ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE EFFECTS: 30 เกือบ...หลงกล NC 100%

ชื่อตอน : HATE EFFECTS: 30 เกือบ...หลงกล NC 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.2k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 16 เม.ย. 2561 15:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE EFFECTS: 30 เกือบ...หลงกล NC 100%
แบบอักษร


HATE EFFECTS: 30


เที่ยงคืน...


ในห้องทำงานของบ้านหลังใหญ่


ภากรและภาคิณยังคงนั่งหารือกันอยู่แม้ว่าจะดึกดื่นแค่ไหนก็ตาม ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันกะทันหันเกินกว่าที่จะตั้งรับไว้ได้ทัน เอกสารทุกอย่างทั้งเส้นทางการไหลออกของเงินในบัญชีบริษัท เอกสารจากสรรพากรที่อ้างว่าสินค้าของพวกเขานั้นไม่ได้รับการเสียภาษีและเอกสารการยกเลิกสัญญาเช่าซื้อของลูกค้า บางรายเรียกค่าเสียหายที่แพงลิ่วเลยทีเดียว


"หมดนี่ก็ไม่มีจ่ายเงินเดือนพนักงานแน่ๆว่ะ" ภากรเอนหลังไปกับเก้าอี้ด้วยความอ่อนล้า "มันเล่นตอนที่เราไม่ทันตั้งตัวจริงๆ"


"ผมพลาดเองแหละที่คิดว่ามันคงไม่กล้าทำอะไร เฮ่อ เอาเป็นว่าเราเคลียร์ของลูกค้าแล้วเรียกความเชื่อมั่นกลับมาก่อน สรรพากรก็เอาหลักฐานมีไปชี้แจงรวมถึงพวกสื่อด้วย ส่วนเรื่องเงินเดือนพนักงานผมจะไปคุยกับทางธนาคารก่อน" ภาคิณไล่อ่านเอกสารการเงินอีกครั้งอย่างละเอียด เขาตรวจเห็นความไม่ชอบมาพากลอยู่หลายอย่าง "แค่อาทิตย์เดียวเงินออกไปเกือบครึ่งบัญชีโดยที่เราไม่รู้ตัว มีคนเข้าไปขโมยสมุดเช็กและตรายางของบริษัทไปก็น่าจะไม่นานมานี้"


"อืม พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปดูวงจรปิดที่ฝ่ายเทคนิคได้เรื่องแล้วจะโทรหา แล้วไอ้แผนสำรองที่แกว่ามันเป็นยังไงวะ?" ภากรถามขึ้นเพื่อเตรียมตัว ภาคิณยกยิ้มออกมาก่อนจะเล่าทุกสิ่งที่ตนเองคิด ปัญหาแม้ว่าจะหนักหนาเพียงใดแต่ก็ใช่ว่าจะไร้ทางออกไปเสียเมื่อไหร่ ในเมื่อยากที่จะป้องกันแต่มันก็ไม่สายเกินกว่าจะแก้ไข "หึ! ยังไงก็ช่างเถอะดูแลณิริณให้ดีๆก็แล้วกัน  เด็กของฉันน่ะไม่ค่อยเท่าหรอกแต่เมียแกน่ะยิ่งเนื้อหอมอยู่ด้วย"


"นึกว่าจะไม่มีอะไรมาวุ่นวายอีกแล้วเชียว พี่กรช่วยติดต่อสารวัตรให้ผมหน่อยสิ" ในใจได้แต่นึกหวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายและครอบครัวของเขาจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเสียที


######


ตลอดเกือบทั้งสัปดาห์ที่ภากรและภาคิณทำงานหามรุ่งหามค่ำโดยที่แทบไม่ได้กลับบ้านทั้งพี่ทั้งน้องเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไปทีละจุด แม้ว่าหลายอย่างเริ่มที่จะลงตัวและเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมาได้บ้างแล้วแต่สถานะทางการเงินของบริษัทก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤตอยู่ดี ส่วนคนที่คอยทำหน้าที่ยักยอกเงินไปให้ณวัฒน์ก็ถูกจับได้แบบไม่ทันรู้ตัวเช่นกันหลังจากที่ภากรได้ตรวจเช็คจากกล้องวงจรปิด แม้ว่าคนพวกนั้นจะระวังเรื่องมุมกล้องมากแค่ไหนแต่ก็พลาดได้เช่นกันอีกทั้งหลักฐานทั้งสมุดเช็กและตรายางยังคงอยู่ในตัวจึงไม่สามารถปฏิเสธออะไรได้


