by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

34/ ด้านมืดหรือด้านสว่าง (แก้คำผิด)

ชื่อตอน : 34/ ด้านมืดหรือด้านสว่าง (แก้คำผิด)

คำค้น : ตอนที่ 34

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 54.3k

ความคิดเห็น : 203

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2561 06:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
34/ ด้านมืดหรือด้านสว่าง (แก้คำผิด)
แบบอักษร

โปรด Part

ตรู๊ดๆ ๆ "สวัสดีครับคุณอรรค เงียบหายไปเลยนะครับ"

"ฮ่าๆ ๆ สวัสดีครับไอ้เสือรูปหล่อได้พ่อมาเยอะ อยู่แพร่เป็นยังไงบ้าง หาสะใภ้ให้พ่อได้ปะเอาสะใภ้จริงๆ ไม่เอาสะใภ้กำมะลอเหมือนทุกวันนี้นะเว้ย" เรื่องไอ้พีผมตงิดใจอยู่แล้ว ว่าคนเกาะติดข่าวลูกเว่อร์ที่สุดอย่างคุณอรรคจะไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ ผมมาถึงบางอ้อก็ตอนเจอหลงรักนี่แหละ นอกจากคุณอรรคแล้วอีกคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องของไอ้ตุลย์กับมิน และตอนนี้ก็คงยื่นมือมาชักใยเรื่องของผมกับหลงรักก็คงไม่พ้นน้องสาวตัวแสบน่ะสินะ

แต่อย่างน้อยก็ดีตรงที่ว่าผมสนิทกับยัยชมพู่มากกว่าญาติห่างๆ อีกคน และน้องสาวของผมค่อนข้างจะถือหางผมมากกว่าพี่ชายอีกคน ทำให้ผมมั่นใจว่าในเมื่อยัยชมพู่กับคุณอรรคเจตนาส่งผมมาเพื่อเจอหลงรัก เพราะงั้นเรื่องของหลงรักคงไม่หลุดไปถึงหูของไอ้ลูกพี่ลูกน้องของผมอีกคนแน่ๆ แต่ที่ผมติดใจอยู่ก็คือ ยัยชมพู่รู้เรื่องของผมกับไอ้พีเหมือนที่คุณอรรครู้รึเปล่า?

"พ่ออยากให้ผมเจอใครล่ะ? "

"หึหึ ก็ไม่รู้สินะ ตกลงแกได้เจอมั้ยไอ้เสือแล้วเป็นยังไงบ้างเล่าให้ฟังหน่อยพ่ออยากรู้"

"เฮ้อ งั้นพ่อบอกผมมาก่อนว่าพ่อรู้อะไรบ้าง"

"บ๊ะ! ขี้ต่อรองจริงๆ กับพ่อกับเชื้อก็ไม่เว้น"

"เอาเนื้อๆ พ่อ ผมต้องไปทำงานอีก" ก่อนที่ไอดอลของไอ้โยจะแผลงฤทธิ์ผมต้องสกัดไว้ ไม่งั้นคงได้เพ้อไปอีกจนยาว

"ให้พูดหน่อยก็ไม่ได้ เออๆ พ่อเพิ่งจะรู้หมดทุกเรื่องไม่นานนี่แหละ ตกลงแกกับเมียน่ารักเป็นไงบ้างน้องจำไอ้เสือได้มั้ย"

"ผมยังถามไม่จบเลย แล้วหลานสาวสุดที่รักของพ่อน่ะ มันรู้เรื่องนี้ด้วยมั้ย รู้แค่ไหนเนี่ย"

"โว๊ะ! เรื่องเยอะจริงได้เชื้อเยอะจากใครไปวะ หลานสาวที่รักมันไม่รู้หรอก มันก็รู้เท่าที่ลูกไอ้สิงห์รู้นั่นแหละพอใจรึยัง ถ้าพอใจแล้วก็ตอบมา" อย่างน้อยก็น่าสบายใจหน่อยที่ยัยชมพู่ยังไม่รู้ลึกมากไปกว่าที่ผมต้องการให้รับรู้ ไม่งั้นเรื่องคงจะวุ่นวายและยากสำหรับผมมากไปกว่านี้ จากนั้นก็ถึงเวลาที่คุณอรรคล้วงลึกจนผมต้องคายทุกอย่างออกมาอย่างเสียไม่ได้

"ไอ้เสือฟังนะลูก เรือมันไม่ได้จมเพราะน้ำที่อยู่รอบตัว แต่เรือมันจมเพราะน้ำที่เข้าไปต่างหาก ถ้ารู้ว่ามีปัญหาตรงไหนก็อุดรอยรั่วซะ อย่าให้ปัญหาที่ไอ้เสือเจอรอบด้านมันเข้าไปได้ล่ะ เพราะมันจะทำให้ไอ้เสือจมลง ถ้าวันนี้น้องยังหลับอยู่ซักวันน้องก็จะตื่นขึ้นมาเอง อย่าเพิ่งสรุปว่าตอนนี้มันแย่ มันอาจเป็นจุดเปลี่ยนทำให้ไอ้เสือได้เจอคนที่ใช่คูณสองก็ได้ทูอินวันไงเว้ย ลูกสะใภ้ที่รักของพ่อคนนี้ น้องมันน่ารักนะพ่อชอบ ฮ่าๆ ๆ "

"ตกลงพ่อเจอหลงรักแล้ว? "

