by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

35/ รอพี่โปรดอีกนิดนะหลงรัก (แก้คำผิด.)

ชื่อตอน : 35/ รอพี่โปรดอีกนิดนะหลงรัก (แก้คำผิด.)

คำค้น : ตอนที่ 35

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 50.4k

ความคิดเห็น : 181

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2560 09:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
35/ รอพี่โปรดอีกนิดนะหลงรัก (แก้คำผิด.)
แบบอักษร

​​โปรดP...

"ฮืออ หลวงตาจ๋า ฮึก หลงโดนตี" 

"มีอะไรกันอีกนั่นน่ะแล้วเจ้าหลงร้องไห้ทำไม อ่าวโยมโปรดมีเรื่องอะไรกันอีก" 

"เอ่อ..คือว่า" 

"คุณโปรดตีหัวหลงจ้ะหลวงตาฮึก หลงมีพี่ติณฑ์กับพี่เณรเป็นพยาน หลงยังไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ได้ดื้อด้วยอยู่ๆคุณปะ ฮึก โปรดก็มาตีหัว หลวงตาถามพี่ติณฑ์เลยจ้ะ ฮึกก" หลวงตาพุ่งสายตามองลอดแว่นมาที่ผมจังๆจนขนแขนผมลุกชันเบาๆ ก็พอจะเคยได้ยินมินกับไอ้ตุลย์พูดให้ฟังบ่อยๆว่าหลวงตาเอ็นดูหลงรักมาก ชื่อว่าหลงรักนี้ก็มาจากท่านที่เป็นคนตั้งให้และท่านก็ค่อนข้างจะดุพอสมควรแต่ไม่คิดว่าแค่ท่านมองลอดแว่นแบบนี้จะทำให้ผมถึงกับสั่นขึ้นมาเฉยๆน่ะสิ 

"เรื่องเป็นมายังไงล่ะโยมโปรด เจ้าหลงหยุดร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนเดี๋ยวจะหายใจไม่ทันมานี่เดี๋ยวหลวงตาเป่าให้จะได้หายเจ็บ" 

"จ้า ฮึก" หลงรักคลานย่องแย่งไปหาหลวงตามือหนึ่งก็กุมหัวตัวเองไว้ทำเหมือนหัวแตกต้องเย็บสักห้าสิบเข็ม บางทีผมก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าหลงรักใสบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาวจริงๆหรือเปล่าเพราะผมเองก็โดนวีรกรรมผ้าขาวผืนนี้รัดคอจนตาเหลือกตาค้างมาหลายครั้งแล้วเหมือนกัน

"คือผมเห็นยุงเกาะที่หัวน้องน่ะครับหลวงตา" 

"ไม่ต้องมาโกหกเลยนะ! คุณโปรดจะบอกว่าตียุงเหรอคนอะไรขี้โกหกหลงไม่เห็นรู้เลยว่ายุงเกาะหัวหลง ฮึกหลวงตาจ๋า" 

"อ๋อ พอๆเจ้าหลงเมื่อกี้หลวงตาเป่าให้แล้วเดี๋ยวก็หาย ไม่เป็นอะไรมากหรอกแดงนิดเดียวเอง" ผมรีบก้มหน้าลงทันทีที่คำว่านิดเดียวและสายตาของหลวงตาที่เหลือบมองผมอย่างเจตนา ก็ผมแอบเห็นว่ามันแดงค่อนข้างเยอะพอสมควรอยู่นะ

"ใช่จ้ะน้องหลง พี่ติณฑ์ดูให้แล้วแดงนิ๊ดเดียวเองเหม่งยังสวยใสเหมือนเดิม มาๆพี่ติณฑ์จุ๊บเหม่งให้จะได้หายเจ็บนะจ๊ะ จุ๊บๆ" 

"ฮึก แต่ว่า" 

"เอาน่ะเดี๋ยวเย็นนี้หลวงตาให้เจ้าบอสทอดไข่ให้กิน เงียบๆไม่ต้องร้องอายเจ้าติณฑ์บ้างเจ้าหลงตัวโตกว่าน้องตั้งเยอะมาร้องไห้ขี้มูกโป่งได้ยังไง ไปวิ่งเล่นข้างนอกกันก่อนแต่ห้ามพากันออกไปเล่นนอกวัดนะ คลองหลังวัดก็ห้ามไปเล่นอีกถ้าแอบไปหลวงตาจะให้ไปถางหญ้าคนเดียวเข้าใจมั้ย" 

"ก็ได้จ้าหลงหายเจ็บแล้วก็ได้ งั้นหลงไปบอกบอสก่อนว่าหลวงตาบอกให้ทอดไข่ให้หลงห้าฟองเนอะเราไปกันเถอะพี่ติณฑ์" และแล้วผ้าขาวของผมก็หยุดร้องเหมือนสั่งน้ำตาได้ก่อนจะจูงแมงหมูเดินผ่านผมไปหน้าตาเฉย อะไรวะเมื่อกี้ยังร้องห่มร้องไห้จนผมใจเสียอยู่เลย 

"เรื่องปกติน่ะโยมโปรด ถ้าบอกให้เข้าใจว่าเขาไม่ได้เป็นอะไรรุนแรงอย่างที่คิดเขาก็จะเข้าใจเอง" 

"หลงรักเป็นแบบนี้บ่อยมั้ยครับหลวงตา" ผมก็ไม่รู้จะใช้คำยังไงถามหลวงตาเหมือนกัน น้องไม่ได้บ้าแน่ๆและผมก็พอจะเข้าใจว่าน้องกำลังกดปอรักไม่ให้ตื่นขึ้นมาเพราะน้องกำลังมีความสุขอยู่กับการเป็นหลงรักที่ไม่ต้องรับรู้ไม่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องอะไรอีก ทั้งหมดนี้มันเป็นเพราะผมคนเดียวจริงๆ 

