หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

นิยายจีนทะลุมิติเรื่องใหม่มาเสิร์ฟแล้วเจ้าค่ะ ช่วยเป็นกำลังใจให้กับเสวี่ยเอ๋อร์น้อยของเราด้วยนะเจ้าคะ ^^

ตอนที่ 7 ตีให้หลาบจำ

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 ตีให้หลาบจำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.1k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ส.ค. 2560 11:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 ตีให้หลาบจำ
แบบอักษร


จวนเจิ้นกั๋วโหวถือเป็นหนึ่งในตระกูลชนชั้นสูง เงินทองมิเคยขาด และมิเคยใส่ใจว่าจะได้ค่าสินสอดมากน้อยเพียงใด แต่นี่จิ้งอ๋องถึงกลับไม่มาส่งมอบสินสอดด้วยตนเอง ทั้งจำนวนสินสอดยังน้อยจนมิสมฐานะ ชัดเจนว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับน้องเล็กเท่าใดนัก หากว่าข้ายังรับสินสอดโดยมิกล่าววาจา น้องเล็กคงถูกชาวบ้านชาวเมืองพากันหัวเราะเยาะดูถูกเป็นแน่

            พอได้ฟังคำว่ากล่าวติเตียนจากเขา พ่อบ้านหวังปรากฏแววตาแปลกใจ “ท่านอ๋องได้ประกาศทั่วทั้งเมืองหลวงแล้วว่าจะรับคุณหนูใหญ่มู่หรงเป็นพระชายารอง คุณชายยังมิทราบข่าวหรือขอรับ?”

            มู่หรงเย่ชะงัก เสียงดังขึ้นด้วยความโกรธและตกใจ “ประกาศเมื่อใดกัน?”

            “ก็ในงานเลี้ยงฉลองเมื่อสักครู่ไงขอรับ เหล่าขุนนางล้วนได้ยิน หรือว่าคุณชายไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยง จึงยังไม่ทราบข่าว” พ่อบ้านพูดตอบ ดวงตาปรากฎแววล้อเลียน


            มู่หรงเย่ทำท่าทางอ้ำอึ้งไม่เป็นธรรมชาติ เขาไม่ได้กลับจวนหลายวันแล้ว ถึงแม้จะรู้แล้วว่าเย่อี้เฉินรบชนะและกลับมาเมืองหลวง แต่เขาก็ไม่รู้ว่างานเลี้ยงต้อนรับของเย่อี้เฉินจัดขึ้นวันนี้......


            “เพื่อความสงบสุขระหว่างชิงเหยี่ยนกับม่อเป่ย ท่านอ๋องจึงมีรับสั่งเช่นนี้ ทั้งยังทำให้คุณหนูมู่หรงไม่ได้รับความยุติธรรม ขอคุณชายโปรดอภัยด้วยขอรับ” พ่อบ้านหวังโค้งขอโทษด้วยท่าทีอ่อนน้อม

            มู่หรงเย่มองพ่อบ้านหวังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสับสน สักพักจึงเอ่ยขึ้นว่า “คิดดูแล้ว ท่านอ๋องของเจ้าคงไม่ชอบน้องสาวของข้านัก ถ้างั้นก็ถอนหมั้นเสียเถอะ แล้วก็หยุดการกระทำที่หมิ่นเกียรตินี้เสียที”

            พ่อบ้านหวังชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าจอมเสเพลแห่งเมืองหลวงผู้นี้ เพียงได้รู้ว่าน้องสาวได้เป็นเพียงบ้านรอง ถึงกับเอ่ยปากขอถอดหมั้น......

            “น้องสาวข้าเป็นถึงบุตรสาวสายตรงแห่งจวนเจิ้นกั๋วโหว ถึงแม้จะไร้ซึ่งบิดามารดา ร่างกายอ่อนแอ แต่ศักดิ์ฐานะหาได้ต่ำต้อยไม่ ในเมืองหลวงยังมีชนชั้นสูงอีกมากที่ต้องการรับนางเป็นฮูหยินใหญ่ นางมิจำเป็นต้องลดตัวไปเป็นรองใคร”

            น้ำเสียงเน้นย้ำของมู่หรงเย่ลอยเข้าหู พ่อบ้านหวังยิ้ม คนตระกูลมู่หรงล้วนดื้อดึงเสียจริง น่าเสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามของพวกเขาคือจิ้งอ๋อง “คุณชาย ที่ท่านอ๋องทำแบบนี้ก็เพื่อปวงประชาที่......”

            มู่หรงเย่ตัดบท มองพ่อบ้านหวังอย่างเย็นชา “เย่อี้เฉินควบคุมทหารดั่งเทพเซียน ถ้าเขาชอบน้องสาวของข้าจากใจจริง อยากแต่งนางเป็นพระชายาเอก คงตีม่อเป่ยจนยอมศิโรราบ จนทางนั้นไม่กล้ายื่นข้อเสนออะไรอีก ข้ออ้างที่ว่าเพื่อความสงบของสองแคว้น จนต้องหลู่เกียรติโดยการให้น้องข้าเป็นรอง ข้ออ้างที่ไร้สาระเช่นนี้ พวกเจ้ายังกล้าเอามาใช้กับข้า คิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบรึไง?”


