงรักให้เป็นอิสระจากอ้อมแขนของตัวเองแล้วจูงน้องไปที่เตียง ในใจก็พยายามยับยั้งตัณหาของตัวเองให้มากที่สุด เพราะหลงรักขาวบริสุทธิ์เกินกว่าจะเปื้อนรอยมลทินใดๆทั้งนั้น 

"คุณโปรดถอดเสื้อผ้าออกนะจ๊ะ" 

"ครับผม" ผมก็ได้แต่ทำตามที่หลงรักสั่งทุกอย่างถอดจนเหลือแต่กางเกงในเถอะครับ แว่บหนึ่งมันอดคิดไม่ได้ว่าแล้วตอนที่เช็ดตัวให้หลวงตาน้องทำยังไงวะ 

"หลงรักตอนที่เช็ดตัวให้หลวงตาน้องทำยังไงครับ คงไม่ได้จับหลวงตาแก้ผ้าหมดแบบพี่นะ" ก็มันคาใจเลยต้องถาม ไม่งั้นผมนอนไม่หลับแน่ๆ 

"อ๋อ หลงเช็ดแต่หน้ากับแขนของหลวงตา ลุงพจน์บอกว่าถ้าหลงเช็ดเองหมดเลยหลวงตาจะเปียกจะหนาวจะไม่สบายหนักไปอีก แต่หลงเคยถอดเสื้อผ้าเช็ดแบบนี้ให้พี่ติณฑ์ตอนไม่สบายนะ" ฮึ่ม! ไอ้แมงอีกแล้ว มารความสุขของลุงมันจริงๆ 

"แล้วหลงรักเช็ดหนอนให้แมงหมูปะ" 

"เช็ดสิ น้องหนอนที่อยู่ตรงนี้ๆใช่มั้ย หลงเช็ดหมดแหละเดี๋ยวจะไม่สบายตัว" สาบานว่าขนแขนผมลุกพรึบพร้อมกันตอนที่หลงรักพูดถึงหนอนมือก็คว้าหมับเข้าที่ลูกชายของผมแล้วบีบเบาๆ ตอนจับหนอนของแมงหมูหลงรักบีบเล่นแบบนี้ด้วยหรือเปล่าวะเนี่ย

คือตั้งแต่ที่ผมให้น้องใช้ปากตอนเหตุการณ์ของปอรักในวันสุดท้ายนั่นแหละ ตั้งแต่นั้นผมก็ไม่เคยได้ใช้งานเจ้าลูกชายอีกเลยแม้แต่ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่เคยสักครั้ง แต่มาตอนนี้เจ้าลูกชายของผมมันดีดผึ่งรับฝ่ามือที่คุ้นเคยทันทีเหมือนกัน ยิ่งผ้าเย็นๆกำลังลูบไปตามต้นขาด้านในผมก็ต้องรีบกลั้นลมหายใจของตัวเองเอาไว้ แม่งจะบ้าตาย! นี่ผมกำลังจะเผชิญคำว่าฉิบหายตัวโตๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วสิ ทำไงดีวะ? 

"เอ่อ.. พอแล้วครับหลงรัก พี่โปรดว่าน้องมานอนกับพี่โปรดดีกว่าขอกอดหน่อยสิพี่โปรดหนาว" 

"แต่ว่าต้องกินยาก่อนเพราะคุณโปรดไม่สบาย เดี๋ยวหลงไปขอยาพี่ตุลย์มาให้นะ" 

