หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ในโลกใบใหม่ที่ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นจึงมีสิทธิ์ก้าวต่อไป นางจะไม่มีทางยอมจำนนต่อโชคชะตา หากฟ้ากล้าขวางนางจะทำลายฟ้า หากดินกล้าค้านนางจะบดขยี้ดิน! สองมือของนางจะพลิกปฐพีนี้ให้สั่นสะเทือน!

ตอนที่ 9 ฆ่าไม่ได้ใช่ไหม ได้ !

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 ฆ่าไม่ได้ใช่ไหม ได้ !

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ส.ค. 2560 17:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 ฆ่าไม่ได้ใช่ไหม ได้ !
แบบอักษร

“บางทีในโลกนี้ คนที่รู้ว่าเจ้าเป็นผู้หญิงอาจจะมีแค่เจ้าเพียงคนเดียว” มู่ชิงเกอพลันพูดขึ้น

มู่เกอขมวดคิ้วเงยหน้าขึ้น เหมือนกำลังรอคอยว่าเธอจะพูดอะไรต่อ แต่ในใจแอบเถียงว่า :ผิดแล้ว ยังมีไอ้ถ้ำมองน่าตายนั่นอีกคน

ตอนที่เขาปรากฏตัว เป็นตอนที่เครื่องมือมายากำลังซ่อมแซมตัวเอง ประกอบกับเธอกำลังอาบน้ำล้างตัว อะไรๆ ก็คงจะถูกเขาเห็นจนหมดแล้ว

ยังดี ที่ตอนนี้ร่างแบนเรียบเป็นไม้กระดานนี่ไม่มีอะไรน่าดู และยังมีเอี๊ยมปิดบังอยู่ ก็ไม่ถือว่าจะทำให้เธอต้องเสียเปรียบอะไรมากนัก

“ตอนนี้ข้าจำได้แค่ว่า ในตอนที่ข้ายังเด็ก ท่านแม่เคยบอกกับข้าว่า ถ้าอยากทำให้ท่านปู่มีความสุข ทำให้ตระกูลมู่อยู่อย่างสงบสุขก็ห้ามถอดตุ้มหูนี้” มู่ชิงเกอหลุบตาลงพูดสียงเบา ราวกับกำลังจมลงสู่ภวังค์ในอดีต

มู่เกอยังคงเงียบ

เธออาจจะพอเดาความเกี่ยวโยงบางอย่างออกแล้ว

ตระกูลมู่มีฐานะซับซ้อนในแคว้นฉิน แม่ทัพมู่ซงเองก็มีคุณความชอบทางการทหารมากมาย ถ้าจะนำมาซึ่งความหวาดระแวงขององค์ฮ่องเต้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าตระกูลมู่ไร้ซึ่งผู้สืบสกุลชาย ฮ่องเต้ก็จะสามารถอ้างริบตำแหน่งกลับมาได้อย่างชอบธรรม และหากเหี้ยมกว่านี้อีกหน่อย ก็ยกเธอให้กับองค์ชายสักองค์ ตระกูลมู่ก็อาจถูกยืดอำนาจโดยไม่รู้ตัว และยังเป็นการกำจัดมู่ซงอีกด้วย 

แต่ถ้าหากว่าตระกูลมู่มีทายาทมารับช่วงต่อ แม้ว่าจะไม่ได้เก่งกาจ แต่ฮ่องเต้ก็คงไม่อาจลงมือกับตระกูลมู่ได้ง่ายๆ แต่กลับต้องระมัดระวังและรีบสร้างความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลมู่เอาไว้ ไม่ว่าเบื้องหลังจะเป็นอย่างไร แต่ต่อหน้าก็ควรจะแสดงถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันไว้ก่อน หาไม่แล้ว ผู้ที่จะผิดหวังก็คือเหล่าทหารและปวงประชาของแคว้นฉิน 

นี่เป็นครั้งที่สองที่มู่เกอรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับแม่บังเกิดเกล้าของเจ้าของร่างนี้ ว่าเป็นคนแบบใดกันแน่

 ไม่ใช่แค่มีเครื่องมือมายา แต่ยังใช้ลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองมาเป็นหมากแบบนี้

มู่เกอหันหน้ามาหยุดสายตาอยู่ที่ร่างอันโปร่งแสงของมู่ชิงเกอ “เหมือนเจ้าจะเคยบอกว่า สายเลือดใกล้ชิดที่หลงเหลืออยู่มีเพียงท่านปู่และท่านอา แล้วท่านพ่อ ท่านแม่ของเจ้าล่ะ?”

 ท่านพ่อ ท่านแม่……

คำคำนี้ราวกับกระทบจุดต้องห้ามในใจของมู่ชิงเกอเข้า ในดวงตาของนางมีความเจ็บปวดวาบผ่าน นางพูดช้าๆ ว่า “ตอนข้าอายุสี่ขวบ ท่านพ่อเสียชีวิตในสงคราม ท่านแม่ไม่เชื่อเรื่องนี้จึงออกไปตามหาท่านพ่อในสนามรบด้วยตัวเอง จากนั้นก็หายสาบสูญไป ท่านแม่เป็นเด็กกำพร้า รู้จักกับท่านพ่อในสนามฝึก ตอนที่ท่านแม่หายไป ท่านปู่ก็เคยส่งคนออกไปตามหา แต่สุดท้ายก็ยังไร้ซึ่งข่าวคราว”

4 ขวบ........ตอนนี้มู่ชินเกออายุ 15 แล้ว 

11 ปีผ่านมายังไม่มีข่าวคราวอะไร เกรงว่าคงจะ……..

