Butterfly 8ffect

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : White Lily :: Four :: 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ส.ค. 2560 19:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
White Lily :: Four :: 100%
แบบอักษร

** **

White Lily

:: Four ::


          อี้ชิงยิ้มให้กับเงาในกระจกของตัวเอง ขยับหูกระต่ายให้เข้าที่ หมุนตัวเล็กน้อยมองเงาสะท้อนในชุดสูทสีดำดูเรียบร้อย

               ตาโตวาวใสจ้องมองนาฬิกาบนผนังที่ชี้ชัดถึงเวลานัดซึ่งใกล้เข้ามาเต็มที ทางฝ่ายลูกชายเจ้าของบ้านย้ำกับอี้ชิงไว้ว่าถ้าแต่งตัวเสร็จแล้วก็ให้ขึ้นไปหาตนบนห้อง

               ห้องนอนใหญ่ด้านบนชั้นสองของคริส ที่อี้ชิงเพิ่งจะมีโอกาสได้มาเยือนก็หนนี้

               ก้อก ก้อก

               "ผมขอเข้าไปนะครับ" อี้ชิงขานบอกอย่างมีมารยาท เสียงอนุญาตที่ได้ยินทำให้ร่างน้อยเปิดประตูเข้ามา ห้องของคริสใหญ่กว่าอี้ชิงสักสองเท่าได้ และถูกจัดแบ่งเป็นฝั่งสำหรับนอนและแต่งตัวอย่างชัดเจน โทนสีในห้องไม่ค่อยฉูดฉาดนัก เฟอร์นิเจอร์ดูเข้ากันดีแม้มีหลากสไตล์สมกับเป็นบ้านที่ทำอาชีพทางด้านนี้

               "โว้ย" เสียงสบถยังคงดังมาเป็นพัก ๆ อี้ชิงเดินตามเสียงไม่สบอารมณ์นั้นไป เห็นร่างสูงใหญ่ง่วนอยู่กับการผูกหูกระต่าย ที่ดูแล้วจะไม่เข้าที่เข้าทางอย่างใจ

               "น่ารำคาญจริง" สุดท้ายคริสก็เลิกที่ผูกหูกระต่ายให้เสียอารมณ์ มือหนาปามันลงถังขยะไปอย่างหัวเสีย มีหวีที่ยังดูใช้ได้ดีโดนโยนลงตะกร้าไปอีกอันสนองความขุ่นมัว  หน้าตาบึ้งตึงหันมามองอี้ชิง ร่างน้อยตกใจเช่นกัน แต่ก็ยังคงวาดยิ้มเหมือนเคย

               "ไม่ต้องผูกหูกระต่ายก็ดูดีนะครับ คุณคริสเป็นคนที่คอสวย อวดหน่อยก็ได้" คำชมจากเสียงนุ่มทำเอาคนหน้าตึงยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ พอเห็นอารมณ์ร้าย ๆ เริ่มผ่อนลงมา อี้ชิงก็เบาใจขึ้น

               "ช่วยจัดการให้หน่อยสิ" ขายาวก้าวฉับเดียวก็หยุดตรงหน้าร่างน้อย นิ้วยาวชี้ที่คอเสื้อตัวเอง มือน้อยจับแต่งปกเสื้อให้อย่างนุ่มนวล ปลดกระดุมออกอีกเม็ดให้เห็นช่วงคอของร่างสูงใหญ่

               จมูกโด่งแหลมของคริสแม้ไม่ได้กดลงแนบเส้นผมนุ่ม แต่ก็ได้กลิ่นหอมจากตัวอี้ชิงไม่จาง มือใหญ่ที่ไขว้หลังตัวเองไว้ วางลงบนสะโพกของร่างน้อยที่ตั้งอกตั้งใจดูแลเสื้อให้ตนอยู่

               "นี่อี้ชิง วันนี้น่ะถ้ามีคนถามนายอยากให้ฉันแนะนำนายว่าเป็นใคร เป็นอะไรกับฉัน" คนถูกถามย่นคิ้วเล็กน้อย

               "แล้วแต่คุณคริสเลยครับ ผมคิดว่าคนที่ควรให้สถานะกับผมคือคุณคริสไม่ใช่ตัวผมเอง" เสียงหวานตอบไปตามจริง คริสเลิกคิ้วมองร่างน้อย

               "ถ้าแนะนำว่าเป็นดอกไม้นำโชคที่ซื้อมาได้ไหม" คริสตั้งใจจะก่อกวน อี้ชิงรู้สึกได้ถึงความอยากจะแกล้งที่แฝงอยู่ในนั้น อี้ชิงจึงยิ้มให้อย่างที่ควร

               "ครับ ถ้านั่นคือตัวตนของผมในสายตาคุณคริส ผมเองก็ไม่มีอะไรจะขัด" ตอบกลับอย่างไม่ยินดี ยินร้าย มือน้อยปัดไปตามช่วงบ่ากว้างเพื่อความเรียบร้อย

               "ไม่งอแงนะ ถ้าฉันตอบตามนั้นจริง ๆ"

               "ไม่หรอกครับ" รอยยิ้มและแววตาใสของอี้ชิงสะท้อนออกมาว่าไม่เป็นไรตามนั้นจริง ๆ เสียจนคริสรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย

               "ผมเข้าใจครับ ความรู้สึกเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเสมอ แม้แต่ความชอบหรือไม่ชอบก็มีลำดับขั้นหลากหลาย ไม่ต้องพูดถึงความรักเลยด้วยซ้ำ

                สำหรับผม ผมคิดว่าความรักเหมือนกล่องใบจิ๋วที่ถูกซ่อนไว้ในห้องหลังกำแพงหนาหลายชั้นซึ่งถูกสร้างขวางเอาไว้ การเรียนรู้กัน อยู่ด้วยกัน ความให้เกียรติ์ ความชอบและอะไรมากมายที่คนสองคนทำร่วมกัน จะสามารถผ่านกำแพงแต่ละชั้นนั้นไปถึงความรักที่อยู่ตรงกลางสุดได้" อี้ชิงระบายยิ้มหวาน มือน้อยพับผ้าเช็ดหน้าใส่ลงในกระเป๋าอกเสื้อให้คริสอย่างสวยงาม

