มอมิ้น

เรื่องนี้เคะท้องได้นะคะ ❤

บทความรักร้ายระหว่างนายกับผม ตอนที่11

ชื่อตอน : บทความรักร้ายระหว่างนายกับผม ตอนที่11

คำค้น : บทความรักร้ายระหว่างนายกับผม ตอนที่11

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.3k

ความคิดเห็น : 106

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ส.ค. 2560 20:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทความรักร้ายระหว่างนายกับผม ตอนที่11
แบบอักษร

ตอนที่11

#บทความรักร้ายระหว่างนายกับผม


“ไปไกลๆส้นตีน!” กายตะโกนคำนี้ออกมาก่อนจะชักสีหน้าพร้อมเดินหนีออกมาโดยมีเสียงหัวเราะของเมลดังตามด้านหลัง คนตัวบางพยายามเดินหนีออกมาแต่ดูเหมือนว่าไอ้ตัวกวนก็คอยเดินตามมาอยู่ได้


...กึก.....

จนเขาต้องหยุดเดินแล้วหันกลับไปตวัดสายตามองมันแบบนี้


“เลิกตามกู”

“เหี้ยอะไร ก็ไอ้ไนท์มันไปแล้วแล้วมึงจะกลับยังไง ก็เดี๋ยวจะไปส่ง”

“...........”


“ไม่ใช่อะไรหรอกนะ แต่สงสาร” พอพูดจบคำเมลก็หลุดหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับเดินไปยังจุดที่รถของตัวเองจอดอยู่ ส่วนกายก็ต้องยอมยืนนิ่งรอมัน เพราะเออก็จริงเพราะไนท์กลับไปแล้ว แล้วอย่างงี้เขาจะกลับยังไง จนสุดท้าย ถึงต้องยอมเข้ามานั่งในรถของเมลจนได้


“ไอ้เกมมันหลงมึงแล้วหรอ” กายเปิดฉากขึ้นเมื่อรถเคลื่อนตัว

“ไม่รู้ดิ”

“ถึงขั้นไหนแล้ว”


“ก็เหมือนเดิม ปกติ” เมลเลือกจะไม่บอกความจริง เพราะเอาเข้าจริงเขาไม่อยากให้กายรู้ว่าเขากับเกมถึงขั้นได้เสียกันแล้ว เออถึงตอนนี้จะอยู่ข้างเดียวกับกาย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ค่อนข้างจะห่วงความรู้สึกของเกมมากกว่า มันคงแย่ถ้าหากกายรู้แล้วเอาเรื่องนี้ไปพูดหรือด่าเกม


“สองคนนั้นดูรักกันมาก” กายพูดเสียงที่ฟังดูไม่ค่อยดีนัก

“มันก็คบกันมาตั้งนาน มันก็ต้องรักกันดิ”

“ก็ใช่ เพราะงั้น มึงว่ามันจะง่ายหรอที่เราจะเข้าไปแทรกพวกมัน”

“ไม่ง่าย แต่ก็แทรกเข้าไปได้แล้วไม่ใช่หรอ...นั่นมันก็แสดงว่า...”

“...........”


“สองคนนั้นมันยังมีช่องว่างบางอย่าง ที่ทำให้คนอื่นสามารถเข้าไปแทรกได้นั่นแหละ” เมลพูดจาเหมือนมีหลักการออกมาแต่พอลองคิดตามแล้วมันก็แฝงเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวอยู่ดี เพราะมันก็คงไม่มีคนดีที่ไหนที่คิดอยากแย่งผัวแย่งเมียชาวบ้าน นอกเหนือไปกว่านั้น ก็คงจะไม่มีคนดีที่ไหนที่จะยอมทั้งนอกใจและโกหกคนรักของตัวเอง


คนเรามันก็....

มีทั้งความเหี้ยและความเห็นแก่ตัวกันทั้งหมดนั่นแหละ


“ส่งแค่หน้าบ้านก็พอ” จนพอมาถึงถนนเส้นเข้าซอยบ้าน กายถึงได้รีบบอก

“กะว่าจะเข้าไปไหว้พ่อกับแม่มึง”

“เพื่อ?”