"อะ..เอ่อ แค่นี้ก่อนนะไอ้สันต์โทรมาพอดี ตกลงเรื่องพ่อตากำมะลอของเมียกำมะลอน่ะ ถ้าไม่ว่างจัดการเดี๋ยวพ่อคนนี้จะเป็นธุระให้ก็แล้วกัน คุยกันบ่อยๆ หน่อยนะลูกชายหัวแก้วหัวแหวน พ่อล่ะคิดถึ๊งคิดถึง แต่แกน่ะไม่เคยหรอกจะคิดถึงหัวอกพ่อคนนี้ พ่ออยาก"

"ไหนว่าลุงสันต์โทรมาไง? " ตรู๊ดๆ ๆ

สุดท้ายคุณอรรคก็ตัดสายผมทิ้งอย่างไร้เยื่อใย ตกลงความเยอะความเล่นใหญ่ นี่มันสามารถถ่ายทอดให้กัน โดยไม่ต้องอาศัยกรรมพันธุ์เดียวกันก็ได้ใช่ไหม จากคุณอรรคสู่ไอ้โย จากไอ้โยสู่แมงหมู หวังว่าผมคงจะเจอรุ่นสุดท้ายแค่แมงหมูนะ อย่าให้หลงรักเป็นแบบคนพวกนี้เลย เพราะแค่วีรกรรมกลางตลาดวันก่อน ทุกวันนี้ผมจะเดินตลาดยังต้องไปพร้อมมินหรือไอ้ตุลย์ ไม่งั้นคงโดนจิก โดนกัดด้วยข้อหารังแกเด็กที่เมียสร้างไว้แน่ๆ หลงรักนะหลงรัก ที่ทำเป็นเอ๋อนี่เพราะอยากแกล้งพระอาทิตย์ใช่ไหมครับแมงปอ!


"เฮ้ออ"

"เป็นไรวะโปรด? กูเห็นมึงเฮ้อๆ จะครบโหลแล้วคิดถึงเมียรึไง คิดถึงทำไมไม่ไปหาวะนั่งเครื่องชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงละ วันหยุดสงกรานต์ก็เสือกไม่ไปเร่งงานอะไรนักหนา" ผมเหลือบตามองไอ้ตุลย์อย่างเซ็งๆ ทำไมยิ่งใกล้วันแต่งงานมันยิ่งขี้บ่นวะหรือนี่เป็นอาการตื่นงานแต่งรึเปล่า?

"กูอยากให้อาคารเสร็จไวๆ เพราะเบื่อขี้หน้ามึงไงไอ้หมอ เออ..วันนี้มึงต้องอยู่เวรถึงค่ำนี่ งั้นเดี๋ยวกูไปรับแมงหมูมันเอง" เพราะต้องมาคุมงานก่อสร้างอาคารผู้ป่วยโรงพยาบาลที่ไอ้ตุลย์หน้าด้านขอเขามาประจำอยู่ ผมถึงรู้ตารางงานมันทุกเม็ด พักนี้ไอ้ตุลย์มันทำงานหนักเพื่อจะลาหยุดช่วงงานแต่งของมันกับมิน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 มิถุนายนนี้ ยิ่งใกล้วันงานไอ้ตุลย์ยิ่งเห่อหนัก จนแทบจะซื้อหน้าโฆษณาของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นด้วยซ้ำ

เห็นมันยิ้มมันมีความสุขแบบนี้ผมก็ดีใจสบายใจไปด้วย อีกไม่ถึงเดือนน้องชายกับเพื่อนของผม เขาจะเริ่มต้นใหม่กับสถานะคำว่าครอบครัวแล้วสินะ นี่มันเป็นเรื่องที่ทำให้ผมยินดีมากเรื่องหนึ่งทีเดียวล่ะ

"มึงอย่าพาอ้วนไปซื้อขนมอีกนะโปรด เดี๋ยวมินบ่นอีก อย่าตามใจหลานมากสิวะ มันจะเสียเด็กเพราะมึงกับไอ้โยนี่แหละ"

"ตุลย์มึงรู้ตัวมั้ยว่าเดี๋ยวนี้มึงขี้บ่นขึ้นทุกวันเลยนะ กูไปดูเด็กๆ มันเก็บงานดีกว่า นั่งคุยกับมึงแล้วรู้สึกเหมือนคุยกับหมอแก่ๆ ว่ะ" ผมรีบลุกเดินโกยอ้าวหนีไอ้ตุลย์ ก่อนที่มันจะส่งคำสวดยาวๆ มาจนทำให้ปวดหัว แค่คุยกับหลงรักกับแมงหมูผมก็ปวดหัวจนอยากจะวิ่งไปโดดสะพานแม่น้ำยมวันละสิบรอบแล้ว ถ้าไม่ติดที่ยังไม่ได้เคลียร์เรื่องไอ้พี กับเรื่องที่ยังจีบหลงรักไม่ติดนะ ป่านนี้ผมคงล็อกคอพวกไอ้หมอแล้วนั่งสาธยายให้มันฟังทุกเรื่องแล้วล่ะ ความอัดอั้นนี้จะได้หายไปสักที..