"ไม่ต้องครับพี่โปรดกินยาก่อนที่หลงรักจะมาแล้ว ตอนนี้พี่โปรดหนาวง่วงด้วยอยากนอนกอดหลงรักจังเลยขอพี่โปรดนอนกอดบ้างได้มั้ยครับ" ไม่ได้สิ ผมจะปล่อยให้หลงรักวิ่งไปขอยาที่ไอ้ตุลย์ไม่ได้เด็ดขาดไม่งั้นคืนนี้รีสอร์ตได้แตกแน่ๆ น้องทำหน้าลังเลจนผมใจเสียเพราะกลัวจะไม่ได้กอดเหมือนที่หวังไว้ แต่พอหลงรักล้มตัวนอนข้างๆยกแขนมาวางบนอกผมแล้วตบเบาๆเพียงแค่นั้นมันก็ทำให้ผมยิ้มออกมาเหมือนคนบ้า ยิ้มทั้งปากทั้งใจยิ้มที่ผมมั่นใจว่าเป็นรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุดในรอบหลายปีมานี้ 

"คุณโปรดยิ้มแล้วหล่อจัง เหมือนเทวดาเลย" หลงรักนอนตะแคงหันหน้ามา มือสากๆที่คุ้นเคยก็ยกมาลูบไล้ตามใบหน้าของผมเบาๆ เสียงคุ้นหูที่เอ่ยคำรำพันออกมาข้อความของประโยคนั้นทำให้ผมฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นกว่าเดิมอีก 

"หลงรักก็เหมือนเทวดาครับ เทวดาตัวน้อยๆของพี่โปรดน้องน่ารักน่าเอ็นดูมากๆรู้ตัวมั้ยว่าทำให้ใจของพี่โปรดเต้นแรงไม่หยุดเลย ไม่เชื่อก็จับดูสิ" ผมเองก็นอนตะแคงมองคนตรงหน้าที่อยู่ห่างไม่ถึงฟุตอย่างไม่วางตาเช่นกัน มือสากๆของน้องเลื่อนมาลูบที่กากบาทอกซ้ายของผมก่อนจะมีน้ำตาไหลออกมาช้าๆ สัมผัสจากมือที่คุ้นเคยก็ยังลูบไล้สัญลักษณ์ของเราอย่างแผ่วเบาและสั่นสะท้าน 

"ตรงนี้เป็นอะไร คุณโปรดเจ็บมากมั้ย จุ๊บ หายไวๆนะจ๊ะคุณโปรดคนเก่ง" ผมตัวชานิดๆเหมือนโดนไฟช็อตหน่อยๆตอนที่หลงรักขยับตัวแนบปากลงกับอกซ้ายของผม อืม..ตอนนี้ไม่ได้มีแค่น้องที่ร้องไห้คนเดียวแล้วสินะ 

"ตรงนี้เมื่อก่อนมันเคยเจ็บมากเพราะพี่โปรดเป็นคนทำให้มันมีรอยแผลเอง ของน้องก็มีนะอยู่ตรงนี้ไง" ผมรั้งตัวน้องขึ้นมานอนหนุนแขนเหมือนเมื่อก่อน แล้วลูบไล้ไปที่ไหล่ซ้ายของน้องเบาๆมันยังมีอักษรPให้สัมผัสได้อย่างชัดเจน ความอุ่นของสายน้ำที่ไหลมาจากตาของคนในอ้อมแขนมันเปียกจนแผ่นอกของผมรู้สึกได้ พอๆกับน้ำตาของผมเองที่ไหลรินจนร่วงกระทบกับแก้มใสนั้นให้เปียกปอนไปด้วยเมื่อผมรั้งตัวหลงรักมากักบริเวณให้แนบชิดอยู่ในวงแขนของตัวเองเท่านั้น 

น้ำตาที่ไร้เสียงสะอื้นของเราทั้งคู่มันไหลออกมาเงียบๆ ผมไม่รู้ว่าหลงรักกำลังคิดอะไรอยู่แล้วน้องพอจะจำอะไรได้บ้างไหม แต่ที่ผมรู้ก็คือ ผมรักคนในอ้อมกอดตอนนี้เหลือเกิน รักมากจนแทบจะแตกสลายได้ทุกเมื่อที่เห็นหยดน้ำตาของเขา รักมากจนไม่อยากปล่อยให้ออกไปจากอ้อมอกของผมแม้แต่วินาทีเดียว ความรู้สึกนี้มันมากมายเหลือเกินมัน มากกว่าคำว่า...รัก

