ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 31 เมินเฉย 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 31 เมินเฉย 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.7k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2560 02:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 31 เมินเฉย 100%
แบบอักษร

​HATE EFFECTS: 31


ภูเก็ต...


ภากรและวาณิชาเดินทางมาถึงก็มุ่งหน้าไปยังจุดที่ทั้งสองตั้งใจจะมากันวันนี้ เมื่อมาถึงยังโรงแรมที่เพื่อนๆของสาวน้อยกำลังฝึกงานอยู่เธอก็ไม่รอช้าที่จะตรงเข้าไปหาประชาสัมพันธ์เพื่อที่จะขอให้เขาช่วยตามปอออกมา ในระหว่างที่นั่งรอบริเวณล็อบบี้ก็สั่งของว่างมาทานเล่น


"ไม่ต้อง ณิชาจ่ายเอง" เธอกดมือของภากรแล้วชิงจ่ายเงินให้พนักงานตัดหน้า ภากรเกิดอาการงงเล็กน้อยแล้้วหันสายตาไปทางสาวน้อยที่นั่งอยู่ตรงหน้า "พี่ณิริณบอกว่าพี่กรต้องใช้เงินเยอะ ณิชาไม่อยากเป็นภาระเพิ่ม"​


ภากรหัวเราะเล็กน้อย "เงินในบัญชียังเหลือเปย์ให้เมียเด็กของพี่ได้ทั้งชีวิตเลยล่ะ ไอ้ที่ใกล้หมดตอนนี้ก็กลับเข้ามาเยอะแล้ว" วาณิชาหน้าแดงนิดๆแล้วพยายามหันไปทางอื่นเป็นการกลบเกลื่อน ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบผมยาวสลวยของเธอ "ทำตัวน่ารักก็เป็นนี่หว่า อะๆ ถ้าตีหรือตบ...พี่จับปล้ำตรงนี้จริงๆนะ"


"บ้า!!" วาณิชานั่งนิ่งด้วยความเขินอาย สาวน้อยพยายามไม่หันสายตาไปทางเขาเพราะจะทำให้ยิ่งใจสั่นมากยิ่งขึ้น นั่งรอกันไปสักพักใหญ่ๆปอก็เดินออกมาจากทางออฟฟิศของโรงแรมแล้วเข้ามาหาทั้งสองทันที


เด็กฝึกงานสวมชุดของโรงแรมกึ่งวิ่งกึ่งเดินแล้วยิ้มให้เพื่อนสาวที่มาเยี่ยม "ที่ฝึกงานของณิชาพามาเที่ยวอีกแล้วหรอ?" ปอนั่งลงกับเก้าอี้แล้วถามขึ้น


วาณิชาส่ายหัว "เปล่า ที่มานี่เพราะณิชามีเรื่องจะคุยกับปอ"


"อื้อ ว่ามาสิ...แต่ปออยู่ได้ประมาณชั่วโมงนึงนะ"


วาณิชาหันไปหาภากรอีกครั้ง เขาพยักหน้าเบาๆเชิงบอกว่าให้เธอทำตามที่ตัดสินใจเอาไว้ก่อนจะถอนหายใจหนักๆออกมา "เรื่องปอกับพี่ณวัฒน์ จริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่"


ปอชะงักไปสักพัก "ก็...ก็ลูกพี่ลูกน้องกันน่ะ ทะ ทำไมหรอ?"


"เฮ่อ จริงๆณิชาก็ไม่อยากยุ่งหรอกนะถ้าเรื่องนี้ไม่มีพี่ณิริณไปเกี่ยวข้องด้วย ณิชารู้มาว่าพี่ณวัฒน์เป็นลูกคนเดียวและไม่มีญาติที่ไหน? แล้วปอก็มาจากต่างจังหวัดเหมือนกับณิชา...บอกมาตรงๆเถอะว่าเป็นอะไรกันแล้วเขาคิดจะทำอะไรหลังจากนี้ ปอก็รู้ว่าณิชาไม่ชอบคนโกหกและการตักคนๆหนึ่งออกจากชีวิตน่ะณิชาทำได้ง่ายมากๆ เพราะเพื่อน...ณิชาจะหาที่ไหนก็ได้"


ปอหลุบตาลงด้วยใบหน้าเคร่งขรึมก่อนจะตอบกลับไป "ปอเป็นนางบำเรอของเขา แล้วสงสัยเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"