               "ผมรู้ว่าผมคงติดอยู่ที่กำแพงสักชั้นสำหรับคุณ คุณคริสต้องใช้เวลา เราทุกคนต่างก็ต้องใช้เวลา ...เอาล่ะครับเสร็จแล้ว" อี้ชิงยิ้มหวานอย่างพึงพอใจเมื่อช่วยแต่งตัวให้จนเสร็จ คริสจ้องมองรอยยิ้มหวานของอี้ชิงที่มอบให้เสมอไม่ละสายตา คำพูดของอี้ชิงวนเวียนอยู่ในหัวของคริสพอควร

               กำแพงหลายต่อหลายชั้น ที่โอบรอบหัวใจของคริสอย่างนั้นเหรอ

               ยังไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ที่ได้เจอลิลลี่ คริสก็ร้อน ๆ หนาว ๆ แล้วว่าวัสดุทำกำแพงของคริสอาจจะไม่ได้คุณภาพ

               "เราไปกันเถอะครับคุณคริส เดี๋ยวสายจะไม่ดีเอา"

               "ให้ตายสิ" เสียงสบถพึมพำเป็นระยะจากข้างตัวทำให้อี้ชิงต้องคอยหมุนตัวมองโดยรอบว่าในงานเลี้ยงแสนโอ่อ่าของฟู่ หยางเค่อ มีอะไรน่าขัดใจมากมากขนาดนั้นเลยเหรอ

               "เราไปอวยพรวันเกิดให้คุณหยางเค่อแล้ว อยู่ต่ออีกสักพักก็กลับกันเถอะ" คริสบอกกำหนดเวลา หน้าตาหงุดหงิดนั้นบอกชัดเจนว่าอยากออกจากงานนี้จะแย่แล้ว มือใหญ่ฉวยแก้วเหล้าจรดริมฝีปากอีกรอบ

               อี้ชิงมองน้ำแข็งติดก้นแก้วที่น้ำเมาหายไปอย่างลำบากใจ กลัวคริสจะเมาจนพากันขับรถไม่ถึงบ้านสกุลอู๋ปลอดภัยเท่าที่ควร ถึงจะถูกฝึกมาจากสกุลหยินให้ดื่มเหล้าเป็น แต่อี้ชิงเลือกจะไม่แตะต้องในคืนนี้มากกว่าแก้วในมือที่จิบไปเพียงครึ่งเท่านั้น

               "คุณคริสไม่สบายใจเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ" มือน้อยฉวยข้อมือของคริสที่คว้าแก้วเหล้าจากถาดของบริกรมาถือไว้อีกแก้ว สอบถามยามที่กดมือลงอย่างห้ามปรามอย่างแนบเนียน

               คริสถอนหายใจ มือใหญ่จับไหล่อี้ชิงให้หันไปมองด้านเดียวกับตน

               "นายเห็นมันไหม ไอ้แก่ตรงนั้น" ชายที่คริสปรามาสว่าไอ้แก่ นั้นดูไม่แก่ถึงเพียงนั้นแต่เป็นหนุ่มใหญ่รูปร่างสูง เส้นผมดำแซมสีดอกเลาถูกจัดทรงขึ้นเผยสัดส่วนใบหน้าที่ดูเข้ากันดีกับริ้วรอยทางอายุ ทำให้ดูภูมิฐานมากขึ้น

               "มันชื่อหลันซิง" คริสกระซิบซื่อลอดไรฟันให้ได้ยินแม้จะเบามากแต่ก็ดูเหมือนกับเรียกเจ้าของชื่อเข้าจริง ๆ เพราะชายที่ชื่อหลันซิงหันมามองคริส ฝ่ายนั้นยิ้มแต่ดูไม่เป็นมิตรสักนิด ก้าวตรงเดินมาทางนี้แทบทันที

               "ปึก" คริสกระแทกแก้วเหล้าลงกับโต๊ะอย่างหัวเสียกว่าเดิม เมื่อเห็นว่าหลันซิงตรงมาทางนี้ แค่เดินเข้ามาใกล้ คริสก็ออกแรงบีบไหล่อี้ชิงมากขึ้นระบายความไม่ชอบที่อัดแน่นในใจจนอี้ชิงนิ่วหน้า

               "กลับอี้ชิง" คริสออกคำสั่ง ขายาวก้าวฉับ แต่ก็ไม่ทันหลันซิงที่ฉวยแก้วเหล้าสองใบมายืนตรงหน้าคริสเรียบร้อยแล้ว

               "จะไปไหนเล่าคุณชายสกุลอู๋ ก่อนไปดื่มกันสักแก้วสิอี้ฟาน" หลันซิงทักทายด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี คริสพ่นลมหายใจหึ ไม่ได้ตอบกลับ

               "ผมกับคุณคริสไม่สะดวกดื่มครับ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ พวกเราจะกลับแล้ว" เสียงนุ่ม ๆ ของอี้ชิงแทรกขึ้นมาหวังจะไกล่เกลี่ยสถานการณ์ได้ หลันซิงจ้องมองร่างน้อยที่ไม่เคยคุ้นหน้า ส่วนคริสดึงกระชากไหล่อี้ชิงเข้ามาแนบตัวทันที

               "อย่าไปคุยดีกับไอ้เลวนี่อี้ชิง"

               "แหม่ พูดกับผู้ใหญ่ให้เพราะเหมือนเลขาคนใหม่หน่อยสิ อี้ฟาน" หลันซิงมอบตำแหน่งให้อี้ชิงตามที่ตนเข้าใจ

               " เสือก" คริสตอกคำกลับใส่คนอายุมากกว่าอย่างก้าวร้าว ขายาวก้าวฉับเดินออกห่างโดยมือก็กำไหล่อี้ชิงให้ตามติดไปด้วย

               "ฉันฝากความคิดถึง ถึงพี่สาวนายด้วยนะอู๋ อี้ฟาน" หลันซิงตะโกนทิ้งท้าย อี้ชิงแทบสะดุดล้มเพราะร่างสูงใหญ่ออกแรงลากตัวเองหยุดฝีเท้าทันควัน

               "มึง..." คริสหันหลังกลับ วิ่งเข้ากระโจนใส่หลันซิงอย่างรวดเร็ว จนอี้ชิงต้องรีบวิ่งไปกอดเอวคนตัวโตไว้ก่อนที่จะต่อยคนมีอายุมากกว่าจนเกิดเรื่อง และนี่คืองานเลี้ยงวันเกิดที่ควรจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ถ้ามีการวิวาทขึ้นมาล่ะก็ คงไม่ดีต่อสกุลอู๋แน่