"คุณโปรดหลงง่วงนอน ถ้าหลงหลับไปแล้วตื่นมาหลงจะเจอคุณโปรดมั้ย" 

"เจอสิครับ ตื่นมาพี่โปรดก็จะกอดน้องอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหนแน่นอน" เสียงอ่อยๆที่หลงรักเอ่ยถามออกมาเบาๆทำให้ผมเอ็นดูคนคนนี้เพิ่มขึ้นอีกล้านระดับ จะทำให้รักไปถึงไหนวะ 

"เชื่อได้แค่ไหน หลงจะเชื่อคุณโปรดได้มากแค่ไหน" แววตาที่หลงรักเอ่ยถามนั้นมันว่างเปล่า จนผมมองไม่เห็นความสิ้นสุดของความว่างเปล่านี้ 

"เชื่อได้สิ พี่โปรดจะเติมความว่างเปล่าที่หลงรักมีในตอนนี้ให้เต็มเอง พี่โปรดสัญญา" นี่คือคำสัญญาเดียวในชีวิตที่ผมตั้งมั่นไว้ ไม่ว่าฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย ผมก็จะไม่มีวันผิดสัญญากับคนสำคัญเพียงหนึ่งเดียวคนนี้อย่างเด็ดขาด  

"จุ๊บ พี่โปรดรักหลงรักนะครับคนเก่ง" ท่ามกลางแสงสลัวของไฟดวงเล็กที่ผมจงใจเปิดทิ้งไว้เพียงเพื่อจะได้เห็นคนคนนี้อยู่ในสายตาตลอดเวลา แต่ภาพที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าก็คือแก้มใสของหลงรักแดงขึ้น แดงขึ้น และแดงก่ำมากกว่าตอนที่ไอ้ตุลย์แซวว่าน้องเป็นแฟนกับแมงหมูเมื่อเย็นอีก 

"เอ๊ะหลงลืม! คุณโปรดจะจุ๊บหลงไม่ได้นะ ต่อไปนี้ห้ามจุ๊บอีกไม่งั้นพี่ติณฑ์จะเสียใจ" หลงรักเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง หึหึ น่ารักจริงๆขนาดนอนหน้าแดงอยู่ในอ้อมแขนของผมแท้ๆก็ยังมีแก่ใจคิดถึงไอ้แมงอีกเนอะ 

"จุ๊บได้สิ ก็เหมือนที่หลงรักจุ๊บพี่มินกับพี่ชมพู่ไงครับ" น้องลังเลไปสักครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบรับมา และนั่นก็ยิ่งทำให้ผมได้ใจใช้สองมือใหญ่ของตัวเองประคองใบหน้าคนแก้มใสไว้ แล้วก้มไปจุ๊บที่หน้าผากเหม่งๆเปลือกตาคู่หวานๆพวงแก้มใสๆผมไล่จุ๊บไปทุกตารางนิ้วไม่เว้นแม้แต่นิ้วเดียวโดยเฉพาะปากช่างพูดเสียงแจ้วๆนี้ แต่พอได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิดจนเนื้อแนบเนื้อ คือทั้งตัวผมก็มีกางเกงชั้นในติดตัวแค่นั้น ส่วนน้องก็เป็นชุดขาวแต่จะบางกว่าชุดที่ใส่ประจำในตอนกลางวันมากจนแทบจะกั้นอะไรไม่ได้เลยเถอะ เจอแบบนี้เข้าไปอารมณ์ที่ผมสะกดมันไว้ก็เริ่มพลุกพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่น่ะสิ 

"จุ๊บ อืมม" ผมขบเม้มเบาๆที่ปากช่างพูดนั้น อยากสอดลิ้นเข้าไปอยู่หรอกแต่กลัวน้องจะตกใจเลยทำแค่ลิ้มลองรสชาติความหวานนี้เพียงภายนอกเท่านั้น มันหวานจนผมลุ่มหลงในความเป็นหลงรัก หวานจนไม่อยากผละปากให้ห่างจากความละมุนนี้เลยสักนิด 