"ไม่ต้องคิดมากหรอกโยมโปรด เจ้าหลงเขาก็ไม่ได้ลำบากหรือน่าสังเวชใจอะไรเขาก็มีความสุขดีสุขในสิ่งที่เขาเป็น โยมโปรดไม่ต้องเร่งรีบจะเจออีกคนหรอกยังไงถ้าถึงเวลาก็ต้องได้เจอและได้ชดใช้กรรมให้กันอยู่แล้ว หรือว่าถ้าเขาคนนั้นที่โยมโปรดเฝ้ารอจะไม่กลับมาโยมจะรับคนที่เห็นที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ล่ะ" ผมสัมผัสได้ถึงความห่วงใยความปรารถนาดีที่หลวงตามีให้หลงรักว่ามันมากมายแค่ไหนผ่านน้ำเสียงแหบแห้งที่เอ่ยออกมาอย่างจริงจังในคำถามนั้น 

"เวลาที่ผ่านมาผมรู้แล้วว่าผมมีความสุขที่สุดตอนอยู่ที่ไหนอยู่กับใคร ในเมื่อครั้งหนึ่งผมรักษาสิ่งนั้นไว้ไม่ได้ครั้งนี้ผมก็จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อรักษาเขาไว้ ไม่ว่าคนนั้นเขาจะหลับใหลไปตลอดกาลหรือซักวันเขาอาจจะฟื้นตื่นขึ้นมา ถึงวันนั้นจะเป็นปอรักหรือหลงรักเขากับผมเราจะเป็นเจ้าของกันและกันเสมอครับ" 

"ถ้าอย่างนั้นโยมโปรดก็คงตัดสินใจปล่อยวางความอาฆาตความพยาบาทที่เกาะกินใจให้โยมมีแต่ความทุกข์ได้แล้วสินะ ถ้าปล่อยทุกข์โยมก็จะพบกับสุข มันอาจจะใช้เวลาในการชดใช้แต่ถ้าโยมตั้งใจดีและไม่ไปเพิ่มกรรม ผลนั้นก็จะสนองโยมเอง" 

"หลวงตาครับก่อนที่ผมจะต้องปล่อยวางผมขอถามหน่อยนะครับ ถ้าผมปล่อยวางแล้วแต่มันยังตามทำลายคนที่ผมปกป้องอยู่ผมก็ควรจะนิ่งเฉยเหรอครับ" ผมยอมรับว่ากลัวในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปจะมีผลกระทบมาถึงหลงรัก ถ้าผมตัดสินใจปล่อยวางตามคำขอบิณฑบาตของหลวงตาแล้วไอ้พีมันไม่ยอมปล่อยวางเหมือนผมและยังดิ้นรนเพื่อตามทำลายหลงรักอยู่ล่ะ ในวันนั้นผมยังต้องทนนิ่งเฉยอยู่อีกหรือไง? 

"หลวงตาขอบิณฑบาตแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วครั้งต่อไปคงต้องแล้วแต่เวรแต่กรรมเถอะหลวงตาจะไม่ยับยั้งอะไรโยมโปรดอีก เพราะบางครั้งเวรกรรมก็มาในรูปแบบของเจ้ากรรมนายเวร และโยมโปรดก็อาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรที่ตามทวงหนี้กรรมนั้นด้วยตัวเองก็ได้ แต่เวลานี้โยมโปรดควรจะอดทนเพื่อรอคอยในสิ่งที่ต้องการ บางครั้งโยมโปรดอาจมีคำถามมากมายว่าทำไมต้องอดทน ทำไมถึงจบง่ายๆลัดขั้นตอนไปเลยไม่ได้รึไง ถ้าจะทำให้มันได้มันก็ได้แต่ผลนั้นมันจะไม่ดีกับโยมเอง ถ้ายอมปล่อยวางบางทีผลนั้นอาจจะเป็นผลดีกับโยมก็ได้ หลังงานแต่งของแม่เจ้าติณฑ์กับโยมหมอ โยมโปรดก็ไปจัดการธุระของตัวเองที่เมืองกรุงให้เรียบร้อยเสียเถิด จำไว้ว่าสิ่งที่ต้องเพิ่มคือสติสิ่งที่ต้องลดคืออารมณ์ เมื่อใดที่อารมณ์อยู่เหนือสติขอให้คิดถึงเหตุผลของความอดทนทุกอย่าง ว่าโยมยอมอดยอมทนเพื่ออะไรเพื่อใคร เหมือนยุงที่เกาะหัวเจ้าหลงเมื่อกี้ ถ้าโยมโปรดแค่ปัดมันออกไม่ต้องถึงกับตบให้มันตายโยมก็จะไม่มีบาปติดตัวเพิ่มไปอีกและจะเป็นการเพิ่มบุญให้กับเจ้าหลงที่ไม่ต้องเป็นต้นเหตุให้โยมผิดศีลข้อที่หนึ่งอีกด้วย บุญน่ะมีหลายรูปแบบไม่จำเป็นต้องทำกับพระไม่จำเป็นต้องทำกับวัด แต่โยมสามารถทำได้กับทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวที่โยมคิดว่าเป็นการให้ในสิ่งที่ดี ทำไปไม่ต้องเร่งต้องรีบแค่ทำอย่างสม่ำเสมอก็พอแล้ว สักวันผลนั้นจะนำพาให้เขาอีกคนคืนกลับมาหาเจ้าของที่กำลังเฝ้ารออยู่ แต่โยมโปรดต้องจำไว้ในจำนวนศีลทั้งหมดพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถูกแล้วแม้เราก็ไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินข้อที่ว่า บุรุษละเว้นเหตุเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท คือการดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย ถูกพระราชาจับฆ่าหรือจองจำ เนรเทศ ตามควรแก่เหตุ เพราะเหตุที่มีเจตนาเว้นแก่ที่ตั้งแห่งความประมาท ศีลข้อนี้พระพุทธเจ้าทรงเน้นย้ำมากกว่าข้อไหนๆ ฉะนั้นการไปเมืองกรุงครั้งต่อไปโยมควรละน้ำแห่งความประมาทเสีย หลวงตาคงนำพาโยมได้เท่านี้ที่เหลือคงเป็นหน้าที่ที่โยมโปรดจะต้องนำพาเรื่องราวของโยมต่อไปเอง"

"ผมจะทำให้ดีที่สุดครับหลวงตา" 


ผมเดินทอดน่องไปตามความยาวของสะพานแม่น้ำยม ในสมองก็กำลังคิดถึงคำของหลวงตามันเหมือนมีปริศนาอะไรสักอย่างซ่อนอยู่ในนั้น ตอนนี้ให้ผมปล่อยวางเพื่อเติมบุญให้หลงรักและไม่สร้างบาปเพิ่มให้ตัวเอง แต่วันหนึ่งผมอาจเป็นคนทวงหนี้กรรมไอ้พีด้วยตัวเองงั้นเหรอ?

