by.. ฟาง

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 32/ การพบเจอ

คำค้น : ตอนที่ 32

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 69.6k

ความคิดเห็น : 341

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.พ. 2561 06:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 400
× 0
× 0
แชร์ :
32/ การพบเจอ
แบบอักษร

โปรด Part

ในชีวิตคุณคิดว่าจะมีเรื่องเกินความคาดหมาย หรือเรื่องมหัศจรรย์กันได้สักกี่เรื่อง สำหรับผมแล้วในชีวิตนี้เรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นก็คือ มินน้องชายผมท้องได้ ส่วนเรื่องที่เกินความคาดหมายนั่นก็คือ มินกับหลานชายที่ผมคิดว่าทั้งคู่เสียชีวิตเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้พวกเขามายืนอยู่ตรงหน้าผมอีกครั้ง มันเป็นนาทีที่ผมจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต และไม่ว่าเหตุผลอะไรก็ตามที่ทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ผมก็ต้องขอบคุณทุกๆ เบื้องหลัง เพราะอย่างน้อยเขาทั้งสองก็ยังมีชีวิตอยู่และไอ้ตุลย์เพื่อนผมก็ยังมีโอกาสได้แก้ตัว

ตอนนี้มันย้ายตัวเองมาง้อลูกเมียที่แพร่ได้ครึ่งเดือนแล้ว แต่กว่ามันจะได้รับการยอมรับจากแมงหมูเรียกมันว่าพ่อ ไอ้ตุลย์ต้องอดทนกับการประท้วง การไม่ยอมรับจากแมงหมูจนเกือบจะเสียลูกมันเป็นครั้งที่สองเพราะไอซ์ และมันก็เป็นเรื่องที่ทำให้ไอ้ตุลย์ เจ้าชายในสายตาของหลายคน เปิดเผยบางมุมที่ผมว่ามันเลือดเย็นไม่น้อยไปกว่าผม ไม่งั้นไอซ์คงไม่ตายทั้งที่ไม่มีเสื้อผ้าติดตัวสักชิ้นในโรงแรมม่านรูดหรอก ก็นั่นน่ะเป็นฝีมือของหมอตุลย์หมอเทวดาทั้งนั้น

ส่วนผมก็โดนคุณอรรคพ่อตัวเอง เนรเทศให้มาใช้แรงงานที่แพร่เหมือนกัน จนผมชักไม่แน่ใจว่า มันเป็นเรื่องบังเอิญจริงหรือเปล่าที่ผมกับไอ้ตุลย์ต้องมาอยู่ที่เดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน แต่ยังไงผมก็หมดห่วงเรื่องเพื่อนกับน้องชายแล้วล่ะ และมั่นใจว่าไอ้ตุลย์จะไม่มีวันทำผิด หรือทำให้น้องชายผมต้องเสียใจเป็นครั้งที่สองแน่นอน เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่มันจะได้รับโอกาสที่คิดว่าสูญเสียไปแล้ว แล้วผมล่ะเมื่อไหร่จะได้แก้ตัวสักที

ตึงๆ ๆ "ลุงโปรดด" มาแล้วแมงหมู เด็กชายติณฑ์ เตชะนันท์ ลูกของมินกับไอ้ตุลย์ เด็กที่ผมกับเพื่อนช่วยกันดูแลประคบประหงมตั้งแต่อยู่ในท้องและก็เป็นร่างอวตารของไอ้โยอีกด้วย

"ไงแมงหมู เลิกเรียนทีไรหน้าบานกลับมาทุกทีเลยนะ ขี้เกียจเรียนนี่หว่า"

"น้องติณฑ์ สวัสดีลุงโปรดรึยังลูก"

"ติณฑ์กำลังจะสวัสดีครับ แม่มินสวัสดีครับ ลุงโปรดสวัสดีครับ แล้วพ่อตุลย์อยู่ไหนอะ ลูกจะไปหาพ่อตุลย์"

"นู่นหลังบ้านเลยครับ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะค่อยไปหาคุณพ่อ"

"ครับแม่มิน ลูกจะไปหาน้องหลงด้วย เดี๋ยวพ่อตุลย์จะพาไปหาน้องหลง"

"ครับๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปหาคุณพ่อไป เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน"

"ลุงโปรด ช็อกโกแลตที่ติณฑ์ฝากซื้อล่ะอยู่ไหนครับ ติณฑ์จะเอาไปให้น้องหลง" หึหึ แมงหมูหลานชายผมมันกำลังมีความรัก เห็นเพ้อหาน้องหลงอะไรสักอย่างตั้งแต่วันแรกๆ แล้ว ดูท่าจะเอาจริงซะด้วย ถึงกับให้ผมซื้อโทรศัพท์มาให้แฟนมันเลย ขี้เปย์ตั้งแต่เด็กนิสัยเหมือนใครวะ?

"เงินล่ะแมงหมูฝากแต่ปากทุกที ริจะเปย์เด็กมันต้องเปย์ด้วยตัวเองเว้ย" เห็นท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยของแมงหมูแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ เด็กอะไรวะตัวกะเปี๊ยกแค่นี้บังอาจจะมีความรัก เดี๋ยวมันก็รู้ว่ากว่าจะเรียกว่ารักมันต้องผ่านอะไรอีกเยอะ ที่สำคัญที่สุดคือต้องผ่าน..ความคิดถึง

"โห ลุงโปรด ไหนชมพู่คนสวยบอกว่าลุงโปรดมีตังค์เยอะแยะ และใจดีงี้ๆ ไงล่ะ เฮ้อ หลานคนเดียวตังค์แค่นี้ก็ต้องทวงด้วย"