“อ๋อ เอาตามตรงก็คือกูจะเข้าไปหาเกม” กายกลอกตาไปมาก่อนจะเงียบแล้วยอมที่จะให้เมลขับรถเข้าไปภายในรั้วบ้าน เขาเบะปากเล็กน้อยเมื่อพบว่ารถของไนท์เองก็จอดอยู่นี่เหมือนกัน พวกเขาทั้งคู่เปิดประตูลงจากรถ พอเดินเข้าไปถึงด้านในถึงได้เห็นว่าเกมกับไนท์กำลังนั่งทานข้าวเย็นพร้อมกับพ่อและแม่เลี้ยงของเขาอยู่


กายชะงักนิ่งกับสายตาทั้งของไนท์และเกมที่มองมา

นอกเหนือไปกว่านั้นยังมีทั้งทางฝ่ายพ่อและแม่เลี้ยง....


“มาส่งกายหรอลูก” เสียงนี้ดังขึ้น กายเบ้ปากพร้อมคิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้โคตรตอแหล

“ครับ พอดีเห็นมันระหว่างทางเลยแวะรับ” ไอ้เมลนี่ก็ตอแหลด้วยอีกคน


“งั้นก็มาทานพร้อมกันเลยสิ ลุงสั่งให้แม่บ้านทำกับข้าวไว้เยอะเลยวันนี้” แน่นอนว่าเมลปฏิเสธไม่ได้แถมกายยังต้องเดินตามคนตัวสูงไปนั่งลงยังเก้าอี้ซึ่งว่างอยู่ มันโคตรอึดอัดเพราะบุคคลที่นั่งตรงข้ามของเขาคือไนท์ แถมยังมีแววตาเหมือนแอบไม่พอใจจากไอ้น้องชายตัวแรดส่งมาให้อีก


“ไนท์เอาอะไรอีกมั้ย เดี๋ยวน้าบอกแม่บ้านตักมาเพิ่มให้”

“เอ่อไม่เป็นไรครับ พอดีผมเพิ่งทานมา แค่นี้พอแล้ว” เสียงพูดคุยของแม่เกมและไนท์ดังขึ้น

“ว่าแต่นี่เมลไปมายังไงกับกายหละจ้ะ”


“เสือก...” กายพึมพำพูดขึ้นมาโดยมีแค่เมลที่ได้ยิน

“ไปว่าคุณน้าเขาทำไมวะ”

“ไม่ต้องเสือกไปตอบมันนะ” กายขยับปากพูดกลับไป แล้วภาพที่เขาทั้งคู่กำลังซุบซิบคุยกันมันยิ่งทำให้เหมือนสนิทสนมกันเข้าไปใหญ่


“แหม่ สองคนนี้นี่น้าว่า...”


...เคร้ง!..

แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบคำ ลูกชายของเธออย่างเกมก็วางช้อนลงเสียงดังจนคนทั้งโต๊ะอาหารต้องหันมอง จนพอรับรู้ว่าถูกมองด้วยแววตาตำหนิเกมถึงได้รีบยิ้มแห้งพร้อมเอ่ยพูดประโยคนี้


“ขอโทษครับ มันหลุดมือ...”

“ถ้าอิ่มแล้วก็พอ ไนท์พาน้องขึ้นไปบนห้องก่อนไป เหมือนจะไม่สบายด้วยหรือเปล่า” เสียงจากผู้เป็นพ่อดังขึ้น

“ครับคุณลุง” และไนท์เองก็รับคำพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปพูดบางอย่างกับเกมก่อนจะลุกเดินออกไปพร้อมกันท่ามกลางสายตาของเมลและกายที่มองตามไปด้วยความไม่ชอบใจนัก เหมือนระหว่างทางไนท์จะพูดกวนบางอย่างที่ทำให้เกมต้องหน้าบึ้งเหมือนงอนแล้วคนตัวสูงเองก็หัวเราะพร้อมรีบเดินตามคนรักตัวน้อยขึ้นไป


กายเผลอทำเสียงแหวะ

จนถูกทางพ่อตัวเองหันมอง


“เป็นอะไร อย่าทำมารยาทแบบนี้บนโต๊ะอาหาร มันเหมือนคนไร้ชาติตระกูล”

“ขอโทษครับ” กายพูดกลับไป และเมลเองก็ทำตัวไม่ถูกเลยเลือกที่จะเงียบไปแทน

“ว่าแต่วันนี้จะนอนไหนหรอจ้ะเมล กับหนูกายหรือเปล่า”


“ไม่หรอกครับ เดี๋ยวก็คงกลับแล้ว” ส่วนกายก็คิดว่า อีนังบ้านี่โคตรจะวุ่นวายกับเมลและเขาเลย  แต่ก็แน่นอนว่าอยู่ต่อหน้าพ่อเขาถึงทำอะไรมากไม่ได้ นั่งทนความอึดอัดบนโต๊ะอาหารไปจนทานอิ่ม และในที่สุดกายถึงได้เดินแยกขึ้นมาบนห้องโดยที่ก็มีเมลตามมาด้วยนั่นแหละ


จนพอเข้ามาในห้องของตัวเอง

กายถึงได้เดินไปตรงหน้าต่างของห้อง พร้อมกับ


“นั่น ห้องไอ้เกม”

“แล้ว?”