 ผมเงยหน้าเหม่อมองไปยังแสงของพระอาทิตย์ที่กำลังอ่อนลง การทำงานของพระอาทิตย์ในวันนี้กำลังหมดเวลาไปเรื่อยๆ สายลมแผ่วเบาหอบเอากลิ่นอายของสายน้ำกลิ่นดินกลิ่นต้นไม้ใบหญ้าแถวๆนี้ให้ผมได้สูดหายใจลึกๆอย่างเต็มปอด ความตั้งใจของผมคือผมจะทำอะไรก็ตามที่ทำได้เพื่อเขาที่กำลังหลับใหลอยู่ ไม่ว่ามันจะเหน็ดเหนื่อยจะยากเย็นจะต้องอดทนแค่ไหนผมก็จะทำและผลลัพธ์มันจะออกมายังไงผมก็จะไม่เสียใจ เพราะสุดท้ายไม่ว่าเป็นคนไหนในทุกๆครั้งที่เราวนกลับมาเจอกันเขาก็สามารถทำให้ผมตกหลุมรักได้เสมอ 

"คุณโปรดรีบๆกลับบ้านได้แล้วเลิกยืนขี้เก๊กซักทีพี่ติณฑ์ปวดอึจะอึใส่กางเกงแล้วนะ! พี่ติณฑ์อดทนไว้นะจ๊ะเดี๋ยวน้องหลงพาไปพงหญ้าก่อนก็ได้ทิ้งคุณโปรดขี้เก๊กให้ยืนแก่ที่นี่คนเดียวเถอะเนอะ" เฮ้อ ภูมิคุ้มกันของผมเรื่องความปากกับใจที่ตรงกันมากของปอรักชักจะมีเพิ่มมากขึ้นทุกวันแล้วสินะเลยทำให้ผมแค่รู้สึกจี๊ดเบาๆกับคำว่าแก่ ก็คำนี้เขาเรียกตั้งแต่เป็นปอรักแล้วเถอะ ไอ้พี่แก่ อืม ผมคิดถึงอีกแล้ว คิดถึง...ปอรัก  


"ลุงโปรดดูนี่แม่มินทำให้ติณฑ์ น้องหลงของติณฑ์น่ารักมั้ยหูยย น่ารักงี้ๆเนอะติณฑ์ช๊อบชอบ" แมงหมูวิ่งพุงกระเพื่อมเอาโทรศัพท์มาอวดใหญ่ หน้าจอเป็นรูปหลงรักในชุดขาวเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือน้องใส่หมวกไหมพรมกำลังนอนหลับตาพริ้ม ผมชะงักทันทีแล้วรีบขยายดูสิ่งของในอ้อมกอดที่เจ้าตัวกำลังนอนกอดอยู่อย่างหวงแหน

"มาใส่รองเท้าก่อน ใส่ของพี่โปรดไปนะครับใหญ่หน่อยเดี๋ยวผูกเชือกให้แน่นๆจะได้ไม่หลุด" ภาพวันนั้นย้อนกลับมาอีกครั้งเมื่อเห็นรองเท้าในอ้อมแขนของหลงรัก มันเป็นคู่เดียวกันกับคู่ที่ผมเป็นคนใส่และผูกเชือกให้เองกับมือ 

แหมะ! "ลุงโปรดร้องไห้ทำไมเจ็บตรงไหน! รอก่อนนะติณฑ์จะไปบอกพ่อตุลย์กับแม่มิน" 

"แมงหมูไม่ต้องไปลุงแค่แสบตาน่ะไม่รู้อะไรเข้าตา แมงหมูดูให้ลุงหน่อยดิ๊" ผมรีบคว้าตัวอ้วนๆขาวๆนั้นไว้ก่อนที่หลานรักจะวิ่งหน้าตื่นไปบอกพ่อกับแม่ของมัน เคยบอกไปแล้วไงว่าเรื่องเล่นใหญ่นอกจากคุณอรรค ไอ้โย ก็แมงหมูนี่แหละที่ผมภาวนาขอให้เป็นทายาทรุ่นสุดท้าย อย่าเอาเชื้อนี้มาเผื่อแผ่ให้หลงรักของผมด้วยเลย 

"อ๋อ ตกใจหมดเลยเดี๋ยวติณฑ์ดูให้นะ แม่มินบอกว่าเวลาเศษผงเศษฝุ่นเข้าตาตัวเองเราจะเขี่ยไม่ออกหรอกต้องให้คนอื่นเขี่ยออกให้ ไหนๆติณฑ์ดูหน่อยฟู่ๆ ออกรึยังครับลุง" แมงหมูหลานรักแสดงความเป็นห่วงเป็นใยโดยการเป่าน้ำลายใส่หน้าผมจังๆ ไอ้หมอเพื่อนรักถ้ากูจะตาบอดขึ้นมาก็คงเพราะติดเชื้อบ้าจากน้ำลายของลูกมึงนี่แหละ ผมจะทักท้วงก็กลัวมันจะเสียใจหลานรักรึอุตส่าห์พยายามตั้งใจเขี่ยผงออกจากตาให้ลุงขนาดนี้ ถ้างั้นลุงคงต้องหาหลานสะใภ้ดีๆสักคนเพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจของหลานสินะ แมงหมูกับแมงกระต่าย อืม..เป็นคู่ที่ดูดีแฮะ

"โปรดมึงเคลียร์งานรึยัง" ไอ้ตุลย์เดินยิ้มหน้าระรื่นเข้ามาในห้องนอน ผมมานอนบ้านมินบ่อยๆตั้งแต่ที่รู้ว่าหลงรักมาเล่นที่นี่ประจำ แต่ไอ้หมอมันดันคิดไปว่าผมกวนตีนอยากเป็นก้างขวางคอมันซะงั้น ช่างไอ้หมอมันเถอะถึงจะโดนมันเขม่นแต่แลกกับการได้เจอหลงรักบ่อยๆมันก็คุ้มค่า 