"พอๆ ขนมอยู่บนโต๊ะกินข้าวจะไปไหนก็ไป แม่งขี้ดราม่าเหมือนใครวะมิน

พี่บอกแล้วใช่มั้ย ว่าตอนท้องอย่าคลุกคลีกับไอ้โยเยอะ เป็นไงล่ะเห็นมั้ยนั่นร่างอวตารของไอ้โยชัดๆ " ทั้งผมกับมินต่างก็ส่ายหัวพร้อมกัน เมื่อเห็นแมงหมูยิ้มหน้าระรื่น เดินตูดบิดเข้าครัวทันทีที่รู้พิกัดของเป้าหมาย

"ฮ่าๆ ๆ แต่มินว่าบางสิ่งบางอย่างก็ได้จากลุงโปรดมาเยอะเหมือนกันนะครับ สายเปย์เหมือนกันเลยเนอะ"

ป๊อก! "ปากดี เฮ้อ..พี่ดีใจมากที่มินกับแมงหมูยังมีชีวิตอยู่ ขอบคุณนะน้องชาย" อะไรบางสิ่งบางอย่างในตัวมินทำให้ผมได้กลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นที่ผมโหยหา ผมคิดถึงกลิ่นนี้จริงๆ คิดถึงที่สุด

"พี่โปรดมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า มินรู้สึกว่าพี่โปรดเหมือนมีอะไรในใจอยู่นะ หรือว่าทะเลาะกับแฟนครับ มินเห็นเยอะแยะที่แฟนไม่ค่อยมีเวลาให้กันแล้วมีปัญหากันบ่อยๆ "

"ไม่มีอะไรหรอกคิดเรื่องงานน่ะ พี่กับแฟนไม่มีปัญหาเรื่องเวลาหรอกเราคุยกันรู้เรื่อง ว่าแต่จะถามหลายครั้งแล้วเด็กที่แมงหมูมันไปติดอยู่นี่เป็นเด็กที่ไหน ดูท่าจะหลงหัวปักหัวปำเลยนะนั่น" เรื่องผมกับไอ้พียังคงเป็นความลับต่อไป จะมีก็แค่ไอ้ชิน ไอ้โอ และเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ ป่านนี้ถ้าไม่กรีดเนื้อกรีดตัวจมอยู่แต่ในห้องก็คงกำลังสนุกอยู่กับไอ้พุล่ะมั้ง

"ทำไมวะโปรดสัส มึงอยากเจอหลานสะใภ้มั้ยล่ะ เดี๋ยวกูแนะนำให้รู้จักน่ารักสัสๆ "

"พี่ตุลย์ มินว่ารีบพาลูกไปเถอะครับ เดี๋ยวจะกลับบ้านมืดค่ำซะก่อน" ไอ้ตุลย์มันเดินจูงแมงหมูเข้ามาหา ผมว่าตอนนี้มันดูเป็นพ่อบ้านมากขึ้น มันก็คงมีความสุขของมันนั่นแหละ ความสุขที่ผมไม่เคยมีตั้งนานแล้ว

"ครับผม ไปหาแฟนเถอะแมงหมู พ่อคิดถึงลูกสะใภ้เต็มทีละ มึงก็รับโทรศัพท์เมียมึงหน่อยนะโปรดกูรำคาญ ถ้าไม่อยากรับก็ปิดไปเลย พรุ่งนี้พวกไอ้โยมา ขืนมึงปล่อยเสียงแบบนี้ทั้งวันไอ้โยกับไอ้ยิ้มก็อาละวาดเอาหรอก"

"พ่อตุลย์เมื่อไหร่จะไปซักที ลูกคิดถึงน้องหลงแล้วเนี่ย" นอกจากไอ้ตุลย์มันจะเป็นพ่อบ้านตัวอย่างแล้ว มันยังเป็นพ่อตัวอย่างอีกด้วย ลูกมันสั่งให้ทำอะไรมันทำหมด แต่ก็นะขนาดแมงหมูสั่งอะไรผมยังต้องทำเลย แล้วนับประสาอะไรกับไอ้จอมเห่อลูกเห่อเมียแบบมันล่ะ

ติ๊งๆ ๆ "พี่โปรดไม่ตอบไลน์หรือรับโทรศัพท์แฟนหน่อยเหรอ มินเห็นเขาโทรมาหลายสายแล้วนะอาจมีธุระสำคัญก็ได้"

"งั้นเดี๋ยวพี่มานะ" ผมเดินออกมาโทรกลับไปหาไอ้พี เพราะสิ่งที่จะคุยคงให้มินได้ยินไม่ได้

"ว่าไงครับพี"

"พี่โปรดทำไมไม่รับโทรศัพท์พี ฮึก พีโทรหาหลายครั้งแล้วนะ นี่เรายังเป็นแฟนกันอยู่รึเปล่าฮะ"

"พี่ทำงานอยู่ครับ แล้วพีไม่ไปเรียนอีกแล้วเหรอ เรียนๆ หยุดๆ แบบนี้ จะเรียนจบมั้ยเนี่ย"

"ที่พีไม่ไปเรียนเพราะพีติดต่อพี่โปรดไม่ได้นี่แหละ ฮึก อย่าให้พีรู้นะว่าพี่โปรดนอกใจพีไปมีคนอื่น"

"พี่ไม่มีใครแน่นอนครับ พี่ไปทำงานก่อนนะเดี๋ยวว่างๆ จะโทรไป อ้อ คืนนี้ไอ้พุจะเข้าไปหา พีอย่าลืมถ่ายคลิปมาให้พี่ดูด้วยล่ะครับ เพราะพี่คิดถึงเมียมาก อยู่ที่นี่มันไกลเมีย ถ้ามีอะไรไว้ดูต่างหน้าก็คงไม่เหงา ไม่ต้องออกไปหาดื่มข้างนอก

ว่าไงครับ พีพอจะมีอะไรให้พี่ดูให้หายคิดถึงบ้างมั้ย"