               "คุณคริสครับ เรากลับกันเถอะครับ อย่ามีเรื่องเลย" อี้ชิงร้องตะโกน แรงของคริสมากมายเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาจนอี้ชิงแทบจะปลิวไปชนผนัง หลันซิงหัวเราะอย่างชอบใจราวกับดูโชว์

               "เลขาคนนี้ทุ่มเทดีนะอี้ฟาน ดูแลดี ๆ ล่ะ ขอให้สุขภาพแข็งแรงดีแล้วกันนะ" หลันซิงทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินออกไปในห้องจัดเลี้ยงอีกฝั่งที่มีผู้คนหนาตามากกว่า

               "โว้ย" เพล้ง

               เสียงสบถของคริสดังคู่กับมือหนาที่ปาแก้วเหล้าลงพื้นจนแตก แขกหลายคนที่ยืนดื่มอยู่ไม่ไกลยิ่งจ้องมองมากขึ้น ดีที่เจ้าของงานวันเกิดไม่อยู่แถวนี้ด้วย

               คริสยังคงดูโมโหหงุดหงิดมากพอที่จะทำลายสิ่งของระบายอารมณ์ พี่อี้เฟยฝากอี้ชิงให้ดูแลน้องชายของเธอให้ดี สิ่งที่ควรทำตอนนี้คือพาคนขี้โมโหกลับบ้าน

               "กลับกันเถอะครับคุณคริส กลับกันเถอะนะครับ กลับเถอะ" อี้ชิงกอดแขนคริสไว้จนแน่นดึงลากให้ย้อนกลับไปลานจอดรถด้วยกัน คริสพ่นลมหายใจฮึดฮัดตาขวาง สะบัดแขนทีเดียวลิลลี่ผอมบางก็ปลิวหลุดออกจากแขน ขายาวก้าวเร่งตรงไปที่รถด้วยความเร็ว

                อี้ชิงยันมือกับเสาที่ถูกเหวี่ยงเข้าหาเมื่อครู่ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนกับความเจ้าอารมณ์ที่ได้เจอ สองขารีบวิ่งตามคริสเพื่อไปขึ้นรถให้ทัน

               คริสเป็นคนโมโหร้ายมากเสียจนอี้ชิงคิดว่าเจ้าตัวต้องมีปัญหาในการจัดการด้านอารมณ์เป็นแน่ ตั้งแต่เหยียบเร่งรถตรงกลับบ้านมาด้วยความเร็วแทบจะเหาะ ดีเท่าไหร่แล้วที่ถนนโล่งจนไม่เกิดเหตุเฉี่ยวชน

               ทันทีที่มาถึงโรงจอดรถก็ปากุญแจรถคันหรูทิ้งใส่ผนังอย่างไม่สนใจ จนอี้ชิงต้องวิ่งไปเก็บใส่ที่แขวนไว้ให้ กลัวว่าจะหาย

               ร่างน้อยเดินตามเส้นทางที่คริสเดินผ่านไป เจอสิ่งของในบ้านถูกเตะ ถูกปาเสียหายแทนการระบายอารมณ์ของลูกชายเจ้าของบ้านก็มากมาย

               คงเพราะเป็นบ้านที่ผลิตเฟอร์นิเจอร์ คริสเลยไม่รู้สึกว่าต้องถนอมสิ่งของพวกนี้นัก เพราะมีให้เปลี่ยนใหม่อีกเป็นร้อยเป็นพันชิ้น

               แต่โต๊ะเก้าอี้ทุกตัวคือต้นไม้หนึ่งต้นที่ถูกตัดโค่นทำลาย อย่างน้อยก็น่าจะเห็นค่ามันบ้าง

               แต่นั่นล่ะ เป็นแค่สิ่งของไร้จิตใจ ในสายตาของคนที่ไม่เห็นค่ามันคงยากที่จะต้องบอกว่าควรต้องถนอมไปเพื่ออะไร

               อี้ชิงควรที่จะนอน แต่เพราะความกังวล รวมทั้งถ้อยฝากฝังจากพี่อี้เฟยว่าให้ดูแลคริสให้ดี จึงเลือกที่จะมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของลูกชายเจ้าของบ้าน มือน้อยเคาะอย่างเป็นมารยาทแต่ไม่ได้รอคำตอบเพราะประตูไม่ได้ล็อคงจึงเข้ามาทันที

               สิ่งแรกที่เห็นหลังจากเดินเข้ามาคือโต๊ะไม้สักอย่างดีใกล้ประตูถูกล้มจนของบนนั้นกองระเนระนาดกับพื้น มือน้อยกดเปิดไฟให้ห้องสว่างขึ้น ประเมินแล้วมีของพังไปอีกหลายอย่าง

               "มาทำไม" เสียงเข้มถามคล้ายคำราม อี้ชิงมองตามเสียงไปจนถึงฝั่งห้องนอน คริสสวมเสื้อเชิ้ตขาวที่ดูหลุดลุ่ย ส่วนสูทสีดำนั้นกองอยู่บนพื้นสนองอารมณ์เกี้ยวกราดของเจ้าของเรียบร้อยแล้ว

               "ผมมาดูว่าคุณคริสไม่ทำตัวเองบาดเจ็บ พี่อี้เฟยฝากผมดูแลคุณให้ดี" อี้ชิงเดินเข้ามาใกล้อีกก้าว

               "เหอะ ช่วยอะไรได้นายน่ะ กลับห้องไปเลย ฉันไม่มีอารมณ์จะมาถกเรื่องความโชคดีบ้าบอห่าเหวของสกุลหยินอะไรตอนนี้หรอกนะ" คริสตะคอกใส่อีกหน ทั้งน้ำเสียง ทั้งถ้อยคำหยาบคายทำเอาอี้ชิงนิ่วหน้าอย่างไม่คุ้นชินนัก

               และรู้สึกแล้วว่ายากจะรับมือจริง ๆ

               "ถ้าไม่ต้องการผมคงไม่กวนคุณคริสแล้ว แต่ขอร้องเถอะครับ ไม่ต้องรักผมเลยก็ได้ แต่อย่าพูดจาดูถูกบ้านของผมนักเลยได้ไหมครับ" อี้ชิงร้องขอเสียงแผ่ว พอถูกย้ำด้วยถ้อยดูถูกถึงสกุลหยินบ่อยเข้าอี้ชิงก็ไม่สบายใจนัก