ตรู๊ดๆ ๆ "ว่าไงชิน" ตั้งแต่เจอหลงรัก สายโทรศัพท์ที่ทำให้หนักใจที่สุดก็คงเบอร์นี้แหละ

"มึงเป็นไงบ้างโปรด ทำไมหายเงียบไปนานเลยวะ กูนึกว่ามึงตายห่าไปแล้วนะสัส"

"กูงานยุ่งเร่งเก็บงานอยู่ นี่ทีมตกแต่งก็เร่งยิกๆ เตรียมพร้อมกันตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่งานเก็บกูยังไม่เรียบร้อยไง มาเร่งมากๆ เดี๋ยวกูย้ายหัวหน้าแผนกแม่งซะเลย แล้วมึงล่ะ โปรเจคยักษ์คอนโดที่ทำอยู่เป็นไง มีปัญหาอะไรมึงคุยกับไอ้นัทโดยตรงได้เลยนะ ถึงมันจะเป็นหมอแต่เรื่องธุรกิจครอบครัวของมัน มันตัดสินใจได้หมดแหละ"

"โปรดๆ พอก่อนกูฟังไม่ทัน เป็นอะไรวะกูว่ามึงดูลนลานไปนะ" คำท้วงของไอ้ชินทำให้ผมต้องรีบเบรกตัวเองให้ไว ยอมรับว่าผมลนลานจริงๆ คนที่ทำให้ผมกังวลเรื่องหลงรักรองจากแมงหมูก็ไอ้ชินนี่แหละ เพราะคำพูดที่มันบอกว่าถ้าได้เจออีกครั้ง มันจะไม่ยอมถอยให้อีกแล้วยังดังก้องติดอยู่ที่หู

จนทำให้ผมถึงกับต้องยกโปรเจคคอนโดริมแม่น้ำของครอบครัวไอ้นัท ให้ไอ้ชินรับไปดูแล คุณอรรคเขาก็ไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องนี้หรอก จะให้มีปัญหาอะไรล่ะ ในเมื่อไอ้ชินก็คือหลานรักอีกคนของคุณอรรคเขา ถูกต้องแล้วครับไอ้ชินมันเป็นลูกของพี่สาวแม่ผมเอง เพราะงั้นสถานะผมกับมันเลยถือเป็นลูกพี่ลูกน้องกันอีกคน

"กูรีบน่ะ ต้องไปรับแมงหมูที่โรงเรียน" หลังจากตั้งสติได้ผมก็ตอบมันไปนิ่งๆ สักวันไอ้ชินมันต้องรู้เรื่องหลงรักแน่นอน เพราะงั้นผมต้องใช้เวลานี้ทำคะแนนกับหลงรักให้มากที่สุด

"เออๆ เดี๋ยวได้วันหยุดกูกับไอ้โอจะขึ้นไปเที่ยวก็แล้วกัน เรื่องไอ้เด็กพีล่ะมึงจะจัดการยังไงต่อ เห็นไอ้พุบอกว่ามันเริ่มบ้าหนักกว่าเดิม เพราะเด็กที่ส่งไปตามส่องมึงถูกเก็บเรียบนี่ โดยเฉพาะเด็กที่มันส่งไปตามหาคนนั้นหายสาบสูญทุกคน จนรู้ถึงหูพ่อมันละ หึหึ มีเมียโรคจิตคอยส่งคนตามส่องดูความประพฤติผัว ก็ทุกข์ใจแบบนี้แหละ รับกรรมไปซะน้องชาย"

"ไอ้พีไม่เคยเป็นเมียกู มึงเองก็น่าจะรู้ดีกว่าทุกคนนะชินว่าคนที่เป็นเมียกูน่ะใคร ส่วนเรื่องพ่อของมันเดี๋ยวโปรเจคโรงพยาบาลเสร็จ กูจะลงไปจัดการเอง แล้วเรื่องไอ้พีนี่แหละที่กูโคตรอึดอัดเลยว่ะชิน กูอยากจบแม่งซะนาทีนี้ด้วยซ้ำแต่..กูถูกชายผ้าเหลืองขอบิณฑบาตเอาไว้ เรื่องนี้แหละทำให้กูกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่เนี่ย จะปล่อยมันไปเฉยๆ ทั้งที่มันทำไว้เยอะทำจนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้เขาจะไม่อยู่ให้มันทำร้าย แต่มันก็ยังจะดิ้นรนตามทำร้ายเขาไม่หยุด แบบนี้กูโคตรไม่โอเคเลยว่ะ"

"ชายผ้าเหลือง? "

"อืมไว้จะเล่าให้ฟังแต่เดี๋ยวกูต้องรีบไปรับแมงหมูก่อน ไอ้หลานตัวนี้ก็ตัวแสบ ถ้ามึงรู้วีรกรรมมันเหมือนที่กูรู้ มึงอาจจะอยากอุ้มแมงหมูไปถ่วงน้ำเหมือนกูก็ได้ แม่งคิดแล้วหงุดหงิดฉิบหายแค่นี้ก่อนนะ อ้อ โปรเจคของพ่อไอ้นัทน่ะ มึงต้องละเอียดรอบคอบที่สุดนะชิน ใช้เวลานานไม่ว่าแต่อย่าให้เสียชื่อ เพราะบ้านไอ้นัทใช้บริการบ้านเรามาหลายงานแล้ว ถ้ามาเสียที่โปรเจคนี้มึงคงรู้ตัวนะว่าต้องพิจารณาตัวเองยังไงในฐานะหลานรักของคุณอรรค อ้อ อีกอย่างมึงแค่เกิดต้นปีแล้วกูเกิดปลายปี กูไม่นับว่าเป็นพี่หรอกไอ้สัส" ไอ้ชินมันหัวเราะมาตามสาย นี่ถ้าอยู่ใกล้ๆ คงมีลงไม้ลงมือกันบ้างล่ะ ก็ผมกับมันเล่นกันแรงๆ ตั้งแต่เด็กนี่นา