"เป็นคนอื่นไม่ได้เหรอฮะ ทำไมต้องเป็นพี่พุด้วย" ผมเอียนจนแทบจะทนไม่ไหวกับความแอ๊บของมัน ทำเป็นไม่ชอบรสนิยมแบบไอ้พุ แต่คลิปที่ไอ้พุส่งมาให้ดู ผมว่าไอ้พีมันคงไม่ได้แค่ชอบแบบไอ้พุแล้ว เผลอๆ ตัวมันนั่นแหละจะเป็นแนวมาโซซะเอง ไอ้พุรายงานมาว่าบางวันเป็นไอ้พีนั่นแหละที่เป็นฝ่ายโทรไปเรียกร้องขอให้ไอ้พุไปเอามันด้วยซ้ำ

"หรือจะเอาคนอื่นล่ะ พี่ตามใจพีนะยังไงก็ได้ขอแค่มีให้พี่ดูให้หายคิดถึงพีก็พอ อืม..วีดีโอคอลเลยดีมั้ยคืนนี้ พี่อยากได้ยินเสียงสดๆ ของพีนะครับ"

"เอาพี่พุนั่นแหละฮะ แต่คืนนี้ต้องคอลมาจริงๆ นะ พีอยากเห็นหน้าสามี"

"อืม พี่ทำงานก่อนนะเดี๋ยวสองทุ่มจะคอลไปหา พีเองก็พักผ่อนด้วยล่ะจะได้มีแรง แค่นี้นะครับ" ผมตัดสายโดยไม่ได้รอฟังคำร่ำลาอะไรจากไอ้พีให้รำคาญไปมากกว่านี้

ตกลงไม่รู้ว่าผมกำลังทรมานมันหรือกำลังให้รางวัลมันกันแน่ ดูเหมือนมันจะชอบการทรมานครั้งนี้เสียจริง แต่ถึงร่างกายมันจะชอบจะมีความสุขยังไง ผมก็มั่นใจว่าสภาพจิตใจของไอ้พีมันแย่ และทุกข์ทรมานมากขึ้นทุกวัน อดทนให้ถึงวันที่กูเจอแมงปอนะพิชญะ แล้ววันนั้นกูจะปลดปล่อยให้มึงหลุดพ้นจากตรงนี้เอง และก็จะไม่มีวันปล่อยมือของแมงปอให้หายไปอีกเหมือนกัน


"โปรดมึงต้องปิดโทรศัพท์นะเว้ย พวกกูต้องใช้สมาธิ คอนเสิร์ตหาเงินเข้าวัดแบบนี้ ชาตินึงมึงจะได้ทำซักครั้งนึง ทำบาปมาเยอะแล้วมึงควรตั้งใจทำบุญให้เต็มที่บ้าง เผื่อบาปกรรมที่มึงเคยทำไว้จะได้เบาบางลง" ผมล่ะอยากเย็บปากไอ้โยจริงๆ ตั้งแต่มันมาถึงเมื่อหลายวันก่อน มันก็ทั้งกัดทั้งจิกทั้งแขวะไม่หยุด ไม่รู้เป็นบ้าอะไรของมัน ไอ้พวกที่เหลืออีก สายตาแต่ละคนมองมาอย่างทิ่มแทงจนรู้สึกได้ โดยเฉพาะยัยชมพู่ที่ยังไม่ยอมลดราวาศอกเรื่องของไอ้พี

บางครั้งผมก็อึดอัด อยากจะบอกอยากจะเล่าให้พวกมันฟังเหมือนกัน แต่ถ้าผมพูด ไอ้ตุลย์ ไอ้นัท คงไม่นิ่งเฉย มันคงพลิกแผ่นดินเพื่อตามไปจับแมงปอกลับมาให้ผม เหมือนที่ผมแทบพลิกแผ่นดินเพื่อช่วยไอ้นัทตามหาพันไท ไอ้โยเองก็คงจะโวยวายฟูมฟายไม่หยุด และนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมยังเชื่อคำพูดที่คุณยายขายดอกไม้ได้เคยบอกไว้ คนที่ใช่จะมาในเวลาที่เหมาะสม ส่วนลึกแล้วผมก็ยังมั่นใจว่า ผมกับแมงปอเราต้องเจอกันอีกครั้ง เมื่อวันและเวลานั้นมาถึงเอง

"แน่ะ กูว่าเมียมึงนิดหน่อยไม่ได้เลยนะ มายืนทำหน้าดราม่าใส่กูอีก ฮึ! " เฮ้อ ถ้าผมจับไอ้โยแก้ผ้า แล้วเตะมันขึ้นไปเต้นระบำจ้ำบ๊ะโชว์บนเวที จะโดนจับข้อหาอนาจารไหมเนี่ย

"โยมึงเลิกแขวะกูแล้วไปเรียกไอ้ตุลย์มาซักที มันมัวแต่ออดอ้อนเมียอยู่ได้" งานนี้ไอ้ตุลย์มันจะแอบเนียนทำเซอร์ไพรส์ขอมินแต่งงาน แต่ผมโคตรเกลียดวิธีของมันมาก เพราะมันเอาวิธีของไอ้ชินที่ร้องเพลงป้อเพื่อขอคบกับแมงปอไปใช้น่ะสิ คิดแล้วหงุดหงิดฉิบหาย ไอ้พวกไม่มีมันสมองเอะอะร้องเพลงขอคบ ขอแต่งงานไอ้พวกเลี้ยงลูกน้ำยุงลาย เน่าแข่งคลองแสนแสบไปเถอะ!