"เออ ฝากงานไว้กับลุงรินบางส่วนแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้กูกำชับลุงแกอีกที ว่าแต่มึงเถอะหน้าระรื่นมาเลยนะทำไม? หรือไปแอบตอดเล็กตอดน้อยเมียมาอีกรึไง" 

"ลุงโปรดอะไรคือตอดเล็กตอดน้อยครับ พ่อตุลย์บอกติณฑ์หน่อยว่าตอดเล็กตอดน้อยมันดีมั้ยติณฑ์จะไปทำกับน้องหลงบ้าง" เท้าผมมันกระตุกขึ้นมาโดยอัตโนมัติ จะทำยังไงกับความอยากรู้อยากเห็นของไอ้แมงตัวนี้ดีวะเนี่ย 

"หึหึ ดีสิอ้วนเดี๋ยวพ่อติวให้แต่อ้วนต้องทำเนียนๆนะอย่าโจ่งแจ้งไม่งั้นมันจะกลายเป็นลวนลามไปอีก เอางี้คืนนี้อ้วนนอนกับลุงโปรดนะพ่อจะลองไปตอดเล็กตอดน้อยแม่มินดูก่อน ถ้าแม่มินชอบเด็กหลงก็ต้องชอบเหมือนกันแล้วพรุ่งนี้พ่อจะมาสอน อ้วนจะได้เอาไปทำกับเด็กหลงไงดีมั้ย" ผมไม่คิดว่าไอ้ตุลย์มันจะเป็นไปได้ขนาดนี้ เหี้ยหนักมาก! เป็นพ่อประสาอะไรหลอกล่อลูกชายคนเดียวให้พ้นจากรัศมีห้องนอนเพื่อจะได้ตอดเล็กตอดน้อยเมีย แบบนี้ก็ได้เหรอวะ? 

ผมได้แต่มองแมงหมูหลานรักอย่างเห็นใจ ไอ้สัสหมอมึงทำกับหลานรักคนเดียวของกูได้ขนาดนี้มึงได้เจอกูแน่ แต่..เป็นแบบนี้ก็ดีแฮะ เผื่อแมงหมูคุยกับหลงรักผมจะได้เนียนคุยด้วยบ้าง 

"แมงหมูนอนกับลุงนี่แหละ เดี๋ยวจะพาไปซื้อช็อกโกแลตไว้เผื่อดึกๆหิวไงเอามั้ย" 

"มึงก็ให้หลานกินช็อกโกแลตดึกๆอีกแล้วนะโปรด เดี๋ยวฟันก็ผุหรอกมินยิ่งบ่นอยู่" 

"หรือมึงจะให้แมงหมูไปนอนด้วย? หึหึก็แค่เนี่ย ปะแมงเราไปเซเว่นกันดีกว่า" ไอ้ตุลย์มันได้แต่ทำหน้าเซ็งๆแล้วเดินออกไปสงสัยจะไปฟ้องเมียมันนั่นแหละ แล้วเรื่องอะไรผมจะอยู่รอฟังมินมาบ่นอีกคนล่ะ รายนั้นบ่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะง่วงเอาง่ายๆ ผมเอาเวลาที่ฟังมินบ่นมาพาแมงหมูไปเซเว่นดีกว่าเผื่อขากลับหลานรักอาจจะอยากแวะเอาขนมไปให้เด็กวัดบางคนก็ได้ แต่ถึงแมงหมูมันลืมแวะเอาไปให้เดี๋ยวผมก็เตือนให้มันแวะเอาไปให้อยู่ดี ก็ผมคิดถึงเขาหนิผมอยากเห็นแก้มใสๆเส้นเลือดฝาดกับลักยิ้มบุ๋มสองข้างอีกแล้วนี่นา ถ้าวันนี้เจอกันเผื่อผมจะนอนหลับฝันดีได้บ้าง แม้จะเป็นแค่เพียงหนึ่งคืนที่ฝันดีแต่มันก็ยังดีกว่าไม่มีเลยใช่ไหมล่ะครับ


และแล้วพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่เพื่อนผมมันตั้งหน้าตั้งตารอ พวกเรากลับมารวมตัวกันอีกครั้งในวันสำคัญของคนที่เรารักคนในครอบครัวของเรา รอยยิ้มเสียงหัวเราะมีให้เห็นอยู่รอบทิศทาง ผมมองภาพความสุขของเพื่อนๆแต่ละคนที่มีความสุขของตัวเองนั่งอิงแอบแนบชิด แต่เมื่อหันกลับมามองที่ข้างกายของตัวเองก็เจอแต่ความว่างเปล่ามันทำให้รู้สึกอ้างว้างอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าตอนนี้มีเด็กวัดบางคนอยู่ข้างๆกันในเวลาแบบนี้ก็ดีสินะผมคงไม่ต้องการครอบครองอะไรอีกแล้ว แต่ความดราม่าคนเดียวในใจต้องพับไว้ทันทีที่เลื่อนสายตาไปสบกับผัวเด็กของไอ้โย รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากทำให้ผมต้องรีบลุกเดินเลี่ยงออกมาก่อนที่จะอดใจไม่ไหวแล้วกระโดดถีบยอดหน้ามันกลางวงสนทนานั่นสักที 

"ท่านโปรดขอรับพรุ่งนี้จะเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยจริงๆเหรอโบราณเขาถือนะท่าน เขาให้แต่คนที่มีแผนจะแต่งงานคนต่อไปเท่านั้นที่ต้องมารับหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวน่ะ เอ..หรือท่านมีโครงการจะแต่งเมียเร็วๆนี้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆนี่เคืองเลยนะ ก็ผมน่ะเป็นน้องชายที่น่ารักและจงรักภักดีต่อท่านมากแต่ท่านจะมีข่าวดีกลับไม่กระซิบบอกกันซักคำ" ชีวิตผมคงทำเวรทำกรรมมาเยอะและคงมีเจ้ากรรมนายเวรแยะหนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นผัวเด็กของไอ้โย นี่ขนาดผมปลีกตัวออกมาแล้วนะมันยังจะตามราวีไม่สิ้นสุด ถ้าผมทำให้ไอ้โยเป็นม่ายผัวตายมันจะตัดเพื่อนกับผมไหมวะ 