            เที่ยวเล่นไร้ความมานานหลายปี แต่สามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดชัดเจนเช่นนี้ นับว่ามู่หรงเย่เป็นคนฉลาดที่หาจับตัวได้ยากคนหนึ่ง แต่จะว่าไปแล้วการแต่งงานกับมู่หรงเสวี่ยก็เป็นเรื่องที่สำคัญต่อท่านอ๋องมาก จะผิดพลาดไม่ได้


            “คุณชาย ข้าน้อยเพียงรับคำสั่งจากท่านอ๋องมาส่งสินสอดเท่านั้น คุณชายได้โปรดอย่าทำให้พวกข้าน้อยต้องลำบากใจเลยขอรับ” พ่อบ้านหวังก้มหน้ากล่าว ส่งสายตาไปทางคนงานขนหีบ

            เหล่าคนงานเข้าใจความนัย เร่งกันช่วยขนหีบสินสอดไปยังประตูใหญ่จวนเจิ้นกั๋วโหว เร็วจนผู้คนตั้งตัวไม่ทัน

            “พวกเจ้าทำอะไร?” มู่หรงเย่ได้สติเร่งเดินไปยังด้านหน้าของเหล่าคนงานที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะเข้าไปในจวนเจิ้นกั๋วโหว เขาทั้งโกรธทั้งร้อนรน คำรามขึ้นเสียงดังพลางวิ่งไปจนถึงประตูหลักของจวน ยกเท้าเตะไปที่หีบสินสอดหีบหนึ่ง

            คนงานขนหีบไม่ทันได้ระวัง หีบสินสอดถูกเตะตกลงสู่พื้นจนแตกกระจาย ของล้ำค่าด้านในกระเด็นออกมาตามแรงกระแทก วัตถุโบราณ ห่อผ้าไหม ทุกชิ้นราคาล้วนมิใช้น้อยดึงดูดสายตาของผู้คน

            มู่หรงเย่ไม่แม้แต่จะสนใจ จ้องไปยังคนงานผู้หนึ่ง ตะโกนขึ้น่า “ที่นี่คือจวนเจิ้นกั๋วโหว ไม่ใช่วังจิ้งอ๋อง พวกเจ้ากลับกล้ามารุกล้ำ ช่างบังอาจยิ่งนัก”

            คนงานก้มหน้ามิกล่าววาจา เหล่สายตาขอความช่วยเหลือไปทางด้านข้าง 

            มู่หรงเย่มองตามสายตาของพวกเขาจนเห็นพ่อบ้านหวัง แววตาลุกโชนไปด้วยความโกรธ พ่อบ้านหวังถือเป็นหนึ่งในมือเท้าของเย่อี้เฉิน เขาบังอาจให้คนงานบุกรุกเข้าจวนเจิ้นกั๋วโหว เท่ากับว่าเย่อี้เฉินคงสั่งการไว้

            “ข้านึกว่าเย่อี้เฉินจะเป็นวีรบุรุษผู้สูงส่ง ถึงพวกข้ากับเขาจะไม่ได้เป็นทองแผ่นเดียวกันก็ยังสามารถเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้ แต่คาดไม่ถึงว่า เขากลับรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ไม่รักษาสัญญา ทั้งยังใช้อำนาจบีบบังคับให้น้องข้าแต่งเข้าเป็นบ้านรอง ช่างไร้ยางอายจนข้าพูดไม่ออก”

            “จวนเจิ้นกั๋วโหวของข้าถึงแม้ว่าจะไม่สูงส่งเท่าวังอ๋อง แต่ก็จะมิอาจยอมให้ผู้ใดมาเหยียดหยาม พ่อบ้านหวัง เชิญเจ้ากลับไปบอกเย่อี้เฉินเสียเถอะ ตระกูลมู่หรงไม่ได้เสียดายในตัวเขา ถึงแม้ว่าเขาจะยอมให้น้องสาวข้าเป็นพระชายาเอกก็ตามที พวกข้าก็จะไม่เสียดาย พวกข้าขอถอนการหมั้นหมายครั้งนี้”


            ก่อนแต่งงานก็หมิ่นเกียรติน้องสาวข้าขนาดนี้ หลังแต่งงานไปจะถูกกระทำขนาดไหนใครจะรู้ น้องเล็กแต่งเข้าวังจิ้งอ๋องก็เหมือนอยู่ในดงสัตว์ร้าย จะจบชีวิตลงเมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้


            ฝูงชนมองไปทางเขาอย่างตกตะลึง เขาถึงขนาดกล้าว่าจิ้งอ๋องอย่างรุนแรงเช่นนี้ ช่างบังอาจยิ่งนัก