"อืมม หลงรักจ๋า หลงรักของพี่โปรด พี่โปรดหลงรักหลงรักจะตายอยู่แล้ว จุ๊บ" ผมพรมจูบไปทั่วใบหน้าที่คิดถึง ไล่เรื่อยมาจนถึงแอ่งชีพจรก่อนจะวกไปขบเม้มไล้เลียปากช่างจ้อเบาๆอีกครั้ง แต่ภาพที่หลงรักนอนตาปรือจะหลับไม่หลับแหล่ทำให้ผมชะงักไป คือบอกตามตรงผมไม่มั่นใจว่าน้องเคลิ้มในสิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่หรือกำลังจะเคลิ้มหลับวะเนี่ย? 

แต่แล้วเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอพร้อมกับเปลือกตาที่ปิดสนิทก็ทำให้ผมมั่นใจในคำตอบทันทีว่าหลงรักเคลิ้มจะหลับ! หมดกันความมั่นอกมั่นใจเรื่องความช่ำชองเรื่องบนเตียงของผมพังทลายลงทันทีเพราะถูกคลื่นลูกใหญ่ที่ชื่อหลงรักซัดเข้ามาเต็มๆ ไอ้ที่แข็งยังไงมันก็ยังแข็งอยู่อย่างนั้น แถมยังน่าสงสารหนักไปกว่าเก่าอีกเมื่อมันน้ำตาปริ่มผงกหัวเรียกร้องความสนใจจากคนที่หลับปุ๋ย ทิ้งไว้แต่ความคั่งค้างกลางอากาศให้กับผม

แม่งเว้ย! ไม่ได้ใช้งานมาตั้งหลายปีพอจะได้ใช้งานจริงๆกลับต้องให้น้องนางทั้งห้ามาบริการเหรอวะ เนี่ยนะนายโปรดปราณ พัฒธณปราโมทย์ ชีวิตโคตรอนาถเลยกู! สิ่งที่ผมทำได้ก็คงทำได้แค่คิดตีโพยตีพายไปคนเดียว แล้วหอบไอ้ลูกชายตัวโตไปปลอบใจและเช็ดน้ำตาให้มันในห้องน้ำสี่รอบหนักๆเต็มๆกว่าจะสงบลง จากนั้นก็ลากสังขารที่ถูกน้องนางทั้งห้าของตัวเองรีดน้ำออกจนหมดเดินมาล้มตัวคว้าหลงรักมานอนหนุนแขนเหมือนที่เคยทำ หลงรักนะหลงรัก ฮึ่ม! ทำกับพี่โปรดได้ลงคอนะครับที่รัก...


*ด้วยความเคารพ​ว่ากันด้วยเรื่องคอมเม้น ฟางเปิดกว้างสำหรับทุกคำติชมนะคะ แต่เคยบอกไปแล้วว่าถ้าจะติก็ขอให้มีที่มาที่ไปและสร้างสรรค์กันหน่อย ไม่ใช่แบบเม้นนี้แบบนี้ฟางไม่โอ ทุกอย่างมันมีเส้นจำกัดของมันเส้นจำกัดตรงนี้ฟางเรียกว่ามารยาทและการให้เกียรติ คือฟางไม่ใช่ขี้ข้าเธอนะบอกเลย นี่ไม่รู้ว่าเจ้าของเม้นเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแต่ปกติแล้วฟางจะใช้คำว่าคุณหรือพี่,น้อง กับคนอ่านทุกท่าน แต่คนนี้ของใช้คำว่าเธอดีกว่ามันดูสุภาพที่สุดสำหรับฟางตอนนี้ละ  คือฟางสงสัยว่าเธอใช้สติตอนสมประกอบอ่านก่อนเม้นมั้ย? พอดีฟางเป็นคนชอบความชัดเจนเดี๋ยวจะแจงเป็นข้อๆไปเลยด่ามาด่ากลับไม่โกงด้วยค่ะ นี่คือคำตอบของฟางส่งถึงเจ้าของเม้นนี้แต่เพียงเม้นเดียว