               "แล้วยังไง มีปัญหาอะไร ฉันซื้อนายมาแพงนะอี้ชิง" คริสตวาดด้วยเสียงดังลั่นด้วยถ้อยคำที่ย้ำมันอยู่บ่อย ๆ เริ่มที่จะระบายอารมณ์โกรธแค้นเหมือนไฟสุมอกที่ได้เจอมาวันนี้ใส่ร่างน้อย แทนเฟอร์นิเจอร์ที่รับอารมณ์ขุ่นมัวไปก่อนหน้า

"ผมรู้ว่าคุณซื้อผมมาแพง แต่ช่วยเห็นค่าเงินของคุณหน่อยไม่ได้เหรอ" อี้ชิงบอกให้ตัวเองใจเย็น แต่เพราะถูกตวาดใส่ครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่ใจที่เย็นนิ่งของการเป็นพี่ใหญ่ก็ไม่ช่วยอะไรอี้ชิงเลยแม้แต่น้อย

อี้ชิงก็แค่อยากได้รับความเข้าใจบ้าง แม้เล็กน้อยก็ตาม

               "ผิดแล้วอี้ชิง เสียเงินไปมากก็แปลว่ามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรตามใจก็ได้ต่างหากล่ะ" ฝ่ามือใหญ่กระดกเหล้าเข้าปากตัวเองอีกอึกจนเหลือแต่น้ำแข็งเปล่าหมุนวนอยู่ในแก้ว

               "ถ้าจะอยู่ต่อก็ดี ฉันต้องการคลายเครียด ทำตามที่บ้านนายสอนมาสิ” แววตาคมหยามเหยียดจ้องมองคนตรงหน้า

“ขึ้นไปบนเตียงโชว์ลีลาให้สมกับซ่องราคาแพงสั่งสอนมาหน่อย"

               เพี๊ยะ!

 คริสมึนงงเสียยิ่งกว่าเหล้าเป็นขวด ๆ ที่ดื่มเข้าไปเมื่อถูกตบจนหน้าหัน

               ลิลลี่ที่แสนเยือกเย็นดุจสายน้ำใสสะอาดยืนหอบหายใจจนสั่นโยน ใบหน้าแดงกล่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความโมโห แปลกตาอย่างที่สุด

               "หยุดดูถูกครอบครัวของผมเสียที" มือน้อยที่สั่นระริกเพราะความโมโหกำปกเสื้อตัวเองจนแน่น นิ้วมือแทบบังคับไม่อยู่ยามที่ปลดกระดุมเสื้อออก

               "คุณด่าว่าผม จะทำเหมือนผมเป็นใบไม้ข้างถนนยังไงก็ได้แต่อย่ามาว่าครอบครัวของผม"

               ฟุบ เสื้อสีขาวนวลถูกปาเข้าใส่หน้าของคริสเผยผิวกายขาวสะพรั่งของอี้ชิงที่กำลังสั่นคลอนเพราะแรงหอบหายใจ น้ำตาหยดลงตาหน่วยตากลมเพราะความโกรธ อี้ชิงบอกตัวเองให้ใจเย็น แต่ก็ขาดสติลงทันทีที่ถูกดูแคลนว่าบ้านของเขาคือซ่อง

               คริสจ้องมองคนตรงหน้าด้วยความแปลกตาแปลกใจ อี้ชิงตอนนี้ดูเกรี้ยวกราดเหมือนถูกสุมไฟไว้ในร่าง หากคริสมีสติมากกว่านี้อีกนิด หรือไม่ได้กำลังสนุกสนานกับการเห็นความร้อนเนื้อร้อนใจของคนอื่น คริสคงเลือกที่จะพูดขอโทษ และกล่อมให้ลิลลี่ที่ดูแปดเปื้อนเย็นลง

               แต่ไม่คริสไม่รู้สึกว่าตนต้องประนีประนอมให้ใคร วันนี้อู๋ อี้ฟานต้องการที่จะทำลายให้สมความบ้าคลั่งในตัวที่มี ต้องการที่จะบดขยี้ทุกสิ่งอื่นใดรอบกายให้แหลกลาน เป็นช่วงความคิดบ้า ๆ ที่เกราะกรังราวกับแผ่นเหล็กขึ้นสนิม

               "เอาไว้แลกเงินเพื่อให้มาขึ้นเตียงกับผู้ชาย สถานที่ที่ผลิตเด็กผู้ชายออกมาเพื่อทำแบบนั้นเรียกว่าอะไรได้อีกอี้ชิง ควรจะเรียกว่าอะไรอีก ถ้าไม่ใช่ซ่อง" สองมือใหญ่กำกระชากร่างน้อยเข้าหาตัว อี้ชิงเชิดหน้าขึ้นจ้องมองดวงตาแดงกล่ำของคริส อี้ชิงยอมถูกบีบจนเจ็บแขนเสียยิ่งกว่านี้แต่จะไม่ยอมรับคำพูดพร่อย ๆ พวกนี้

               "คุณไม่มีสิทธิ์ดูถูกความเสียสละของนายแม่ ของคุณแม่ ของทุกคนที่ทำเพื่อสกุลหยิน" อี้ชิงเค้นคำพูดออกมา

               "หึ รู้อะไรไหมครับ คุณหลินซิงที่คุณด่าว่าเขาเลวร้าย ยังน่าอยู่ใกล้ ๆ มากกว่าคุณคริสอีก เขาดูเป็นคนดีมากกว่าคุณตอนนี้เสียอีก" อี้ชิงเอ่ยถึงคนนอกแม้ไม่สมควร แต่ก็อยากสะท้อนให้คนตัวโตได้รับรู้ว่าที่กำลังทำอยู่มันถ่อยมากแค่ไหน

               "อี้ชิง หยิน  อี้ชิง" คริสเค้นเสียงเรียกชื่อ โกรธเสียจนตัวสั่น แรงอารมณ์ที่อัดแน่นบีบเค้นเสียจนอี้ชิงรู้สึกแขนแทบหัก แต่อี้ชิงเลือกจะกัดปากตัวเองจนแน่นที่สุด เชิดใบหน้าจ้องมอง จะไม่ปริปากขอร้องแน่

คนที่ทำนิสัยไม่ดี ไม่ควรได้รับการอภัยง่าย ๆ คริสต้องเรียนรู้เรื่องนี้บ้าง ต้องหัดเห็นใจผู้อื่นบ้าง