            มู่หรงเย่มองอย่างไม่สนใจ เพียงแต่สั่งการเสียงดัง “พวกเจ้า โยนของสกปรกพวกนี้ไปให้พ้นหูพ้นตาข้า”

            “ขอรับ” เหล่าทหารยามประจำจวนเจิ้นกั๋วโหวสะดุ้งถูกปลุกขึ้นจากภวังค์ พากันวิ่งมาด้านหน้า จับพวกคนงานและหีบสินสอดโยนออกไปด้านนอก

            มู่หรงเย่มองความวุ่นวายตรงหน้า เสียงร้องเจ็บปวดของข้ารับใช้จวนจิ้งอ๋อง ทำให้ความโกรธของเขาค่อยๆผ่อนลง จับมือมู่หรงเสวี่ยเดินกลับเข้าจวน “พวกเราเข้าจวนเถอะ อย่าอยู่มองคนพวกนี้ให้เสียสายตาเลย”

            “อืม” มู่หรงเสวี่ยพยักหน้าพอใจ


            เย่อี้เฉินเพิกเฉยต่อความตั้งใจของนาง บีบบังคับให้รับสินสอดเพื่อยัดเยียดให้นางเป็นบ้านรอง นางยิ่งรู้สึกเกลียดชังเขามากขึ้นไปอีก เดิมทีคิดจะเปิดปากสั่งสอนพ่อบ้านหวัง แต่คาดไม่ถึงว่ามู่หรงเย่กลับชิงออกหน้าสั่งสอนความอวดดีของพวกเขาเสียก่อน เขากล่าววาจาทำให้เย่อี้เฉินเสียหน้า และยังเป็นเดือดเป็นร้อนแทนนาง นางไม่ต้องทำอะไรเพียงแต่รอดูผลอย่างสบายๆ


            พ่อบ้านหวังหรี่ตาคมมองร่างของมู่หรงเย่กับมู่หรงเสวี่ยที่ค่อยๆเดินกลับเข้าจวนไปอย่างช้าๆ สินสอนส่งถึงแล้ว ถึงแม้มู่หรงเย่ไม่ยอมรับไว้ ก็ถือว่าเขาได้ทำตามคำสั่งของท่านอ๋องสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเขายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องแจ้งให้มู่หรงเย่ทราบ “คุณชาย อีกสามวันให้หลัง ท่านอ๋องจะจัดขบวนมารับคุณหนูมู่หรงรับเข้าวังอ๋องเป็นพระชายารอง......”

            ‘ปึก’ เสียงแผ่นไม้กระทบกับปากของพ่อบ้านหวังเสียงดัง ตัดบทสนทนาของเขาลง

            พอบ้านหวังมีสีหน้าเขียวคล้ำ มองไปยังร่างบางเบื้องหน้าด้วยสายตาเหยียบเย็น พลางบ้วนฟันขาวสองซี่ที่หลุดปนออกมากลับเลือด

            ความชุลมุนโดยรอบหยุดชะงักลง เหล่าผู้คนมองหน้ากันไปมา เป็นใครกันที่กล้าตบปากพ่อบ้านหวัง


            ค่อยๆปรายสายไปมอง ปรากฏร่างของมู่หรงเสวี่ยที่ยืนนิ่งเงียบหันหลังให้เขาอยู่บนทางเดินหินห่างไปไม่กี่เมตร น้ำเสียงเย็นชาลอยลู่ตามสายลมมาเข้าหูของเขา “ต่อหน้าประตูจวนเจิ้นกั๋วโหว ใครหน้าไหนที่กล้ามาลบหลู่ดูหมิ่น พวกข้าคงยอมมิได้ ทหารยามจวนเจิ้นกั๋วโหวฟังคำสั่ง หากว่ายังมีใครกล้ารุกล้ำเข้าจวนหรือกล้าโหวกเหวกโวยวายหน้าประตูจวน จงฟันทิ้งเสียไม่ว่าจะเป็นหรือตาย”

            “ขอรับ” ทหารยามจวนเจิ้นกั๋วโหวรับคำสั่ง ทำการขับไล่คนของวังจิ้งอ๋องให้ออกไปอย่างฮึกเหิม เหตุการณ์หน้าจวนกลับวุ่นวายอีกครั้ง

            มู่หรงเย่ทำเป็นมองไม่เห็น มองไปยังมู่หรงเสวี่ยอย่างแปลกใจ “น้องเล็กเจ้าไปเรียนกระบวนท่าเมื่อครู่กับผู้ใดกัน เพียงใช้แรงเขวี้ยงแผ่นไม้ออกไปก็ทำให้พ่อบ้านหวังฟันล่วงสองซี่ได้ เจ้าไม่รู้หรือพ่อบ้านหวังนั่นเป็นคนมีวรยุทธสูงผู้หนึ่ง ชื่อเสียงก็มีไม่น้อย แต่ก็ยังไม่สามารถหลบพ้นการโจมตีจากเจ้าได้ เจ้ากลายเป็นคนเก่งกาจเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น