สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๓ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

ชื่อตอน : ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๓ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ส.ค. 2560 21:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนพิเศษ : คอยวันเธอใจเดียว ๓ [ ต่อตระกูล & แก้ว ]
แบบอักษร

ภายในห้องพักแบบรายวันที่เคยมีเสียงครางระงม บัดนี้เงียบกริบราวกับไร้ผู้คนเข้าพักอาศัย บนเตียงกว้างซึ่งตั้งอยู่กลางห้องมีสองร่างนอนก่ายซบกันอย่างแนบแน่น หญิงสาวตะแคงหนุนศีรษะบนบ่ากว้างของชายที่นอนอยู่ข้างกัน แขนเล็กวางพาดตัวของเขา ในขณะที่เขาเองก็โอบกอดเธอเอาไว้ราวกับจะหลอมเป็นคนเดียว

ก่อนหน้านี้ เขาอุ้มเธอเดินไปทั่วห้องพร้อมกับเขย่าครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อให้เธอกระแทกเข้ากับตัวตนของเขาซึ่งสอดลึกอยู่ตรงร่องหว่างขา ลมหายใจอุ่นรินรดซอกคอทุกครั้งที่เขาซบหน้าดอมดมกลิ่นกายสาว

แก้วแทบสำลักความสุขที่วายร้ายยอดรักของเธอปรนเปรอ เขาดุดันเหมือนเสือหิว แต่น่าแปลกใจที่เหยื่ออย่างเธอกลับไม่หวาดกลัว ซ้ำยังเต็มใจที่จะถูกกลืนกิน

เธอครางชื่อเขาบ่อยครั้งจนนับไม่ถ้วน ทั้งบนเตียงและริมขอบ หน้ากระจกและบนโต๊ะเครื่องแป้ง นั่นยังไม่นับรวมยามคว่ำกับยามหงาย จะเรียกว่าตลอดเวลาก็คงไม่ผิดนัก

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงปนกับกลิ่นเหงื่อของคนตัวโตชวนให้คนที่แนบหน้าชิดบ่ากว้างรู้สึกหลงใหล แทนที่จะนอนพักเอาแรง เธอกลับลูบมือไปตามหน้าท้องแกร่ง ลอนกล้ามเนื้อเรียงเป็นลูกระนาด แม้ไม่มากไม่มาย แต่ก็จัดว่าฟิตกำลังดี

ต่อตระกูลซึ่งเคลิ้มหลับหลังจากที่ได้ปลดปล่อยทรัพยากรอันมีมากล้นออกจากกายเริ่มรู้สึกตัวเมื่อมีบางอย่างก่อกวนตรงหลุมสะดือ เขาส่งเสียงฮึมฮัมก่อนจะจูบกระหม่อมสาวซึ่งหนุนอยู่ใกล้หน้า จากนั้นก็เกยคางที่ศีรษะของเธอแล้วเงียบไปอีก

แต่คนที่นอนไม่หลับนั้นยังขยับตัวยุกยิก แม้ไม่ได้จงใจให้รบกวนการนอน แต่เธอก็ทำให้เขานอนต่อไม่ไหว กี่โมงแล้ว ต่อตระกูลเอ่ยถามทั้งที่ยังหลับตา ซึ่งแก้วก็ตอบตามที่นาฬิกาข้อมือของเขาแสดง

"ตีห้า...เกือบจะหกโมงเช้าแล้วค่ะ"

สิ้นเสียงตอบ คนตัวโตก็ผ่อนลมหายใจอย่างสบายตัว เขาระบายยิ้มให้เธอที่เงยหน้ามอง จูบที่ขมับสาวฟอดใหญ่แล้วทำท่าว่าจะหลับต่อ แต่ทว่ากลับมีคำถามขึ้นมาแทน

"เมื่อคืนเป็นไงบ้าง?" เสียงห้าวกลับมาชิงตำแหน่งคืนจากความแหบพร่าที่เขาคำรามให้ฟังตลอดคืน

แก้วอมยิ้มขวยเขิน เธอหลบตาแม้ว่าจะไม่ได้มองตากันอยู่ ก็ดีค่ะ เธอตอบ แต่เขากลับไม่ชอบใจในคำตอบนั้น

หมายความว่าอย่างไร ก็ดี เธอใช้คำนี้กับบทเรียนระดับอนุบาลถึงปริญญาโทอย่างนั้นหรือ?