               "นายกล้าพูดออกมาว่ามันเป็นคนดีกว่าฉันงั้นเหรอ ไอ้หลันซิงนั่นน่ะเหรอ"

               "ถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองกำลังไร้สติแค่ไหนผมก็คงไม่ต้องพูดย้ำ" สีหน้าที่ปรับเป็นเรียบนิ่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ของอี้ชิงทำให้คริสรู้สึกว่ากำลังถูกดูแคลนไปอีกมากโข 

               "ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะไร้สติมันให้ถึงที่สุด ดีไหม ลิลลี่" คริสไม่ได้ตวาดอีกแล้วแต่กลับยิ้มมุมปากด้วยสายตาแบบที่อี้ชิงเผลอหลบตาลงด้วยความหวาดกลัว

เสียงลมหายใจขาดท่อนไม่เป็นจังหวะผวาดังในอากาศ แผ่นหลังบางเสียดสีไปกับพื้นห้องตามจังหวะการกระชากและลากถู

อี้ชิงพยายามจะก้าวขึ้นไปที่เตียงแต่กลับโดนคนตัวโตกว่ามากกำลากขาจนครูดไปกับพื้นห้อง คริสนั่งมองอี้ชิงให้พยายามหนี และทันทีที่ลุกขึ้นจะทำแบบนั้นก็ถูกกระชากแขนขากลับมาอยู่ใต้ร่างคริสเหมือนเดิม

อี้ชิงเลือกที่จะหยุดนิ่ง ไม่พยายามหนีหรือคลานหลบไปไหนเพราะเจ็บหยอกไปทั้งตัว ผิวขาวจัดในยามนี้ขึ้นรอยแดงเพราะความทารุณ

แก้วตาใสสั่นระริกเมื่อเห็นว่าทันทีที่ตนหยุดนิ่ง คนตัวใหญ่ราวกับยักษ์ก็ก้าวคร่อมขึ้นมาทับบนร่างเปลือยเปล่าของตน อี้ชิงเลือกที่จะหลับตาลง ลมหายใจสะดุดเป็นพักด้วยความกลัว

“ลืมตาเดี๋ยวนี้” เสียงข่มขู่คำรามดัง ร่างน้อยสั่นระริกสะดุ้งอย่างไม่รู้ตัวเมื่อฝ่ามือร้อนลูบลงไปบนผิวกาย

“ลืมตา อี้ชิง” เสียงเข้มสั่งอีกหนแต่อี้ชิงฝืนไม่ทำตาม เขากลัว อี้ชิงกล้ายอมรับกับตัวเองในยามนั้น

“อ อะ อึก” ริมฝีปากสีสดผวาคว้าอากาศเข้าปอด ตอนนี้อี้ชิงกำลังหายใจไม่ออก ลำคอเจ็บจนแทบแหลก แผ่นหลังครูดสีไปกับพื้นห้องจนเจ็บแสบ และกำลังจะตายแน่หากไม่ถูกปล่อยกำมือใหญ่ออกจากคอในตอนนี้

ในที่สุดอี้ชิงก็ลืมตาขึ้น เหมือนกับที่ฝ่ามือของคนตรงหน้าคลายออก มือน้อยเอื้อมจับคอของตนด้วยความหวาดกลัว สูดลมหายใจเข้าปอดลึกได้เพียงไม่กี่จังหวะ

“อะ” ก็ต้องขวัญผวาเมื่อถูกลากไปตามพื้นจนทั้งตัวเลื่อนไถลเข้าใต้ร่างใหญ่โตของคริส

คริสจิปากอย่างไม่พอใจนัก จ้องมองร่างน้อยที่เกร็งแน่นไปทั้งตัว มือหยาบใหญ่เริ่มลากถูไปทั่วเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากพรมจูบไปตามท้องน้อยไล่ขึ้นมาถึงยอดอกดูดดึงแต้มสีสวยทั้งสองข้าง มือข้างหนึ่งขย้ำก้นนิ่มให้ผ่อนคลาย อีกข้างกอบกับท่อนเอ็นไวต่อความรู้สึกของอี้ชิงรูดรั้งมัน

“อึก อื้อออ” อี้ชิงกัดปากตัวเองจนแน่นเมื่อถูกแตะต้องตรงจุดไวต่อสัมผัสทั่วตัว คริสยังคงดูดเค้นยอดอกทั้งสองข้าง มือที่ฟอนเฟ้นก้นนิ่ม แตะปลายนิ้วทักทายกลีบเนื้อสีอ่อนหลายทีจนร่างน้อยสะดุ้งเฮือก

ริมฝีปากหยักซุกซนไปทั่ว ไล่ขึ้นจากยอดออกมาถึงซอกคอ จบเม้มเข้าที่ใบหูจนอี้ชิงมวลแน่นไปทั้งท้อง

“ไม่ อย่า” อี้ชิงกรีดร้องเสียงแหบสั่น เมื่อสองขาโดนจับฉีกออกจากกันจนกว้างและถูกบดเบียดทับด้วยร่างใหญ่โต รู้สึกได้ถึงส่วนปลายร้อนแข็งแน่นที่ถูกตระเตรียมและกำลังวนอยู่ใกล้ช่องทางที่ไร้ซึ่งการขยับขยายของตนในตอนนี้

ถ้าถูกใส่เข้ามาทั้งที่ไร้สารหล่อลื่นใด ทั้งไม่ถูกขยับขยายช่องทางให้ด้วยนิ้วยาว อี้ชิงต้องแหลกสลายเหมือนร่างกายแยกเป็นส่วนแน่

“ไม่ได้นะ แบบนี้  อย่า อะ…”   เสียงร้องขอหยุดชะงักลงไปทันทีที่ร่างกายถูกดึงดันเข้ามา ความรู้สึกมันเจ็บราวกับร่างกายจะฉีกออก และแท้จริงมันเป็นแบบนั้น คริสกัดปากตัวเองด้วยความปวดหนึบเพราะถูกรัดไว้จนแน่นเพราะช่องทางที่ไม่ขยับขยายการดันท่อนเอ็นใหญ่เข้ามาจึงทำได้เพียงแค่ส่วนหัว คริสขยับแทบไม่ได้แม้จะมีเลือดสด ๆ ไหลออกมาช่วยก็ตาม