"ท่านโปรดคิ้วชนกันแล้วปรับสีหน้าหน่อยครับท่าน นี่งานบุญนะเดี๋ยวก็ได้บาปหรอก ของเก่ายังไม่หมดจะเพิ่มของใหม่อีกเหรอท่าน" ผัวไอ้โยนี่ก็อีกคน ยิ่งเจอกันรอบนี้มันยิ่งแซะผมหนักกว่าเก่าอีก

"ซักวันนะดิว กูจะมัดมึงกับเมียมึงรวมกัน แล้วไปถ่วงสะพานแม่น้ำยม! "

"แต่กว่าจะถึงวันนั้นก็ระวังตัวเก็บอาการดีๆ นะท่าน ใครรู้ไม่รู้กระผมไม่รู้ แต่กระผมคิดว่ากระผมรู้นะว่าท่านน่ะ หึหึ คิดถึงแฟนน้องติณฑ์จริงๆ ท่านเองก็เตรียมสินสอดทองหมั้นไว้ช่วยหลานชายที่รักเยอะๆ ล่ะ หลานรักกำลังมีแฟนถ้าท่านเห็นแฟนของหลานก็อย่าไปแย่งของหลานมันนะครับ กระผมสงสารเด็ก หึหึ" ผมเกือบจะโบกกะโหลกผัวไอ้โยหนักๆ สักที มันใช้สมองส่วนไหนคิดว่าผมจะไปแย่งแฟนเด็กอายุห้าขวบ เรื่องจัญไรขอให้เชื่อใจดิวโย

"เอาล่ะครับพักจากเพลงมันส์ๆ มาฟังเพลงหวานๆ กันบ้าง เพลงนี้คุณหมอชมพู่น้องสาวท่านโปรดเขาขอมาไปฟังกันเลยครับ" แค่ไอ้ตุลย์ขึ้นคอร์ดแรกผมก็เจ็บตรงกากบาทอกข้างซ้ายอีกแล้ว มันเจ็บจนแทบจะโยนกีต้าร์ทิ้ง แล้วเดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องอดทนไว้มันมีอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ผมต้องอดทน เพราะช่วงเวลาต่อไปเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของไอ้ตุลย์ ผมจะทำเสียเรื่องไม่ได้

สุดท้ายไอ้ตุลย์มันก็ร้องเพลง แล้วเดินลงไปตามทวงความสุขของมันกลับคืนมา แต่สายตาของผมกลับพุ่งตรงไปด้านหลังของผู้ชาย ที่ใส่เสื้อแขนยาวสีขาว กางเกงขายาวสีขาว สะพายย่าม แต่สิ่งที่เตะตาที่สุดคงเป็นหัวเหม่งๆ ไร้เส้นผมสักเส้นนั้น รูปร่าง ท่าทางการเดินมันเหมือนคนที่ผมกำลังรออยู่ และผู้ชายคนนั้นกำลังเดินห่างออกไปทุกที ใจผมก็กำลังเต้นแรงขึ้นทุกทีเหมือนกัน

"โย กูปวดฉี่ขอลงไปก่อนนะ มึงมาเล่นแทนหน่อย"

"มึงจะปวดฉี่อะไรตอนนี้วะโปรด"

"กีรติ!! " ไม่กี่ครั้งที่ผมจะเรียกชื่อเต็มของไอ้โยและมันก็ได้ผลเสมอ ตอนนี้ผมไม่อยากเสียเวลารอแม้แต่วินาทีเดียวอีกแล้ว

"อะ..เออ แค่นี้ก็ต้องดุด้วย"

ผมยัดกีต้าร์ใส่มือไอ้โย แล้วรีบวิ่งไปทางที่เห็นคนคนนั้นเดินลับสายตา โดยไม่รอฟังว่าไอ้โยจะพร่ำเพ้ออะไรอีก

แฮกๆ ๆ "อยู่ไหน อยู่ไหนนะแมงปอ" ไม่รู้ว่าผมวิ่งไปทั่วเหมือนคนบ้ามานานเท่าไหร่แล้ว แต่ก็ยังหาคนที่เป็นภาพติดตาเมื่อกี้ไม่เจอสักที ผมวิ่งวนไปทั่วจนมาถึงศาลาของพระคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของคนแถวนี้ตั้งประดิษฐานอยู่ ในความมืดมนอับจนหนทางผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ไม่รู้ต้องหันหน้าไปทางไหน ที่พึ่งสุดท้ายที่มีตอนนี้ คงเหลือแค่เพียงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่พึ่งทางใจเท่านั้น

"หลวงพ่อครับ ลูกอยากเจอคนคนนั้นอีกครั้ง ไม่ว่าจะเจอเขาในสภาพไหน เขาจะเปลี่ยนไปยังไงก็ไม่สำคัญ ขอแค่ลูกได้เจอเขาอีกครั้งก็พอ ถ้าบุญของลูกในชาตินี้ยังพอเหลืออยู่ ลูกขอใช้บุญทั้งหมดที่มีเป็นใบเบิกทาง เพื่อให้ได้เจอเขาด้วยนะครับ"

"อ้าว คุณพี่ชายหนูมินนั่นเอง เมื่อกี้ลุงเห็นพวกเขาตามหาคุณอยู่น่ะ" คนที่เข้ามาทัก ก็คือลุงคนเมื่อวานที่ผมเห็นอยู่กับหลวงตาเจ้าอาวาสของวัดนี้ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปกราบหลวงตาท่านเลยสักครั้ง ได้ยินไอ้ตุลย์บอกว่ามินเคารพนับถือท่านมาก

"อ๋อครับ เอ่อ ขอโทษครับลุงไม่ทราบว่าเห็นเด็กผู้ชายใส่เสื้อแขนยาวสีขาวกางเกงขายาวสีขาวหัวเหม่งๆ เดินไปมาแถวนี้บ้างมั้ยครับ ตัวพอๆ กับมินน่ะ"

"ไม่รู้สินะ เหมือนจะเห็นแวบๆ เมื่อเย็นแล้วล่ะ คุณมีอะไรรึเปล่า ถ้าเจอเขาลุงจะบอกให้" คำตอบแกมคำถามที่สื่อออกมาว่ารู้จัก ทำให้ผมต้องหันไปมองลุงนิ่งๆ อย่างพิจารณาอีกครั้ง

"กลับไปหาเพื่อนๆ เถอะคุณ ป่านนี้เขาเป็นห่วงกันแย่แล้ว อ้อ หลวงตาให้

ลุงมาบอกว่าพรุ่งนี้เช้าให้มาที่วัดหน่อยนะ ต้องมานะคุณ เผื่อจะเจออะไรหรือใครที่อยากเจอ ลุงไปก่อนล่ะ" ผมยืนมองตามลุงที่เดินหายไปกับผู้คนมากมายที่มาเที่ยวงานวัด พรุ่งนี้งั้นเหรอ"?