ช่วงที่สามีของเธอกำลังวุ่นวายในหลายๆเรื่องอยู่นั้น วาณิริณนั่งรอใครบางคนอยู่ที่ร้านกาแฟไม่ไกลจากบริษัทของภาคิณมากนัก หญิงสาวยกนาฬิกาขึ้นมาดูนับหลายครั้งจนกระทั่งคนที่เธอกำลังรออยู่ก็ปรากฏตัว


"คุณณิริณเรียกผมมา มีอะไรให้รับใช้ครับ" เทวินทร์รีบเข้าเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา


"นั่งก่อนค่ะ" หญิงสาวกล่าวเชื้อเชิญ เขาเองก็ทำตามอย่างว่าง่าย "ได้ยินว่ามีคนดิสเครดิตพี่คิณกับพี่กร ธนาคารเลยไม่ปล่อยกู้ใช่ไหมคะ?"


เทวินทร์พยักหน้าเบาๆ "ครับ เพราะเงินของบริษัททั้งหมดจ่ายค่าเสียหายให้ลูกค้าไปหมดแล้ว ถ้าไม่ทันสิ้นเดือนนี้ก็ไม่พอจ่ายเงินเดือนพนักงานครับ" เลขาหนุ่มกล่าวด้วยใบหน้าเป็นกังวล "ขอโทษครับ คุณกำชับไว้ว่าไม่ให้คุณณิริณรับรู้เรื่องนี้แต่ผมเผลอเล่าไปแล้ว"


"ไม่เป็นไรค่ะ" วาณิริณหยิบกระสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันน้อยส่งให้เขา "ช่วยเอาเช็กนี้ไปฝากเข้าบัญชีของบริษัทให้หน่อยได้ไหมคะ? น่าจะพอช่วยได้หลายเดือนอยู่"


"ตะ...แต่ว่าเงินมันเยอะมากเลยนะครับ คุณคิณคงไม่ยอม..."


"อย่าบอกพี่คิณสิคะ เงินน่ะฉันหาใหม่ได้ค่ะ" ใบหน้าสวยระบายยิ้มหวานออกมา "เพราะฉันรู้ว่าเขาไม่ยอมถึงต้องให้คุณออกมาวันนี้ ถ้าคุณเทวินทร์ไม่พูด ฉันไม่พูด ช่วงนี้พี่คิณกับพี่กรยุ่งๆคงยังไม่มาตรวจสอบอะไร"


เลขาหนุ่มมองสิ่งของในมือแล้วพยักหน้ารับคำเธออีกครั้ง "ครับ ผมเองก็ไม่อยากให้คุณคิณกับคุณกรลำบากไปมากกว่านี้แล้ว" ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวเล็กน้อย "ผมจะรีบทำตามที่สั่ง ขอตัวก่อนครับ"


วาณิริณยิ้มแล้วมองตามเขา อย่างน้อยๆก็โล่งใจที่แบ่งเบาภาระที่ภาคิณแบกรับไว้อยู่ตอนนี้ได้บ้าง ร่างบางจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มก็ขับรถออกจากร้านกาแฟเพื่อกลับบริษัทของตนเอง ตั้งแต่ที่ถูกข่มขู่เมื่อครั้งนั้นเธอก็พกอุปกรณ์ป้องกันตัวที่ภาคิณมอบให้ติดตัวตลอด และตอนนี้ก็มีความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอดเวลายิ่งช่วงเวลาที่อยู่ตามลำพังฉะนั้นเธอจึงต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม



#####


ในค่ำคืนที่แสนจะเงียบสงบ..


ด้านสาวน้อยฝึกงานที่หลายวันมานี้ไม่ต้องกังวลกับสายตาที่คอยจับจ้องเวลาที่อยู่กับภากร แต่ทว่าหลายวันมานี้ยัยตัวแสบกลับรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างเพราะว่าภากรยุ่งกับการทำงานจนไม่ได้กลับบ้านกลับช่องแถมแผนที่จะไปภูเก็ตยังต้องยกเลิกกระทันหันเสียอีก ช่วงนี้วาณิชาเดินทางไปกลับด้วยตัวเองจนขับรถชำนาญทางมากยิ่งขึ้นและคืนนี้ก็ไม่รู้ว่านึกอะไรอยู่ถึงได้เปิดยูทูปดูเมนูอาหารแล้วทำตามทุกขั้นตอน กล่องพลาสติกลายการ์ตูนสีชมพูหวานจำนวนสามอันถูกบรรจุข้าวสวยร้อนๆ ส่วนอีกสองกล่องเป็นปลาทูทอดกับต้มยำไก่ง่ายๆและดูเหมือนว่าเธอจะภูมิใจกับผลงานในครั้งนี้มาก