"พรุ่งนี้มึงอยากเป็นเพื่อนเจ้าสาวแบบหล่อๆหรืออยากปากเจ่อหน้าบวมตอนถ่ายรูปวะน้องรัก อย่าแซะกูมากเพราะมึงยังติดหนี้บุญคุณกูเยอะนะสัส" ผมอัดบุหรี่เข้าเต็มปอดเพื่อสงบจิตสงบใจรวบรวมน้ำอดน้ำทนของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยปากทวงบุญคุณมันด้วยเสียงนิ่งที่สุด ไหนๆไอ้น้องเวรมันก็รู้มากแบบนี้งั้นผมควรหยิบยกเอาบุญคุณทั้งหลายแหล่มาทวงหนี้มันสักหน่อย 

"โห่ท่าน เรื่องมันผ่านไปนานแล้วท่านยังจะทวงอีกเหรอ" มันทำหน้าเซ็งโลกพร้อมทำท่าจะถอนตัวออกจากการสนทนานี้ได้ทุกเมื่อ 

"ไม่เอาสิดิว อย่าเนรคุณคนที่ยื่นมือให้เราในตอนที่ลำบาก ถ้ายังตอบแทนไม่ได้ก็อย่าแว้งกัดเขา ลูกผู้ชายมั้ยมึงน่ะ เรื่องของมึงกับเมียถ้าไม่มีพี่อย่างกูเคลียร์เรื่องให้แล้วจะมีคู่ผัวเมียนรกแบบทุกวันนี้มั้ย? ไหนตอบให้กูชื่นใจหน่อยสิไอ้น้องรัก" ไอ้ดิวมันขมุบขมิบปากใหญ่สงสัยจะด่าผมนั่นแหละ แต่ทำไมต้องสนล่ะเพราะมันมีเรื่องให้ผมต้องสนมากกว่านี้ต่างหาก

"ท่านจะเอาอะไรหรือให้ผมทำอะไรก็พูดมาเลยดีกว่าแล้วไอ้หน้ากากหัดถอดมั่งก็ดีนะท่าน เผื่อจะได้ไม่ต้องแบกอะไรให้หนักไปกว่านี้ ความสุขน่ะหามาใส่ตัวเองบ้างอย่าสะสมแต่ความทุกข์เยอะผมเห็นแล้วเหนื่อยแทน บางทีท่านก็ควรรู้จักเรียนรู้คำว่าช่างแม่งบ้างนะ อย่าเยอะจนชีวิตหารอยยิ้มไม่ได้สิ รู้ตัวมั้ยว่าหลายปีมานี้ท่านไม่เคยยิ้มอย่างมีความสุขจริงๆซักที ท่านน่ะเป็นไอดอลของผม โคตรเท่โคตรเก่งโคตรฉลาดโคตรเลือดเย็นและสมบูรณ์แบบสุดๆในสายตาผมอย่าว่าแต่ผมเลยคนเป็นแสนเป็นล้านก็คิดแบบนี้ แต่ทำไมพอเป็นเรื่องของน้องเขาท่านถึงไม่มีสติเลยวะ แล้วไอ้คำสั่งสอนที่เคยกรอกหูผมบ่อยๆว่าต้องมีสติต้องรอบคอบทำไมไม่งัดมันมาใช้บ้าง ผมเห็นแล้วเป็นห่วงนะพี่" คำว่าพี่ในท้ายประโยค ทำให้ผมรู้สึกได้ว่าที่ผ่านมาไอ้ดิวมันเฝ้าดูผมอย่างเป็นกังวลมาตลอดจริงๆ 

"อืมขอบใจ มึงเข้าไปก่อนเถอะเดี๋ยวกูตามไป" 

"มีอะไรให้ช่วยก็บอกกันได้เสมอ พี่ไม่ได้ตัวคนเดียวนะเว้ย ผมเข้าไปก่อนล่ะพี่ก็อย่ายืนเก๊กนานๆรีบเข้าไปนอนเหอะรอให้ผ่านพรุ่งนี้ไปก่อนค่อยมาเก๊กใหม่ นอนดึกตาคล้ำมันจะไม่หล่อจะแก่แถมลูกชายตัวใหญ่ของพี่มันจะ...หึหึอีกต่างหาก ระวังลาบมันจะปันใจไปให้น้องติณฑ์จริงๆล่ะ รายนั้นโตมาท่าจะหล่อเกินพ่อเกินลุงแถมยังเด็กเรี่ยวแรงกำลังดี หึหึ" ผมที่กำลังจะซาบซึ้งในความห่วงใยของไอ้น้องเวร ภาพไอ้ดิวที่มีรัศมีออร่าของเทวดาอยู่บนหัวก็ต้องพังพินาศอย่างไม่มีชิ้นดี ไอ้น้องจัญไร ไอ้พังพินาศ ไอ้คู่ผัวเมียนรก!


"ไอ้เสือ ไอ้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อเป็นยังไงบ้างวะมาให้กอดหน่อยพ่อคิดถึ๊งคิดถึงแก โถๆดูสิผอมไปรึเปล่าคล้ำลงไปเยอะด้วยทำไมไม่ดูแลตัวเองวะลูก ชมพู่หลานรักเอาของมาให้พี่ชายเขาหน่อย" เวลาเกือบหกโมงเช้าในวันแต่งงานของเพื่อนกับน้อง ผมต้องแอบถอนหายใจเบาๆกับความรักลูกของคุณอรรค ก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าพ่อมาถึงตั้งแต่เมื่อวานแล้วแต่ผมไม่รู้ว่าพ่อไปนอนที่ไหนโทรไปก็ไม่รับจนผมจะแจ้งความคนหายแล้วนะเนี่ย 

"นี่ค่ะ พี่ชายต้องใช้ทุกวันทุกขั้นตอนด้วยนะคะคุณลุงเขาจะได้ไม่น้อยใจที่อุตส่าห์หอบหิ้วข้ามน้ำข้ามทะเลเอามาให้ลูกชายคนเดียว อุ๊ย มากันแล้วค่ะคุณลุง เดี๋ยวหลานขอตัวเข้าไปช่วยเตรียมความพร้อมข้างในก่อนนะคะ พี่ชายเอาของมานี่น้องจะเอาไปเก็บให้" ยัยชมพู่อุทานออกมาเบาๆก่อนจะคว้ากล่องสารพัดครีมจากมือผมแล้วรีบเดินกลับเข้าไปในรั้วบ้านของมิน 

