I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

ชื่อตอน : [18] : พลัดพราก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.9k

ความคิดเห็น : 60

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ก.ค. 2562 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[18] : พลัดพราก
แบบอักษร

 

[18] 

'I-RIS RED' 

 

อี้หลานเก็บเสื้อผ้าของตัวเองใส่ห่อผ้าเพื่อเตรียมจะออกตามหาฟางซินอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ ชายหนุ่มมีท่าทางร้อนรนใจตลอดเวลาเพราะกลัวว่าจะมีคนมาพบเห็นเข้าและก็กลัวว่าฟางซินจะเป็นอันตรายตอนนี้ใจที่เคยแข็งแกร่งของเขามันเต็มไปด้วยความอ่อนแอและกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อเก็บเสื้อผ้าและข้าวของที่จำเป็นเรียบร้อยแล้วอี้หลานก็รีบเดินออกมาจากห้องในทันทีแต่ทันทีที่อีกฝ่ายก้าวพ้นขอบประตูก็ต้องหยุดชะงักลงในทันทีเมื่อมีชายฉกรรจ์ 4 คนกำลังยืนขวางเขาอยู่ 

“หลบไปอย่ามาขวางข้า” อี้หลานพูดขึ้นด้วยสีหน้าดุดัน 

“พวกนั้นคงไม่หลบเจ้าหรอกเพราะคนเดียวที่จะฟังคำสั่งก็คือแม่เท่านั้น” 

“ท่านแม่ท่านจะกักขังข้าไม่ได้ข้าต้องออกไปตามหาฟางซิน” 

“ข้าบอกเจ้าแล้วไงว่าให้ลืมๆ นางไปซะ!” คังฮูหยินพูดดุบุตรขายด้วยน้ำเสียงดุดันจนเหล่าคนในบ้านต่างพากันวิ่งมาดูด้วยความตกใจ 

“ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นแล้วท่านพี่จะไปไหน?” อี้เหรินบุตรชายคนกลางของตระกูลที่เพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวนไปตามแคว้นต่างๆ และไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวที่เกิดขึ้นสักนิดเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย 

“พี่ของเจ้าน่ะสิใฝ่ต่ำจะไปตามนางเด็กหอนางโลมนั้นกลับมาเป็นสะใภ้ใหญ่” คังฮูหยินหันไปพูดกับลูกชายคนกลางด้วยสีหน้าดุดันก่อนจะหันกลับมามองอี้หลาน “กลับเข้าห้องของเจ้าไปซะอย่าให้แม่ต้องขังเจ้าไว้ในห้องเหมือนนักโทษนะ!” 

“ข้าโตแล้วนะท่านแม่อายุก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ท่านแม่ควรให้สิทธิ์ข้าสักทีไม่ใช่ทำเหมือนว่าข้าเป็นเด็ก!” อี้หลานยังคงเถียงออกไปอย่างไม่ยอมเพราะเขาโตจนอายุก็เลขสามแล้วแต่ยังต้องอยู่ใต้อาณัติของแม่อยู่เลย ความจริงวัยเขาควรจะออกเรือนและเป็นหัวหน้าครอบครัวได้แล้วไม่ใช่ต้องมาอยู่ในบ้านและทำตามที่แม่สั่งเหมือนเด็กแบบนี้ 

“กลับเข้าห้องของเจ้าไปซะ!” คังฮูหยินยังคงยืนยันคำเดิมไม่ได้สนใจจะฟังลูกชายสักนิด 

“ทำไมท่านแม่ชอบบังคับทุกคนในบ้านนัก ท่านแม่คิดถึงแต่บรรดาศักดิ์หน้าตาของวงศ์ตระกูลโดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนอื่นสักนิด ข้ารู้ว่าท่านแม่อยากจะทำหน้าที่ของท่านแม่ให้ดีที่สุดแต่ท่านแม่ก็ไม่ควรมาบังคับใครทั้งนั้นเพราะชีวิตใครก็ชีวิตมันและข้าก็ไม่สนชื่อเสียงวงศ์ตระกูลด้วย!” อี้หลานตวาดใส่หน้าผู้เป็นแม่ด้วยความโมโหก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในห้องทันที ชายหนุ่มกระแทกประตูปิดลงจนเสียงดังเพื่อบ่งบอกให้คนด้านนอกรู้ว่าเขาไม่พอใจแค่ไหน 

“ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลหรือ เหอะ! แค่สะใภ้จากหอนางโลมคนเดียวจะทำให้ชื่อเสียงมันด่างพร้อยเลยหรือยังไง” อี้หลานบ่นออกมาด้วยท่าทางหงุดหงิดก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เตียงเหมือนเดิมเพื่อคิดหาแผนการหนีใหม่ เขาไม่ยอมแพ้หรอกยังไงเขาก็ต้องออกไปตามหาฟางซินให้ได้ 

@ห้องโถง 

“นี่มันอะไรกันท่านแม่ ทำไมท่านพี่ถึงเกรี้ยวกราดเช่นนั้น” อี้เหรินเอ่ยถามผู้เป็นแม่ด้วยความเป็นห่วงเพราะพี่ชายของเขาไม่ใช่คนที่จะโมโหใครง่ายๆ หรอกออกจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำแต่วันนี้กลับเหมือนยักษ์มารไม่มีผิดถึงขั้นตะคอกใส่หน้ามารดาเช่นนี้ 