"ณิชาซะอย่าง ทำอาหารมันของกล้วยๆอยู่แล้ว" จัดการเก็บทุกอย่างจัดเรียงใส่ในถุงไว้อย่างเป็นระเบียบซึ่งวาณิชาไม่คิดที่จะชิมดูก่อนเสียด้วยซ้ำ


สาวน้อยขับรถออกจากคอนโดในกลางดึกมุ่งหน้าไปที่บริษัท PK AUTO GROUP....


พอถึงลานจอกรถเห็นเพียงแค่รถของภากรเท่านั้นส่วนพี่เขยของเธอไม่ว่าอยู่จะเคลียร์งานดึกดื่นแค่ไหนแต่ก็ฝืนสังขารขับรถกลับบ้านไปอยู่กับพี่สาวของเธอเสมอ จอดรถเทียบกับเส้นได้พอดีก็ถอนหายใจหนักๆออกมาด้วยความโล่งอกที่ไม่ไปเฉี่ยวนั่นชนนี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว 


ติ๊ง !!


วาณิชาในชุดเสื้อยืดขนาดโอเวอร์ไซส์สีขาวกับกางเกงขาสั้นกดลิฟต์ขึ้นมายังชั้นผู้บริหาร สาวน้อยเดินถือถุงผ้าบรรจุเสบียงมาเรื่อยๆจนถึงหน้าห้องของภากรก็ใช้สายตามองลอดไปทางช่องกระจก เธอเห็นเขายังคงจดๆจ้องๆอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่ในชุดเสื้อผ้าเดิมๆที่เธอเห็นวันนี้


ก็อกๆ


วาณิชาเคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป ภากรเงยหน้ามองเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "ณิชา!! แล้วทำไมแต่งตัวแบบนี้ล่ะ กางเกงได้ใส่มาหรือเปล่า? ผ่านยามมาได้ยังไงเนี่ย!!"


สาวน้อยกลอกตาพร้อมปิดประตู รู้สึกเหมือนมีพ่อเพิ่มมาอีกหนึ่งคน "คนบื้อ! เสื้อโอเวอร์ไซส์เฉยๆ" พูดพร้อมเปิดเสื้อให้ดู สายตาหันไปเห็นถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่อืดวางไว้อยู่บนโต๊ะ "มาม่ามากี่วันแล้วล่ะคะ? ณิชาทำมาให้เดี๋ยวก็ขาดสารอาหารตายซะก่อน" ภากรละความสนใจจากทุกอย่างแล้วมองการกระทำของเธอพลันให้ยิ้มสุขใจไปด้วย เขาไม่เคยเห็นเธอแสดงในด้านแบบนี้ให้ให้เห็นเลยสักครั้ง อย่างนี้จะเรียกว่าโชคดีรึเปล่านะ... "กินสิคะ! จะจ้องหน้าณิชาทำไม!!"


"ก็ไม่เคยคิดว่าเมียเด็กจะทำอาหารเป็น ว่าแต่...ปลาทูไหม้ไปรึเปล่า !!?"


"พูดมากก็ไม่ต้องกิน จะได้เอาไปโยนให้ไอ้ด่างที่นอนอยู่หน้าบริษัท"


"โอ๋ๆ กินครับๆ" เขารีบพูดห้ามก่อนที่เธอจะยกกล่องอาหารไป หลายวันมาแล้วที่เขาไม่ได้แตะข้าวเป็นมื้อแบบที่กำลังเห็นตรงหน้า ทันทีที่กล่องทั้งสามเปิดออกท้องของภากรที่กำลังหิวจนไส้กิ่วก็ร้องดัง จ็อก จ็อก วาณิชานั่งลงตรงหน้าเพื่อรอดูว่าผลงานชิ้นนี้ขอเธอจะออกมาดีหรือไม่


สองมือกำช้อนส้อมเตรียมพร้อมรับประทานและเมื่อลิ้นสัมผัสกับต้มยำไปนั้นก็ "พรวด !! แค่กๆ คะ...เค็ม อ็อก!!"