มู่เกอมองมู่ชิงเกอโดยไม่พูดอะไรเหมือนจะเริ่มเข้าใจการกระทำที่ไม่เหมาะสมต่างๆของมู่ชิงเกอตอนยังมีชีวิตอยู่ขึ้นมาแล้ว

เด็กอายุไม่กี่ขวบ ต้องเก็บรักษาความลับที่สะเทือนฟ้านี้เอาไว้คนเดียว ต้องรับภาระอันหนักหน่วงของวงศ์ตระกูลตั้งแต่ยังเด็ก มู่ชินเกอไม่เหมือนเธอที่คิดแบบคนที่โตแล้ว นางเพียงอาศัยกำลังของตนเพื่อทำในสิ่งที่แม่นางบอกไว้ให้สำเร็จ

เสียดายที่นางเป็นคนไร้ประโยชน์ ไม่สามารถฝึกพลังได้ ภายใต้ความกดดันนี้ นางคงทำได้แค่ใช้ชื่อเสียงไม่ดีของตนทำให้ผู้คนในแคว้นฉินจดจำตระกูลมู่ได้

หนึ่งคนหนึ่งวิญญาณเงียบไปนาน สุดท้ายมู่เกอก็เป็นคนทำลายความเงียบนั้น           “ลองเล่าเรื่องของคนแซ่เหอสิ” มู่เกอเอามือรองท้ายทอย เอนตัวนอนลงบนพรม

จ้องมองหลังคากระโจม

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ แววตาของมู่ชิงเกอก็เกิดแรงอาฆาตอันเข้มข้น เสียงเยียบเย็นกัดฟันพูดชื่อหนึ่งออกมา “เหอเฉิง”

“เหอเฉิงเหรอ?” มู่เกอนัยน์ตาสั่นไหว แววตาดำมืดยากจะเข้าใจ “ด้วยนิสัยของท่านปู่แล้ว ถ้ามีคนคิดร้ายกับหลานรัก หลานคนเดียวของตระกูลมู่ และยังทำให้ทหารองครักษ์ทั้ง 500 นายต้องตายในทีเดียว ไม่ต้องให้เจ้าพูดอะไร ท่านปู่ก็คงจะฉีกร่างมันออกเป็นหมื่นๆชิ้น  แต่ทำไมท่านปู่กลับบอกข้าว่าห้ามฆ่ามัน”

มู่ชิงเกอหลับตา “เพราะตระกูลเหอเป็นคนของรุ่ยอ๋อง ถ้าเหอเฉิงไม่ตาย ตระกูลเหอก็คงจะว่าอะไรไม่ได้ แต่ถ้าตาย  ตระกูลเหอก็จะถือโอกาสนี้เล่นงานตระกูลมู่ เบื้องบนอาจจะใช้เรื่องนี้ในการยึดอำนาจทางทหารบางส่วนของท่านปู่ ตระกูลมู่ไม่เคยเข้าไปยุ่งเรื่องการแก่งแย่งของเหล่าองค์ชาย แต่เพราะข้าทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลมู่และรุ่ยอ๋องแย่ลง  ตอนนี้ฮ่องเต้พระชนมายุมากแล้ว องค์ชายแต่ละองค์ก็เตรียมวางแผนจะเคลื่อนไหว ท่านปู่ไม่อยากให้ถูกดึงเข้าไปพัวพันด้วย ฉะนั้นท่านจึงไม่ให้เจ้าฆ่าเหอเฉิง และให้เจ้ารักษาระยะห่างกับรุ่ยอ๋องไว้”

“เจ้าก็รู้ดีนี่” มู่เกอพูดพร้อมยิ้มเยือกเย็น เหมือนกำลังประชดและว่าแดกดัน

มู่ชิงเกอไม่ตอบคำ จมเข้าสู่ภวังค์ความคิดของตน 

เห็นท่าทางแบบนี้ของนาง มู่เกอพอจะเดาออกว่าในใจนางยังคงอาลัยอาวรณ์ต่อรุ่ยอ๋อง

ทั้งสองจึงไม่ได้คุยเรื่องนี้กันต่อ มู่เกอแอบคิดในใจว่าเรื่องของเหอเฉิงคงไม่ได้มีคนร้ายแค่คนเดียว รุ่ยอ๋องผู้นั้น………ครั้งนี้ที่เขามาพร้อมกับท่านปู่ เกรงว่านอกจากอยากจะมาดูให้เห็นกับตาว่ามู่เกอเป็นตายอย่างไรแล้ว ก็คงจะมาเพราะเหอเฉิงสินะ

คิดจะเอาตัวเหอเฉิงออกจากจวนตระกูลมู่รึ?

มู่เกอพลันเผยรอยยิ้มโอหังชั่วร้ายออกมา ดวงตาสดใสนั้นมีแววสนุกสนานเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน

ก็ต้องดูว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่!

‘ฆ่าไม่ได้เหรอ ไม่เป็นไร เก็บเอาไว้ค่อยๆ เล่น’ รอยยิ้มของมู่เกอโหดเหี้ยมขึ้น เธอจะทำให้คนที่กล้ายั่วโมโหเธอได้เข้าใจว่า แบบไหนที่เรียกว่าอยู่ไม่สู้ตาย

แค่ชีวิตของสารเลวคนเดียว จะเทียบชีวิตกับทหารกล้าทั้ง 500 นายของตระกูลมู่ได้อย่างไร?!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น