“ผ่อนคลายหน่อย” คริสกระซิบชิดใบหูบางพลางขบเม้มมันเพื่อให้ร่างน้อยที่ตนกำลังตักตวงผ่อนคลายมากขึ้น มือหยาบใหญ่จงใจเล่นกับจุดรวมอารมณ์ของอี้ชิงมากขึ้น รูดรั้งไปตามความยาวหวังว่าจะช่วยให้สอดใส่เข้าไปได้ลึกขึ้น เหมือนริมฝีปากหยักที่บดจูบกกหูและซอกคอ คริสรู้ดีว่าอี้ชิงอ่อนไหวแค่ไหนกับสองจุดนี้

“ดี ดี” คริสครางอย่างพอใจเมื่อรู้สึกได้ว่ากำลังถูกต้อนรับมากขึ้น อาจด้วยของเหลวใสจากส่วนหัวที่สำลักออกมาช่วยให้ลื่นมากขึ้นก็ด้วย สะโพกสอบดันตัวเข้าไปแรงขึ้น กระดกสะโพกเข้าใส่จนในที่สุดก็ได้แนบชิดเข้ามาจนหมดความยาว

“ดีมาก อี้ชิง” คริสเอ่ยชมพร้อมกดจูบที่หลังกกหูให้ร่างน้อย มือหยาบใหญ่ที่โอบประครองเอวไว้ปล่อยออก แผ่นอกที่เคยแนบชิดแผ่นหลังผอมบางผละห่าง ฝ่ามือกดเน้นที่สะโพกเพื่อให้ถนัดมากขึ้น อีกข้างยังมีใจจะช่วยชักนำความต้องการต่อให้ร่างน้อย

แผ่นอกขาวเสียดสีไปกับพื้นตามจังหวะที่ถูกกระแทกเข้าใส่ ได้แต่ซบหน้าผากไปกับท่อนแขนของตน

เจ็บจนน้ำตาตารินไหลหยดแล้วหยดเล่า แสบไปทุกจังหวะที่ถูกเสียดสีแต่ก็ทำได้แค่กัดปากแน่นจนปริแตก แต่คนใจร้ายก็ยังคงรู้ดีว่าในร่างกายจุดไหนที่กระแทกลงไปซ้ำแล้วจะทำให้ลิลลี่เสียววาบจนปีนเหยียบถึงจุดสูงสุดได้

แต่ไม่มีความสุขเลย

จู่ ๆ อี้ชิงก็คิดถึงวันนั้นที่โรงงานที่ 1 ท่ามกลางต้นไม้ จูบที่คริสบรรจงจูบอย่างอ่อนโยนนั้น …มันคงเป็นแค่ภาพลวงตา

“อา อื้อมม” เสียงทุ้มคำรามดังอยู่เหนือร่าง แรงกระแทกยังคงเข้ามาลึกขึ้นทุกครั้งที่คริสตอกสะโพกเข้าใส่ คริสกระดกข้อมือเร่งจังหวะมากขึ้นเหมือนกับที่ออกแรงจากสะโพกเขย่าร่างอี้ชิงจนสั่นคลอน

“ฮึก อ๊ะ” ไม่อาจกักกั้นเสียงจนต้องร้องผวาออกมาเมื่อถูกกระตุ้นจุดไวต่ออารมณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนถึงจุดสูงสุด ของเหลวขุ่นหลั่งจากร่างน้อยสาดใส่ลงกับพื้นพรมเหมือนทั้งร่างที่งอพับลงอย่างหมดท่า แต่วงแขนแกร่งคว้ากอดเอวไว้จนแนบชิด ซอยสะโพกเข้ามาเร็วแรงขึ้นสวนผนังบอบบางที่ตอดรัดแน่น

“….” เสียงทุ้มครางฮึมข้างใบหู เหมือนของเหลวร้อนที่ถูกพ่นเข้าจนร้อนไปทั้งท้องน้อย มากมายจนเอ่อล้นออกมาตามเรียวขาที่ขึ้นรอยแดง

อี้ชิงหลับตาลง และบอกตัวเองว่าจงหลับใหลไปซะหนีจากความใจร้ายที่กำลังเผชิญ

“อ๊ะ จะทำอะไร” เสียงแหบหวานผวาร้องอย่างตื่นตระหนก คำขอร้องไม่เป็นผลเลยสักนิดเมื่อคุณชายสกุลอู๋ กระชากดึงอี้ชิงให้หมุนตัวกลับมาและแทบทันทีก็อุ้มขึ้นมาจากพื้นจนตัวลอย

คริสไม่ได้ตอบอะไรแต่เดินดุ่มออกไปนอกระเบียงห้องโดยไม่ลืมคว้าเข็มขัดของตัวเองติดมือมาด้วย

อี้ชิงกำลังร้องไห้ เขารู้ตัวดีแต่ก็ไม่สามารถห้ามมันได้ ยังคงร้องไห้แม้ร่างกายกำลังโยกคลอน ความเจ็บและความร้อนระอุแบ่งน้ำหนักกันได้อย่างดีเมื่อทั้งร่างกายกำลังปะทะลมหนาวและหยาดเหงื่อที่พร่างพรมลงบนร่างของตัวเอง

ร่างกายลอยอยู่เหนืออากาศ สองขาถูกกอดกระชับไว้แนบช่วงเอวแกร่งที่เจ้าของกำลังมัวเมากับการขบกัดเนื้อตัวของอี้ชิง เหมือนที่สะโพกกำลังซอยจังหวะเข้ามา สองแขนที่ถูกมัดตรึงไว้กับเหล็กระเบียงด้วยเข็มขัดหนังเส้นหนาบีบรัดข้อมือทั้งสองของอี้ชิงจนเจ็บไปหมด อี้ชิงรู้สึกเจ็บไปทั้งตัวจนไม่นึกว่าจะเจ็บได้กว่านี้อีกแล้ว

“อาาา ” แต่กลับยังเจ็บมากขึ้นได้อีกลึก ๆ ในอกจนแน่นขนัดไปถึงลมหายใจเมื่อแรงกระแทกที่สวนเข้ามาในร่างกายทั้งร้อนระอุ ใหญ่โตและจงใจใช้ทำร้ายกัน ดวงตากลมโตที่แดงช้ำเลือกจะเบือนหนีแทนการมองใบหน้าคมที่กำลังขมวดคิ้วแน่นจ้องมองมาอย่างสุขสมและเร่าร้อน

