Bubble-Bew

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Strawberry muffins ชิ้นที่ 12 ยังสับสน

ชื่อตอน : Strawberry muffins ชิ้นที่ 12 ยังสับสน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 771

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ส.ค. 2560 16:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Strawberry muffins ชิ้นที่ 12 ยังสับสน
แบบอักษร

Strawberry  muffins ชิ้นที่ 12

ยังสับสน

พลั่ก…!

ร่างกายถูกผลักออกเบาๆ  ริมฝีปากที่นัวเนียกันอยู่ในตอนแรกถูกถอนออกไป  ร่างสูงตรงหน้านั่งตัวแข็งทื่อ  ลมหายใจหอบถี่และมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า  ราวกับว่าเขากำลังตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างถึงที่สุด  แต่ว่า…

คงตกใจไม่เท่าผม

วินาทีที่ถูกเขาผลักออกนั้น  เหมือนมีแส้เส้นใหญ่ฟาดเข้าที่ใบหน้าของผมจนชาไปหมด

“ทำไม...ล่ะครับ?”

เอ่ยถามน้ำเสียงขาดห้วง

หัวใจของผมกำลังบีบเค้นตัวเองและกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง  ไม่เข้าใจเลย…

“แอมซอรี่  ไอไม่รู้ว่าทำไมเมื่อกี้…”

“อย่านะครับ”

“…”

“อย่าพูดคำว่าคุณไม่ได้ตั้งใจออกมานะ”

“…”

“เพราะผม…”

“…”

“ตั้งใจ”

“ยู…!”

“ขอโทษนะครับที่ทำให้คุณผิดหวัง  แต่ว่า…ดูเหมือนว่าผม…”

“…”

“จะชอบคุณเข้าแล้วจริงๆ”

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาสั่นเครือพอๆกับร่างกายของผมในตอนนี้

สายตากังวลของสเตฟาโน่ที่มองมายิ่งบีบหัวใจผมมากขึ้นไปอีก  ราวกับว่า…เขาได้ปฏิเสธความรู้สึกทั้งหมดของผมที่มีให้ผ่านทางสายตามาเรียบร้อย

“ไอ้ฝรั่งบ้าเอ๊ย!”

ตุ้บ!!!

ผมโยนหมอนที่อยู่ใกล้มือใส่หน้าเขาไปเต็มแรงก่อนจะวิ่งออกมาทั้งๆอย่างนั้น  ดึงชุดคลุมกลับเข้าที่แล้วผูกมันให้แน่น

อย่างน้อยก็ต้องไม่ให้ตัวเองโดนจับข้อหาอนาจารล่ะนะ



ฟิ้วววววว~~~~

“บรื๋ออ  หนาวโว้ยยยย!”

สุดท้ายแล้วผมก็มานั่งแกร่วอยู่คนเดียวตรงโขดหินริมทะเล  สายลมเอื่อยๆที่พัดพาเอาคลื่นมากระทบกับชายฝั่งโคตรหนาวเลยขอบอก!

กูน่าจะงอนแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำมากกว่ามานั่งตากลมหนาวตรงนี้นะเนี่ย!!!

ที่สำคัญเลยก็คือ  งอนแล้วพระเอกแม่งไม่วิ่งตามมาง้อเนี่ยสิ!

“ให้ตายสิ  จะตามมาสักนิดไม่ได้หรือไง”

หลังจากชะเง้อคอมองกลับไปทางเดิมอยู่นานก็ยังไร้วี่แววของพ่อตัวดีตามมาง้อ  คนบ้าเอ๊ย  ถ้าไม่ได้คิดอะไรแล้วทำไมจู่ๆก็คว้าเข้าไปจูบแถมยังนัวเนียจนเกือบได้เสียเป็นผัวเมียกันล่ะวะ!

คนเราน่ะ  จูบกับคนที่ไม่ได้ชอบมันง่ายนักหรือไง!

หมับ…!