พอหันไปตามสายตาของพ่อ ผมไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกยังไงกับภาพที่เห็น หลวงตาเป็นคนเดินนำขบวนมีพระอีกแปดรูปเดินตามมาเพื่อจะทำพิธีสงฆ์งานแต่งของไอ้ตุลย์กับมินในเช้านี้ แต่สายตาของผมกลับจับจ้องไปยังคนที่เดินรั้งท้ายสุด คนที่อยู่ในชุดขาวท่าทางสงบนิ่งแววตามุ่งมั่นผิดจากทุกครั้งที่เห็น อาการเจ็บที่อกข้างซ้ายมันกลับมาอีกแล้วจนผมต้องยกมือกุมกากบาทที่อกซ้ายเอาไว้เพราะตอนนี้มันบีบรัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ผมกำลังกลัวในความสงบนิ่งนั้นกลัวในความกลมกลืนที่เหมือนกำลังจะกลืนกินหลงรักให้เข้าไปสู่ร่มกาสาวพัสตร์ทั้งๆที่ตอนนี้น้องยังอยู่ในชุดขาวแค่นั้นเอง 

"ไอ้เสือเป็นอะไรรึเปล่าเหงื่อออกเต็มหน้าแล้ว ร้อนเหรอลูก" 

"พ่อ ผมเจ็บ" ผมกระซิบบอกพ่อเบาๆทั้งที่ตัวเองแทบจะทรุดตัวนั่งคุกเข่าตอนที่หลงรักเดินตามขบวนพระสงฆ์ผ่านหน้าผมไป กากบาทที่อกซ้ายมันเต้นรัวบีบรัดรุนแรงจนผมไม่แน่ใจว่าก้อนเนื้อในนั้นมันยังจะทนต่อแรงกดดันครั้งนี้ไหวไหม 

"ลูกเจ็บตรงไหนเราไปโรงพยาบาลกันเถอะ ไปกับพ่อนะเดี๋ยวพ่อพาไป" ผมเลื่อนสายตาตามสัมผัสอบอุ่นของมือที่กำลังแกะมือของผมที่กุมหัวใจตัวเองจนแน่น มือที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามวัย มือที่คอยทำกับข้าวให้เด็กชายโปรดปราณทั้งที่ทำไม่เป็นแต่ก็ดันทุรังทำจนครัวที่บ้านพังกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ มือที่คอยเช็ดตัวให้เด็กชายโปรดปราณทั้งวันทั้งคืน ทั้งที่ตัวเองก็ทำงานมาทั้งวันทั้งคืนแล้วเหมือนกัน ตอนนี้มือคู่นั้นกำลังช่วยแกะมือของเด็กชายโปรดปราณที่กำลังบีบหัวใจตัวเองจนแน่นอีกครั้ง 

"คุณโปรด นี่หลวงตาให้หลงเอามาให้ใช้เสร็จแล้วคุณโปรดต้องคืนหลวงตาด้วยล่ะผ้าขนหนูผืนนี้หลงเป็นคนซื้อให้หลวงตาเลยนะ แล้วถ้าคุณโปรดร้อนมากขนาดนี้ทำไมต้องติดกระดุมจนรัดคอตัวเองด้วย มันแน่นไปหายใจไม่ออกเลยเห็นมั้ยเนี่ย มานี่หลงแกะกระดุมตรงคอออกให้ก็ได้" ในขณะที่ผมกับพ่อกำลังจะออกไปจากตรงนั้น ผ้าขนหนูผืนเล็กสีเหลืองอ่อนก็ถูกยื่นมาให้พร้อมกับเจ้าของเสียงแจ้วๆที่บ่นไปเรื่อย ก่อนจะเอื้อมมือมาปลดกระดุมเสื้อราชประแตนเม็ดบนสุดออกให้ผม ความทรมานจากการถูกบีบรัดเมื่อกี้มันสูญสลายไปทันทีตั้งแต่ที่ผ้าขนหนูผืนนั้นถูกหยิบยื่นมาให้ 

"หายเจ็บแล้วสิไอ้เสืองั้นพ่อเข้าไปข้างในก่อนนะ ตอนนี้กำลังปลอดคนแกควรจะทำคะแนนซะต้องทำให้ได้กำไรนะเว้ยมันเป็นค่าใจเสียของพ่อเมื่อกี้" ผมได้แต่พยักหน้ารับคำพ่อที่แอบมากระซิบอยู่ด้านหลังก่อนจะเดินเข้าไปในรั้วบ้านอีกคน ทำให้บริเวณกำแพงรั้วด้านนอกที่มีกิ่งก้านและดอกสีเหลืองอร่ามของดอกคูนปลิวร่วงมาตามสายลมเอื่อยๆ ณ.ที่ตรงนี้มีแค่ผมกับคนตรงหน้าเท่านั้น 

"ก็พี่โปรดเป็นคนโง่ไงแค่ติดกระดุมยังติดไม่เป็นมันก็เลยรัดคอตัวเองอยู่แบบนี้ หลงรักช่วยพี่โปรดหน่อยนะครับช่วยคลายแรงบีบรัดให้พี่โปรดที พี่โปรดเจ็บ ฮึก" ผมพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลอย่างสุดความสามารถ มันต้องไม่ใช่ที่นี่และต้องไม่ใช่วันที่มีเรื่องดีๆของเพื่อนกับน้องแบบนี้ อดทนไว้ไอ้โปรดมึงต้องจัดการเรื่องทุกอย่างตามที่รับปากกับหลวงตาให้เรียบร้อยก่อน..อดทนเอาไว้ 