"ให้โอกาสพูดอีกที ไม่อย่างนั้นต้องเรียนใหม่ยกชุด" ไม่พูดเปล่า มือหนายังสอดใต้แขนแล้วบีบเนินอกอวบอย่างมันเขี้ยว

"ก...แก้วหมายถึงว่าดีมาก ๆ ค่ะ...มีความสุขมาก" ตอบเสียงตะกุกตะกัก เพราะหวั่นใจว่าจะได้เรียนใหม่ยกชุด ระหว่างนั้นดวงตาซุกซนก็จับจ้องไปยังสื่อการสอนตุง ๆ ที่นิ่งสงบอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ จนกระทั่งเขากดปากจูบศีรษะของเธออีกครั้ง แก้วจึงหลับตาปี๋พร้อมหดคอเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากมันแล้วเงยหน้าไปมองเขาแทน

"แล้วคุณต่อล่ะคะ มีความสุขไหม?" เธอถามกลับ แต่คนเจ้าเล่ห์กลับบอกว่าลืมไปแล้ว ขอลองทำดูอีกทีถึงจะบอกความรู้สึกได้

เมื่อสิ้นคำพูดขี้โกง แก้วรีบกระถดกายออกห่าง เตรียมจะหนีจากเงื้อมมือเสือร้าย แต่กลับถูกเขาคว้าตัวไว้ทัน จากนั้นร่างปวกเปียกของเธอก็ถูกลากให้มาเข้าอยู่ใต้ร่างกำยำ นอนนิ่งรอให้เขาสวมเกราะป้องกัน จากนั้นไม่นานเรียวขาก็ถูกจับแยก ความอ้างว้างใจกลางกายได้รับการเติมเต็มด้วยท่อนกายแกร่งขนาดใหญ่โต

นับว่าเป็นการต้อนรับรุ่งอรุณด้วยความสุขชามโตเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลยก็ว่าได้

ต่อตระกูลค้ำมือไว้ข้างศีรษะเล็กปล่อยให้คนใต้ร่างยกมือไปลูบไล้แขนล่ำเพื่อนระบายอารมณ์ ในขณะที่เอวสอบก็ขยับเข้าออกอยู่ตรงหว่างขา ส่งให้ลูกสูบร้อนระอุเคลื่อนเข้าออกถี่ยิบ จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ...

การตอกหมุดปิดท้ายมีขึ้นหลังจากที่แก้วเกร็งกระตุกไปไม่นาน เสียงครางระงมเงียบลงอีกหน เหลือไว้เพียงเสียงหายใจหอบถี่ เหงื่อเม็ดเล็กเกาะพราวทั่วใบหน้าหล่อของคนที่ยังคงหยัดกายเหนือร่างสาว บางส่วนหยดลงบนหมอนที่เธอหนุน นับว่าเป็นการออกกำลังกายที่อิ่มล้นไปในตัว

แววตาใสของคนตัวเล็กส่งมาอ้อน แก้มนวลเรื่อแดงยามที่คิดถึงความรู้สึกที่อยากให้เขารู้ 

จะบอกดีไหมว่ารู้สึกอย่างไรต่อเขา

"มองหน้าทำไม?" ต่อตระกูลถามพร้อมใช้นิ้วเกี่ยวปอยผมที่เกะกะบนใบหน้าสวย ยังคงรับรู้ถึงการบีบรัดในส่วนล่างอย่างต่อเนื่อง เธอเก่งที่ดึงดูดเขาไว้ได้ และนั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงยังแช่ค้างไว้อย่างนี้

"แก้วรักคุณต่อนะคะ" น้ำเสียงประหม่ากล่าวออกมาในที่สุด ไม่มีการเตรียมการใด ๆ มาก่อน ไม่แม้แต่จะได้ตัดสินใจ แค่พูดในสิ่งที่คิดออกมาให้เขาได้ยิน...ก็เท่านั่น

แม้จะขาดการเตรียมการ แต่คนที่สารภาพรักก่อนก็ย่อมต้องอยากรู้ผล แก้วจ้องมองคนตัวโตที่คร่อมร่างของตนเองไม่วางตา และคงเพราะอย่างนี้ เธอจึงเห็นแววไหววูบในดวงตาคมคู่นั้น

ต่อตระกูลไม่ได้ตื่นเต้นอย่างที่เธอคิด เขาเพียงแต่คลี่ยิ้มคล้ายผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก จากนั้นก็เฉลยความคิดที่อยู่ในใจออกมา

"ผมรู้ว่าคุณชอบผม...ผมเองก็ชอบคุณเหมือนกัน" เขาบอกแล้วก้มหน้ามอบจุมพิตละมุน แต่ในขณะเดียวกันก็ถอดถอนส่วนหนึ่งของร่างกายออกจากเธอ

แก้วอยากจะแย้งว่าเธอบอกรัก ไม่ใช่บอกชอบ แต่เขากลับผละจากเตียงแล้วเดินไปยังห้องน้ำ แทนที่จะนอนให้เธอกอดตามเดิม

หญิงสาวทำได้เพียงคว้าอากาศในขณะที่คนตัวโตเดินโทง ๆ จากไป เธอมองแผ่นหลังเปลือยเปล่าของเขาจนกระทั่งนึกได้ว่าไม่ควรมองนานถึงเพียงนั้น...