“ตอนนี้สงสัยคงจะเย็ดกับไอ้ไนท์อยู่”


“ค-วย” คราวนี้กลับกลายเป็นกายที่รู้สึกสนุกในการแกล้งมัน เขาหัวเราะขึ้นมาพร้อมยิ้มกว้างกับใบหน้าไม่พอใจของเมล แล้วก็เป็นเมลที่ฉีกยิ้มขึ้นมาแล้วพูดสวนกลับด้วยคำนี้

“อ้าวยิ้มกับคนอื่นเขาเป็นด้วยหรือไง”


“ไอ่สัส” กายเลยกลับมาหน้าบึ้งเหมือนกับยามปกติ แถมเจ้าของห้องยังทำไม่สนใจเขา เดินเข้าไปเล่นกับเจ้ากระต่ายตัวกลมก่อนจะหยิบผ้าขนหนูแล้วเดินตัวปลิวเข้าห้องน้ำไป เมลมองตามก่อนจะเบือนหน้าหนีพร้อมกับขาที่ก้าวออกไปยืนยังระเบียงห้องของกาย


เขาท้าวแขนลงกับราวระเบียง

พร้อมส่งสายตาทอดมองไปยังห้องที่กายบอกว่าคือห้องของเกม


“เฮ้อ...” สุดท้ายถึงได้หลุดถอนหายใจพร้อมกับมือที่หยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ และเมลยิ่งต้องขมวดคิ้วเมื่อพบว่าเกมเองก็เดินมาตรงระเบียงห้องของตัวเองเหมือนกัน ถึงแม้จะอยู่ไกลพอควรแต่เมลก็รับรู้ว่าคนตัวเล็กก็กำลังมองมาทางเขาอยู่


ใบหน้าน้อยใจที่สัมผัสได้ มันทำให้เมลเผลอยิ้ม

แต่ก็ต้องหุบยิ้มลง เมื่อพบว่าใครอีกคนในห้องกำลังเดินออกมาพร้อมกอดหมับเข้าที่เอวของเกม


..กึก..!!

เมลเลื่อนปิดประตูระเบียงห้องด้วยความหงุดหงิด เขากลับเข้ามานั่งสูบบุหรี่ด้านในด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนพอกายเดินออกมาจากห้องน้ำ เจ้าของห้องตัวบางถึงได้ขมวดคิ้วตามไปด้วย


“แล้วมาสูบบุหรี่ในห้องทำไม มันจะเหม็นติดห้อง”

“อย่าพูดมาก” กายตาโต เพราะจู่ๆก็โดนว่า


“เอ้าไอ้นี่ ก็นี่มันห้องกู” แต่พอพูดไปแบบนี้เมลมันกลับทำเพียงเงียบพร้อมกับท่าทางที่เหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ กายถึงได้เลิกสนใจแล้วทำเพียงเดินไปอุ้มสีเทาขึ้นมานั่งเล่นด้วยบนเตียงเท่านั้น เวลาผ่านไปนานสองนานโดยที่ทั้งห้องมีเพียงความเงียบ กายไม่ได้อึดอัด เพราะไม่ได้สนใจมันอยู่แล้ว


แถมพอตอนจะกลับ

ยังเสือกเดินกลับไปแบบไม่พูดไม่จาอีก...


“เอ้าแล้ว ไอ้เมล!มึงลืมโทรศัพท์!” กายตะโกนตามไล่หลังแต่มันดันเดินนำไปแล้ว สุดท้ายเขาถึงต้องเดินออกมาจากห้องแล้ววิ่งออกมาจนถึงประตูรั้วบ้านที่รถของเมลจอดอยู่ เขาตะโกนเรียก จนใครอีกคนยอมที่จะหยุดยืนรอที่รถของตัวเอง

“ทำไม”

“ลืมโทรศัพท์” กายพูดเสียงห้วน


“อ่า ขอบคุณ” เมลตอบกลับมาพร้อมกับมือที่รับโทรศัพท์ของตัวเองมาถือไว้ กายชักสีหน้าก่อนจะเตรียมพาตัวเองเดินกลับเข้าในบ้านเมื่อพบว่าเมลขับรถออกไปแล้ว เขาเดินก้มหน้าก้มตาเพราะกำลังสนใจมองพื้นทางเดินที่มีลายของหินอยู่


..ผลั้ก..!!