“ได้ตัวแล้ว”

วงแขนใหญ่ตวัดรอบคอผมแล้วดึงจนเซหงายไปด้านหลังปะทะกับแผงอกกว้างที่ยืนซ้อนอยู่  ผมค่อยๆเงยหน้าไปด้านหลังจนเหมือนจะเกยหลังสเตฟาโน่ไปในตัว

นัยน์ตาสีฟ้าก้มมองผมอยู่ก่อนแล้ว…

“คุณ…”

“ทีหลังถ้าจะวิ่งหนีออกมาก็หัดทิ้งแผนที่หรือแชร์โลเคชั่นมาบ้างสิ  ยูรู้ไหมว่าไอวิ่งหายูจนทั่วหาดแล้ว  เหนื่อยจะแย่”

ง่ะ…

สรุปว่าที่เพิ่งมาไม่ใช่เพราะไม่สนใจจะตามหาผม  แต่ไปวิ่งหาผมที่ชายหาดอีกฝั่งสินะ…

“แล้ว…ตามผมมาทำไมเหรอครับ”

ถามพลางกะพริบตาปริบๆ  เขายังไม่ยอมปล่อยผมสักทีก็เลยถือโอกาสตีเนียนเอนตัวพิงซบลงไปซะ  พอๆกับอีกฝ่ายที่ใช้วงแขนอีกข้างตวัดโอบรอบคอผมไปด้วย

อ่า…

นี่พวกเรากำลัง…กอดกันใช่ไหมเนี่ย

“แล้วมีคนบ้าที่ไหนโยนหมอนใส่หน้าคนที่ตัวเองเพิ่งสารภาพรักแถมยังตะโกนด่าว่าไอ้ฝรั่งบ้าแบบยูบ้างล่ะ”

“…”

“ยังไม่ทันฟังคำตอบก็วิ่งหนีมาแบบนี้  มันน่าโดนลงโทษไหม”

สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาตั้งท่าจะมะเหงกใส่หัวผม  ความมืดและความเงียบของธรรมชาติเหมือนกับต้องการจะสร้างบรรยากาศให้เลยแฮะ

“แถมยังใส่แค่เสื้อคลุมบางๆวิ่งออกมาอีก  คิดบ้างไหมว่าข้างนอกมันหนาวแล้วก็อันตรายมาก”

ไม่พูดเปล่า  สเตฟาโน่ยังถอดเสื้อแขนยาวที่ตัวเองใส่ออกแล้วคลุมตัวผมไว้แทน  จังหวะที่คลุมเสื้อให้นั้น  เขาก็สวมกอดเข้าจากด้านหลัง  ดันตัวผมให้เอนซบไปกับแผงอกแสนอบอุ่นของตัวตามเดิม

ดะ…เดี๋ยวก่อนนะ

ไอ้โหมดมุ้งมิ้งฉบับผัวง้อเมียนี่คืออะไรกันฟะ!

“คุณ…นี่มันหมายความว่ายังไงเหรอครับ  ผมไม่เข้าใจเลย”

“ไอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนั่นแหละ  ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเผลอวิ่งตามยูแล้วมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ให้ตายสิ  ยุ่งยากชะมัด”

เอ่อ…

แล้วแบบนี้ผมควรจะเข้าใจว่ายังไงดีล่ะ?

“เอาแบบนี้นะ  เรามาทำความเข้าใจเรื่องทั้งหมดใหม่ทีละเรื่องเลยดีกว่า”

“อ่า…ครับ”

ถึงจะยังมึนๆงงๆก็เถอะ  แต่นาทีนี้ผมคงทำได้แค่เลยตามเลยตามเขาไปก่อนเท่านั้น

“เรื่องแรก…ยู…ชอบไอจริงๆเหรอ?”

“ครับ   ชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่เราแย่งโคมไฟตุ๊กตาหมีกัน  มันเป็นอาการเหมือนตกหลุมรักตั้งแต่แรกพบ  ตอนแรกผมไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันอีกเลยเก็บคุณไว้เป็นความประทับใจส่วนตัว  แต่ว่า…พอได้มาเจอกันอีก  เจอกันอีก   แล้วก็เจอกันอีก  ความรู้สึกก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเลยล่ะครับ”

ผมสารภาพความในใจทั้งหมดออกไปโดยที่ไม่หลบสายตาไปจากเขาแม้แต่วินาทีเดียว  สเตฟาโน่ยืนก้มหน้ามองผมและฟังทุกสิ่งทุกอย่างอย่างตั้งใจ

ให้ตายสิ  ด้านหลังของเขา เหนือศีรษะของเขาขึ้นไปบนท้องฟ้านั่นมัน…

มีดวงดาวด้วยล่ะ

แต่ผมกลับเห็นเขาชัดเจนและสว่างไสวยิ่งกว่าดวงดาวพวกนั้นเสียอีก

“คุณ…”

“…”

“หน้าแดงนะ”

ผมชี้ไปที่แก้มของเขาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งทั้งที่จริงกำลังตื่นเต้นจนไข่แทบหด

“อย่าล้อน่า”

แต่อีกฝ่ายกลับทำแค่ปัดมือผมออกเบาๆเท่านั้น  ไม่มีทีท่าจะปฏิเสธว่าตัวเองไม่ได้หน้าแดงอย่างที่ผมคิดแต่อย่างใด

มะ…หมายความว่า…

ยอมรับว่ากำลังเขินงั้นเหรอ!