ตึกๆ ๆ มือของผมอดไม่ได้ที่จะยกขึ้นมากุมสัญลักษณ์ที่อกข้างซ้าย เมื่อสิ่งที่อยู่ด้านในสัญลักษณ์นั้นเต้นแรงรัวอย่างไม่มีที่มาที่ไป ถ้าพรุ่งนี้ผมจะเจอคนที่อยากเจอโดยไม่ต้องตามหาจริงๆ ผมก็จะถือว่านั่นมันคือเวลาที่เหมาะสมแล้ว และมันก็จะเป็นเวลาที่เหมาะสมของทุกๆ เรื่องที่ค้างคาเช่นกัน


"พี่ชายไม่ไปทำงานเหรอคะจะสายแล้วนะเนี่ย น้องว่าจะถามอยู่เมื่อคืนหายไปไหนมาคะ เขาตามหากันให้วุ่นไปหมด กลับมาก็ไม่พูดไม่จาเป็นอะไรเนี่ยไม่สบายรึเปล่า ไหนมาให้น้องดูหน่อย เอ..ตัวก็ไม่ร้อนนี่นา"

"พี่ไม่ได้เป็นอะไร เราเถอะตกลงจะกลับเชียงใหม่วันไหน" งานวัดเมื่อคืนเป็นงานคืนสุดท้าย พรุ่งนี้เช้าเพื่อนๆ ผมมันก็จะพากันกลับกรุงเทพแล้วเหมือนกัน

"กลับพรุ่งนี้เช้าค่ะ แล้วพี่ชายไม่ไปทำงานเหรอคะ" ยัยชมพู่น้องสาวผมมันขยันไล่ผมไปทำงานทุกวันตั้งแต่เจอกันที่นี่ สงสัยจะโดนคุณอรรคสั่งมาอีกทีมั้ง

"ว่าจะไปบ่ายๆ น่ะ เดี๋ยวพี่จะไปหาหลวงตาที่วัดก่อน"

เคร้ง! "เอ่อ..ขอโทษครับ พอดีอากาศเย็นมินเลยชาที่มือนิดหน่อย พี่โปรดจะไปหาหลวงตาที่วัดเหรอครับ"

"อืม มีอะไรรึเปล่า" สีหน้ามินเหมือนกังวลอะไรอยู่ นั่นสินะทำไมผมถึงเห็นสีหน้าเป็นกังวลแบบนี้ของมินบ่อยๆ แต่ไม่ได้ใส่ใจจะค้นหาคำตอบ ว่ามีอะไรที่ทำให้มินว้าวุ่นใจอยู่หรือเปล่า หรือจะเกี่ยวข้องกับคนที่ผมตามหาเมื่อคืน?

"มีอะไรกันรึเปล่า อ้าวแม่จ๋า เป็นอะไรหน้าซีดๆ ครับ"

"นั่นสิตุลย์ กูก็อยากรู้ว่ามินเป็นอะไร มีอะไรรึเปล่าเราน่ะมิน"

"แม่แค่ชาที่มือน่ะพ่อ ไม่ต้องตกใจนะครับ" ไอ้ตุลย์มันไม่เชื่อที่เมียมันบอกหรอก ผมเองก็ไม่มีทางเชื่อคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นนั้นเหมือนกัน

"ตุลย์เดี๋ยวกูไปข้างนอกก่อนนะ หลวงตาให้ไปหาน่ะ" ยิ่งเห็นสีหน้าร้อนรนของมิน ท่าทางนิ่งๆ แต่แววตาวูบไหวของยัยชมพู่ กับแววตานิ่งเฉยจนเกินพอดีของไอ้ตุลย์ ยิ่งทำให้ผมสัมผัสได้ถึงความไม่ปกติ พวกนี้มีอะไรปิดบังไม่อยากให้ผมรู้อยู่แน่นอน แล้วมันคืออะไร?

"มีอะไรกันแต่เช้าวะ บรรยายกาศอึมครึมน่าดู" ไอ้นัทกำลังถือแก้วกาแฟไปประเคนให้เมียมัน พอเห็นท่าทางของพวกเรามันก็เดินย้อนกลับมาถาม แต่พอสบตากับไอ้ตุลย์เท่านั้นแหละ มันก็ส่ายหัวแล้วเดินเข้าบ้านไปเลยสงสัยจะไปฟ้องไอ้โยมั้ง เพราะอีกไม่กี่วินาทีไอ้โยกับไอ้ยิ้มก็วิ่งหน้าตื่นออกมา นั่นยิ่งตอกย้ำว่าพวกมันมีอะไรบางอย่างปิดบังผมอยู่

"โปรดมึงจะไปทำงานแล้วเหรอวะ ไม่ต้องไปหรอกวันนี้พักซักวันนึง พรุ่งนี้พวกกูจะกลับแล้วนะเว้ย อีกตั้งนานกว่าจะได้เจอกันอีก วันนี้อยู่กับพวกกูเลย" ไอ้โยเป็นรายแรกที่แสดงไม่เนียนเพราะมันเล่นใหญ่เกินไป จะไม่เจอกันอีกตั้งนานอะไรเมื่อคืนเห็นคุยกันว่าก่อนสงกรานต์พวกมันจะพากันมาที่นี่อีก และนี่ก็วันที่ 15 กุมภาแล้ว อีกไม่ถึงสองเดือนเนี่ยนะที่ว่านาน