"จริงอ่ะ เค็มมากเลยหรอ? ณิชาทำตามที่ยูทูปบอกทั้งหมดเลยนะ" วาณิชาตกใจหน้าตื่นรีบหาน้ำดื่มไปให้เขา ร่างเล็กลุกขึ้นไปลูบหลังเขาเบาๆ "แล้วแบบนี้จะกินอะไรได้ล่ะเนี่ย"


"แค่กๆ ไม่เป็นไรๆ" พรึ่บ ! แขนแกร่งโอบเอวคอดลงมานั่งที่ตักของเขา "ตอนนี้พี่ไม่อยากกินข้าวละ พี่อยากกินเด็กแทน"


ตากลมตวัดมองพร้อมชูกำปั้นน้อยๆขึ้นมา "กินหมัดณิชาไปก่อนดีไหมคะ? อะ อื้ออ เอาหน้าออกไปนะ"


ฟอด !!


วาณิชาพยายามหลบแต่ก็ถูกภากรระดมหอมแก้มเธอไม่หยุด ใบหน้าคมคายซบลงบนไหล่มน "ถ้าต้องใช้กำลังกันจริงๆ ยังไงณิชาก็สู้พี่ไม่ได้อยู่แล้ว เฮ่อ....เหนื่อยจัง บัญชีดูยากจริงๆ ปวดหัวด้วย...คิดถึงเมียเด็กของพี่ด้วย จุ๊บ !!"


คำก็เมียสองคำก็เมีย ยังไงวาณิชาก็หนีไม่พ้นสถานะนี้ไปเสียแล้ว ทั้งสองนั่งอยู่ตรงนั้นกันเป็นเวลาโดยที่ภากรได้ทีก็ออดอ้อนเมียตัวแสบให้ป้อนข้าวให้เสียอย่างนั้น สุดท้ายก็ฝืนกินต้มยำอันแสนเค็มไปจนหมดแม้ว่าจะกังวลเรื่องโรคไตที่อาจจะตามมาก็ตาม วาณิชาหันมองซ้ายขวาก็เห็นงานที่เขากำลังทำปรากฎอยู่ที่ห้องจอคอมพิวเตอร์


"บัญชีง่ายๆทำไมทำได้แค่สามบรรทัดเอง"


ภากรเหล่มองเล็กน้อย "มันง่ายสำหรับคนอื่นน่ะสิ พี่ทำมาทั้งวันได้แค่นี้ก็ถือว่าดีแล้วนะ"


"หึ! ครึ่งชั่วโมงณิชาก็เสร็จแล้ว" สาวน้อยหันตัวหยิบเอกสารขึ้นมาดูทั้งๆที่ยังนั่งอยู่บนตักของเขา สาวน้อยจัดการกรอกข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ไปด้วยความว่องไวบวกกับที่ได้เรียนรู้จากการฝึกงานมาด้วย ไม่นานงานที่ภากรกำลังคร่ำเคร่งทำอยู่นั้นก็เสร็จสมบูรณ์ในชั่วพริบตา "เห็นไหมว่าง่ายนิดเดียว"


"ครับๆ เชื่อแล้วว่าเก่ง"


วาณิชายิ้มภูมิใจก่อนจะเปรียบเทียบเอกสารกับข้อมูลในคอมพิวเตอร์ "แปลก ทำไมอันที่กรอกไปกับเอกสารได้ผลรวมไม่ตรงกันเลย" เธอชี้ให้ภากรได้เห็นจุดที่ผิดสังเกต "ที่กรอกไปกับในเอกสารของเดือนที่แล้ว ยอดรวมในคอมฯได้สามร้อยคันแต่ยอดรวมในเอกสารได้แค่สองร้อยห้าสิบคัน เหอะ! คิดจะโกงบริษัทแต่ดันกรอกรายการเต็มมาสามช่อง คงไม่ได้ตรวจดูเองก่อนส่งสิท่า...ฝ่ายการตลาดนี่คงจะรีบจนตัวสั่น"


ภากรที่ไม่เก่งเรื่องงานบัญชีสักเท่าไหร่พอได้ยินก็เหมือนเห็นทางสว่างในหน้าที่ เขารีบจัดการแสกนเอกการที่เอาไว้เป็นหลักฐานทั้งหมดลงคอมพิวเตอร์แล้วบันทึกใส่ทรัมป์ไดร์ฟในทันที เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ดึงสาวน้อยเข้ามากอดไว้ดังเดิมแม้ว่าเธอจะดิ้นขัดขืนแค่ไหนก็ตาม "จุ๊บ !! เก่งแบบนี้คืนนี้คงต้องมีรางวัลให้สักหน่อยแล้ว"


"มะ ไม่ได้นะ...ในนี้มันห้องทำงาน ว้ายยย ปล่อยณิชาลงนะ!!"