***


ต่อตระกูลใช้เวลาในห้องน้ำเพียงครู่เดียวก็กลับออกมาโดยมีผ้าเช็ดตัวพันรอบเอว ซึ่งเมื่อออกมาแล้วก็พบว่าเสื้อผ้าของเขาถูกพับวางไว้ที่ปลายเตียง ส่วนคนที่ถอดมันออกเมื่อคืนนั่นนั่งถักเปียอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ที่ติดไว้ตรงผนังห้อง

เขาหยิบเสื้อผ้ามาสวม ก่อนจะหยิบกระเป๋าคลัทช์แบบผู้ชายที่แก้วเก็บมาวางข้างพับเสื้อผ้ามาเปิดแล้วหยิบธนบัตรจำนวนหนึ่งออกมา

เงินราวหนึ่งหมื่นบาทที่ถูกวางบนโต๊ะตรงหน้าทำให้คนที่กำลังถักเปียชะงัก เธอมองเขาผ่านกระจกเงาที่เคยสะท้อนใบหน้าซ่านสุขของกันและกัน แต่ตอนนี้มันต่างออกไป เมื่อสวมใส่เสื้อผ้าแล้ว ทุกอย่างก็ไม่เหมือนเดิม...

แก้วไม่ได้ขาย เธอบอกเขาไปอย่างนั้น เธอเต็มใจมากับเขาเพราะความรู้สึกที่พิเศษ...พิเศษเกินกว่าจะมีสิ่งใดมาเทียบได้ แต่ต่อตระกูลคะยั้นคะยอให้รับ โดยบอกว่าเพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย

เขาหว่านล้อมให้เธอยอมรับเงินอยู่นาน จนในที่สุดแก้วก็ยอมเก็บเงินขึ้นมาจากโต๊ะ ทั้งนี้ก็เพื่อความสบายใจ...ของเขา

...ของเขาฝ่ายเดียว


***


หลังจากคืนอันเร่าร้อน ต่อตระกูลยังคงแวะเวียนมานั่งที่นีล่าคาเฟ่เพื่อฟังเพลงและรอรับใครบางคนไปทำกิจกรรมพิเศษหลังเลิกงาน โดยปกติเขาจะมานั่งคนเดียวที่โต๊ะเดิม แต่หากวันใดบังเอิญมาพบเพื่อนร่วมอุดมการณ์ก็จะนั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนเพื่อรอเวลาที่นักร้องคนโปรดเลิกงาน

วันนี้ก็เช่นกัน เขาปรากฏตัวที่โต๊ะประจำหลังจากที่หายหน้าไปนานหลายสัปดาห์ ชดเชยให้คนที่ต้องชะเง้อคอยจนคอยาวทุกคืนด้วยช่อดอกไม้สวยทันทีที่เธอลงจากเวทีแล้วเดินมาหาเขาที่โต๊ะ

แก้วยิ้มกว้างขณะที่รับของกำนัลจากเขา ไม่ใช่ดีใจที่ได้ของ แต่เป็นความดีใจที่ได้เจอหน้าหลังจากที่ต้องอดทนกับความเหงามานานเกือบเดือน อยากถามไถ่เหลือเกินว่าเขาหายไปไหนมา สุขสบายดีหรือมีปัญหาอะไรกวนใจรึเปล่า ?

แต่ไม่หรอก เธอไม่ถามหรอก เพราะถ้าเขาอยากบอก เขาคงพูดออกมาเอง

“ถ้าเลิกงานแล้วมาหาที่โต๊ะนะ จะรอ” คำขอที่มาในคราบการออกคำสั่งยืนยันว่านี่คือต่อตระกูลตัวจริงเสียงจริง เขาไม่สนใจจะถามความสะดวกใด ๆ ก่อน เพราะถ้าเขาต้องการก็คือต้องได้ แต่ถ้าคิดว่าตัวเองแน่จริงก็ลองบอกไปสิว่าติดธุระอื่นอยู่ หากกล้าแย้ง เขาก็ใจนักเลงพอที่จะรับฟัง

แต่สำหรับแก้วแล้ว เธอว่างได้เสมอ...เพื่อเขา

หญิงสาวรับปากอย่างง่ายดายก่อนจะหอบช่อดอกไม้กลับเข้าไปในห้องพักนักร้อง หัวใจดวงน้อยพองโตและเต้นรัวยามที่ดอมดมกลิ่นหอมของดอกไม้ในมือ

ดีใจที่เขามาหา ดีใจเสียจนลืมความน้อยใจที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา


***


หัวใจว้าเหว่ซึ่งถูกเกล็ดน้ำแข็งที่ชื่อว่าความคิดถึงเกาะจนหนาเตอะ บัดนี้กลับมาอบอุ่นและสูบฉีดเลือดได้ดีดังเดิมหลังจากที่ได้รับความร้อนอย่างพอเหมาะจากร่างกำยำที่คร่อมเหนือกายสาวอยู่ในขณะนี้