"อืม วันนี้กูอยู่กับพวกมึงก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่กูกลับมาจากวัดนะกูไปล่ะจะรีบไปรีบมา" แววตาสั่นๆ ของมิน สายตานิ่งๆ แต่แฝงไปด้วยความลำบากใจของไอ้ตุลย์ ยิ่งทำให้ผมตัดสินใจเดินไปที่รถแล้วขับตรงดิ่งไปวัดทันที หัวใจที่ไม่ได้รู้สึกอะไรมานาน ตั้งแต่เมื่อคืนมันก็เต้นแรงขึ้นและตอนนี้ก็มากขึ้นเรื่อยๆ จนผมต้องยกมือกุมอกซ้ายไว้ แล้วพยายามบอกตัวเองว่า อย่าคาดหวังว่าจะใช่คนนั้น หรืออย่าคาดหวังว่าจะได้เจอเขา เพราะการคาดหวังมันอาจนำมาซึ่งความผิดหวังก็ได้


"เณร หลวงตาเจ้าอาวาสอยู่มั้ย"

"อยู่ที่กุฏินู่นโยม"

"อืม ขอบคุณ" ไม่รู้ทำไมเหมือนกันทุกย่างก้าวที่เดินไปทางกุฏิหลวงตามันเหมือนขาผมจะหนักขึ้นเรื่อยๆ เหลือไม่ถึงห้าก้าวรถตู้ของเพื่อนๆ ก็เบรกเอี๊ยดด้านหน้ากุฏิ มินเป็นคนแรกที่เดินมาเร็วๆ จนผมต้องหยุดรอ ก็มินน่ะขาไม่แข็งแรงเท่าไหร่ ขืนให้น้องเดินเร็วผมกลัวจะเจ็บเอาน่ะสิ

"พากันมาทำไม มีอะไรที่มินยังไม่ได้บอกพี่รึเปล่า" มินหน้าเสียลงอาจเป็นเพราะน้ำเสียงที่ผมใช้ ผมไม่เคยใช้น้ำเสียงท่าทางแบบนี้กับมินเลย มันเรียบและนิ่งเกินไป ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม รู้แต่ว่ามันเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติแค่นั้นเอง

"เอ่อ มินจะมาหาหลวงตา พี่ๆ เขาจะมากราบลาหลวงตาน่ะครับ"

"ใช่ๆ กูจะมาขอของดีจากหลวงตาซักหน่อย เผื่อไอ้ดิวมีกิ๊กกูจะได้ส่งรัก ยม ควายธนู ไปจัดการมันกับกิ๊ก"

"อ้าว มากันแล้วเหรอเข้ามาสิ หลวงตากำลังรออยู่เลย" ยังไม่ทันที่ไอ้โยจะสาธยายเวอร์วัง ลุงคนเมื่อคืนก็เดินออกมาบอกพวกเรา นั่นทำให้ไอ้โยยิ่งกวาดตาลอกแลกลุกลี้ลุกลนเหมือนจะมองหาใครสักคนไปทั่ว

"โปรด เรื่องบางเรื่องเราควรจะปล่อยให้มันผ่านไป เราก็โตกันขึ้นทุกวัน สิ่งที่ควรมีตามกาลเวลา นอกจากประสบการณ์และสมอง ก็คือหัวใจนะเพื่อน ปะเข้าไปกันเถอะ" ไอ้ตุลย์จับมือผมเดินเข้าไปหาหลวงตาในกุฏิ วันก่อนผมเจอท่านครั้งหนึ่งแต่ยังไม่มีโอกาสได้คุยอะไรกันมากมาย แต่วันนี้บารมีอะไรสักอย่างจากหลวงตาทำให้ผมรู้สึกสั่นกลัว ทั้งที่ท่านก็ส่งยิ้มมาให้อย่างมีเมตตาปรานีแท้ๆ

"มากันครบเลยสิพวกโยม เจ้าติณฑ์ล่ะไปโรงเรียนแล้วเหรอ"

"หนูส่งขึ้นรถโรงเรียนไปแล้วครับหลวงตา นี่หลวงตาฉันข้าวรึยังครับ"

"อืม หลวงตาเพิ่งฉันเมื่อกี้เอง พรุ่งนี้จะกลับกันแล้วสินะ ขยับมาใกล้ๆ สิเดี๋ยวหลวงตาจะพรมน้ำมนต์ให้"

"หลวงตาครับอย่าว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย หลวงตาพอจะมีของดีอะไรให้ผมติดตัวบ้างมั้ยครับ นี๊ดเดียวก็ได้"

"โย! " ก่อนที่ไอ้โยจะถูกนรกกินหัวมากไปกว่านี้ ผัวเด็กมันก็เบรกไว้ซะก่อน ถึงผัวเด็กมันจะไม่เบรก ไอ้ยิ้มก็เตรียมจะอ้าปากพ่นสารพัดสัตว์ใส่ จนไอ้เดียร์ต้องรีบตะครุบปากไอ้ยิ้มไว้แล้ว

"ของดีน่ะหลวงตาไม่มีหรอก เพราะทุกคนล้วนก็มีของดีอยู่ในตัวเองกันทั้งนั้น อยู่ที่ว่าใครจะรู้จักนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา อย่าพยายามยึดติดกับอะไรมาก เพราะสุดท้ายเวลามันก็พรากสิ่งนั้นไปจากเราอยู่ดี

“ขอให้พวกโยมเดินทางปลอดภัย ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ต้องรู้จักยอมให้เป็น รู้จักเย็นให้ได้ รู้จักขอโทษเมื่อผิด และรู้จักการอโหสิกรรมให้กัน การให้อภัยไม่ได้หมายถึงการลืมเหตุการณ์ที่เจ็บปวด แต่มันหมายถึงการไม่ยอมให้เหตุการณ์เหล่านั้นมาทำร้ายเราอีก ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขได้ สิ่งที่ทำได้ก็คือจดจำเหตุการณ์เหล่านั้น แล้วนำมาเป็นบทเรียนเพื่อเตือนใจ ไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นมาซ้ำซ้อนอีก จงดำรงอยู่และใช้ชีวิตอย่างมีสตินะโยม"