และต่อไปผมไม่รู้ว่าเราจะต้องมาเล่นกันแรงๆ ในเรื่องของหลงรักอีกไหม

"โทษทีนะไอ้พี่ชาย มึงคงต้องขลุกอยู่กับโปรเจคนั้นอีกนานเป็นปีเลยแหละ ก็ตอนนี้มันเพิ่งเคลียร์พื้นที่ปรับสภาพพื้นที่เองนี่นา หึหึ" ผมอดพึมพำเรื่องนี้อย่างอารมณ์ดีไม่ได้ ส่วนเรื่องชายผ้าเหลืองที่พูดถึง ทุกเรื่องที่เคยตั้งใจไว้ตั้งแต่เจอแมงปอที่เป็นหลงรักมันคลาดเคลื่อนไปหมดนับ ตั้งแต่ที่หลวงตาได้ขอบิณฑบาตเรื่องไอ้พี ผมไม่รู้ว่าหลวงตารู้เรื่องของไอ้พีได้ยังไง ถึงท่านจะไม่ได้เอ่ยเจาะจงว่าคนนั้นคือไอ้พี แต่ผมมั่นใจในความหมายที่ท่านส่งมาว่ามันคือเรื่องนี้อย่างชัดเจน

"โยมโปรด การสร้างกรรมไม่ว่าเราจะสร้างโดยเจตนาหรือไม่เจตนา จะสร้างโดยทางอ้อมหรือทางตรง แต่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วมันก็ย่อมจะมีผลที่ตามมาเช่นกัน ผลที่ตามมาโยมต้องรับมันและอยู่กับมันให้ได้

“กรรมใครก็กรรมมัน อย่าใช้อภิสิทธิ์ใดๆ ไปลงโทษ หรือตัดสินกรรมของคนอื่นเขา เพราะนอกจากจะไม่มีอะไรดีขึ้น มันกลับเป็นการเพิ่มกรรมให้ตัวโยมที่มีอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก หลวงตาอยากให้โยมละวางจากทุกสิ่ง อย่าได้อาฆาตจองจำกันอีกเลย โยมก็น่าจะรู้ดีว่าคนที่ถูกจองจำให้ทุกข์ทรมานนั้นไม่ได้มีแค่ตัวเขา ตัวโยมนั่นแหละที่จะยิ่งดำดิ่งลึกลงไปทุกที

“ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว ล้วนไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า มันก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเหมือนกัน อย่าหมกมุ่นอยู่แต่การปกป้องอย่างผิดวิธี จนทำให้ตัวโยมเองเข้าสู่ด้านมืดอย่างแท้จริง ทางสองทางที่เป็นทางแยกให้โยมต้องเลือกเดินตอนนี้ ก็คือด้านมืดและด้านสว่าง จะเอาคืนให้จบสิ้นไปข้างหนึ่ง หรือให้อภัยเพื่อให้ผลของวิบากกรรมนั้นตามติดเขาไปเอง นั่นคือสิ่งที่โยมต้องคิดและตัดสินใจ จงอย่าลืมว่าการจะทำอะไรก็แล้วแต่โยมต้องมีสติ

“โลกคือโรงเรียนที่กว้างใหญ่ที่สุด อุปสรรคปัญหาที่ผ่านเข้ามา นั่นก็คือบทเรียนที่มีค่าที่สุด เหล่ามารทั้งหลายก็คือครูชั้นดีที่สุด หลายสิ่งที่โยมเจอบางครั้งมันอาจสนุกสนาน นำพาแต่ความสุขมาให้ แต่บางทีมันก็นำพาแต่ความทารุณโหดร้าย พบเจอแต่เรื่องลำบากยากเข็ญกว่าที่โยมคิด ไม่ว่าจะชอบหรือไม่ชอบวิชานั้นก็ตามโยมก็ต้องเรียนมันให้จบ ผ่านมันไปให้ได้ด้วยสติและปัญญาของโยมเอง"

"ผมจะต้องปล่อยวางมัน ถึงแม้ว่ามันจ้องทำลายในสิ่งที่ผมปกป้องเหรอครับหลวงตา"

"แต่สิ่งที่โยมปกป้อง โยมก็เคยทำลายเหมือนกันไม่ใช่เหรอ ถือว่าหลวงตาขอบิณฑบาตก็แล้วกันนะ วิบากกรรมของพวกโยมมันยังไม่พ้นซึ่งกันและกัน ถ้าโยมไปเพิ่มกรรมขึ้นมา อีกคนที่จะได้รับผลแห่งกรรมนั้นมันจะไม่ได้มีแค่โยม แต่คนที่โยมปกป้องอยู่ เขาจะพลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย"

"...ผมขอเวลาคิดหน่อยนะครับหลวงตา"

และนั่นก็เป็นประโยคสุดท้ายที่ผมคุยกับหลวงตาในเรื่องนี้ มันเป็นที่มาว่าทำไมตั้งแต่กลางเดือนกุมภาที่ผมเจอหลงรัก ที่น่าหลงรักอีกครั้ง จนถึงตอนนี้ก็มิถุนา แต่ผมก็ยังจัดการเรื่องไอ้พีให้จบๆ ไปไม่ได้ ผมไม่แคร์ถ้าตัวเองต้องตกนรกหมกไหม้ไม่ว่าจะกี่ขุมก็ตาม แต่ผมแคร์ถ้าหลงรักจะต้องรับใช้ผลกรรมที่เกิดจากการกระทำของผมไปด้วยอย่างที่หลวงตาท่านเอ่ยมา

ผมเคยทำลายหลงรักด้วยการปกปิดความผิดของตัวเอง โยนความผิดไปให้ความขี้ขลาดของตัวเองอย่างหน้าด้านๆ มาแล้วครั้งหนึ่ง เพราะงั้นไม่ว่าอะไรที่จะเกิดขึ้นอีก ผมต้องใช้สติในการคิดและทำทุกอย่างให้รอบคอบกว่านี้ มันไม่ใช่เพื่อใคร...แต่มันเป็นเพื่อเรา