"หึ! ไอ้ณวัฒน์มันแอบมายักยอกเงินบริษัทของฉันไปเลี้ยงดูเธอไง ถ้าณิชาไม่บอกฉันว่าเธอกับมันเป็นญาติกันก็คงไม่สงสัย เธอรู้อะไรรีบๆบอกฉันกับณิชามาเถอะจะได้ไม่ต้องโดนร่างแหไปด้วย" ภากรพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและจริงจัง เขายืดตัวขึ้นแล้ววางมือลงบนโต๊ะกระจก "ตอนนี้ฉันมีหลักฐานมากพอที่จะเอามันเข้าคุกไปพร้อมๆกับเธอได้ ถ้ายอมบอกก็จะกันเธอไว้เป็นพยาน" จิตวิญญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เก่ายังคงอยู่ เรื่องการต้อนผู้ต้องสงสัยให้จนมุมนี่แหละงานถนัดของภากร


ปออ้ำๆอึ้งๆ เธอเริ่มจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าจะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี "ปอรู้แค่ว่าเขาทำธุรกิจด้านมืดและเขาก็เกลียดพี่เขยของณิชามากบอกว่าจะหาทางทำลายทุกๆทาง จู่ๆไม่กี่เดือนก่อนหน้าเขาก็บอกว่านายใหญ่ต้องการตัวพี่สาวของณิชาถึงแม้ว่าจะแต่งงานแล้วก็เถอะแถมยังให้ค่าตัวตั้งหลายล้าน ปอมีหน้าที่สืบเรื่องพี่ณิริณจากณิชาและถ้าสำเร็จปอก็จะได้ส่วนแบ่งเลยตกลงว่าจะช่วย เพียะ !!!" หญิงสาวหน้าสะบัดตามแรงมือของวาณิชาต่อหน้าคนทั้งโรงแรมแล้วยกมือขึ้นมากอบกุมแก้มของตัวเองเอาไว้ "ฮึก แล้ว...ครั้งก่อนไม่สำเร็จ นายใหญ่โกรธมากเลยทำร้ายคุณณวัฒน์ปางตาย ฮือๆ เขารักษาตัวเป็นเดือนจึงเริ่มแผนใหม่ ณิ...ณิชาไม่เข้าใจคนจนๆอย่างปอหรอกว่าปออิจฉาแค่ไหนที่เห็นณิชามีทุกอย่าง ฮืออ"


วาณิชาสูดลมหายใจเข้าเพื่อควบคุมสติโดยมีภากรคอยจับแขนเธอเอาไว้ "ฉันก็เคยไม่มีมาก่อนแล้วทำไมจะไม่เข้าใจ แต่อย่างน้อยๆฉันก็ไม่เคยคิดจะทำลายคนอื่นเพื่อให้ได้เงินมา ภูมิใจนักหรอ?...ถ้าอยากได้เงินง่ายๆขนาดนั้นทำไมไม่ขายตัวเองไปล่ะ"


"ณิชา..." ภากรพยายามเรียกสติให้เธอใจเย็นลง


สาวน้อยยังคงจ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาแข็งกร้าว เพราะความโกรธจึงทำให้เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกกันในทันที "ขอบใจที่บอกทุกอย่าง และหลังจากนี้ก็ขออันเฟรนด์ บล็อกไลน์ ลบรูปคู่เลยก็แล้วกันนะ ไปเที่ยวบนดอยปลายปีก็ขอยกเลิกด้วย...หวังว่าหลังรับปริญญาแล้วจะไม่ต้องเจอกันอีก ฉันคงเป็นเพื่อนกับคนแบบเธอไม่ได้จริงๆ ถ้าพี่สาวฉันต้องเลิกกับพี่คิณหรือว่ามีอันตรายตรงไหนล่ะก็ เตรียมรับกรรมจากฉันได้เลยเพราะฉันกัดไม่ปล่อยแน่และจะขัดขวางทุกทางด้วย" คนอารมณ์ร้อนหยิบกระเป๋าถือมาไว้กับตัวก่อนจะเอื้อมไปจับมือภากรเอาไว้โดยไม่รู้ตัวเลยสักนิด "กลับกันเถอะพี่กร อยู่นานกว่านี้ณิชาคงได้ตบอดีตเพื่อนคนโรงแรมนี้แน่"


"พี่ขอถามยัยนี่อีกสักข้อนะ" วาณิชาพยักหน้าอีกครั้งตามคำขอของเขาแล้วทั้งสองก็หันไปหาปอที่สะอึกสะอื้นหลังจากถูกจับได้ "พอจะบอกได้ไหมว่าทำไมไอ้ณวัฒน์มันถึงเกลียดน้องชายฉันขนาดนั้น"


ปอปาดน้ำตาแล้วพยายามกลั้นอาการสะอื้น "เขา... ฮึก เขาบอกว่าคนที่ชื่อภาคิณเคยทำให้เขาเจ็บปวดแล้วก็... ฮึก แย่งทุกสิ่งทุกอย่างของเขาไป"