"คุณโปรดเจ็บมากมั้ย หลงแกะกระดุมออกให้แล้วไงยังเจ็บอยู่เหรอไหนๆเจ็บตรงไหนหลงจะเป่าเพี้ยงหายให้ คุณโปรดจะได้ไม่เจ็บอีกหลงขอดูหน่อยนะ อืมๆคอก็ไม่แดงนี่นาเพี้ยงหาย ขอให้หายเจ็บไวๆนะจ๊ะคุณโปรด" ผมก้มมองคนแก้มป่องๆใสๆจนเห็นเส้นเลือดฝาดกำลังตั้งหน้าตั้งตาดูกระดุมเสื้อและคอของผมให้อย่างตั้งใจ ลมหายใจอุ่นๆที่รินรดต้นคอ น้ำหนักของฝ่ามือที่กดช่วงไหล่ของผมเพื่อจับพยุงตัวเองเขย่งเป่าลมแผ่วเบาให้ที่ต้นคอ กลิ่นอายความคุ้นเคยความใกล้ชิดที่ห่างหายไปนานหลายปีทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะสอดแขนทั้งสองข้างของตัวเองเพื่อรั้งเอวคนตรงหน้าให้แนบชิดเข้ามาอีกหน่อย 

"ขอบคุณครับหลงรัก รออีกนิดนะพี่โปรดเป็นคนเริ่มเรื่อง พี่โปรดก็จะเป็นคนจบเรื่องเองขอแค่หลงรักรอพี่โปรดอีกนิดเดียวเท่านั้นพี่โปรดสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อระ" 

"น้องหลงอยู่ไหนนน" 

"เอ๊ะ! พี่ติณฑ์ น้องหลงอยู่นี่จ้าา คุณโปรดหายเจ็บแล้วใช่มั้ยงั้นหลงไปหาพี่ติณฑ์ก่อนนะอย่าลืมเอาผ้าขนหนูคืนให้หลวงตาด้วยล่ะ เฮ้อ หลวงตายังไม่ได้ใช้เลยหลงเพิ่งซื้อให้เมื่อวานนี่เองไม่อยากให้คุณโปรดใช้เล้ยอุตส่าห์เก็บค่าหนมตั้งหลายวัน จิ๊" 

เพล้ง!! นี่คือเสียงหัวใจของผมที่มันแตกสลายอย่างไม่มีชิ้นดี หมดกันจังหวะดีๆยิ่งไม่ค่อยมีอยู่แล้วด้วยลูกไอ้ตุลย์ก็ดันเข้ามาขัดขวางโอกาสทองของผมอย่างเลือดเย็นอีก 

เส้นเลือดในสมองผมกำลังเต้นตุบๆ ความรู้สึกครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนที่เคยเกิดขึ้นตอนโดนไอ้เบียร์มองมาอย่างท้าทาย ตอนนี้มันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งเพราะสายตาของคนสองคนที่จูงมือกันเดินมาแล้วทำหน้าฉงนสงสัยใส่ผมอย่างไร้เดียงสา? 

"น้องหลงบอกว่าลุงโปรดโดนกระดุมรัดคอเหรอของติณฑ์ไม่เห็นรัดคอเลย น้องหลงดูของพี่ติณฑ์สิไม่เห็นเป็นไรซักนิด น้องหลงว่าพี่ติณฑ์หล่อมั้ยจ๊ะ" 

"อื้อ พี่ติณฑ์หล่อ" 

"ดูนะๆ แล้วพี่ติณฑ์กับลุงโปรดน้องหลงว่าใครหล่อกว่ากัน" ลูกไอ้ตุลย์เดินมายืนข้างๆผม ทำเป็นยืนกอดอกยิ้มแป้นหน้าเป็นซาลาเปายังไม่ได้นึ่ง ไอ้หลานเนรคุณไอ้เด็กอกตัญญูต่อไปนี้มึงไม่ใช่หลานรักกูอีกแล้ว! ดูสิผมรึอุตส่าห์ประคบประหงมมันตั้งแต่อยู่ในท้องมินจนแตกออกมาเป็นแมงหมูแบบทุกวันนี้มันยังกล้าเอาเบ้าหน้าซาลาเปาไม่ได้นึ่งของมันมาเทียบกับเบ้าหน้าของผมอีก แล้วไอ้ทรงผมตั้งๆแบบนี้ใครทำให้วะเห็นแล้วเส้นกระตุกดีฉิบหาย 

"อืมคุณโปรดแก่ น้องหลงว่าพี่ติณฑ์หล่อกว่าจ้ะหล่อที่สุดในโลกของน้องหลงเลยนะ" ท่ามกลางแสงอ่อนๆของพระอาทิตย์ในเวลาหกโมงเช้า ประโยคที่หลงรักเอ่ยมันเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางหัวจนผมแทบล้มทั้งยืน นี่ผมชักไม่แน่ใจแล้วล่ะว่าผมแก่จริงๆหรือหลงรักมันแกล้งเอ๋อวะ แม่งทำไมชอบว่าผมแก่ตั้งแต่เป็นปอรักยันหลงรักวะเนี่ย! 

"คิกๆ น้องหลงน่ารักที่สุดเลยก้มมาสิจ๊ะพี่ติณฑ์จะให้รางวัลคนน่ารัก จุ๊บๆชื่นจายแก้มห๊อมหอม เราไปหาหลวงตากันเถอะเนอะ" ตอนนี้นอกจากสายฟ้าจะฟาดลงมากลางหัวผมแล้ว ไอ้จุ๊บเมื่อกี้ยังเหมือนพายุทอร์นาโดระดับเอฟห้าถล่มเมืองแพร่ในพริบตาอีกด้วย 

"อื้อไปกันเถอะเดี๋ยวหลวงตาจะรอน้องหลงนาน อ้อคุณโปรด ต่อไปนี้ห้ามติดกระดุมที่คออีกนะเพราะคุณโปรดจะเจ็บ ถ้าเจ็บเพราะติดกระดุมผิดอีกครั้งหลงจะไม่เป่าเพี้ยงหายให้คุณโปรดอีกแล้ว พี่ติณฑ์วันนี้น้องหลงมีเรื่องไปเล่าให้ต้นขนุนฟังอีกแล้วล่ะ" 