ภากรยกยิ้มเจ้าเล่ห์ "เสียใจนะเด็กน้อย เนื้อเข้าปากเสือแล้วไม่คายง่ายๆหรอก"


​อะ อ๊าาา


​เสียงครางใสดังระงมในห้องน้ำกว้างที่ห้องทำงานของเขา สู้รบปรบมือกันอยู่นานกว่าภากรจะปราบความพยศของยัยตัวแสบได้อยู่มือ แต่จะโทษเขาฝ่ายดดียวก็ไม่ได้หรอกเพราะวาณิชาเองก็เผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปตามแรงยั่วยุของเขา เสื้อผ้าถูกถอดกองไว้รวมกันอย่างระเกะระกะ แผ่นหลังเนียนแนบชิดกับประตูในขณะที่ร่างกายสั่นคลอนตามแรงกระแทกจากคนข้างหน้า


ภากรไม่ลืมที่จะป้องกันเพราะตอนนี้เธอยังเป็นเด็กฝึกงานของเขาอยู่...


"ณิชา..." เสียงทุ้มกระเส่าเรียกชื่อเธอซ้ำๆ ภากรจูบซับแก้มเนียนอมชมพู นับวันก็ยิ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหลงเด็กน้อยจนหัวปักหัวปำ "อาส์ ซี้ดดด"


"อะ อื้ออ" ขาเรียวเกาะเกี่ยวเอวสอบไว้แน่นในขณะที่แขนทั้งสองข้างโอบรัดต้นคอของเขาเอาไว้ "อ๊ะๆ พะ พี่กร อึก เจ็บ อ๊ายย"


"อูวว์ เด็กดี อาา จะเสร็จแล้วยะ ซี้ดด อีก...อีกนิดเดียว"


ปึก!! ปึก!!


ภากรเร่งขังหวะเข้าออกถี่ๆเมื่อเห็นปลายฝั่งอยู่ตรงหน้า วาณิชาก้มหน้าลงกับไหล่ของเขา...ตัวเกร็งจนแข็งทื่อจวนเจียนจะขาดใจอยู่แล้วไม่นานสองร่างก็พากันฉุดขึ้นไปยังสวรรค์อันสุขสม วาณิชาผ่อนคลายลงแล้วหายใจหอบๆไม่หยุด ภากรก็เช่นกัน...


"พอใจแล้วก็ถอนมันออกไปสิ แฮ่กๆ"  น้ำเสียงแกมดุเล็กน้อยพูดพร้อมหายใจไปด้วย


ภากรยกมือลูบผมดำขลับเบาๆ "ยังไม่พอ แฮ่ก คิดดูสิว่าวันๆพี่ทำแต่งานก็เครียดพออยู่แล้ว เมียเด็กก็ชอบผลักไสพี่อีก...เกิดเป็นภากรช่างน่าเศร้าจริงๆ" ทำหน้าตาช่างดูน่าสงสารแต่ช่วงล่างยังไม่หลุดจากการเชื่อมต่อ...


สาวน้อยรู้สึกหมั่นไส้ยิ่งนัก...


"อื้อ ณิชาอึดอัด ว้ายยย พะ...พอแล้ว อาาา" ไม่ทันได้ห้ามปรามอะไรก็ถูกรังแกอีกแล้ว ภากรยกร่างเล็กวางลงกับเคาท์เตอร์ข้างอ่างล้างหน้าแล้วเริ่มออกกำลังอีกครั้ง คนตัวเล็กเชิดหน้าสูดอากาศเข้าไม่ทั่วปอด ปากเผยอรับรสจูบอันแสนดุดันขากคนตรงหน้า...ความวาบหวามวิ่งพล่านไปทั่วทั้งกายจนใจเต้นสั่นระรัว "ฮ้าาา จุก อะ...อาส์ มะ...ไม่เอาแล้ว กรี้ดดด"


ภากรไม่ได้สนใจเสียงร้องขอของเธอเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เขาเปรียบประดุจเสือหนุ่มที่กำลังขย้ำลูกกวางน้อยกินอย่างเอร็ดอร่อย "ไม่เกร็งสิณิชา โอววว เดี๋ยวก็เสร็จ อื้ม เสร็จก่อนพอดี" ยากนักที่จะได้โอกาสแบบนี้เขาจึงไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆ วาณิชาเผลอใช้เล็บข่วนเข้าที่อกข้างขวาของเขา "ซี้ดด ซาดิสม์นะเรา อาาส์"


เนิ่นนานที่ทั้งสองยังคงเล่นกิจกรรมเข้าจังหวะบนเวทีอันร้อนระอุด้วยไฟสวาทที่สุมทรวง ภากรทำการติวเข้มให้นักศึกษาฝึกงานทุกท่วงท่าและอิริยาบถด้วยความช่ำชองก่อน เหงื่อไหลชะโลมทั่วกายจนเปีกชุ่มตามๆกันไป ชายหนุ่มสอบสะโพกเข้าออกช่องน้อยเร่งเร็วชึ้นและแรงขึ้น


จนในที่สุด...