"แมงหมู นั่นแบกอะไรมาจนกระเป๋าตุงอีกวะ" พอเห็นก้างตัวน้อยที่มีฤทธิ์สามารถฆ่าผมได้ กำลังเดินแบกกระเป๋านักเรียนจนตัวเอียงก็อดเอ็นดูปนหมั่นไส้ไม่ได้ หลานชายคนนี้ผมรักมันมากนะ แต่ก็ไม่ได้มากพอที่จะใจดียกเมียตัวเองให้เล่นบทเป็นแฟนกับมันไปนานๆ เหมือนกัน

"สวัสดีครับลุงโปรด วันนี้มีพี่สาวเอาหนมมาให้ติณฑ์เยอะแยะเลย มีฝากมาให้ลุงโปรดด้วยนะ คุณครูของติณฑ์ฝากมาให้เอง แต่เราเป็นผู้ชายเราไม่ต้องกินหรอกเนอะลุงเอาไปให้น้องหลงดีกว่า น้องหลงจะได้มีหนมกินไม่ต้องแอบไปซื้อนอกวัดจนโดนหลวงตาตีขาอีก ติณฑ์สงสารน้องหลง" แล้วหลงรักเมียกูไม่ใช่ผู้ชายหรือไงวะไอ้แมง?

ผมอยากอุ้มแมงหมูโยนออกไปกลางถนนให้รถทับ พอๆ กับที่อยากอุ้มมันขึ้นมากอดมาฟัดแรงๆ สักที ถ้าคนที่มันหลงรักหัวปักหัวปำไม่ใช่หลงรักนะ ผมสัญญาว่าจะช่วยสนับสนุนทุกทางทุกอย่าง จะลักพาตัวใส่พานมาถวายให้ยิ่งกว่าไอ้ดิวกับไอ้โยเสียอีก

"เอากระเป๋ามานี่ ตัวก็สั้นแล้วยังอยากหน้าใหญ่อีก ขึ้นรถไปเลย"

หลานรักของผมมันยิ้มหน้าบานโยนกระเป๋าตุงๆ ที่เต็มไปด้วยขนมนมเนยมาให้ แล้วเดินนวยนาดตูดบิดไปขึ้นรถ ผมได้แต่มองท่าทางที่เต็มไปด้วยความสุขของหลานชายตัวแสบอย่างหนักใจ สมมุติว่าสักวันแมงหมูมันรู้ว่าขนมที่ผมประเคนให้มัน เจตนาจริงๆ ของผมก็คือตั้งใจให้แมงถือไปให้เมีย และถ้ามันรู้ว่าผมกำลังหลอกใช้และจ้องจะงาบแฟนเก่ามันที่เป็นเมียรักของผม แล้วแมงหมูจะมีปฏิกิริยายังไง? เพราะเท่าที่สัมผัสมา แมงหมูเป็นเด็กที่มีความคิดความอ่านบางอย่างโตกว่าเด็กวัยเดียวกันเยอะและฉลาดกว่าเด็กวัยเดียวกันแยะ

จนบางเรื่องก็เหนือความคาดหมาย ถ้าแมงหมูรู้ความจริงทุกอย่างหลานชายที่รักของผมจะเสียใจแค่ไหนกัน นี่เป็นปัญหาที่ผมยังคิดไม่ตก ถัดจากเรื่องจะปลุกเมียยังไงให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเลยนะ แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบหลงรัก หลงรักน่ะน่ารักยิ่งกว่าตอนที่เป็นปอรักเสียอีก น้องแสดงความคิดความรู้สึกความต้องการทุกสิ่งทุกอย่างออกมาอย่างเปิดเผย ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็แสดงออกให้เห็น เจ็บปวดก็ร้องไห้ อ่อนแอก็เรียกร้องหาการปกป้องคุ้มครอง

เหมือนน้องจะเป็นขั้วตรงข้ามจากปอรัก ผมไม่มั่นใจว่าเพราะตอนที่เป็นปอรัก น้องต้องพยายามสร้างเกราะที่ชื่อเข้มแข็งขึ้นมา เพื่อปกป้องตัวเองหรือเปล่า แต่หลงรักในตอนนี้มีเสน่ห์เหลือเกิน ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าผมต้องตกหลุมรักหลงรักอีกครั้ง และดูเหมือนหลุมครั้งนี้มันจะลึกกว่าครั้งที่แล้วเสียอีก

แต่ในความเป็นหลงรักก็ยังมีอีกเรื่องที่ผมต้องยอมรับว่ามันน่ากลัวยิ่งกว่าปอรักเสียอีก นั่นก็คือการแสดงออกอย่างตรงไปตรงมาของน้องนั่นแหละ เพราะที่ผ่านมาตั้งแต่เจอหลงรักไม่ว่าผมจะพยายามเข้าหายังไงก็ตาม แววตาใสแจ๋วว่างเปล่าคู่นั้นก็ไม่เคยมีแม้แต่เงาของผมอยู่ในนั้นเลยสักครั้ง มันน่ากลัวกว่าสายตาเฉยชาที่เคยได้รับจากปอรักจนเทียบกันไม่ติด ถ้าตัวผมเปรียบเสมือนสีดำ ปอรักคงเป็นสีเทา มันเป็นเรื่องจริงที่ต้องยอมรับว่าน้องไม่ได้ขาวบริสุทธิ์ไปซะทุกเรื่อง น้องมีคมหนามที่ต้องถือไว้เพื่อปกป้องตัวเอง แต่น้องก็ไม่เคยเอาคมหนามนั้นไปทำร้ายใครจนเขาต้องเจ็บปวดทรมาน