"เจ็บปวดหรอ? แย่งทุกอย่างไปจากมันหรอ?" ภากรทบทวนคำนั้นให้แน่ใจอีกครั้ง


หญิงสาวพยักหน้าทั้งน้ำตา "ค่ะ ปอได้ยินเขาบอกมาแบบนั้น ฮึก ยะ อย่าเอาเรื่องปอเลยนะณิชา ปอ...ปอขอโทษ" 


วาณิชาขยับตัวหนีพร้อมเบ้ปากเล็กน้อย "กลัวความผิดสินะถึงได้ขอโทษ...ทีก่อนทำล่ะทำไมไม่คิด ฉันไม่ได้โลกสวยแบบนางเอกละครไทยหรอกนะ...กลับกันเถอะพี่กร อยู่นานกว่านี้แล้วจะอารมณ์เสียหนักกว่าเก่า" เธอสะบัดหน้าโดยไม่ใยดีกับเพื่อนสนิทเลยแม้แต่น้อย ใช่ว่าจะไม่เสียใจแต่เธอเลือกที่จะแคร์คนในครอบครัวมากกว่าคนนอกอย่างปอ 


ภากรถอนหายใจแล้วลุกขึ้นพาเมียเด็กใจร้อนออกไปจากบริเวณนั้นโดยปล่อยให้ปอสะอึกสะอื้นตามลำพัง เพราะรู้ว่าวาณิชากำลังอารมณ์ไม่ดีจึงไม่ได้พากลับกรุงเทพในทันที ชายหนุ่มจับมือสาวน้อยเดินเตะทรายตามชายหาดเพื่อระบายความอัดอั้นตันใจได้ตามสบายโดยมีเขาคอมดูแลอยู่ใกล้ๆ


#####


กรุงเทพ...


วาณิริณเดินทางมาหาภาคิณพร้อมกับมื้อเที่ยงให้ในบริษัทของเขา วันหยุดที่ไร้ซึ่งพนักงานก็มีเพียงสามีของเธอเข้ามาสะสางงานที่ค้างอยู่ สิ่งที่ผิดแปลกไปก็คือ...วาณิริณรู้สึกว่าเขาดูนิ่งๆไป หญิงสาวจัดอาหารใส่จานแล้วนำมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานของภาคิณ


"ทานก่อนนะคะแล้วค่อยทำงานต่อ"


ภาคิณมองอาหารที่วางอยู่ตรงหน้าแล้วกระตุกยิ้ม "ลงทุนไปซื้อหารโรงแรมมาให้พี่เลยหรอ?" น้ำเสียงของเขาไม่น่าฟังเลยสักนิด ทั้งๆที่พยายามไม่คิดอะไรแล้วแท้ๆแต่ก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ "ไอ้อ้นมันนัดไปทานข้าวเที่ยงเลยฝากมาให้พี่หรอ?"


วาณิริณนั่งลงบนโซฟาด้วยความนิ่งเงียบเช่นกัน "คุณลุงกับคุณป้า หมายถึงพ่อแม่ของยัยปลาชวนไปค่ะ...แต่คุณป้าเกิดป่วยกะทันหันซะก่อน คุณอัศนัยเลยอยู่แทน" แววตาหวานกำลังเศ้าลง เธอมองไปที่ภาคิณด้วยสีหน้าที่รู้สึกผิดหวัง "ใครมาพูดอะไรให้ฟังรึเปล่า? พี่คิณไม่ไว้ใจณิริณสินะคะ?"


พรึ่บ!


เขาวางรูปที่ได้มาลงบนโต๊ะ ร่างบางหยัดกายขึ้นมาแล้วค่อยๆเดินเข้ามา มือเล็กหยิบรูปภาพขึ้นมาดูทีละภาพ "เชื่อรูปภาพพวกนี้หรอคะ?" เธอถามเขาไปตรงๆ


ภาคิณยังคงนิ่งเฉยทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย "พี่...พี่ไม่รู้"


"ณิริณก็ไม่มีอะไรจะอธิบายค่ะเพราะว่าไม่มีอะไร...พี่คิณทานข้าวเถอะค่ะ ณิริณขอตัวก่อน" วูบ! ทันทีที่หยิบกระเป๋าถือขึ้นมาแล้วหมุนตัวก็เกิดอาการหน้ามืดเสียอย่างนั้น ภาคิณรีบวิ่งมาประคองตัวเธอไว้แต่กลับถูกปฏิเสธ "ไม่เป็นไรค่ะ ช่วงนี้ณิริณงานค่อนข้างยุ่ง...จะย้ายไปอยู่ที่บริษัทสักพักนะคะ"


"ณิริณ !!"