"อึก อื้ออ/ อาส์"


ภากรค่อยๆถอนกลางกายออกมาแล้วฟุบลงที่แผงอกแกร่ง เปลือกตาหนักอึ้งด้วยความเหนื่อยอ่อนแล้วค่อยๆปิดลง 


"ณิชา! อาบน้ำก่อนสิ" เขาพยายามเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับอะไร ภากรพาร่างที่กำลังฟลับสนิทไปชำระคราบเหงื่อและคราบคาวจนสะอาดกะนทั้งคู่ เช็ดตังให้เธอจนแห้งแล้วสวมเสื้อผ้าให้ดังเดิม


หลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็อุ้มเมียตัวแสบมานอนที่โซฟา เนื่องจากช่วงนี่ภากรต้องสะสางหลายอย่างจึงอาศัยโซฟาเป็นเตียงนอนชั่วคราว เขาปรับพนักพิงให้วางราบลงไปก่อนจะขยับตัววาณิชาเข้าไปด้านในฝั่งที่ติดกำแพง ร่างสูงล้มตัวนอนลงข้างเพื่อกันไม่ให้เธอตกพร้อมกับสอดแขนให้เธอใช้แทนหมอน


วาณิชารู้สึกตัวเล็กน้อยก่อนจะขยับเข้ามาซบบนอกของเขาอีกครั้ง ภากรยิ้มเอ็นดูจากนั้นจึงห่มผ้าให้เธอแล้วหลับตาลงตามไป


สองสัปดาห์ต่อมา...


แม้ว่าวันนี้จะเป็นวันหยุดแต่ภาคิณก็ยังไม่หยุดทำงาน ในระหว่างที่กำลังนั่งตรวจสอบบอดขายและบัญชีที่ภากรส่งมาให้ ขณะที่ตอนนี้พี่ชายของเขาและวาณิชากำลังเดินทางไปยังภูเก็ตเพื่อค้นหาคำตอบของบางอย่าง...ปัญหาทุกอย่างเริ่มคลี่คลายไปในทางี่ดีและเรียกความเชื่อมั่นของลูกค้ากลับมาได้มากแล้วยังคงเหลืออีกเล็กน้อยที่ยังต้องจัดการให้จบ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อ รปภ. นำซองเอกสารสีน้ำตาลที่จ่าหน้าซองถึงเขาชัดเจนมาให้ ภาคิณเปิดก็เห็นรูปภาพที่ภรรยาของเขากำลังนั่งอยู่กับเทวิยทร์ที่ร้านกาแฟด้วยใบหน้าฉาบรอยยิ้มหวานๆอันเป็นเอกลักษณ์ประกอบกับสายตาที่คนในภาพทั้งสองมองไปที่เธอนั้นดูไม่น่าไว้วางใจเสียเท่าไหร่


แต่ก็ไม่ได้มีแค่รูปเดียว... นอกจากนี้ยังมีภาพที่วาณิริณไปพบอัศนัยที่โรงแรมอีกด้วยและคงจะเพิ่งผ่านมาไม่นาน แม้ว่าจะรู้ว่าเธอเป็นคนอัธยาศัยดีแต่สำหรับคนขี้หึงอย่างภาคิณแล้วตอนนี้กำลังไม่สบอารมณ์อย่างรุนแรง


"เทวินทร์!!!" เสียงตะโกนนั้นดังพอที่เลขาหน้าห้องนั้นได้ยิน เทวินทร์รีบเปิดประเข้ามาด้วยความรวดเร็ว "อธิบายมาว่านี่มันคืออะไร !!!?" เสียงทุ้มกดต่ำพร้อมกับแววตาวาวโรจน์ที่จ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อกันเสีย เขาพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ความโกรธมาทำลายความจริงที่เขาอาจจะพลาดไปหากปล่อยให้ถูกครอบงำ


เทวินทร์รับรูปพวกนั้นมาดูก็ก้มหน้าลงเล็กน้อย "คุณณิริณแค่เรียกผมไปถามเรื่องสถานการณ์ของบริษัทเพราะไม่กล้าถามกับคุณคิณตรงๆ เธออยากช่วยคุณคิณครับ"


น้ำเสียงที่ตอบออกมาไม่มีสิ่งใดแอบแฝง ภาคิณจึงค่อยๆเย็นลง "แล้วแกตอบไปว่ายังไง?"