ส่วนหลงรักก็คงเปรียบได้ดั่งผ้าขาวที่มีคมผ้าอยู่รอบทิศ สามารถบาดคนอื่นได้ อย่างที่คนเหล่านั้นก็ถือโทษโกรธเคืองไม่ลงเหมือนกัน น้องบริสุทธิ์จนผมไม่กล้าแตะต้อง เพราะกลัวว่าจะทำให้ความสะอาดนั้นต้องมาเปรอะเปื้อน แต่ถ้าผมจะมัวแต่กลัวเหมือนเมื่อก่อน แล้วพลาดคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อมมือคว้าไปอีกครั้ง ผมก็ไม่เอาเหมือนกัน เมื่อก่อนคนเราใช้วัวควายไถนา วันเวลาผ่านไปเราก็พัฒนาจากแรงวัวควายเป็นแรงเครื่องยนต์ ฉะนั้นผมจะดักดานใช้วัวควายไถนาเหมือนเดิมไม่ได้ เดี๋ยวไม่ทันคูโบต้าของแมงหมูกับไอ้ชิน เพราะไม่ว่าจะเป็นปอรักคนนั้น หรือหลงรักคนนี้ มันก็รวมเป็นความหมายเดียวกัน คนเดียวกัน นั่นก็คือแมงปอของพระอาทิตย์อยู่ดี


ปี๊นๆ พอขับรถผ่านวัด ผมก็เห็นหลงรักกำลังช่วยเณรกวาดใบไม้ข้างกำแพงวัดอยู่ มือมันไปโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ผมจับพวงมาลัยรถ และเห็นคนคนนี้ มันเหมือนเป็นสัญญาณระหว่างเรา ที่ตอนนี้เหลือแค่ผมตามลำพัง ที่ยังคงจดจำสัญญาณนี้ได้เสมอ

"ลุงโปรด บีบแตรให้ใครครับ" เสียงร้องถามของหลานชายทำให้ต้องเหลือบตาดูภาพเด็กชายตัวขาวๆ ป้อมๆ มีแก้มเป็นพวง กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาลำเลียงเอาขนมจากในกระเป๋ามาใส่ไว้ในถุงก๊อบแก๊บ สงสัยจะเอาไปเปย์ให้หลงรักของผมนั่นแหละ น่าสงสารจริงๆ หลานรัก เปย์ไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้แอ้มหรอกเว้ย!

"แมงหมู จะเปย์ให้ใครก็อย่าทุ่มเทจนหมดใจนะเว้ยเผื่อใจไว้บ้างก็ดีถ้ามันไม่ใช่จะได้ไม่ต้องเสียใจอะไรมากมาย พี่หลงน่ะเขาตัวโตกว่าแมงหมูเยอะ แมงดูแลเขาไม่ไหวหรอก อุ้มก็ไม่ไหว ลุงว่าแมงหมูไปดูแลคนที่ตัวเท่าๆ กัน หรือคนที่ตัวเล็กกว่าแมงดีมั้ย? เหมือนแมงกระต่ายไงลุงว่าน่ารักดีนะตัวเล็กๆ พูดก็ไม่ชัดน่ารักออก เอางี้เดี๋ยวลุงซื้อโทรศัพท์ให้อีกเครื่อง ให้แมงหมูเอาไปให้แมงกระต่ายนะ กลางคืนจะได้มองเห็นหน้ากันกับแมงกระต่ายไงเอาปะล่ะ"

"ลุงโปรดไม่ใจเล้ย พ่อตุลย์บอกว่าเราต้องพร้อมเปย์ให้คนที่เรารักเสมอ ไม่ว่าจะเหลือน้อยเท่าไหร่ก็ตาม ติณฑ์ยังเหลืออีกเยอะแยะ แล้วลุงโปรดไม่ต้องซื้อโทรศัพท์ให้อิงน่านหรอก อิงน่านกับติณฑ์เล่นกันที่โรงเรียนทุกวันอยู่แล้ว ติณฑ์ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วให้แม่มินพาไปหาน้องหลงดีกว่า วันนี้ลุงโปรดไม่ต้องไปส่งติณฑ์หรอกเดี๋ยวน้องหลงจะรำคาญอีก" ฮึ่ม! ผมอยากเอาแมงหมูไปหมกสวนส้มทำปุ๋ยซะจริง ไอ้ตุลย์ไปสอนอะไรลูกมันแบบนี้วะแก่แดดฉิบหาย นี่ยังจะมากีดกันไม่ให้ผมไปเจอหลงรักของผมอีกเรื่องอะไรจะยอมล่ะ!

"ไปกับลุงนี่แหละลุงมีธุระจะไปคุยกับหลวงตาด้วย เอ้าลงสิ รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ไปหาพี่หลง"

"ติณฑ์ให้ไปด้วยก็ได้ แต่ลุงโปรดต้องสัญญามาก่อนว่าจะไม่ว่าน้องหลงเป็นเอ๋อ เดี๋ยวน้องหลงของติณฑ์จะเสียใจ ติณฑ์ไม่อยากเห็นน้องหลงเสียใจแล้วร้องไห้เหมือนเมื่อก่อนอีก ติณฑ์สงสารน้องหลง" มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบกระเป๋าแมงหมูต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงกับสีหน้าจริงจังของหลานชายวัยห้าขวบ ที่ผ่านมาหลงรักเป็นยังไงบ้างนะ คนที่จะให้คำตอบผมตอนนี้คงมีแค่แมงหมูกับหลวงตาเท่านั้น เพราะกับคนอื่นๆ หลงรักก็ยังเป็นไอ้เอ๋อสำหรับผม เหมือนที่ผมต้องการให้พวกมันเห็นเพียงแค่นั้นเอง