"ณิริณเสียใจค่ะ ทั้งๆที่เราสัญญากันแล้วว่าจะเชื่อใจซึ่งกันและกันแต่พี่คิณกลับทำไม่ได้ อยู่ห่างๆกันสักระยะเผื่ออะไรๆจะดีขึ้นบ้าง" หญิงสาวดันตัวเขาออกแล้วรีบออกจากห้องนี้ไปโดยเร็ว ตอนนี้เธอทั้งสับสนและมีหลากหลายอารมณ์ในตัว เดินๆไปตามทางก็น้ำตาไหลเสียอย่างนั้น


โครม !!!!


ด้านภาคิณที่ยกมือกุมขมับตัวเองก่อนจะกวาดสิ่งของบนโต๊ะทำงานกระเด็นลงไปกองกับพื้น เพราะอะไร? ทำไม? ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจตัวเองว่าตอนนี้ทำไมเขาถึงได้กังวลใจมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ทุกอย่างก็ไม่อะไรแต่เขาชอบคิดให้มันมีขึ้นมาเสียอย่างนั้น 


ไม่อยากจะให้เป็นแบบนี้เลยแท้ๆ...


ผ่านไปหลายวันที่วาณิริณย้ายกลับมาพักอาศัยที่บริษัทของตัวเอง หญิงสาวก็มุ่งแต่ทำงานและไม่ได้ติดต่อกับสามีของเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาเองก็เช่นกัน....


"ณิริณ แกก็น่าจะใจเย็นกว่านี้หน่อยนะ ก็รู้อยู่ว่ามีคนอยากให้แกกับคุณคิณมีปัญหากัน" ปิยาพัชร์นั่งมองหน้าเพื่อนสาวก็อดที่จะหดหูตามไปด้วยไม่ได้ "นี่...แกทำแต่งานจนแทบจะไม่คุยกับใครเลยนะ"


"ไม่รู้สิ แต่ถ้ายังอยู่ด้วยในขณะที่ยังรู้สึกไม่ไว้ใจแบบนี้ก็จะแย่ไปกว่าเดิม ฉันเอง...ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น" รอยยิ้มปนเศร้าถูกแสดงออกมาจากใบหน้าของวาณิริณ 


ระหว่างที่ปิยาพัชร์กำลังรวบรวมแฟ้มเอกสารที่วาณิริณเซ็นเรียบร้อยแล้ว ณวัฒน์ถือวิสาสะเข้ามาจนเลขาสาวเกิดอาการตกใจเป็นอย่างมาก ร่างสูงโปร่งเดินเอามือล้วงกระเป๋าผิวปากอย่างสบายอารมณ์ก่อนจะนั่งลงที่โซฟาใหญ่ภายในห้องแล้วยกเท้าขึ้นพาดบนโต๊ะกระจก 


"ผมมารับตามสัญญา"


"เมื่อไหร่? ฉันไม่ไปกับคุณ..." วาณิริณเมินเฉยกับท่าทีของณวัฒน์ เธอหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กขึ้นมาแล้วเขียนข้อความด้วยความเร่งรีบก่อนจะแปะลงไปด้านในแฟ้มอันสุดท้าย "อ่านดูให้ละเอียดแล้วทำตามขั้นตอนที่เขียนเอาไว้ด้วย"


"แต่..." ปิยาพัชร์มองแววตาของเพื่อนสาวก็ไม่ได้พูดในสิ่งที่ต้องการออกไป "ได้ จะรีบทำให้เสร็จ" หญิงสาวรับแฟ้มทั้งหมดมาไว้กับตัวแล้วเดินออกจากห้องนี้ไป 


ณวัฒน์เปลี่ยนมาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปอยู่ข้างๆเป้าหมายของเขา ปืนกระบอกน้อยจี้อยู่ที่เอวของเธอ "แกร็กๆ ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ ไปกับผมซะดีๆเถอะ"


วาณิริณหันกลับไปสู้ด้วยสายตา "ฉันจะไปก็ได้ แต่ต้องห้ามยุ่งวุ่นวายกับพี่คิณและครอบครัวของเขา"


"หึ! ไม่รับปาก อย่าให้ผมต้องเสียเวลามากไปกว่านี้เลยนะ รีบๆไปกันได้แล้ว" ไม่รอช้าที่จะกระชากข้อแขนเล็กเอาไว้แล้วบังคับให้เธอไปกับเขา วาณิริณคว้าโทรศัพท์มือถือมาได้ก็ยัดใส่ในกระเป๋าชุดจัมพ์สูทที่เธอสวมอยู่ทันที 


ด้านล่างที่มีรถตู้คันสีดำจอดอยู่...