คริสดันตัวเข้ามามากขึ้นจับช้อนจนแผ่นหลังอี้ชิงแนบชิดกับรั้วระเบียงเย็นเชียบที่จะรองรับแรงกระทำไว้ทั้งหมด อี้ชิงตัวสั่นเพราะความเร่าร้อนที่โหมใส่ร่างกาย มือหยาบใหญ่ผละออกหนึ่งข้างและกำส่วนปลายสุดของอารมณ์กลางกายอี้ชิงไว้ ใช้หัวแม่มือหยาบบดขยี้มันจนร่างน้อยเชิดร้องครางแว่วเสียงหลง

และทันทีที่ร่างน้อยกระตุกเกร็งหลั่งของเหลวขุ่นออกมาอีกครั้ง ความเร็วที่เนิบนาบรอจังหวะก็กระชากออกจนสุดโคนตอกกลับเข้าไปใหม่ กระแทกกระทั้น รุนแรงจนถึงวินาทีสุดท้ายที่ปลดปล่อยใส่ร่างกายของอี้ชิงอีกหน

แกร๊กเสียงเข็มขัดกระแทกเข้ากับราวเหล็กเมื่อร่างน้อยถูกปล่อยลงฟุบบนพื้นระเบียง ร่างสูงใหญ่ยืนมองร่างน้อยที่หมอบหมดแรง มือใหญ่กำรูดท่อนเนื้อของต้นที่ยังคั่งค้างของเหลวบางส่วนรีดเค้นจนหมดสิ้นลงบนผิวขาวที่แปดเปื้อนด้วยรอยแดงช้ำ

อี้ชิงหอบหายใจจนแผ่นอกกระเพื่อม ดวงตาโตก็ปรือลงไม่อาจสู้ฝืน แม้สองแขนจะถูกมัดยึดไว้กับราวเหล็กจนต้องยืดสุดสองแขนไว้แบบนั้นตอนนั่งอยู่บนพื้นระเบียงเย็นเฉียบ

แม้จะโรยราแค่ไหน แต่อี้ชิงก็ยังเห็นสองขายาวที่เดินจากไป ทิ้งตนไว้แบบนั้น พร้อมกับบานประตูระเบียงที่ปิดลง



               เปรี้ยง*!*

               เปียก

               ทั้งเสียงและสัมผัสราวกับนาฬิกาปลุกชั้นดีที่ทำให้เปลือกตาบางเปิดขึ้น อี้ชิงหรี่ตาลงอย่างไม่อาจสู้เม็ดหยาดฝนที่ร่วงโรยลงมาใส่ร่างของตน สองข้อมือที่โดนมัดยึดไว้กับราวเหล็กทำให้ทั้งร่างยังคงถูกตรึงไว้กลางสายฝน

               เปรี้ยง*!*

               ท้องฟ้าสว่างวาบพร้อมเสียงฟ้าที่ผ่าดังไปทั่วบริเวณจนอี้ชิงสะดุ้งผวา รอยยิ้มบางค่อนขอดให้กับตัวเอง ทั้งท้องน้อยยังคงจุกแน่น ร่างกายเจ็บแสบไปทั้งหมดแต่จำต้องยันตัวลุกขึ้นเพื่อหาหนทางที่จะออกไปให้พ้นเปลวฝน

               สองขาสั่นระริกยันตัวลุกขึ้นแต่เพราะเจ็บมากนักถึงได้ฟุบลงอีกหนจนร่างสั่นแกว่งไปกระแทกราวเหล็กของระเบียงให้เจ็บหยอก ของเหลวขุ่นไหลลงมาตามต้นขาถูกน้ำฝนชะล้างออก เหมือนกับที่ฝนปนเปื้อนกับหยดน้ำตา

               สองข้างยันตัวลุกขึ้นอีกหนเมื่อมองผ่านในสายฝนแล้วเห็นรอยขาดของเข็มขัด ร่างน้อยขยับอย่างทุลักทุเลจนสุดเหล็กอีกฝั่งที่มีด้านคมของราวระเบียงรับกับเส้นหนัง อี้ชิงเขย่าแขนตัวเองเพื่อเลื่อยเข็มขัดหนังออก แม้จะยิ่งทำให้ตัวเองเจ็บแค่ไหนก็ตาม

               ตุบ*!*

               ในที่สุดเข็มขัดก็ร่วงลงกับพื้น หลังเป็นอิสระอี้ชิงรีบตรงไปที่ประตูกระจกที่มีม่านปิดขวางอยู่ด้านใน ออกแรงกระชากเปิดเพื่อหลบหนีสายฝน

               แต่ประตูล็อค

               ทั้งร่างฟุบกองลงกับพื้นหน้าบานประตูกระจก

               "เปิด เปิดที ให้ผมเข้าไป ฮึก เปิด" ทั้งมือทั้งแขนทุบประตูกระจกเรียกหลายครั้งหลายหนแต่ไร้การสนใจ

               "ฮึก ฮืออ ฮึก" ทั้งร่างสั่นโยนร้องไห้สั่นสะอื้นดังประสานกับเสียงหยาดฝนที่สาดกระเด็นมาโดนร่างอี้ชิงจนชุ่มโชกไม่ต่างจากเดิม

               บุตรชายที่สายเลือดมาพร้อมกับความโชคดี ดูช่างไร้โชคและถูกโยนทิ้งหลังจากขย้ำขยี้จนพอใจไม่ต่างเศษใบไม้ข้างถนน

               ดูดำดูดีกันเสียหน่อยในฐานะเพื่อนมนุษย์ไม่มีเลยหรือยังไง

               "ฮึก" อี้ชิงนึกตัดพ้อในใจ ร่างน้อยโอบกอดตัวเองไว้ คว้าหยิบเสื้อยับยู่ยี่ตัวใหญ่ที่ถูกทิ้งไว้มาสวมใส่โอบกอดร่างกายตัวเอง มันคลุมได้แค่ถึงช่วงสะโพกและเปียกแฉะ ตาโตมองรอยแดงและหยาดเลือดจากร่างกายที่บอบช้ำของตนจากแสงของฟ้าแลบ

               แผลเล็ก ๆ เช่นแผลถลอกจากการถูกลากเสียดสีพื้นห้อง หรือรอยบีบจากฝ่ามือนั้นไม่เกินพรุ่งนี้มันก็คงจะหายดีอย่างที่ร่างกายแสนอัศจรรย์ของอี้ชิงเป็น ร่องรอยที่ใหญ่กว่านั้นก็คงใช้เวลาอีกสักอาทิตย์ก็น่าจะหายจนหมดแม้แต่แผลที่แสนทารุณที่สุดบนร่างกาย