1.ยังไม่ทันฟินจบแล้ว : ตอบ ตรงไหนของตอนนี้ที่ฟางเขียนว่าจบแล้ว ตกลงนี่ได้อ่านจริงๆมั้ยหรืออ่านและเข้าใจแต่ไม่ได้ดั่งใจเธอเพราะฟางเขียนไม่จบ คือฟางอายุ36แล้ว การที่อายุขนาดนี้เท่ากับว่าฟางก็มีภาระหน้าที่ที่ต้องทำ มีครอบครัวที่ต้องใส่ใจ มีสังคมของตัวเองที่ต้องแคร์บ้างปะ นี่ไม่ได้แต่งนิยายเป็นอาชีพนะเธอถ้าอยากให้ฟางเขียนให้จนจบ จนเธอฟินตัวแตก จนเธอพอใจก็จ่ายค่าแรงมาดิคิดวันละพันจะแต่งให้ทุกวัน นี่บวกลบให้แล้วคิดน้อยกว่าเงินที่เฉลี่ยเป็นรายวันของงานที่ฟางทำเป็น2เท่าให้แล้วนะ มีใจก็วัดมา

​2.ถามจริงทำเพื่อพอขายออกเล่นตัวเหรอไม่เห็นเหมือนเรื่องแรกเลย : ตอบ เธอนั่งอ่านอยู่กับที่เฉยๆแค่ฟางอัพช้านิดหน่อยมาว่าฟางเล่นตัว? ตรรกะอะไรปัญญาอ่อนมากย้ำว่าอ่อนด้อยในความมีสติมาก! ฟางก็มีชีวิตของฟางนะเธอไม่ได้หมกมุ่นแต่เขียนนิยายก็บอกแล้วว่าไม่ได้ทำเป็นอาชีพ หรือคนที่เขามีอาชีพนักเขียนเขาก็ไม่ใช้เวลาทั้งหมดไปกับการแต่งนิยาย เขียนนิยายหรอก เขาก็มีสิ่งที่ต้องทำกันทุกคน จะไม่ให้เจอภายนอกไม่ได้กินให้ขรี้ให้เยี่ยวและต้องมานั่งสร้างฝันรองรับอารมณ์เธอคนเดียวรึไงแม่(พ่อ)คุ๊ณ คิดสิคิดหน่อยคิดเรื่องอื่นบ้างจะได้ไม่ฟุ้งซ่านเดี๋ยวจะเป็นบ้าค่ะ หรือไม่สบายก็เชิญไปรับยา กินยากินนมให้คนที่บ้านเธอตบตูดแล้วนอนซะนะจะได้ไม่เป็นภาระของสังคม อ้อๆงี้ดิถ้าว่างมากแล้วมันฟุ้งซ่านหมกมุ่นอยู่แบบนี้ก็ไปล้างห้องน้ำให้วัดหรือบีบๆนวดๆให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายดีกว่าได้บุญเยอะดี จะได้รักษาความฟั่นเฟือนของตัวเองด้วย​