ปิยาพัชร์ที่แอบลงมาซุ่มดูข้างล่างและจดทะเบียนรถเอาไว้เป็นที่เรียบร้อยนั้นแอบหวาดกลัวอยู่ในใจ ทักทีที่เห็นณวัฒน์พาดันร่างของวาณิริณเข้าไปด้านในและรถก็เคลื่อนตัวในไม่ช้า เธอจึงรีบโทรศัพท์หาเทวินทร์ทันที


"ฮะ ฮัลโหล...คุณเทวินทร์ ฉันเองนะคะ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ"


#####


PK AUTO GROUP....


ปึง !!!!


หลังจากที่โทรบอกข่าวให้เทวินทร์มารายงานเจ้านายของเขา ปิยาพัชร์ก็รีบเดินทางมายังบริษัทของภาคิณทันทีด้วยความร้อนรน


"ว่าอะไรนะ!? แล้วทำไมณิริณถึงไม่ส่งข่าวหาฉันเลย" ภาคิณเค้นเสียงถามทันทีที่รู้ข่าว 


เทวินทร์โค้งตัวเล็กน้อย "ใจเย็นๆก่อนครับคุณคิณ ตอนนี้สารวัตรให้ตำรวจออกติดตามรถตู้คันนั้นแล้วครับ"


"ใช่ค่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น...ที่ยัยณิริณเลือกให้ฉันติดต่อผ่านคุณเทวินทร์ก็เพราะรู้ว่าคุณอาจจะไม่ยอมรับสายหรือว่าไม่อ่านข้อความเหมือนครั้งก่อน ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าทำไมคุณถึงยังระแวงเพื่อนฉันทั้งๆที่แต่งงานกันมาก็ปีนึงแล้ว แต่ที่ฉันจะบอกก็คือ...ยัยณิริณรักคุณ ยอมที่จะทำทุกอย่างเพื่อหาทางช่วยให้คุณและบริษัทนี้ไม่ต้องลำบาก เงินที่คุณคิดว่าธนาคารเปลี่ยนใจให้กู้น่ะ...เป็นเงินของณิริณค่ะ" ปิยาพัชร์อธิบายจนหมดสิ้นให้ภาคิณฟัง "ไม่ต้องไปโทษคุณเทวินทร์หรอกนะคะ ตอนนี้เราต้องหาทางพายัยณิริณกลับมาให้ได้ก่อน"


ภาคิณมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจลงช้าๆ "เทวินทร์ แกให้ตำรวจเช็คสัญญาณโทรศัพท์ของณิริณแล้วบอกคนของเราให้เตรียมพร้อม ฉันจะลักพาตัวเมียของฉันกลับมา...ทำเหมือนที่ทำเมื่อครั้งนั้นนั่นแหละ" ร่างสูงส่งกุญแจรถให้เลขาหนุ่ม "ฉันจะไปหาพี่กร อีกสิบนาทีเจอกันที่รถ...เธอต้องไปด้วย"


ปิยาพัชร์พยักหน้ารับคำ เทวินทร์เงยหน้ามองเจ้านายตัวเองอีกครั้ง "คุณคิณลงมือเองแบบนี้อันตรายนะครับ พวกผมจัดการเองดีกว่าแล้วจะพาคุณณิริณไปที่บ้านหลังนั้นเอง"


ภาคิณถอนหายใจ "เรื่องของฉัน เมียฉัน ฉันต้องรับผิดชอบเอง อ้อ...หาคนไปทำความสะอาดบ้านเก่าของแกด้วย ถ้าสำเร็จฉันจะพาณิริณกับปิยาพัชร์ไปที่นั่น"


เลขาหนุ่มจนใจที่จะทัดทานเขา "ครับ คุณคิณ"


#####


ด้านคนกำลังตกที่นั่งลำบาก...