จนก็ต้องสะดุ้งเมื่อเดินชนเข้ากับแผ่นอกของใครบางคน และเมื่อเงยสายตาขึ้นมอง


“ไหนว่าจะไม่ยอมทำตามที่กูสั่ง?”

“อะไร”


“แต่ก็ดี เอาให้มันเลิกยุ่งกับเกมให้ได้แล้วกัน” นอกจากจะไม่ได้รับคำตอบแล้ว กายยังได้รับฟังประโยคอะไรก็ไม่รู้ ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว้นเงยมองใครอีกคนก่อนจะต้องเม้มปากเมื่อหน่วยตาสบเข้ากับรอยคิสมาร์กที่ลำคอของไนท์


“กูบอกแล้วไงว่ากูจะไม่ทำตามที่มึงสั่ง”

“อ๋อ ไม่ได้ทำตามที่กูสั่ง?งั้นก็แสดงว่าทั้งหมดตอนนี้”

“.........”


“ทำตามความร่านของตัวเองล้วนๆ งั้นหรอ?” ไนท์ถามแต่เหมือนจะเป็นคำด่าเสียมากกว่า 

กายไม่ตอบแต่ทำเพียงถอนหายใจแล้วเตรียมจะเดินหนีเข้าไปด้านในของตัวบ้านเท่านั้น


...หมับ...

แต่แขนของเขาถูกรั้งไว้ และกายเข้าใจว่าไนท์คงไม่อยากให้เกมเห็นถึงได้ลากให้เขาเข้าไปด้านในของรถ


“มันดึกแล้วกูออกไปไม่ได้!” กายพูดขึ้นเสียงดังเมื่อพบว่าไนท์กำลังขับรถออกมา

“....”

“ไอ้เหี้ยไนท์!!” จนพอเข้าหลุดตวาด คนที่ขับรถอยู่ถึงได้หลุดกระตุกยิ้มพร้อมเหยียบคันเร่งขึ้นหนักกว่าเดิม กายแสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด แต่เขาทำอะไรไม่ได้นอกจากการนั่งเงียบพร้อมหอบหายใจด้วยความวิตกกังวล ตลอดการเดินทางกายไม่ได้พูดอะไร และไนท์เองแน่นอนว่าก็ไม่ได้ชวนพูด


กายไม่รู้หรอกว่าไนท์มันจะลากเขาออกมาทำไม

แต่ที่พอรู้ก็คือมันต้องจงใจแกล้งเขาแน่


“ลงมา” พอมาถึงคอนโด ไนท์ก็สั่ง

“เพิ่งเย็ดกับไอ้เกมเสร็จ ยังจะลากกูออกมาเย็ดอีกหรือไง มันไม่เร้าใจหรือว่า....”

“เหอะ สมองคิดแต่เรื่องนี้หรอวะ”


...หมับ..

“ลงมา!” คราวนี้ไนท์มันกระชากพร้อมพูดสั่งเสียงดังปนหงุดหงิด กายจำใจต้องยอมเดินตามทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปทำอะไรให้มันไม่พอใจ คิดทั้งทางก็ยังคิดไม่ออก


...กึก...

ขนาดเข้ามาในห้องแล้ว ก็ยังคิดไม่ออก


“พามาทำไม” พอกายถามขึ้น ไนท์ถึงได้เงียบ เพราะตัวเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะลากมันออกมาทำไม

“........”

“.........” ต่างคนก็ต่างเงียบพร้อมยืนมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะพูดอะไร


“การบ้านบนโต๊ะอะเห็นมั้ย ทำให้กูหน่อย” กายงง แต่ก็ยอมเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่วางอยู่มุมห้อง เหมือนไนท์เองมันก็ทำเพียงเดินไปนั่งลงบนเตียงด้วยใบหน้าที่ก็ยังคงขมวดคิ้วอยู่


“ที่จริงถ้าคิดถึงกูก็แค่บอก...”