"สาธุ" เสียงสาธุของไอ้โยดังมาจากด้านหลังพร้อมๆ กับหยดน้ำมนต์ที่หลวงตาพรม ทำให้ความหนักอึ้งโดยไร้ที่ไปที่มาก่อนหน้านี้เบาบางลงไปมาก

"หลวงตาจ๋า หลงเอาเชือกมัดมือมาให้แล้วจ้ะ" น้ำเสียงคุ้นหูที่ดังมาจากด้านหน้ากุฏิ เสียงจังหวะก้าวเดินของฝีเท้าที่คุ้นเคยกำลังจะใกล้เข้ามาทุกที ใช่แน่ๆ คนนั้นต้องใช่แมงปอของผมแน่นอน

ผมต้องใช้ความพยายามและความอดทนอย่างสุดชีวิต ที่จะไม่หันกลับไปมองแมงปอ ได้แต่นั่งกำมือตัวเองไว้แน่นๆ เพื่อยั้งตัวเองไว้ไม่ให้รีบร้อนหรือวู่วามเหมือนเมื่อก่อน ในเมื่อตอนนี้ผมได้เจอเขาอีกครั้งแล้ว โดยที่ไม่ได้ฝืนตามหาหรือฝืนโชคชะตาแต่อย่างใด เพราะงั้นนี่มันเป็นเวลาของเราแล้ว ยังไงซะแมงปอตัวน้อยตัวนี้ก็ต้องอยู่กับพระอาทิตย์เท่านั้น

"เข้ามาสิเจ้าหลง"

"จ้า พี่มิน พี่ตุลย์ พี่ชมพู่คนสวย พี่โย พี่ดิว พี่นัท พี่ไท พี่เดียร์ พี่ยิ้ม พี่ปันปัน สวัสดีจ้า เอ๊ะ! หลงลืมจ้ะพี่ชมพู่ งั้นเอาใหม่นะจ๊ะ สวัสดีครับพี่ๆ หลวงตาจ๋าหลงเก่งมั้ย หลงจำพี่เขาได้หมดเลย"

"ฮ่าๆ ๆ สุดยอดน้องหลงหลานสะใภ้พี่โยเก่งที่ซู๊ด หลวงตาเรียกสินสอดมาเลยนะครับ ไอ้ตุลย์มันพร้อมยกสินสอดทองหมั้นมาขอน้องหลง ให้ลูกชายมันไม่อั้น เรียกเยอะๆ เลยหลวงตา ไอ้ตุลย์มันรวยครับ"

"ชู่วว โย! " ตอนนี้สมองผมทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลเรื่องราวทุกอย่าง พอๆ กับที่สายตาก็ทำงานอย่างหนักเพื่อจ้องมองคนข้างหน้า เด็กหนุ่มแก้มใสจนเห็นเส้นเลือดฝาด ใส่ชุดสีขาวทั้งชุดเหมือนเมื่อคืนที่ผมเห็น และมีหัวเหม่งใสแจ๋วเหมือนตาที่มองมา มันใสแจ๋วใสจนว่างเปล่า ว่างเปล่าจนผมแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ได้แต่กัดฟันเพื่อข่มใจตัวเองไว้ คนตรงหน้าคือแมงปอของผมแน่นอน

ก่อนหน้านี้ผมเคยเตรียมใจไว้แล้ว ว่าน้องอาจจะเหมือนเดิมหรือไม่เหมือนเดิมก็ได้ ผมยังจำได้ว่าเมื่อครั้งหนึ่งแมงปอเคยเกิดอาการช็อก จนหลงลืมทุกอย่างไปช่วงเวลาหนึ่ง ตอนที่ไอ้พีให้คนมาข่มขืนน้องนั่นแหละ แต่ตอนนั้นอาการมันเกิดขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆ ไม่รู้จะเป็นเพราะว่ามีผมอยู่ในช่วงเวลานั้นด้วยหรือเปล่า และครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกัน แมงปอก็เกิดอาการปิดการรับรู้ทุกอย่างอีกครั้ง นั่นเป็นเพราะเหตุการณ์เลวร้ายที่ผมเป็นคนยัดเยียด และก็เป็นคนทำให้มันเกิดขึ้นด้วยมือของผมเอง

แต่ผมไม่รู้ว่าหลังจากนั้นน้องจะเป็นยังไง จะจดจำเรื่องราวทุกอย่างหรือหลงลืมเรื่องราวทุกอย่างไปแล้ว ตอนนี้น้องคงกำลังหลับใหลอยู่ที่ไหนสักที่ ภายในตัวคนที่กำลังนั่งอยู่ตรงหน้าและมองผมด้วยความว่างเปล่าสินะ เรื่องนั้นจะไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย เพราะมันคือหน้าที่ที่ผมจะต้องตามไปปลุกน้องเอง

แต่..อะไรคือการที่คนตรงหน้าเป็นหลานสะใภ้ของไอ้โย เป็นลูกสะใภ้ของไอ้ตุลย์ และเป็นแฟนของแมงหมูวะ! อย่าบอกนะว่าน้องหลงของพี่ติณฑ์ก็คือ..

"น้องหลงครับ คนนี้ชื่อพี่โปรดเป็นพี่ชายของพี่มินกับพี่ชมพู่ แล้วก็เป็นลุงของน้องติณฑ์ด้วยครับ" เสียงแนะนำของมิน ยิ่งเป็นการตอกย้ำในสิ่งที่ผมไม่อยากให้เป็นจริง เพราะผมรู้ว่าแมงหมูมันรักของมันมากแค่ไหน ระยะเวลาเพียงไม่นานที่ผมเจอหลาน ทุกวันที่เจอกันหลานผมมันก็จะพร่ำเพ้อพรรณนาว่ามันรักอย่างนั้นจะแต่งงานด้วยอย่างนี้ให้ฟังทุกวัน

"อ๋อ คนนี้นี่เองสวัสดีครับคุณโปรดลุงของพี่ติณฑ์" เหี้ยสุดๆ! นี่ผมต้องเปิดศึกกับหลานรัก แถมคนตรงหน้ายังแบ่งชั้นวรรณะกับผมตั้งแต่แรกเจออีกด้วยเหรอ! แล้วสรรพนามการเรียกขานที่เรียกเพื่อนๆ ผมว่าพี่ แต่เรียกผมว่าคุณคนเดียวมันคืออะไรกัน ตกลงจำไม่ได้หรือแกล้งวะเนี่ย!