3.ผิดหวังอย่างแรงลาทีเชิญนั่งนับเงินให้สบายนะ : ตอบ อันนี้ปัญญาอ่อนทางความคิดกว่าข้อข้างบนอีก คือเธอหลงตัวเองไปปะ ผิดหวังแล้วไง?ฟางต้องสนเหรอเราไม่ได้รู้จักกันฟางไม่เคยแบมือขอเงินคุณใช้ไม่เคยมีบุญคุณติดค้างอะไรกันจะผิดหวังยังไงก็เรื่องของคุณดิเกี่ยวไรกับฟาง ผิดหวังมากๆจะไปผูกคอตายก็ไม่ว่านะไม่ห้ามด้วยค่ะจะได้ไม่ต้องมาระรานคนอื่นเขาแบบนี้อีก นี่กลัวแทนคนเขียนเรื่องอื่นๆถ้าไม่ได้ดั่งใจเธอแล้วเธอจะไปวีนใส่เขาแบบนี้นะเนี่ย แล้วอยากลาไปไหนก็ไปเถอะค่ะไม่ห้ามอะไรเลยซักนิดเดียว ที่บอกว่าเชิญนั่งนับเงินให้สบายฟางก็ขอสาธุ๊ยกมือท่วมหัวขอให้สมพรเถอะ ลาแล้วก็ลาลับนะคะห้ามกลับมาอีกเลยสาธุ๊! คนเห็นแก่ตัวเอาแต่ได้แบบนี้ฟางก็ไม่อยากให้มาอ่านหรอก ใจเขาใจเราเธอควรเรียนรู้คำนี้และนำมาใช้บ้างหรือชีวิตจริงก็เห็นแก่ตัวแบบนี้ประจำ? จะสอนค่ะนี่สอนจริงจัง ในโลกนี้ไม่มีใครทำได้ดั่งใจเราทุกอย่างหรอก ถ้าอยากให้ได้ดั่งใจเธอต้องลงมือทำเองผิดมาพลาดมาจะได้ไม่ต้องโทษใคร ถ้าเผอิญมาอ่านเจอแล้วอยากกรี๊ดไม่ได้ดั่งใจก็กรี๊ดให้ลั่นบ้านแหกปากเข้าไปตามสบายเน้อ ชีวิตใครชีิวิตมันอย่าหมกมุ่นเยอะจนก้าวก่ายความเป็นส่วนตัวเขา ยิ่งคนไม่รู้กันอย่างเรายิ่งไม่สมควรมันไม่มีมารยาทค่ะ ตามนี้ไม่หวังให้เข้าใจหรอกเพราะเรื่องง่ายๆเธอยังไม่เข้าใจเลยเนอะ

** มาที่เรื่องฟาง เอาจริงๆถ้าฟางไม่เก็บมาใส่ใจก็ได้นะทุกเม้นฟางก็แค่ไม่อ่านก็แค่นั้นจบปิ้ง แต่ฟางเป็นคนแคร์คนอ่านนะทุกๆตอนที่อัพไปฟางจะมานั่งย้อนอ่านทุกเม้นเพราะ

1.บางเม้นฟางก็แอ๊บเอาไปต่อยอดเขียนในตอนต่อๆไปได้ นักอ่านเม้นหลายๆท่านถ้าอ่านดีๆจะเห็นว่าฟางแอ๊บเอาความคิดเห็นในเม้นไปเขียนในเรื่องบ่อยๆ

2.บางเม้นที่แนะนำติชมมา ฟางก็จะได้นำไปปรับปรุงแก้ไขในตอนต่อๆไป

3.บางเม้นทักท้วงคำผิดคำตกคำหล่นมาเช่นตอนนี้ก็มี นั่นฟางยิ่งต้องอ่านเพื่อกลับไปแก้ให้ เพื่อท่านที่อ่านในตอนหลังๆจะได้ไม่สะดุด ซึ่งตรงนี้ฟางถือว่าเป็นการแบ่งปันความลื่นไหลในการอ่านนิยายอย่างหนึ่ง

4.ทุกท่านที่คอมเม้นไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ คำสั้นๆประโยคเดียว 2บรรทัด หรือ1หน้าเอสี่ ฟางเชื่อว่าพวกท่านมีความตั้งใจและชื่นชอบจริงๆ ฟางเป็นคนเขียนฟางยังอยากให้เขาอ่านทุกตัวอักษรแล้วเขามาคอมเม้นฟางก็ต้องอ่านทุกเม้นเหมือนกัน นั่นคือการขอบคุณและให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เม้นบวกเม้นลบก็มีค่ะเพียงแต่เขาลบในเชิงเนื้อหาของเรื่องเช่นเรื่องยืดไป พระเอกชั่วไป แนวๆนี้ฟางโอเคเพียงแต่ฟางไม่เคยเจอเม้นแบบเธอคนนี้เลยไม่โออย่างแรงบอกตรงๆว่าเกลียดมาก นี่เป็นคนรักใครก็รักแรงพร้อมเปย์อ่ะ แต่ถ้าเกลียดก็จะเกลียดจนอยากเหยียบเงาเหมือนกัน