"อืม รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ" ผมจะทำร้ายจิตใจที่บริสุทธิ์ของหลานชายได้ลงคอจริงๆ เหรอ เรื่องของแมงหมูกับหลงรักผมไม่เคยมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระหรือเป็นไปไม่ได้ เพราะเคยพบเจอเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ โดยมีหลักฐานเป็นแมงตัวอ้วนนั่งตาใสอยู่ทั้งคน ทำให้ผมเริ่มสำนึกได้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ถ้าเราอยากทำให้มันเกิดขึ้น

ยิ่งหลานผมมีความจริงจังทุกครั้งที่พูดถึงหลงรัก ผมยิ่งปล่อยไว้นานไม่ได้ ถ้าขืนปล่อยให้แมงหมูเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ โดยไม่แก้ไขอะไรเลย สักวันเรื่องมันอาจจะจริงจังและบานปลายมากกว่านี้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าแมงปอจะเป็นหลงรักไปอีกนานแค่ไหน ถ้าน้องเป็นหลงรักตลอดไปโดยที่ผมไม่ทำอะไรเรื่องหลานกับเมีย คนที่จะเจ็บปวดเสียใจในวันข้างหน้าคงไม่ได้มีแค่คนเดียวแน่ๆ

"พี่โปรดจะไปคุยกับหลวงตาเหรอครับ"

"อืม ไปคุยเรื่องศาลาการเปรียญน่ะ พี่ไปก่อนนะเดี๋ยวจะมืด ปะแมงหมูรีบไปจะได้รีบกลับ"

"แม่มิน ลูกเอาหนมไปให้น้องหลงแล้วจะรีบกลับนะครับ จุ๊บ ลูกรักแม่มินคิดถึงแม่มินท้างวัน"

"จุ๊บ ครับผมแม่มินก็คิดถึงน้องติณฑ์ทั้งวันเหมือนกันลูก พี่โปรดถ้าเจอน้องหลงอย่าไปดุน้องชายของมินนะครับ" มินนี่ก็อีกคนที่รู้สึกว่าจะไม่อยากให้ผมเข้าใกล้หลงรักสักเท่าไหร่ ผมได้แต่นิ่งพยายามเก็บความอึดอัดทุกอย่างไว้คนเดียว เพราะบางอย่างมันก็พูดออกมาไม่ได้ ถ้าเสร็จโปรเจคอาคารผู้ป่วยเมื่อไหร่ ผมต้องรีบกลับไปจัดการเรื่องของไอ้พีให้มันจบไปถึงแม้จะขัดใจอยู่บ้างกับการที่ต้องปล่อยวางก็เถอะ แต่เพื่อจะได้กลับมาทวงเมียคืนเป็นเรื่องเป็นราวสักที ผมก็จะยอมแลกกับการไม่ได้ดั่งใจในครั้งนี้


"น้องหลงของพี่ติณฑ์ พี่ติณฑ์มาแล้วจ้ะ วันนี้พี่ติณฑ์เอาหนมมาให้เย๊อะแยะเลยนะจ๊ะ" รถจอดปุ๊บแมงหมูมันก็รีบลงจากรถหิ้วถุงขนมเดินตัวเอียงไปหาเด็กหนุ่มที่อยู่ในชุดเหมือนเดิมทุกครั้งที่เห็นนั่นก็คือเสื้อขาว กางเกงขาว รองเท้าหูคีบ ที่สำคัญหัวเหม่งใสแจ๋ว ความบริสุทธิ์ของคนตรงหน้ามันมีมากมาย จนผมต้องปลุกแรงกายแรงใจทุกรูขุมขนของตัวเองในทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน

ตรู๊ดๆ ๆ ๆ เป็นสายจากไอ้พีรอบที่ร้อยแล้วมั้ง ที่ผมไม่ได้รับโทรศัพท์มันในช่วงนี้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะผมอยากให้มันคลั่งจนตาย แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญก็คือ คนที่ยิ้มแฉ่งวิ่งเล่นกับแมงหมูตรงหน้าต่างหากล่ะ ที่เป็นเหตุผลหลัก จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องเวรกรรม ไม่เคยพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดๆ พอมาเจอกับปอรักจนเป็นหลงรัก ผมก็รู้ว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ผมเริ่มเชื่อในสิ่งที่ไม่เคยเชื่อ เริ่มอ้อนวอนในสิ่งที่ไม่เคยคิดจะพึ่งพา และเริ่มหยุดยั้งตัวเองเพื่อไตร่ตรองในสิ่งที่ได้มา เพื่อแลกกับสิ่งที่ต้องเสียไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยเป็นผม นายโปรดปราณ พัฒธณปราโมทย์ กำลังจะเปลี่ยนไปเพราะคนเพียงคนเดียวจริงๆ

"จะไม่ทักทายกันหน่อยเหรอหลง"

"เฮ้อ! หลงไม่อยากคุยกับคุณโปรดนี่นา ทำไมพี่ติณฑ์ต้องพาคุณโปรดมาด้วยก็ไม่รู้" นี่แหละครับแมงปอเวอร์ชั่นปากกับใจตรงกัน ที่ทำให้ผมทั้งขำ ทั้งเอ็นดู ทั้งหวาดกลัวและเจ็บปวด

"แมงหมูเห็นรึยัง ลุงไม่ได้ว่าหรือแกล้งอะไรเอ๋อมันเลยนะเนี่ย อุตส่าห์เรียกหลงดีๆ ยังจะมาพูดไม่ดีกับลุงอีก เด็กอะไรดื้อจริงแบบนี้ลุงว่าแมงกระต่ายน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเยอะ"

"จิ๊! ก็ไม่ต้องมารักสิคุณโปรดจะไปไหนก็ไปเลย แล้วอะไรคือแมงกระต่าย? พี่ติณฑ์เลี้ยงกระต่ายเหรอจ๊ะ น้องหลงอยากเห็นจัง" แววตาวาววับ ตื่นเต้นของหลงรัก ทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะยกมือไปลูบเหม่งใสๆ นั้น แต่...