“ก็พี่ชายของเจ้าน่ะสิจะไปคว้านางผู้หญิงจากหอนางโลมมาเป็นสะใภ้มา ผู้หญิงพวกนั้นเจ้าก็รู้ว่าเปื้อนคาวโลกีย์มากแค่ไหนขืนมาเอามาเป็นสะใภ้คนได้นินทาไปทั้งแผ่นดิน!” คังฮูหยินพูดขึ้นด้วยสีหน้าหงุดหงิดก่อนจะรินน้ำชาเพื่อดื่มให้ตัวเองผ่อนคลายลงหน่อยเพราะการต่อการกับอี้หลานต้องสูญเสียพลังไปเยอะเหมือนกัน 

“แต่ถ้าท่านพี่รักนางเราก็ควรสนับสนุนไม่ใช่หรือ?” 

“นี่เจ้าก็เป็นไปอีกคนหรืออี้เหรินเข้าข้างพี่ชายเจ้าเหมือนน้องสาวของเจ้าไม่มีผิด คนบ้านนี่มันเป็นอะไรกันไปหมดเห็นของเน่าเป็นของดีเสียอย่างงั้น!” 

“ข้าก็แค่อยากให้บ้านมีความสุขไม่อยากให้มันบาดหมางกันแบบนี้ตอนนี้ท่านพ่อก็ไม่อยู่ด้วย” 

“ยังไงแม่ก็จะให้อี้หลานแต่งงานกับเสวี่ยนอัน!” คังฮูหยินยื่นคำขาดก่อนจะเดินออกไปจากห้องในทันทีทิ้งให้อี้เหรินมองตามไปอย่างเหนื่อยใจเท่านั้นเพราะคนกลางมันหนักใจแบบเนี้ยแหละข้างหนึ่งก็แม่ข้างหนึ่งก็พี่ชายไม่รู้ว่าจะเลือกเข้าข้างใครดีเลย 

@หมู่บ้านหุบเขาฉินตง 

“ท่านพี่ท่านควรทานอะไรบ้างนี่ท่านไม่ทานอะไรมาตั้งแต่เที่ยงแล้วนะ” เคอร์ซีพูดขึ้นขณะยกถาดอาหารมาวางให้ฟางซินจะว่าไปอาหารก็ไม่ได้ขี้เหร่เลยออกจะน่ากินด้วยซ้ำเพราะหยวนซานจัดแต่ของดีๆ มาให้ทั้งนั้น 

“ข้าไม่หิว” ฟางซินพูดออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ 

“ไม่หิวไม่ได้นะท่านอย่าลืมสิว่าท่านไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว” เคอร์ซีเอื้อมมือไปลูบท้องของฟางซินเบาๆ “ต่อให้ท่านรู้สึกไม่อยากกินท่านก็ต้องกินเพื่อลูกของท่านนะ ไม่ว่าท่านจะทุกข์ใจเรื่องอะไรอยู่ข้าอยากให้ท่านนึกถึงลูกไว้เสมอ” 

ฟางซินก้มลงมองที่หน้าท้องของตัวเองก่อนจะยกยิ้มออกมาเล็กน้อยนั้นสินะเธอลืมไปได้ยังไง ตอนนี้เธอไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว ไม่ได้โดดเดี่ยวแล้วเพราะเธอมีเจ้าตัวน้อยของขวัญที่ดีที่สุดจากเทพเจ้าอยู่ในท้องของเธอและในฐานะแม่เธอจะต้องดูแลเจ้าตัวน้อยให้ดีที่สุด 

“ป่านนี้ลูกของข้าคงหิวแล้วแม่ขอโทษนะลูก” ฟางซินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือไปคีบปลานึ่งมากิน ความจริงเธอไม่อยากจะกินอะไรสักนิดแต่เธอก็ต้องกินไม่ได้กินเพื่อตัวเธอเองแต่กินเพื่อลูกของเธอต่างหาก “คนครัวของท่านหยวนซานนี่ฝีมือดีนักรสชาติอาหารเลิศจริงๆ เจ้าลองชิมดูสิ” 

“เดี๋ยวข้ากินที่หลังดีกว่าท่านพี่กินก่อนเถอะ” เคอร์ซีพูดขึ้นด้วยความเกรงใจเพราะยังไงฟางซินก็คือเจ้านายของเธอและเธอก็เคารพฟางซินบ่าวกับนายจะมากินร่วมโต๊ะกันได้ยังไง 

“เจ้าไม่ต้องเกรงใจข้าหรอกอย่าลืมสิว่าตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันถ้าเจ้ากินที่หลังข้าคนอื่นจะสงสัยเอาได้นะ” 

“...กะ...ก็ได้เจ้าค่ะ” 

ฟางซินยกยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นว่าเคอร์ซียอมทำตามที่เธอบอกถึงแม้บางครั้งจะดื้อไปหน่อยแต่ก็กำราบอยู่ ตอนนี้เธอก็รักเคอร์ซีไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่งหรอกและหวังว่าอนาคตข้างหน้าเคอร์ซีจะค้นพบความสุขของตัวเองเพราะเธอไม่คิดจะรั้งเคอร์ซีไว้ตลอดชีวิตหรอกเมื่อถึงเวลาเธอก็จะปล่อยไปให้เคอร์ซีได้เลือกเดินเส้นทางที่ต้องการ 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น