วาณิริณนั่งอยู่บนรถด้วยความสงบโดยบรรยากาศรอบๆตัวเธอมีแต่ผู้ชายร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่ดูจะเหี้ยมคอยควบคุมตัวเธออยู่ สายตาของคนเหล่านั้นที่จ้องมองมาที่เธอนั้นดูน่ากลัวราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย


"หึ! หน้าซีดเชียวนะครับ กลัวหรอ?" ณวัฒน์หันไปถามหญิงสาวที่เขาพาตัวมาด้วย แต่ได้ความเงียบเป็นคำตอบ "เฮ่อ รู้ไหมว่ากว่าผมจะได้หน้าตาแบบนี้มาต้องผ่าไปกี่ครั้ง กี่ครั้ง...จนทำให้ไอ้ภาคิณมันจำไม่ได้ เหนื่อยมากเลยนะ"


"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?" เสียงเรียบเย็นของเธอเอ่ยถามเบาๆ "ถ้าเป็นเรื่องระหว่างเขากับคุณ ไม่ควรเอาฉันเข้าไปข้องเกี่ยว"


เสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขั้นลั่นรถ มือหนาบีบคางมนไว้แล้วจ้องเธอตาแทบถลน "ก็คุณเป็นเมียมันนี่ อยากรู้ใช่ไหมว่าทำไม!! ผัวคุณมันฟันผู้หญิงไม่เลือกหน้า!! หนึ่งในนั้นก็คนที่ผมกำลังจะแต่งงานด้วยยังไงล่ะ ผมแปลกใจมากเลยนะที่จู่ๆมันก็ประกาศแต่งงานกับคุณทั้งๆที่มันไม่คิดจะจริงจังกับใคร ฮะ ฮ่าๆ ฮ่าๆ แถมพ่อมันยังทำบริษัทของพ่อผมเจ๊งไม่เป็นท่า" แววตาวาวโรจน์ไล่สำรวจร่างกายเธอแล้วบีบมือแน่นกว่าเก่า "อยากเห็นว่าผมจัดการนังคนทรยศนั่นยังไง มันก็เหมือนที่ผมจะทำกับผัวของคุณนั่นแหละ"


เอี๊ยดดด !!!


"อะไรวะ !!?" ณวัฒน์ตะโกนออกมาด้วยความโมโหเมื่อจู่ๆรถที่โดยสารก็หยุดกระทันหัน "จอดทำไมวะ? ไปช้าเดี๋ยวนายใหญ่ก็เล่นพวกมึงหรอก"


"มีรถคว่ำข้าหน้าครับ" คนขับรถรายงาน "นายครับ มีคนกำลังตรงมาทางนี้ใส่ชุดคล้ายๆพกเราครับ"


"คงเป็นคนของนายใหญ่ ลองถามสิว่ามีอะไร" 


คนขับรถลดกระจกลงทันทีที่กลุ่มคนเหล่านั้นมาถึง "นายใหญ่รู้ว่ามีอุบัติเหตุและไม่อยากรอนาน ให้พวกเรามาพาตัวผู้หญิงล่วงหน้าไปก่อน"


"ปะ ไปไหน? ฉันไม่ไปนะ!!" คนตัวเล็กพยายามดิ้นขัดขืนแต่คนด้านนอกก็เปิดประตูเข้ามาแล้วกระชากเธอลงไป "ปล่อยฉันเถอะนะ ฉัน...ฮึก"


"นายใหญ่ไม่ชอบรออะไรนานๆ ไปกับพวกเราเถอะ" ชายคนนั้นแอบส่งกระดาษแผ่นเล็กให้เธออ่าน วาณิริณมองมองเขาชัดๆอีกครั้งก็เหมือนว่าจะเคยเจอที่ไหน "ไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าขัดขืน ไป!!"


"เดี๋ยว!!" ณวัฒน์ตะโกนลงมาจากรถอีกครั้ง "มึงทำงานให้นายใหญ่นานแล้วหรอวะ? กูไม่เคยเห็นหน้าพวกมึงเลย"


"พวกเราก็เวียนกันไปมา ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นคุณครั้งแรกเหมือนกัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงฟังชัดก่อนจะพาตัวหญิงสาวไปยังรถที่อยู่อีกฝั่ง ร่างบางเดินตามแรงจูงของเขาพอขึ้นรถได้คนกลุ่มนั้นก็รีบออกตัวทันที "ขอโทษที่ทำให้ตกใจนะครับ ตอนนี้สารวัตรกับคุณภาคิณรออยู่ที่บ้านไอ้นายใหญ่นั่นแล้วไม่ต้องกังวลหรอกครับ"


หญิงสาวถอนหายใจโล่ง "แล้วรู้ได้ยังไงคะว่าพวกนั้นจะพาฉันไปที่ไหน?"