หลังจากที่เลิกงาน แก้วรีบชำระคราบนักร้องห้องอาหาร เปลี่ยนมาอยู่ชุดลำลองอย่างหญิงสาวทั่วไป จากนั้นก็หอบสัมภาระ อันได้แก่ กระเป๋าเป้ขนาดย่อมซึ่งพกติดตัวมาทำงานทุกวัน ถุงกระดูกอ่อนที่ขอมาจากส่วนครัวเพื่อนำไปให้สุนัขจรจัดแม่ลูกอ่อนซึ่งมาคลอดลูกอยู่หน้าร้าน และวันนี้มีของพิเศษขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งคือช่อดอกไม้สีสวยที่ยอดยาหยีของเธอให้มา

ครั้นพอไปพบต่อตระกูลที่โต๊ะ เขาก็ชวนเธอออกไปเที่ยวเล่นเหมือนเคย ไปหาของกินเบา ๆ รอบดึก แล้วตบท้ายด้วยกิจกรรมเข้าจังหวะ จากนั้นก็แยกย้ายกันไปในเวลาจวนรุ่งสาง

แต่ครั้งนี้ต่อตระกูลมาแปลก แทนที่จะเป็นห้องเช่าแบบรายวันเหมือนเช่นทุกครั้งกลับกลายเป็นว่าเขาพาเธอมายังตึกสูงซึ่งดูหรูหราเกินกว่าจะเป็นที่สำหรับลักลอบเสพสุขกันทั่วไป แต่เมื่อชายที่พาเธอมามีสิทธิที่จะเข้านอกออกในตึกแห่งนี้ได้ด้วยคีย์การ์ดในมือ แก้วจึงคลายใจแล้วเดินตามเขาเข้าลิฟต์อย่างว่าง่าย

ความแคลงใจที่มีถูกไขจนกระจ่างระหว่างที่เดินออกจากลิฟต์ไปตามทางเดินของชั้น ๕ จนกระทั่งมาหยุดที่หน้าห้อง ๕๐๘

ต่อตระกูลเล่าว่านี่เป็นห้องที่เขาซื้อไว้เมื่อนานมาแล้ว นาน ๆ ทีจึงมีเวลามาตรวจตราความเรียบร้อย และวันนี้เขาถือโอกาสพาสาวมานอนเล่นดูสักคืน...

คนตัวเล็กที่ถูกเล่นงานอย่างหนักหน่วงนอนหายใจหอบ เหนื่อยล้าเพราะความระห่ำของชายตรงหน้า แต่ดูท่าว่าเขาเองก็ถึงจุดหมายแล้วเช่นกัน ก็ควรอยู่ เพราะนี่มันยกที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ หากยังคิดจะจัดต่อก็คงต้องถามกันแล้วล่ะว่าใจคอจะไม่ให้นอนพักเลยหรือ?

แม้เครื่องปรับอากาศในห้องจะทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ แต่ความร้อนอันเนื่องมาจากการออกแรงก็ทำให้เม็ดเหงื่อที่เกาะตามไรผมสั้นของต่อตระกูลหยดแหมะเฉียดแก้มใสของคนใต้ร่างไปเล็กน้อย

แก้วจ้องตาคนตัวโตอย่างหวานซึ้ง รับรู้ถึงตัวตนของเขาที่ยังฝังแน่นอยู่ในร่างกาย เธอยกมือขึ้นประคองแก้มเขาหมายจะซับเหงื่อให้ แต่ทว่ากลับเห็นแววไหววูบจากนัยน์ตาคม แม้เพียงครู่เดียวเธอก็มั่นใจว่ามองทัน

ต่อตระกูลผละออกห่างทันทีที่จบเกมได้สำเร็จ ร่างสูงก้าวลงจากเตียง เดินโทง ๆ ไปยังห้องน้ำอย่างไม่อายฟ้าดิน ทิ้งให้คนที่แอบมอบใจบูชาคว้าอากาศตามหลังเหมือนอย่างเคย เขาไม่แม้แต่จะนอนให้เธอกอดเหมือนครั้งแรก ซึ่งนี่กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่แก้วต้องเผชิญ มีเพียงครั้งนั้นครั้งเดียวที่เธอได้นอนซบไหล่ของเขา

...ครั้งก่อนที่เธอจะสารภาพรัก


***


ความสัมพันธ์ที่เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาวระหว่างแก้วกับคนใจเรรวนยังคงดำเนินไปอย่างไร้ความมั่นคง บางวันเขาก็หายไปแบบไม่บอกไม่กล่าว ทิ้งให้เธอคิดถึงจนไม่เป็นอันทำอะไร แต่ในบางครั้งเขาก็กลับมา ทำเหมือนว่าคิดถึงเธอสุดหัวใจ พาไปเที่ยวเล่น แล้วจบคืนวันแสนหวานด้วยกิจกรรมเสียเหงื่อ และแน่นอน เขาไม่เคยนอนให้เธอกอดเลยสักที