"บอกว่าธนาคารยอมให้คุณคิณกู้แล้ว อีกสองสามเดือนคงจะเข้าสู่ปกติ" เทวินทร์รู้ว่าคงโกหกเจ้านายได้อีกไม่นานว่าเงินที่ได้มาหมุนเวียนในตอนนี้มาจากไหน เลขาหนุ่มมองไปที่เจ้านายอีกครั้ง "มีคนพยายามจะให้คุณคิณกับคุณณิริณมีปัญหากัน แต่เชื่อเถอะครับว่าคุณณิริณไม่มีทางนอกใจแน่นอนถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกกับเธอจริงๆหรือยังไงก็ไม่มีสิทธิ์ เพราะคุณณิริณก็เลือกคุณคิณครับ"


ภาคิณมองรูปที่อยู่ในมืออีกครั้ง "ถ้าไม่ได้ฟังจากแกก่อน ฉันเองก็อาจจะเผลอทำร้ายณิริณไปจริงๆก็ได้" ชายหนุ่มถอนหายใจหนักหน่วงออกมาอีกครั้ง "ให้คนของเราไปสืบมาว่าไอ้คนที่ตามสะกดรอยณิริณมันเป็นใครที่ ถ้าลากตัวมันมาได้ให้พามาเจอฉันทันที"


"ครับ" เทวินทร์โค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะออกไปทำตามคำสั่ง 


ภาคิณเอนตัวพิงกับเก้าอี้ทำงานอีกครั้ง ช่วงนี้เขาอาจจะเครียดเกินไปจนเผลอตัวไปตามเกมส์ของคนที่จ้องจะทำลายเขาอยู่ ถ้าหลงกลตามไปจริงๆไม่แคล้วที่วาณิริณอาจจะต้องเสียใจ...เพราะเขาเองก็เชื่อใจว่าอัศนัยจะไม่มีทางหักหลังเขาอย่างแน่นอน


แต่ก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้อยู่ดี...


ด้านวาณิริณที่อัศนัยเชิญมาพบที่โรงแรมของเขา...ชายหนุ่มเพียงต้องการที่จะตอบแทนเธอเรื่องคดีของปาลิตาแต่ยังไม่มีโอกาส วันนี้จึงประจวบเหมาะพอดีจึงขอเลี้ยงมื้อเที่ยงเป็นการตอบแทน 


ห้องอาหารอิตาเลี่ยน...


"จริงๆไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยค่ะ เพราะยังไงคนผิดก็ต้องได้รับโทษอยู่แล้ว" หญิงสาวยิ้มบางๆ


อัศนัยมองดูแล้วจึงคิดว่าไม่แปลกที่ภาคิณจะทั้งรักและหวงเธอมาก หากเพื่อนของเขารู้ว่าเธอมาอยู่กับเขาตามลำพังโรงแรมนี้อาจจะแตกก็เป็นได้ "เรื่องใหญ่สิครับ...จริงๆแล้วคุณลุงกับคุณป้าก็จะมาด้วยนะแต่เพราะคุณป้าท่านป่วยตั้งแต่ยัยปลาจากไปเลยไม่สะดวก ผมเลยอาสาทำหน้าที่แทน"


"ฝากขอบคุณคุณลุงกับคุณป้าด้วยนะคะ ไหนๆการันต์ก็ถูกจับและทุกอย่างคลี่คลายแล้ว คุณป้าคงอาการดีขึ้น"


"ผมก็หวังไว้แบบนั้นแหละ แล้ว...ทำไมทานน้อยจังล่ะครับ อาหารไม่อร่อยหรอ? หน้าตาคุณณิริณดูซีดๆไปนะ"


"เปล่าค่ะ" วาณิริณส่ายหัวเล็กน้อย "ช่วงนี้ทานอะไรไม่ค่อยลงน่ะค่ะ รู้สึกพะอืดพะอมยังไงก็ไม่รู้...คงเพราะเรื่องงานด้วย"