ผู้หมวดหนุ่มยิ้ม "แค่เช็กสัญญาณการติดต่อของนายณวัฒน์ว่าติดต่อกับใครมากที่สุด แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะครับว่ามันจะพาคุณไปที่ไหน อุบัติเหตุน่ะพวกเราจัดฉากกันเอง...ป่านนี้กองกำลังบางส่วนคงเข้าจับกุมพวกในรถตู้แล้ว แต่คุณต้องเล่นละครตบตาไอ้พวกลูกน้องที่อยู่ในนั้นก่อนเพราะไม่รู้ว่าสารวัตรจะเข้าถึงนายใหญ่ของพวกมันได้หรือยัง"


"ค่ะ ขอบคุณนะคะ" เธอยิ้มด้วยความสบายใจ ใช้เวลาราวๆหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงบ้านหลังใหญ่กลางธรรมชาติซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพมาไกลพอสมควร วาณิริณลงจากรถมาก็ถูกคนที่อยู่ในบ้านรีบพาตัวเข้าข้างในทันที... 


นายใหญ่ที่ว่าเป็นชายชราที่ดูน่าเกรงขาม เขาคือท่านนายพลวิชิต หรือที่เมื่อก่อนก็คือ...เพื่อนรักของภูษิตพ่อของภากรและภาคิณนั่นเอง เขานั่งอยู่กลางห้องนอนกว้างเพื่อรอเธอ...เงินจำนวนมากที่เสียไปก็เพราะอยากได้สาวๆสวยๆมาปรนเปรอโดยไม่สนว่าจะแต่งงานแล้วหรือไม่ แต่เพราะไอ้พวกนั้นมันไม่ได้เรื่องเลยต้องให้เสียเวลาไปมากมาย ถ้าหากต้องการแล้วยังไงเขาก็ต้องคว้ามาให้ได้และเมื่อเขาได้เห็นเธอ "ฉันรอหนูมานานมากเลยนะ"


ปึง !!


ลูกน้องของชายชราปิดประตูลงยิ่งทำให้เธอกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น ชายชราลุกขึ้นมาหวังจะสัมผัสตัวของเธอ 


"อย่าเข้ามานะ" วาณิริณถอยหลังไปสองสามก้าวก็คว้าโคมไปขนาดเล็กขึ้นมาพร้อมสู้ "ฉันไม่ต้องการและไม่เต็มใจมาที่นี่ กรี๊ดดดด"


เพล้ง !!!


"ฤทธิ์เยอะนักนะนังหนู !! เพียะ"


"ชะ ช่วยด้วย!! ปล่อยนะ !!!"


หญิงสาวไม่ยอมเสียอย่างจึงได้เกิดการต่อสู้ระหว่างเธอกับชายชราคนนั้น แม้จะผมขาวทั้งหัวแล้วแต่เรี่ยวแรงก็มีเยอะพอที่จะหยุดการกระทำของวาณิริณได้..อาจะเป็นเพราะเธอหมดแรงไปกับอะไรหลายๆอย่างในทั้งวัน แววตากลมใสมองแล้วคว้าฐานโคมไฟฟาดหัวของเฒ่าตัณหากลับแรงๆหลายทีจนสลบ วาณิริณใช้แรงทั้งหมดผลักร่างอันน่าขยะแขยงออกไปให้พ้นตัวเธอแล้วรีบวิ่งไปทางประตู


กึกๆ 


"ณิริณ !!" ภาคิณเปิดประตูเข้ามาในช่วงจังหวะนั้นพอดี วาณิริณได้แต่นิ่งก่อนที่จะเป็นลมล้มพับไปเสียดื้อๆ ชายหนุ่มรีบเข้าไปประครองร่างภรรยาคนสวยเอาไว้แล้วกวาดสายตาไปยังอีกร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ "ลุงวิชิต!"


"คุณคิณครับ ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้วรีบพาคุณณิริณไปจากที่นี่ก่อนเถอะ" เทวินทร์รีบวิ่งตามเข้ามาเพราะรู้จากสารวัตรณัฐเศรษฐ์ว่าพวกการันต์ถูกปล่อยตัวแล้วเมื่อไม่กี่ชั่วโมงและกำลังจะมาที่นี่ ภาคิณพยักหน้าก่อนจะช้อนตัวร่างงอนงามขึ้นมาและตามเลขาหนุ่มไปติดๆ 


เพราะทุกอย่างคือแผนของสารวัตรณัฐเศรษฐ์ที่ต้องการจะเอาพวกการันต์เข้าคุกอีกครั้ง เขาจึงปล่อยให้นายพลวิชิตลอยนวลอยู่...แต่อีกไม่นานนักหรอก


หมู่บ้านเรือนแพ จ.อยุธยา...