“แล้วคุณล่ะครับ  รู้สึกยังไงกับผม  เมื่อกี้บอกว่าผมวิ่งมาโดยที่ไม่รอฟังคำตอบ  หมายความว่า…คุณมีคำตอบอยู่ในใจแล้วใช่ไหมล่ะ”

“ก็ประมาณนั้น”

“…”

“แต่…ไอไม่คิดว่ามันจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนหรือช่วยอะไรได้สักเท่าไหร่หรอกนะ  เพราะสิ่งที่ไอจะบอกยูก็คือ…ขอเวลา”

“หา?”

“คือตอนนี้ไอสับสนมาก  ไอยังสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง  มันมีบางอย่างที่ทำให้ไอไม่พร้อมที่จะเดินหน้าเรื่องความสัมพันธ์ของเรา”

“บางอย่างที่ว่าคืออะไรเหรอครับ”

“…”

“เกี่ยวข้องกับ…คุณคิมด้วยใช่ไหม”

เดาแม่นเหมือนกำกับเอง!

ร่างสูงชะงักไปเล็กน้อยเมื่อผมเอ่ยถึงชื่อของร่างเล็กอีกคน  ผู้ชายคนนั้นมีอิทธิพลกับคุณถึงขนาดนี้เลยเหรอ

“คงถึงเวลาต้องบอกแล้วสินะ  ถ้าไอไม่อยากให้ความสัมพันธ์และความรู้สึกยุ่งยากในหัวพวกนี้มันคาราคาซังนานเกินไป”

อ้อมกอดที่อบอุ่นค่อยๆคลายออก  เขาเปลี่ยนเป็นเดินมานั่งข้างผมบนโขดหินแทน  นัยน์ตาสีฟ้าสวยทอดมองไปยังผิวน้ำของทะเล

ว่างเปล่า  เงียบเหงา  และอัดแน่นไปด้วยความทรงจำบางอย่าง  ที่ผมคิดว่าคงเป็นความทรงจำที่ปวดร้าวแต่แสนหวานจนลืมไม่ลง…

“ที่จริงแล้ว  ไอน่ะ…เคยคบกับพี่ชายของคิม”

“หา?!!!”

เอิ่ม  เดี๋ยวก่อนนะ  นี่มันพลิกล็อกกว่าที่ผมคิดไว้โขเลย  ผมคิดว่าพวกเขาแอบชอบกันหรืออาจจะเคยคบกันแต่มีบางสิ่งทำให้ต้องเลิกกันไปเสียอีก  ที่ไหนได้…!

“พี่ชายของคิมเป็นครูสอนพิเศษภาษาไทยให้กับไอ  เราอยู่บ้านใกล้กัน  พวกเขาเป็นคนไทยแท้ๆก็เลยพูดไทยได้ดีกว่าไอที่ตอนนั้นเพิ่งจะย้ายมาจากอเมริกาและอายุก็เพิ่งจะสิบห้า  แด๊ดเลยจ้างพี่ชายของคิม  เอ่อ…หมอนั่นชื่อคีย์  จ้างให้คีย์มาสอนพิเศษภาษาไทยให้กับไอ  นั่นทำให้เราสามคนรู้จักกัน”

ท่าทางของเขาตอนนี้  ดูราวกับว่ากำลังค่อยๆเริ่มมองเห็นอดีตของตัวเองอยู่รอบตัวทีละนิด  ถึงจะเจ็บปวดจี๊ดๆอยู่บ้างที่ต้องมาฟังเรื่องแบบนี้  แต่ว่า…ถ้ามันจะทำให้ผมได้รู้จักตัวตนของเขาเพิ่มขึ้นอีกสักนิด  ผมว่ามันก็คุ้มที่จะทนหน่วงในหัวใจ