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ต่อตระกูลมารับเธอหลังเลิกงาน หลังจากที่หายหน้าไปสองสัปดาห์ พามาที่ห้องหรูซึ่งกลายเป็นรังสวาทของเขาและเธอ เมื่อเสร็จกิจ เขาก็ลุกจากเตียง ทิ้งให้เธอนอนแกร่วอยู่เพียงลำพัง ส่วนตัวเองก็ไปอาบน้ำแล้วเดินโทง ๆ ออกมาหยิบเสื้อคลุมอาบน้ำไปสวมแล้วไปนั่งใช้งานคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กที่ถือติดมือขึ้นมาบนห้อง

แก้วกอดหมอนข้างแก้เก้อ ทอดตามองความเคลื่อนไหวของเจ้าของห้องแล้วถอนหายใจเบา ๆ ต่อตระกูลเคยบอกว่าค้างที่นี่จนถึงเช้าก็ได้ แต่คืนนี้เขาไม่ได้จัดหนักเหมือนที่ผ่านมา เธอจึงไม่ค่อยเหนื่อย เช่นนี้คงหลับไม่ลงแน่

คนเหงาตัดสินใจลุกจากเตียงบ้าง เดินย่องไปหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำ ใช้เวลากับการเล่นฟองโฟมครู่ใหญ่จึงใช้ผ้าเช็ดตัวคลุมกายออกมา พบว่าเขายังนั่งหน้าบึ้งอยู่ตรงชุดโต๊ะรับแขกตามเดิม

แก้วถือวิสาสะหยิบเชิ้ตตัวโคร่งในตู้เสื้อผ้ามาสวม อันที่จริงเขาก็เคยอนุญาตเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเธอสามารถใช้ได้ จากนั้นคนว่างงานก็เดินไปยังส่วนครัว เปิดตู้เย็นหานมจืดมาอุ่นในเตาไมโครเวฟ แบ่งไว้สำหรับตัวเองหนึ่งแก้ว แล้วยกไปเผื่อเจ้าของห้องหนึ่งแก้ว  

ขอบใจนะ เขาบอกโดยไม่ละสายตาจากจอ ซึ่งแก้วเองก็มีมารยาทพอที่จะไม่ละลาบละล้วงงานของเขา เธอเพียงแต่วางแก้วนมไว้แล้วก็กลับไปอยู่บนที่นอนหลังจากที่แวะไปหยิบวรรณกรรมต่างประเทศที่แปลเป็นภาษาไทยจากตู้หนังสือของเขามาอ่านเล่น

อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองทำตัวเป็นคุณนายเข้าไปทุกที...

แก้วมัวแต่เพลิดเพลินกับเรื่องราวแปลกใหม่ที่ชาวนาชาวไร่อย่างเธอไม่เคยล่วงรู้หรือได้สัมผัส เธอจึงไม่รู้ตัวว่าคนที่นั่งทำงานอยู่อีกฟากของห้องเหลือบมองมา

ร่างอรชรสวยผุดผาดบาดตานอนเท้าศอกบนหมอนหนุน เรียวขาเสลาไขว้กันไว้อย่างเรียบร้อย แต่ทว่ากลับส่งให้สะโพกดูกลมกลึงยิ่งว่ายามปกติ

ดวงตาโตกวาดมองตัวอักษรอย่างตั้งใจ บ่อยครั้งที่เธอขมวดคิ้วงุนงงแล้วย้อนกลับไปอ่านประโยคเดิม ไม่นานก็พยักหน้าเป็นเชิงว่าเข้าใจแล้วก็พลิกเปิดหน้าใหม่

 เชื่อแล้วว่าการอ่านหนังสือนับเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งจริง ๆ

คนแอบมองบอกกับตัวเองว่าเขาชอบเธอยามที่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้...ตอนที่เธอไม่ประหม่าเวลาเจอเขา

นอกจากนั้น ต่อตระกูลยังนึกครึ้มใจที่ได้ครอบครองเรือนร่างนั้นหลายต่อหลายครั้ง แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องแค่นั้นไม่อาจหยุดเขาไว้ได้แน่ ภรรยาเก่าของเขาเองก็สวยไม่น้อย แล้วเขาก็เป็นคนแรกของเธอด้วย ถามว่าภูมิใจไหมที่ได้ตัดริบบิ้นพรหมจรรย์นั้น ก็ภูมิใจนะ เพียงแต่การได้เปิดซิงสาวมันไม่ได้การันตีว่าพวกผู้ชายจะยอมทิ้งทุกอย่างเอาไว้ตรงนั้น แล้วอยู่กับเจ้าหล่อนไปจนวันตาย ชีวิตคู่มันซับซ้อนกว่านั้นเยอะ