วาณิริณค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาบนฟูกขนาดสามฟุตในห้องนอนขนาดเล็กของเรือนแพหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านเก่าของเทวินทร์ เมื่อสายตาปรับโฟกัสได้ชัดขึ้นก็เห็นทุกอย่างที่อยู่ในนั้น...ร่างบางหยัดกายขึ้นมาเล็กน้อย 


"ณิริณ" ภาคิณเดินเข้ามาพร้อมกะละมังใบน้อยที่มีน้ำและผ้าสะอาดอยู่ "เป็นยังไงบ้าง เพียะ!!!" ใบหน้าคมคายสะบัดทันทีเมื่อฝ่ามือน้อยๆทาบทับที่หน้าของเขาด้วยความแรง เขาค่อยๆวางสิ่งของในมือไว้ข้างๆพร้อมนั่งลงช้าๆ


เป็นครั้งแรกที่เธอตบเขา...


"ถ้าไม่บอกผ่านปิงปองไป พี่คิณจะสนใจไหมคะ? ฮึก" น้ำตาเธอคลอด้วยความเจ็บปวด "ถ้าช้ากว่านี้ ฮืออ ณิริณอาจจะไม่อยู่ตรงนี้แล้วก็ได้ อึก จบเรื่องนี้แล้ว...เราหย่ากันเถอะค่ะ"


"พี่ไม่หย่า!!" สายตาของเขาเองก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน วันนี้เขาเกือบจะเสียเธอไปแถมยังจะถูกขอให้หย่าขาดจากกันอีก "พี่รู้ว่าณิริณกำลังโกรธ ที่ผ่านมาที่พี่อาจจะระแวงไปบ้าง...พี่ขอโทษ" เขาเอื้อมมือออกไปหวังจะเช็ดน้ำตาให้แต่ก็ต้องเก้อเมื่อเธอเบนหน้าหนี


"ณิริณฟังคำขอโทษจนเบื่อแล้วล่ะค่ะ ปล่อยนะคะ!! ฮึก พี่คิณ อื้ออ" ภาคิณดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อยแม้ว่าจะถูกทุบตีแรงแค่ไหนก็ตาม "ไม่คิดจะไว้ใจกันก็ปล่อยค่ะ ฮืออ"


"ไม่ พี่ไม่ปล่อยณิริณไปไหนแน่ๆ ต่อให้พูดคำว่าขอโทษจนตายพี่ก็จะทำ...ขออย่างเดียว ฮึก ขอณิริณยังอยู่กับพี่ก็พอ" กี่ครั้งแล้วที่เธอต้องมาอยู่ในอันตรายโดยที่เขาไม่ใส่เพราะความขี้หึงครอบงำ... กี่ครั้งแล้วภาคิณก็นับไม่ได้ ปากหยักกดจูบหนักๆบนริมฝีปากอิ่มที่พยายามขัดขืนเขาอย่างเต็มแรง


"อื้อ อื้ออ"


"อื้มม" ผละออกจากเธอก็มองแววตาหวานเศร้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา มือหนายกขึ้นลูบใบหน้าเนียนสวยของเธอด้วยความรักที่ให้ไปทั้งใจ "ยังไงพี่ก็ขอแก้ตัว พี่จะไม่ยอมให้พวกมันมาทำร้ายเมียพี่ได้อีกและต่อให้ต้องตายวันนี้พรุ่งนี้พี่ก็จะปกป้องณิริณด้วยชีวิตของพี่เอง..."


วาณิริณก้มหน้าสะอื้น ทั้งๆที่พยายามใจแข็งแล้วแท้ๆแต่ก็ยอมอ่อนให้เขาอีกจนได้ เธอซบหน้าลงที่แผงอกของภาคิณแล้วร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นด้านใน ทั้งโกรธ เสียใจและดีใจในเวลาเดียวกัน เธอโกรธที่ตัวเองยอมใจอ่อนง่ายๆ เสียใจที่เขาเกิดความระแวงสงสัยในตัวเธอและดีใจที่ได้เห็นเขาเป็นคนแรกในยามลำบาก...


บรรยากาศในห้องนั้นค่อยๆเงียบลงมีเพียงเสียงสะอื้นเบาๆเท่านั้น ภาคิณนั่งกอดร่างภรรยาสาวแล้วยกมือลูบผมเธอขึ้นลงเบาๆเป็นการปลอบขวัญเธอให้หายตกใจ "ณิริณต้องอยู่ที่นี่จนกว่าตำรวจจะจับพวกมันเข้าคุกได้ทั้งหมด ที่นี่ปลอดภัยที่สุดและพวกมันคงยังไม่สงสัยอะไรในตอนนี้" ก้มหน้าลงจูบผมดำขลับอีกครั้งด้วยความห่วงใย "อดทนอีกหน่อยนะ แล้วพี่จะรีบมารับ"

_______________________100%________________________________


ช้าไปไหมนังพี่คิณ เขาแอนตี้แกทั้งธันวัลยแล้ว

เจอกันตอนต่อไปค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น