"พักผ่อนบ้างเถอะครับ ไอ้คิณก็น่าจะแบ่งเวลามาให้เมียบ้างเนอะ จะว่าไปผมก็ไม่ได้เจอไอ้คิณมาเกือบสองเดือนแล้วเหมือนกัน" อัศนัยยิ้มนิดๆเมื่อพูดถึงเพื่อนสนิท "ทานไม่หมดก็ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมให้คนนำไปใส่กล่องกลับบ้านให้"


"ขอบคุณค่ะ" เธอยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะฝืนทานที่อยู่ในจานจนหมดแม้ว่าขะมีอาการอยากอาเจียรออกมาก็ตาม


จู่ๆอัศนัยก็มีสีหน้าเคร่งขึ้นมา "มีอีกอย่างที่ผมอยากจะเตือนทั้งคุณและไอ้คิณ ตอนนี้ได้ยินมาจากสารวัตรว่ามีคนใหญ่คนโตกำลังทำเรื่องประกันตัวไอ้การันจ์กับพวกออกมา ถ้าสำเร็จเป้าหมายของมันคงไม่พ้นคุณกับไอ้คิณ" คนตรงหน้ามองเธอแล้วถอนหายใจ "เอาเป็นว่าคอยติดต่อกับทางตำรวจเรื่อยๆนะครับ"


วาณิริณพยักหน้ารับรู้ด้วยความกังวลใจ ตัวเธอไม่ค่อยเท่าไหร่แต่กับภาคิณกลับทำให้ในใจของเธอว้าวุ่นยิ่งขึ้น ทันทีที่บริกรนำอาหารใส่กล่องมาส่งให้เธอจึงขอตัวกลับทันทีเพราะรู้ดีว่าบ่ายโมงกว่าๆแล้วสามีของเธอคงยังไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องอย่างแน่นอน


หญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่าใครบางคนที่กำลังเฝ้ามองเธออยู่นั้นเข้าใกล้มากขึ้นทุกที วาณิริณยังคงมองโลกในแง่ดีเสมอโดยไม่คิดว่าข้างหน้าจะเกิดปัญหาอะไรระหว่างเธอกับสามีขึ้นมาบ้าง


ความเชื่อใจจะเป็นเกราะป้องกันให้ทั้งสองเป็นอย่างดี...

___________100%_____________

อ่านด้านล่างนิสนุงงง


เรื่องนี้อีกประมาณ 10 ตอนจะจบแล้วน๊าาา ดราม่าจะหมดในอีก 2 ตอนข้างหน้านี้แล้วเน่อออ 

ตอนพิเศษไรท์จะลงให้เฉพาะใน e-book นะคะ 400+ หน้าขึ้นไปแน่นอน มีตอนแยกเฉพาะของทั้งสองคู่ คู่ละ 2 ตอนรวมตอนพิเศษ 4 ตอนค่ะ

ไรท์มีแฟนเพจแล้วนะ ไปกดติดตามกันได้ค่าาา

กลับมาแล้วจ้า หายนานไปนิดนึงเพราะว่าวิจัยจบของไรท์อาจารย์สั่งแก้ด่วนและช่วงนี้กำลังรีไรท์นิยายและเตรียมทำ e-book เรื่องนี้ด้วยค่ะ ไรท์ซ่อนเนื้อหาที่กำลังปรับปรุงไว้อยู่เลยจะดูเหมือนข้ามตอนนะคะ แต่ยังทำการรีไรท์ไม่เสร็จค่ะ แหะๆ

ไรท์ทำการรีไรท์นิยายพร้อมๆกับอัพตอนใหม่ไปด้วย รีดเดอร์ที่เข้ามาอ่านทีหลังอาจจะสับสนเล็กน้อย


มีนักอ่านไปดราม่าในอินบอกซ์ของไรท์ ว่าไรท์ไม่อัพเพราะรอคอมเม้นท์ งงเลย ฮ่าๆๆ ก็จริงนะคะว่าคอมเม้นจากนักอ่านที่ได้มาอ่านแล้วรู้สึกมีกำลังใจมาก แต่ที่ไรท์กลัวคือกลัวไม่มีใครมาอ่านของไรท์มากกว่า ฮ่าๆๆ นักอ่านเงาไม่เงาก็เข้ามาอ่านแล้วชอบๆของไรท์ก็ดีใจมากแล้วค่ะสำหรับมือใหม่อย่างไรท์ แต่คอมเม้นติชมมาได้นะคะจะได้ปรับปรุงฝีมือต่อไปค่ะ


ไหนๆก็ไหนๆ ฝาก e-book นิยายเรื่องแรกของไรท์เลยก็แล้วกันนะคะ



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น