แต่ไม่ว่าแมงปอจะเป็นยังไง จะอยู่ในสภาพไหน ผมก็จะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว ผมจะขังแมงปอตัวน้อยตัวนี้ด้วยกรงแก้วที่มีผมเป็นกรงแก้วนั้นเอง เอาสิถ้าจำไม่ได้ผมก็จะรื้อทุกอย่างขึ้นมา ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ หรือสุดท้ายน้องจะเป็น หลงลืมรัก ไปตลอดชีวิตก็ไม่เป็นไร ผมจะสร้างเรื่องราวของเราขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ด้วยมือที่เคยใช้เด็ดปีกแมงปอคู่นี้เอง

"อืม สวัสดีหลง ได้เจอกันซักทีนะ" ตาใสแจ๋วที่มีแต่ความว่างเปล่าจนน่ากลัว มองผมอย่างงงๆ แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรผมอีก เพราะว่า..

"น้องหลง พี่โยมีหนมก้อนดำๆ มาฝากด้วยกินมั้ยล่ะ มานั่งกับพี่โยพี่ดิวมา" ผมหันไปมองตามหลงของผมที่ยิ้มแป้นจนแก้มใสๆ บุ๋มเข้าไป อวดลักยิ้มทั้งสองข้าง แล้ววิ่งไปนั่งกับไอ้โย แต่สายตาจับจ้องของไอ้ตุลย์ ไอ้นัท ทำให้ผมต้องหันกลับมาสบตาพวกมันด้วยความเรียบเฉยอีกครั้ง

ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่ผมต้องบอกพวกมัน เพราะยังมีเรื่องให้ผมต้องทำอีกเยอะแยะอย่างเรื่องไอ้พี ในเมื่อตอนนี้ผมอยู่ในเวลาที่เหมาะสมแล้ว เรื่องไอ้พีมันก็ควรถึงเวลาเหมือนกัน ที่สำคัญคนที่ควรได้รับฟังคำบางคำจากปากผมเป็นคนแรกไม่ใช่พวกเพื่อนๆ แต่คือคนที่เป็นแฟนเก่าของแมงหมู และเป็นว่าที่แฟนใหม่ของผมต่างหากล่ะ

"ลาบ อย่าลืมที่พี่ดิวบอกวันก่อนนะ"

"อ๋อ ไม่ลืมๆ พี่ดิวบอกว่าหลงต้องเรียกคุณโปรดว่าคุณโปรด ไม่ให้เรียกว่าพี่เนอะ แล้วหลงชื่อหลงไม่ได้ชื่อลาบ แต่พี่ดิวมีหนมก้อนดำๆ มาให้เยอะแยะ หลงไม่ฟ้องหลวงตาก็ได้นะ" ไอ้ดิวมันยักคิ้วให้จนเท้าผมกระตุก ไอ้นี่สินะตัวการใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังการแบ่งชั้นวรรณะครั้งนี้ ผมลืมไปได้ไงว่าคนที่ผมควรเก็บความรู้สึกให้นิ่งที่สุดไม่ใช่พวกไอ้ตุลย์ แต่เป็นไอ้ดิวผัวไอ้โยต่างหาก!!

"พี่ดิว คุณโปรดจ้องพี่ดิวตาดุๆ เหมือนคนไม่ดีเลยเนอะ ดูสิๆ น่ากลัวจังเลย บรึ๋ยย" เจ้าของเสียงกระซิบกระซาบเจื้อยแจ้วนั้น ทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำๆ ได้อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้งแล้วสินะ โคตรอยากกอด โคตรอยากอ้อน โคตรจะคิดถึงเลยว่ะ

แมงปอของพระอาทิตย์...

***การสร้างเรื่องราวของตัวเองด้วยตัวเองมันอาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ก็ดีกว่าการเดินตามรอยเท้าของคนอื่นที่เขาสร้างไว้ เพราะแบบนั้นมันไม่มีอะไรน่าภาคภูมิใจ ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี"

ข้อความเบื้องต้นเป็นของฟางเองฟางชอบบบบ คิดเสมอว่าอะไรที่ทำด้วยตัวเองทั้งแรงงานหรือสมองมันน่าภูมิใจกว่าการลอกเลียนหรือการเอาตัวตนของคนอื่นมาสวม อันนี้ใช้ได้กับทุกเรื่องเน้อจ้าวว

ฟางจะต่อให้วันจันทร์เน้อ รับปากหนักแน่นมากไม่เกเรแน่นอน ใดๆก็ตามอย่าเพิ่งมโนกันไปว่าท่านจะโดนเบาๆเหรอ ฟางปรับบทรุมโทรมออกได้ฟางก็ยังจัดหนักให้ท่านได้เหมือนเดิม ซักตอนที่40นิดๆจะมาบอกจ้าวว ขอบคุณทุกๆหลงรัก และรักหลง ขอบคุณทุกท่านมากๆที่อยู่รอกันมานาน บางท่านก็รอวนไปฟางขออภัยจริงๆ วันจันทร์จะมาให้เร็วกว่านี้แน่นอนรับปากจ้าว ไปหนาดูแลสุขภาพตัวเองกันให้ดีๆเน้อ จุ๊บเหม่งถ้วนหน้า

ปล. ถ้าเด้งว่าอัพคือฟางแก้คำผิดจ้าวว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น