ใช่ ซับซ้อนเสียจนคนอย่างเขาตามแทบไม่ทัน มารู้ตัวอีกทีก็...ช่างมันเถอะ เรื่องมันแล้วไปแล้ว จะคิดถึงไปทำไม

ต่อตระกูลดื่มนมจนหมดแก้ว ในขณะที่หนอนหนังสือซึ่งทอดกายอยู่บนเตียงก็ค่อย ๆ สัปหงกเรื่อย ๆ จนในที่สุดแก้วก็ฟุบหน้าลงกับหมอน

เธอฝันไปว่าถูกอ้อมแขนอบอุ่นอุ้มเข้านอน ห่มผ้าให้อย่างอ่อนโยน ทั้งมีจูบราตรีสวัสดิ์ที่หน้าผาก และเสียงกระซิบว่าขอให้หลับฝันดี

เพียงเท่านี้หัวใจหนาวเหน็บก็อุ่นขึ้นมาอีกครั้ง...


***


แล้วต่อตระกูลก็หายไป...

แก้วนึกพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งมือที่กำเสื้อยืดตัวเก่งลงในกะละมังซักผ้าซึ่งมีฟองสีขาวเอ่อล้นขอบ 

เธอคิดถึงเขาอีกแล้ว คิดถึงวันละหลายเวลา แต่ทว่าไม่มีหนทางใดที่จะช่วยบรรเทาความทรมานใจของเธอได้เลย

ตั้งแต่รู้จักกันมา เขาไม่เคยให้เบอร์ติดต่อ ซึ่งเธอเองก็ไม่เคยถามถึง ชื่อเสียงเรียงนามก็รู้เท่าที่เขาบอก นามสกุลอะไร เธอก็ไม่เคยสนใจ หน้าที่การงานยิ่งแล้วใหญ่ หลุดพูดออกมาว่าเป็นตำรวจ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเป็นหมู่หรือจ่า และแน่นอน แก้วไม่ได้ถามอีกเช่นกัน

...เธอไม่เคยก้าวล่วงเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวของเขาเลยจริง ๆ

หญิงสาวนั่งใจลอยอยู่นานก็สลัดความคิดที่ทำให้วุ่นวายใจออกจากหัว สูดหายใจเข้าปอดแล้วซักผ้าต่อจนเสร็จ จากนั้นจึงนำผ้าใส่ตะกร้าออกไปตากที่ราวหน้าห้องพักรังหนูของเธอ

บรรยากาศเงียบเหงาของยามบ่ายส่งให้ห้องเช่าที่สร้างจากไม้ดูซังกะตายยิ่งกว่ายามปกติ เพื่อนร่วมชายคาซึ่งพักอยู่ห้องถัด ๆ ไป ออกมาทำกิจวัตรจำเป็นอย่างคนไร้ชีวิตชีวา บ้างซักผ้า บ้างล้างจาน บ่อยครั้งที่มีเสียงเด็กทารกร้องไห้แว่วออกมาให้ได้ยิน

แก้วอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ตั้งแต่สมัยที่เข้ามาทำงานโรงงานก่อนจะได้เข้าร้องเพลงที่นีล่าคาเฟ่ คุ้นเคยกับทุก ๆ อย่างชนิดที่ว่าหลับตาเดินก็ไม่ชนอะไร เรื่องความความผูกพันนั้นไม่ต้องพูดถึง เธอรักที่นี่เหมือนเป็นบ้านอีกหลังก็ว่าได้ 

หญิงสาวสลัดผ้าเต็มแรง หวังใจว่าการทำเช่นนี้จะช่วยให้ผ้าแห้งเร็วและรีดง่ายกว่าการไม่ทำ หรือหากไม่เป็นอย่างนั้นก็ขอให้มันหมาดพอที่จะเก็บเข้าแขวนในห้องโดนไม่มีน้ำหยดเปียกพื้นในระหว่างที่เธอออกไปทำงานตอนเย็นก็ยังดี

เมื่อตากผ้าจนเสร็จ นักร้องสาวที่ตื่นนอนช่วงสายของวันก็กลับเข้าห้อง ตรงไปยังมุมครัวซึ่งอยู่หน้าห้องน้ำ เปิดฝาชามบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เติมน้ำร้อนลวกเส้นเอาไว้ตั้งแต่ก่อนซักผ้าออก ไร้ควันหรือไอร้อนใด ๆ เพราะตอนนี้น้ำเริ่มไม่อุ่น เส้นบะหมี่เคราะห์ร้ายอืดขึ้นมาแทบล้นถ้วย แก้วใช้ส้อมคนกลุ่มเครื่องปรุงที่กองอยู่บนเส้นสีนวล ๆ ให้ละลายในน้ำ แล้วแตะชิม