               ร่างกายอี้ชิงเยียวยาตัวเองได้ดีเสมอ เป็นดังของขวัญจากเทพเซียน เป็นคำอวยพรอันแสนยิ่งใหญ่

               และเพราะแบบนั้นคนที่รู้จักแต่การทำลายจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำให้อี้ชิงเจ็บปวดมากแค่ไหน หรือถึงรู้ก็ไม่สนใจใยดีมันสักนิด

               "ฮึก ฮึก" อี้ชิงโอบกอดตัวเองไว้จนแน่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลออกมาด้วยร่างกายที่สั่นระริกเพราะลมหนาวและหยาดฝน

               อีกไม่นานแผลบนร่างกายเหล่านี้จะหายไป

               แต่อี้ชิงจะไม่มีวันลืม ไม่มีวันลืมว่า อู๋ อี้ฟานทำอะไรลงไปกับเขาบ้าง




               "อื้อออ" เสียงนาฬิกาปลุกดังสั่นสะท้านไปทั้งห้อง เจ้าของห้องยันร่างกายสูงใหญ่ขึ้นจากกองผ้าห่ม ตวัดมือใหญ่ลงกับนาฬิกาอย่างแรงจนหมดปิดตัวลง


               คริสใช้ฝ่ามือนวดคลึงขมับตัวเองอย่างมึนงง เขากำลังเมาค้างมันเวียนหัวจนชวนให้อยากจะอ้วกออกมามากกว่านอนต่อ คริสยันตัวลุกขึ้น เขามองร่างกายตัวเองที่ไร้อาภรณ์ใด และไม่มีคนที่นอนอยู่ข้างกายด้วย


               คริสตีหน้าผากตัวเองเพื่อเร่งให้ตนนึกให้ออกว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เขาจำได้อย่างเลือนราง ดูเหมือนว่าจะทะเลาะอะไรกับอี้ชิงสักอย่าง และหายไปแบบนี้อี้ชิงคงไม่พ้นตื่นก่อนแล้วเผ่นหนีไปไกลแล้วแน่ ๆ  ตื่นก่อนแล้วไม่คิดจะปลุกกันหน่อยหรือไง ใช้ไม่ได้เลยจริง ๆ


               ร่างสูงใหญ่เดินโอนเอนลงจากเตียงตรงไปที่ห้องน้ำ หวังว่าสายน้ำเย็น ๆ จะช่วยให้เขาหายมึนงงได้อย่างรวดเร็ว


               "ขออนุญาตค่ะ" แม่บ้านสูงวัยขานบอก และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีเสียงท้วงห้ามก็เข้ามาในห้องเพื่อทำความสะอาดให้ห้องพักของคุณ ๆ แต่ละคนตามหน้าที่และช่วงเวลาประจำวัน แม้จะทำความสะอาดห้องของคุณคริสจนเคยชิน แต่ก็อดจะถอนหายใจเบา ๆ ไม่ได้เมื่อเห็นเฟอร์นิเจอร์ในห้องคว่ำระเนระนาด


               อารมณ์เสียอะไรมาอีกนะ เดี๋ยวเธอต้องสำรวจว่ารอบนี้มีอะไรชำรุดบ้างจะได้เอาชิ้นใหม่มาเปลี่ยนให้


               แม่บ้านจัดเครื่องเรือนให้เข้าที่เป็นอย่างแรก เก็บไปชิ้นแล้วชิ้นเล่าอย่างบรรจง เสียงน้ำที่ดังจากห้องน้ำทำให้เธอไม่รีบมากนักเพราะอีกนานโขกว่าคุณคริสจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ


               "หืม" ย่นคิ้วมองอีกหนให้แน่ใจ ว่ามองไม่ได้ผิดไป เธอเห็นท่อนขาจากช่องว่างของผ้าม่าน มีขาอยู่นอกระเบียง  แต่เธออยู่บ้านนี้มาหลายสิบปีถึงจะเก่าแก่ใหญ่โตแต่ก็ไม่มีเรื่องผีสางไหนมาเกี่ยวข้อง แถมนี่ยังกลางวันแสก ๆ แดดแรงเปรี้ยงขนาดนี้ผีจะออกมาได้อย่างไร


               พอตั้งสติได้ก็รีบตรงไปที่ประตูกระจกปลดล็อคออกแล้วดึงประตูออกสุดแรง ภาพร่างน้อยผิวขาวที่ประปรายด้วยรอยแดงไปทั้งตัวสวมเพียงแค่เสื้อนอนกอดตัวเองอยู่กลางเปลวแดดนั้นทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ


               "คุณอี้ชิง!" 





เอาล่ะค่ะ ต้อนรับเข้าสู่สวนลิลลี่อย่างเป็นทางการ


อย่างที่นายแม่เคยบอกไว้ในอรัมภบทค่ะ คุณชายสกุลอู๋เขาถนัดการทำลาย


พล็อตของแต่ละสวนได้ถูกวางไว้แล้วทั้งหมด อย่างไรเราก็อยากทำให้เนื้อหามันเป็นไปตามที่วางไว้ค่ะ  ฮื่ออ มันเป็นพล็อตค่ะ เนอะ


ด้วยนิสัยของตัวละคร ด้วยปัจจัยของเรื่องมันก็จะดำเนินไปตามเส้นทางที่วางไว้นะคะ


 อย่างไรก็ตาม อย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนนะคะ อยู่ช่วยกันบำรุงดูแลลิลลี่ให้งดงามไปด้วยกันก่อนนะคะ ฮื่อออ *บีบมือ*


ตอนแรกกะจะมาครึ่งเดียวแต่ในเมื่อแต่งครบตอนแล้วก็มาให้ครบตอนเลยจะดีกว่า


รดน้ำใส่ปุ๋ย บำรุงรากใบลิลลี่ให้แข็งแรงไปด้วยกันง่าย ๆ เหมือนเคย ทั้ง เมนต์ โหวต แล้วก็แท็กเลยนะคะ เวลาพูดถึงเรื่องอย่าลืมติดแท็ก #ลิลลี่ชิงชิง นะคะ


ขอบคุณค่ะ 

#ลิลลี่ชิงชิง

B E R L I N ❀

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น