แปะ! "โอ๊ย! ฮือออ พี่ติณฑ์ พี่เณร คุณโปรดตีหัวหลง ฮืออจะไปฟ้องหลวงตา พี่ติณฑ์ไปเป็นพยานให้หลงหน่อยนะ ฮึก หลวงตาจ๋า หลวงต๊าา โฮฮฮ เมื่อกี้คุณโปรดตีหัวหลงดังแปะแรงๆ เลย หลงเจ็บ ฮืออ"

"น้องหลงไม่ต้องร้องไห้นะจ๊ะ ลุงโปรดรีบตามมาเร็วๆ ถ้าน้องหลงไปฟ้องหลวงตา ลุงโปรดต้องโดนหลวงตาดุแน่ๆ โอ๊ย! ติณฑ์ปวดหัว แล้วลุงโปรดจะไปตีโล้นทำไมเนี่ย น้องหลงยิ่งไม่มีผมอยู่ ติณฑ์ก็บอกแล้วว่าอย่าแกล้งน้องหลง เดี๋ยวน้องหลงจะฟ้องหลวงตา ติณฑ์ไม่รู้เรื่องด้วยแล้ว" ผมได้แต่เดินคอตกตามแมงหมูที่เดินแกมวิ่งตามแรงดึงของคนร้องไห้โฮไปด้วย ยกแขนเสื้อมาเช็ดน้ำหูน้ำตาตัวเองไปด้วย

คือเมื่อกี้ผมจะลูบหัวเหม่งจริงๆ แต่ดันไปเห็นยุงเกาะอยู่ ผมกลัวว่าหลงรักจะเป็นไข้เลือดออกน่ะสิ เลยเผลอมือไปหน่อยโดยที่ลืมนึกไปว่ามือไม้ตัวเองค่อนข้างหนักพอสมควร เฮ้ออ ไร้ข้อแก้ตัวใดๆ ทั้งนั้น จากที่ตะโกนใส่หน้าเวลาเจอกันว่าไม่ชอบ ตอนนี้หลงรักไม่เข้าขั้นเกลียดผมไปแล้วเหรอ แค่คิดก็ทำให้ผมแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เว้ย! อยากตัดมือตัวเองทิ้งจริงๆ เลยเว้ย!! ...

**"บางครั้งเลือกที่จะนิ่งเฉย เลือกที่จะไม่พูด จนดูเหมือนคนไม่รู้สึกอะไร แต่ข้างในโคตรจะพัง"

มาต่อให้แล้วนะคะ ค่อยเป็นค่อยไปในเรื่องไก่จ๋ามันมีเหตุให้ฟางตัดฉับๆไม่ได้ เหตุที่ฟางจะเอาไปต่อยอดคุณงามความดีของคุณท่านโปรดเขา รู้สึกยศฐาบรรดาศักดิ์นางจะเพิ่มตามฉายาเมียนางขึ้นทุกที วันนี้ๆแอบไปส่องทวิตเตอร์มา ขอบคุณๆสำหรับ#หลงลืมรัก จากคนอ่านหลายๆท่าน อันนี้ประทับใจมากๆพอๆกับ #หลงลืมรักในเฟสบุ๊คที่ฟางไปแอบกดไลค์บ้างเม้นไปบ้างบ่อยๆ อย่างน้องผักกาดคือฟางเอ็นดูเจ้าของเฟสนี้เบาๆตรงประโยคที่ว่า กาดจะดูแลหลงเอง น้องน่ารักมากอ่าาา มันคือความภูมิใจและประทับใจจริงๆ ขอให้อยู่กันแบบนี้นานๆนะคะ อาจมีช้าบ้าง เนือยๆไปบ้าง แต่รับปากว่ามาม่าที่เรียกร้องให้โปรดฟางจะเสิร์ฟให้แน่นอนจ้าว ชุดใหญ่รสต้มยำพริก36เม็ดเน้อ

วันศุกร์เราจะมาเจอกันอีกครั้ง โปรดปราณกับการต่อรองในเรื่องบาปบุญคุณโทษ ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนฉากรถตู้ในตำนาน ฟางแอบเห็นคำนี้มา ฟางอาจจะทันได้ลงให้ในวันศุกร์ถ้าไม่ทันจะยกยอดให้เป็นตอนที่โปรดเล่าอีกตอนนะคะเพราะมีหลายท่านเรียกร้องขอให้โปรดเล่าฉากนั้นเองเดี๋ยวฟางจัดให้เน้อจ้าวว

ขอบคุณทุกๆท่านทุกๆเม้น คุณแก้วตอนที่แล้วคือเม้นเหมือนมานั่งกลางใจฟางจังอยากอธิบายแบบคุณแก้วแต่ฟางเป็นคนอธิบายอะไรไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่จ้าว ขอบคุณๆทุกๆความรักของหลงลืมรักนะคะ แล้วเราจะพบกันในวันศุกร์รับปากจ้าว ถ้ามีเด้งๆแสดงว่าฟางกลับไปแก้คำผิด เจอคำผิดคำหล่นรบกวนทักด้วยเน้อจ้าวว จุ๊บเหม่ง ม๊วฟๆ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น