จืดมาก คือคำตอบที่หญิงสาวได้รับ ซึ่งก็ไม่เกินความคาดหมาย เพราะเธอรู้ดีว่าปริมาณน้ำที่เติมลงไปเพื่อให้เส้นบะหมี่ขยายตัวสุดขีดนั้นมันมากกว่าอัตราส่วนที่เครื่องปรุงในซองให้มาหลายเท่า

ลดเค็มซะบ้างก็ดี เธอบอกตัวเอง ก่อนจะยกชามอุ่นมาวางที่กลางห้องตรงตำแหน่งที่เคยมีที่นอนแบบพับปูเอาไว้  

หญิงสาวใช้เวลาขณะที่เคี้ยวอาหารคำแรกกดสมัครใช้บริการอินเทอร์เน็ตแบบรายวัน 

ปกติแล้วแก้วจะเก็บเงินค่าโทรเอาไว้ติดต่อกับน้องชายที่ต่างจังหวัด แต่วันนี้เธอนึกบางอย่างขึ้นมาได้ระหว่างที่ล้างผ้า จึงอยากจะลองทำดูสักหน่อย

ข้อความจากระบบแจ้งยืนยันการสมัครใช้งาน แก้วกดอ่านแล้วไปตั้งค่าการใช้งานในโทรศัพท์แบบสัมผัสที่ซื้อมาในราคาถูก จากนั้นก็แตะเข้าสู่เว็บไซต์สืบค้นข้อมูล

‘ต่อตระกูล + ตำรวจ’

เธอพิมพ์สิ่งที่รู้เกี่ยวกับเขาลงไปในช่องค้นหา ระหว่างรอความคืบหน้าก็ตักบะหมี่คำที่สองมากิน เคี้ยวสักหน่อย หน้าจอก็แสดงผลสมบูรณ์

‘พ.ต.ท. ต่อตระกูล อำไพสวัสดิ์ แถลงความคืบหน้าคดีคนร้ายจ่อยิงหนุ่มก่อสร้างดับ คาดเป็นคนใกล้ชิดของผู้ตาย’

ข้อความแรกสุดที่ปรากฏคือพาดหัวของเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ชื่อดัง แก้วยังไม่ปักใจว่าใช่เขาหรือไม่ เธอเลือกที่จะเลื่อนลงมาอ่านหัวข้อถัดมา

‘ตำรวจหล่อบอกด้วย ตำรวจสวยบอกที | Facebook // รองผู้กำกับฯ สุดเท่ กับงานอดิเรกสุดคูล...’

แม้จะจั่วหัวไว้เพียงเท่านี้ แต่ตัวอย่างข้อความนั้นมีชื่อ พ.ต.ท. ต่อตระกูล อำไพสวัสดิ์ พ่วงท้ายไว้เช่นกัน

แก้วเลื่อนดูข้อมูลอื่น ๆ อีก จนกระทั่งเห็นว่ารายละเอียดเริ่มห่างไกลจากคำว่าต่อตระกูลกับตำรวจ เธอจึงย้อนกลับมาดูหัวข้อแรก

ระหว่างรอหน้าจอแสดงผล นักสืบจำเป็นก็รีบจัดการอาหารในชามจนหมดแล้วจึงคลานไปหยิบขวดน้ำดื่มมารินใส่แก้ว ดื่มดับกระหายแล้วหันมาสนใจโทรศัพท์ต่อ

เธอไม่ได้สนใจตัวอักษรที่เล่าถึงคดีอุกอาจที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน เพราะสิ่งเดียวที่หญิงสาวต้องการคือภาพประกอบ

นิ้วเล็กเลื่อนหน้าจออย่างรวดเร็ว ผ่านภาพศพที่ถูกทำให้มัวจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม ภาพสถานที่เกิดเหตุและวัตถุพยานที่พบ กระทั่งสุดท้าย ภาพที่เธอต้องการ...

ภาพนายตำรวจที่ยืนให้สัมภาษณ์กับนักข่าว...

ชายร่างสูงในเครื่องแบบตำรวจยืนเด่นท่ามกลางกลุ่มไมค์นักข่าวหลากหมายสังกัดที่รุมจ่อถามถึงความคืบหน้าในคดีสะเทือนขวัญ แม้ดวงตาคมไม่ได้มองมาที่กล้องถ่ายรูปของสำนักข่าวที่หญิงสาวดูอยู่ แต่นัยน์เนตรดุดันคู่นั้นก็แสดงชัดถึงความแน่วแน่ในการทำงาน

แก้วยิ้มอย่างดีใจ ใช่เขาแน่ นี่แหละต่อตระกูล เธอจำลักยิ้มของเขาได้

นักสืบสาวที่ถูกว่าจ้างโดยความคิดถึงครึ้มใจเป็นพิเศษที่หาตัวเขาพบ เธอรีบย้อนขึ้นไปอ่านนามสกุลและยศของเขาอีกหน