“ตอนนั้นไออายุสิบห้า  คีย์อายุสิบเก้า  และคิมอายุสิบสาม  พวกเราสนิทกันเร็วเพราะอายุไม่ไกลกันมากนัก  แต่ไอกับคีย์จะสนิทกันมากหน่อยเพราะต้องเรียนพิเศษด้วยกัน  จนเวลาผ่านไปได้ปีกว่าๆ  ความสัมพันธ์ของเราสองคนก็เปลี่ยนเป็นคนรัก  คีย์เป็นแฟนคนแรกของไอ  และเป็นคนแรกที่ไอตกหลุมรัก  ตอนนั้นไอสับสนมากที่รู้ว่าตัวเองเป็นเกย์  แล้วก็กลัวแด๊ดจะโกรธด้วย  แต่ว่า…เพราะไอรักคีย์มาก   ก็เลยยอมรับในตัวตนของตัวเองได้ง่ายกว่าที่คิด  เราคบกันได้สามปี  หมอนั่นก็…”

ถึงตอนนี้  แววตาของเขาดูเจ็บปวดแบบสุดๆ  สองมือก็กำแน่นเข้าหากัน…

“หมอนั่นก็ทิ้งไอไป  คีย์ตกลงเป็นแฟนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน  หมอนั่นบอกเลิกไออย่างไม่ใยดี  ไม่ว่าไอจะขอร้องสักเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล  ความรักมันจบลงโดยที่ไอยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจบลงเพราะอะไร”

“เพราะเหตุผลนี้เหรอครับ  คุณถึงได้เกลียดเกย์?”

“เพราะไอไม่เชื่อน่ะสิ ว่าผู้ชายกับผู้ชายจะรักกันได้จริงๆ  ไม่อย่างนั้นหมอนั่นก็คง…ไม่ทิ้งไอแล้วไปคบกับผู้หญิงได้ง่ายดายขนาดนั้น  หมอนั่นทำเหมือนตัวเองไม่เคยชอบหรือรู้สึกอะไรกับผู้ชายด้วยกันมาก่อน   ไอไม่เข้าใจเลย”

นั่นสิ  อย่าว่าแต่เขาไม่เข้าใจเลย  ผมเองก็ไม่เข้าใจ  ทำไมจู่ๆคุณคีย์ถึงเปลี่ยนไปชอบผู้หญิงได้ง่ายๆ  คนเรามันจะเปลี่ยนวิถีเพศของตัวเองได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ  นอกเสียจากว่า…

เขาจะไม่ได้เป็นเกย์มาตั้งแต่ต้น

ไม่ได้มีใจรักในเพศเดียวกัน

แต่ว่า…ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆ  งั้นเขามีเหตุผลอะไรกันล่ะ  ถึงได้ตกลงคบกับสเตฟาโน่มานานถึงสามปี  มันต้องมีเหตุผลสิ!

และผมคิดว่าคนที่น่าจะรู้เหตุผลนี้ดีก็คือ…

คุณคิม

“ผมพอจะเข้าใจแล้ว  ที่คุณอยากจะบอกผมก็คือ…อยากจะขอเวลา  เพื่อให้มั่นใจในตัวเองและตัวผมมากกว่านี้ก่อน  ใช่ไหมครับ?”

“ใช่   ไอยอมรับว่าไอรู้สึกดีกับยู  มันเหมือน…ไอต้องการจะสัมผัสยูอยู่ตลอดเวลาจนแทบจะกลายเป็นคนหมกมุ่นอยู่แล้ว  ไอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย  ทั้งที่ทำให้ปั่นป่วนขนาดนั้นแต่ว่า…”

“…”

“ไอก็ยังอยากมียูอยู่ใกล้ๆ

“คุณ…”

“ถ้าสถานะของเรามันยังระบุชัดเจนไม่ได้ในตอนนี้  แล้วยูจะยอมอยู่ข้างๆไอแบบนี้ต่อไปได้ไหม?”