มาดูความเกลียดเธอของฟาง เวลา3ทุ่มกว่าๆฟางไม่จบแต่ไม่จบแล้วทำไงได้อ่ะก็เธอเป็นแค่ขี้กุ๊ยคีย์บอร์ดคนนึงแค่นั้นนี่ สิ่งที่ฟางทำได้ก็คือคว้าธูปมาหนึ่งกำแว้นไปศาลพระภูมิเจ้าที่เจ้าทางกลางหมู่บ้านพฤกษา15นี่บอกพิกัดกันไปเลย ท่านค่อนข้างแรงมากถึงขนาดมีคนมาแก้บนด้วยลิเกคณะดังฟางยังไปนั่งดูเลยอ่ะ จอดรถปุ๊บผู้หญิงตัวสั้นๆตันๆชื่อโอ๋หรือฟางก็คว้าธูปที่ถือติดมือมาเดินไปขอยืมไฟแช็กพี่วินโดนแซวนิดหน่อยว่ามาขอหวยเหรออันนั้นผ่านไป ตั้งสติได้ก็แช่งเลยจ้าว

"สาธุเจ้าที่เจ้าทางเจ้าขา เจ้าของเม้นที่8932ของเรื่อง หลงลืมรัก ที่บอกว่าลาทีหนูก็ขอให้เขาลาแล้วลาลับอย่าได้กลับมาอ่านอีกเลยนะเจ้าคะ ถ้ามาอ่านอีกขอให้ตานางบอดสีขอให้นิ้วที่ใช้เม้นว่าลาทีแต่ดันกลับมานั้นนิ้วคดนิ้วงอไปเลย ถ้าเป็นคนเขียนนิยายก็ขอให้ทำมาหากินไม่ขึ้นทุกทางแป้กๆทุกเรื่อง ถ้าเป็นคนอ่านก็ขอให้ไปอ่านเรื่องไหนก็ไม่ได้ดั่งใจนางขอให้นางเฮือกๆๆหายใจไม่ออกเป็นลมบ้าหมูเวลาคนเขียนเขาหยุดอัพไป1วันเถอะสาธุ๊"

จากนั้นก็แว้นกลับบ้านอย่างสง่าผ่าเผยพร้อมไฟแช็กพี่วินที่ฟางเผลอยึดมาด้วย คือกลับบ้านมาเพื่อพบว่าคุณสามีเอาแมงหลานตัวแสบมานั่งเล่นกับน้องหมา3ตัวหน้าบ้านเพื่อรอฟาง มันอะไร๊ตกลงฟางต้องอาบน้ำให้แมงหลานอีกรอบก่อนจะจับขวดนมยัดใส่ปากนางแล้วเล่าเรื่องนี้ให้นางฟังจนนางหลับ รู้เรื่องไม่รู้เรื่องไม่รู้ฟางรู้แต่ฟางเพลินปากแต่ก็เพลินอยู่แต่ในอาณาจักรของตัวเองไม่ได้ระรานใคร จบข่าวเน้อจ้าว

ป๊ะกั๋นใหม่วันพรุ่งนี้หนาคำคนเสียสติเพียงคนเดียวไม่มีวันเขย่าเรื่องราวของคู่เวรคู่กรรมคุณโปรดหลงรักได้แน่นอนรับปากจริงจังจุ๊บเหม่งมัดรวมเน้อ ไม่เอาๆขีดๆวงกลมไว้ฟางจุ๊บเหม่งมัดรวมแค่คนน่ารักคนไม่น่ารักไปเล่นหินเล่นทรายที่อื่นไป๊อย่ามาระรานก้าวร้าวให้เขารำคาญกราบงามๆ