พันตำรวจโท ต่อตระกูล อำไพสวัสดิ์

ครั้นพอจำได้ขึ้นใจ แก้วก็กดย้อนออกมาหน้าค้นหา ลบคำสำคัญเดิมออกแล้วกรอกชื่อกับนามสกุลของเขาลงไปแทน ตามด้วย + facebook แล้วกดเรียกดูข้อมูล ซึ่งไม่นานรายละเอียดที่เกี่ยวกับเขาโดยตรงก็ปรากฏ

‘Tortrakul Amphaisawat | Facebook’

แก้วไม่รอช้า แตะเลือกรายการแล้วรอหน้าจอแสดงผล

หัวใจดวงน้อยเต้นระรัว มือไม้สั่นจนคุมแทบไม่ไหว ยิ่งภาพประจำตัวของเขาเด่นชัด คนที่คิดถึงยิ่งเหมือนจะขาดใจ

คนที่เธอคิดถึงเป็นคนเดียวกันกับคนในภาพ แม้จะดูต่างจากที่เคยเห็น แต่เธอก็มั่นใจว่าใช่เขาแน่ 

เขาใส่เสื้อกันหนาวอย่างหนา มีผ้าพันคอ และสวมแว่นกันแดดสีดำสนิท กำลังยืนกอดอก เอนกายพิงราวสะพาน เบื้องหลังคือท้องฟ้าสีสดใส ซึ่งภาพหน้าปกก็เป็นทิวทัศน์แบบเดียวกัน

...มองอย่างไรก็ไม่เหมือนบรรยากาศของประเทศไทย

แก้วระบายยิ้มน้อย ๆ ดีใจที่ได้เห็นหน้าเขา แม้เพียงในรูปถ่ายก็ตามที

นอกจากภาพประจำตัวแล้ว สังกัดที่ทำงาน ประวัติการศึกษา รวมถึงรูปภาพต่าง ๆ ที่อยู่บนไทม์ไลน์ซึ่งเจ้าของบัญชีตั้งค่าเป็นสาธารณะก็แสดงเช่นกัน

เหมือนเจอขุมทรัพย์ก็มิปาน !

แก้วสูดหายใจลึกก่อนจะเลื่อนหน้าจออย่างระวัง โปรดจำไว้ว่า กฎเหล็กของการแอบส่องคืออย่างทำมือลั่น อย่าลั่นเด็ดขาดเชียว

โพสต์ล่าสุดของเขามีเมื่อหลายเดือนก่อน เป็นการแบ่งปันเพลงจากเว็บไซต์วิดีโอยอดนิยม เพลงสากลที่คนเรียนน้อยอย่างแก้วไม่อาจเข้าใจความหมายของเพลงได้โดยลำพัง

ประโยค 'The Man Who Can't Be Moved' ซึ่งเป็นชื่อเพลง ถูกคัดลอกไปวางในช่องค้นหา ตามด้วย + แปล แล้วแตะรูปแว่นขยาย

ขั้นตอนเดิม ๆ คือรอให้การแสดงผลสมบูรณ์แล้วเลือกลิงค์ที่คิดว่าดีที่สุด รอโหลดแล้วลงมือเสพเนื้อหา...

คำแปลที่เรียบเรียงตรงกับคำศัพท์ทำให้ยากแก่การเข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนที่สวมวิญญาณนักสืบก็ยังสันนิษฐานได้ว่าเพลงนี้หมายถึงการรอคอยการกลับมาของหญิงคนรัก...

จริงสิ ต่อตระกูลเคยบอกว่าเขาแยกทางกับภรรยา ซึ่งตอนที่บอกนั้นก็นานพอ ๆ กันกับระยะเวลาในการโพสต์เพลงนี้...

รอยยิ้มบนใบหน้าสวยหายไปเมื่อได้รู้ว่าตอนที่เขาเริ่มมาคุยกับเธอนั้น เขายังมีผู้หญิงอีกคนในหัวใจ

แล้วแก้วก็นึกขำที่ตัวเองน้อยใจคนที่ไม่เคยบอกว่ารักเธอเลยสักคำ

เขาไม่ได้หลอกเธอ ที่ผ่านมามีแต่เธอที่คิดไปเอง...

แก้วสูดหายใจอีกครั้ง วางความน้อยเนื้อต่ำใจไว้ข้างชามบะหมี่ เพิ่งนึกได้ว่ายังมีเรื่องน่าสนใจรออยู่อีกมากมายในเฟซบุ๊กของเขา

แปลกดีที่คนเรามักจะทารุณความรู้สึกตนเองด้วยการขุดย้อนไปในอดีต เช่นการเลื่อนดูโพสต์เก่า ๆ ทั้งที่ก็รู้ว่าจะต้องพบเจออะไรที่ทิ่มแทงหัวใจอีกมากมาย...


###



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น