“เลิกพร่ามแล้วทำให้เสร็จ!” พอพูดมากเข้า เลยโดนตะคอกกลับมาแบบนี้ กายชักสีหน้าพร้อมลงมือทำงานตรงหน้าต่อโดยที่ไนท์นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนเตียง มันเป็นบรรยากาศที่แปลกแต่กลายกลับอดจะอมยิ้มกับตัวเองไม่ได้ ก็ยอมรับแหละว่าการแอบมองไนท์มันเป็นอะไรที่มีความสุขของเขา


“ลายมือโคตรแย่...” กายพึมพำเมื่อพลิกย้อนดูชีทแผ่นก่อนหน้า

“........”

“.........” กายยิ่งแอบยิ้มเมื่อเห็นว่าบางหน้าไนท์มันวาดรูปมั่วซั่วลงไปเหมือนกับกำลังเบื่อในการนั่งเรียน แต่พอนานเข้ามันก็เริ่มเหนื่อยแต่เขาก็พยายามทั้งคิดและเขียนงานให้ไนท์จนจบชีททั้งปึก


แต่พอเห็นว่าห้องชักเงียบเกินไป กายถึงได้เหลือบมองไปที่คนบนเตียง

และภาพของไนท์ที่นอนหลับอยู่...


...ตึกตัก ตึกตักก...

มันทำใจของเขาสั่น อย่างช่วยไม่ได้...


กายวางมือออกจากการบ้านของไนท์ก่อนที่จะเดินตรงเข้าไปนั่งยังพื้นที่เตียงที่ว่าง เขากอดเข่าของตัวเองพร้อมกับสายตาที่มองดวงหน้าของใครอีกคนอยู่แบบนี้ มือเรียวอยากจะเอื้อมจับแต่ทำได้เพียงการทำเหมือนตัวเองกำลังสัมผัสใบหน้าของใครอีกคน


กายแอบคิด ว่าจมูกของไนท์โด่งแบบนี้ถ้าในตอนที่สัมผัสมันจะเป็นแบบไหน

แล้วกลีบปากได้รูปแบบนั้น คนที่ได้รับจูบจากอีกร่างคงจะรู้สึกดีมากเลย

มองเลยมาถึงมือหนา ก่อนจะแอบยิ้มเศร้าเพราะเขาอยากมีโอกาสได้กุมมือกับอีกคนบ้าง


...อยากจับมือกันเดินเที่ยวห้าง แล้วก็ไปดูหนังด้วยกัน กินข้าวพร้อมกันแบบที่นั่งโต๊ะเดียวกันด้วย...


“ฮึก...” กายไม่ได้อยากร้องไห้แต่ทั้งความน้อยใจและอะไรต่อมิอะไรมันกำลังจู่โจม ทั้งที่อยู่ใกล้แค่นี้แต่แค่สัมผัสก็กลับทำไม่ได้ ที่จริงแค่ได้รับคำว่าฝันดี กับคำว่ามอนิ่งตอนเช้าเขาก็ดีใจแล้วนะ


..หมับ..!!

แต่แรงกระชากแขนทำให้กายต้องรีบยกมืออีกข้างเช็ดน้ำตาพร้อมหยุดหายใจเมื่อพบว่าไนท์กำลังจ้องหน้าของเขาในระยะที่ใกล้ขนาดนี้ กายกำลังทำตัวไม่ถูกกับแววตาของไนท์ที่ได้รับ


ยิ่งเมื่อคนตัวสูงทำเหมือนขยับหน้ามาใกล้...

และเมื่อไนท์หยุดนิ่ง กายถึงได้เป็นฝ่ายที่เคลื่อนใบหน้าเข้าหาเสียเอง

มันอีกเพียงแค่นิดเดียวกับระยะห่างของริมฝีปาก


แต่

...ผลั้ก..!


“เหอะให้จูบกับมึงกูไปจูบกับหมายังจะดีกว่า”

“......”

“เลิกหวัง!สกปรก!” ทั้งที่ก็แค่คำพูดไม่ได้รุนแรงอะไรนัก แต่กายกลับเจ็บจนเหมือนหัวใจมันถูกบีบ ส่วนคนพูดก็เดินหนีเข้าไปในห้องน้ำ โดยเหลือทิ้งเอาไว้ เพียงหนึ่งบุคคลที่กำลังนั่งใช้มือยกจับกลีบปากของตัวเอง


พอลับหลัง ก็ทำได้แค่นั่งก้มหน้า

พร้อมกับหยาดน้ำในหน่วยตาที่หยดหล่นกระทบลงบนพื้นห้อง


...ยังกับตัวเชื้อโรคในสายตามันเลย...


# # # # # #

อยากดึงมากอดดด ฮื้อออออออออ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น