"เหรอจ๊ะ งั้นพี่ติณฑ์จะไปยืนแอบหลังต้นขนุนอีกนะแต่ว่าต้องรอให้กลับมาจากเชียงใหม่ก่อน น้องหลงอย่าลืมสิว่าพรุ่งนี้น้องหลงจะไปเที่ยวเชียงใหม่กับพี่ติณฑ์ ลุงดิวบอกว่าพี่ติณฑ์กับน้องหลงกำลังจะไปออกเดทกันพี่ติณฑ์มีความสุขงี้ๆเลย" รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงพูดเจื้อยแจ้วของคนสองคนที่จับมือกันเดินห่างจากผมไปทุกทีทำให้ผมอยากวิ่งเข้าไปที่งานแต่งแล้วแหกปากตะโกนถามเพื่อนรักกับน้องรักว่า ตอนพวกมึงทำให้ไอ้แมงตัวนี้มันปฏิสนธิน่ะพวกมึงเอากันท่าไหนทำไมมันถึงแก่แดดแก่ลมแบบนี้วะ! แล้วผัวเด็กของไอ้โยอีกคน ตกลงมันเป็นห่วงผมจริงๆหรือเปล่าทำไมเจ้ากรรมนายเวรของผมมันถึงมาพร้อมๆกันแบบนี้เว้ย! 

"อ่าวลุงโปรดของน้องติณฑ์ใช่มั้ย ทำไมไม่เข้าไปในงานล่ะคะป่านนี้บ่าวสาวคงใกล้จะได้ฤกษ์ตักบาตรกันแล้วมั้ง" 

"สวัสดีครับลุงโปรด" ผมหันไปตามเสียงทักทายจากด้านหลัง ก่อนจะเลื่อนสายตามามองแมงกระต่ายตัวน้อยที่ส่งยิ้มมาให้จนเห็นฟันหลอสองซี่ 

"มาแล้วเหรอน้องอิงน่าน ลุงโปรดกำลังรออยู่พอดีเลย" ไอ้ก้างใสๆอาบยาพิษ คราวนี้แหละมึงตายแน่ๆไอ้แมงหมูลูกไอ้ตุลย์ หึหึ...


**คำสอนของพระพุทธเจ้าขอบคุณเครดิตจากเว็บของลานธรรมจักรหัวข้อกระทู้คือ29,689ศีลข้อไหนสำคัญที่สุด ลองไปหาอ่านการสนทนาธรรมกันดูนะคะแล้วจะเพลินมาก​

***"คนที่น่าสงสารที่สุดไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรเลย แต่เป็นคนที่รู้ทุกอย่าง แต่กลับต้องเฉยๆ ทำอะไรไม่ได้เลย"

ลุงโปรดมีความตัดลุงตัดหลานจากหลานรักมาเป็นลูกไอ้ตุลย์ซะงั้น และที่ผู้อยู่เบื้องหลัง "ตอนน้ำตาแมงหมู ในเรื่อง ก็แค่ตัวแทน" จะเป็นลุงที่เคยรักหลานเว่อร์ๆไหม? ตอนหน้าฟางจะมาต่อพร้อมกับฉากรถตู้ วันนี้ลงฉากรถตู้ไม่ทันจริงๆลืมคิดไปว่ายังไม่เคลียร์เรื่องหลวงตาเพราะเรื่องที่หลวงตาบอกท่านมันจะมีต่อไปอีก ไหนจะคุณอรรคที่รักลูกตัวหลงลูกสะใภ้จนต้องแอบไปนอนวัดอีก อันนี้สปอยล์เห็นๆว่าคุณอรรคเขาป๊ะกับลูกสะใภ้แล้วจะคุยกันรู้เรื่องไหมเดี๋ยวจะเขียนให้อ่านเน้อ ไหนจะยังมีน้องรหัสที่รักที่ติดบุญคุณท่านอย่างใหญ่หลวงและต้องชดใช้ให้ท่านถ้าไม่ผิดพลาดบุญคุณแรกที่ต้องชดใช้คือการไปเที่ยวเชียงใหม่ในรอบนี้ ถ้าอ่านบ้านหมอมาจะเห็นได้ว่าฟางไม่ได้ลงลึกรายละเอียดทริปนี้มากมายแต่โฟกัสไปที่ความเลี่ยนของหมอกับเมียนู่นเน้อ คือตั้งใจจะเก็บมาใส่ที่เรื่องหลงลืมรักในส่วนของท่านกับน้องถ้าตอนมันจะเพิ่มมากกว่า60ก็ให้มันเพิ่มไปเนอะ

ฉากรถตู้จะเขียนตอนต่อไปในวันพุธหน้า นั่นเท่ากับว่าฟางขอลาพักร้อนเสาร์-อังคารเน้อจ้าว พรุ่งนี้มีนัดเจาะเลือดตรวจฮอร์โมนว่าด้วยเรื่องไทรอยด์เป็นพิษ แค่เจาะตามนัดฟางถึกรับรองไม่มีอาการป่วยจนไม่ได้อัพนิยายแน่นอนจ้าวว ส่วนวันที่เหลือควรให้แม่บ้างคนที่บ้านบ้างเขาขอมางี้ แต่จะเอาซา-ปอยไปแปะที่เพจเหมือนเดิมเน้อ

ขอบคุณทุกๆท่าน ทุกๆคอมเม้น ทุกๆการรักน้องหลงคุณโปรดและแมงหมูอีกคน ดูแลสุขภาพตัวเองแล้วดูแลสุขภาพคนใกล้ตัวด้วยเน้อจ้าว พบคำผิดรบกวนท้วงด้วยนะคะเดี๋ยวถ้ามันจะเด้งๆในวันที่ฟางลานั่นคือฟางแว่บมาแก้คำผิดตอนก่อนๆ และจะเอาเรื่องสั้นๆมาแปะให้อ่านวันจันทร์เน้อ อย่าลืมนัดของเราในวันพุธหน้าจ้าว

ปล. ฟางกระชับพื้นที่เปิดจองรอบ2หนังสือ ก็แค่ตัวแทน ตุลย์-มิน จากพย.มาเป็นวันที่15สค-15ตค เดี๋ยววันที่15นี้ฟางจะไปแปะรายละเอียดที่เพจ ฟาง นิยายวาย36 กับที่เรื่อง ก็แค่ตัวแทน นะคะ ท่านใดสนใจเรียนเชิญได้เลยรับไม่อั้นจำนวน กราบงามๆจุ๊บเหม่งจ้าว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}