**จงเลือกรักคนที่เขารักในแบบที่คุณเป็น และจงหลีกเลี่ยงคนที่เขารักคุณในแบบที่เขาต้องการให้คุณเป็น"

ถ้าเป็นไปได้อีก30ที่เหลือฟางจะมาลงให้พรุ่งนี้เน้อถ้าไม่ได้จะลงวันอาทิตย์จ้าว น่าจะได้แหละเพราะพรุ่งนี้จะให้แฟนช่วยเลี้ยงหลานสาวเอา แจ้งการลงนิยายน้องหลงนะคะ นับตั้งแต่วันจันทร์หน้า จ-ศ ฟางจะมาลงให้ทุกวันแต่จะวันละครึ่งตอนเน้อ คือฟางต้องเลี้ยงหลานสาววัย2ขวบกว่าๆจ้าวเพิ่งไปรับมาเมื่อวานพ่อแม่นางไปทำงานต่างประเทศเกือบ2เดือนเลยเน้อ ไม่มีผลกระทบเท่าไหร่เพราะฟางแบ่งมาอัพถี่ๆแต่ทีละครึ่งแล้วเนอะ 

ถามหาฉากฟินๆอีก30เปอร์ที่เหลือไม่มี๊ไม่ฟินไม่อุ่นไม่ละมุนไม่อมยิ้มเลยซักนิ๊ดเดียว ไม่มีจุ๊บ อืมม ด้วย ไม่มีคว้าหมับแมงหนอนใหญ่ของท่านโปรดด้วย อะไรอีก ไม่มีบอกรักกันด้วย ไม่มีน้ำตา ไม่มีหนุนแขน ไม่มีเม้มปากกันเบาๆ ขนลุกๆพอละๆ เดี๋ยวไป ซา-ปอย ต่อที่เพจหนาจ้าว 35ที่เหลือเอาใจแม่ยกคุณท่านที่กำลังเช็ดป้ายไฟเน้อจ้าว ดูจากชื่อตอนเอาเน้อ

ขอบคุณทุกๆท่านนะคะสำหรับกำลังใจดีๆ ขอบคุณที่รอคุณโปรดน้องหลง ขอบคุณทุกๆคอมเม้นฟางยังยืนยันว่าอ่านทุกเม้น คือแบบอ่านไปบางเม้นก็พาลจะทำให้ฟางน้ำตาซึมตามไปเน้อ ถ้าจะวิเคราะห์กันเอ++แบบนี้ฟางล่ะจดไว้รัวๆเลยชอบมาก คำว่ารักเราไม่รู้หรอกว่าคนพูดเขาจริงใจใส่ใจแค่ไหน แต่มันก็เป็นคำที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีได้ไม่ใช่เหรอ รักและเป็นกำลังใจให้ทุก-ทุกท่านนะคะ จุ๊บเหม่งมัดรวม 

ปล.คำผิดหลายๆตอนที่ผ่านมาคุณหนอนหนังสือขอบคุณมากๆค่ะ น้องนู๋นกท่านนี้คือแขนซ้ายของฟางจริงๆต้องตอนแคปมาให้รัวๆ คุณพี่อีกท่านที่บอกคำผิดมาที่เม้นในเพจ คุณแก้ว คุณเปิ้ล(เที่ยวต่างจังหวัดให้สนุกเดินทางไปกลับปลอดภัยนะคะ) คุณกีรติ คนนี้ฟางยืมชื่อมาให้ผู้โย น้องเมย์ คุณcaหรือcl นี่แหละคือฟางจำได้แต่ตัวหน้า และอีกหลายๆท่านขอบมากๆค่ะ แล้วพบกันใหม่จ้าวว


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น