ความเงียบเข้ากลืนกินและปกคลุมไปทั่วท้องทะเล

ผมเงยหน้าสบตากับเขา   แววตาที่แน่วแน่แต่ยังแฝงความกังวลจนทำให้สั่นไหวของเขาทำให้เขาดูเหมือนลูกหมาที่พยายามหาที่พึ่งพิงให้กับตัวเอง

คนที่เคยเจ็บปวดและมีบาดแผลเพราะความรักมาก่อนอย่างเขา…

ในฐานะเจ้าของร้านเติมรักอย่างผม  จะปล่อยเขาไปแบบนี้โดยที่ไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ได้

“ตกลงครับ”

“…”

“ผมจะรอจนกว่าวันที่คุณจะพร้อม  และระหว่างที่รอ…ผมก็จะอยู่เคียงข้างคุณ  จะคอยอยู่กับคุณไม่ไปไหนเด็ดขาด  ไม่ว่าคุณจะเจอเร่องร้ายมาแค่ไหน  หรือว่าเหน็ดเหนื่อยกับอะไรมา  ขอแค่คุณหันมาทางนี้  คุณก็จะเห็นผม”

“คุณลัม…”

“เห็นแบบนี้แต่ผมก็อึด ถึก และทนมากนะครับ  ถ้าคุณไม่ได้เอ่ยปากไล่  ผมก็จะไม่ไปไหน”

“…”

“ผมให้สัญญา”

ผมส่งยิ้มให้เขาอย่างจริงใจ  สเตฟานั่งนิ่งจ้องตาผม  มองลึกเข้ามาราวกับว่าเขาต้องการจะอ่านทุกสิ่งที่อยู่ในใจของผม

อยากจะรู้ทุกความคิดแบบทะลุปรุโปร่ง…

“เฮ้…แย่แล้วล่ะ”

อีกฝ่ายเอ่ยขึ้นเสียงเบาหวิว 

“แย่อะไรครับ?”

“ไอ…”

“…”

“อยากจูบยู”

“…”

“ขอจูบได้ไหม?”

มือนุ่มเอื้อมมาจับมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้พร้อมกับโน้มหน้าเอียงคอลงมาถามอย่างน่ารัก  แลดูออดอ้อนอะไรเช่นนี้!

“เรื่องแบบนี้ต้องขออนุญาตกันด้วยหรือไง  บรรยากาศพาไปขนาดนี้แล้วยังจะ  อุ๊บ…!”

ริมฝีปากถูกปิดด้วยปากของเขา

สองมือเลื้อยมาโอบเอวผมแล้วดันเข้าหาตัว  ผมเลยตวัดวงแขนขึ้นไปโอบรอบคอเขาไว้แทน  รสจูบที่เริ่มจากการประกบปากกันเฉยๆเริ่มเร่าร้อนขึ้นตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าน

เรียวลิ้นหวานแทรกผ่านเข้าตักตวงชิมเอาทุกสิ่งที่ผมมี  ให้ตายสิ  จูบเก่งเป็นบ้าเลยโว้ยยย  แค่จูบเท่านั้นแต่มันกลับสร้างอารมณ์มากมายให้ผมได้  ภายในกายเบาหวิวราวกับปุยนุ่น  ผมเลื่อนมือขึ้นไปสอดเข้าแทรกระหว่างไรผมสีทองอ่อนของเขาแทน

ผมนุ่มชะมัด…

“อย่ายั่วกันสิ”

สเตฟาโน่ถอนจูบออก  ทว่าจมูกยังคงแนบชิดและใกล้กันจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจ  เขาเอ่ยปากพูดขณะที่ยังหอบหายใจแฮ่ก

เซ็กซี่ชะมัด!

“คุณก็รีบๆรับผมเป็นแฟนสิ  ถึงตอนนั้น…คงไม่ต้องมานั่งยั่วกันอยู่”

“ทำเป็นพูดดีไป  อีกไม่นานหรอก  ไอจะจัดหนักจนยูต้องนอนติดเตียงไปทั้งอาทิตย์เลย”

โอ้โห….มีความอยากให้วันนั้นมาถึงเร็วๆ

สาบานได้ว่าเฮียลัมจะไม่ลุกจากเตียงแม้แต่วินาทีเดียว  ฮึ่มมม!



บับเบิ้ลบิวชวนคุย :

มาเสิร์ฟชิ้นที่ 12 แล้วจ้า  ความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังไปได้สวยและเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาบ้างแล้ว  จะมีเหตุการณ์อะไรมาทำให้ความรักของพวกเขาต้องสั่นคลอนอีกหรือเปล่านะ?!  เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงอยากเห็นเฮียลัมในสภาพนอนติดเตียง  กร๊ากกกก 5555  ยังไงก็เอาใจช่วยคู่นี้กันด้วยนะค้า



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}